โครม!
“บ้าชิป…”
เสียงสบถดังออกมาพร้อมกับเสียงของวัสดุสิ่งหนึ่งกระทบกับพื้นห้องอย่างแรง
“เกิดอะไรขึ้นคะ คุณศิวัฒน์”
เสียงหญิงสาวร่างเล็กดังขึ้นพร้อม ๆ กับพุ่งพรวด หน้าตาตื่น เข้ามายังห้องนั่งเล่นในห้องหรูด้วยความตกใจ มือข้างหนึ่งกระชับผ้าขนหนูสีขาวที่ห่อหุ้มตัวเอาไว้อย่างหมิ่นเหม่ มืออีกข้างเก็บเอาเศษรีโมตที่แตกกระจายไปด้วย
“ไม่มีอะไร”
น้ำเสียงนิ่งเรียบแต่ห้วนจัด แววตาที่จ้องทีวีฉายความดุร้ายราวกับเจ้าป่าที่จ้องจับเหยื่อมาฉีกให้เป็นชิ้น ๆ อย่างโกรธแค้นมากกว่ากระหายหิว
สันกรามที่เห็นเด่นชัดบนใบหน้าด้านข้างทั้งสองข้าง ทำให้ร่างเล็กที่เพิ่งออกจากห้องน้ำเมื่อครู่ รู้ได้ทันทีว่าชายหนุ่มอยู่ในอารมณ์ไหน ทว่าก็ไม่ได้ทำให้หล่อนตื่นกลัวกับอารมณ์ของเขาเอาเสียเลย
ร่างเล็กเก็บเอาเศษซากพลาสติกที่พอจะหยิบจับได้บางส่วนมาวางไว้บนโต๊ะกระจกหน้าชุดโซฟา ก่อนทิ้งตัวลงนั่งข้าง ๆ คนอารมณ์ไม่ปกติ ซึ่งมีเพียงผ้าขนหนูสีเดียวกับหล่อนห่อหุ้มไว้เพียงส่วนล่างของร่างกายอย่างหมิ่นเหม่ไม่แพ้กัน
“เมื่อกี้คุณยังอารมณ์ดีอยู่เลย แล้วจู่ ๆ ก็โวยวายทำลายข้าวของในห้องเมย์แบบนี้ยังจะบอกว่าไม่เป็นอะไรได้ยังไงกันคะ”
เจ้าของห้องบอกน้ำเสียงออดอ้อน แขนข้างหนึ่งสอดเข้าโอบรอบเอวหนาไว้ ส่วนอีกข้างลูบไล้แผ่วเบาที่แผงอกกว้าง แอบอิงศีรษะไว้ที่ไหล่อย่างเอาใจ หวังให้เขาผ่อนคลายและเบาอารมณ์คุกรุ่นลงบ้าง
“คุณรู้จักไอ้ผู้ชายคนนั้นหรือเปล่า”
คนกำลังหัวร้อน ยังคงจดจ้องอยู่ที่ทีวีเช่นเดิม และที่ถามออกไปเพราะมั่นใจว่าหญิงสาวน่าจะรู้จัก เพราะเธอก็คือผู้หญิงในวงการแม้จะไม่ได้โด่งดังอะไร แต่ก็พอมีคนรู้จักอยู่บ้าง
“อย่าบอกนะว่า คุณธิมทำให้คุณหัวร้อนขึ้นมาแบบนี้”
ร่างเล็กดูที่จอทีวีตามเขา ถึงได้รู้ว่าคนที่เขาถามหมายถึงใคร
“มันเป็นใคร”
ดูเหมือนคำตอบนั้นจะยิ่งโหมเชื้อเพลิงให้ปะทุขึ้นมาอีก
“ธิเบศ ดิฐวัฒน์ ชื่อเล่น ธิม อายุ 28 ปี ซุปสตาร์ดังของเมืองไทยค่ะ ส่วนผู้หญิงคนนั้น คุณฟ้า นพจิรา ลูกสาวท่านเจ้าสัวอนันต์ อัศวะโยธิน ผู้บริหารธนาคารยักษ์ใหญ่เห็นว่าเพิ่งกลับมาจากเมืองนอก และรู้สึกว่าคงจะควง ๆ กันอยู่กับคุณธิมนี่แหละค่ะ เห็นแฟนคลับเชียร์กันน่าดู ก็ดูสมกันดีนะคะ”
หญิงสาวบอกครบถ้วน พร้อมยังออกความเห็นทิ้งท้ายเอาไว้ด้วย ซึ่งแน่นอนว่ามันยิ่งก่อให้ไฟในหัวคนฟังปะทุขึ้นกว่าเดิม
“รู้จักมันดีจังนะ”
น้ำเสียงพาลชัดเจน ไม่พูดเปล่ามือหนาพลางคว้าแก้วไวน์ขึ้นมาเทลงคอรวดเดียวหมด มิวายจะปาแก้วไวน์ในมือใส่ทีวีตามแรงอารมณ์ให้อีก ทว่าเมลดาคว้าเอาไว้ได้ทันก่อนที่จะมีข้าวของเสียหายเพิ่มเติมอีก
“ไม่ใช่เฉพาะเมย์ที่รู้จักหรอกค่ะ ใคร ๆ ก็รู้จัก เมย์บอกแล้วไงคะว่าเขาเป็นซุปสตาร์เบอร์หนึ่งของเมืองไทย แล้วอีกอย่างคุณลืมไปหรือเปล่าคะว่าเมย์เองก็คนในวงการนะคะ”
หล่อนบอกพลางยิ้มอ้อน ๆ สิ่งที่หล่อนพูดมาทั้งหมดก็พูดเพราะเห็นว่าอีกฝ่ายอยากรู้ แต่ก็รู้ดีว่าคนถามไม่ได้ให้ความสำคัญหรืออยากรู้จริงจังอะไร แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าทำไมจู่ ๆ เขาถึงมีโทสะขึ้นมาเช่นนี้
ศิวัฒน์ ไชยวัฒนะกุล นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงเจ้าพ่อวงการยานยนต์ ดีลเลอร์ใหญ่หนึ่งเดียวในประเทศไทยที่นำเข้ารถหรูราคาหลายสิบล้าน ที่สาว ๆ ต่างหมายปอง และต้องการกำราบความเจ้าชู้ในตัวเขาลงให้ได้ ทว่าดูไม่ใช่เรื่องง่ายเอาเสียเลยที่เสืออย่างเขาจะยอมถอดเขี้ยวเล็บออกได้
และอารมณ์ฉุนเฉียวแบบนี้ก็ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย เอาจริง ๆ ต้องบอกว่าไม่เคยเกิดขึ้นด้วยซ้ำโดยเฉพาะเรื่องผู้หญิง แต่ดูเหมือนผู้หญิงที่ยืนอิงแอบแนบกายชายหนุ่มในหน้าจอทีวี ทำให้เขาหัวเสียขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุเอาแบบนี้
อาจด้วยเพราะภาพที่เห็นมันทำให้เขารู้สึกไม่พอใจ ประจวบกับความรู้สึกเสียหน้าอย่างไม่น่าให้อภัย ในวันที่เขาได้พบกับหญิงสาวอีกครั้งในงานการกุศลหนึ่ง ซึ่งเธอมาร่วมงานในฐานะประธานมูลนิธิช่วยเหลือเด็กและสตรี
และยังเป็นเจ้าของเครื่องเพชรชุดใหญ่น้ำดีซึ่งเป็นชุดไฮไลท์สำหรับการประมูลในค่ำคืนนั้น และศิวัฒน์เป็นผู้ประมูลมันเอาไว้หวังเพื่อได้สานต่อกับเจ้าของเครื่องเพชรอีกครั้ง แต่ดูเหมือนมันไม่ได้เป็นอย่างที่คิด เมื่อเขาโดนปฏิเสธกลับมาชนิดที่เรียกว่าหน้าแตกหมอไม่รับเย็บเลยทีเดียว
“เจอกันอีกแล้วนะคะ ยินดีที่ได้รู้จักอย่างเป็นทางการครับ คุณฟ้า”
ชายหนุ่มตรงปรี่เข้าไปทักทาย เรียกชื่อเล่นที่รู้ในไนต์คลับคืนนั้นอย่างสนิทสนมพร้อมกับส่งนามบัตร และทำยิ้มกรุ้มกริ่มเจ้าชู้ให้หญิงสาวด้วย
“ขอบคุณนะคะ...คุณศิวัฒน์ ไชยวัฒนะกุล ที่ช่วยประมูลเครื่องเพชร”
หญิงสาวเอ่ยขึ้น พลางกวาดสายตาอ่านออกเสียงชื่อในนามบัตรที่ทำจากกระดาษเกรดดี ดีไซน์หรูพร้อมกระตุกยิ้มมุมปากให้เพียงแค่นั้น
“ขอตัวก่อนนะคะ”
หญิงสาวบอกแล้วก็เดินเบี่ยงตัวหลบร่างสูงใหญ่ที่ยืนขวางหน้าเธออยู่
แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้น เมื่อเจ้าของเครื่องเพชรชุดหรูเดินพ้นเจ้าของนามบัตรไปเพียงไม่กี่ก้าว กระดาษใบเล็กที่เขาเพิ่งส่งให้เมื่อครู่ ก็ค่อยปลิวหล่นร่วงบนพื้นพรมของทางโรงแรม
“คุณฟ้า!!!”
ศิวัฒน์เรียกชื่อหญิงสาวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น พร้อมกับตรงปรี่เข้าหาร่างเล็กด้วยความโกรธจัด ทว่าไม่ทันได้ถึงตัวหญิงสาวการ์ดหนุ่มที่อยู่บริเวณนั้นก็ปรี่เข้าชาร์ตตัวเขาเอาไว้ทันที
ปกติแล้วนพจิราไม่ได้มีการ์ดตามติดตัวเช่นนี้ ทว่าคืนนี้หญิงสาวมาพร้อมกับเครื่องเพชร ท่านเจ้าสัวอนันต์ เลยส่งให้ลูกน้องที่คนสนิทของท่านมาประกบลูกสาวในคืนนี้
“ต้องขอโทษด้วยนะครับ ผมว่าคุณศิวัฒน์กลับไปก่อนดีกว่าครับ”
แน่นอนว่าไม่มีใครไม่รู้จักชายหนุ่มผู้ประมูลเครื่องเพชรชุดใหญ่นี้ไป
ถึงแม้จะเป็นคนเลือดร้อนไม่ยอมคน หากแต่วันนี้เขาจะยอมเชื่อฟังการ์ดหนุ่มที่เอ่ยน้ำเสียงแกมขอร้องนั้นอย่างว่าง่าย ไม่ใช่เพราะเกรงกลัวชายหนุ่มสี่คนนั้น แต่เพราะเขาให้เกียรติงาน สถานที่ และเจ้าของงานที่ไม่ได้ให้เกียรติเขาเลยสักนิด
“ฝากไว้ก่อนนะคุณฟ้า”
ศิวัฒน์เอ่ยขึ้นกับตัวเอง ทว่าเสียงนั้นไม่เบาและก็ไม่ดังเท่าไร แต่ที่แน่ ๆ การ์ดสี่คนได้ยินแน่นอน
“ได้ยินแล้วก็ฝากไปบอกเจ้านายคุณด้วยว่าผมเอาคืนแน่นอน และเมื่อถึงวันนั้นต่อจะพวกคุณสักกี่สิบคนก็เอาผมไม่ลง”
ชายหนุ่มบอกฝากการ์ดหนุ่มกลับไปด้วย เพราะมั่นใจว่าต้องได้ยินที่พูดเมื่อครู่นี้
“ครับ”
การ์ดหนุ่มรับคำอย่างว่าง่าย เพราะเชื่อว่าสิ่งที่เขาพูดเมื่อครู่มันคือเรื่องจริง ในวงการนักธุรกิจรู้จัก ศิวัฒน์ ไชยวัฒนะกุล ดีว่าเขาใจนักเลงแค่ไหน
ขณะที่กำลังหัวเสียอยู่กับข่าวที่เห็น จู่ ๆ เสียงโทรศัพท์มือก็ดังขึ้น เขาหยิบมาดูชื่ออย่างหงุดหงิดตามอารมณ์คุกรุ่นที่ยังค้างอยู่ก่อนกรอกเสียงผ่านเครื่องสมาร์ตโฟนในมือไป
“ไงมึงมีอะไรวะ”
“เป็นอะไรวะ ใครทำอะไรให้คุณศิวัฒน์ไม่พอใจหรือครับ ถึงได้ทำน้ำเสียงแบบนี้ใส่กระผม”
เชษฐ หรือ วรเชษฐ เพื่อนสนิทกรอกเสียงผ่านเครื่องโทรศัพท์มือถือกึ่งล้อเลียน
“มีธุระอะไรก็ว่ามา”
ดูเหมือนคนโดนล้อจะไม่ได้รู้สึกสนุกด้วย
“คืนนี้มึงพอจะปลีกตัวจากบรรดาสาว ๆ ของมึงไปปาร์ตี้สละโสดไอ้ภาคได้หรือเปล่า มันย้ำหนักหนาว่าให้กูเอาตัวมึงมาให้ได้ ถ้ากูพามาได้มันจะจัดสาวให้กูสองสามคน”
คนชวนหัวเราะเสียงร่วน เมื่อพูดถึงของบรรณาการที่ว่าที่เจ้าบ่าวจะมอบให้
“ยังไม่รู้ดูก่อน”
“อะไรวะ แค่นี้ก็ทำให้เพื่อนไม่ได้ มาเถอะมึงกูขาดของมานานแล้ว นาน ๆ กูจะได้ของฟรี ทำเพื่อกูสักครั้งเถอะนะคุณศิวัฒน์”
ปลายสายเรียกชื่อเต็มของอีกฝ่ายอย่างนอบน้อมเป็นการขอร้องนั่นแหละ
“มันจัดให้มึงไม่ได้จัดให้กู แล้วทำไมกูจะต้องเสียเวลาไปด้วย ของของกูก็มีอยู่แล้ว”
เมื่อเอ่ยถึงของ ที่เป็นสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าสาว ๆ แล้วดูเหมือนจะทำให้อารมณ์ชายหนุ่มดีขึ้นโดยปริยายเลยทีเดียว
“ก็เพราะมันรู้ไงว่าอย่างคุณศิวัฒน์ไม่เคยขาดของ อีกอย่างจัดให้ก็คงไม่ถูกใจ”
“ไม่ต้องทำปากดี ไอ้ภาคมันจะไปปาร์ตี้ที่ร้านไหน”
ชายหนุ่มรีบตัดบท เพราะเวลานี้กายเขาเริ่มร้อนวูบวาบขึ้นมาเมื่อมือเรียว และริมฝีปากของหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เริ่มจะซุกซนไปทั่วกายกำยำของเขาแล้ว
“เออแล้วเจอกัน”
“รีบมานะมึงอย่าช้า”
“เออ... แค่นี้ มีอะไรไลน์ทิ้งไว้เดี๋ยวกูเปิดอ่านเอง”
ศิวัฒน์บอกทิ้งท้ายแล้วกดวางสายโดยไม่รอให้อีกฝ่ายตอบอะไรกลับมา
“คุณไม่ค้างกับเมย์อีกคืนเหรอคะ”
หญิงสาวถามขึ้นทันทีเมื่อชายหนุ่มหันมาให้ความสนใจเธออีกครั้ง
“ผมต้องไปงานคืนนี้ เอาไว้ผมว่างจะแวะมาหาใหม่”
เขาไม่บอกเปล่าทว่ามือหนาแต่นุ่มคล้ายมือสตรีก็ทำหน้าที่ลูบไล้ที่ผิวเนื้อบริเวณเนินอกอวบไปด้วย
“คืนนี้คุณจะพาอีหนูคนไหนไปด้วยละคะ”
อีกฝ่ายถามออกไปน้ำเสียงอน ๆ เพราะรู้ดีว่าคนอย่างเขาไม่มีทางไปปาร์ตี้กับเพื่อน ๆ โดยไม่ควงใครไปด้วย
“ถ้าไม่อยากให้ผมไปกับใครก็ทำให้ผมอิ่มที่คุณสิครับ”
ทั้งน้ำเสียง และแววตานั้นเชื้อเชิญ ทั้ง ๆ ที่ของก็เคย ๆ กันอยู่ แต่ฝ่ายหญิงยังรู้สึกเขินสายตาคมกริบเวลาออดอ้อนนี้ไม่ได้
“ค่ะ เมย์จะทำให้คุณศิวัฒน์รีบกลับมาหาเมย์เลยค่ะ”
ร่างเล็กบอก แล้วก็เริ่มเป็นฝ่ายเปิดเกมก่อน ศิวัฒน์ปล่อยให้หล่อนเปิดและคุมเกมไม่นานเขาก็เป็นฝ่ายกลับมาคุมเกมรักนี้เอง
พายุอารมณ์กามบรรเลงขึ้นอีกครั้งในห้องชุดหรู สองเสียงส่งประสานแข่งกันอย่างไม่มีท่าทางว่าใครจะยอมใคร จากดังก้องเมื่อครู่ก็ค่อย ๆ ลดลง จนกระทั่งเงียบหายไปในที่สุด
ไนต์คลับหรูกลางเมืองกรุง กลุ่มสาว ๆ เฮฮาปาร์ตี้ส่งเสียงแข่งกับเสียงเพลงอย่างมีความสุข ในปาร์ตี้สละโสดของ ปิ่น พรชิตา เพื่อนสนิทของนพจิราอีกคน
“นี่พวกแกว่ารายต่อไปจะเป็นใครวะ”
ว่าที่เจ้าสาวเอ่ยขึ้นพร้อมกับยกแก้วไวน์ขึ้นดื่มหมดแก้ว
“นั่นสิ ยายฟ้า ยายเดียร์ หรือยายอิน”
ชาช่า รุ่นพี่สาวประเภทสองรีบสมทบขึ้น
“อินว่าน่าจะเป็นยายฟ้า เห็นควงจี๋จ๋าหวานแหววกับพ่อซุปสตาร์ออกหน้าออกตาขนาดนั้น”
“แกก็พูดไป คุณธิมเขาแฟนคลับเยอะจะตาย เดี๋ยวแฟนคลับ หรือนักข่าวมาได้ยินเข้า คุณธิมเขาเสียหายเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โตไปอีก ฉันก็ขี้เกียจตามไปแก้ข่าว”
คนถูกพาดพิงปรามเพื่อนรักยิ้ม ๆ
“ก็จะต้องไปตามแก้ทำไม ถ้าเป็นเรื่องจริงก็ดีสิ แฟนคลับคุณธิมเองก็เชียร์อยากให้เป็นแฟนกันจริง ๆ อยู่ไม่ใช่เหรอ ทำไมหรือแกไม่ชอบ หล่อออกเอาจริง ๆ ดูไปดูมาก็เหมาะสมกันดีอยู่หรอกนะ”
นาเดียร์เอ่ยขึ้นสมทบอย่างเห็นด้วยกับอินทุอร
“จริง เจ๊เห็นด้วยเมื่อกลางวันเจ๊ดูข่าวย้อนหลัง เจ๊ก็ว่าดูเหมาะสมกันดี อีกคนก็หล่อปานเทพบุตร อีกคนก็สวยเปรี้ยวซ่า แอบหวานเอาไว้นิด ๆ ให้พอได้น่าค้นหา แหม ... แต่หล่อนก็กล้าพูดนะว่ากลัวเป็นข่าว แล้วไอ้ที่ยืนอิงแอบแนบชิดแทบจะสิงร่างกันขนาดนั้นไม่กลัวเป็นข่าวเหรอย่ะ”
รุ่นพี่สาวประเภทสองพูดขึ้น พลางส่งค้อนให้ท้ายประโยคด้วย เพราะดูเหมือนภาพที่เห็นในข่าวเมื่อช่วงกลางวันกับสิ่งที่เจ้าตัวปรามเพื่อนรักดูจะตรงข้ามกันอยู่
“เจ๊ไม่ได้อยู่ตรงนั้นเจ๊จะรู้ไหมล่ะ เวลาถ่ายรูปคู่นักข่าวก็ให้ขยับชิดกันอยู่นั่นแหละ ใช่ว่าฟ้าจะเต็มใจเสียเมื่อไรเอาจริง ๆ ก็แอบกลัวบรรดาแฟนคลับอยู่เหมือนกันนะเจ๊”
“จะต้องกลัวทำไม เจ้เห็นมีแต่คนเชียร์ทั้งนั้น”
“แหมเจ๊ มันก็ต้องมีทั้งชอบและไม่ชอบนั่นแหละ ... เออนี่ว่าแต่ว่าที่สามีแกยังไม่มาอีกเหรอ ใช้ไม่ได้เลยปล่อยให้ว่าที่เจ้าสาวมานั่งรอ”
นพจิรารีบเปลี่ยนเรื่อง ด้วยรู้สึกไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้ เพราะเธอรู้ดีว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้ และจริง ๆ ก็อยากจะตีตัวออกหากจากซุปสตาร์หนุ่มคนนี้ด้วย เพราะไม่อยากเป็นข่าวอย่างที่เจ้าตัวบอกจริง ๆ นั่นแหละ
“เดี๋ยวตามมาดึก ๆ พี่ภาคขอไปปาร์ตี้ตามประสาหนุ่ม ๆ ก่อน”
“ออ แล้วก็ยอมว่างั้น” อินทุอรรีบท้วงขึ้น
ฝ่ายว่าที่เจ้าสาวได้แต่พยักหน้ายิ้ม ๆ แทนคำตอบ
“นี่หล่อนไม่กลัวว่าพี่ภาคของหล่อนจะไปคั่วสาว ๆ หรือไงกัน”
ชาช่ารีบเสริมต่อ
“ตอนนี้จะไปห้ามอะไรได้ แต่พวกแกก็รู้นี่ว่าพี่ภาคไม่ใช่คนนิสัยแบบนั้น”
“ก็จริงของแก ถือว่าแกโชคดีมากเลยนะ ที่ได้เจอไฮโซหนุ่มหล่อ แถมยังไม่เจ้าชู้แบบนี้”
นาเดียร์ที่นั่งฟังอยู่แสดงความเห็นบ้าน
“เอ่อนี่... ยายฟ้า เจ๊ว่าจะถามหล่อนหลายครั้งแล้ว ยังไม่มีโอกาสเลย”
ชาช่าถามขึ้นกลางวง ดึงเอาความสนใจจากทุกคนได้ ไม่ใช่เพราะเสียงหรืออะไรแต่มันเป็นเรื่องของนพจิรา
“ถามอะไรเจ๊”
คนตกอยู่ในหัวข้อประเด็นขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนหยิบเอาแก้วน้ำเปล่าขึ้นดื่ม
“เดี๋ยวเจ๊อย่าเพิ่งถามให้หนูถามก่อน”
จู่ ๆ อินทุอรก็ค้านขึ้น
“อะไรของแกยายอิน นี่พวกแกกับเจ๊จะมาตั้งคำถามอะไรกับฉันหนักหนา”
นพจิรา มองหน้าเพื่อน ๆ และรุ่นพี่สลับไปมาอย่างสงสัย ในใจก็นึกช่วงนี้เธอก็ไม่ได้มีอะไรที่ต้องตกเป็นข่าว และต้องมานั่งตอบคำถามเพื่อน ๆ เหมือนที่ผ่าน ๆ มา และหากเป็นเรื่องของซุปสตาร์หนุ่มทุกอย่างมันก็ชัดเจนไปตามข่าวอยู่แล้ว ส่วนความจริงก็บอกไปหมดแล้ว