ภาพที่เห็นเบื้องหน้าทำให้วรัศยาชะงักเท้าอยู่กับที่ ดวงตากลมโตจับจ้องไปที่ผู้ชายร่างสูงที่โผล่ขึ้นเหนือผิวน้ำดูมีเสน่ห์แห่งบุรุษไม่น้อย เรือนผมสีดำสนิทที่ถูกตัดไว้อย่างเป็นระเบียบลู่ลงมาเพราะเปียกน้ำติดใบหน้าคมสันที่มีหยดน้ำเกาะพราว คิ้วของเขาเข้มยาวอยู่เหนือดวงตาคมสีสนิมเหล็ก จมูกโด่งเป็นสันและริมฝีปากหยักลึกได้รูปคู่นั้น เล่นเอาวรัศยาต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น นี่สินะ พระเอกนิยายของเธอ เครื่องหน้าที่ดูสมชายเช่นนี้หาได้ไม่ง่ายนักในสังคมไทยปัจจุบัน ความคิดของเธอหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงแหลมเล็กของสตรีดังขึ้น
“ธีร์ขา ขึ้นจากน้ำเถอะค่ะ” ก่อนที่เจ้าของประโยคนั้นจะปลดผ้าที่พันปกปิดเรือนกายไว้อย่างหมิ่นเหม่ออกเผยรูปร่างยวนตาบุรุษเพศ ทั้งหน้าอกอวบอิ่ม เอวเล็ก สะโผกผายในชุดว่ายน้ำสีแสบตาแสนเซ็กซี่ตัวนั้น
ดวงตาสีสนิมเหล็กทอดประกายวาววามเมื่อทอดมองร่างอวบอิ่มที่ยืนอยู่บนชายหาด พลางค่อยๆขึ้นมาจากน้ำ ร่างสูงเพรียวในกางเกงว่ายน้ำเพียงตัวเดียวเปลือยอก ทำให้วรัศยาอดที่จะหน้าแดงไม่ได้
ทันทีที่เห็นธีรภัทรขึ้นมาจากน้ำแล้ว เจ้าของร่างอวบอิ่มก็แทบจะถลาไปกอดเขาไว้ทันที แล้วเขย่งปลายเท้าขึ้นจรดริมฝีปากลงทาบทับกับริมฝีปากหยักลึกแต่กระด้างของธีรภัทร ชายหนุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ไฟแรงที่อรันยาปรารถนาจะได้เขามาเป็นคู่ครอง จนวรัศยาอดที่จะเบิกตากว้างกับภาพที่เห็นนั่นไม่ได้ แม่สาวหุ่นล่อตะเข้นี่ช่างกล้าเสียจริงๆแต่ที่น่าตกใจมากกว่านั้นคือชายหนุ่มที่ถูกเรียกว่าธีร์กลับก้มลงบดเบียดริมฝีปากหนาได้รูปกับริมฝีปากอิ่มย้อยสีแดงสดอย่างเร่าร้อน มือหนาเอื้อมมาลูบไล้แผ่นหลังเนียนสีน้ำผึ้งอย่างแผ่วเบา
วรัศยาอ้าปากค้างด้วยไม่คิดว่าตัวเองจะมายืนแข็งทื่อมองดูหนังอาร์ที่กำลังเล่นสดๆอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้ พวงแก้มนวลร้อนผะผ่าวราวกับมีไฟมาอังใกล้ๆ
และสิ่งที่เธอไม่คาดคิดก็คือใบหน้าคมคายค่อยๆถอนจุมพิตออกมาจากเรียวปากอิ่มของฝ่ายหญิงหุ่นเซ็กซี่คนนั้นก่อนที่ดวงตาสีสนิมเหล็กคมกล้าจะตวัดมองมาทางเธออย่างขบขัน ราวกับว่าเขารู้ตัวอยู่นานแล้วว่ามีคนคนหนึ่งกำลังเบิกตาโตๆ จ้องมองมาทางเขาจนตาแทบถลนอยู่เป็นนานสองนาน
วรัศยารีบหลบตาคมที่พราวระยับคู่นั้นทันที จุดแดงๆเล็กๆเกิดขึ้นที่โหนกแก้มของหญิงสาวก่อนจะกระจายเป็นสีชมพูระเรื่อไปทั้งใบหน้าจนถึงลำคอระหง หญิงสาวสะบัดหน้าไปอีกทางพลางก้มหน้างุดๆ เดินหันหลังกลับไปยังทางที่พักของเธอ
“บ้าชะมัด อีตานั่นรู้ว่าเรายืนดูอยู่ตรงนั้นแท้ๆยังกล้าแสดงหนังอาร์ให้เราดูอีก บ้า ทุเรศ หน้าด้านที่สุด” หญิงสาวบ่นอุบอิบ
เท้าเล็กๆเตะทรายแรงๆเป็นการระบายอารมณ์ เมื่อดวงหน้าคมเข้มของผู้ชายแปลกหน้าที่เธอบังเอิญพบเจอมาเมื่อครู่ลอยเข้ามาในความคิดเธออย่างไม่ตั้งใจ ก่อนที่จะนึกอะไรขึ้นมาได้อย่างหนึ่ง ร่างบางชะงักกึก ดวงตากลมโตกลอกไปมาอย่างเซ็งๆ
“เราไปว่าเขาหน้าด้านที่ยืนจูบกับแฟนต่อหน้าเรา... แล้วเราจะไปยืนดูเขาทำไมล่ะเนี่ย!”
กระดาษที่ถูกขยำจนไม่เหลือรูปเดิมถูกขว้างปาไปที่ตะกร้าขยะอย่างแม่นยำ เสียงทอดถอนหายใจดังขึ้นอย่างกลัดกลุ้ม ก่อนที่ร่างบางจะก้าวเดินไปที่ตู้เย็นรินน้ำสะอาดใส่แก้วยกขึ้นดื่มอย่างกระหาย
คิ้วเรียวโก่งขมวดเข้าหากันด้วยขบคิดจนหัวแทบแตกก็ยังคิดฉากรักวาบหวาบหวามของคู่ พระ-นาง ในนิยายโรมานต์ที่เธอแต่งอยู่ไม่ได้
เธอก้าวเดินออกมาที่ระเบียงบ้านพักริมชายทะเล ลมเย็นๆที่มาปะทะร่างบางทำให้อารมณ์ที่เริ่มจะขุ่นมัว กลับมาแจ่มใสอีกครั้ง เสียงคลื่นทะเลที่ซัดสาดทำให้เธอนึกอยากจะลงไปสัมผัสน้ำเค็มๆให้สมกับที่มาเที่ยวทะเลสักครั้ง
“คุณครับ ผมมีเรื่องอยากจะคุยกับคุณ” เสียงทุ้มนุ่มที่ดังมาจากข้างล่างทำให้เธอต้องก้มลงมองอย่างสงสัย พร้อมกับเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าของเขาได้ถนัด
“คุณ!!”
“ทำไมคุณต้องทำหน้าเหมือนเห็นผีแบบนั้นด้วยครับ” ธีรภัทรทำเสียงล้อเลียน
“ให้ฉันเจอผียังดีกว่าเจอคุณ” เธอตอบกลับไปอย่างหงุดหงิด พลางตั้งท่าหมุนกายเตรียมกลับเข้าไปภายในห้อง
“เดี๋ยวสิคุณ” ร่างสูงร้องเรียกไว้อย่างตระหนกเมื่อเห็นร่างบางกำลังจะกลับเข้าไปในบ้านพัก
“อะไรของคุณอีก” วรัศยาตวาดแหวอย่างไม่ชอบใจก่อนจะอ้าปากค้างเมื่อเห็นชายหนุ่มเดินแกมวิ่งขึ้นบันไดบ้านพักของเธออย่างไม่รอฟังคำอนุญาต
“คุณ ลงไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้นะ” หญิงสาวผลักอกเขาอย่างแรง แต่ร่างสูงใหญ่กลับไม่ขยับเลยแม้แต่น้อย จนคนผลักเป็นคนหมดแรงไปเอง
“คุณคุยธุระกับผมก่อนสิครับ” เขาพูดเสียงอ่อน มือหนาจับมือหญิงสาวที่ผลักอกเขาไว้ พร้อมทำตาเชื่อม
“คุณบุกรุกที่พักของฉัน แล้วอย่างนี้ยังมีหน้ามาบอกว่าคุณมีธุระอีกเหรอไง” เธอเชิดหน้าขึ้นจนคนฟังแทบอยากจะจับคางเล็กๆเขย่าเบาๆอย่างเอ็นดู
“ถ้าผมไม่มีธุระกับคุณ ผมจะบุกรุกที่พักของคุณทำไมล่ะครับ แล้วผมจะหาโอกาสพบคุณได้ง่ายๆเสียที่ไหนกัน” ธีรภัทรพูดเสียงเรียบ ดวงตาสีสนิมเหล็กคมกล้า ปรอยลงอย่างแสนเสียดาย เมื่อเจ้าของร่างน้อยที่เขาพึงใจ ดึงมือออกจากการเกาะกุมของมือใหญ่ด้วยความหวงตัว
“คุณมีอะไรจะพูดก็พูดมา ฉันให้เวลาคุณ5นาที” วรัศยาถอยหลังไปยืนห่างจากเขาอีกหลายก้าวด้วยความหวาดระแวง ซึ่งชายหนุ่มก็พอจะเดาได้ถึงความไม่ไว้วางใจของหญิงสาว
“ครับๆ คือว่าผมชื่อว่าธีรภัทร เรียกว่าธีร์ก็ได้ครับ แล้วคุณชื่ออะไรเหรอ” หน้ายิ้มๆของเขาค่อยๆหุบลงอย่างช้าๆ เมื่อเห็นสายตาขุ่นขวางของหญิงสาว
“ถ้าคุณยังมัวมาถามอะไรไร้สาระแบบนี้ คุณลงไปจากบ้านพักฉันเลยดีกว่า” เธอพูดเสียงเย็น
“เอ่อ ก็ได้ครับ คือว่าผมมีเรื่องจะขอร้องคุณ”
“ขอร้องฉัน?” วรัศยาชี้นิ้วเข้าหาตัวเองอย่างไม่อยากจะเชื่อหู
“ใช่ครับ ผมอยากว่าจ้างคุณให้มาเป็นภรรยาในนามของผม” ธีรภัทรพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ติดจะเครียดๆเสียด้วยซ้ำ
“แล้วทำไมฉันต้องทำ” หญิงสาวทำตาขวาง ก่อนจะโบกมือไล่เขาออกไปอย่างหงุดหงิด
“เชิญคุณลงไปได้แล้ว ฉันไม่สนใจข้อเสนอของคุณหรอก”
“เดี๋ยวสิครับ ยังไม่ถึง5นาทีเลยนะครับ คือ ผมจะให้ค่าจ้างคุณ3หมื่น ไม่รวมเงินเดือนที่คุณจะได้รับทุกเดือนด้วย”
“คุณจะมาหลอกให้ข้อเสนองานสบายๆให้ฉันหรือไง คุณมีอะไรแอบแฝงหรือเปล่า”
“โธ่ คุณครับ ไว้ใจผมหน่อยเถอะ” ชายหนุ่มพูดเสียงออด ดวงตาพราวแพรวแบบคนเจ้าชู้เชื่อมหวานจนคนมองอดใจสั่นไม่ได้
“ฉันไม่ไว้ใจคุณ” เธอเชิดหน้าขึ้นสูง ภาพที่ชายหนุ่มจุมพิตดูดดื่มกับสาวสวยกลางที่โล่งแจ้งยังติดตาเธอไม่หาย
“ผมเป็นเจ้าของธุรกิจเครื่องแบบเรียนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย” พูดจบเขาก็หยิบกระดาษใบเล็กๆออกจากกระเป๋าสตางค์ส่งให้หญิงสาว
“นี่เป็นบัตรประชาชนของผม”
หญิงสาวรับมาก่อนจะเบิกตากว้างอีกรอบหนึ่ง
“ธีรภัทร ธนอดิทรัพย์” ใครบ้างจะไม่รู้จักผู้ชายที่ชื่อธีรภัทร ธนอดิทรัพย์ ที่เป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ไฟแรงที่กิจการกำลังรุดหน้าประสบผลสำเร็จอย่างไม่น่าเชื่อคนนี้
“คุณจะตกลงมั๊ยครับ? ผมจ่ายให้คุณเดือนละ3หมื่น”
“3หมื่น” เธอเบิกตากว้างอย่างตกตะลึงกับจำนวนตัวเลข ที่เธอนั่งแต่งนิยายทั้งเดือนก็ยังไม่ได้ถึงขั้นนี้เลย
“ใช่ครับ 3หมื่น” ชายหนุ่มเลิกคิ้วเข้มขึ้นสูงอย่างเป็นต่อ ดวงตาคมหรี่ลงมองร่างบางตรงหน้าอย่างพอใจที่เห็นท่าทางลังเลของหญิงสาว
“ฉันไม่ตกลง” วรัศยาพูดเสียงแข็งก่อนจะยื่นบัตรประชาชนคืนชายหนุ่ม เธอไม่ปรารถนาที่จะทำตามความต้องการเอาแต่ได้ของเขาโดยการแลกกับจำนวนเงิน3หมื่นเช่นนี้
“กลับไปเถอะค่ะ คุณไปหาคนใหม่จะดีกว่านะ” เธอพูดทิ้งท้าย พลางหมุนร่างก้าวเข้าไปในห้องแล้วปิดประตูใส่หน้าชายหนุ่ม ซึ่งธีรภัทรก็ยืนนิ่งเงียบโดยไม่คิดจะรั้งเธอไว้อีก
มือใหญ่ยกขึ้นลูบต้นคอตัวเองพลางถอนหายใจเบาๆอย่างเสียดายแล้วหันหลังเดินลงไปจากบ้านพักหลังเล็กๆของเธอ...
'อีตาบ้าเอ้ย อยู่ดีๆก็จะมาจ้างให้ฉันไปเป็นเมีย ฉันไม่ใช่เมียเช่าของใครนะ ทำแบบนี้เป็นการดูถูกกันชัดๆ' วรัศยาคิดในใจอย่างหงุดหงิด พร้อมกับขยำกระดาษอีกใบขว้างลงยังตะกร้าขยะ
“โอ๊ยยยย หงุดหงิด แล้วแบบนี้เมื่อไหร่ฉันจะแต่งนิยายจบเนี่ย อุตส่าห์มาแต่งที่ทะเลจะได้มีบรรยากาศดีๆแต่งลื่นไหล ที่ไหนได้....ดันมาเจออีตานั่นทำให้อารมณ์เสียซะได้” วรัศยาพูดพึมพำอย่างหงุดหงิดก่อนจะชะงักเมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์ดัง
“ฮัลโหล สวัสดีค่ะแม่” หญิงสาวรับโทรศัพท์เสียงใส ก่อนที่ใบหน้างามจะเริ่มเจื่อนลงอย่างเห็นได้ชัด
/ส่งเงินมาให้แม่หน่อย/
“อะไรนะคะแม่ ก็หนูเพิ่งให้เงินแม่ไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี่นา”
/เงินแค่5พัน จะใช้ได้สักกี่วันกันเชียว ไม่รู้ล่ะ ยังไงแกต้องส่งเงินมาให้แม่ ไม่งั้นก็ไม่ต้องกลับบ้านมาให้แม่เห็นหน้าอีก ลูกเนรคุณ ฉันไม่อยากเจอ/ พูดจบนางวันนาผู้เป็นมารดาก็กดตัดสายไปทันทีอย่างหงุดหงิดในขณะที่วรัศยาค่อยๆวางโทรศัพท์ลงกับโต๊ะอย่างหมดแรง
แค่อาชีพนักเขียนนิยาย ก็ทำให้เธอมีฐานะแค่พอกินพอใช้เท่านั้น และในตอนนี้นิยายเธอก็ยังแต่งไม่จบ แล้วเธอจะเอาเงินที่ไหนส่งไปให้แม่
คำว่า 'เนรคุณ' ที่แม่ใช้กับเธอทำให้น้ำตาของวรัศยาค่อยๆไหลลงมาอาบแก้มนวลอย่างช้าๆ มือเรียวยกขึ้นเช็ดน้ำตาตัวเองอย่างลวกๆ ดวงตาที่ฉายแววเหนื่อยใจและท้อแท้กลับมามีประกายตาแห่งความเด็ดเดี่ยวและเข้มแข็งอีกครั้ง
เธอจะไม่ยอมเป็นลูกเนรคุณในสายตาของแม่เด็ดขาด เธอต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เงินมา...
“ ผมอยากว่าจ้างคุณให้มาเป็นภรรยาในนามของผม” คำพูดของธีรภัทรลอยเข้ามาในหัวทำให้วรัศยาเปิดรอยยิ้มออกมาอย่างหมายมาด
เธอจะต้องรับงานชิ้นนี้เพื่อ....เงิน!!
“คุณธีรภัทร วู้ๆๆๆๆๆๆ” หญิงสาวป้องปากตะโกนเรียกหน้าบ้านพักหลังใหญ่อย่างไม่อายต่อสายตาของใคร
“คุณเป็นใครครับ” ลุงแก่ๆที่ทนฟังเสียงตะโกนของหญิงสาวไม่ไหวเดินออกมาดู แต่ไม่ยอมเปิดประตูรั้วให้เธอได้ก้าวเข้าไปด้านใน
“ฉันมีธุระจะคุยกับคุณธีรภัทร” วรัศยาเชิดหน้าขึ้นอย่างมั่นใจ ก่อนจะหน้าเจื่อนลงเมื่อเห็นสายตาของชายชรามองกวาดตั้งแต่หัวจรดเท้าของเธอ
ผิดด้วยเหรอที่เธอแต่งตัวด้วยเสื้อแขนสั้นกับกางเกงยีนส์และรองเท้าผ้าใบคู่เก่ง
“กริ่งหน้าบ้านก็มี ทำไมคุณไม่กดครับ มาร้องเรียกแบบนี้ทำไม” สายตาของชายตรงหน้าเหมือนจะบอกเธอเป็นนัยๆว่าเธอนั้น 'บ้านนอก'
“ก็ฉันอยากเรียกนี่นา แบบว่าไม่ชอบใช้กริ่งน่ะ” เธอตอบเสียงเรียบๆทั้งๆที่หน้าชาดิกจนแทบไม่มีความรู้สึก
“เหรอครับ” นายเอก พ่อบ้านของธีรภัทรมองเธออีกครั้งด้วยสายตาประเมินก่อนจะพูดตัดรอน
“คุณธีร์ไม่อยู่หรอกครับ กลับไปเถอะ”
“วู้ๆๆๆๆ คุณธีร์ ทางนี้ๆๆๆ” วรัศยาโบกไม้โบกมือเรียกเมื่อเห็นร่างสูงคุ้นตากำลังเดินออกมาจากตัวบ้านทันทีโดยไม่สนใจคำพูดของนายเอกเลยแม้แต่น้อย
“อ้าว คุณ!” ธีรภัทรเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ แล้วสาวเท้าเดินเข้ามาหาหญิงสาว
“ทำไมไม่เปิดประตูรั้วให้เธอเข้ามา” เขาหันไปต่อว่าพ่อบ้านแก่ๆด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“ขอโทษครับๆๆๆ” นายเอกรีบก้มหัวขอโทษ พร้อมกับรีบเลื่อนประตูรั้วให้หญิงสาวเข้ามา
“มีธุระอะไรครับ” เขาถามพลางหลุบเปลือกตาลงมองหญิงสาวที่ตัวเล็กแค่อกของเขาด้วยแววตาแปลกๆ
“ฉันจะมาเจรจาธุรกิจกับคุณ” เธอพูดฉะฉานก่อนจะยกมือขึ้นกอดอกอย่างจริงจัง แต่ในสายตาของเขาแล้ว ท่าทางแบบนั้นมันเหมือนเด็กกะโปโลที่ทำท่าอวดดีเสียมากกว่า
“ธุรกิจ???” ธีรภัทรเลิกคิ้วขึ้นสูงอีกรอบ พยายามกลั้นยิ้มเอาไว้อย่างสุดความสามารถเมื่อเห็นใบหน้างามพยักหน้าหงึกหงักขึ้นลงอย่างวางมาด
“เชิญเข้าไปคุยในบ้านผม” ชายหนุ่มผายมือก่อนจะเป็นฝ่ายเดินนำหญิงสาวเข้าไปในบ้านพักที่เขาซื้อเอาไว้สำหรับมาพักผ่อนหย่อนใจ
“มีอะไรก็ว่ามา” ชายหนุ่มพูดหลังจากที่เขากับเธอทรุดลงนั่งบนโซฟาตรงกันข้ามกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“ข้อเสนอของคุณน่ะน่าสนใจดีนะ” หญิงสาวพูดเกริ่นๆพลางชำเลืองมองสีหน้าของชายหนุ่มไปด้วย
“คุณปฏิเสธไปแล้วไม่ใช่เหรอ” เขาถามน้ำเสียงยียวนพลางทำทียกแก้วน้ำที่นายเอกเอามาเสิร์ฟขึ้นจิบ
“แต่ว่า...อ้ะ” วรัศยาอุทานอย่างตกใจเมื่อกระดาษแผ่นเล็กที่เธอถือมาจากบ้านได้ปลิวหล่นลงบนพื้นพรม
“ซุ่มซ่ามจริงๆเลยนะยัยเด็กน้อย” ธีรภัทร์ส่ายหน้าอย่างระอากับท่าทางเด็กๆของอีกฝ่ายก่อนจะสำลักน้ำทันทีเมื่อวรัศยาก้มลงเก็บกระดาษ
พรวด!!
คอเสื้อที่ค่อนข้างกว้างรั้งลงจนเห็นอกอิ่มที่ซุกซ่อนอยู่ในบราเซียตัวจิ๋วอย่างชัดเจน
“อะไรของคุณน่ะ” วรัศยาเงยหน้าขึ้นส่งผลให้ชายหนุ่มรีบเบือนหน้าหนีไปอีกทางทันทีแล้วดึงผ้ามาซับที่ปากอย่างรวดเร็ว
“น้ำติดคอน่ะ ไม่มีอะไรหรอก” เขาพูดทั้งๆที่ไม่ยอมสบตาเธอ
“น้ำมันติดคอได้ด้วยเหรอ แล้วเมื่อกี้คุณว่าใครเด็กมิทราบ” วรัศยาพูดลอดไรฟันเสียงเขียวในขณะที่ชายหนุ่มยกมือขึ้นอย่างยอมแพ้
“ครับๆ ไม่เด็กหรอกครับ คุณน่ะ...มีเยอะเกินตัวเสียอีก” ประโยคท้ายๆชายหนุ่มพูดเสียงเบาหวิวแต่วรัศยาไม่ได้ใส่ใจฟังนัก เธอรีบพูดเข้าตรงประเด็นถึงสาเหตุที่ทำให้เธอต้องมาเยือนบ้านของเขาทันที
“ฉันจะทำงานให้คุณ แต่คุณต้องทำตามกฎที่ฉันเสนอไป” เธอพูดเสียงเด็ดขาด มองธีรภัทรที่หรี่ตาลงมองเธออย่างสนใจ
“กฎอะไร” เขาถาม ดวงตาคมเบิกกว้างเมื่อเห็นเนื้อความในกระดาษที่เธอยื่นมาให้เขาอ่าน
“คุณต้องทำตามข้อตกลงนี้อย่างเคร่งครัดนะคะคุณธีรภัทร์” หญิงสาวพูดยิ้มๆเมื่อเห็นท่าทางอึ้งๆของชายหนุ่ม........
“ข้อ1 ห้ามปล้ำฉันเด็ดขาด ข้อ2 ต้องให้อิสระแก่ฉัน ข้อ3 ห้ามเบี้ยวเรื่องเงิน 3ข้อนี้สำคัญมาก คุณต้องทำตามทุกข้อ เข้าใจมั๊ยคะคุณธีรภัทร” พูดจบ หญิงสาวก็ยัดกระดาษลงบนฝ่ามือชายหนุ่มพร้อมทำเสียงเจ้าเล่ห์
“คุณจะลองเอาไปอ่านดูอีกรอบให้ชัดเจนก็ได้นะคะ จะได้ตัดสินใจถูกว่าควรจะว่าจ้างฉันไปทำงานดีหรือเปล่า”
“ไม่ต้องอ่านหรอก ผมตกลง” ชายหนุ่มส่งกระดาษคืนให้หญิงสาว ชั่ววูบหนึ่งที่แววตาของเขาบังเกิดเป็นประกายท้าทายขึ้นมา
“ดีค่ะ เข้าใจตรงกันแล้วก็ดี ว่าแต่ว่าคุณจะให้ฉันทำหน้าที่ยังไงบ้าง” เธอเปิดปากถาม อดที่จะลอบมองเสี้ยวหน้าคมเข้มของอีกฝ่ายไม่ได้
“หน้าที่เมียเขาทำกันยังไงล่ะ คุณก็น่าจะรู้ดีไม่ใช่เหรอ หึหึ” ประโยคท้าย ชายหนุ่มแอบหยอดเสียงหัวเราะในลำคอที่ฟังดูไม่น่าไว้วางใจลงไปด้วยเล่นเอาหญิงสาวกลืนน้ำลายลงคอลำบาก
“คุณอย่าพูดบ้าๆ” ดูจากสีหน้าและน้ำเสียงสั่นๆของหญิงสาว เขาก็พอจะเดาออกแล้วล่ะว่าเธอคิดอะไรอยู่
“คุณคงคิดทะลึ่งอยู่ล่ะสิ ผมหมายถึงว่า หน้าที่เมียน่ะ จะต้องคอยรับมือกับบรรดาสาวๆผู้ลากมากดีที่คุณแม่ของผมต้องการได้มาเป็นลูกสะใภ้ต่างหากล่ะ”
“คุณจ้างฉันสามหมื่นเพื่อไปทำอะไรงี่เง่าแบบนี้นี่นะ” วรัศยาเบ้หน้าอย่างไม่ชอบใจ
“ผมอยากหาผู้หญิงที่ผมรักมาเป็นคู่ครองมากกว่าอยู่กับผู้หญิงที่แม่เลือกให้ คุณเข้าใจหรือยัง”
“เอ๊ะ...ดูน้ำเน่าชอบกล เหมือนเคยอ่านเจอในนิยายเล่มไหนสักเรื่องหนึ่ง” หญิงสาวยกนิ้วชี้ขึ้นจิ้มคางทำท่าครุ่นคิดจนเขาอยากจับจูบซะให้เข็ด จะได้เลิกทำท่ายียวนใส่เขาแบบนี้เสียที
“ถ้าคุณตกลงจะทำงานให้ผม พรุ่งนี้ก็เตรียมเก็บของแล้วมารอผมที่บ้านหลังนี้เวลาบ่ายสามก็แล้วกันนะ” ชายหนุ่มพูดเป็นเชิงตัดบทก่อนที่ความคิดจะเตลิดไปมากกว่านี้
“โอเคค่ะ งั้นฉันกลับล่ะ” เธอพูดพลางก็ลุกขึ้นโดยไม่ทันสังเกตว่ามีลูกตาคมๆของใครบางคนลอบมองที่สะโพกตึงที่ถูกซุกซ่อนอยู่ภายใต้กางเกงยีนส์ตัวเก่า
“ครับ แล้วเจอกันพรุ่งนี้” ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนแล้วเดินตามไปส่งหญิงสาวที่หน้าประตูรั้ว
“ค่ะ” วรัศยารับคำ และนั่นก็เป็นคำสุดท้ายที่เธอได้พูดคุยกับเขาในวันนี้
ร่างบางนอนพลิกกระสับกระส่ายอยู่บนที่นอน ดวงตากลมโตเหม่อมองเพดานห้องอย่างลังเลใจ
'บ้าชะมัด พรุ่งนี้เธอจะต้องไปทำงานกับเขาอยู่แล้ว แต่ทำไมเธอถึงเพิ่งจะมาคิดมากนะ เขาเป็นผู้ชาย ในขณะที่เธอเป็นผู้หญิง ถึงเขาจะเป็นถึงนักธุรกิจร่ำรวยมหาศาล ซึ่งคงไม่มีวันจะหันมามองผู้หญิงที่มีอาชีพเป็นนักเขียนเล็กๆอย่างเธอ แต่ว่า...ถ้าอยู่ใกล้ๆกันมากๆแล้วเกิดมีอะไรผิดพลาดขึ้นมา เพราะธีรภัทรนั้นมีข่าวคาวเรื่องผู้หญิงอยู่บ่อยๆจนใครๆก็พากันเรียกว่าเขาเป็นคาสโนว่า แล้วเธอจะทำยังไงดี' วรัศยาคิดในใจอย่างกังวล คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันมุ่น
'แต่ว่า...คู่ควงของธีรภัทรแต่ละคนมีแต่สวยๆหุ่นดีๆ แต่งตัวมีรสนิยมทั้งนั้นนี่นา เขาคงจะชอบผู้หญิงสวยๆ คงไม่ผิดกฎมาจับเธอปล้ำหรอกกระมัง....แต่อะไรๆก็เกิดขึ้นได้นี่นา' เสียงทอดถอนหายใจดังขึ้นแรงๆเพื่อระบายความอัดอั้น ก่อนที่ดวงตากลมจะสว่างวาบขึ้นเมื่อนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
'ใช่แล้ว หมอนั่นชอบคนสวยๆนี่นา...ถ้างั้นเธอก็ต้องทำตัวให้ตรงกันข้ามกับสเปคของเขา เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง !!!!'