ตอน 1

มอส นักศึกษาปี 3 คณะบริหารธุรกิจ

ลูกครึ่งไทย-เยอรมนี หล่อ เท่ หน้าอินเตอร์ ตาสองชั้นคมเข้ม นัยน์ตาสีน้ำตาลประกายทองดุดัน ผิวสีแทนน้ำผึ้ง เป็นที่ชื่นชอบของสาว ๆ ในมหาวิทยาลัย มีนิสัยเจ้าชู้ กินเรียบไม่เลือก แต่อีกมุมเป็นคนเคร่งขรึม เยือกเย็น ตรงไปตรงมาและโคตรซึน! ชื่นชอบการทำธุรกิจ การลงทุน การบริหารจัดการ อะไรยิ่งเสี่ยงยิ่งชอบ ชอบเอาชนะ ชอบเป็นที่หนึ่งและชอบแข่งขัน ชีวิตแต่ละวันไม่มีอะไรมาก กินเหล้า มั่วผู้หญิง เรียน ลงทุน ลงทุน ลงทุน!! แต่เป็นที่พอใจ ไม่ได้รู้สึกเบื่อหน่ายกับชีวิตที่เป็นอยู่ จนกระทั่งมีเหตุการณ์สั่นคลอนชีวิตปกติสุขของมอส นั่นก็คือการต้องพ่ายแพ้ให้กับ 'มิริน' ผู้หญิงหน้าสวย แต่จิตใจโหดเหี้ยม!! ชอบแข่งขันและชอบเอาชนะ บ้าพลังยิ่งกว่า!! ทำให้ชื่อเสียงการเป็นที่ 1 ของมอสพังพินาศลงทันที!! แต่คนอย่างมอสเนี่ยนะจะยอม!! ไม่มีวันยอมหรอก ถ้าต้องยอมผู้หญิงบ้าพลังคนนั้น ยอมให้หุ้นร่วงยังดีเสียกว่า!!!

มิริน สาวสวยหุ่นดี นักศึกษาปี 3 คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา

ขวัญใจหนุ่มทั้งคณะ ยกให้เป็นเดอะเบสต์ สวย เซ็กซี่ หุ่นดีฟิตเฟิร์ม ตาเฉี่ยว จมูกโด่ง ปากอวบอิ่ม ขนตางอนยาวเป็นธรรมชาติ ผิวขาวใสออร่า โดดเด่นโดยไม่ตั้งใจ ฮอตเงียบ ใครเห็นเป็นต้องตกหลุมรัก แต่ทำได้แค่มอง!! นั่นก็เพราะว่า มิรินคนที่สวยฮอตคนนี้ดันหลงรักปีศาจร้ายอย่างรุ่นพี่อาชิน่ะสิ!! รักมากรักคนเดียวรักมาตั้งแต่เด็ก ยอมทนเจ็บปวดกับความรักครั้งนี้มาเนิ่นนานแสนนาน เสียใจแค่ไหนก็ยังบอกตัวเองว่าไหว!! ยังดีที่มีเพื่อนสนิทไว้เป็นคนคอยปลอบใจ แต่เห็นสวยฮอตแบบนี้ รักเดียวใจเดียวแบบนี้ มิรินก็แอบมีปมถูกรังแกมาตั้งแต่เด็กเลยล่ะ เป็นความเจ็บปวดอีกหนึ่งเรื่องที่เก็บซ่อนไว้กับตัวเองเท่านั้น และสามารถพลิกความเจ็บปวดจากวัยเด็กทำให้ตัวเองเข้มแข็งได้ ฝึกฝนอย่างหนักจนกลายเป็นคนแข็งแกร่ง กล้าหาญและไม่ยอมแพ้!! และแล้วอยู่มาวันหนึ่ง มิรินก็ได้เจอกับคู่แข่งที่เท่าเทียมกันอย่าง 'มอส' ผู้ชายหน้าเลว ลุคดูเจ้าชู้ แถมขี้เก๊ก คิดว่าตัวเองหล่อเริ่ดอยู่คนเดียว เพราะแบบนี้เลยเกิดเรื่องเข้าใจผิดเพราะหน้าตาอีตานั่นที่ดูยังไงก็ไม่น่าไว้ใจ ทำให้มิรินต้องจัดฉากสั่งสอนบทเรียนของการยอมแพ้ให้มอสสักหน่อย!!!

ตอน 2

ชีวิตผมไม่ค่อยมีอะไรพิเศษนักหรอก แต่ก็ไม่ธรรมดา เรียบง่ายบ้าง เรียบหรูบ้าง แล้วแต่โอกาส แล้วแต่อารมณ์ ผมค่อนข้างโลกส่วนตัวสูงระดับปกติ ที่น้อยกว่าไอ้โนอา รายนั้นนะ แค่จะยกขาข้ามอาณาเขต มันรอจุดไฟเผาเลย โลกส่วนตัวสูงระดับสูงปี๊ด!!

แค่ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ แต่มาว่าด้วยเรื่องของผมดีกว่า

อย่างที่รู้กัน ผมเป็นเด็กกำพร้าหน้าอินเตอร์ ฝรั่งจ๋าเลยทีเดียว ถ้าไม่อาบแดดให้ผิวแทนและพูดทักทายภาษาไทยคนก็เข้าใจว่าผมต่างชาติร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เปล่าเลย ถ้านับเป็นเปอร์เซ็นต์ก็แค่ห้าสิบ เพราะผมเกิดที่ไทย

แม่มะลิเคยเล่าให้ฟังว่า แม่แท้ ๆ ของผมเอามาฝากเลี้ยงที่บ้านโอบกอดตั้งแต่อายุ 7 เดือน แล้วก็เงียบหายไปเลย ส่วนพ่อแท้ ๆ เป็นชาวต่างชาติประเทศเยอรมนี ตอนแรกผมฟังก็สงสัยว่าทำไมแม่เลี้ยงผมไม่ได้ มีแฟนเป็นถึงชาวต่างชาติ และทุกข้อสงสัยก็ถูกเปิดเผย เพราะผมบังเอิญไปได้ยินพี่เลี้ยงพูดกันว่า แม่ผมเป็นผู้หญิงขายบริการ ท้องแล้วทิ้งภาระไว้ให้คนอื่นรับผิดชอบ ส่วนตัวเองก็หนีกลับไปทำงานต่อโดยไม่แคร์สายเลือดที่คลอดออกมา

ไม่ ๆ ไม่ต้องดราม่านะ เพราะผมชิล ๆ ไม่ได้เป็นปัญหากับผมเลยด้วยซ้ำ ตอนที่ได้ยินก็แค่ส่ายหัวเบา ๆ เอือมที่พี่เลี้ยงแอบอู้งานเสียมากกว่า เอาเป็นว่ารู้จักผมแค่นี้ก็พอ เพราะตอนนี้ผมกำลังยุ่ง

ผวัะ ๆ ๆ!!

“มึงทำตัวสารเลวใส่ผู้หญิง แล้วไม่คิดจะขอโทษ กูทนไม่ได้จริง ๆ ว่ะ” 

“ขอโทษครับ!! ผมไม่ทำอีกแล้วครับพี่!! ปล่อยผมไปเถอะนะ!!” 

ผมแสยะยิ้มพลางมองไอ้หน้าจืดที่ตอนนี้กำลังคุกเข่าอยู่ต่อหน้าผม ใบหน้ามันมีรอยแดงซ้ำ เลือดซึมที่ขอบปากเล็กน้อย เพราะถูกผมสั่งสอนไปเมื่อกี้ ผมพยักหน้าให้การ์ดสองคนที่ยืนข้างหลังมัน ทันทีที่ได้รับคำสั่งเงียบ การ์ดสองคนก็เดินเข้ามาหิ้วปีกไอ้หน้าจืดแล้วลากตัวมันเข้ามาใกล้ผมที่ยืนสูบบุหรี่รอ

ควันบุหรี่ลอยปะทะใบหน้าจืดของมันอย่างจงใจ ก่อนที่ผมจะเอื้อมมืออีกข้างจิ้มหน้าผากและจ้องตามันนิ่ง จนมันต้องหลับตาหนี คงเพราะหวาดกลัว...เกินเหตุ “อย่าได้เที่ยวมาทำตัวเลวทรามที่คลับกู ถ้าแข็งมากไม่มีที่ลงมึงก็ไปซื้อกิน ไม่ใช่มาลวนลามผู้หญิง เข้าใจไหม?!!” ไอ้หน้าจืดพยักหน้ารัว ๆ แต่อ้ำอึ้งไม่ขยับปากตอบคำถามของผม “กูถามว่า...เข้า ใจ ไหม?!!” 

“เข้าใจครับ!! ผมจะไม่ทำอีกแล้วครับ!! ขอโทษครับ!!” 

“เอ้อ!! มีปากก็ตอบสิวะ!! อย่ามาให้กูเห็นหน้าอีกไม่งั้นเจอหนักกว่านี้แน่ เข้าใจ๊?” 

“เข้าใจครับ!! ผมขอโทษครับ!!” 

ผมพยักหน้าให้การ์ดอีกครั้งเป็นสัญญาณให้ปล่อยและในทันทีที่การ์ดปล่อย ไอ้หน้าจืดก็วิ่งหนีหัวชนฝา แต่ถ้าจะเรียกให้ถูก วิ่งหนีหัวชนซอกตึกไปแบบไม่คิดชีวิต

“ไอ้สัตว์มอส” คำด่านิ่ง ๆ เบา ๆ ลอดมาจากด้านหลัง และไม่ต้องเดาก็รู้ว่ามันเป็นใคร

“อะไรของมึงไอ้โนอา อยู่ดี ๆ มาด่ากูทำไม?” 

“ก็ด่าเพราะมึงขยันไล่ลูกค้านี่ไง! กูกับพี่กัสหาลูกค้ากันจะเป็นจะตาย สมควรโดนด่าไหม?” 

“คร้าบ แล้วมึงเห็นมันทำเลวกับผู้หญิงไหมล่ะครับ?” ผมรีบหันไปเถียงขณะเดียวกับที่สูบบุหรี่สุดก้นมวน ก่อนจะโยนก้นบุหรี่ที่เหลือลงพื้นด้วยความเคยชิน

“กูเห็นแต่มึงนั่นแหละที่ทำเลวกับผู้หญิง” พูดจบมันก็เดินส่ายหัวกลับเข้าไนต์คลับ ผมหน้าเหวอเพราะยังไม่ทันได้เปิดปากเถียง ก่อนจะรีบเดินตามเข้าไปติด ๆ เพื่อไปเถียงให้ชนะมัน

“กูไม่ได้ทำเลวสักหน่อย!! อย่ามาเหมารวมดิ!!” 

ไอ้โนอาไม่สนใจที่ผมกำลังพูดแกมโวยวาย มันเดินเข้าหลังบาร์เพื่อไปชงเหล้าต่อทำราวกับว่าผมเป็นเด็กที่ไม่จำเป็นต้องถือสา และผมเอาคืนด้วยการเดินไปแย้งแก้วเหล้าในมือมัน เทเหล้าดื่มพร้อมกับจ้องหน้ามันเขม็ง ทำตัวเป็นเด็กให้สมกับที่มันไม่ถือสา

“พวกมึงเป็นไรกันอีก?” พี่กัสเดินเข้ามาหลังบาร์ได้จังหวะพอดีก่อนที่สงครามเย็นระหว่างผมกับไอ้โนอาจะปะทุ ในขณะกำลังมัดผมยาวลอนสุดเซอร์ของพี่แก

“ก็ไอ้โนอาอะดิ อยู่ดี ๆ ก็ด่าผม” ผมชิ่งป้ายความผิดให้ไอ้โนอา พร้อมกับยิ้มเยาะอย่างเหนือกว่า

“คลิปที่มึงโดนตบหน้าเมื่อวาน ทำให้กูเชื่อด้วยสัญชาตญาณว่ามึงทำตัวเลวให้มันด่า” 

แปะ!!

ผมเบิกตากว้างอ้าปากค้างมองพันธมิตรทั้งสองคนแปะมือฉลองความสำเร็จที่กลั่นแกล้งผมได้ ไอ้โนอาได้ทีเอาใหญ่หันมายิ้มเยาะยักคิ้วทำหน้ากวนประสาทใส่ผมทันที

“มันเลวถึงขั้นทำให้ผู้หญิงที่ไม่รู้จักกันต้องลากคอไปตบสั่งสอน เพราะความเลวไหลทะลักจากตัวมันไง” 

“ไอ้โนอา มึงหุบปาก!!” 

“เห็นว่า ผู้หญิงในคลิปดังมาก ทั้งสวยทั้งฮอต ปกติไม่ค่อยสุงสิงกับใครง่าย ๆ แต่อยู่ดี ๆ ก็เดินมาลากคอเสื้อไอ้มอสถึงโต๊ะ...” 

“ไอ้โนอา!” ผมเค้นเสียงต่ำเพื่อหยุดคนที่เป็นทั้งเพื่อนและพี่น้อง

“คนที่อยู่แถวนั้นเห็นเหตุการณ์เต็มสองลูกตา นับได้ว่ามีพยานหลายคน” แต่มันก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดแชร์เรื่องราวอันน่าอัปยศของผม “ยังไม่ทันได้พูดคุยกันเลยด้วยซ้ำ ไอ้มอสก็โดนตบหน้าเข้าอย่างจัง คนนี้น่าจะมือหนักกว่าคนอื่น ๆ ด้วยสิ เห็นว่าเรียนวิทย์กีฬาแถมออกกำลังกายหนักด้วยนิ แล้วที่สำคัญ...” 

“นี่มึงยังจะต่ออีกเหรอ?!!” 

“เล่ามาให้หมด” คนเป็นพี่ใหญ่พูดขึ้นด้วยแววตามุ่งมั่น แถมยังทำท่ายืนกอดอกพิงบาร์พร้อมทำสีหน้าตั้งอกตั้งใจฟังมากกว่าเรื่องมีสาระเรื่องอื่นซะอีก

ไอ้โนอายิ้มมุมปากพร้อมทำสีหน้าเจ้าเล่ห์ “มันโดนตบหน้าฟรีว่ะ! ฮา ๆ ๆ ผู้หญิงคนนั้นเข้าใจผิดคิดว่ามันเป็นผู้ชายที่ไปหักอกเพื่อน ผมนั่งขำฉิบหาย ก่อนหน้านี้ยังไม่รู้จักผู้หญิงคนนั้นหรอก แต่ตอนนี้ผมยกให้เป็นไอดอลเลย” 

“จริงเหรอวะ? ฮา ๆ ๆ” 

เสียงหัวเราะรัวจากพี่น้องสองคนตอกย้ำความเจ็บช้ำบนแก้มซ้าย ความเจ็บทางกายหายไปตั้งแต่นาทีแรกที่โดนตบ แต่ความเจ็บในใจยังคงเกาะติดผมอยู่ เจ็บตัวฟรีไม่พอยังเสียฟอร์มต่อหน้าคนตั้งเยอะ

ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ ทั้งหงุดหงิดผู้หญิงบ้าพลังนั่นทั้งพี่ฮานที่ถ่ายวิดีโอส่งในไลน์กลุ่ม ทั้งไอ้โนอาในตอนนี้อีก บอกตรง ๆ ว่าอายเว้ย!!!

“อย่าให้ถึงทีมึงนะไอ้โนอา กูจะเอาสีไปเทราดห้องมึงเป็นการซ้ำเติมเลยคอยดู” ผมชี้หน้าไอ้เพื่อนชั่วเป็นการหมายหัว

“กูจะเรียกผู้หญิงที่มึงเคยทำร้ายจิตใจเขาไว้มาต่อแถวเรียงกัน…แล้วตบหน้ามึง” ไอ้โนอาพูดหน้านิ่งพร้อมทำท่าชี้หน้าเลียนแบบผม เป็นอะไรที่กวนประสาทที่สุด โดยเฉพาะหน้านิ่ง ๆ ของมัน

“ฮา ๆ ความคิดนี้เด็ดว่ะ มึงคิดได้ไงวะน้องรัก” 

แปะ!!

ทั้งสองคนยังคงเป็นพันธมิตรที่ดีและพร้อมใจกันตอกย้ำผมเต็มที่ ส่วนผมตอนนี้ก็ได้แค่ยอมไปก่อน ช่วยไม่ได้นิ เพราะผมพลาดให้โดนตบหน้าแล้วถ้าจะหลบไม่ให้ใครเห็นก็ไม่ได้ด้วย

“เออใช่สิ!! กูไม่ใช่น้องรักมึงนี่ไอ้พี่กัส ฝากไว้ก่อนเถอะ ไปหาพี่ฮานดีกว่า” 

ผมวางแก้วเหล้าพลางทำหน้างอใส่ทั้งคู่ก่อนจะเดินออกจากบาร์เพื่อจะขึ้นไปยังห้องวีไอพี แต่ถึงแม้ว่าผมจะพูดจาประชดประชันทำท่าน้อยใจ ทั้งสองคนรู้ดีว่าบทสนทนานี้ไม่ส่งผลกระทบอะไร เป็นการหยอกล้อแบบฉบับพี่น้องที่สนิทกันเสียมากกว่า ยืนยันได้จากการส่ายหัวและยิ้มขำตามหลังผมของทั้งสองคน

ระหว่างทางเดินที่จะขึ้นบันไดไปห้องวีไอพี หางตาดันเหลือบเห็นสาวสวยหุ่นเอ็กซ์หลายคนกำลังส่งสายตาโปรยเสน่ห์มาทางผมกันอย่างเต็มที่ แล้วแบบนี้จะอดใจไม่ให้ทำร้ายได้ยังไงไหว เป็นใครจะทนหน้าอกอวบอึ๋มนั่นได้ กระโปรงสั้น ๆ ก้มทีเห็นไปถึงไหนต่อไหน หน้าสวย ๆ นั่นอีก เวลาอยู่บนเตียงคงเซ็กซี่ขยี้ใจสุด ๆ ไปเลย!!

ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แวะสักหน่อยดีกว่า หึหึ

“สวัสดีค่ะพี่มอส” และเป็นแบบนี้ทุกครั้งเสมอ ผู้หญิงเอ่ยทักผมก่อนอย่างที่คาดไว้ (ในใจ) 

“ชื่ออะไรครับ? “คำถามธรรมดาออกจากปากผมอัตโนมัติพร้อมทั้งรอยยิ้มหวานดึงดูดฝ่ายตรงข้าม แต่สิ่งที่ไม่ค่อยประสานงานกับส่วนอื่นเห็นจะเป็นสายตานี่แหละ มันเลือกโฟกัสแค่จุดเดียวตั้งแต่เดินเข้ามาที่โต๊ะ หน้าอกไซซ์ 38 หรือ 40 กันแน่นะ? บางทีก็คาดเดาได้ยากเพราะผู้หญิงชอบใส่ดันทรงเพื่อเพิ่มขนาด แต่ผมว่าน่าจะ 34 หรือไม่ก็ 36 ควรจะคาดหวังให้น้อยไว้ดีกว่า

“ชื่อมิ้นค่ะ พี่มอสดื่มอะไรไหมคะ? เดี๋ยวมิ้นชงให้” ผู้หญิงตรงหน้ากำลังเอื้อมมือหยิบแก้วเปล่า แต่ผมคว้ามือเล็กไว้แล้วนวดคลึงเบา ๆ เป็นการส่งสัญญาณความต้องการที่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะเข้าใจในทันที แต่สิ่งที่ผู้หญิงแสดงออกตอนกำลังถูกผมโปรยเสน่ห์ช่างขัดกับหลักความเป็นจริง ทำคล้ายกระต่ายน้อยไร้เดียงสาที่เพิ่งเคยออกจากโพรงใต้ดิน แต่แท้ที่จริงก็คงจะแอบหนีเที่ยวข้างนอกอยู่บ่อย ๆ

ห้องดำ

เสียงหอบหายใจพร้อมกันของทั้งผมและผู้หญิงที่เพิ่งเจอกันได้ไม่ถึงชั่วโมง แต่ตอนนี้กำลังร่วมจังหวะร้อนซ่านบนเตียงเสริมเหล็กหนาสีดำ เสียงเล็กของผู้หญิงครางดังสนั่นลั่นห้อง แม้แต่เตียงเสริมเหล็กอย่างดียังสั่นไหวไปกับแรงกระแทกของผม เสื้อผ้าของฝ่ายหญิงถูกถอดออกหมดเกลี้ยงเหลือเพียงร่างเปลือยเปล่า แต่ผมถอดแค่เพียงช่วงล่าง เสื้อเชิ้ตดำยังคงอยู่และดูเรียบร้อยไม่ต่างจากเดิม ถ้าจะให้บอกเหตุผลแบบไม่หลงตัวเองคงทำได้ยาก หรือไม่ ก็อาจจะโดนทำท่าเบะปากมองบนใส่ก็เป็นได้ นั่นก็เพราะว่า เหตุผลที่ผมไม่ชอบถอดเสื้อเวลามีเซ็กซ์เป็นเพราะผมหวงกล้ามแน่นของตัวเองยังไงล่ะ กลัวว่าถ้าผู้หญิงเห็นแล้วจะพากันตามติดผมไม่เลิก นั่นไงว่าล่ะ ทำหน้าเบะปากมองบนใส่ผมกันอยู่จริง ๆ สินะ เฮ้อ

“พี่มอส~” เสียงครางดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง สลับกับเรียกชื่อผมเป็นระยะ

เป็นการแสดงความต้องการของฝ่ายหญิงที่ตอนนี้อารมณ์กำลังกระเจิดกระเจิงเพราะกิจกรรมที่ทำร่วมกัน ส่วนผมก็เพียงแค่ต้องการปลดปล่อยอารมณ์ที่สุมอยู่ภายในออกให้หมด คืนนี้จะได้หลับสบาย ไม่ได้รู้สึกพิศวาสผู้หญิงที่จำชื่อไม่ได้ด้วยซ้ำ เพราะผมไม่ได้ตั้งใจอยากรู้จักตั้งแต่แรก และไม่เคยคิดจะจริงจังกับผู้หญิงคนไหนเลย แค่เซ็กซ์มัน ๆ หนึ่งคนต่อหนึ่งคืน ก็เท่านั้นเอง

“พี่มอส!! ฉันจะไม่ไหวแล้ว!!”

ผมยิ้มพอใจให้กับการเรียกร้องจากฝ่ายหญิง ราวกับว่าผมสามารถควบคุมทุกอย่างได้อย่างง่ายดาย เสียงครางดังแทรกเสียงของแรงกระทบ ส่วนผมก็รีบเร่งให้ตัวเองเสร็จด้วยเช่นกัน และในที่สุดก็ถึงจุดสุดยอดได้พร้อมกันทั้งผมและผู้หญิงจากการใส่รัวไม่ยั้งในโค้งสุดท้าย

แต่เมื่อทุกอย่างจบลงผมรีบถอยตัวออกและเดินไปเข้าห้องน้ำเพื่อจัดการตัวเองให้เรียบร้อยอย่างรวดเร็ว ก่อนจะออกมาใส่กางเกง ผมมักจะกลับสู่สภาพเดิมได้เร็วกว่าฝ่ายหญิงเสมอ แต่ผู้หญิงยังคงนอนห่มผ้าบนเตียงและมองผมด้วยตาหวานเยิ้มคล้ายกับกำลังจินตนาการว่าได้เป็นแม่ของลูกผมไปเสียแล้ว

ผมยิ้มมุมปากรู้ทันก่อนจะเดินไปข้างเตียงและหยิบกระเป๋าสตางค์ ควักเงินสดปึกหนึ่งโดยไม่ทันได้นับยื่นให้ผู้หญิง และแล้วสายตาที่ผมคาดเดาเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อไปได้ก็จ้องมาที่หน้าหล่อของผม

อีกฝ่ายขมวดคิ้วด้วยสีหน้าสับสนพลางมองเงินสลับมองหน้าผม

“พี่มอสคิดว่าฉันแค่เล่นสนุกกับพี่เหรอคะ?” น้ำเสียงสั่นเครือมาพร้อมกับน้ำตาคลอเบ้า แต่ผมเป็นประเภทที่ไม่แพ้น้ำตาผู้หญิงด้วยสิ มุกเดิม ๆ ผมเห็นมาเยอะจนชินตา “ฉันชอบพี่มานานแล้ว ฉันไม่ได้อยากเป็นแค่คนชั่วครา...” 

“ขอโทษที เธอชื่ออะไรนะ?” ความเงียบเข้าแทรกบทสนทนาที่กำลังดราม่าได้ที่

ผู้หญิงเบิกตากว้างไปพร้อมกับทำหน้าเหวอ ก่อนจะก้าวลงจากเตียงและเดินเข้ามาใกล้ผม ส่วนผมยืนแน่นิ่งรอรับรางวัลจากคำพูดของตัวเอง แต่ก็ไม่เชิงเรียกว่ารางวัลสักทีเดียว

เพียะ!!!

“สารเลว!!” เพราะรางวัลที่ไหนทำให้รู้สึกเจ็บแปลบกันเล่า

“ขอบคุณครับ” ถึงอย่างนั้นก็เถอะนะ ผมยังยินดีหันกลับมาส่งยิ้มให้ผู้หญิงอย่างจริงใจ เป็นแรงตบที่รับได้เพราะก่อนหน้านี้เช็กฝ่ามือไว้ก่อนแล้วยังไงล่ะ ก็แค่เนี่ย! เป็นอันจบเรื่อง

...และนี่แหละครับ เรื่องราวไม่พิเศษ แต่ก็…ไม่ธรรมดาของผม

ตอน 3

มหาวิทยาลัย BBK

เสียงทุ้มต่ำของเครื่องยนต์จากเฟอร์รารี่รุ่นเอสเอฟไนน์ตี้สตาร์เดลสีแดงแกมดำ รถสปอร์ตหรูคู่ใจถูกขับเข้ามาจอดที่ลาดกว้างหน้าตึกคณะบริหารการจัดการ ส่วนเจ้าของรถหรูราคาเหยียบสี่สิบล้านคันนี้จะเป็นใครไปไม่ได้ถ้าไม่ใช่หนุ่มหล่อนิสัยดีแถมรวยอย่างผม

เปิดตัวน่าหมั่นไส้ไปหน่อยนะครับ แต่นี่แหละคืออีกด้านของชีวิตผมที่เรียกได้ว่า…เรียบหรู ที่ผมเคยเกริ่นไปแล้วในตอนต้น รวมไปถึงพวกเสื้อผ้าเครื่องประดับแบรนด์เนมที่ถูกสวมทับบนตัวผม ทุกอย่างล้วนมีราคาและเข้ากับเทรนแฟชั่นปัจจุบัน

รสนิยมของผมเป็นแบบนี้แต่ไม่ได้มีไว้เพื่อโอ้อวดแต่อย่างใด ก็แค่ไม่รู้จะเก็บเงินไปทำไมพร่ำเพรื่อ ส่วนที่มีเพื่อเก็บก็แบ่งเก็บในที่ที่คุ้มค่าแก่การเก็บและเป็นเปอร์เซ็นต์ที่มากพอสมควร

แต่ส่วนใช้จ่ายที่เหลือนี่สิ ผมคิดไม่ตกจริง ๆ ว่าจะใช้ไปกับอะไรดี ผลสรุปสุดท้ายก็คือใช้เงินซื้อสิ่งของที่ชอบ อีกอย่าง...มันก็คือการลงทุนอีกวิธีหนึ่ง แต่เป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่าและสิ้นเปลืองในเวลาเดียวกันเท่านั้นเอง

ทีนี้ก็ได้รู้จักชีวิตเรียบหรูของผมเพิ่มอีกหน่อยแล้ว แต่ยังมีอีกหนึ่งคนที่จะพลาดโอกาสไม่ทำความรู้จัก (จะดีกว่า) ไม่ได้เลยทีเดียว เพราะคนนี้ผมแทบไม่เคยอยากรู้จัก ครับ ไม่ผิดหรอก ใครอยากรู้จักมันก็เชิญ!

บรื้นนน!

ยังไม่ทันที่ผมจะเปิดประตูลงจากรถ เสียงเร่งเครื่องยนต์จากลัมโบร์กีนีสีเหลืองสุดเห่ยของใครคนนั้นที่ผม…เอิ่ม ใช้คำว่าเกลียดขี้หน้าแล้วกัน ขับเข้ามาจอดข้าง ๆ รถผม 

เอ่อ…จะแนะนำยังไงดีล่ะ เอาเป็นว่า ผมไม่ชอบมัน! ถึงแม้ว่าคนที่ผมเอ่ยถึงจะเป็นรุ่นพี่ในคณะเดียวกันก็ตาม ส่วนเรื่องที่ทำให้ผมต้องจดรายชื่อรุ่นพี่คนนี้ลงในบิงโกบุ๊ก [1] แถมวาดเครื่องหมายกากบาทสีแดงทับก็มีอยู่หลายประเด็นเลยทีเดียว

ประเด็นแรกร้อนที่สุดคือ…มันชอบทำตัวเป็นคู่แข่งที่ผมไม่สมยอม โดยเฉพาะเรื่องหญิง แต่อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่ามันฮอตจนเทียบชั้นกับผมได้นะ ความจริงแล้วไม่ใช่เลย มันแค่ทำเหมือนว่ากำลังแข่งกับผม ปาดหน้ากันท่าผู้หญิงที่เตรียมจะกรี๊ดใส่ผมให้สนใจมันแทน แต่ถือว่าช่วยผมได้เยอะอยู่เหมือนกัน ถึงจะน่ารำคาญก็เถอะ อย่างน้อยก็เบาหูจากเสียงกรี๊ดกร๊าดของพวกผู้หญิงได้

แล้วยังจะมีเรื่องเรียน เรื่องการทำงาน การลงทุน บลา ๆ ๆ ที่เจ้าตัวสรรหามาแข่งกับผมแบบไม่ถงไม่ถามผมสักคำว่าอยากเป็นคู่แข่งกับมันหรือเปล่า ผมก็เลยปล่อยเบลอเรื่องของบุคคลคนนี้

อ่อ…ลืมบอกไป ไอ้รุ่นพี่คนที่กำลังก้าวขาออกจากรถสุดเห่ยนั่นน่ะ ชื่อของมันก็คือ อาชิ

ทันทีที่ร่างกำยำล่ำสันของรุ่นพี่คนที่ผมขยาดทรงตัวยืนบนพื้นได้ สายตาเย้ยหยันมองผ่านฟิล์มดำทึบเข้ามามองผมอย่างรู้ตำแหน่ง พร้อมกับส่งกระแสจิตผ่านกระจกหนากันกระสุนอย่างดีคล้ายจะบอกผมว่ามันชนะอีกแล้ว เพราะตอนนี้มันก้าวลงจากรถและเหยียบพื้นได้ก่อนผม

หึ ยังไงซะ! ผมก็เกลียดขี้หน้ามันอยู่ดีนั่นแหละ

“พี่มอสสวัสดีค่าา~” ผมพยักยิ้มให้รุ่นน้องผู้หญิงปีสองสามคนที่เดิมสวนกันตรงทางขึ้นบันไดหน้าตึกคณะ หลังจากไอ้อาชิเดินนำหน้าเข้ามายังตึกคณะก่อน ผมถึงยอมเปิดประตูย้ายตัวเองตามเข้ามา ทั้งที่ผมมาถึงก่อนแต่ต้องรอมันไปให้พ้นหูพ้นตา ไม่งั้นวันนี้ทั้งวันเป็นวันชงของผมแน่

“พี่มอสขา~ วันนี้มีเรียนถึงกี่โมงคะ?” ผมแค่ยิ้มเบา ๆ ให้รุ่นน้องผู้หญิงอีกกลุ่มที่นั่งตรงม้าหินอ่อนกลางโถงใต้ตึก แล้วเดินผ่านไปไม่ตอบคำถามนั้นเหมือนอย่างที่เคยทำ

“พี่มอสอ่า~” น้ำเสียงตัดพ้อแต่ย้อนแย้งกับอาการเขินอายดังแผ่วตามหลังผม แต่นั่นก็ไม่ทำให้ผมรู้สึกอยากหันกลับไปปลอบใจหรอกนะ

“อ้าวเฮ้ย! ไอ้หล่อมาแล้วเว้ย! กว่าจะมานะมึง” ยังก้าวขาไม่ทันถึงม้าหินอ่อนที่นั่งประจำกลุ่ม ผู้ชายสองคนที่นับถือกันว่าเป็นเพื่อนรักก็เริ่มต้นด้วยการแซวผมทันที จนบางครั้งก็ชวนให้คิดว่านี่คือธรรมเนียมปฏิบัติเวลาพวกมันเจอหน้าผมตอนอยู่มหาวิทยาลัย

ผมพยักหน้าทักทายกลับ แล้วที่สำคัญ ต้องน้อมรับความจริงเรื่องที่พวกมันชมผมว่าหล่อด้วยยังไงล่ะ “กว่าจะมาอะไรของมึงไอ้มาร์ค กูมาก่อนเวลาเข้าคาบแรกตั้งครึ่งชั่วโมงเลยนะเว้ย” 

“เอาน่ะ ๆ เลิกกัดกัน มึงแม่งดังแล้วก็ดังได้อีกนะไอ้มอส แต่ดูท่าคราวนี้จะดังแบบพังซะแล้วว่ะ” ไอ้กิตตินพูดแทรกผมกับไอ้มาร์คเพื่อยุติการโต้เถียงที่กำลังจะเกิดขึ้น แถมยังทิ้งความสงสัยมาให้ผมสองคนจนต้องหันไปมองมันที่ก้มหน้าจ้องจอโทรศัพท์ด้วยสีหน้าจริงจัง

“มึงพูดถึงอะไร?” ไอ้มาร์คถามคำถามได้ตรงใจผมทีเดียว แต่นิสัยใจร้อนของมันที่ไม่ชอบรอให้อีกฝ่ายได้ตอบ เลยถือโอกาสชะเง้อมองจอโทรศัพท์เองตามระเบียบ

“อะไรล่ะเนี่ย! มีคนสร้างเพจแอนตี้มึงว่ะ เรื่องใหญ่เรื่องโตเชียว ฮา ๆ ” 

“พวกมึงดูอะไรกันแน่? ไหนเอามาดูบ้างซิ” เสียงหัวเราะและสีหน้าร้ายกาจของทั้งสองคนยิ่งทำให้ผมสงสัย ไอ้กิตตินยิ้มเยาะพร้อมกับยื่นโทรศัพท์ของตัวเองให้ผม ผมรีบรับมาเช็กดูว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ และนั่นยิ่งทำให้ผมประหลาดใจกับสิ่งที่ได้เห็น หน้าจอโชว์เพจเฟซบุ๊กที่มีชื่อเพจว่า “Anti Moss” และที่น่าตกใจคือยอดคนกดไลก์เพจมีมากกว่าพันคน

“ใครมันสร้างเพจวะ?” ผมสบถกับตัวเองพลางขมวดคิ้วเครียด ดีนะที่มันยังลงรูปหล่อให้ผม แต่แคปชันนี่สิรับไม่ได้เลย!!

kkkiii90: ไอ้ฝรั่งปลอมขี้เก๊ก แม่งคิดว่าตัวเองหล่อนักหรือไงวะ

ว่างเกิ๊น: เออสัส กล้าดียังไงมายุ่งกับนางฟ้าของพวกเรา แบบนี้ต้องสั่งสอน!!

ilovemirin: ต้องจัดการมันให้รู้สำนึก!!! 

อะไรก็ไม่น่าโมโหเท่าคำว่า ‘ไอ้ฝรั่งปลอม’ มันเกิดยุคหินกันหรือไงถึงดูไม่รู้ว่าผมเป็นลูกครึ่ง โง่เง่า!!

“ใจเย็นให้ได้นะไอ้มอส กูขี้เกียจเข้าห้องอธิการเพราะกลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดโดยไม่เต็มใจ ไม่เอาแล้วนะ น่าเบื่อจะตาย” ไอ้กิตตินบ่นถึงความหลังเพื่อย้ำเตือนผม แต่ต้องยอมรับว่าผมทำให้พวกมันสองคนเป็นแบบนั้นจริง และหลายต่อหลายครั้งเสียจนพวกมันดูท่าจะเบื่อหน่ายตามที่บ่น

“พวกมึงอ่านคอมเมนต์ก่อนแล้วค่อยบอกให้กูใจเย็น” ผมยื่นโทรศัพท์คืนกลับไปให้ไอ้กิตตินที่ทำหน้าไม่ทุกข์ร้อน 

“แต่กูก็สงสัยเหมือนพวกที่มาคอมเมนต์นะเว้ย” 

ผมขมวดคิ้วมุ่นกับคำถามน่าฉงนของไอ้มาร์ค “สงสัยอะไรวะ?” 

“มึงเป็นฝรั่งปลอมจริงหรือเปล่า…ยังไงล่ะ?” 

ฟุบ!!

ผมคว้าคอเสื้อนักศึกษาของเพื่อนรักที่กำลังหักหลังผมด้วยการสนับสนุนศัตรู พร้อมทำท่าง้างแขนกำกำปั้นเตรียมพร้อม

“ฮ่า ๆ ๆ ใจเย็นเว้ย ๆ ถึงยังไงก็มีพรรคพวกอยู่แค่นี้ สามัคคีกันไว้ดีกว่าน่า” ไอ้กิตตินพูดพลางหัวเราะชอบใจ ท่าทางช่างขัดกับคำพูด

อย่างว่าแหละ ไอ้เพื่อนคนนี้มีนิสัยพูดจาทำร้ายจิตใจไม่ต่างกับไอ้มาร์คหรอก เพียงแต่ท่าทางการพูดของมันดูสุภาพนุ่มลึก แต่ก็ทำให้เจ็บใจได้มากกว่าเพราะเดาไม่ถูกว่าโดนด่าไปหรือยัง มันทำให้คนฟังสับสนเพราะท่าทางที่แสดงออกว่าเป็นมิตรต่างกับคำพูดร้ายกาจของมันที่พร้อมจะเสียดแทงคนฟังยังไงล่ะ

แต่ก็นะ นี่ถือเป็นข้อดีของไอ้กิตตินที่ผมชอบ มันทำให้ผมมีสติไม่ลงไม้ลงมือกับเพื่อนตัวเองในตอนนี้ และหลายเหตุการณ์ที่ผ่านมา คำพูดมันสะท้อนความจริงให้ผมได้เข้าใจในสถานการณ์บางอย่าง

ไอ้มาร์คทำหน้ากวนประสาทใส่ผมไม่เลิก แต่สุดท้ายผมก็ยอมปล่อยคอเสื้อมันอย่างช่วยไม่ได้

“เดี๋ยวกูค่อยเอาคืนมึงที่ค่ายมวย ไอ้มาร์ค” ผมถอนหายใจพลางจ้องหน้าไอ้เพื่อนตัวร้ายเขม็ง ผมมีโอกาสเล่นงานมันคืนทุกเมื่อที่ต้องการ เพราะมันเป็นลูกศิษย์ของผม 

อาจฟังดูแปลก ๆ แต่ความเป็นมาก็ประมาณว่า…ไอ้มาร์คเคยถูกพวกนักเลงโตในร้านเหล้าเล่นงานหนักจนหมดสภาพไม่เหลือเค้าโครงเดิม ถึงขนาดต้องพักฟื้นร่างกายไปสามเดือน พอมันรู้ว่าพี่ชายผมมีค่ายมวยแล้วผมก็เรียนต่อยมวยและมีความสามารถในการต่อสู้ ถึงจะไม่สู้พี่ฮานก็เถอะ รายนั้นต้องพี่กัสที่งัดข้อกันอย่างสูสี แต่ด้วยความที่มันรู้จักผมในฐานะเพื่อนและสนิทสนมกัน ไอ้มาร์คก็เลยขอเป็นลูกศิษย์เอกของผมจนถึงตอนนี้ละนะ

“มึงก็ปล่อยวางเสียบ้างไอ้มอส กูแค่หยอกเล่น มึงจะมาเอาคืนกูให้ได้อะไรขึ้นมาวะ ไปตามหาตัวการที่มันสร้างเพจแอนตี้มึงไม่ดีกว่าเหรอ” 

“ทีอย่างนี้ทำเป็นพูดมีสาระนะมึง” 

“ฮา ๆ ขี้ยัวะจังวะ เอางี้! กูสาระล่ะ เดี๋ยวกูช่วยมึงหาไอ้พวกแอนตี้ ไอ้กิตตินก็เอาด้วย” ไอ้มาร์คพูดจาด้วยท่าทางเอาจริงเอาจัง

“ถามกูก่อนสิครับไอ้มาร์ค กูไม่อยากร่วมงานกับพวกมึงแล้วเนี่ย เจอแก๊งมาเฟียซัดคราวก่อนกูยังผวาไม่หายเลย” 

“เออน่า ๆ มึงแค่ตามหาตัวการสร้างเพจกับกูก็พอไม่ต้องใช้กำลัง เดี๋ยวหน้าที่นั้นให้ไอ้มอสจัดการ เนอะมอส” ไอ้มาร์คพยายามเกลี้ยกล่อมไอ้กิตตินที่ดูท่าจะเข็ดขยาดกับการใช้กำลัง แน่ล่ะ เพราะมันเป็นสายใช้สมองจัดการมากกว่า ไม่ถนัดแล้วก็ไม่ชอบการต่อสู้เอามาก ๆ ถึงจะมีแววเก่งกาจแต่คนไม่ชอบก็ช่วยไม่ได้

“ปล่อยไป” ผมที่นั่งฟังก็เริ่มคิดได้ว่าเรื่องนี้ไร้สาระสิ้นดี แม้ว่าจะรู้สึกเจ็บใจกับความไม่ยุติธรรมนี้ก็ตาม แต่ผมมีเรื่องให้จัดการเยอะเกินไป อีกอย่าง ผมก็ขี้เกียจไปยุ่งเกี่ยวกับพวกไร้น้ำยาที่ดีแต่ลอบกัด

“หา! มึงพูดว่าไงนะ? ปล่อยไปงั้นเหรอ? คำนี้ไม่น่าหลุดออกจากปากมึงได้นะมอส คนศักดิ์ศรีเยอะอีโก้สูงอย่างมึงจะยอมแพ้ง่าย ๆ เหรอวะ?” ไอ้มาร์คพูดด้วยท่าทางตื่นเต้นเร้าอารมณ์ แถมคำพูดยังฟังดูแปลก ๆ รู้สึกแปลบในใจอีกต่างหาก

“น้อย ๆ หน่อยไอ้มาร์ค มึงอยากโดนกูเอาคืนกี่เท่ากันแน่ถึงพูดกวนประสาทกันอยู่ได้” ผมเอามือค้ำคางแต่ตาจ้องมองไอ้มาร์คด้วยท่าทางเบื่อหน่าย มันต้องกวนประสาทผมให้ได้วันละแปดร้อยรอบสินะ ถึงจะพอใจ

“เห็นด้วยกับมึงนะไอ้มอส กูว่าเรื่องนี้ปล่อย ๆ ไปเหอะ เปล่าประโยชน์ที่จะหาแอนตี้พวกนั้น เพราะถ้าพวกนั้นอยากหาเรื่อง คงพากันมาหามึงเองแหละ” ไอ้กิตตินแสดงความคิดเห็นได้ตรงตามที่ผมคิดไว้เป๊ะ ใช่แล้วล่ะ ที่ผมไม่ตามหาเพราะรู้ว่าเดี๋ยวพวกมันก็มาหาผมเอง ไม่เห็นต้องเปลืองแรง

“โห่ อะไรวะ! กูกำลังร้อนวิชาเลยเนี่ย หมดสนุกซะละ” ไอ้มาร์คได้แต่บ่นตบท้ายให้ผมกับไอ้กิตตินที่ไม่ยอมทำตามเจตนารมณ์ของตัวเอง

“นั่นใช่มิรินวิทย์กีฬามั้ยวะ?” 

“ไหนวะ? อยากเห็นบ้างอะ เห็นมีแต่คนอื่นบอกว่าตัวจริงสวยมาก” 

“นั่นไงแก กำลังนั่งคุยกับพี่อาชิอยู่ที่ม้าหินอ่อนข้างลิฟต์ไง” 

ผมละสายตาจากไอ้มาร์คและเหลือบมองกลุ่มผู้หญิงสามคนที่นั่งม้าหินอ่อนโต๊ะข้าง ๆ อย่างไม่ใส่ใจ 

ที่บอกไม่ใส่ใจแต่ดันมองก็เพราะว่าเสียงพูดคุยกันของสามคนนั้นดังแทรกบทสนทนาของพวกผม พูดกันเสียงดังเกินไปแล้ว แต่ผิดกับไอ้สองคนที่นั่งตรงข้ามผม ทันทีที่กลุ่มผู้หญิงพวกนั้นพูดขึ้นก็พากันหันขวับไปมองทางลิฟต์ทันที แถมยังมองค้างไม่ยอมหันกลับมาตามเดิมสักทีนี่สิ

“งั้นก็เป็นเรื่องจริงสิแก ที่มีคนบอกว่าเห็นทั้งคู่เดตกัน แถมไปคอนโดกันบ่อย ๆ” 

“ได้ยินเหมือนกัน แต่ทั้งสองคนก็ดูเหมาะสมกันอยู่นะ พี่อาชิเป็นเดือนคณะ ส่วนมิรินก็สวยสง่าถึงจะไม่ได้เป็นดาวแต่ฉันว่าเขาสวยกว่าดาวมหา’ ลัยอีกนะ อิจฉาเขาอะแก” 

“นั่นสิ จะอิจฉาใครดีนะ พี่อาชิโชคดีจังมีคู่เดตสวยน่ารักหุ่นดีอีกต่างหาก ส่วนมิรินก็ได้เดตกับหนุ่มหล่อเดือนคณะที่สาว ๆ หมายปอง” 

“นั่นสิแก ฉันเชื่อแล้วว่าตัวจริงสวยมาก” 

บทสนทนายังคงดำเนินต่อไป ผมเริ่มสงสัยเกี่ยวกับบุคคลที่ถูกพูดถึง เพราะไม่ใช่แค่คุ้นชื่อผู้หญิง เหมือนเคยได้ยินหรือเปล่านะ? แต่เพราะคุ้นชื่อผู้ชายต่างหาก…แน่นอนว่าผมรู้จัก แถมยังได้รับคำชื่นชมเกินเหตุอีกต่างหาก ฟังแล้วขัดรูหูชะมัด

“ไอ้กิตติน กูเคยบอกมึงแล้วใช่มั้ยว่ามิรินสวยสร้างเรื่อง” ไอ้มาร์คพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ซึ่งผิดปกติจากนิสัยพูดจาโผงผางของมัน

“เออเชื่อแล้วว่ะ สวยเกินจริง สวยไม่เผื่อใครเลยแม่คุณ กูขอมองนาน ๆ เก็บไว้ฝันหวานคืนนี้หน่อยเถอะ” ไอ้กิตตินก็อีกคน คำพูดคำจากับสายตาลามกผิดธรรมชาติของมันยิ่งทำให้ผมแปลกใจ

ผมยกตัวโน้มไปข้างหน้าก่อนจะใช้มือโบกไปมาช้า ๆ ต่อหน้าพวกมัน เพื่อเรียกสติสตางค์ของเพื่อนทั้งสองกลับคืนมา เพราะสภาพพวกมันเหมือนไม่ได้อยู่ในมิติเดียวกับผมเลยน่ะสิ

“พวกมึงเลิกทำตัวไร้สาระแล้วไปเรียนกันได้แล้ว ไอ้กิตติน! ไอ้มาร์ค! เป็นบ้าอะไรของพวกมึงวะ อยู่ ๆ ก็นิ่งไปเฉย ๆ เนี่ยนะ” ผมบ่นอุบพร้อมกับเขย่าร่างไร้วิญญาณของทั้งสองคน

“อะไรของมึงเนี่ยไอ้มอสเขย่าอยู่ได้!!” และผมก็พาไอ้มาร์คกลับมาจนได้

“เฮ้อ อิจฉาไอ้รุ่นพี่ขี้อวดนั่นจังเลย อิจฉาที่ได้นอนกอดผู้หญิงหุ่นสวยเซ็กซี่อย่างมิริน” แต่คนที่ไม่คิดว่าจะเป็นบ้า กลับดูบ้าซะยิ่งกว่า

งั้นก็ช่างเถอะ ผมลุกจากม้าหินอ่อนพลางส่ายหัวเอือมกับสภาพเพื่อนตัวเอง ถ้าเป็นแบบนี้ผมไม่สนใจพวกมันแล้วดีกว่า อีกสิบนาทีก็ถึงคาบเรียนแล้ว ต้องรีบเข้าห้องก่อนอาจารย์ ปล่อยให้พวกมันสองคนนั่งจมกับจินตนาการเพ้อเจ้ออยู่ตรงนั้นอะแหละ 

อิจฉาใครไม่อิจฉา ดันไปอิจฉาไอ้อาชิ ไม่เห็นจะน่าอิจฉาเลย ให้ตายเถอะ น่ารำคาญชะมัด

ว่าแต่… “มิริน” ชื่อนี้เหมือนจะเคยได้ยินมาจากไหนนะ?

[ilovemirin: ต้องจัดการมันให้รู้สำนึก!!!] (ความทรงจำผุดขึ้นกะทันหัน!!) 

ใช่!! นึกออกแล้ว!! ชื่อแอ็กเคานต์หลุมของพวกแอนตี้ผมยังไงล่ะ ถึงว่าแหละคุ้นจังเลย แต่กว่าจะนึกเรื่องชื่อออกก็กลายเป็นว่าตอนนี้ผมกำลังเผชิญหน้ากับบุคคลที่คลายข้อสงสัยบางอย่างให้กับผม

“เรียนคณะนี้ด้วยสินะ” 

ผู้หญิงที่ชื่อ ‘มิริน’ เป็นคนเดียวกันกับผู้หญิงบ้าพลังที่ตบหน้าผม!!

[1] บิงโกบุ๊ก1 สมุดบันทึกสำหรับนักฆ่าล่าค่าหัวในสมัยก่อน เห็นได้ในอนิเมชั่นเรื่องนารูโตะ

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED