ตอน 1

ชมจันทร์....

"ชมเที่ยงนี้กินอะไรดี" พินเพื่อนพยาบาลถามฉันเพราะนี่ก็ใกล้จะเที่ยงแล้ว

"ไม่รู้อ่ะคิดไม่ออกแกอยากกินอะไรล่ะ"

"อืมมม อาหารญี่ปุ่นดีมะชั้นอยากกินซูซิ"

"ร้านไหนล่ะ" ฉันถามอย่างไม่ได้ใส่ใจมากนักเพราะกำลังยุ่งอยู่กับเอกสารตรงหน้า

"จะร้านไหนอีกล่ะจ๊ะก็ร้านคุณอาร์ตไง"

"ไม่ไปอ่ะถ้าแกไปจะกินร้านนายนั่นแกก็ไปคนเดียวฉันขอกินก๋วยเตี๋ยวแถวนี้ดีกว่า"

"ไปเป็นเพื่อนฉันหน่อยสิเมื่อก่อนแกชอบกินไม่ใช่เหรอทำไมเดี๋ยวนี้ไม่ชอบแล้วล่ะ"

"กินบ่อยๆ ก็เบื่อมั้ยล่ะ"

"เบื่ออาหารญี่ปุ่นหรือเบื่อเจ้าของร้านกันแน่จ๊ะ อิอิ^^"

"เบื่อเจ้าของร้านจบมะ" ฉันหันไปตอบตามความจริงเพราะถึงจะโกหกยัยพินก็เซ้าซี้ถามอยู่ดีนั่นแล่ะ

"แกนี่ก็นะฉันเห็นคุณอาร์ตตามจีบแกมาตั้งนานเมื่อไหร่แกจะใจอ่อนสักทีล่ะ"

"ฉันไม่มีวันใจอ่อนให้คนอย่างนายนั่นเป็นอันขาดถ้าเธอรู้ว่าเมื่อก่อนนายนั่นทำอะไรกับฉันแกจะไม่เชียร์เขาแบบนี้หรอก"

"ถ้าให้เดาคงจะเป็นเรื่องที่เขาเคยล้อว่าแกไม่สวยตอนสมัยแกเรียนใช่ป่ะ"

"แกรู้ได้ไงยัยพินฉันยังไม่ได้เล่าให้เธอฟังเลยนะ"

"ก็คุณอาร์ตเล่าให้ฉันฟังน่ะสิจ๊ะ คุณอาร์ตบอกว่ารู้สึกผิดที่เคยล้อแกตอนนั้น"

"เหอะคนอย่างนายนั่นน่ะเหรอจะรู้สึกผิดให้แมวออกลูกเป็นไข่ก่อนเถอะฉันถึงจะเชื่อ"

"ดูแกจะไม่ชอบขี้หน้าคุณอาร์ตมากจริงๆ เลยนะชมทั้งที่เรื่องมันก็ผ่านมานานแล้ว"

"ถึงจะผ่านไปอีกร้อยปีฉันก็ไม่ลืม หึแกเชื่อไหมว่าตั้งแต่เกิดมาฉันไม่เคยเกลียดใครเท่านายนั่นมาก่อนเลยให้ตายเหอะ"

"โบราณเค้าว่าเกลียดแบบไหนได้แบบนั้นนะครับคุณพยาบาล" ฉันหันขวับไปทันทีทันใดก็เห็นนายอาร์ตยืนยิ้มแป้นอยู่ตรงหน้าเคาท์เตอร์

"อ้าวคุณอาร์ตสวัสดีค่ะเนี่ยพินกำลังจะชวนยัยชมไปทานอาหารร้านคุณอาร์ตอยู่พอดีเลยคุณอาร์ตมาก็ดีแล้วไปส่งพวกเราหน่อยนะคะขี้เกียจโบกแท็กซี่^^"

"ได้เลยครับผมพร้อมบริการอยู่แล้วโดยเฉพาะสาวๆ ^^"

"คุณอาร์ตทั้งใจดีทั้งหล่อแบบนี้ถ้าใครได้เป็นแฟนคงโชคดีน่าดูเลยนะคะ^^"

"ผมก็รอเป็นแฟนกับเพื่อนคุณพินอยู่นี่ไงครับ" ฉันมองบนทันทีที่ได้ยิน

"โอ๊ยจีบเพื่อนพินแบบนี้เลยเหรอคะพินเขินแทนยัยชมเลยอ่ะค่ะ พินว่านี่ก็เที่ยงแล้วงั้นเราไปกันเลยมั้ยคะพินหิวแล้วยัยชมก็น่าจะหิวเหมือนกัน ป่ะชม" ยัยพินพูดเองเออเองเสร็จสรรพทั้งที่ฉันยังไม่ได้ตอบตกลงว่าจะไปด้วยเลย สุดท้ายฉันก็โดนเพื่อนลากออกมาทั้งที่ไม่เต็มใจมาเลยสักนิด

"แกนั่งหน้ากับคุณอาร์ตนะส่วนฉันจะนั่งหลังเอง" ยัยพินคะยั้นคะยอให้ฉันนั่งด้านหน้ากับอาร์ตพอฉันนั่งยัยพินก็จัดการคาดเข็มขัดให้เรียบร้อยเสร็จสรรพจากนั้นก็ปิดประตูรถทันทีสักพักเจ้าของรถก็ขึ้นมานั่งประจำที่ ฉันหันไปมองยัยพินที่ยังไม่ขึ้นรถมาสักที

"มองหาใครมองหาคุณพินเหรอเค้าไม่ไปด้วยหรอกเค้าไปโน่นแล้ว" ฉันรีบมองตามที่อาร์ตชี้ปรากฏว่าเป็นยัยพินกำลังยืนโบกรถแท็กซี่อยู่และก่อนที่ยัยพินจะขึ้นรถมันก็หันมาโบกมือให้ฉันด้วย ฉันโดนเพื่อนหลอกเหรอเนี่ย ฉันจะลงจากรถก็ไม่ได้เพราะเขาไม่ยอมปลดล็อกสุดท้ายฉันก็ต้องนั่งไปกับเขา

"ลืมเอาปากมาด้วยหรือไงครับคุณพยาบาล" ขับรถมาได้สักระยะเขาก็หันมาถามฉันเพราะฉันไม่พูดกับเขาเลยสักคำเดียว

"เอามาแต่ฉันไม่อยากพูดกับนายจบมะ"

"สวยแล้วหยิ่งจริงๆ เลยนะเธอน่ะ"

"แน่นอนสิโดยเฉพาะหยิ่งกับคนแบบนายไง"

"ถามจริงเธอไม่คิดจะใจอ่อนกับฉันเลยเหรอวะชมฉันตามจีบเธอมานานแล้วนะเว้ยจนตอนนี้ไอ้คิมมันจะมีลูกคนที่สามแล้ว"

"ถึงคิมจะมีลูกคนที่สี่ที่ห้าที่หกฉันก็ไม่มีวันใจอ่อนให้คนแบบนายจำเอาไว้"

"หึเธอใจแข็งให้ตลอดนะเพราะถึงยังไงฉันก็จะต้องเอาเธอมาเป็นเมียให้ได้ไม่เชื่อก็คอยดู"

"ถามจริงนะอาร์ตถ้าฉันไม่สวยนายคิดจะจีบฉันมั้ย"

"ไม่อ่ะ" ฉันอึ้งกับคำตอบของเขามากมากจนพูดไม่ออกเลยค่ะ

ตอน 2

อาร์ต...

"ถามจริงนะอาร์ตถ้าฉันไม่สวยนายคิดจะจีบฉันมั้ย"

"ไม่อ่ะ" ผมตอบไปอย่างมั่นใจเพราะผมคิดยังไงก็พูดไปแบบนั้นผมมันคนตรงๆ

".............." แต่ทำไมคนฟังถึงเงียบไปเลยล่ะหรือรับไม่ได้กับคำตอบของผม

"เงียบทำไมอ่ะ"

"แล้วนายจะให้ฉันพูดอะไรขอบคุณสำหรับคำตอบอย่างงั้นเหรอ" ชมจันทร์หันขวับมาทันทีเธอมองผมด้วยสายตาเหมือนอยากบีบคอผมให้ผมตายไปซะ

"ฉันไม่ชอบพูดโกหกคิดยังไงก็พูดไปอย่างงั้นหรือรับไม่ได้กับคำตอบของฉัน"

"ฉันไม่อยากคุยกับนายแล้วจอดรถฉันจะลง"

"ยังไม่ถึงร้านอาหารเลยจะรีบลงไปไหน"

"ฉันจะลงตอนนี้ฉันไม่อยากกินข้าวกับนาย"

"ไม่อยากกินข้าวงั้นเหรอ อืมมงั้นเธอก็สั่งอย่างอื่นสิสั่งซาซิมิ ราเมง หรือจะกินปิ้งย่างได้นะร้านฉันมีทุกอย่าง"

"ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้นฉันหมายความว่าฉันไม่อยากกินกับนายฉันกินไม่ลงเข้าใจป่ะ"

"เธอกับฉันเรายังไม่เคยกินกันเลยนะหรือเธออยาก^^"

"ไอ้อาร์ตไอ้ลามกนายคิดอะไรห๊ะ!!!"

"ก็คิดแบบที่เธอคิดนั่นแล่ะ5555"

"สมองของนายคงคิดเรื่องแบบนั้นสินะ"

"อือใช่โดยเฉพาะอยู่ใกล้ๆ เธอฉันคิดตลอดแล่ะ"

"เหอะถ้าฉันรู้ว่าฉันไปศัลยกรรมมาแล้วต้องมาเจอคนแบบนายฉันไม่ทำดีกว่า"

"ทำมาน่ะดีแล้วเพราะที่เธอทำมามันสวยมาก ถ้าไม่ทำก็ไม่สวยฉันก็คงไม่สนใจหรอก"

"ทำไมผู้ชายถึงชอบมองผู้หญิงที่ภายนอก ถ้าไม่สวยจะไม่สนใจเลยว่างั้น"

"เธอต้องเข้าใจโลกเข้าใจความเป็นจริงนะ ผู้ชายคนไหนบ้างจะไม่ชอบผู้หญิงสาวๆ สวยๆ เธอเองก็ชอบผู้ชายหล่อๆ หน้าตาดีๆ ไม่ใช่หรือไงอย่างไอ้คิมอ่ะไม่งั้นเธอคงไม่ยอมเจ็บตัวไปทำสวยเพื่อต้องการให้มันสนใจหรอกจริงไหมแต่โชคร้ายที่มันดันแต่งงานมีเมียซะก่อน"

"ฉันไม่ได้ทำเพื่อให้คิมสนใจแต่ที่ฉันทำให้ตัวเองสวยขึ้นดูดีขึ้นเพื่อลบคำสบประมาทของนายต่างหากนายเป็นคนทำให้ฉันกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง ยังไงฉันก็ขอบใจนายเพราะพอฉันเปลี่ยนไปทุกคนรอบข้างก็ใจดีกับฉันมากขึ้นจากเมื่อก่อนไม่มีเลยมีแต่คนล้อดูถูกฉันต่างๆ นาๆ"

"เปลี่ยนคำขอบใจเป็นยอมคบกันฉันไม่ได้หรือไง"

"นายทำไมถึงอยากคบกันฉันนักผู้หญิงในสต๊อกของนายก็มีตั้งเยอะตั้งแยะ"

"รู้ได้ไงแอบสืบเหรอ ฮั่นแน่เธอเองก็สนใจฉันเหมือนกันสินะ"

"ไม่ต้องสืบก็รู้มั้ย นายคงไม่รู้ว่าผู้หญิงของนายมาระรานฉันถึงที่โรงพยาบาลหาว่าฉันจะไปแย่งนายมาจากเธอ"

"ใครชื่ออะไร"

"แล้วนายเลี้ยงใครไว้บ้างล่ะ" ผมนั่งคิดว่าใครกล้ามาหาเรื่องชมจันทร์ถึงโรงพยาบาล ผมยอมรับว่าเลี้ยงผู้หญิงไว้หลายคนแต่ว่าผมมีกฏว่าห้ามยุ่งเรื่องส่วนตัวของผม ผมต้องสืบให้ได้ว่าใครถ้ารู้ก็ต้องทำตามกฏที่ผมบอกไว้

"ทำไมเงียบไปล่ะหรือกำลังคิดอยู่ว่าใคร เหอะก็อย่างว่าอ่ะเนอะเลี้ยงไว้เยอะคงจำไม่ได้หรอก"

"อยากให้ฉันรับเลี้ยงเธออีกคนมั้ยล่ะเธอไม่ต้องทำงานเลยนะ สนใจป่าว^^"

"ฉันมีมือมีตีนฉันทำงานหาเงินเลี้ยงตัวเองได้ไม่ต้องให้นายมาเลี้ยง แต่ถ้าฉันจะหาคนมาเลี้ยงดูจริงๆ ก็คงมีแต่สามีในอนาคตของฉันเท่านั้นซึ่งไม่ใช่นายอย่างแน่นอน"

"ทำไมวะทำไมเป็นฉันไม่ได้"

"เพราะฉันเกลียดผู้ชายเจ้าชู้ยังไงล่ะ"

ชมจันทร์....

ที่ฉันพูดกับอาร์ตไปแบบนั้นเพราะฉันมีอดีตที่จำฝังใจเกี่ยวกับเรื่องนี้เรื่องผู้ชายเจ้าชู้ที่ฉันสาบานไว้เลยว่าถ้าฉันจะมีแฟนหรือมีสามีคนๆ นั้นต้องไม่เจ้าชู้ต้องรักเดียวใจเดียว ฉันไม่อยากเหมือนแม่แม่ที่จากฉันไปด้วยอาการตรอมใจสาเหตุก็เพราะพ่อของฉันเองพ่อทิ้งฉันกับแม่ไปแล้วมีเมียใหม่ ฉันจำได้ดีเลยภาพนั้นยังติดตาฉันอยู่ถึงทุกวันนี้

เล่าย้อนไปตอนที่ฉันอายุได้สิบขวบตอนนั้นฉันอยู่กับแม่และพ่อที่บ้านของเราซึ่งเป็นบ้านหลังเล็กๆ ครอบครัวของเรามีฐานะปานกลางไม่ได้ร่ำรวยและไม่ได้ยากจน แม่ฉันเมื่อก่อนร่างกายแข็งแรงแม่ทำงานที่โรงงานกับพ่อแต่แล้ววันหนึ่งแม่ประสบอุบัติเหตุในโรงงานทำให้ไปทำงานไม่ไหวเพราะร่างกายไม่แข็งแรงโชคดีที่ทางโรงงานให้เงินชดเชยมาก้อนหนึ่งแม่ก็เลยเอาเงินก้อนนี้มาเปิดร้านขายของชำเล็กๆ หน้าบ้านส่วนพ่อก็ยังทำงานอยู่ที่โรงงานเหมือนเดิม จนกระทั่งเวลาผ่านไปพ่อเริ่มไม่ค่อยกลับบ้านถ้ากลับมาก็จะหาเรื่องแม่ทะเลาะกับแม่ตลอด

จนกระทั่งวันหนึ่งมีคนในโรงงานมาบอกกับแม่ว่าเห็นพ่อไปเช่าห้องอยู่กับผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งผู้หญิงคนนั้นก็ทำงานโรงงานเดียวกันแม่และรู้จักแม่ด้วยตอนแรกแม่ก็ไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ แต่เพราะพ่อไม่กลับบ้านเลยแม่ก็เลยตัดสินใจปิดร้านแล้วพาฉันไปตามหาพ่อที่ทำงานเพื่อถามให้รู้เรื่องและพอมาถึงที่ทำงานก็ทำให้แม่รู้ว่าที่มีคนมาบอกมันคือเรื่องจริงเพราะแม่แอบสะกดรอยตามพ่อกับผู้หญิงคนนั้นไปถึงหอพักที่อยู่ข้างๆ โรงงานนั่นแล่ะ แม่โกรธและโมโหมากแม่ต่อว่าผู้หญิงคนนั้นว่าหน้าด้านไร้ยางอายแย่งสามีคนอื่นผู้หญิงคนนั้นไม่พอใจตรงเข้ามาทำร้ายแม่ฉันรีบปกป้องแม่ช่วยแม่แต่พ่อกลับปกป้องผู้หญฺิงคนนั้นแล้วทำร้ายแม่ต่อหน้าฉัน พ่อไล่ฉันกับแม่ให้กลับไปและบอกเลิกแม่พ่อพูดว่าพ่อเบื่อที่จะอยู่กับคนแบบแม่ตอนนี้พ่อมีเมียใหม่แล้ว แต่ที่ทำให้แม่เสียใจมากไปกว่านั้นก็คือผู้หญิงคนนั้นบอกความจริงกับแม่ว่าเงินที่โรงงานชดเชยให้แม่พ่อไม่ได้เอาให้แม่ทั้งหมดแต่พ่อเอามาให้ผู้หญิงคนนั้นไว้ใช้ไว้ซื้อของที่อยากได้

ตั้งแต่วันนั้นแม่ก็เริ่มมีอาการแย่ลงกินไม่ได้นอนไม่หลับเพราะเสียใจในสิ่งที่พ่อทำ แม่ตรอมใจมากจนป่วยเข้าโรงพยาบาลและในที่สุดแม่ก็จากฉันไปอย่างสงบซึ่งตอนที่แม่ยังอยู่แม่ได้ทำประกันชีวิตเอาไว้ให้ฉันเป็นผู้รับผลประโยชน์แต่เพียงผู้เดียว พอพ่อรู้พ่อก็มาขู่เอาเงินจากฉันเพราะตอนนี้พ่อตกงานเนื่องจากผู้จัดการโรงงานรู้เรื่องเงินชดเชยที่พ่อให้แม่ไม่หมดพ่อก็เลยถูกไล่ออกส่วนเมียใหม่พ่อพอรู้ว่าพ่อโดนไล่ออกไม่มีเงินให้ใช้เหมือนเมื่อก่อนก็บอกเลิกกับพ่อไล่พ่อออกจากห้องทำให้พ่อไม่มีที่ไป พอพ่อรู้ว่าฉันได้เงินประกันชีวิตของแม่พ่อก็เลยมาข่มขู่เอาเงินจากฉันพ่อบอกว่าฉันเป็นลูกยังไงฉันก็ต้องให้พ่อทั้งหมดแต่โชคดีที่ตอนนั้นน้าชื่นน้องสาวของแม่ที่ทำงานอยู่เกาหลีกลับมาร่วมงานศพของแม่น้าชื่นก็เลยช่วยจัดการทุกอย่างให้ทำให้พ่อทำอะไรไม่ได้เพราะหย่ากับแม่ไปแล้ว

หลังจากงานศพแม่ผ่านไปน้าชื่นก็แนะนำให้ฉันขายบ้านหลังนี้ไปซะเพราะไม่อย่างงั้นพ่อก็จะมาระรานไม่เลิก หลังจากประกาศขายไม่นานก็มีคนซื้อจากนั้นน้าชื่นก็พาฉันย้ายมาอยู่ในกรุงเทพหาที่เรียนให้ฉันใหม่และหาหอพักหญิงใกล้ๆ โรงเรียนให้ฉันอยู่น้าชื่นบอกว่าให้ฉันเรียนจนจบมอหกหลังจากนั้นน้าจะมารับไปอยู่เกาหลีด้วยกัน

ตั้งแต่วันนั้นฉันก็ใช้ชีวิตเพียงลำพังคนเดียวมาตลอดเพราะน้าต้องกลับไปทำงานที่เกาหลี ฉันโชคดีที่ถึงแม้ว่าฉันจะไม่มีแม่แต่ฉันก็ยังมีน้าสาวที่รักและหวังดีกับฉันน้าบอกว่าให้ฉันเก็บเงินประกันชีวิตของแม่เอาไว้ไม่ต้องเอาออกมาใช้ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายของฉันน้าจะรับผิดชอบให้เองเพราะน้ารู้สึกผิดที่ทิ้งพี่สาวตัวเองไปทำงานต่างประเทศ

ฉันใช้ชีวิตแบบนี้มานานหลายปีจนชิน ชินกับการอยู่คนเดียวไปไหนคนเดียวกินข้าวคนเดียวเพราะฉันไม่มีเพื่อนเลยสักคน จนกระทั่งวันหนึ่งฉันได้เจอกับรักแรกของฉันนั่นก็คือคิมหันต์

(คิมหันต์จะอยู่ในเรื่องชังรักเมียรับใช้นะคะ)

ฉันแอบชอบเขามาตั้งแต่มอสี่จนถึงมอหกฉันไม่เคยบอกความในใจให้เขารู้เลยเพราะในตอนนั้นฉันทั้งอ้วนทั้งขี้เหร่ ฉันทำได้แค่แอบมองเขาอยู่ห่างๆ จนกระทั่งถึงวันวาเลนไทน์ตอนมอหกฉันคิดว่านี่เป็นปีสุดท้ายแล้วที่ฉันจะได้เจอเขาเพราะถ้าจบมอหกไปเราทุกคนก็คงต้องแยกย้าย ฉันก็เลยตัดสินใจแอบเอาดอกกุหลาบไปให้เขาที่โต๊ะตอนที่เขายังไม่ขึ้นห้องแต่....แต่ฉันก็ถูกเพื่อนสนิทของเขาจับได้

"ยัยอ้วนดำเธอทำอะไร"

"เอ่อเปล่านะฉันไม่ได้ทำ" ฉันรีบปฏิเสธเสียงสั่น

"ไม่ได้ทำอะไรเห็นๆ อยู่"

"ฉันบอกว่าเปล่าไง!!"

"แล้วนี่อะไรดอกไม้ของใครอย่าบอกนะว่าไม่ใช่ของเธอ"

"เอ่อ...คือ"

"เธอชอบเพื่อนฉันเหรอวะ เหอะดูสารรูปตัวเองซะก่อนเหอะยัยอ้วนก่อนจะมาบอกรักใครไอ้คิมมันหล่อขนาดนั้นเธอคิดว่ามันจะมาชอบผู้หญิงที่ทั้งอ้วนทั้งขี้เหร่แบบเธองั้นเหรอห๊ะ อย่างเธอมันไม่มองให้เปลืองลูกกะตาหรอกตัดใจจากมันซะเถอะ"

"แต่...ฉันชอบคิมจริงๆ นะ"

"อย่างเธอถ้าอยากให้ไอ้คิมชอบมันก็พอมีวิธีอยู่นะอยากรู้มั้ยฉันจะบอก"

"บอกมาสิ"

"ข้อหนึ่งเธอคงต้องไปตายแล้วเกิดใหม่"

"ห๊ะนายว่าอะไรนะ!!!"

"ฟังฉันยังพูดไม่จบ ฉันยังมีข้อสองให้เธอเลือกนั่นก็คือเธอต้องไปศัลยกรรมให้มันดูดีกว่านี้ไม่แน่ไอ้คิมมันอาจจะหันมาสนใจเธอก็ได้ แต่..ฉันว่าเบ้าหน้าอย่างเธอคงไปไม่รอดทำไปก็แค่นั้นเปลืองเงินเปลืองแรงหมอเปล่าๆ เพราะฉะนั้นเธอตัดใจจากมันซะ"

และนั่นคือจุดเปลี่ยนในชีวิตของฉัน

ตอน 3

กลับมาที่ปัจจุบัน....

สุดท้ายฉันก็ต้องมานั่งกินอาหารญี่ปุ่นที่ร้านของอาร์ตด้วยความจำใจและจำยอม

"อยากกินอะไรสั่งเลยไม่ต้องเกรงใจ"

"แน่นอนสิฉันจะเกรงใจนายทำไม" ฉันตอบโดยไม่มองหน้าคนถาม สายตาของฉันตอนนี้กำลังหาเมนูที่ชอบกิน อยากจะบอกว่าฉันชอบกินอาหารญี่ปุ่นเป็นชีวิตจิตใจไม่รู้ทำไมเหมือนกัน เมื่อก่อนตอนที่ยังเรียนอยู่ฉันมักจะชอบไปเดินตลาดนัดแล้วฉันจะซื้อซูชิคำละสิบบาทยี่สิบบาทมากินตลอดเพราะมันอร่อย จนกระทั่งฉันเรียนจบมีงานทำมีเงินเดือนใช้ฉันก็เลยอยากมาลองกินอาหารญี่ปุ่นแพงๆ ดูบ้างว่ารสชาติมันจะต่างกันมาแค่ไหน สรุปคือก็ต่างกันพอสมควรโดยเฉพาะวัตถุดิบและตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาฉันก็มักจะเข้าร้านอาหารญี่ปุ่นเป็นประจำแต่ไม่ใช่ว่าฉันไม่ซื้อที่ทำขายตามตลาดนัดนะฉันก็ยังซื้อกินอยู่ดีเพราะมันราคาถูกและอร่อย

"ชม"

"อะไร"

"เธอเคยมีแฟนหรือเปล่า"

"ถามทำไม"

"ก็ถามดูเผื่อว่าฉันจะได้เป็นแฟนคนแรกของเธอไง^^"

"ฝันไปเถอะ"

"ฉันจะทำให้เธอใจอ่อนให้ได้"

"ถ้าทำได้ก็ลองดู"

"อย่าท้านะเว้ย"

"ฉันไม่ได้ท้าเพราะฉันมั่นใจว่าฉันไม่มีทางชอบผู้ชายแบบนายแน่"

"หึ"

"หึทำไม"

"เปล๊า"

ฉันมองหน้าอาร์ตที่ทำท่าทางกวนๆ ใส่อย่างไม่สบอารมณ์ สักพักอาหารก็มาเสิร์ฟฉันก็เลยเลิกสนใจเขาแล้วก้มหน้าก้มตากินอาหารตรงหน้าอย่างเอร็ดอร่อย อยากจะบอกว่าอาหารร้านอาร์ตทุกเมนูมันอร่อยมากๆ เหมือนไปกินถึงญี่ปุ่น

"กินเบาๆ ไม่มีใครแย่งหรอกน่า^^"

อาร์ต...

ผมนั่งอมยิ้มอย่างพอใจที่ได้ต่อปากต่อคำกับชมจันทร์เพราะมันทำให้ผมไม่เครียดดี คิดแล้วก็นะผมจะทำยังไงให้ชมจันทร์ยอมใจอ่อนกับผมสักทีผมอยากมีแฟนเป็นตัวเป็นตนเพราะที่ผ่านมาผมไม่เคยมีแฟนมาก่อนถึงผมจะมีสาวๆ ในสต๊อกเยอะแต่ผมก็ไม่เคยเรียกใครว่าแฟน ถามว่าทำไมผมถึงอยากได้ชมจันทร์มาเป็นแฟนนั่นก็เป็นเพราะเธอตรงสเป๊กผมทุกอย่างหมายถึงตอนนี้นะไม่ใช่เมื่อก่อนเพราะถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงไม่เสียเวลามาตามจีบแบบนี้หรอก และอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญก็คือแม่ของผมชอบชมจันทร์มากปลื้มมาก ถามว่าแม่ผมรู้จักชมจันทร์ได้ยังไงเรื่องมันมีอยู่ว่าเมื่อปีก่อนแม่ผมไปตรวจสุขภาพประจำปีที่โรงพยาบาลที่ชมจันทร์ทำงานอยู่ แล้วทีนี้ชมจันทร์ก็มาดูแลแม่ผมโดยที่เธอไม่รู้ว่านั่นคือแม่ผมและผมก็ไม่รู้ด้วยว่าพยาบาลที่ดูแลแม่คือชมจันทร์จนกระทั่งปีนี้ผมได้พาแม่ไปตรวจสุขภาพประจำปีที่โรงพยาบาลอีกครั้งทำให้ผมรู้ว่าพยาบาลที่แม่ปลื้มนักปลื้มหนาก็คือชมจันทร์แม่บอกให้ผมจีบชมจันทร์เพราะแม่อยากมีลูกสะใภ้เป็นพยาบาลแม่กลัวว่าผมจะเอาเด็กที่ผมเลี้ยงดูอยู่มาเป็นเมียแม่บอกแม่รับไม่ได้ผมก็เลยบอกแม่ไปตามตรงว่าผมตามจีบมาหลายปีแล้วแต่ก็ไม่สำเร็จ

"แกมันไร้ความสามารถจริงๆ นะตาอาร์ต ไม่รู้ล่ะยังไงแกก็ต้องเอาหนูชมมาเป็นลูกสะใภ้แม่ให้ได้" นั่นคือคำสั่งของแม่

"มองหน้าทำไมนักหนาเนี่ยฉันกินข้าวไม่ลง"

"เหอะนี่ขนาดกินข้าวไม่ลงนะหมดทุกอย่างที่สั่งมา5555" ผมแซวคนตรงหน้าที่ซัดอาหารทุกอย่างจนหมดเกลี้ยงผมเห็นแบบนี้ก็ปลื้มสิเพราะนั่นเท่ากับว่าชมจันทร์ชอบอาหารที่ร้านของผม

"ฉันแค่เสียดายของหรอกย่ะ"

"ว่าแต่เธออิ่มแล้วใช่ไหมจะได้เช็คบิล"

"ทำไมจะเก็บเงินฉันหรือไง"

"เปล่าฉันบอกเลี้ยงก็คือเลี้ยงดิ ฉันเลี้ยงเธอได้ตลอดชีวิตนั่นแล่ะ"

"ไม่ต้องเลี้ยงฉันมีเงิน"

"งั้นแปลว่ามื้อนี้เธอจะจ่ายเอง??"

"นายนี่เลิกกวนโมโหฉันสักวันจะได้ไหมเนี่ย"

"โอเคโอเคไม่กวนแล้ว งั้นเดี๋ยวฉันจะไปส่งเธอที่โรงพยาบาลนะ"

"อืมม"

หลังจากนั้นผมก็พาชมจันทร์ออกจากร้านแล้วขับรถพาเธอไปส่งที่โรงพยาบาลเพราะใกล้จะบ่ายโมงแล้วระหว่างทางที่ผมกำลังขับรถอยู่จู่ๆ ก็มีสายโทรเข้ามาเป็นเบอร์จากไอ้นัตผู้จัดการผับผมรีบขับรถเข้าข้างทางแล้วรับสายทันทีเพราะปกติมันไม่เคยโทรหาผมเวลานี้

"มึงโทรมามีอะไรไอ้นัต"

"แย่แล้วครับคุณอาร์ตเกิดเรื่องแล้ว"

"เรื่องอะไรของมึงไอ้นัต"

"ไอ้เมฆกับไอ้ชายพนักงานร้านเรามันทะเลาะกันครับคุณอาร์ต"

"ทะเลาะกันเรื่องอะไร"

"เรื่องผู้หญิงครับมันแย่งผู้หญิงคนเดียวกันตอนนี้มันจะแทงกันอยู่แล้วครับคุณอาร์ตไม่มีใครกล้าเข้าไปห้ามเลยเพราะกลัวโดนลูกหลง"

"เออๆ เดี๋ยวกูจะรีบไปที่ผับมึงดูไว้ให้ดีอย่าให้พวกมันแทงกันตายซะก่อน"

"ครับๆ คุณอาร์ตรีบมานะครับ"

"เออๆ" ผมวางสายจากไอ้นัตแล้วหันไปพูดกับชมจันทร์ที่กำลังมองหน้าผมอยู่เหมือนอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

"ชมเธอไปที่ผับกับฉันก่อนได้ไหมตอนนี้มีเรื่อง"

"อื้มมได้ๆ" จากนั้นผมก็รีบขับรถไปที่ผับทันทีเพราะกลัวจะเกิดเรื่องราวใหญ่โตกลัวจะมีการฆ่ากันตาย

ผมใช้เวลาไม่ถึงยี่สิบนาทีก็ขับรถมาถึงที่ผับผมไม่รอช้ารีบลงจากรถแล้ววิ่งเข้าไปในผับทันที พอเข้ามาก็เห็นเหตุการผู้ชายสองคนซึ่งเป็นพนักงานร้านผมเองพวกมันกำลังต่อสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตายใบหน้าแต่ละคนดูแทบไม่ได้โดยที่มือของพวกมันถือมีดกันอยู่คนละเล่มดูๆ แล้วน่าจะเป็นมีดปอกผลไม้ในครัว

"เห้ยพวกมึงหยุด!!!" ผมรีบห้ามมันสองคนที่กำลังถือมีดคนละเล่มแต่ดูเหมือนพวกมันจะไม่ได้สนใจเพราะเอาแต่จ้องหน้ากันอยู่และก่อนที่พวกมันจะพุ่งเข้าใส่กันผมก็เดินลงไปหาพวกมันแล้วขู่

"กูสั่งให้พวกมึงหยุดไงใครไม่หยุดกูจะให้การ์ดเอาไปกระทืบหลังร้าน!!!"

"นายไม่ต้องมายุ่งเรื่องนี้ผมจะไม่ยอมเด็ดขาดมันรู้ทั้งรู้ว่าผมตามจีบน้องฝนอยู่แต่มันก็ยังมาแย่งไป"

"ก็น้องเขาบอกว่าเขาไม่ได้ชอบมึงน้องเขาชอบกูแล้วมึงจะให้กูทำไงไอ้เมฆ"

"มึงอย่ามาโกหกกูไม่เชื่อ"

"พวกมึงจะฆ่ากันเพราะผู้หญิงคนเดียวเหรอวะห๊ะ" ผมถามพวกมันอย่างเหลืออดมีที่ไหนจะฆ่ากันตายเพราะผู้หญิงเพียงคนเดียวบ้าหรือเปล่าวะ

"ผมรักของผมอยู่ดีๆ ไอ้ชายมันก็มาแย่งของผมไปเป็นนายนายจะยอมไหมล่ะ" ไอ้เมฆมันย้อนถามผม

"ไม่จริงครับนายผมไม่ได้แย่งน้องเขามาบอกว่าชอบผมคนเดียว"

"มึงโกหก"

"กูไม่ได้โกหก" ผมถึงกับปวดประสาทไม่รู้จะทำยังไงดีกับพวกมันสองตัว ผมก็เลยให้คนไปตามตัวต้นเหตุนั่นก็คือฝนมาเคลียร์ว่าจะเลือกใครระหว่างไอ้เมฆกับไอ้ชาย

"พวกมึงจะยอมรับความจริงกันไหมถ้ากูจะให้ผู้หญฺิงที่มึงสองตัวแย่งกันมาเลือกว่าจะเลือกใคร" พอผมถามพวกมันก็เงียบ

"ว่าไง ถ้าฝนมันเลือกไอ้ชายมึงไอ้เมฆมึงก็ต้องยอมรับความจริงแต่ถ้าฝนมันเลือกไอ้เมฆมึงก็ต้องยอมรับความจริงนะไอ้ชาย"

"ครับ/ครับนาย" มันสองคนตอบเสียงกระท่อนกระแท่น

"แล้วมีดที่พวกมึงถือเอาโยนลงพื้นเดี๋ยวนี้กูสั่ง"

เพล้ง/เพล้ง พวกมันสองตัวยอมทำตามที่ผมสั่งจากนั้นผมก็ส่งสัญญาณให้ไอ้นัตไปเก็บมีดสองเล่มนั้นออกมา

เวลาต่อมา...

"เลือกมาว่าจะเอาใครระหว่างไอ้เมฆกับไอ้ชาย" ผมถามเด็กเสริฟที่ชื่อฝนที่ตอนนี้ยืนก้มหน้าก้มตาอยู่ตรงหน้า

"คือ..ฝนเลือกพี่..พี่ชายค่ะฝนรักพี่ชาย"

"พูดแบบนี้หมายความว่ายังไงวะฝนที่ผ่านมามันคืออะไร" น้ำเสียงไอ้เมฆสั่นเครือเมื่อได้ยินคำตอบของฝน

"ฉันขอโทษนะพี่เมฆฉันแค่สงสารพี่ฉันก็เลยไม่กล้าบอกความจริงกับพี่ว่าฉันรักพี่ชาย" ผมมองหน้าไอ้เมฆที่ตอนนี้ทรุดตัวนั่งลงไปกับพื้นอย่างคนสิ้นหวัง ผมเข้าใจความรู้สึกของมันดีว่าเสียใจขนาดไหนฟ

"ตอนนี้มึงก็ได้ฟังจากปากของฝนแล้วกูหวังว่ามึงจะยอมรับความจริงนะไอ้เมฆ" ไอ้ชายเดินไปหาไอ้เมฆที่ยังนั่งอยู่ที่พื้นอย่างคนหมดอาลัยตายอยากในชีวิตก่อนจะเดินจูงมือคนรักของมันเดินไปหลังร้าน ผมมองดูไอ้เมฆที่ยังนั่งอยู่ที่เดิมซึ่งผมก็ไม่รู้จะช่วยมันยังไงดี

ตอนนี้ทุกคนกำลังคิดว่าไอ้เมฆมันกำลังนั่งทำใจอยู่ก็เลยแยกย้ายกันทำหน้าที่ของตัวเองและในขณะที่ผมกำลังจะหันหลังกลับจู่ๆ สายตาของผมก็เหลือบไปเห็นไอ้เมฆมันร้องไห้แล้วก็หยิบมีดอีกเล่มออกมาจากกระเป๋ากางเกงด้านหลังมันกำลังจะเอามีดกรีดข้อมือตัวเองผมเห็นก็เลยรีบไปคว้ามีดเล่มนั้นออกมาจากมือของมันโดยไม่ทันระวังทำให้มีดมันบาดเข้ากลางฝ่ามือของผมจนเลือดกระฉูด

"โอ๊ย!!!" ผมร้องลั่นเมื่อความเจ็บแล่นเข้ามา

"นาย!!!ผมขอโทษ" ไอ้เมฆร้องไห้ขอโทษผมเพราะมันคิดว่ามันทำให้ผมเจ็บ

"อาร์ตนายเป็นยังไงบ้าง ใครก็ได้ขอผ้าสะอาดมาให้หน่อยค่ะฉันจะเอาซับแผล" ชมจันทร์ตะโกนถามคนในร้านด้วยน้ำเสียงตกใจเพราะตอนนี้เลือดผมไหลไม่หยุด

ชมจันทร์....

"นี่ครับผ้าสะอาด" เด็กผู้ชายคนนึงวิ่งเอาผ้ามาให้ฉัน

"ขอบใจจ๊ะ" ฉันรับผ้ามาจากนั้นก็รีบเอามันซับเลือดให้อาร์ตที่ตอนนี้เลือดยังไหลไม่ยอมหยุด ฉันคอยซับเลือดให้เขาพอมั่นใจว่าเลือดหยุดไหลบ้างแล้วฉันค่อยๆ ดูบาดแผลของเขาและเห็นว่าแผลของเขาลึกมากน่าจะต้องเย็บหลายเข็ม

"นายไปโรงพยาบาลเถอะแผลใหญ่ขนาดนี้คงต้องเย็บหลายเข็ม"

"เย็บเลยเหรอ ไม่อ่ะฉันกลัวเข็มฉันกลัวหมอ" อาร์ตส่วนหน้าบอกฉันเสียงสั่น

"ตัวโตขนาดนี้กลัวหมอกลัวเข็มเหรอ"

"ก็คนมันกลัวให้ทำไง"

"ถึงนายจะกลัวยังไงนายก็ต้องไปทำแผลที่โรงพยาบาลเข้าใจไหม"

"ถ้าฉันไปเธอจะอยู่ใกล้ๆ ฉันได้ไหมล่ะ" สายตาเว้าวอนทำให้ฉันอดสงสารไม่ได้ก็เลยพยักหน้า

"อืมฉันจะอยู่ข้างๆ นายเอง"

"ถ้าอยู่ใกล้เธอก็ไม่มีอะไรที่ฉันต้องกลัว" ฉันถอนหายใจกับคำพูดเสี่ยวๆ ของอาร์ต

"หวานซ้าาาาาา"

"ไอ้นัต!!!"

"โทษครับนาย><"

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED