“ฉันเอารูปมาคืนคุณตามคำสัญญา หวังว่าคุณจะทำตามคำพูดนะคะคุณปวีร์” เอมิกายื่นซองใส่มินิการ์ดให้คู่กรณีหนุ่มที่นั่งเอนกายน้อยๆ ราวกำลังทอดอารมณ์อย่างสบายใจทั้งที่เธอแสนตึงเครียดด้วยไม่แน่ใจว่าปวีร์จะไม่คิดตุกติกและยินดีทำตามเงื่อนไขที่เขาและเธอตกลงกันเมื่อวันแต่งงานของคีตากับศรัณย์
ชีวิตของเธอวุ่นวายมามากพอแล้ว นับตั้งแต่คุณวิทยาผู้เป็นเจ้านายที่ให้เธอไปติดตามดูความเคลื่อนไหวและหาข่าวเรื่องหญิงสาวคนใหม่ของคาสโนว่าหนุ่ม แต่เมื่อเธอถ่ายรูปอนาจารของเขากับคู่ควงได้สมใจแทนที่เธอจะเอารูปไปลงข่าวตามที่รับคำสั่ง แต่เธอกลับเปลี่ยนใจเก็บไว้ไม่เอาไปเปิดเผย ด้วยไม่อยากทำผิดจรรยาบรรณ ดังนั้นเธอจึงยอมถูกไล่ออกตามเงื่อนไขที่เจ้านายกำหนดถ้าไม่มีข่าวของเขามาลง เธอยินยอมวางมือจากงานที่รักตั้งใจกลับไปอยู่บ้านที่ระยอง
แต่โลกช่างกลมเหลือเกิน เมื่อเธอได้เจอคีตารุ่นพี่สาวที่นำพาให้เธอกับปวีร์กลับมาพบเจอกัน และหลังจากนั้นชีวิตเธอก็ไม่มีคำว่าสงบสุขเพราะ ปวีร์ตามรังควานเธอไม่เลิก ท้ายสุดจึงต้องเสนอเงื่อนไขข้อตกลงว่าจะเอารูปมาคืนเขา นั่นคือสาเหตุที่เธอมาพบเขาวันนี้ แต่ว่า...
“ตอนนี้ผมเปลี่ยนใจแล้วสิเอมีก้า” ปวีร์มองซองใส่ไมโครชิตรงหน้านิ่งไม่แม้แต่จะแตะต้องให้เสียเวลา รอยยิ้มแสนเจ้าเล่ห์ระบายเต็มใบหน้า เขามีแผนการใหม่ที่จะเอาคืนคนตัวเล็กได้ดีกว่ายึดรูปเจ้าปัญหากลับมา ในเมื่อเอมิกาสร้างวีรกรรมเจ็บแสบให้ เขาก็จะกลั่นแกล้งให้หญิงสาวได้หวาดผวาเป็นการแก้แค้นคืนที่ทำเขาแสบทรวงด้วยสเปรย์พริกไทยนั่น
“คุณหมายความว่ายังไง” เอมิกาอ้าปากค้างตาโต ด้วยสิ่งที่เธอคิดหวาดหวั่นดูท่าจะเป็นจริง เธอน่าจะรู้ดีว่าผู้ชายตรงหน้านี้เจ้าเล่ห์แสนร้ายกาจเพียงใด เธอไม่น่าคิดเชื่อใจเลยว่าเขาจะยุติเรื่องราวเพียงแค่นี้
“หมายความว่าผมจะทำให้คุณมาเป็นผู้หญิงของผมแทนการเก็บสะสมรูปพวกนั้นน่ะสิ” ปวีร์ตอบนิ่งๆ ยิ้มๆ สายตาคู่คมเจือด้วยแววหวานหยดตวัดกวาดสำรวจทั่วเรือนร่างแบบบางและย้อนกลับมาจับจ้องตรงเนินอกนิ่งอย่างจงใจจนคนถูกมองเกิดอาการสะท้านไหวด้วยความหวาดกลัว
“คุณปวีร์!” เอมิกาอุทานขานนามนั้นอย่างตกใจ มือน้อยยกขึ้นเกาะกุมเสื้อเชิ้ตตัวเก่งตรงเนินอกแน่นเมื่อได้สบสายตาที่มองมาราวจะปลดเปลื้องเสื้อผ้าออกจากเรือนร่างเธอเสียเดี๋ยวนั้น
“ชู่ว… ไม่ต้องทำหน้าดีใจมากขนาดนั้นก็ได้ครับ คุณไม่ได้เป็นผู้หญิงของผมคนเดียวซะหน่อย ยังมีผู้หญิงอีกหลายคนที่เขาก็เป็นผู้หญิงของผมเหมือนกัน” ปวีร์ขยิบตาให้อย่างยียวน รอยยิ้มที่บ่งบอกความเป็นคนหลงตัวเองฉายชัดบนใบหน้าหล่อเหลา
“คุณมันซาตานร้ายชัดๆ” เอมิกาสบถได้แค่นั้น ด้วยไม่รู้จะโต้ตอบกลับอย่างไร บางสิ่งในดวงตาคู่หวานของคนที่เธอขนานนามว่าซาตานร้ายทำให้รู้ว่าเขาไม่ได้พูดเล่น และตั้งแต่นี้ไปชีวิตของเธอคงยิ่งวุ่นวายเพราะมีคู่อาฆาตเพิ่มขึ้นอีกคน
“ผมถือว่านั่นเป็นคำชม” ปวีร์พูดแล้วหัวเราะร่าเริง
เอมิกาเห็นปวีร์หัวเราะอย่างสบายอารมณ์ก็ยิ่งทำให้เธอออกอาการหมั่นไส้จนอยากจับคนตัวโตหักแขนหักขา
“คุณต้องการอะไร” หญิงสาวพยายามตั้งสติหวังเจรจากับเขาอย่างจริงจังอีกครั้ง เธอไม่มีเวลามากพอที่จะมาคอยระแวดระวังว่ายามใดที่คู่อาฆาตจะแผลงฤทธิ์ใส่เธอจนหัวหมุน เพราะเท่าที่ดูปวีร์เป็นผู้ชายที่ยากต่อการรับมือจริงๆ หลายครั้งที่ผ่านมายามเผชิญหน้ากันนั้นเธอมักตกเป็นรองเขาเรื่อยมาแม้แต่ครั้งนี้ก็เช่นกัน
“ผมก็แค่ต้องการดูพฤติกรรมคุณจนกว่าจะมั่นใจว่าคุณจะไม่ลอบทำร้ายผมภายหลังก็เท่านั้น” ปวีร์ยิ้มเย็นๆ ก่อนเน้นคำในช่วงท้ายประโยค
“ฉันไม่ใช่คนอย่างนั้นนะ” เอมิการีบท้วงทันทีเมื่ออีกฝ่ายตอบคำ
“น่าเชื่อตายล่ะ ในเมื่อคุณยังกล้าพอที่จะลักลอบถ่ายรูปพวกนี้ได้ แล้วผมจะมั่นใจได้ยังไงว่าคุณไม่ได้แอบก็อบปี้ไว้เอาไว้แบล็คเมล์ผมทีหลัง” ปวีร์สวนกลับทันควันพร้อมรอยยิ้มหยามเหยียด ดวงตาคมคู่หวานจับจ้องดวงตาสีน้ำตาลที่วาวโรจน์ด้วยความเคืองโกรธอย่างท้าทาย
เอมิกาฟังแล้วเดือดพล่านเหลือจะทน หญิงสาวอยากชกหน้าเขาสักครั้งให้หายแค้น แต่ที่ทำได้ก็แค่เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันตอบโต้
“คุณนี่มัน...” ไม่ทันที่หญิงสาวจะได้เอ่ยจนจบปวีร์ก็สอดรับขึ้นอย่างรู้ทัน
“ซาตานชัดๆ”
“คุณ” เอมิกาได้แต่เข่นเขี้ยวด้วยไม่อาจโต้ตอบวาจาเผ็ดร้อนนั้นได้ จริงอยู่ที่เธอหาญกล้าแอบถ่ายรูปนั่น แต่คนอย่างเธอไม่ชั่วช้าพอที่จะเอารูปไว้แบล็คเมล์ใครอย่างที่เขาคิด
“ระวังนะครับ ระวังตกหลุมรักซาตานอย่างผม” ปวีร์กระเซ้า เมื่อได้เห็นท่าทีของอีกฝ่าย ชายหนุ่มนึกสนุกที่ได้หยอกเย้าให้หญิงสาวหลุดโวยวายและถ้ายิ่งวุ่นวายใจจนไม่เป็นอันหลับนอนได้ยิ่งดี
“น่ารังเกียจที่สุด คุณมันหลงตัวเองชะมัด” เอมิกาสะบัดหน้าใส่เมื่ออีกฝ่ายใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มผุดพรายราวอารมณ์ดีเสียหนักหนา
“ก็ผมมันคนมีเสน่ห์ ผมจะไม่หลงตัวเองได้ไงล่ะครับไปก่อนนะครับ” ปวีร์ตอบคำที่ทำให้อีกฝ่ายยิ่งขุ่นเคืองใจแล้วทิ้งท้ายด้วยประโยคที่คนฟังขัดเคืองใจยิ่งกว่า “แล้วเจอกัน ...แมวน้อย”
“อ๊าย! อีตาบ้า! ฮึ่ย! คิดจะจับฉันเป็นนางในฮาเร็มงั้นรึ ฝันไปเถอะนายปวีร์ แล้วจะหาว่าเอมีก้าไม่เตือน!” เอมิกาได้แต่ก่นด่าตามหลังเพราะเพียงจบคำคนตัวโตก็ลุกขึ้นเดินจากไปทิ้งความเคืองแค้นใจไว้ให้เธอเพียงลำพัง คนตัวเล็กได้แต่นั่งกระฟัดกระเฟียดด้วยความขัดใจ
จากวันนี้ไปคือเวทีแห่งการชิงไหวพริบระหว่างคาสโนว่าหนุ่มผู้ร้อนรักกับเหยี่ยวข่าวสาวตัวฉกาจที่ต่างฝ่ายต่างหมายมาดจัดการให้อีกฝ่ายก้าวพลาดเพลี่ยงพล้ำยอมปราชัย
หัวใจหนุ่มที่แห้งแล้งไร้รักมายาวนานจะกลับมาเบ่งบานชุ่มชื่นได้อีกหรือไม่ ในเมื่อชั่วชีวิตนี้เขาไม่คิดว่าจะเปิดใจรักหญิงใดในโลกอีกเพราะทุกเวลาเขาโหยหาแต่รักแรกที่กลายเป็นปลายเหล็กแหลมทิ่มแทงใจจนทุกวันนี้
หลายวันต่อมา เอมิกาต้องแล่นไปหาปวีร์ถึงที่อีกครั้งด้วยความโกรธ เมื่อมาถึงก็แทบอยากขย้ำเขาให้แหลกลาญคามือเพราะเจ้าถิ่นนั่งยกยิ้มร่าเริงรอต้อนรับราวรู้ตัวดี
“สวัสดีครับเอมีก้า... ไม่คิดว่าคุณจะทนคิดถึงผมไม่ไหวถึงขนาดต้องมาหาผมถึงที่นี่” ปวีร์ยิ้มกว้างต้อนรับคนที่มาเยือนราวกับยินดีเสียหนักหนา เอมิกาแทบกระโจนเข้าตะปบกงเล็บบนใบหน้าหล่อเหลานั่นเมื่อได้ยินคำทักทาย แต่ที่ทำได้คือถลึงตาใส่แค่นั้น
“คุณปวีร์! คุณทำแบบนี้หมายความว่ายังไง ” หญิงสาวพ่นวาจาดุดันใส่ทันทีที่ได้เห็นหน้า ยิ่งเห็นดวงตาคู่หวานส่องประกายระยิบระยับมองมา เอมิกายิ่งอยากหยิบอะไรจิ้มตาคู่นั้นให้สมกับความเข่นเขี้ยว
“นั่งก่อนสิครับ” ปวีร์ผายมือเชิญชวนด้วยท่าทีนิ่งเรียบไม่ทุกข์ร้อนใดๆ ทั้งที่อีกฝ่ายมีท่าทีโกรธเป็นฟืนเป็นไฟจนแทบกระโดดเข้าเข่นฆ่าเขาเสียให้ได้
“ไม่จำเป็น! คุณบอกฉันมาเดี๋ยวนี้ คุณไปข่มขู่อะไรบอส” เอมิการุกไล่เอาความ ไม่ใส่ใจกับคำเชิญชวนสักนิด เธอดั้นด้นมาถึงถิ่นจอมวายร้ายอย่างเขาเพียงเพราะต้องการคุยให้รู้เรื่อง หญิงสาวรู้ตัวดีว่า เขากำลังเดินหน้าหาเรื่องเธอ ด้วยต้องการแก้แค้นคืนที่เธอบังอาจแอบถ่ายภาพกิจกรรมอนาจารของเขากับรตีคู่ควงคนใหม่ แล้วยังฉีดสเปรย์พริกไทยใส่ตาเขาเสียจนแสบไปถึงทรวงใน
“ข่มขู่เหรอครับ ตอนไหนนะ ทำไมผมจำไม่ได้” ปวีร์เลิกคิ้วสูงถามกลับด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ พร้อมฉีกยิ้มกว้าง ชายหนุ่มแทบอยากปล่อยฮาเสียให้ดังลั่นห้องกับท่าทีราวลูกแมวกำลังขู่ฟ่อๆ ของเอมิกา
“คุณอย่ามาเฉไฉ คุณปวีร์” เอมิกาย้อนกลับเสียงสูงปรี๊ดจนแก้วหูแทบแตกด้วยอารมณ์โกรธพุ่งขึ้นถึงขีดสุด หญิงสาวอยากกรีดร้องให้ลั่นห้องกับท่าทีใสซื่อราวไม่รู้เรื่องราวของอีกฝ่าย ทั้งที่รู้ดีอยู่แก่ใจว่าเขาทำอะไรไปบ้าง
“ชู่ว... เบาๆ หน่อยสิครับ เสียงดังไปเกิดเลขาฯ ผมได้ยิน เขาจะเข้าใจผิดว่าคุณกำลังข่มขู่ผม” ปวีร์แกล้งปรามราวเป็นห่วงกลัวคนอื่นเข้าใจผิดเธอเสียเหลือเกิน นั่นทำให้เอมิกาแทบเต้นเร่าด้วยทั้งโกรธและขัดเคืองใจ
“คุณบอกมาดีกว่า ว่าคุณต้องการอะไร” หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าปอดยาวและลึกเพื่อระงับดับอารมณ์และตั้งสติก่อนเจรจาอีกครั้ง
“ตัวคุณไง” ปวีร์ตอบรวดเร็วโดยไม่ต้องคิด แล้วส่งยิ้มหวานให้ราวต้องการยืนยันคำพูดอย่างไม่สะทกสะท้าน แต่เอมิการาวถูกน้ำร้อนสาดซัดเข้าเต็มหน้า
“ไอ้... ”
“อ๊ะๆ กรุณาใช้วาจาสุภาพหน่อยนะครับ ไม่งั้นผมจะเอาเทปเสียงนี่ไปเผยแพร่ว่านักข่าวอย่างคุณกำลังใช้วาจาไม่สุภาพและกำลังคุกคามผมอยู่”
“ฮึ่ย!” หญิงสาวสะกดกลั้นอารมณ์โกรธด้วยการกำหมัดแน่นก่อนสะบัดหน้าพรืดหันหนีไปอีกทาง เพราะเพียงขยับอ้าปากจะด่ากลับที่เขาบังอาจใช้วาจาดูหมิ่น แต่ปวีร์สวนกลับรวดเร็วพร้อมหยิบเอาเครื่องบันทึกเสียงที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะขึ้นมาวางตรงหน้าแล้วส่งสายตาท้าทายมาให้
“ไม่เอาน่าคิตตี้ คุณซีเรียสแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะครับ” ปวีร์กระเซ้าเมื่อเห็นอีกฝ่ายแทบดิ้นเร่าด้วยความขัดเคืองใจ ชายหนุ่มอมยิ้มเมื่อเอ่ยคำว่าน่ารัก เขายอมรับว่าตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีใครทำกิริยาแบบนี้ใส่เขาสักคน
“ฉันชื่อเอมมี่ ไม่ใช่คิตตี้” เอมิกาหันขวับกลับมาจ้องคนที่เรียกเธอว่า คิตตี้ แทบทันที พร้อมท้วงด้วยน้ำเสียงถือดีไม่มียำเกรง
ปวีร์มองกิริยานั้นด้วยความรู้สึกสนุกที่กลั่นแกล้งให้คนตรงหน้าได้แต่แสดงท่าทีฮึดฮัดขัดใจ ไม่ว่าจะเป็นสายตาที่ส่องประกายวาววับราวอยากจับเขาหักแขนขานั้น หรือจะเป็นอาการทำปากขมุบขมิบราวแอบสาปแช่งเขา ปวีร์รู้สึกราวกำลังนั่งมองเด็กน้อยแสนงอน
“เอมมี่... คิตตี้... ผมว่า...ผมชอบชื่อ คิตตี้ มากกว่าครับ ...แมวน้อย” ปวีร์ขยิบตาให้อย่างล้อเลียนยามเอ่ยขานนามแทนตัวหญิงสาวว่า แมวน้อย เอมิกาได้แต่อ้าปากค้างมองคนตรงหน้าตาโตกับสิ่งที่ได้ยิน
“คุณปวีร์! ”
“ครับคิตตี้! ”
เอมิกาสะบัดหน้าหนีเมื่ออีกฝ่ายไม่มีท่าทีสะทกสะท้าน หญิงสาวกล้าสาบานโดยไม่ต้องคิดเลยว่าเธอไม่เคยเจอใครตีหน้ามึนได้เท่าผู้ชายชื่อปวีร์มาก่อน
‘มันเรื่องอะไรกันเนี่ยยัยเอมมี่! ทำไมเธอต้องมานั่งทนให้ไอ้บ้านี่ลวนลามเธอด้วยยะ! ไหนจะคำพูดเอย ไหนจะสายตาการันตีความบ้ากามนั่นเอย เธอจะนั่งเฉยให้มันได้อะไรขึ้นมาเอมิกา’
“ฉันจะลงข่าวขอโทษคุณก็ได้เรื่องข่าวคุณกับพี่คีย์ แล้วฉันก็ต้องขอโทษคุณเรื่องที่แอบถ่ายรูปอนาจารของคุณกับคู่ขาวันนั้น แต่ฉันไม่ขอทำสกู๊ปพิเศษบ้าบออะไรนั่นเด็ดขาด” เอมิกาพยายามไกล่เกลี่ยอีกครั้งหลังจากสงบสติอารมณ์ตัดใจข่มความโกรธพยายามไม่ถือโทษคำพูดระรานนั่น
“คงจะไม่ได้หรอกครับคิตตี้ เพราะว่าบอสของคุณเขาเซ็นรับรองไว้เรียบร้อยแล้ว ถ้าคุณเบี้ยวถือว่าผิดเงื่อนไข ผมมีสิทธิ์ฟ้องหมิ่นประมาทคุณได้” ปวีร์ตีหน้าเศร้าราวเห็นใจแต่คนฟังกลับอ้าปากค้าง ถามย้ำราวไม่แน่ใจในสิ่งที่ได้ยิน
“วะ...ว่าไงนะ”
“บอสคุณไม่ได้บอกไว้เหรอครับว่า เขาทำจดหมายขอโทษผมกับคีตาแล้ว และออกหนังสือรับรองที่จะเสนอข่าวเพื่อกู้หน้าให้ผมในสกู๊ปพิเศษ” ปวีร์อธิบายต่อพลางเลิกคิ้วมองอีกฝ่ายพร้อมส่งสายตาใสซื่อมาให้ราวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นเขาไม่ใช่คนต้นคิด ทั้งที่ความเป็นจริงเขาเป็นฝ่ายหลอกล่อให้เจ้านาย จอมงกของเอมิกายอมตอบรับข้อตกลง เพราะเรื่องนี้วิทยาเป็นฝ่ายได้ประโยชน์ไปเต็มๆ
“บอสจะทำสกู๊ปพิเศษอะไรมันก็เรื่องของบอส ไม่เกี่ยวกับฉัน” เอมิกาเถียงเสียงลั่นราวต้องการย้ำเตือนว่าเธอไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับเงื่อนไขนั้น
“ผมว่ามันเกี่ยวกับคุณโดยตรงนะครับคิตตี้ เพราะในหนังสือรับรองระบุไว้ว่าคนที่เป็นคนเสนอข่าวของผมกับคีตาต้องทำสกู๊ปพิเศษนี้แก้ข่าวให้ผม และบังเอิญมันเป็นคุณ... คิตตี้” ปวีร์เฉลยยิ้มๆ ชายหนุ่มเก็บซ่อนความสะใจที่จะได้กลั่นแกล้งเอมิกาไว้ภายใต้แววตาแสดงความเห็นใจ เขาวางแผนทำทุกอย่างเพื่อหาเรื่องดึงเอมิกามาอยู่ใกล้ เขาจะได้จัดหนักเอาคืนให้สาสมกับความแค้นที่แสนแสบทรวง ยิ่งเอมิกามีท่าทีต่อต้านเขายิ่งสนุก
“อะไรนะ” เอมิกาอุทานอ้าปากค้างครั้งที่เท่าไรเธอก็จำไม่ได้ แต่สายตาที่ทอดมองมาราวเห็นใจ เธอรู้ว่าเขากำลังแอบสะใจที่ได้กลั่นแกล้งเธอ หญิงสาวมั่นใจว่าที่ปวีร์ตามจิกกัดเธอไม่ปล่อยไม่ใช่เรื่องข่าวของเขากับคีตา แต่เพราะชายหนุ่มต้องการแก้แค้นเรื่องวีรกรรมภาพอนาจารของเขากับรตีที่ถูกมือดีอย่างเธอแอบถ่ายต่างหาก
‘ยัยเอมมี่เอ๊ย... ไม่น่าหาเรื่องใส่ตัวเลย ฮึ่ย! ไอ้มือบ้านี่น่าตัดทิ้งนัก บังอาจไปแอบถ่ายรูปอนาจารนั่น หาเรื่องใส่ตัวจริงๆ แล้วจะทำไงดีล่ะคราวนี้’
“ผมมีข้อเสนอนะครับ ถ้าคุณไม่อยากทำสกู๊ปพิเศษนี่ล่ะก็ เพียงแค่คุณยอม... ”
“ไม่มีวัน! ต่อให้ผู้ชายทั้งโลกเหลือคุณคนเดียวฉันก็ไม่มีวันเข้าไปอยู่ในฮาเร็มของคุณเด็ดขาด จำไว้!” เอมิการีบสวนขึ้นทันควันไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายได้พูดจนจบ เธอไม่ต้องการได้ยินคำพูดที่ระคายเคืองใจ
“เหรอครับ... แต่ผมรู้สึกมั่นใจยังไงไม่รู้สิ ว่าคุณไม่มีวันหนีผมพ้น เพราะไม่ว่ายังไงผมก็จะจับคุณมาเป็นผู้หญิงของผมให้ได้... คิตตี้” ปวีร์ลอยหน้าลอยตาส่งยิ้มยียวนมาให้พร้อมตวัดสายตาต่ำลงจับจ้องตรงเนินอก
เอมิกาผุดลุกขึ้นทันทีเมื่อเห็นสายตาราวแทบฉีกทึ้งเสื้อเธอของปวีร์ หญิงสาวอยากควักดวงตาคู่นั้นออกมาโยนลงพื้นแล้วกระทืบซ้ำให้สาแก่ใจ แต่ที่ทำได้คือสบถย้อนคำหวังให้ชายหนุ่มสะดุ้งสะเทือน ทั้งที่ในใจกลับย้ำเตือนตัวเองว่าเธออาจคิดผิดที่คิดต่อกรกับผู้ชายที่ชื่อปวีร์
“แล้วคุณจะรู้ว่าคุณคิดผิดคุณปวีร์”
“วิ่งหนีผมให้พ้นล่ะคิตตี้” ปวีร์ตะโกนย้ำเตือนด้วยเสียงกลั้วหัวเราะติดตามแผ่นหลังบอบบางของคนตัวเล็กที่พอพูดจบก็สะบัดหน้าหันหลังเดินจากไป
เอมิกาหยุดชะงักหันมามองหน้าปวีร์ทำปากขมุบขมิบอย่างขัดใจ ทำท่าราวอยากกระโดดเข้าขย้ำเขาเสียให้รู้แล้วรู้รอด แต่ท้ายสุดก็เพียงสะบัดหน้าแล้วจากไปด้วยอารมณ์ขุ่นมัว
พอออกมาเอมิกาก็รีบโทรหารุ่นพี่สาวทันที คีตาคือตัวช่วยเดียวที่จะช่วยให้เธอรอดพ้นจากสถานการณ์น่าอึดอัดครั้งนี้ได้
“พี่คีย์คะ พี่คีย์ต้องช่วยเอมมี่นะคะ” เอมิกาออดอ้อนทันทีที่เจอหน้าคีตา แต่เหมือนฝ่ายรุ่นพี่จะไม่มีทีท่าร้อนอกร้อนตามเธอเลยสักนิด
“พี่คีย์ว่ามันก็ไม่เห็นแปลกอะไรนี่เอมมี่ แค่ทำข่าวสกู๊ปพิเศษของนายปวีร์” คีตาแย้งเมื่อได้ฟังเรื่องราวจากปากหญิงสาวรุ่นน้อง ด้วยเท่าที่ฟังดูแล้วเธอไม่เห็นว่าจะมีอะไรให้น่าหนักใจแต่กลับกันนั่นถือเป็นเรื่องที่ดีเสียอีก เธอเห็นว่าเป็นโอกาสอันดีสำหรับงานของเอมิกา
“พี่คีย์ แต่นายนั่นตั้งท่าหาเรื่องเอาคืนเอมมี่อยู่นี่คะ” เอมิกาท้วงเมื่อคีตาไม่มีทีท่าทุกข์ร้อนใดๆ และยังเห็นดีเห็นงามกับการทำสกู๊ปพิเศษนั่นอีก
“พี่ว่าเอมมี่คิดมากไปไหม ปวีร์ไม่น่าจะเจ้าคิดเจ้าแค้นอะไรขนาดนั้นนะ อีกอย่างรูปที่เอมมี่แอบถ่ายนั่น มันก็ไม่ได้หลุดรอดออกไปเป็นข่าวเสียหายสักหน่อย พี่ว่าเอมมี่อย่าคิดมากเลย” คีตาพยายามปลอบใจเมื่อเห็นอีกฝ่ายหน้านิ่วคิ้วขมวดราวทุกข์ใจเสียหนักหนา ผู้เป็นลูกพี่ลอบสังเกตอาการของผู้เป็นลูกน้องด้วยความสงสัย
“จะไม่ให้คิดมากได้ไงล่ะคะ นายนั่นเล่นประกาศก้องจ้องจะจับเอมมี่เข้าฮาเร็มซะให้ได้” เอมิกาพรั่งพรูความอัดอั้นตันใจที่สั่งสมไว้จนแทบระเบิดอยู่รอมร่อ
“ว่าไงนะ” อุทานตาโตกับสิ่งที่ได้ยิน เธอมั่นใจว่าเธอฟังไม่ผิดที่ปวีร์คิดจะทำอะไรเอมิกา
“อะ...เอ่อ... คือ เอมมี่หมายถึงนายปวีร์เพื่อนพี่คีย์น่ะประกาศจองล้างจองผลาญจ้องแก้แค้นที่เอมมี่ไปแอบถ่ายรูปน่ะค่ะ” เอมิการีบแก้ตัวอึกอักเมื่อรู้ตัวว่าพลาดเอ่ยถึงความกังวลใจที่ซุกซ่อนไว้ หญิงสาวแทบอยากกัดลิ้นให้ขาดใจตายเสียเดี๋ยวนั้นด้วยหวาดหวั่นกลัวคีตาจะจับได้ว่าเธอแอบหวั่นไหวลึกๆ ในใจ
“อ๋อ... นายปวีร์คิดจะจีบ เอ๊ย! จ้องเอาคืนน้องสาวพี่ อืม... น่าคิดนะ... น่าคิด” คีตาทวนคำเมื่อเข้าใจอะไรทะลุปรุโปร่ง แต่ก็รีบแก้คำด้วยไม่อยากให้เอมิกาขัดเขินที่เธอเริ่มเดาเรื่องราวได้เมื่อเอาสิ่งที่ได้ฟังมาปะติดปะต่อกัน
“นั่นสิคะพี่คีย์ ช่วยเอมมี่คิดหน่อยสิคะ เอมมี่จะทำยังไงดี เอมมี่ยอมรับนะว่าเอมมี่กลัว... นายนั่นชอบกวนประสาทเอมมี่ตลอดเลย” เอมิกาขยับเข้าไปนั่งโซฟาตัวเดียวกันกับผู้เป็นลูกพี่ทันทีอย่างมีหวังเมื่อได้ยินคีตาเอ่ยคำว่าน่าคิด ในขณะที่คีตากำลังกลั้นยิ้มเมื่อได้ยินเอมิกาบอกว่ากลัวปวีร์
“กลัวปวีร์ หรือกลัวใจตัวเองนะ” คีตาหยอดคำถามอย่างระมัดระวังไม่ให้อีกฝ่ายรู้สึกว่ากำลังถูกล้วงความลับ
“ทั้งสองอย่างแหละค่ะ” เอมิกาตอบทันควันไม่มียั้งคิดแล้วรีบแก้ต่างเมื่อรู้ตัวว่าพลาดพลั้งเผลอเผยความรู้สึกออกไป
“เอ่อ... คือเอมมี่หมายถึง กลัวอดใจไม่ไหวแล้วพลั้งมือฆ่านายนั่นตายเข้าสักวันน่ะค่ะพี่คีย์”
ยิ่งได้เห็นผู้เป็นลูกพี่มองด้วยสายตายิ้มๆ เอมิกายิ่งขัดเขิน เธอรู้สึกยามนี้ความร้อนแล่นปราดไปทั่วทั้งใบหน้าและตลอดทั้งตัว
“งั้นเอมมี่จะเชื่อที่พี่บอก แล้วทำตามที่พี่บอกใช่ไหม” คีตาเลิกคิ้วถามดวงตาเฉี่ยวคมจับจ้องดวงตาคู่สีน้ำตาลนิ่งราวจริงจังเสียเหลือเกิน จนคนถูกมองต้องรีบพยักหน้าตอบรับ
“ค่ะพี่คีย์”
“ทุกอย่าง” ถามอีกครั้งราวต้องการย้ำคำตอบ
“ค่ะทุกอย่าง” คนเป็นผู้น้องพยักหน้าตอบรับคำหนักแน่นอย่างมั่นใจด้วยเชื่อมั่นว่าผู้เป็นลูกพี่จะสามารถช่วยเธอแก้ปัญหาหนักใจในครั้งนี้ได้
“แน่ใจนะ” ย้ำอีกหนด้วยสีหน้าจริงจัง และอีกครั้งที่เอมิการับคำราวเครื่องตอบรับอัตโนมัติ
“แน่ใจค่ะ”
“งั้นเอมมี่ก็เดินหน้าทำสกู๊ปพิเศษต่อไป” คีตาเอ่ยด้วยสีหน้านิ่งสนิทก่อนส่งยิ้มให้พร้อมจับมือหญิงสาวผู้เป็นลูกน้องมั่นราวต้องการให้กำลังใจ
“ว่าไงนะคะ” เอมิกาถามเสียงแผ่วเบาราวหมดสิ้นเรี่ยวแรงเมื่อได้ฟังคำ ทั้งที่ตั้งความหวังไว้สูงลิ่ว แต่ยามนี้หญิงสาวรู้สึกร่างทั้งร่างเบาหวิวแทบปลิวหากต้องลมเพียงนิด
“เอมมี่บอกจะเชื่อพี่ทำตามที่พี่บอกทุกอย่างไง เถอะน่าทำไปอย่าคิดมาก...น่านะ” คีตาย้ำเตือนเรื่องที่เอมิกาให้คำมั่นสัญญาพร้อมหยอดคำออดอ้อนเป็นการปลอบใจ
“พี่คีย์อ่ะ แล้วมันช่วยเอมมี่ตรงไหนคะเนี่ย” เอมิกาได้แต่ทอดเสียงอ่อนเมื่อได้ฟังคำตอบจากผู้ที่เธอยกให้เป็นลูกพี่ ความหวังที่จะพึ่งพาคีตาให้ช่วยเกลี้ยกล่อมปวีร์ให้รามือจากเธอเป็นอันพับเก็บเข้ากรุไป เพราะนอกจากคีตาจะไม่ช่วยคุยแล้วยังเห็นดีกับการที่เธอจะได้ทำสกู๊ปพิเศษของปวีร์ เอมิกาจึงได้ทอดถอนใจ
‘พี่คีย์นะพี่คีย์ ทำไมทำกับเอมมี่แบบนี้ ฮึ่ย! ขัดใจนัก!’
คีตาแอบชำเลืองมองปฏิกิริยาของรุ่นน้อง หญิงสาวลอบอมยิ้มเมื่อครุ่นคิดถึงสิ่งที่เอมิกาพลั้งเผลอเอ่ยความรู้สึกในใจออกมา ทั้งการกระทำของปวีร์ที่เอมิกาเล่าให้ฟัง ทำให้เธอมั่นใจว่าทั้งสองต้องแอบมีความรู้สึกดีๆ ต่อกัน เพียงแต่ต่างฝ่ายอาจยังไม่รู้ตัว หากเป็นเช่นนั้นการที่เอมิกาต้องติดตามสัมภาษณ์ปวีร์เพื่อทำสกู๊ปพิเศษน่าจะเป็นโอกาสอันดีที่ทั้งคู่จะได้เรียนรู้กันและกัน เมื่อเป็นเช่นนี้จะไม่ให้เธอเห็นดีด้วยได้อย่างไร