ตอน 1

คฤหาสน์จงจรัสแสง

งานแต่งงานของปุลวัชรและนุชพินตาถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ สมกับความตั้งใจของคุณปภินวิทย์และคุณคำรัก ที่หวังอยากจะให้ลูกชายเพียงคนเดียวของพวกเขาเป็นฝั่งเป็นฝา โดยใช้วิธีการต่าง ๆ ที่จะจัดการให้ปุลวัชร แต่งงานจนได้

ภายในห้องรับรองที่จัดเตรียมไว้สำหรับเจ้าสาว นุชพินตานั่งจ้องหน้าของตัวเองในกระจกอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาของตัวเอง ใบหน้าหมดจดตอนนี้เต็มไปด้วยสีสันที่แต่งแต้ม

ในหัวใจของเธอรู้สึกหวิว ๆ เธอกำลังจะแต่งงานกับใครก็ไม่รู้ ซึ่งไม่เคยเห็นหน้า และเจอะเจอกันมาก่อน

‘ทำไมฉันไม่ปฏิเสธเสียงแข็งนะ คุณลุงเกตุสิงห์ท่านไม่บังคับฉันหรอก แต่ว่าบุญคุณที่ค้ำหัว บุญข้าวแดงแกงร้อนที่ราดรดตั้งแต่ฉันอายุเพียงสามเดือนจนถึงปัจจุบัน ฉันจึงปฏิเสธคุณลุงไม่ได้ และยิ่งคุณย่าสุรัตนาด้วยแล้ว ท่านเป็นเหมือนแม่คนที่สอง ถึงแม้ไม่ได้ให้กำเนิด แต่ท่านก็รักดูแล ส่งเสียให้เรียนหนังสือ’

หญิงสาวถึงกับกลืนน้ำลายลงคอ มันตีบตันจนไม่มีเสียงพูด นุชพินตานั่งนิ่งให้ช่างแต่งหน้าของตัวเองมาเป็นชั่วโมงแล้ว

“น้องยะหยาสวยมากเลยนะคะ พี่แต่งหน้าเจ้าสาวมาไม่รู้ตั้งกี่คน แต่น้องเป็นคนที่สวยจริง ๆ โดยเฉพาะดวงตาคู่นี้ ช่างน่าทึ่งเสียเหลือเกิน” ช่างแต่งหน้าเอ่ยชมอย่างจริงใจ พร้อมกับช้อนปลายคางของเธอขึ้นอย่างพิจารณา

“ทำไมหรือคะ”

“ก็สวยจริง ๆ น่ะสิคะ ตากลมแวววาว ยิ่งขนตายาวงอนแบบนี้ ไม่ต้องใช้ขนตาปลอมเลยค่ะ สุดยอดจริง ๆ พี่ยกนิ้วให้” พูดพลางหยิบมือถือของตัวเองขึ้นมาจดจ้องไปที่ใบหน้าของเจ้าสาว

“พี่ขออนุญาตถ่ายรูปได้ไหมคะ พี่จะเก็บไว้เป็นที่ระลึก และอีกอย่างหนึ่ง พี่จะขอเอาไปลงในเพจเจ้าสาวของพี่ด้วย ต้องขอเลยว่าเป็นผลงานชิ้นโบแดงของพี่นะคะ”

“พี่ชัญญ่าขา ยะหยาไม่อยากให้พี่เอารูปของยะหยาไปลงเลยค่ะ”

“อ้าว ทำไมล่ะคะ น้องยะหยาออกสวยขนาดนี้ แหม...” ท้ายเสียงผิดหวัง

“เอ่อ… คือว่ายะหยาไม่อยากเป็นข่าว และก็ไม่อยากให้มีรูปของยะหยาลงไปตามสื่อต่าง ๆ ด้วยนะคะ” พูดเหมือนมีความในใจ

“ทำไมล่ะคะ สาว ๆ ทั่วประเทศนี้ ก็ต่างอิจฉาน้องยะหยาที่ได้แต่งงานกับคุณปุลวัชรผู้ชายที่ทั้งหล่อ ทั้งรวย เนื้อหอมระดับประเทศเลยนะคะ มีแต่สาว ๆ มาห้อมล้อม น้องยะหยานี่แหละเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลกแล้วค่ะ”

นุชพินตาไม่ได้เอ่ยอะไร ใคร ๆ ก็ต่างบอกว่าดี แต่เธอนั้นรู้ตัวเองดีว่าเธอไม่ได้เต็มใจที่จะแต่งงาน หญิงสาวมีคนรักอยู่แล้ว พลอยคิดไปถึงไตรเทพอย่างอดไม่ได้

‘ยะหยาผิดเต็มประตูค่ะพี่ไตร ที่ยะหยาทำแบบนี้ พี่ไตรคะ ยะหยาขอโทษนะคะ ยะหยาไม่อยากจะทำแบบนี้เลย แต่ยะหยาไม่สามารถปฏิเสธคำขอร้องของคุณลุงและคุณย่าได้ ยะหยาขอโทษพี่ไตรจริง ๆ ทั้งที่เราสองคนได้ตกลงและสัญญากันเอาแล้วว่า เราสองคนจะแต่งงานกัน มันคงจะไม่มีวันนั้นอีกแล้วค่ะ ยะหยารู้เพียงอย่างเดียว ตอนนี้ยะหยากำลังทำหน้าที่ของตัวเองเพื่อตอบแทนผู้มีพระคุณทั้งสองค่ะ ยะหยาไม่รู้หรอกนะคะว่า วันข้างหน้าชีวิตของยะหยาจะเป็นอย่างไร หรือว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ตอนนี้สิ่งเดียวที่ยะหยาจะบอกกับพี่ไตร คือ ยะหยาขอโทษ และขอคืนคำสัญญาที่เคยให้ไว้กับพี่ค่ะ ยะหยาหวังเพียงน้อยนิดว่าพี่ไตรจะให้อภัยยะหยาค่ะ’ ดวงตาหม่นเศร้า หัวใจร้าวราน ชีวิตเธอเป็นของคุณย่ากับคุณลุง เพียงเอ่ยปากเธอก็ยินดีที่จะทำตาม

นุชพินตาได้พิมพ์ข้อความนี้เอาไว้ในมือถือ หญิงสาวอ่านทบทวนข้อความนี้เป็นร้อย ๆ รอบ เธอพิมพ์เอาไว้เพื่อที่จะส่งให้ไตรเทพ แต่สุดท้ายนุชพินตาก็ไม่ได้ส่งอยู่ดี เธอไม่มีความกล้าพอ ทั้งกลัวว่าหากไตรเทพรู้ว่าเธอจะเข้าพิธีวิวาห์ในวันนี้ เขาอาจจะขอให้เธอเปลี่ยนใจ รวมถึง เธอเกรงว่าเขาจะมาร่วมงานแต่งนี้ นั่นอาจจะสร้างปัญหาให้กับเธออย่างใหญ่หลวง

ความรักเป็นพิษเสมอ หากคนที่มีความรักแบบไม่สมหวัง

นุชพินตาได้แต่จ้องหน้าตัวเองในกระจกด้วยความสงสาร ไม่รู้ว่าเธอจะอยู่และแก้ไขสถานการณ์นี้ได้อย่างไร

ไม่มีทางแก้ไขแล้วล่ะ เพราะทุกอย่างกำลังเดินทางไปยังจุดที่ยากจะแก้ไข นุชพินตาคงต้องปล่อยให้มันเป็นไป เพราะว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้ เธอก็ต้องเข้าพิธีแต่งงานกับเขาแล้ว

‘คุณปุลวัชร’ ชื่อที่เธอเพิ่งได้ยินและรู้จักเมื่อไม่นานมานี้ เธออดที่สมเพชตัวเองไม่ได้ นุชพินตาจะก้าวเข้าสู่ประตูวิวาห์กับเขา แต่เธอยังไม่เคยเจอตัวจริงของปุลวัชรเลย

พี่ชัญญ่าบอกว่าดีใจกับเธอที่ได้แต่งงานกับคนที่สมบูรณ์พร้อมที่สุด แต่สำหรับเธอแล้วมันโคตรน่ากลัวที่จะแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่รู้จัก แถมยังเป็นคนที่สาว ๆ หมายตาหมายปอง

นุชพินตาได้อ่านประวัติของเขาในสื่อต่าง ๆ แล้ว เธออ่านข้อความเหล่านั้นซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบ เพื่อที่จะได้ทำความรู้จักกับเขา ปุลวัชรได้ชื่อว่าเป็นเซเลบหนุ่มที่หล่อกระชากหัวใจของสาว ๆ และยังเป็นหนุ่มคาสโนวาคนหนึ่งที่เปลี่ยนคู่ควงไม่ซ้ำหน้า ตกเป็นข่าวกับสาวสวยที่มีชื่อเสียงหลายคน ได้รู้แค่นี้นุชพินตาก็ขนลุกขนพองแล้วกับว่าที่เจ้าบ่าวของตัวเอง

เธอจ้องมองชุดที่สวมใส่ มันช่างสวยงาม ชุดแต่งงานสุดแสนอลังการถูกจับแต่งลงไปบนร่างกายของเธอ ราคาของมันคงจะแพงมาก พี่ชัญญ่าบอกว่าเป็นยี่ห้อดังที่สั่งตรงมาจากฝรั่งเศส

นุชพินตาอยู่กับคุณย่าสุรัตนาที่สระบุรี เธอไม่รู้จักหรอกของใช้ยี่ห้อดี ๆ หรือว่าแบรนด์เนมดัง ๆ เพราะเธอไม่เคยใส่ใจของที่มีราคาแพงเกินเงินในกระเป๋า

พี่ชัญญ่าบอกว่าชุดที่เธอใส่อยู่นี้ ราคาเหยียบสามแสนบาท แค่คิดถึงมูลค่าที่เจ้าบ่าวของเธอต้องจ่าย เธอก็รู้สึกขลาดกลัวพิกล พวกเขาเป็นเจ้าบุญทุ่มอย่างแน่นอน ในหัวใจของนุชพินตาหวั่นไหว

หญิงสาวได้แต่บอกกับตัวเองว่า เธอจะพยายามไม่ทำให้คุณลุงเกตุสิงห์และคุณย่าสุรัตนาต้องผิดหวัง แม้ภายใต้สีหน้าที่เธอกำลังพยายามควบคุมความรู้สึกที่สะท้อนสะท้านอยู่ในหัวใจ แม้จะรู้สึกลำบากใจแค่ไหนก็ตาม

อย่างไรเธอก็คิดว่าอนาคตของเธอคงต้องอยู่กับผู้ชายคนนี้ตลอดไปแล้ว อีกอย่างเธอไม่คิดว่าเธอจะรอดจากเงื้อมมือของเขาไปได้ ผู้ชายที่เป็นหนุ่มคาสโนวา ยิ่งรู้ว่าเธอเป็นของของเขา เขาคงไม่มีวันให้เธอหลุดรอดหรือปล่อยมือ

ก๊อก ก๊อก ก๊อก...

เสียงเคาะประตูที่ดังจากข้างนอกรัวขึ้น ทำเอานุชพินตาสะดุ้ง ผู้ช่วยของพี่ชัญญ่ารีบวิ่งออกไปเปิดประตู

ลุงเกตุสิงห์เดินเข้ามาในห้อง

“เสร็จหรือยังจ๊ะเจ้าสาวของลุง” พอท่านเห็นเธอเท่านั้นแหละ ท่านถึงกับอ้าปากกว้าง ดวงตาเป็นประกาย ท่านตกตะลึงในความสวยของนุชพินตา

“หลานสาวของลุงสวยมาก จากเด็กกะโปโลมาเป็นเจ้าสาวแสนสวยแบบนี้” ท่าทางของลุงแสนภาคภูมิใจ

“ขอบคุณค่ะคุณลุง” ยิ้มให้ท่านอ่อนหวาน

“ลุงขอบใจหนูนะ ที่หนูได้ทำหน้าที่ลูกสาวของลุงในวันนี้ ลุงอยากจะบอกกับหนูเหลือเกินว่า หนูเป็นเจ้าสาวที่โชคดีที่สุดแล้ว ลุงเชื่อว่าหนูจะมีชีวิตที่มีความสุขในการแต่งงานกับพี่ปุ่น” คุณลุงยิ้มแย้ม ท่านกับคุณย่าได้แต่พร่ำพูดว่า วันนี้ท่านทั้งสองจะได้ส่งเธอให้เป็นฝั่งเป็นฝา

“ไปลูก ไป” ท่านเอ่ยชวน แล้วทำแขนให้เธอคล้อง

เจ้าสาวแสนสวยหัวใจเต้นเร็ว ‘นี่มันถึงเวลาแล้วเหรอ’ เธอคล้องมือไปกับแขนของคุณลุง แล้วพากันก้าวเดินออกไป

สองลุงหลานพากันเดินลงมาจากบันไดวนของคฤหาสน์หลังนี้ ทุกสายตาจ้องมองมาที่เธอเป็นตาเดียวกัน เสียงอื้ออึงของผู้คนและแขกเหรื่อที่อยู่ในงานต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เธอสวยจริง ๆ

แม้กระทั่งปุลวัชรเมื่อเขาได้ยินเสียงฮือฮา ชายหนุ่มก็รีบหันไปมองตามเสียง และเขาก็ต้องตกตะลึงกับว่าที่เจ้าสาวของตัวเอง ‘โอ้ เธอเป็นเจ้าสาวที่สวยจริง ๆ’ ปุลวัชรมองเธอด้วยดวงตาที่แปลกไป ทั้งที่แรก ๆ ในหัวใจของเขามีแต่คำคัดค้าน เขาค้านหัวชนฝาว่าไม่ยอม แต่สุดท้ายชายหนุ่มก็ค้านคำของคุณพ่อคุณแม่ไม่ได้ จึงต้องยอมทำตามทั้งสองท่าน

“ไปสิ ไปรับเจ้าสาวของแก” คุณพ่อเอ่ยขึ้น

“หนูยะหยาสวยจริง ๆ นะคะ สวยจริง ๆ” คุณคำรัก แม่ของเขาถึงกับเอ่ยปากชมออกมาไม่ขาด

ทั้งสามพ่อแม่ลูกเดินเข้าไปหาคุณเกตุสิงห์

คุณย่าสุรัตนาก็ลุกขึ้นมาเช่นเดียวกัน

ตอน 2

แสงแฟลช เสียงกดชัตเตอร์ดังรัว ๆ ต่างรุมกันถ่ายภาพที่ประทับใจ

ปุลวัชรนักธุรกิจหนุ่มที่ผันตัวเองมาทำบริษัทที่เกี่ยวกับธุรกิจเกมออนไลน์แนวใหม่ ที่สร้างเม็ดเงินมหาศาลให้กับตัวเขา รวมทั้งอินฟลูเอนเซอร์ที่มาเซ็นสัญญากับเขา

อีกอย่างปุลวัชรคือหนุ่มคาสโนวาที่ยอมทิ้งเขี้ยวเล็บเข้าประตูวิวาห์กับผู้หญิงนอกวงการที่ไม่มีข่าวคราวกับเขามาก่อนยิ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจและเป็นที่จับจ้องของนักข่าว

แต่ความสวยของเจ้าสาว ก็ทำให้นักข่าวเข้าใจและรู้เหตุผลว่าทำไมปุลวัชรถึงได้เลือกผู้หญิงคนนี้เป็นเจ้าสาวของเขาเอง ทุกคนต่างชื่นชมในความสวยงามของนุชพินตาอย่างไม่ลดละ

ใบหน้าที่หล่อเหลาคมสันไร้รอยยิ้ม จ้องมองดวงหน้าของนุชพินตาอย่างไม่วางตาเช่นเดียวกัน ในแววตาคู่นั้นไม่ได้แสดงความยินดียินร้ายออกมาให้เธอได้เห็น

เมื่อได้สบตากับเขา นุชพินตาก็มีใบหน้าเจื่อนลงไป ไม่มีความหมายในดวงตาของเขามากไปกว่าคำว่าเฉยเมย นุชพินตารู้ว่าเธอเป็นแค่มวยรองอีกตามเคย ที่เธอได้มาเป็นเจ้าสาวปุ๊บปั๊บของชายหนุ่ม เพราะพี่แวววรรณไม่ยอมที่จะแต่งงานกับเขาคนนี้

นุชพินตาอ่านใจของผู้ชายคนนี้ไม่ออกเลย เธอไม่รู้ว่า เขาเต็มใจที่จะแต่งงานกับเธอด้วยหรือเปล่า คงไม่กระมัง ปุลวัชรก็คงจะถูกจับคลุมถุงชนเหมือนกันกับเธอ ธุรกิจต่อธุรกิจ ในใจของหญิงสาวคิดแบบนั้น

แสงวาบเลื่อนลั่น เรื่องที่ว่านุชพินตาไม่อยากเป็นข่าว คงจะหลีกเลี่ยงไม่ได้เสียแล้ว เธอเห็นแวบ ๆ ว่ามีกล้องของผู้สื่อข่าวสายบันเทิงมาในงานนี้ด้วย ถึงแม้เธอไม่อยากตกเป็นข่าว พรุ่งนี้คงจะมีข่าวหลายสำนักออกข่าวเรื่องการแต่งงานของปุลวัชรและเธอเป็นแน่แท้

‘เด็กหญิงสาวบ้านนอกตกถังข้าวสาร ได้แต่งงานกับเทพบุตรสุดหล่ออย่างคุณปุลวัชร’ เป็นคำที่ย่าเอ่ยแซวตอนที่นั่งรถมาด้วยกันจากสระบุรี

แม้ว่าย่าจะแซวเล่น ๆ ทว่าในหัวใจของนุชพินตาก็ไม่ได้ยินดีกับคำพูดดังกล่าว กลับรู้สึกเหมือนกำลังเดินเข้าไปสู่ความมืดมนของชีวิตอย่างนั้นแหละ

พิธีกรได้ประกาศว่า ถึงเวลาแล้วที่พิธีการต่าง ๆ จะเริ่มขึ้น พร้อมกับเรียกเจ้าบ่าวเจ้าสาวขึ้นไปบนเวที

“รีบไปเถอะ จะได้ไม่เสียฤกษ์” คุณคำรักดันหลังลูกชาย พร้อมกับพยักหน้านิด ๆ

ปุลวัชรจับมือกับนุชพินตาแล้วพากันเดินไปทางเวที เขากระชากนิด ๆ ที่เธอยังคงเดินช้า สองมือของนุชพินตายังคงจับชายกระโปรงที่ลากยาว

‘เป็นผู้ชายที่หยาบกระด้าง ไม่เห็นน่ารักเลยสักนิด’ คิดไปเงยหน้ามองเขาในทันใด ใบหน้าของปุลวัชรก็ยังคงนิ่งเฉยเหมือนไร้ความรู้สึก แต่เมื่อมีคนเรียกชื่อของเขา ชายหนุ่มถึงได้ยิ้มให้

“ช่างเหมาะสมกันเหลือเกิน” ทั้งย่าและคุณแม่เอ่ยออกมาพร้อมกัน

พิธีกรเชิญชวนทั้งเจ้าบ่าวเจ้าสาว พร้อมกับญาติของทั้งคู่่ขึ้นไปบนเวที

แข้งขาของนุชพินตาสั่นเทาไปหมด เธอแทบไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย หญิงสาวได้แต่เดินตามแรงฉุดของปุลวัชรเท่านั้น เขาจะพาเธอไปไหนเธอก็ยินดีไป ตอนนี้ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรทั้งนั้น

ดวงตาของเธอพร่ามัวจนมองไม่เห็นอะไร เห็นแต่สีขาวโพลนเต็มไปหมดทั่วบริเวณงาน พิธีการต่าง ๆ เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทุกคนในงานพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าสองหนุ่มสาวเป็นคู่ที่เหมาะสมที่สุด ซึ่งนุชพินตาได้รับรู้แค่เพียงแสงแฟลช และเสียงกดชัตเตอร์เท่านั้น แสงวาบ ๆ ที่เกิดขึ้นทำให้ตามัวจนเกิดอาการมึนหัว ร่างเซ ปุลวัชรรีบประคองเธอเอาไว้ทั้งตัว

“เป็นอะไรไปน่ะ” ยังดีที่เขาถามอาการ

“เปล่าค่ะ” พูดเสียงสั่น มือเย็นเฉียบ ถ้าไม่มีเครื่องสำอางฉาบเต็มใบหน้า เขาคงจะเห็นดวงหน้าซีด ๆ ของเธอ สีหน้าและแววตาของนุชพินตาเต็มไปด้วยความกังวล คนเยอะแยะมาจากไหนกันเนี่ย หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าไปในปอด

“เธอมีหน้าที่ต้องยิ้มนะ ขอให้ความร่วมมือด้วย” ปุลวัชรก้มลงมากระซิบ เขาทำตาดุ น้ำเสียงทุ้มเย็น ชายหนุ่มกระชับบีบมือที่เย็นเฉียบของหญิงสาวเอาไว้แน่น

นุชพินตาเงยหน้าขึ้นมองเจ้าบ่าวของเธออีกครั้งหนึ่ง และได้สบตากับเขาจัง ๆ เธอยอมรับในความหล่อและดูเท่สมาร์ตของปุลวัชร ใบหน้าแบบนี้สินะที่มีแต่คนมาชอบ นุชพินตาคงจะสับสนอลหม่านไปหมด จับต้นชนปลายไม่ถูก แต่กระนั้นหัวใจของเธอเต้นตึกตักตอนที่ได้สบตากับปุลวัชร

นุชพินตาถึงกับลอบถอนหายใจอีกหลายหน ในตอนที่หญิงสาวได้เห็นเขาในอินเทอร์เน็ตก็ว่าดูดีอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ตัวเขายิ่งเปล่งแสงมีออร่าออกมาจนแสบตา หรือว่าจะเป็นชุดสีขาวที่เขาใส่กันนะ

ส่วนปุลวัชรเอง เขาก็มองเธอด้วยความรู้สึกที่แปลกประหลาด จนเขาเองก็ยังสงสัยไม่ได้ เพราะว่าหัวใจของเขามันเต้นแรงแปลกกว่าเดิม

ยิ่งในตอนที่พิธีกรสัมภาษณ์ ปรกติเขาคุ้นชินกับการอยู่บนเวทีท่ามกลางคนเยอะ ๆ อยู่แล้ว แต่วันนี้ประหม่าแปลกไปจนเจ้าตัวสัมผัสได้

ปุลวัชรได้แต่ทำหน้าเคร่งขรึมเข้าไว้ เมื่อตัวเองเริ่มหวั่นไหวกับเจ้าสาวคนนี้ เขามีเหตุผลที่ให้กับตัวเองว่า เธอคนนี้จะต้องอยู่ใต้อาณัติของเขา เธอเป็น ‘ผู้หญิงเห็นแก่เงิน’

ความคิดภายในใจจากการที่ได้รับรู้ว่า นุชพินตาแต่งงานกับเขาเพราะอะไร อาจจะเป็นเพราะปุลวัชรรู้สึกพึงพอใจในตัวเจ้าสาวของตัวเองอยู่ลึก ๆ เขาจึงได้รีบปฏิเสธและบอกกับตัวเองว่า เขาเป็นคนชอบสิ่งของสวยงาม และเจ้าสาวของเขาก็เป็นเพียงสิ่งของชิ้นหนึ่งที่สวยจริง ๆ งานนี้ปุลวัชรไม่น่าจะพลาดที่จะเข้าหอกับเธอในคืนนี้

พิธีการทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมาก ผ่านไปเป็นหลายชั่วโมง นุชพินตานั้นเหมือนหุ่นยนต์ เธอทำทุกอย่างตามการชักจูงของปุลวัชรเธอมารู้สึกตัวอีกที ตอนที่คุณลุงและคุณย่า และพ่อแม่ของเขากำลังกล่าวคำอวยพรทั้งสองคนอยู่ในห้องหอ

“ย่าขอให้ทั้งคู่อยู่ด้วยกันจนถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชรนะ ปุ่น… น้องยะหยาเป็นคนที่น่ารัก และเป็นแก้วตาดวงใจของย่า ยังไงขอให้ปุ่นดูแลน้องให้ดีด้วยนะ และย่าคิดว่า น้องจะเป็นศรีภรรยาและเป็นแม่ศรีเรือนให้กับปุ่นได้”

ทั้งบ่าวสาวพากันยกมือ และกราบลงไปที่แทบเท้าของคุณย่า คุณย่าถึงกับหลั่งน้ำตาด้วยความดีใจ เป็นอีกวันที่คุณย่ารู้สึกยินดีกับหลานสาวของท่านมาก

“ยะหยาจงเชื่อฟังพี่เขานะลูก” ย่าตบท้าย

“ค่ะ” เธอรับปากคุณย่า น้ำตารื้นขึ้นมาคลอหน่วย

ตอน 3

หลังจากนั้นทุกคนก็ออกไปจากห้องหอของเธอกับเขา นุชพินตายังนั่งนิ่งเก้กังไม่รู้จะเริ่มทำอะไรก่อนดี

“ตามสบายนะ พอดีฉันนัดกับเพื่อน ๆ เอาไว้ เพื่อนฉันรอสังสรรค์ต่อกันอีกนิดหน่อย ฉันจะลงไปดื่มกับเพื่อน” ที่จริงเขาควรจะอยู่กับเธอ แต่เขาก็ไม่ได้ทำเช่นนั้น

“ค่ะ” รับเสียงเบา ใจสั่นที่ได้อยู่กับเขาสองต่อสอง แต่ตอนนี้เริ่มเบาใจที่เขาจะออกไปข้างนอก

“มีคนยกกระเป๋าของเธอขึ้นมาไว้บนห้องนี้แล้วล่ะ และคงจะจัดเข้าไปในตู้เสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว ยังไงก็หาดูเอานะ”

“ค่ะ”

ปุลวัชรลุกยืน เขาพร้อมจะออกไปจากห้อง

“เดี๋ยวก่อนค่ะคุณปุ่น” นุชพินตาเรียกเขาเอาไว้

“มีอะไรรึ” ชายหนุ่มหันมามองหน้าของเธอ ใบหน้ายังคงนิ่งเฉย เขาแทบจะไม่ยิ้มให้เธอเลย และไม่เคยมองมาแบบอ่อนโยน

นุชพินตาได้แต่คิด เธอจะต้องทนอยู่กับผู้ชายแบบนี้จริงหรือ การแต่งงานที่ไม่มีความรักเป็นจุดเริ่มต้น มันจะลงเอยแบบไหน

ปุลวัชรยังจ้องเขม็ง มองร่างที่เล็กกว่าลุกขึ้นยืน

“คือว่ายะหยาอยากจะให้พี่ช่วยรูดซิปด้านหลังให้หน่อยค่ะ” เธอพูดด้วยความเขินอาย แต่จะทำอย่างไรได้ล่ะ เพราะซิปมันดันไปอยู่ข้างหลังเสียนี่

“หันหลังมาสิ เดี๋ยวฉันจะรูดให้” พูดอย่างรีบเร่ง เธอรีบทำตามที่เขาบอกในทันที

ในตอนที่เขารูดซิปให้กับเธอนั้น ปุลวัชรเผลอส่งมือไปแตะที่แผ่นหลังของนุชพินตาแผ่วเบา ผิวที่เนียนขาวสะอาดน่ามองของเธอ เขาสังเกตได้เลยว่าบนผิวหนังเนียนเรียบนั้น ไม่มีแม้แต่แป้งผัดให้ผิวขาวผ่องขึ้น เป็นผิวกายของเธอล้วน ๆ

‘นี่มันผิวของคนจริง ๆ หรือนี่’ เขาอดใจไม่ไหวลูบไล้ฝ่ามืออย่างตั้งใจ

“อุ๊ย!” หญิงสาวอุทานออกมา พลางเบี่ยงตัวหลบ ใจเต้นแรงหนักขึ้น เพียงแค่สัมผัสเดียวจากเขาเป็นคนแปลกหน้าก็ทำให้สั่นไหว แต่ทว่าคนแปลกหน้าคนนี้ คือเจ้าบ่าวของเธอ

“เอ่อ... พี่ปุ่นจะไปดื่มกับเพื่อน ๆ ไม่ใช่หรือคะ” ละล่ำละลักพูดกับเขา สองมือตะปบเกาะอกด้านหน้าไม่ให้ชุดที่สวมใส่หลุดร่วงลงไป

ปุลวัชรพยักหน้าและรีบเดินออกจากห้อง เขาทำเหมือนตัดใจอย่างเสียไม่ได้ ก้าวฉับ ๆ ผ่านบานประตูไปอย่างรวดเร็ว

นุชพินตาที่ออกอาการสั่น หายใจออกมาอย่างโล่งอก เธอตกใจมากที่เขาแตะแผ่นหลังของเธอเมื่อกี้ แล้วก็ลูบไล้เบา ๆ ด้วย หญิงสาวถึงกับกลืนน้ำลายเหนียว ๆ ลงไปในลำคอ การแต่งงานและได้นอนห้องเดียวกับเขา มันคงไม่ใช่นอนอย่างเดียว แต่มันหมายถึงต้องทำอย่างอื่นด้วย แค่คิดเธอก็หน้าออกสีแดง

เธอเป็นแฟนกับไตรเทพ ไม่เคยแม้กระทั่งจะหอมแก้มกันเลย มีแค่ครั้งหรือสองครั้งเท่านั้น ที่เธอยินยอมให้ไตรเทพจับมือ หญิงสาวอดที่จะคิดถึงเขาไม่ได้

นุชพินตาเดินไปหยิบมือถือของตัวเองขึ้นมาอีกครั้ง กำลังตัดสินใจว่าจะส่งข้อความไปบอกไตรเทพดีหรือไม่

แต่สุดท้ายเธอก็ไม่กล้าอยู่ดี เธอกลัวว่าเขาจะเสียใจ

‘ขอโทษนะคะพี่ไตร ขอให้ยะหยาทำใจอีกนิดนึงค่ะ ถ้ายะหยาทำใจได้แล้ว ยะหยาจะบอกพี่ค่ะ’ เธอคิดได้แค่นี้ ตอนนี้ในหัวคิดอะไรไม่ออกเลย

แล้วยิ่งคุณย่ากับคุณลุงบอกว่า จะกลับไปที่สระบุรีหลังจากจบงาน ทิ้งให้เธออยู่กับเขานับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป นุชพินตาก็ไม่รู้แล้วว่าเธอจะเป็นอย่างไรต่อจากนี้

ตอนที่อยู่ในงานแต่งงาน แม้สถานที่จัดงานนั้นจะสวยงามอลังการ บริเวณโดยทั่วถูกประดับประดาไปด้วยดอกไม้สีขาวทั้งงาน ดูดีและราคาแพงแค่ไหน

แต่มันก็ไม่เข้าตาของนุชพินตาเลย

เพราะทุกอย่างที่เกิดขึ้น มันเป็นเพียงหน้าที่ที่เธอต้องทำ

คุณปภินวิทย์กับคุณคำรักเดินมาส่งแขกเหรื่อที่หน้างาน

“เห็นว่าจะกลับสระบุรีเลยหรือคะ” คุณคำรักถามคุณย่า

“ใช่... แปลกที่ก็นอนไม่หลับอยู่เป็นทุนแล้ว นี่คืนนี้ แม่จะต้องนอนคนเดียวอีก ปรกติยะหยาจะนอนกับแม่นะ” แววตาของท่านเป็นห่วงนุชพินตามาก

“คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงหนูยะหยาไปนะคะ รักสัญญาว่าจะดูแลหนูยะหยาให้เป็นอย่างดีค่ะ”

“ได้ยินแบบนี้ แม่ก็ดีใจ หวังว่าแม่คงเลือกหลานเขยให้กับยะหยาไม่ผิด”

“ไม่ผิดหรอกครับคุณแม่” คุณเกตุสิงห์รั้งตัวของคุณแม่ให้เดินไปข้างหน้า เพราะอาการของคุณสุรัตนายังรีรอ

“สวัสดีครับคุณแม่ พี่สิงห์ครับไว้ผมจะโทรหานะครับ”

“อื้ม”

แขกในงานทยอยกลับ มีเพียงกลุ่มเพื่อนสนิทของปุลวัชรที่ยังคงอยู่ในงานเกือบสิบห้าคน

เสียงหยอกเย้าดังพอสมควร คงกำลังสนุกกับการดื่มกิน

“ลูกออกมาจากเรือนหอแบบนี้ มันจะดีหรือคะ ตอนนี้ปุ่นจะต้องอยู่ในห้องกับเจ้าสาวของเขานะคะ คำโบราณก็พูดเอาไว้แล้วว่า เจ้าบ่าวควรอยู่กับเจ้าสาวทั้งคืน” สีหน้าของผู้เป็นแม่ไม่ค่อยดีนัก คุณคำรักหันไปสบตากับคุณสามี

“คุณรัก คุณจะไปบังคับลูกได้หรือ ปล่อยเจ้าปุ่นไปเถอะ แค่เราบังคับให้มันยอมเข้าพิธีแต่งงานได้ โดยที่มันไม่โวยวาย ก็เป็นบุญนักหนาแล้ว”

“รักทราบค่ะ”

“ถ้ารักอยากจะให้ทุกอย่างเป็นไปตามคำทำนายของหมอดูคนนั้นละก็ ก็ต้องยอมให้เจ้าปุ่นทำแบบนี้แหละ”

“หมอดูของรักคนเดียวเสียที่ไหนล่ะคะ ของคุณพี่ด้วย ที่รักทำไปทุกอย่างนั้น ก็เพราะว่ารักหวังดีกับลูกนะคะ”

“ที่รักจ๋า ที่รักทำถูกแล้วล่ะ พี่ก็เห็นด้วย ถ้าเราไม่บังคับเจ้าปุ่นให้แต่งงาน ชาตินี้เราสองคนจะได้อุ้มหลานหรือเปล่าก็ไม่รู้”

“ค่ะ รักขอภาวนานะคะ ให้หนูยะหยามัดใจปุ่นได้”

“ลูกสะใภ้ของเราออกจะสวย ออกจะน่ารัก และได้ฟังจากปากของคุณแม่สุแล้ว พี่คิดว่า เราสองคนไม่น่าจะผิดหวัง”

“รักก็หวังเอาไว้อย่างนั้นค่ะ”

ทั้งสองสามีภรรยามองไปยังกลุ่มของลูกชายที่กำลังสรวลเสเฮฮากันอย่างสนุกสนาน

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED