๑
‘ยามรัก’
เสียงกุกกักที่ดังอยู่ในห้องครัวทำให้ชายหนุ่มร่างใหญ่ที่เดินออกมาจากห้องนอน สวมแค่กางเกงนอนผ้าแพรขายาวสีน้ำเงินแค่ตัวเดียว ย่ำเท้าเข้ามามองต้นเสียง
คนร่างหนายืนเต็มความสูง 183 เซนติเมตร หัวไหล่หนาอันอุดมด้วยกล้ามเนื้อเปลือยเปล่าพิงขอบประตูห้องครัว สายตาเข้มสำรวจจ้องมองสาวร่างบางตั้งแต่ลำคอระหง แผ่นหลังบางห่อหุ้มด้วยเสื้อกล้าม ผมยาวสลวยดำเงาแผ่เต็มกลางหลัง ความยาวของผมนุ่มถึงเอวคอดกิ่ว
สายตาของเขายังเลื่อนลงมามองเอวเล็ก สะโพกผายกลมกลึงมีแค่กางเกงนอนขาสั้นห่อหุ้ม ทำให้มองเห็นเรียวยาวสวย เธอยืนหันหลังให้กับเขา ขะมักเขม้นทำอาหารเช้า
‘ปุริม’ อมยิ้มเล็กน้อยตรงมุมปาก แล้วก้าวเท้าเดินเข้าไปหาร่างของสาวน้อย ใช้แขนทั้งสองข้างสอดเข้าช่วงเอวคอดกิ่ว แล้วโอบกอดคนร่างน้อยจากทางด้านหลัง
เขาต้องก้มลงเพราะตัวสูงกว่าเธอมากขณะยื่นใบหน้าเข้าไปหา ปลายจมูกโด่งคมสันสูดดมเอากลิ่นหอมจากพวงแก้มของเธอซ้ายขวา ปากหยักก็กระซิบถามข้างใบหู
“หอมจัง ทำอะไรอยู่ครับคนสวย?”
“พี่ปุ๊ตื่นแล้วเหรอคะ?”
‘ปานประดับ’ เขินอาย เอียงใบหน้าหนีปลายจมูกของเขา ชำเลืองสายตามองคนร่างโต มือของเธอก็ยังวุ่นอยู่กับการทำอาหารเช้า
“ทำไมตื่นเช้าจังครับ?”
ชายหนุ่มรั้งร่างเล็ก หมุนให้เธอหันมาหา แขนหนาก็ยังกอดอยู่ที่เอวบาง ปากหยักยังตอดเล็กตอดน้อยตามเรียวปากบาง
“พี่ปุ๊มีประชุมแต่เช้าที่มหาวิทยาลัยไม่ใช่เหรอคะ ปานเลยตื่นเช้ามาทำอาหารให้ไง”
หญิงสาวแหงนใบหน้าขึ้นมองเขาอย่างเอียงอาย ดวงตากลมโตมองใบหน้าของคนรัก
เขายังหล่อเหลาเหมือนเดิมถึงจะอายุ 36 ปีแล้วก็ตาม เธอและเขาเจอและรักกัน เพราะเธอเป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัยของเขา สองปีแล้วสินะที่เธอยินยอมเข้ามาอยู่กับเขา และซื้อคอนโดฯ อยู่ด้วยกัน
“วันนี้ออกไปทำธุระกับพี่นะครับ”
ปุริมย่อตัวลงแล้วใช้แขนสองข้างอันกำยำซ้อนอุ้มร่างแน่งน้อยขึ้นแนบอก ปากหยักก้มลงกระซิบตรงข้างหู
“พี่ปุ๊ไม่ไปสอนเหรอคะ?”
ปานประดับเปรยเสียงใสถามเขา เพราะปกติเช้าวันจันทร์ ชายหนุ่มจะเข้าประชุมและมีสอนที่มหาวิทยาลัย เธอเอียงหน้ามองเขาอย่างสงสัย
“วันนี้ พี่ให้นุวัตน์ช่วยจัดการให้แล้วครับ” เอ่ยเสียงเข้มตอบทั้งที่ยังจูบปากบาง แบบจูบไปคุยไป
“เดี๋ยวค่ะ พี่ปุ๊จะทำอะไรคะ? ปานจะทำข้าวเช้าค่ะ”
เธอดิ้นอยู่ในอ้อมกอดของเขา แต่สองแขนสวยยกขึ้นโอบรอบคอหนาไว้แน่น
“พี่ยังไม่หิว” ชายตัวโตบอกเสียงหื่น สายตาเข้มยังมองเธออย่างเจ้าเล่ห์
“ปล่อยปานลงนะคะ...”
“อาบน้ำด้วยกันนะครับ”
ปุริมอุ้มร่างบางพาเดินเข้ามาในห้องน้ำ เท้าขวาผลักประตูห้องให้เปิดออกแล้วใช้เท้าข้างเดียวกันดันให้ปิดลงเหมือนเดิม
ชายหนุ่มวางร่างบางให้นั่งบนเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า โดยยังมีร่างของเขาคร่อมอยู่ สองมือหนาก็ยังลูบไล้ผิวเนียนบนลำแขนสลวย ไล้ลงมาตรงปลายเสื้อแล้วรั้งขึ้นไปข้างบน เขาถอดเสื้อให้กับเธอ
“พี่ปุ๊ปล่อยปานลงเลยนะ”
หญิงสาวพยายามดิ้นให้หลุดออกจากอ้อมกอดของเขา เธอยกแขนทั้งสองข้างโอบกอดร่างเปลือยเปล่าของตัวเองไว้
“อย่าห้ามพี่เลยนะคนดี”
คนตัวโตโน้มใบหน้าเข้าหา ริมฝีปากของเขาประกบเรียวปากบางของเธอ ไล้เล็มเลาะจูบเน้นตรงพวงแก้มเนียน จมูกไซ้ลงมาตามแนวคางช่วงลำคอ เรียวปากหนาเล็มผิวนุ่มมาหยุดอยู่ตรงช่วงทรวงอกของเธอ
แขนสลวยถูกมือหนาผลักออกจากอกนวล ปลายลิ้นร้อนปาดเลียยอดปทุมถันสีชมพูสลับกันไปมาไม่ให้น้อยหน้ากันและกันจนเกิดเป็นเม็ดไตแข็ง
พอหนำใจตรงทรวงอกอิ่ม เรียวปากหยักไล้ชิมผิวหวานลงมาตามผิวผ่องจนถึงหน้าท้องแบนเรียบเนียน เขาอยากให้พื้นที่ตรงนี้ป่องออกมาบ้างจัง
ชายหนุ่มใช้ปากกัดและคาบขอบกางเกงนอนของเธอถอดออกจากสะโพกกลม ไล้ลงมาตามเรียวขาสวย สายตาเปี่ยมด้วยสิเน่หาเหลือบขึ้นไปมองคนตัวหอมที่หายใจรวยริน
“พี่ปุ๊ อย่าค่ะ”
ปานประดับเปรยบอกชายหนุ่ม เสียงของเธอสั่นเครือ ร่างบางผวาสะดุ้งทุกครั้งเพราะแรงสัมผัสของเขา ขณะนี้ ใบหน้าหยกซุกอยู่ตรงหน้าขาขาว จมูกและเรียวลิ้นช่วยกันทำงานเรียวลิ้นหนาตวัดเลียตรงรอยแยกของกุหลาบสีชมพู สร้างความเสียวซ่านให้กับหญิงสาว
มือบางทั้งสองข้างยื่นเข้าไปขยุ้มผมหนานุ่มของชายหนุ่มดึงทึ้งเพราะเธอทนความเสียวรัญจวนใจไม่ไหว
“อ้าขาออกกว้างๆ สิปาน”
เสียงของเขายังงึมงัมอยู่ตรงช่อชบางาม มือหนารั้งสะโพกงอนที่พยายามขยับหนีไว้แน่น
“พี่ปุ๊...ปานไม่ไหวแล้วนะคะ จะทำอะไรก็รีบทำสิคะ”
ขาเรียวสลวยทั้งสองข้างพาดลงไปบนหัวไหล่กว้าง ปลายเท้าเรียวจิกลงบนแผ่นหลังแกร่ง
ชายหนุ่มทำตามที่หญิงสาวขอร้อง เขาเร่งความเร็วตวัดลิ้นตรงจุดเสียวของเธอยิ่งกว่าเดิม
“หวานเหลือเกิน”
เขากระซิบบอกทั้งที่ยังใช้ลิ้นตวัดเลียดูดกินน้ำหวานและยังใช้เรียวนิ้วใหญ่สองนิ้วชักเข้าออกตรงหลุมรัก ทำซ้ำกันหวังส่งหญิงสาวไปชมความสวยงามบนท้องฟ้า
“อ๊ายย...พี่ปุ๊ช่วยปานด้วย อืออ”
ร่างบางผวาโอบกอดศีรษะของชายหนุ่ม มือเรียวขยุ้มเส้นผมนุ่มเพราะความเสียวสะท้าน บทรักที่เขาทำให้เธอ เขาไม่เคยคิดรังเกียจ
หญิงสาวซบแผ่นหลังพักพิงบานกระจกเงาบานใหญ่ หายใจรวยรินอย่างเหนื่อยล้าอันเป็นผลจากการปรนเปรอของชายหนุ่ม
“หอมเหลือเกินสาวน้อย”
ชายหนุ่มเงยหน้าออกจากร่องเนื้อของเธออย่างอ้อยอิ่ง กลิ่นสาบสาวและน้ำหวานของคนตัวน้อย เขากินบ่อยด้วยติดใจในรสชาติหอมหวานปานน้ำผึ้งเดือนห้า
คนตัวโตลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วขยับก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว มือหนาจับขอบกางเกงนอนของตัวเองถอดออกถึงปลายเท้า โยนลงไปบนตะกร้าใส่เสื้อผ้าสำหรับซัก
“มองพี่สิปาน”
เขาเอ่ยบอก มือหนายังสัมผัสตัวตนของตัวเองที่มันใหญ่โตแข็งเป็นท่อนยาว มือลูบไล้ส่วนที่เป็นหนังห่อหุ้มชักมันขึ้นลง ทำให้มองเห็นปลายหัวหยักสีชมพู เขาทำอยู่อย่างนั้นแม้แต่ต่อหน้าเธอ ใบหน้าของเขาเหยเกด้วยความเสียวสะท้าน
“พี่ปุ๊...”
ปานประดับยังหลงเหลือความเสียวซ่าน เธอเงยหน้าหวานขึ้นมองร่างกายของเขา อกแกร่งมีขนอ่อนเป็นปุยขึ้นเต็มแผ่นอกเรียงยาวลงมาถึงหน้าท้องแน่นหนาที่ไร้ไขมัน ช่วงขาและลำแขนเป็นมัดๆ มันบ่งบอกว่าชายหนุ่มออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
เธอมองเขาแล้วยิ่งหลงใหลในรูปร่าง ปานประดับเหลือบสายตาขึ้นมองใบหน้าของเขาที่ส่งสายตากระหายมองเธออยู่แล้ว
ชายหนุ่มแลบลิ้นเลียริมฝีปากของตัวเองที่มันวาววับ เปียกแฉะเพราะน้ำผึ้งของเธอ พร้อมทั้งยกนิ้วสองนิ้วที่ชุ่มไปด้วยน้ำหวานดูดเลียต่อหน้าเธอ
การกระทำของคนหื่นสร้างความอับอายแก่คนตัวน้อยยิ่งนัก เธอรีบเบือนใบหน้าหนีคนหน้ามึนทันที
“คนบ้า กินไปได้ไง” ใบหน้าแดงระเรื่อเพราะอายที่เขาทำแบบนี้ต่อหน้า
“อร่อยดีครับ หวานด้วย” คนหน้ามึนตอบหน้าตาเฉย แล้วก้าวเดินเข้ามาหา
มือหนาจับสะโพกงอนให้มาประชิดตรงระหว่างขาของเขา สะบัดสะโพกของตัวเองให้ความใหญ่โตถูไถตรงรอยแยกเพื่อหยอกล้อเธอเล่น แต่เป็นเขาเองที่เกิดความเสียวทรมานใจ ปวดตรงท่อนเอ็นยิ่งนัก
ใบหน้าคมยื่นเข้าไปจูบเธอจนหญิงสาวได้ลิ้มลองรสน้ำหวานและกลิ่นสาบสาวของตัวเอง มือหนาก็จับให้ขาเรียวทั้งสองข้างแยกออกจากกัน
“พร้อมนะครับ”
ปากหยักร้อนรุ่ม โฉบลงประกบจูบเรียวปากบางที่บวมเจ่อเล็กน้อย เขากระซิบบอกเธอ จูบเธออยู่อย่างนั้น ก่อนผละออกก้มหน้ามองช่วงล่างของตัวเองแล้วจับท่อนเอ็นใหญ่ร้อนถูไถตรงช่องทางรัก ผลักดันเข้าไปทีละนิดจนสุดลำแล้วหยุดแช่ไว้
“พี่ปุ๊ เดี๋ยวก่อนค่ะ” ปานประดับขยับสะโพกหนี เพราะเขาลืมสิ่งสำคัญอะไรบางอย่าง
“ปานจ๋า...อ่า...”
ความคับแน่นบีบรัดท่อนเอ็น ทำให้ชายหนุ่มต้องหยุดนิ่ง ถ้าเขาขยับมีหวังได้หลั่งออกมาแน่
“ซี้ดด...พี่ปุ๊ขา ทำไมไม่ใส่ถุงยางอนามัยล่ะคะ?”
มือบางรีบยกขึ้นผลักหน้าท้องแน่นหนาด้วยกล้ามเนื้อของเขาให้ผละออก เธอพยายามรั้งสะโพกของตัวเองหนีออกจากสะโพกสอบ แล้วเงยใบหน้าเป็นกังวลมองชายหนุ่ม
เธอยังไม่พร้อมในเวลาแบบนี้ ถึงจะรักเขาและสัญญากันว่าจะแต่งงานกันในเร็ววัน แต่เธอก็ไม่พร้อมที่จะท้องตอนที่ยังศึกษาอยู่ ไม่อยากให้พ่อแม่บุญธรรมผิดหวังในตัวเธอมากกว่านี้
“เดี๋ยวพี่จะเอาออกข้างนอกนะครับ พี่ขอนะคนดี พี่ไม่อยากใช้ถุงอะไรนั่น”
เขารู้ว่าเธอยังไม่พร้อมที่จะมีเจ้าตัวน้อย อีกอย่าง สาวน้อยเกิดมีอาการแพ้ยาคุมด้วย ดีเหมือนกัน วันนี้แหละ เขาจะสร้างเจ้าตัวน้อยขึ้นเอง เบื่อเหลือเกินที่ต้องมาใช้ไอ้เครื่องป้องกันบ้าบออะไรนั่น ท้องเป็นท้อง
“พี่ปุ๊...”
หญิงสาวเปรยเสียงใสบอกเขาเสียงสั่นๆ เธอใจสั่นหวั่นไหวกับคำพูดของเขา
“ชู่วว...อย่าห้ามพี่เลยนะคนดี”
เขาก้มหน้าเข้าหาเธอ จูบริมปากบางที่ช่างฉอเลาะปิดไว้ไม่ให้เธอเอ่ยอะไรอีก มือหนาทั้งสองข้างซ้อนเข้าใต้สะโพกงอนยกขึ้นเล็กน้อย จับให้น้องน้อยอยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน มือเรียวใหญ่ลูบไล้ตามเรียวขาเนียนจนไปถึงปลายเท้าแล้วจับยกขึ้นทั้งสองข้างให้พาดบนหัวไหล่
เขาก้มลงมองตัวตนของตัวเองที่ชี้โด่ยาว มือใหญ่สั่นเทาจับท่อนเนื้ออันแข็งแกร่งจดจ่อถูไถอีกครั้งตรงช่องทางรัก สะโพกสอบก็ขยับดันความเป็นชายเข้าไปใหม่อีกจนสุดลำ ขยับเขยื้อนเข้าออก สร้างความเสียวซ่านให้กับเธอและเขา
“พี่ปุ๊ขา...ปานไม่ไหวแล้วค่ะ”
ปานประดับหายใจหอบถี่ยิบราวคนขาดน้ำ ร่างระหงผวาเข้าหาร่างหนา สองแขนเรียวยกขึ้นโอบกอดรอบคอหนา เธอทนความเสียวรัญจวนใจไม่ไหวอีกแล้ว
“พี่ก็ไม่ไหวเหมือนกันครับ พร้อมกันนะที่รัก”
สะโพกสอบขยับกระแทกกระทั้นสุดแรง ตอกย้ำลงตรงช่อกุหลาบไปตามแรงปรารถนา เขาฮึกเหิมจนน้องน้อยแทบจะขาดใจ
“อือๆ ๆ...พี่ปุ๊”
หญิงสาวครางโหยยามปุริมกระหน่ำเรี่ยวแรงใส่ช่อชบาไม่ยั้ง ฝ่ามือเรียวบางจิกลงบนแผ่นหลังใหญ่ด้วยความเสียวซ่าน ใบหน้าของเธอซบอยู่ตรงอกแกร่ง สูดดมเอากลิ่นกายของเขาเข้าทางจมูกและทางปาก เพราะความเสียวซ่านรัญจวนใจ ปากบางซี้ดซ้าดดังเมื่อคนร่างหนาพาเธอไปชมสวรรค์ชั้นเจ็ดอย่างสมใจหมาย
“อ้า!...อ้า!!”
ปุริมจับใบหน้าของคนตัวน้อยให้เงยมอง แล้วก้มจูบเรียวปากบางอย่างดูดดื่ม สะโพกสอบโหมกระแทกถี่ระรัวอย่างบ้าคลั่ง
เขาคำรามอย่างสุขสม แล้วปลดปล่อยน้ำรักเข้าไปในตัวเธอ หยุดแช่ไว้ ใบหน้าของเขาซบลงบนอกอิ่ม ทั้งสองหายใจรวยริน
ปุริมอุ้มเธอขึ้นโดยที่ยังมีท่อนเอ็นแช่อยู่ในช่อผกา ก้าวออกจากห้องน้ำ พาเธอมานอนพักบนเตียงหนานุ่ม
มือหนาจับกระชับตรงปลายเท้าบางทั้งสองข้างฉีกออกให้กว้าง สะโพกที่ยังเชื่อมต่ออยู่ตรงสะโพกมน ความเป็นชายยังแข็งและคับแน่น แรงบีบของช่อกุหลาบทำให้ชายหนุ่มทนไม่ไหว
เขาเริ่มออกแรงกระแทกอีกครั้งจนสุดแรงรัก บทสวาทได้เริ่มขึ้นใหม่จนจบลง ได้เริ่มขึ้นอีกครั้งและอีกครั้ง
กว่าบทรักที่ชายหนุ่มมอบให้เธอจะจบลงก็ปาเข้าไปสิบโมงเช้าพอดี แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาใหญ่เลย เพราะการไปทำธุระของชายหนุ่มอาจจะไม่รีบร้อน แต่มันสำคัญมากสำหรับเขา
ชายหนุ่มยืนอยู่ตรงระเบียงห้องพักอันหรู สายตาของเขาทอดมองผ่านกระจกบานใหญ่มองทิวทัศน์ข้างนอกของเมืองกรุงเทพฯ รถราวิ่งกันขวักไขว่
ปุริมอมยิ้มน้อยๆ มือข้างขวาล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์ขายาวสีซีด ส่วนมืออีกข้างถือกล่องกำมะหยี่สีดำ ก้มลงมองแล้วยิ้มให้กับกล่องดำนั่น
“พี่ปุ๊...ปานพร้อมแล้วค่ะ”
เธอเดินเข้าไปหาเขา ใช้สองแขนโอบกอดรอบเอวสอบจากทางด้านหลัง ใบหน้านวลซบลงบนแผ่นหลังแข็งแกร่ง
ปุริมรีบซ่อนสิ่งของที่อยู่ในมือ เก็บไว้ในกระเป๋ากางเกง เขาหันหน้ามามองเธอ ใช้สองแขนกอดรอบเอวคอดไว้ แล้วโน้มใบหน้าเข้าหาใช้ปลายจมูกชนกับปลายจมูกเล็กเรียวของเธอ
“วันนี้ เมียพี่สวยเหลือเกิน”
ชายหนุ่มผลักร่างบางออกห่าง แล้วสำรวจดูตัวน้องน้อย ชุดเดรสสีขาวกระโปรงสั้นเหนือหัวเข่า ช่วงคอเป็นจีบปิดกระดุม ช่วงแขนเป็นผ้าลูกไม้ยาวถึงข้อศอก ชุดที่อยู่บนตัวสาวน้อยแล้ว มันช่างทำให้เธอดูสวยหวานน่ารักยิ่งเหลือเกิน
ความสวยของเธอไม่ต่างจากครั้งแรกที่เขาเจอ ตอนนั้นอยู่ในชุดนักศึกษาเรียนอยู่ปีหนึ่ง เพียงเห็นครั้งแรกก็ทำให้อาจารย์หนุ่มตกหลุมรักนักศึกษาสาวทันที
“ก็พี่ปุ๊บอกให้แต่งตัวสวยๆ นี่คะ”
เธอซบหน้าตรงอกหนา นิ้วชี้ของเธอก็ซนยิ่งนัก ชอนไชเข้าไปตรงช่องโหว่ที่เป็นช่องกระดุมของเสื้อเชิ้ต เธอสะกิดและเขี่ยตรงผิวแน่นข้างราวนมของชายหนุ่มเล่นไปมาอย่างลืมตัว
สาวเจ้าไม่ทันคิดว่าทำอะไรลงไป ในใจของเธอคิดแต่ว่ารักเขาหมดหัวใจ มอบตัวและหัวใจให้เขาดูแลตั้งแต่เจอเขาครั้งแรก
ใบหน้าของคนตัวโตแดงก่ำ เขาพยายามอดกลั้นไว้ ทั้งเสียวทั้งทรมาน การกระทำของสาวเจ้าสร้างแรงฮึกเหิมให้กับเขาอีกแล้ว
“ปาน หยุดเดี๋ยวนี้เลย”
เขากระซิบบอกเธอเสียงสั่น ห้ามปรามคนตัวน้อย ถ้าไม่หยุดคงมีเรื่องได้เข้าห้องอีกแน่
“ค่ะ!”
ปานประดับรีบชักนิ้วมือออกจากอกแน่นทันที เธอเงยหน้ามองเขาที่ก้มมองเธอด้วยสายตาหื่นๆ เธอรีบก้มหน้าหลบสายตาเขา
“พี่รักปานนะครับ”
ปลายนิ้วชี้เรียวใหญ่เชยคางมนให้แหงนขึ้นมองเขาอีกครั้ง ชายหนุ่มโน้มหน้าเข้าหายื่นเรียวปากหยักจูบสัมผัสตรงหน้าผากนวล
“ปานก็รักพี่ปุ๊ค่ะ อย่าทิ้งปานนะคะ” เปรยบอกเขาเป็นนัยๆ
เธอเชื่อใจเขา แต่เธอก็ยังกลัวเพราะชายหนุ่มมีรูปร่างหน้าตาหล่อเหลาและยังมีพื้นฐานที่ดีอยู่ในแวดวงสังคมชั้นสูง เป็นลูกชายคนเดียวและเป็นทายาทของตระกูลดังระดับต้นๆ ของเมืองไทย มีมหาวิทยาลัยนานาชาติหลายแห่งในประเทศไทยและต่างประเทศ ไหนจะยังมีโรงเรียนขนาดย่อมอีกซึ่งแตกสาขาอยู่หลายจังหวัด
ชายหนุ่มเป็นที่หมายปองของสาวๆ ในสังคมระดับเดียวกันกับเขา ผิดกันกับเธอที่ทางบ้านไม่ได้รวยเงินทองมากนัก ซ้ำตัวเธอเองก็ยังเป็นเด็กกำพร้าที่พ่อแม่บุญธรรมขอมาเลี้ยงตั้งแต่เธออายุได้สิบขวบ
“พี่รักปานคนเดียว เราจะแต่งงานกันให้เร็วที่สุด แต่ตอนนี้ เราออกไปทำธุระกันนะครับ”
คนตัวโตรั้งมือบางขึ้นจับจูงแล้วพาเธอเดินออกไปนอกห้องพัก ลงลิฟต์มาถึงลานจอดรถ แล้วพาเดินเข้าไปหารถคันหรู
“พี่ปุ๊จะพาปานไปไหนคะ?”
ปานประดับหันไปมองเสี้ยวหน้าอันคมคายของคนรักที่นั่งประจำที่อยู่ตรงฝั่งคนขับ
เธอยังสงสัยไม่น้อยว่าธุระของเขาคืออะไร ทำไมต้องทำเป็นมีลับลมคมในด้วย ชายหนุ่มหันหน้ามามองคนตัวน้อยที่เอาแต่สงสัย เรียวปากหนาสีน้ำตาลอ่อนอมยิ้มให้ แล้วโน้มตัวเข้าหารั้งเอาสายเข็มขัดนิรภัยที่อยู่ฝั่งที่เธอนั่งคาดให้
“เดี๋ยวก็รู้ครับ”
ปุริมบอกแผ่วเบา แล้วสตาร์ตรถขับออกไปจากลานจอดรถมุ่งหน้าออกสู่ถนนใหญ่ มือข้างหนึ่งกำพวงมาลัยอีกข้างยื่นเข้าไปรั้งมือบางมากุมไว้ สายตาของเขาจับจ้องออกไปข้างหน้านอกกระจกรถ
เขาขับอย่างเอื่อยเฉื่อยเพราะการจราจรติดขัด ยังดีหน่อยที่เมื่อวานเขาโทร..นัดคุยกับเพื่อนรักที่เป็นนายอำเภออยู่เขตบางรัก และนัดไว้แล้ว จะถึงตอนไหนก็ได้ ทำให้เขาไม่ต้องกังวลใจมาก
“พี่ปุ๊จะไม่บอกปานจริงๆ ใช่ไหมคะ?”
เธอยังสงสัยอยู่ เห็นเขาเอาแต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียว ผิดกับเธอที่เป็นกังวลใจยิ่งนัก
ปุริมชะลอรถเลี้ยวเข้าไปในลานจอด หันหน้าไปมองคนหน้าสวยที่ยังทำหน้าตางุนงง
“อำเภอ!!...พี่ปุ๊มาทำไมคะ?”
เธอยังนั่งอยู่ที่เบาะรถฝั่งตรงข้ามคนขับเพราะยังสับสนอยู่ ไม่อยากคิดเองเออเองให้ใจฝ่อ
“ลงมาได้แล้วครับ”
ปุริมลงจากรถแล้วเดินอ้อมไปฝั่งที่เธอนั่งอยู่ เขาเปิดประตูให้ แล้วจูงมือคนตัวหอมลงจากรถ พาเดินขึ้นบันไดไปหาเพื่อนรัก ป่านนี้คงรอเขาและเธอเป็นแน่
“มาแล้วเหรอวะ แกนัดฉันสิบโมงเช้า นี่มันจะบ่ายสองแล้วนะโว้ย”
นายอำเภอหน้าตี๋นามว่าปิยะ เอ่ยเสียงดุเพื่อนรัก แต่สายตาของเขาเหลือบมองคนที่เพื่อนพามาด้วย
คนนี้น่ะหรือที่มันจะจดทะเบียนสมรสด้วย มันจะเจอข้อหาลักพาตัว หรือพรากผู้เยาว์หรือเปล่านะ
“แกจะบ่นทำไมนักหนา ฉันก็มาแล้วไง”
ปุริมเหลือบสายตามองน้องน้อยที่ยืนก้มหน้า เขาเปลี่ยนจากกุมมือเธอมาเป็น ใช้แขนสอดเข้าช่องเอวคอดกอดเธอกระชับแน่น บอกเพื่อนเป็นนัยๆ ว่า ‘เมียกูห้ามมอง’
“เอ่อๆ...เจริญเถอะมึง งั้นเชิญมึงนั่ง เชิญนั่งครับ”
ปิยะเชื้อเชิญเพื่อนให้นั่งด้วยภาษาพ่อขุนรามคำแหง แต่กับสาวน้อยข้างกายปุริม เขาเอ่ยเชื้อเชิญอย่างไพเราะเสนาะหู
“ปานครับ ไอ้ปิยะเพื่อนพี่”
ปุริมเลื่อนเก้าอี้ให้หญิงสาวนั่ง ส่วนตัวเขาก็เข้าไปนั่งข้างเธอ แล้วโน้มใบหน้าเข้าหากระซิบตรงข้างหู
“สวัสดีค่ะ คุณปิยะ”
ปานประดับเงยหน้ามองคนรักแล้วยิ้มหวานให้ เธอเพิ่งจะสังเกตเมื่อมองชายหนุ่มหน้าตี๋ชัดขึ้น ผู้ชายอะไรผิวขาวยังกับผู้หญิง หล่อแบบตี๋ๆ สูงใหญ่เท่าๆ กันกับปุริม
“สวัสดีครับ...คุณ...”
ปิยะยกมือไหว้ตอบหญิงสาว เขาจ้องมองเธอแบบไม่วางตา เธอสวยหวานใบหน้ารูปไข่ ดวงตากลมโต ตัวเล็กมาก คงจะสูงแค่ 155 เซนติเมตร ผิดกับปุริมซึ่งมีความสูง 183 เซนติเมตร ช่างดูแตกต่างกันเหลือเกิน
“ปานประดับค่ะ จะเรียกปานก็ได้ค่ะ” เธอคุยกับเขาแล้วยิ้มให้นายอำเภอหนุ่มหน้าตี๋
“งั้น...พี่จะเรียกน้องปานนะครับ น้องปานต้องเรียกพี่ว่าพี่ยะนะ”
ชายหนุ่มมองหน้าเจ้าหล่อนแล้วยิ่งเกิดความอิจฉาเพื่อนรักที่เจอนางฟ้านางสวรรค์
“ได้ค่ะ”
เธอส่งยิ้มหวานให้คนที่นั่งตรงข้าม จนสร้างความรำคาญใจให้แก่ปุริมที่นั่งอยู่ข้างเธอ เขาหันไปมองหน้าหญิงสาวแล้วหันไปบ่นเพื่อนรัก
“เมื่อไรมึงจะหยุดคุย และเลิกจ้องหน้าเมียกูสักที”
คนหวงของรักเกิดความรำคาญและหึงน้องน้อย เลยโวยวายเสียงดังใส่เพื่อน
“พี่ปุ๊ทำไมพูดแบบนี้คะ”
สาวเจ้ากระซิบบอก แล้วยกมือเรียวบางขึ้นตีลงไปบนท่อนแขนหนาของแฟนหนุ่มหนึ่งที
“ก็จริงนี่ครับ ดูมันสิ มองปานจนตาแทบจะถลนแล้ว”
ชายหนุ่มกระซิบบอกให้ได้ยินกันแค่สองคน แล้วลูบต้นแขนที่ถูกตีไปมาเพราะมันเจ็บแสบๆ คันๆ
“มึงไม่ได้พรากผู้เยาว์แน่นะ ไอ้ปุ๊?”
ปิยะเงยหน้าขึ้นจากเอกสารของปุริมและปานประดับ จ้องมองเพื่อนรักและหญิงสาว เธอเอาแต่ก้มหน้า ดูยังไงก็เด็กอยู่ดี คิดว่าคงจะสิบเจ็ดหรือสิบแปดปีแน่