ตอน 1

‘พี่ธีร์ไม่เคยรักกวางเลยหรือคะ แล้วพี่ธีร์แต่งงานกับกวางทำไม’

‘กวางถามทำไม ทั้งที่รู้แก่ใจดีทุกอย่างอยู่แล้ว...หรือกวางอยากให้พี่รู้สึกผิด’

‘แต่พี่เลือกแต่งงานกับกวาง ทั้งที่พี่ชอบ...’

เธอพูดไม่ทันจบประโยค เขาก็พูดสวนขึ้นมา น้ำเสียงและสีหน้าบ่งบอกว่าเขาเริ่มหงุดหงิดแล้ว

‘กวางต้องยอมรับก่อนว่าตอนนั้นกวางเต็มใจแต่งงานกับพี่ พี่ถามความสมัครใจของกวางแล้ว พี่บอกเงื่อนไขการแต่งงานของเราทุกอย่าง กวางยืนยันว่าเข้าใจและรับได้ ดังนั้นการแต่งงานของเราจึงเกิดขึ้น...ส่วนเรื่องที่ทำไมพี่เสนอเงื่อนไขแต่งงานให้กับกวางแทนที่จะเป็นพี่สาวของกวาง เพราะพี่เห็นว่ากวางเป็นคนมีเหตุมีผล กวางดูเป็นผู้ใหญ่ พี่เลยเลือกกวาง เมื่อเรามาจับมือกัน พ่อของกวางก็ขายหุ้นของธุรกิจครอบครัวให้กับราชเวคิน กรุ๊ปได้โดยไม่ขัดกับพินัยกรรมที่บอกให้ขายและถ่ายโอนหุ้นให้คนในครอบครัวเท่านั้น ครอบครัวของกวางได้เงินไปใช้หนี้ พ่อของกวางได้เกษียณงานและได้ใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสบายๆ ส่วนพี่สาวและพี่ชายของกวางก็ได้เงินไปตั้งตัว มันวินวินกันทุกฝ่าย’

‘พี่ธีร์พูดถึงแต่เรื่องเงินและผลประโยชน์’

‘แล้วจะให้พี่พูดถึงเรื่องอะไร? ที่ผ่านมาพี่ไม่เคยหลอกกวาง พี่พูดชัดเจนทุกอย่าง ครอบครัวของกวางเคลียร์กับเรื่องนี้ เมื่อธุรกิจบรรลุผล ทุกอย่างก็ควรจบ!’

จบ...เขาพูดง่ายเหลือเกิน แต่สำหรับเธอนั้นมันยากแสนยาก

เธอแต่งงานกับเขาหกเดือน ใช้เวลาอยู่ด้วยกันตลอดเวลา เขาพาเธอไปเที่ยวทั้งต่างจังหวัดทั้งต่างประเทศ เขาเทกแคร์เธอ เขาสร้างช่วงเวลาแห่งของความสุขให้เธอจดจำ...

เธอยอมเป็นของเขาหลังจากแต่งงานกันได้เพียงหนึ่งเดือน เธอยินดีที่จะเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายและตามพฤตินัย เขาไม่ได้บังคับ...ทุกอย่างเกิดขึ้นจากการตัดสินใจของเธอเอง

‘พี่รู้ว่าเรื่องนี้สุ่มเสี่ยงกับความรู้สึก แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรกับใคร คนคนนั้นต้องรับผิดชอบตัวเอง จัดการกับความรู้สึกของตัวเองให้ได้ เพราะเราต้องยอมรับว่ามันเป็นเพียงเรื่องงานและผลประโยชน์ต่างตอบแทนกัน’

ชีวาพรหายใจขาดห้วง ยกสองมือขึ้นมากำแนบหัวใจ หัวใจของเธอกำลังแหลกสลาย...เธอถอยมาตั้งหลักห่างจากเขาและครอบครัวของเธอตั้งไกล เธอไม่ได้ติดต่อใคร เธอทำตัวสูญหายไปจากโลกใบนี้ ทว่าความรู้สึกของเธอกลับไม่ได้ก้าวไปไหนเลย มันยังวนเวียนอยู่ที่เดิม เธอยังย้ำคิดย้ำทำอยู่กับเรื่องเดิมๆ...

ชีวาพรยังมองไม่เห็นทางเลยว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหน เธอถึงก้าวผ่านเรื่องนี้ไปได้

ตอน 2

เข้าหน้าหนาวแล้ว อากาศเริ่มหนาวเย็น หากปีนี้กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศว่าอุณหภูมิอบอุ่นกว่าปีก่อน กระนั้นมันยังเย็นสบายกว่าอากาศในกรุงเทพฯ ชีวาพรมาอยู่ที่นี่ได้ปีกว่าแล้ว แม้เป็นเวลาไม่นาน แต่เธอกลับชอบและคิดว่าเธออยู่ที่นี่ได้ตลอดไป

มันไม่ใช่แค่ความต้องการของเธอ หากมาจากคนตัวกลมที่กำลังนอนแกว่งขาอยู่บนรถเข็นเด็กเป็นหลัก อากาศเย็นสบายเช่นนี้ถูกใจลูกชายวัยสิบเดือนของเธอนักเชียว

ชีวาพรยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเวลา ตอนนี้เพิ่งเจ็ดนาฬิกาเศษ ถึงยังไม่ถึงเวลาเปิดร้านร้านกาแฟและเบเกอรี่ที่อยู่ตรงหัวมุมถนน เธอยังมีเวลาพาลูกไปเดินเล่นในสวนสาธารณะ...เช้าๆ อย่างนี้จะมีคนเข้ามาวิ่งออกกำลังกาย ลูกชายของเธอก็มักผงกศีรษะขึ้นมาดูคนที่วิ่งผ่านเจ้าตัวเป็นพักๆ

น้องพร้อมอยู่ในวัยเริ่มสังเกตและอยากรู้จักผู้คน นอกจากจะเป็นเด็กอารมณ์ดี เจ้าตัวยังมีมนุษย์สัมพันธ์ดีอีกด้วย...ขอให้จำได้เถอะว่าใครเป็นใคร รายไหนก็รายนั้นจะต้องได้รับรอยยิ้มทักทายจากน้องพร้อมมาแต่ไกลเสมอ ไม่เว้นแม้แต่ลุงหมอที่เพิ่งใช้เข็มฉีดยาจิ้มท่อนขาอวบๆ ของเจ้าตัวไปเมื่อต้นเดือน

“สวัสดีครับน้องพร้อม ไปทำงานกับแม่ตั้งแต่เช้าเลยนะเรา”

นายแพทย์หนุ่มทักทายทารกน้อยซึ่งกำลังยิ้มแฉ่งจนเห็นฟันสองซี่ให้เขา เจ้าตัวน้อยโบกมือป้อมไหวๆ เป็นการทักทาย ไร้วี่แววเด็กแสนงอนที่สะบัดหน้าพรืดในวันที่เขาฉีดวัคซีนให้

ชีวาพรทักทายคุณหมอแทนลูกชายด้วยคำสั้นๆ เพราะเห็นว่าเขากำลังวิ่งออกกำลังกาย เธอไม่อยากขัดจังหวะการวิ่งของเขา หากเขากลับชะลอความเร็วเป็นการเดินพร้อมกับเธอเสียอย่างนั้น

“เข้าหน้าหนาวแล้ว ดูแลร่างกายให้อบอุ่นนะครับ ใส่เสื้อหนาๆ อย่างนี้ไว้ เชียงรายหนาวกว่ากรุงเทพฯ มาก กลัวหนุ่มน้อยจากเมืองกรุงจะไม่ชินกับอากาศบ้านเรา”

คุณหมอพูดเสียยืดยาว...ชีวาพรฟังแล้วยิ้ม นึกอยากแก้ความเข้าใจให้คุณหมอว่าน้องพร้อมเป็นหนุ่มเชียงรายเต็มตัว เพราะเจ้าตัวน้อยเกิดที่นี่ จนถึงตอนนี้ยังไม่เคยย้ายไปที่ไหน หากเธอรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัวมากเกินไป เธอจึงได้แต่คิด ไม่ได้พูดออกมา

ชีวาพรค่อนข้างระมัดระวังตัว เธออยู่ที่นี่ในฐานะแม่เลี้ยงเดี่ยว เธอยังอยู่ในวัยสาว ดังนั้นการใกล้ชิดผู้ชายสักคนมากเกินไป ไม่ว่าคนคนนั้นจะเป็นคนโสดหรือไม่โสด มันก็อาจนำปัญหามาสู่เธอได้

เมื่อหมอหนุ่มเห็นว่าแม่ของเด็กชายไม่ได้พูดอะไรกับเขาอีก เธอเพียงยิ้มให้เขา ความเก้อเขินและทำตัวไม่ถูกจึงเกิดขึ้นกับหมอหนุ่ม ชายร่างสูงผิวขาวใส่แว่นตาเลนส์ใสจึงทำทีเป็นขอลาทารกน้อย แล้ววิ่งบนทางวิ่งจากสองแม่ลูกไป

“เธอน่ะคิดมาก”

คำพูดมาจากคนที่กำลังวางปลากะพงแล่เนื้อทอดบนข้าวสวยในกล่องใส่อาหารเพื่อเตรียมส่งให้ลูกค้า ในตอนนี้ชีวาพรพาน้องพร้อมมาถึงร้านกาแฟและเบเกอรี่แล้ว เธอทำงานที่นี่และร้านนี้เป็นร้านของเพื่อนสนิทของเธอ ซึ่งเจ้าตัวกำลังทำหน้าอ่อนระอาเธออยู่อย่างไรล่ะ

“ฉันคิดรอบคอบต่างหาก”

ชีวาพรบอกยิ้มๆ รู้ว่าเพื่อนห่วงใย แต่เธอสบายใจที่จะอยู่คนเดียวมากกว่า ซึ่งเพื่อนก็ยังถามต่ออย่างอยากรู้

“ถ้าหมอนิคชอบเธอจริงๆ เธอจะว่ายังไง”

“ฉันจะขอบคุณเขา แล้วฉันขออยู่กับน้องพร้อมต่อไป ฉันไม่คิดจะมีใครเข้ามาในชีวิตอีก ฉันอยู่กับลูกแค่สองคนก็พอ”

“เธอต้องคิดถึงอนาคต วันที่บูบุ๊ยโตเป็นหนุ่ม ซึ่งแน่นอนว่าผู้หญิงชายตามองหลานของฉันกันเกรียวอย่างไม่ต้องสงสัย ถ้าบูบุ๊ยมีแฟน เธอจะกลายเป็นป้าแก่ๆ ที่คอยตามหวงลูกชายที่อยู่ในวัยหนุ่มไหม...ฉันห่วงเธอตรงนี้แหละ เวลาเห็นแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ทุ่มเททั้งชีวิตให้กับลูก สุดท้ายก็ติดหนึบอยู่กับลูก แงะตัวเองออกจากลูกไม่ได้ ฉันเห็นทีไรก็สงสารทั้งแม่ทั้งลูกทุกที”

บูบุ๊ยก็คือชื่อที่นิสาตั้งให้น้องพร้อม ซึ่งเจ้าตัวป้อมก็พร้อมที่จะหันไปหาเมื่อถูกคุณน้าเรียกด้วยชื่อนี้ เพราะรับรู้ไปแล้วว่ามันเป็นอีกชื่อหนึ่งของตน

“ขอบใจที่เตือนสติ แต่รับรองว่าบูบุ๊ยของเธอจะได้ใช้ชีวิตวัยหนุ่มอย่างเต็มที่ แกจะไม่มีแม่แก่ๆ ไปคอยขวางทางแกกับสาวๆ”

“นั่นแหละ มันเป็นเหตุผลที่ฉันอยากให้เธอเปิดใจมองผู้ชายคนใหม่ เพราะวันหนึ่งบูบุ๊ยก็ต้องโตและห่างจากเธอ ถือว่าเธอโชคดีที่ได้เริ่มต้นใหม่ในวันที่เธอยังสาวและสวยเลือกได้”

“มันใช่ที่ไหนกันล่ะ ฉันเป็นแม่ม่ายมีลูกติดหนึ่งคนต่างหาก”

“เธอเอาคำโบราณนี้มาพูดได้ยังไง ลบออกจากหัวไปเลย ฉันทนฟังไม่ได้”

นิสาโวยวาย ท่าทางรับไม่ได้อย่างจริงจัง ชีวาพรจึงแกล้งย้ำ...

“มันคือความจริง ฉันเป็นแม่ม่ายลูกติด”

มันไม่ใช่คำหยาบคาย มันเป็นเพียงคำที่บอกถึงสถานะของผู้หญิงคนหนึ่งเท่านั้น ชีวาพรไม่คิดว่าคำนี้จะลดทอนคุณค่าของเธอได้ ดังนั้นเธอจึงไม่จำเป็นต้องเลี่ยงพูดถึงมัน

“เธอเอาคำว่าแม่ม่ายลูกติดมาฝังหัว แต่รับรองเลยว่าคนคนนั้นไม่เคยคิดอย่างเธอ เขาทำตัวเป็นหนุ่มโสดแห่งปี เป็นผู้ชายไม่มีพันธะที่พร้อมเปิดรับสาวๆ เข้าสู่อ้อมอกอยู่เหมือนเดิม”

ใบหน้าของชีวาพรสลดวูบ นิสารีบปิดปาก...แต่ไม่ทันแล้วแหละ

“ฉันขอโทษนะ เธอกับเขาไม่เกี่ยวข้องกันแล้ว เธอมูฟออนได้แล้ว แต่ฉันยังทำตัวรุงรังกับตานั่นอยู่”

นิสาไม่ตั้งใจพูดกระทบใจเพื่อน การทำร้ายจิตใจของเพื่อนที่บอบช้ำมาอย่างหนักเป็นสิ่งสุดท้ายที่เธอจะทำ แต่เธอโกรธผู้ชายคนนั้นมากเกินไป มันจี๊ดในใจทุกทีที่นึกถึงเขา เธอจึงยั้งคำพูดไว้ไม่ทัน

ตอน 3

สถานะแม่ม่ายลูกติดไม่อาจลดทอนความภูมิใจของเธอลงได้ เพราะมันหมายถึงเธอมีแก้วตาดวงใจเข้ามาให้รักหนึ่งคน

ชีวาพรช้อนร่างป้อมของลูกชายขึ้นมาจากรถเข็น หลังจากพาเจ้าตัวกลมกลับมาถึงบ้านเช่าที่อยู่ห่างจากร้านกาแฟประมาณสี่ร้อยเมตร

เมื่อเดือนกันยายนปีก่อน เธอนั่งเครื่องบินมาลงที่ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย โดยไม่รู้จุดหมายปลายทางที่จะไปต่อ เมื่อคิดว่านอกจากบ้านที่กรุงเทพฯ แล้ว เธอนึกถึงที่ไหนอีก...ก็คงเป็นที่แห่งนี้ เพราะเธอเคยมาเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ถึงสี่ปี

ความเคยชินพาเธอกลับมา เมื่อนั่งอยู่ในสนามบินได้สักพัก เธอจึงโทร.ไปหานิสา เพื่อนร่วมคณะที่ยังปักหลักอยู่ที่เชียงราย ทั้งที่เจ้าตัวไม่ใช่คนในพื้นที่นี้เลย

เมื่อนิสามาถึง ชีวาพรยังจำสีหน้าตกใจของเพื่อนได้...เรียวปากสวยแย้มเป็นเชิงหยัน เธอกำลังหยันตัวเองเมื่อนึกถึงเหตุการณ์นั้น

‘กวาง! เธอท้องใช่ไหม? ไหนเมื่อ 2-3 เดือนก่อนเธอบอกว่าหย่ากับคุณธีร์แล้วไง’

‘อืม...’

นั่นคือคำตอบของเธอ แม้เธอพยายามทำหน้าตาให้สดชื่น แต่สภาพของคนที่นอนไม่หลับมานานนับเดือน มันคงไม่ดีไปกว่าซอมบี้สักเท่าไร

‘ไปที่ร้านของฉันก่อน’

‘ร้านอะไร? เธอเปิดร้านขายของเหรอ’

‘ใช่ ฉันยังไม่ได้เล่าให้เธอฟัง งานบริษัทที่ฉันเคยทำปิดตัวไปแล้ว ฉันตกงาน ฉันเลยเอาเงินที่มีติดมือมาเปิดร้านกาแฟ แต่ความจริงฉันก็ทำสารพัดอย่าง มีทั้งเบเกอรี่ ขนมกล้วยทอด ข้าวกล่องก็มี แล้วแต่ลูกค้าอยากได้อะไร ฉันจัดให้ได้ทั้งหมด’

เธอหยุดชะงักทันที เพราะลังเลว่าตนมารบกวนเพื่อนหรือเปล่า เห็นอยู่ว่านิสาคงใช้ชีวิตอย่างดิ้นรน กังวลว่าตัวเองมาเป็นภาระของเพื่อน...ซึ่งท่าทางของเธอ นิสาก็ดูออก

‘อย่าคิดมาก ฉันสบายดี ฉันมีความสุขมากกว่าตอนทำงานในบริษัทเสียอีก เธอไปกับฉัน พาเจ้าบูบุ๊ยในพุงไปพักที่บ้านน้านิสาก่อน’

นิสาช่วยเข็นกระเป๋าเดินทางใส่ท้ายรถรับจ้างที่จอดอยู่หน้าสนามบิน แล้วบอกจุดหมายปลายทางเป็นร้านกาแฟของตัวเองโดยไม่ถามสักคำว่าทำไมอยู่ๆ เธอถึงโผล่มาที่นี่ได้ อีกทั้งยังขนข้าวของมาอย่างกับจะย้ายบ้าน เพราะถ้าหากนิสาถามขึ้นมาในเวลานั้น มั่นใจได้เลยว่าเธอต้องร้องไห้ฟูมฟายเหมือนคนบ้าอย่างแน่นอน

ชีวาพรไม่ชอบตัวเองที่เป็นแบบนั้น แต่เธอจมอยู่กับมันนานเกือบสามเดือนนับตั้งแต่หย่ากับธีทัต เวลาของเธอหมดไปกับการตามเฝ้าอดีตสามี เธอตามตื๊อเขาทุกทางทั้งที่รู้แก่ใจว่ามันไม่มีอะไรดีขึ้น แต่เธอก็ยังทำ...ทำทั้งที่ไม่มีสิทธิ์ในตัวเขาแล้ว

ผู้หญิงประเภทไหนกันที่ทำตัวอย่างนี้ ชีวาพรเกลียดตัวเองในช่วงเวลานั้นเหลือเกิน เธอไม่อยากกลับไปเป็นผู้หญิงไร้สติคนนั้นอีก

กระทั่งตื่นขึ้นมาในเช้าวันหนึ่ง ชีวาพรรับรู้ถึงแรงดิ้นของลูกในท้อง เธอท้องเข้าเดือนที่สี่แล้ว ซึ่งทุกครั้งที่ไปเผชิญหน้ากับอดีตสามี เขาไม่เคยสังเกตร่างกายของเธอ เรียกได้ว่าเขาไม่ชายตาแลเธอคงถูกต้องกว่า...ลูกจึงยังเป็นความลับสำหรับเขามาจนถึงวันนี้

เธอตัดสินใจขนเสื้อผ้าออกจากบ้านในช่วงสายของวันนั้น...บ้านหลังนั้นเธอเคยอาศัยตั้งแต่จำความได้ ซึ่งอยู่ระหว่างการฝากขายกับนายหน้า มันจึงไม่มีใครพักอาศัยอีก ไม่ว่าพ่อ พี่ชาย หรือพี่สาว ทุกคนต่างแยกย้ายไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ เหลือเพียงเธอที่ยังจมปลักอยู่ที่เดิม

เมื่อยอมรับความจริงได้ว่าถึงอยู่ไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น ชีวาพรจึงขนเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัว แล้วซื้อตั๋วเครื่องบินเดินทางมาที่เชียงราย

มันเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง หลังจากที่เธอทำผิดพลาดซ้ำๆ มาหลายครั้งจนทำให้ชีวิตของตัวเองพังลง

มือเรียวบางไล้พวงแก้มอวบกลมของลูกน้อยที่กำลังนอนกางแขนกางขาบนที่นอน เธอทอดมองดวงหน้าของลูกอย่างแสนรัก หน้าตาของลูกคล้ายเขามาก แต่นิสามักย้ำว่าลูกคล้ายเธอมากกว่า

ขอบคุณที่หนูมาให้แม่รักนะครับ หนูเตือนสติแม่ในวันที่แม่อ่อนแอ แม่สัญญาว่าจะไม่กลับไปเป็นแบบนั้นอีก

เงาร่างสูงที่เคลื่อนเข้ามาในห้องรับประทานอาหารสามารถดับเสียงพูดคุยของคนในห้องได้อย่างชะงัด กระทั่งเจ้าของเงาปรากฎตัวขึ้นตรงช่องประตู แล้วเดินเข้าไปข้างใน

“วันนี้กลับเร็วแฮะ เพิ่งสามทุ่มเอง ปกติต้องกลับเที่ยงคืนถึงตีสอง”

ชนกันต์ซึ่งเป็นน้องชายคนที่สองพูดเปรยๆ แต่พี่ชายใหญ่ที่เพิ่งเข้ามากลับทำเหมือนไม่ได้ยิน เขานั่งบนเก้าอี้ตรงโต๊ะรับประทานอาหารตัวยาว โดยเว้นระยะห่างจากน้องทั้งสองคนไปพอสมควร

“งานที่บริษัทไม่เร่ง ไม่ทราบว่าเฮียไปเถลไถลที่ไหนมาครับ”

เมื่อถามลอยๆ ไม่ได้ผล ชนกันต์จึงส่งคำถามเจาะจงไปให้ ซึ่งได้ผล เขาได้ยินเสียงตอบงึมงำผ่านลำคอหนามาให้ได้ยิน

“มึงไม่ยุ่งสักเรื่องได้ไหม”

ถูกต่อว่าสักกี่ครั้งก็ยังไม่ชิน ชนกันต์ทำหน้ายุ่ง ถ้าเป็นสถานการณ์ปกติ ต่อให้ถูกพี่ชายด่าว่า ‘เสือก’ เขาก็รับได้ แต่ตอนนี้พี่ชาย ‘ไม่ปกติ’ ใครๆ ก็มองออก... เหลือแต่เจ้าตัวที่ไม่ยอมรับความจริง

“ผมถามหน่อยเถอะ ทุกวันนี้เฮียมีความสุขไหม”

“มึงถามถึงเรื่องอะไร”

ยังมีอารมณ์ตีมึนอีกนะ!...ชนกันต์ถอนหายใจเฮือก หากก่อนที่เขาจะได้โต้วาทีกับพี่ชาย น้องชายคนสุดท้องก็พูดขึ้นมาเสียเอง

“เฮียออกไปกินเหล้าไม่เว้นวัน ทั้งที่เมื่อก่อนเฮียไม่ชอบดื่มสังสรรค์ เฮียบอกว่าตื่นเช้ามามันไม่สดชื่น สมองไม่แล่น ประสิทธิภาพการทำงานลดลง แต่ตอนนี้เฮียเป็นขาปาร์ตี้ไปแล้ว ใครจัดปาร์ตี้ที่ไหนก็ต้องบอกเฮีย รับรองไม่ผิดหวังสักราย”

ภพธรคนหน้านิ่งร่ายยาว ปกติเขาเป็นคนไม่ค่อยพูด แต่ถ้าได้พูดเมื่อไรก็มักไม่จบง่ายๆ

“ถ้าทำแล้วไม่มีความสุข กูจะทำทำไม พวกมึงเป็นอะไรถึงเซ้าซี้กูอยู่ได้ทุกวัน ถึงพวกมึงไม่เบื่อตัวเอง แต่กูโคตรเบื่อขี้หน้าพวกมึงเลยว่ะ”

เบื่อถึงขนาดเคยคิดแผนร้ายจะส่งเจ้าสองคนนี้ไปดูแลงานที่ออสเตรเลียให้รู้แล้วรู้รอด หวังจะให้อยู่ห่างๆ เขา แต่ติดตรงที่ก่อฤกษ์ซึ่งเป็นน้องชายฝาแฝดยังอยู่กับลูกเมียที่นั่น ธีทัตเลยต้องทนน้องชายสองคนนี้ต่อไปโดยไม่รู้ชะตากรรมตัวเอง

“ขอบคุณที่กรุณาตอบคำถามของกันต์ ทีนี้ผมขอถามบ้าง” ภพธรพูดเสียงเนิบ แล้วใช้สิทธิ์ถามต่อโดยเว้นช่องให้ใครขัด “ทำไมเฮียถึงยังทำอะไรคาราคาซังกับเมียเก่า น้องกวางเป็นเมียเก่า ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเฮียแล้ว เฮียให้คนไปซื้อบ้านของเธอมาเก็บไว้ทำไม แล้วทำไมเฮียถึงจ่ายค่าเช่าบ้านที่ริมหาดหัวหินให้อดีตพ่อตา แถมยังจ้างแม่บ้านให้ดูแลอดีตพ่อตาอีกด้วย มันเป็นหน้าที่ของเฮียหรือเปล่า...ก่อนจะทำทำไมเฮียไม่ปรึกษาพวกเราก่อน”

“ทำไมกูต้องปรึกษาพวกมึง นั่นมันเป็นเงินส่วนตัวของกู กูไม่ได้เอาเงินส่วนกลางไปใช้!”

ธีทัตหลุดอารมณ์ฉุนเฉียว ไม่รู้ว่าเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ หรือความรู้สึกไม่พอใจที่ถูกล้วงลึกถึงเรื่องที่ตนต้องการเก็บไว้ให้เป็นเรื่องส่วนตัว...หากถ้อยคำต่อมาของชนกันต์ก็ทำให้เขารู้ตัวว่าพลาดไปแล้ว

“อ้าว! สรุปว่าเฮียทำทั้งหมดนี้จริงๆ เหรอ ผมไม่อยากเชื่อเลย เฮียเกลียดน้องกวางอย่างกับอะไรดี ผู้หญิงอะไรหย่ากันแล้วแต่ยังตามตื๊อเฮียอยู่ได้ ไล่แล้วก็ไม่ยอมไป ตอนที่เฮียก่อเล่าให้พวกเราฟังว่าเฮียทำอะไรลงไปบ้าง ผมยังเถียงเลยนะว่าคนอย่างเฮียธีร์ไม่ทำเรื่องย้อนแย้งพวกนี้หรอก”

น้องชายทั้งสองคนตีหน้าซื่อมากเท่าไร ธีทัตก็ยิ่งตระหนักว่าเจ้าพวกนี้มันร้ายจริงๆ แว้งกัดได้แม้แต่พี่ชายตัวเอง!

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED