"นกครับ รัญญาเป็นลูคีเมียระยะสุดท้าย เธออยากมีลูกก่อนตาย... ธัชอยากทำเด็กหลอดแก้วกับเธอ"
นี่คือคำขอจากปาก 'ธัช' ชายที่ฉันรักมาทั้งชีวิต ก่อนงานแต่งงานของเราเพียงหนึ่งเดือน
พอฉันคัดค้าน เขากลับมองฉันด้วยสายตาผิดหวังและด่าว่าฉัน "ใจแคบ" ที่ไม่ยอมช่วยผู้มีพระคุณของเขา
แต่โลกของฉันถล่มทลายลงจริงๆ เมื่อฉันเห็นผลตรวจครรภ์ของรัญญา
'ตั้งครรภ์ 3 สัปดาห์'
เขาไม่ได้มาขออนุญาต... แต่เขาทำมันไปแล้ว
ตลอดหนึ่งเดือนก่อนแต่งงาน เขาพาผู้หญิงคนนั้นไปเที่ยวทะเล ไปถ่ายพรีเวดดิ้งแทนฉัน โดยอ้างว่าเป็น "วาระสุดท้าย" ของเธอ
ส่วนฉันทำได้แค่เตรียมงานแต่งคนเดียวด้วยหัวใจที่ด้านชา
"นกอย่างี่เง่าสิครับ เสร็จธุระกับรัญญาแล้ว ธัชจะรีบไปงานแต่งทันที"
ฉันไม่ตอบโต้ ไม่ร้องไห้ เพียงแค่ยิ้มรับบางๆ
ในวันแต่งงาน ธัชวิ่งกระหืดกระหอบมาถึงโรงแรม แต่กลับพบเพียงห้องจัดเลี้ยงที่ว่างเปล่า
ไม่มีดอกไม้ ไม่มีแขก และไม่มีเจ้าสาว
มีเพียงแหวนหมั้นที่ถูกถอดวางไว้คู่กับกระดาษโน้ตแผ่นเล็กๆ
"ธัช เราเลิกกันเถอะ"
วินาทีนั้นเขาถึงได้รู้ว่า... ฉันได้หายไปจากชีวิตเขาตลอดกาลแล้ว
บทที่ 1
ชิดชนก POV:
"นกครับ ธัชมีเรื่องอยากให้นกช่วย" เสียงทุ้มของธัชเอ่ยขึ้น ในขณะที่ฉันกำลังจัดจานอาหารเย็นที่เตรียมไว้ให้เขาอย่างพิถีพิถัน เขาดูไม่สบายใจนัก สีหน้าเคร่งเครียดผิดปกติ
ฉันหันไปมองธัช ชายหนุ่มที่ฉันรักมาทั้งชีวิต เขายืนอยู่ตรงหน้าฉันในชุดเสื้อเชิ้ตที่ปลดกระดุมเม็ดบนออกเล็กน้อย เผยให้เห็นแผงอกแข็งแรงที่ฉันคุ้นเคยดี แต่ดวงตาของเขา... ดวงตาคู่นั้นไม่ได้มองมาที่ฉันอย่างที่เคย
"มีเรื่องอะไรเหรอคะธัช ดูคุณไม่สบายใจเลย" ฉันถามด้วยความเป็นห่วง วางมือจากจานอาหารและเดินเข้าไปหาเขา
ธัชถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขามองฉันตรงๆ แต่ดวงตาคู่นั้นกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและความลังเล "รัญญา... รัญญาป่วยเป็นลูคีเมียขั้นสุดท้าย"
หัวใจฉันเต้นผิดจังหวะเล็กน้อย ฉันรู้จักรัญญา เธอเป็นผู้หญิงที่ธัชอ้างว่าช่วยชีวิตเขาจากอุบัติเหตุรถคว่ำเมื่อหกปีก่อน แม้ฉันจะรู้สึกแปลกๆ กับเรื่องนี้มาตลอด แต่ธัชก็ยืนยันว่ารัญญาคือผู้มีพระคุณของเขา
"ร้ายแรงถึงขนาดนั้นเลยเหรอคะ" ฉันถามเสียงเบา ความรู้สึกไม่สบายใจเริ่มเกาะกุมหัวใจ
ธัชพยักหน้า สีหน้าเจ็บปวด "เธอ... เธออยากมีลูกก่อนที่เธอจะจากไป นกครับ ธัชอยากช่วยเธอ"
ฉันนิ่งไปครู่หนึ่ง คำพูดของธัชเหมือนมีดกรีดลงกลางใจฉัน "ช่วย... ช่วยยังไงคะ"
"ธัชอยากทำเด็กหลอดแก้วกับเธอ" คำพูดของเขาชัดเจนและตรงไปตรงมา แต่กลับทำให้โลกทั้งใบของฉันหยุดหมุน
ฉันรู้สึกเหมือนถูกผลักตกหน้าผา "อะไรนะคะ?" เสียงฉันสั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้
"มันเป็นแค่กระบวนการทางการแพทย์นะนก" ธัชรีบอธิบาย สีหน้าจริงจัง "ธัชแค่ต้องการตอบแทนบุญคุณเธอ เธอช่วยชีวิตธัชไว้นะ"
"แต่... แต่เรากำลังจะแต่งงานกันนะคะ" ฉันพยายามรวบรวมสติ ฉันมองแหวนหมั้นที่นิ้วนางข้างซ้ายของตัวเอง มันเป็นแหวนที่ธัชสวมให้ฉันเมื่อสองเดือนก่อน พร้อมกับคำสัญญาว่าจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่กับฉัน
"ธัชรู้ครับ" เขาก้าวเข้ามาจับมือฉัน แต่ฉันกลับรู้สึกเย็นชาจากปลายนิ้วที่สัมผัส "แต่นี่มันไม่เหมือนกันนะนก มันเป็นเรื่องของบุญคุณ เป็นเรื่องของชีวิต ธัชจะทำตามขั้นตอนทางการแพทย์เท่านั้น หลังจากที่เด็กคลอดแล้ว รัญญาก็จะจากไป"
ฉันส่ายหน้าช้าๆ น้ำตาเริ่มคลอเบ้า "คุณคาดหวังให้นกยอมรับเรื่องนี้ได้ยังไงคะธัช"
"นกต้องเข้าใจธัชนะ" ธัชพยายามบีบมือฉัน "ธัชติดหนี้ชีวิตเธอ ถ้าไม่มีเธอ ธัชก็คงไม่มีวันนี้"
"แล้วความรู้สึกของนกล่ะคะ?" ฉันถามเสียงสั่น "คุณเคยคิดถึงมันบ้างไหม"
ธัชถอนหายใจหนักหน่วง "นกอย่าใจแคบสิครับ นี่มันเป็นโอกาสสุดท้ายของรัญญานะครับ"
คำว่า "ใจแคบ" เหมือนเข็มเล่มเล็กๆ ที่ทิ่มแทงใจฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ฉันรู้สึกเหมือนถูกตีตราว่าเป็นคนเห็นแก่ตัว ในขณะที่เขากำลังจะทำลายความฝันทั้งหมดของฉัน
สัปดาห์แรกของการสนทนาของเราจบลงด้วยการทะเลาะกันอย่างหนัก ฉันพยายามอธิบาย พยายามร้องไห้ พยายามขอร้องให้เขาเปลี่ยนใจ แต่ธัชไม่เคยฟัง เขาแค่ย้ำซ้ำๆ ถึงบุญคุณของรัญญา และความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาหาเธอ
ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ทุกวัน ธัชจะกลับมาพร้อมกับเรื่องของรัญญา ท่าทีของเขาเปลี่ยนไป จากที่ตั้งใจมาปรึกษา ก็กลายเป็นคำสั่งที่ไม่อาจปฏิเสธ
"นกควรจะยินดีกับเรื่องนี้นะครับ รัญญาเธอมีความสุขมากที่ธัชจะช่วยทำความฝันของเธอให้เป็นจริง" ธัชพูดในขณะที่เรากำลังกินข้าวเย็น เสียงของเขาเต็มไปด้วยความหงุดหงิด
ฉันวางช้อนลงอย่างช้าๆ "คุณเคยเข้าใจความรู้สึกของนกบ้างไหมคะธัช" เสียงของฉันแหบแห้งจากน้ำตาที่ไหลไปแล้วไม่รู้กี่ครั้ง
"นกไม่ควรจะรู้สึกแบบนี้สิครับ" ธัชจ้องหน้าฉัน "นี่เป็นเรื่องของมนุษยธรรม นกเป็นคนใจบุญไม่ใช่เหรอครับ"
ฉันรู้สึกเหมือนมีกำแพงน้ำแข็งกั้นอยู่ระหว่างเรา ธัชไม่เคยเห็นความเจ็บปวดของฉัน เขาไม่เคยเห็นน้ำตาของฉัน เขาเห็นแต่ความปรารถนาของรัญญา
"ธัช คุณเคยเห็นนกเป็นอะไรคะ" เสียงของฉันสั่นสะท้าน "เป็นคู่หมั้น? เป็นคนรัก? หรือเป็นแค่อากาศธาตุที่คุณจะละเลยความรู้สึกยังไงก็ได้"
ธัชชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาของเขามีแววตกใจ เขาคงไม่เคยเห็นฉันอยู่ในสภาพที่สิ้นหวังขนาดนี้มาก่อน เขาดึงฉันเข้ามากอด ฉันสัมผัสได้ถึงความสั่นเทาเล็กน้อยจากตัวเขา
"นกครับ ธัชรักนกนะ" เขาพูดเบาๆ ข้างหูฉัน "เรื่องนี้มันไม่เกี่ยวกับความรักของเราเลย มันเป็นแค่กระบวนการทางการแพทย์เท่านั้น"
เขากอดฉันแน่นขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะผละออกแล้วมองตาฉัน "ธัชรู้ว่านกคงเข้าใจนะครับ เพราะนกรักธัชมาก"
คำพูดนั้นเหมือนมีดอีกเล่มที่ทิ่มแทงหัวใจฉัน 'เพราะนกรักธัชมาก' มันคือหนทางที่เขาใช้บีบบังคับฉันมาตลอด ความรักของฉันกลายเป็นเครื่องมือให้เขาทำร้ายฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ฉันรู้สึกเหมือนหัวใจของฉันจมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของความมืดมิด เขาตัดสินใจไปแล้ว... ไม่มีเสียงของฉัน ไม่มีน้ำตาของฉัน ไม่มีแม้แต่ความรักของฉัน ที่จะเปลี่ยนใจเขาได้
ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์ของธัชก็ดังขึ้น
เขามองจอโทรศัพท์แล้วสีหน้าก็อ่อนโยนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เขาผละออกไปคุยโทรศัพท์ที่ระเบียง ปิดประตูบานเลื่อน เพื่อไม่ให้ฉันได้ยิน
ฉันมองแผ่นหลังของธัชที่คุยโทรศัพท์อย่างอ่อนโยน ความรู้สึกราวกับน้ำแข็งเกาะกุมหัวใจฉันไว้
รอยยิ้มหวานๆ ของรัญญาปรากฏขึ้นในความคิด ฉันเคยเชื่อเสมอว่าความรักและความซื่อสัตย์จะทำให้ฉันได้อยู่เคียงข้างธัชตลอดไป
เราคบกันมาห้าปี และรู้จักกันมานานกว่ายี่สิบปี ตั้งแต่เด็ก ฉันก็แอบมองธัชอยู่ห่างๆ เสมอ ฉันเป็นคนเดียวที่รู้ว่าเขาชอบกินอะไร ไม่ชอบอะไร แม้แต่ยามที่เขาป่วยหนัก ฉันก็เคยแอบไปดูแลเขาที่โรงพยาบาล แต่เขากลับไม่เคยรู้
ฉันเคยพยายามจะเล่าเรื่องนั้นให้เขาฟัง แต่เขากลับบอกว่า "ไม่ต้องหรอกนก ธัชไม่อยากให้นกต้องมาลำบาก" เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ห่างเหิน ฉันจึงเก็บเรื่องนั้นไว้ในใจเสมอ
ธัชเป็นคนแบบนี้เสมอ เขาไม่เคยเปิดใจให้ใครจริงๆ แม้แต่กับฉันที่อยู่เคียงข้างเขามาตลอด เขาจะเก็บเรื่องส่วนตัวไว้เป็นความลับ และฉันก็ไม่เคยเข้าไปถึงหัวใจเขาได้เลย
ฉันเคยหวังว่าการแต่งงานจะทำให้เราใกล้ชิดกันมากขึ้น ทำให้เขารักฉันมากขึ้น แต่ตอนนี้... ความหวังเหล่านั้นกำลังพังทลายลง
ธัชกลับเข้ามาในห้อง ใบหน้าของเขาเปื้อนยิ้มอย่างมีความสุข เขารีบใส่เสื้อคลุมและหยิบกุญแจรถ
"นกครับ ธัชต้องไปแล้วนะ" เขามองฉันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสุข "รัญญาโทรมาบอกว่าเธอมีเรื่องดีๆ จะบอก"
เขามองฉันอีกครั้ง ก่อนจะพูดประโยคเดิมซ้ำๆ "นกคิดดูให้ดีๆ นะครับ ธัชรอคำตอบจากนกอยู่นะ"
เสียงฝีเท้าของธัชค่อยๆ ห่างออกไป จนกระทั่งเสียงปิดประตูหน้าตาดังขึ้น ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง
ฉันรู้ดีว่า 'เรื่องดีๆ' ที่รัญญาจะบอกธัชคืออะไร มันคงเป็นเรื่องที่ทำให้เขามีความสุขเช่นเดียวกับรัญญา
ฉันรู้สึกเหมือนถูกทิ้งไว้กลางความว่างเปล่า หัวใจของฉันชาชินจนไม่รู้สึกอะไรอีกแล้ว
ไม่นานหลังจากที่ธัชออกไป เสียงโทรศัพท์ของฉันก็ดังขึ้น เป็นข้อความจากบัญชีโซเชียลมีเดียของรัญญา
ฉันเปิดข้อความ หน้าจอแสดงรูปภาพที่ทำให้ฉันเกือบทรุดลงกับพื้น
ฉันซูมภาพนั้นให้ใหญ่ขึ้น มันคือผลตรวจ DNA ที่แสดงถึงการตั้งครรภ์
ฉันอ่านผลตรวจนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า 'ตั้งครรภ์สามสัปดาห์'
มันหมายความว่า... ธัชทำเรื่องนี้กับรัญญาเมื่อหนึ่งเดือนที่แล้ว ตอนที่เขากำลังพยายามขอความเห็นจากฉัน
คำพูดของรัญญายังคงดังก้องในหู 'เธออยากมีลูกก่อนที่เธอจะจากไป'
ฉันรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าแรงๆ ธัชไม่เคยขอความเห็นจากฉันเลย เขาแค่ต้องการให้ฉันยอมรับเรื่องที่เขาทำไปแล้ว
ธัชไม่เคยให้ค่าความคิดเห็นของฉันเลย
ฉันรู้สึกเหมือนวิญญาณถูกกระชากออกจากร่าง ร่างกายของฉันอ่อนแรงจนทนยืนไม่ไหว ฉันทรุดตัวลงกับพื้นอย่างหมดแรง
ความเจ็บปวดพุ่งทะยานจากก้นบึ้งของหัวใจขึ้นมาสู่ลำคอ มันบีบคั้นจนฉันหายใจไม่ออก
ฉันหลับตาลง น้ำตาไหลรินเป็นสาย ธัชกำลังมีความสุขกับข่าวดีนี้ รัญญาก็กำลังมีความสุขกับความสำเร็จในแผนการของเธอ
ส่วนฉัน... ฉันกำลังถูกทิ้งไว้ท่ามกลางความเจ็บปวดและความจริงอันโหดร้าย
เขา... ผู้ชายที่ฉันรักมาทั้งชีวิต กำลังจะเป็นพ่อของลูกคนอื่น
ฉันหวนนึกถึงคำพูดที่เขาเคยบอกฉันเมื่อสองเดือนก่อน ตอนที่เขาคุกเข่าขอฉันแต่งงาน "นกครับ ธัชอยากใช้ชีวิตที่เหลืออยู่กับนก"
เราวางแผนจะจัดงานแต่งงานในเดือนหน้า ทุกรายละเอียดถูกเตรียมไว้อย่างพิถีพิถัน ฉันเคยฝันถึงวันนั้น วันที่เราจะเดินเคียงข้างกันในชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาว แต่ตอนนี้... ทุกอย่างพังทลายลงไม่เหลือชิ้นดี
ความหวังทั้งหมดของฉันมลายหายไปในพริบตา
โทรศัพท์ในมือฉันสั่นอีกครั้ง ดึงฉันกลับมาจากห้วงความคิด
ฉันกดรับสายอย่างไร้สติ เสียงปลายสายหวานใส แต่ฉันกลับไม่ได้ยินอะไรเลย
"นก! อาจารย์ให้ฉันมาตาม เธอตัดสินใจได้หรือยังเรื่องโครงการวิจัยลับระดับชาติ" เสียงของรุ่นพี่ที่สนิทกันดังขึ้น
ฉันนิ่งเงียบ รุ่นพี่ของฉันกำลังพูดถึงโครงการวิจัยที่อาจารย์เคยชวนฉันให้เข้าร่วมเมื่อครึ่งปีก่อน
มันเป็นโครงการวิจัยลับที่ต้องตัดขาดจากโลกภายนอกเป็นเวลาสองปี และฉันเคยปฏิเสธมันไปแล้ว เพราะฉันไม่อยากอยู่ห่างจากธัช
"อาจารย์บอกว่าเธอเป็นนักศึกษาที่มีพรสวรรค์ที่สุดของเขา เขาอยากให้เธอมาช่วยงานกับเขา" รุ่นพี่พูดต่อ "เขารู้นะว่าเธอจะแต่งงาน เลยอนุญาตให้เธอพักร้อนหลังจากแต่งงานแล้วค่อยมา"
ภาพผลตรวจการตั้งครรภ์ของรัญญาย้อนกลับมาในความคิดของฉันอีกครั้ง ธัชกำลังจะเป็นพ่อของลูกคนอื่น งานแต่งงานของเราก็ไม่มีความหมายอีกต่อไปแล้ว
ฉันกำโทรศัพท์แน่น มันถึงเวลาแล้ว... ถึงเวลาที่ฉันจะต้องเดินออกมาจากชีวิตของธัช
"ฉันจะไป" ฉันตอบเสียงแผ่ว "ฉันจะไม่พักร้อน ฉันจะไปตั้งแต่วันพรุ่งนี้เลย"
ปลายสายเงียบไปพักหนึ่ง คงตกใจกับการตัดสินใจของฉัน
"แน่ใจเหรอนก" รุ่นพี่ถาม "งานวิจัยนี้มันหนักนะ และเธอก็จะไม่ได้ติดต่อกับใครเลยตลอดสองปี"
ฉันมองปฏิทินที่แขวนอยู่บนผนัง วันที่ถูกวงกลมด้วยสีแดงสดใส คือวันที่เราจะแต่งงานกัน
"ฉันแน่ใจค่ะ" ฉันตอบเสียงหนักแน่น "ฉันจะไปในวันแต่งงานของฉัน"
ฉันวางสายลงแล้วมองไปยังปฏิทินอีกครั้ง วันแต่งงานของฉันกำลังจะกลายเป็นวันเริ่มต้นใหม่ของฉัน
สิบห้าวัน... สิ้นสุดทุกความสัมพันธ์ที่ฉันมีกับธัช ตลอดระยะเวลาสองสิบปีที่ผ่านมา
ชิดชนก POV:
ธัชไม่กลับบ้านในคืนนั้น
ฉันไม่ได้รู้สึกประหลาดใจอะไรเลย ฉันรู้ดีว่าเขาอยู่ที่ไหน และกำลังทำอะไรอยู่
ฉันเปิดดูโซเชียลมีเดียของรัญญา ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอโทรศัพท์ทำให้หัวใจฉันเย็นยะเยือก
รูปของธัชกับรัญญาที่โรงพยาบาล รัญญานั่งอยู่บนเตียงคนไข้ ใบหน้าซีดเซียวแต่แววตาเต็มไปด้วยความสุข ธัชนั่งอยู่ข้างๆ เธอ มือของเขาโอบไหล่รัญญาอย่างอ่อนโยน
อีกภาพหนึ่งคือรูปที่ธัชกำลังคุยกับผู้หญิงสูงวัยคนหนึ่ง ซึ่งน่าจะเป็นแม่ของรัญญา ผู้หญิงคนนั้นจับมือธัชด้วยความเอ็นดู และมืออีกข้างก็ลูบท้องของรัญญาอย่างเบามือ
รอยยิ้มของธัชในภาพนั้นเป็นรอยยิ้มที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน มันเป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความรัก ความสุข และความผูกพัน
ฉันจำได้ว่าตลอดห้าปีที่เราคบกัน ธัชเคยไปบ้านฉันแค่ครั้งเดียว เขามักจะอ้างว่าไม่ชอบอยู่ท่ามกลางผู้ใหญ่ แต่ในรูปนี้ เขากลับดูสบายใจและเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวรัญญาอย่างสมบูรณ์
ตอนที่เขามาบ้านฉัน เขามักจะรักษามารยาทอย่างเคร่งครัด แต่ก็มีระยะห่างอยู่เสมอ เขาไม่เคยแสดงความรักหรือความผูกพันต่อครอบครัวฉันเลย
ฉันปิดโทรศัพท์ลง ความขมขื่นแล่นขึ้นมาในลำคอ ฉันกลั้นน้ำตาไว้ไม่ให้ไหล
วันรุ่งขึ้น ฉันนัดเพื่อนสนิทของฉันมาเจอที่ร้านกาแฟใกล้บ้าน
"นก! แกจะบอกว่าแกจะยกเลิกงานแต่ง?" มะลิ เพื่อนสนิทของฉันร้องเสียงหลง ใบหน้าเต็มไปด้วยความตกใจ
"ใช่" ฉันตอบเสียงเรียบ "ฉันจะยกเลิกงานแต่ง"
"แต่ทำไมล่ะนก" มะลิยังคงไม่เข้าใจ "แกกับธัชรักกันมานานไม่ใช่เหรอ"
ฉันยิ้มอย่างขมขื่น 'รักกันมานาน' ฉันยอมรับว่าฉันรักธัชมานาน แต่เขาเคยรักฉันบ้างไหม
ฉันจำได้ว่าธัชเคยบอกว่าไม่อยากจัดงานแต่งงาน เพราะเขาไม่ชอบเรื่องวุ่นวาย แต่ฉันก็พยายามเกลี้ยกล่อมเขานานนับเดือน จนเขายอมตกลง
ฉันใช้เวลาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา เตรียมงานแต่งงานทุกอย่างด้วยตัวเอง ฉันจัดเตรียมชุดเจ้าสาว เลือกดอกไม้ จัดหาสถานที่ และแม้กระทั่งช่างภาพที่ฉันชื่นชอบ
"มันไม่ง่ายเลยมะลิ" ฉันตอบเสียงแผ่ว "ยี่สิบปีที่ผ่านมา ฉันวิ่งตามเขามาตลอด"
ฉันรู้ดีว่าการตัดใจจากความรักครั้งนี้มันยากแค่ไหน มันเป็นความรักที่ฉันเฝ้าทะนุถนอมมาทั้งชีวิต
แต่ฉันก็ตระหนักได้ว่าความสัมพันธ์ของเรามันไม่เคยเท่าเทียมกันเลย ฉันเป็นฝ่ายวิ่งไล่ตามเขามาตลอด ฉันเป็นฝ่ายพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้เขามองเห็นฉัน
ฉันเคยคิดว่าขอแค่มีเวลามากพอ ฉันก็จะสามารถเข้าไปอยู่ในใจเขาได้ ฉันเคยคิดว่าหลังจากแต่งงานแล้ว เรายังมีชีวิตอีกยาวนาน ฉันสามารถรอให้เขาเปิดใจให้ฉันได้
แต่แล้วรัญญาก็เข้ามา เธอทำลายทุกความฝันของฉัน
ธัชไม่ได้เป็นคนเย็นชาสำหรับทุกคน เขาแค่เย็นชากับฉันเท่านั้น
ฉันเคยปลอบใจตัวเองว่าเขาแค่ตอบแทนบุญคุณรัญญา แต่เมื่อฉันรู้ว่าเขายอมให้รัญญามีลูกกับเขา และเขายังหลอกให้ฉันเห็นดีเห็นงามด้วย ฉันก็ตระหนักได้ว่าฉันกับเขาไม่มีอนาคตร่วมกันอีกแล้ว
ฉันต้องตัดใจจากเขาให้ได้ ไม่ว่ามันจะยากแค่ไหนก็ตาม
ฉันไม่ได้เล่าเรื่องที่รัญญาตั้งครรภ์ให้มะลิฟัง ฉันแค่บอกว่าฉันอยากไปทำวิจัย และงานวิจัยนี้จะทำให้ฉันต้องตัดขาดจากโลกภายนอกเป็นเวลาสองปี
มะลิมองฉันด้วยความกังวล แต่เธอก็ยอมรับการตัดสินใจของฉัน
คืนนั้นเราคุยกันจนดึกดื่น ฉันรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อยที่ได้ระบายความในใจ
เมื่อฉันกลับถึงบ้าน ธัชก็เพิ่งกลับมาถึงเช่นกัน
เขาได้กลิ่นแอลกอฮอล์จากตัวฉัน เขาย่นจมูกและถอยห่างจากฉันสองสามก้าว
"นกไปดื่มอะไรมาครับ" เขาถามด้วยน้ำเสียงรังเกียจ "ธัชไม่อยากให้นกเอาของเหม็นๆ แบบนี้เข้ามาในบ้าน"
ฉันยิ้มเยาะตัวเองในใจ 'คงกลัวว่ากลิ่นแอลกอฮอล์จะไปรบกวนรัญญา' ฉันคิด
ฉันรู้ดีว่าตอนนี้เขาไม่จำเป็นต้องปิดบังอะไรอีกแล้ว
ฉันไม่ได้โต้ตอบอะไร ฉันเดินตรงไปที่ห้องน้ำเพื่ออาบน้ำ
เมื่อฉันอาบน้ำเสร็จและเดินออกมาจากห้องน้ำ ธัชกำลังนั่งพิมพ์อะไรบางอย่างบนแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ ใบหน้าของเขาเปื้อนรอยยิ้ม
ฉันตั้งใจจะเดินเข้าห้องนอนไปนอน แต่เขากลับเรียกฉันไว้
"นกครับ ธัชมีเรื่องอยากจะคุยด้วย" เขาพูด
ฉันหยุดชะงัก ประโยคนี้เคยทำให้หัวใจฉันเต้นรัวด้วยความหวัง แต่ตอนนี้มันกลับทำให้ฉันรู้สึกหนาวเย็นไปถึงกระดูก
รัญญาตั้งครรภ์แล้ว เขายังมีอะไรจะคุยกับฉันอีก
ชิดชนก POV:
"นกครับ พรุ่งนี้ไม่ต้องไปถ่ายพรีเวดดิ้งแล้วนะ" ธัชพูดขึ้นเมื่อฉันหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเขา
ฉันมองปฏิทินที่แขวนอยู่บนผนัง วันที่พรุ่งนี้ถูกวงกลมไว้ด้วยข้อความ "ถ่ายพรีเวดดิ้ง"
ฉันรู้ดีว่าฉันไม่คิดจะแต่งงานแล้ว ไม่ว่าเขาจะพูดหรือไม่พูด ฉันก็ตั้งใจจะยกเลิกการถ่ายพรีเวดดิ้งอยู่ดี
ฉันรู้สึกโล่งใจเล็กน้อยที่เขาเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาเอง มันช่วยประหยัดเวลาและพลังงานของฉันไปได้มาก
"ได้ค่ะ เดี๋ยวฉันจัดการโทรไปบอกช่างภาพเอง" ฉันตอบเสียงเรียบ
ธัชมองฉันด้วยความประหลาดใจ สายตาของเขาเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ เขาคงคิดว่าฉันจะถามเหตุผลหรือโวยวาย
ฉันจำได้ว่าฉันลงทุนไปมากแค่ไหนกับการถ่ายพรีเวดดิ้งนี้ ฉันจ้างช่างภาพชื่อดังที่จองคิวกันข้ามปี เพื่อให้เขามาเก็บภาพความรักของเรา
ฉันเคยฝันว่าจะได้เห็นภาพพรีเวดดิ้งของเราแขวนอยู่บนผนังห้องรับแขก แต่ตอนนี้... ความฝันเหล่านั้นมันพังทลายไปแล้ว
"นกไม่โกรธเหรอครับ" ธัชถาม เสียงของเขาเต็มไปด้วยความไม่แน่ใจ
ฉันส่ายหน้าเล็กน้อย "จะโกรธทำไมคะ" ฉันพยายามทำให้เสียงของฉันฟังดูเป็นปกติที่สุด
ธัชมองฉันด้วยสายตาที่ซับซ้อน เขาคงไม่เคยเห็นฉันสงบนิ่งแบบนี้มาก่อน
"คือ... รัญญาเธออยากถ่ายพรีเวดดิ้งกับธัชครับ" ธัชพูดขึ้นอีกครั้ง "เธออยากมีภาพความทรงจำดีๆ เก็บไว้ก่อนที่เธอจะจากไป"
ฉันรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ฉันกลับไม่รู้สึกเจ็บปวดเท่าครั้งก่อน
"ธัชก็เลยคิดว่า... ถ้าเธอได้ถ่ายพรีเวดดิ้งกับธัช ธัชก็คงจะไม่เสียใจทีหลัง" เขาพูดต่อ เสียงของเขาเรียบเฉย ราวกับกำลังพูดถึงเรื่องดินฟ้าอากาศ
"ธัชก็เลยคิดว่า... ให้รัญญาถ่ายกับธัชไปก่อน แล้วค่อยถ่ายกับนกทีหลัง"
ฉันก้มหน้านิ่ง ซ่อนรอยยิ้มเย้ยหยันที่มุมปาก 'ทีหลัง' มันจะไม่มีวันนั้นอีกแล้ว
ฉันเหลือเวลาอยู่ในเมืองนี้อีกแค่สิบสามวัน
"ดีค่ะ" ฉันตอบเสียงเบา "ใครจะถ่ายกับคุณก็เรื่องของคุณ"
ฉันเดินกลับเข้าไปในห้องนอน ธัชมองแผ่นหลังของฉันด้วยความรู้สึกประหลาด เขารู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก
เขาคิดว่าฉันควรจะโวยวาย ควรจะร้องไห้ ควรจะถามเหตุผลจากเขา แต่ฉันกลับนิ่งเฉยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ธัชส่ายหน้าเล็กน้อย เขาคงคิดว่าฉันแค่เหนื่อยจากการทำงานหนัก
โทรศัพท์ของเขาสั่นอีกครั้ง เป็นสายจากรัญญา เขารีบออกไปคุยโทรศัพท์ที่ระเบียงเหมือนเมื่อวาน
เมื่อฉันตื่นขึ้นมาในเช้าวันรุ่งขึ้น ธัชกำลังเตรียมตัวจะออกจากบ้าน
"นกครับ ธัชคงต้องไปต่างจังหวัดสักสองสามวันนะ" เขาพูดขณะผูกเชือกรองเท้า "รัญญาเธออยากไปเที่ยวทะเลมานานแล้ว ธัชก็เลยจะพาเธอไป"
เขามองมาที่ฉัน "งานแต่งงานของเรา นกจัดการเองได้เลยนะครับ ไม่ต้องรอธัชหรอก"
ฉันกลืนขนมปังลงไปอย่างยากลำบาก "ได้ค่ะ" ฉันตอบเสียงเรียบ
'งานแต่งงาน... จะไม่มีแม้แต่รูปพรีเวดดิ้ง จะไม่มีแขก จะไม่มีพิธีกร และจะไม่มีเจ้าสาว' ฉันคิดในใจอย่างเจ็บปวด
ธัชมองฉันด้วยความประหลาดใจอีกครั้ง เขาคงคิดว่าฉันควรจะโวยวายหรือร้องไห้อีกแล้ว
"ธัชกลับมาแล้ว เราจะไปฮันนีมูนที่ยุโรปกันนะ" เขาพูดขึ้น "นกอยากไปที่ไหนก็บอกธัชนะ"
ฉันจำได้ว่าธัชไม่เคยชอบการเดินทาง เขาเคยบอกว่าการไปเที่ยวต่างประเทศมันเสียเวลาและสิ้นเปลือง
แต่ตอนนี้เขากลับเป็นฝ่ายเสนอที่จะไปฮันนีมูนที่ยุโรป แสดงว่าหลังจากนี้เขาจะกลับมาทำดีกับฉันอีกครั้ง
ฉันกินขนมปังต่อไปโดยไม่ตอบอะไร ธัชมองฉันด้วยความสงสัย เขาอ้าปากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็หุบปากลง
เขาเหลือบมองนาฬิกาบนผนัง "ธัชไปก่อนนะ ไว้กลับมาค่อยคุยกัน"
เขารีบออกจากบ้านไป ฉันได้ยินเสียงประตูถูกปิดลงอย่างเบาๆ
ฉันหยิบปากกาเมจิกขึ้นมาขีดกากบาทสีแดงทับลงบนวันที่เขียนว่า "ถ่ายพรีเวดดิ้ง"
ฉันเหลือเวลาอีกแค่สิบสองวัน
ฉันกินอาหารเช้าเสร็จ ก็เริ่มเก็บข้าวของส่วนตัวของฉัน ใส่กล่องกระดาษขนาดใหญ่
ฉันถอดรูปภาพของเราออกทั้งหมด รูปถ่ายคู่ รูปถ่ายที่เคยประดับอยู่ทั่วบ้าน ไม่เหลือแม้แต่รูปเดียว
ฉันเก็บเครื่องฉายโปรเจคเตอร์ที่ธัชเคยซื้อให้ฉันเป็นของขวัญวันเกิด ฉันเคยใช้มันฉายภาพยนตร์ที่เราดูด้วยกันบนผนังห้องนอน
ฉันพับชุดนอนคู่ลายการ์ตูนที่เราเคยใส่ด้วยกันอย่างระมัดระวัง
ตลอดห้าปีที่เราอยู่ด้วยกัน ฉันเป็นคนตกแต่งบ้านนี้ทุกซอกทุกมุม ฉันเลือกเฟอร์นิเจอร์ ซื้อของตกแต่งบ้านทุกชิ้น
ฉันจำได้ว่าธัชเคยบอกว่าเขาไม่ชอบของใช้คู่รัก เขาบอกว่าแม้จะคบกัน ก็ควรจะมีความเป็นส่วนตัว
เขาไม่เคยแม้แต่จะแตะต้องของพวกนี้ด้วยซ้ำ
ฉันเก็บข้าวของต่อไป ฉันรู้ดีว่าเมื่อฉันจากไปแล้ว ของพวกนี้จะกลายเป็นสิ่งกีดขวางในความสัมพันธ์ของเขากับรัญญา
ฉันตัดสินใจจะทิ้งของพวกนี้ทั้งหมด เพื่อลบความทรงจำทั้งหมดของเราออกไปจากชีวิตของฉัน