มีน หรือ มณียา นลพรรณ เธอแอบหลงรักพลวัต ผู้จัดการฝึกหัดของแผนกลูกค้าสัมพันธ์
ทุกครั้งที่เธอเจอเขาและเห็นหน้าเขา มณียาไม่ต้องกินข้าวก็ได้ มันอิ่มเอมเปรมฤดีไปเสียหมด
“นี่... นั่งทำอะไรอยู่น่ะ ไปกินข้าวเที่ยงได้แล้ว” คุณขวัญทิพย์ เจ้านายของเธอมาสะกิดอยู่ที่หลัง หญิงสาวรีบละสายตาจากหน้าคอมพิวเตอร์หันไปมองเจ้านายสาวในทันที
“งานของใคร” คุณขวัญทิพย์ถามต่อ
“คุณพลวัตค่ะ” พลางทำยิ้มหวาน ออกอาการเขินออกมาด้วย
“อีกแล้วหรือ”
“ค่ะ” พยักหน้าน้อย ๆ
“เฮ้อ... ฉันจะต้องบอกให้ทางฝ่ายบุคคลให้รีบหาเลขาฯ ให้กับเขา เร็วที่สุดแล้วล่ะ ไม่น่าไปรับปากตอนที่ทางนั้นมาขอให้เธอทำงานให้เลย” คุณขวัญทิพย์บ่น
“ยังไม่ต้องก็ได้ค่ะ มีนยังทำได้อยู่ อีกอย่างช่วงนี้ เศรษฐกิจไม่ค่อยดี มีนคิดว่า ช่วยกันได้ก็ช่วยกันไปค่ะ” พูดออกไปแบบมีน้ำใจ
“ย่ะ แม่น้ำใจงาม แต่อย่าทำให้งานที่ฉันสั่งเธอเสียก็แล้วกัน” ทำหน้าเง้างอดออกมา
“ไม่มีแน่นอนค่ะ งานของคุณขวัญที่สั่งมีนทั้งเมื่อวานและก็วันนี้ มีนได้นำไปวางเอาไว้ที่บนโต๊ะแล้วนะคะ” พูดเอาอกเอาใจเจ้านาย
“ที่ฉันพูดน่ะ ก็เพราะว่า ฉันเป็นห่วงเธอหรอกน่า เอ้า... แล้วนี่ สรุปจะไม่ไปกินข้าวเที่ยงจริง ๆ หรือ” คุณขวัญทิพย์ก็ยังถอนหายใจออกมาอีก และถามด้วยความเป็นห่วงเธออีกครั้ง
มณียาจึงยกเอานมและน้ำผลไม้ และซาลาเปาที่พลวัตซื้อมาฝากชูให้คุณขวัญทิพย์เห็น
“อ้อ... ยังดีนะ ที่เขายังมีน้ำใจ ซื้อนั่นนี่มาฝาก”
“แค่นี้ก็อิ่มแล้วค่ะ ซาลาเปาตั้งสองลูก”
“เอาไงก็เอา กินก่อนทำงานให้เขาก็แล้วกัน ฉันไปก่อนนะ”
“ค่ะคุณขวัญ”
เมื่อคุณขวัญทิพย์พ้นไปแล้ว มณียาก็หยิบมือถือของตัวเองออกมาจากลิ้นชัก แล้ววางเอาไว้ที่ตั้งมือถือเปิดกล้องเตรียมพร้อมที่จะถ่ายรูปหรือว่าอัดวิดีโอ ก่อนจะแกะหลอดดูดเสียบลงไปที่นม หยิบซาลาเปาขึ้นมาหนึ่งลูก จัดการกดถ่ายวิดีโอในมือถือ กินซาลาเปาคำ แล้วดื่มนมไปอีกอึกหนึ่ง แล้วโพสต์ในติ๊กต๊อกพร้อมกับลงแคปชัน
(แฟนซื้อมาให้อะ บอกได้คำเดียวว่าอร่อย #น้องมีมโนแรงค่ะ)
‘ทุกคนจะต้องอิจฉาฉันแน่ ๆ เลย’ หญิงสาวยิ้มสวย ๆ ให้กับตัวเอง ในหัวใจพองโต
ทุกครั้งที่พลวัตเข้ามาหาเธอ เขามักมีอะไรติดมือมาฝากเสมอ ชายหนุ่มชอบเข้ามาใกล้ ๆ แล้วก็คลอเคลีย บางทีก็เบียดชิดหัวไหล่กระแซะกับมณียาจนทำให้เธอต้องเอาเขากลับไปนอนฝันแทบทุกคืน
ในจังหวะนั้น เสียงเตือนว่ามีข้อความเข้าก็ดังขึ้น
(ใครซื้ออะไรมาให้แก นางมีน) กวิตาหรือ ตาหวาน เพื่อนสาวคนสนิทตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยด้วยกันส่งข้อความเข้ามาในทันทีที่เห็นเพื่อนรักลงแคปชันและรูปนั้น
(ไม่บอก) ยิ้มปากจะฉีกถึงหู
(คนนั้นอีกล่ะสิ ใช่ไหม) เพื่อนดักทางแบบรู้ทัน
(แก วันนี้เขาเปลี่ยนน้ำหอมกลิ่นใหม่ด้วยแหละ พอได้กลิ่นนะ ต่อมกระสันฉันมันสั่นระริก ๆ)
(อุบาทว์จริง ๆ นะแก 555++) กวิตาด่าให้
(ต่อหน้าเขาแกกล้าพูดอะไรอย่างนี้หรือเปล่าหึ... ยายมีน)
(ใครจะกล้ายะ)
(ก็นั่นนะสิ) พร้อมสติกเกอร์แบะปากมองบน
(แกระวังเอาไว้น่า ผู้ชายหล่อ หน้าตาดีน่ะ ส่วนใหญ่ไม่ว่าง)
(ฉันไปเช็กมาหมดแล้ว เขายังไม่มีใคร)
(เชื่อได้หรือ)
ตอนที่กำลังจะพิมพ์ข้อความตอบไปให้กับกวิตา พลวัตก็ส่งข้อความเข้ามาในมือถือของเธอด้วย
(คุณมีนครับ งานที่ผมรบกวนให้คุณมีนทำเสร็จหรือยังครับ ผมต้องไปพรีเซนต์ให้ลูกค้าดูตอนบ่ายสอง) แล้วมีสติกเกอร์ผู้ชายลูบหัวตัวเอง ทำสีหน้าเกรงใจส่งมาให้ด้วย
(เรียบร้อยแล้วค่ะ มีนจะพิมพ์ออกมาจากเครื่องให้เลยนะคะ คุณวัตมารับได้เลยค่ะ)
(โอเคครับ) แต่พลวัตยังไม่หยุดแค่นั้น
(คุณมีนช่างน่ารัก และดีกับผมจริง ๆ ไม่เคยมีใครทำเพื่อผม และดีกับผมเหมือนคุณมาก่อน)
(ผมชอบคุณนะครับ ผมต้องการคุณ)
‘กรี๊ด...’ มณียากรีดร้องอยู่ในใจ ก่อนจะแคปหน้าจอประโยคที่ได้พูดคุยกับเขาส่งไปให้กวิตาดู
(นางตาหวาน แกดูนี่ เขารักฉัน) และสติกเกอร์ตัวการ์ตูนกระโดดเหยง ๆ ไปให้กวิตาด้วย
เพื่อนสาวรีบเปิดอ่าน
(ตรงไหนที่เขาบอกว่ารักแก ฉันยังไม่เห็นเลย)
มณียารีบใช้โปรแกรมแต่งภาพ ทำวงกลมตรงคำว่า ‘ผมชอบคุณนะครับ ผมต้องการคุณ’ ส่งไปให้เพื่อนทันที
(แกตาบอดหรือไง ถึงไม่เห็นตรงนี้)
(เฮ้อ...) สติกเกอร์ถอนหายใจถูกส่งให้มณียาถึงสองที
(ทำใจไว้มั่งนะเว้ย เคยเห็นไหม อีคนที่ถูกหลอกใช้ ผู้ชายประเภทคารมดี ๆ แต่ใจทรามน่ะ)
(มองโลกในแง่ร้าย ฉันรู้หรอกน่าว่า ใครรักใครเกลียด เขาต้องชอบฉันแน่ ๆ เพราะฉันสวย)
(สวยแต่โก๊ะกัง)
(ยายตาหวาน สรุปแกเป็นเพื่อนฉันไหมนี่)
(เพราะว่าฉันเป็นเพื่อนแกนะสิ ฉันถึงเตือนแกไง แกน่ะนะ มีดวงจะถูกผู้ชายหลอก จำไม่ได้เหรอ ตอนที่เราเรียนอยู่ปีสาม แกก็ถูกพี่ชนะหลอก ดีนะ แกไม่เสียตัวให้พี่ชนะ)
ยังไม่ทันที่มณียาจะโต้กลับเพื่อน พลวัตก็เปิดประตูเข้ามาพอดี
“รบกวนคุณมีนจริง ๆ ผมเกรงใจมากครับ เมื่อเช้าในที่ประชุม ผมก็เตือนเรื่องให้เขาหาเลขาฯ ให้ผมได้แล้ว แต่คุณรมณีย์ก็ยังตอบว่า คนที่มาสมัครเยอะอยู่ แต่ไม่มีคุณสมบัติอย่างที่ต้องการ เฮ้อ...” พูดด้วยอาการเหนื่อยหน่าย
“ไม่เป็นไรค่ะ มีนเต็มใจทำให้คุณวัตค่ะ ไม่ได้เหนื่อยอะไรเลยค่ะ” มณียาหันไปหยิบเอกสารที่เธอพิมพ์ออกมาแล้วใส่เข้าไปในแฟ้มที่พลวัตเตรียมมาให้
“แต่ยังไงผมก็เกรงใจคุณมีนอยู่ดี” เขาจ้องดวงตาของเธอ ในตอนที่รับเอาแฟ้มเอกสารนั้น พลวัตก็จับมือของมณียาไปด้วย
หญิงสาวออกอาการเขินและหน้าแดง เขายังคงไม่ปล่อยมือของเธอพลางบีบเบา ทั้ง ๆ ที่เอาแฟ้มไปหนีบเอาไว้แล้ว
“ถ้าวันไหนที่คุณมีนหยุด เราไปกินข้าวด้วยกันนะครับ”
“ค่ะ” ไม่ต้องรอให้เขาชวนซ้ำ เธอก็รับปากเข้าเสียแล้ว
ใคร ๆ มองดูก็รู้ว่า พลวัตอ่อย แต่มณียาก็มีใจให้กับเขาไปเต็ม ๆ
“ซาลาเปาอร่อยไหมครับ เจ้านี้อยู่ใกล้กับคอนโดของผม พอเห็นซาลาเปากลม ๆ ขาว ๆ ผมก็คิดถึงคุณมีนทุกที”
มณียายืนบิดตัว อาการดูออกว่าฟินมากที่ได้ยินพลวัตพูดออกมาแบบนั้น
“ผมไปก่อนนะครับคุณมีน คืนนี้ผมจะส่งข้อความไปหา”
“ค่ะ” มองตามหลังเขาไปด้วยนัยน์ตาเพ้อฝัน มองจนเขาลับสายตาและหายออกนอกประตูไป
“โอ๊ย แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก” หัวใจเต้นรัว จนเจ้าตัวต้องนั่งลง แล้วก็อดส่งข้อความไปโต้กลับกับกวิตาใหม่
(เรื่องเก่าที่เกิดขึ้นในตอนนั้น ถือว่าฉันยังเด็ก ยังไม่ทันคน แต่ตอนนี้ ฉันคิดว่า ใช่ เขาคือคนที่ใช่)
(เฮ้อ... เพื่อนฉัน) กวิตาสีหน้าเหนื่อยอ่อน
(ก่อนจะออกไปจากห้องของฉัน คุณวัตเขาบอกฉันว่า วันหยุดเขาจะนัดฉันไปกินข้าว โอ้ย เขามีใจ)
(อีกอย่าง เขายังบอกว่า เห็นซาลาเปาขาว ๆ ก็คิดถึงฉันด้วยนะแก)
(นี่นางมีน แกมีกระจกอยู่ใกล้ ๆ ตรงนั้นไหม)
(ทำไม) ถามย้อนกลับไปในทันควัน
(แกหันไปมองกระจกสิ แล้วรวบผมของแกขึ้น หน้าของแกนะเหมือนซาลาเปา กลมดิกขนาดนั้น 5555+++ หน้าขาว ๆ แล้วมีสีแดงแต้มเอาไว้นะ เห็นยัง) อีกฝั่งคงหัวเราะจนฟันโยก
สติกเกอร์การ์ตูนทำหน้างอนส่งกลับไปให้เพื่อน พร้อมกับสติกเกอร์คนเอาค้อนทุบหัวของอีกคนส่งไปด้วย
(เลิก ๆ ฉันไม่คุยกับแกแล้ว บาย ๆ)
“เสียอารมณ์จริง ๆ” มณียาพูดกับตัวเอง ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาแล้วเปิดกล้อง พลางรวบผมทั้งหมดขึ้น
‘หน้าเหมือนซาลาเปาจริง ๆ แฮะ...’ มณียาชักคล้อยตามเพื่อน ก่อนจะรีบเอาผมลง เพื่อให้เส้นผมปิดบังใบหน้าที่กว้าง ๆ และแก้มที่ป่อง ๆ ของเธอ
‘หึ... ยายตาหวาน ถ้าฉันมีเงิน หรือว่าถูกลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่งนะ ฉันจะบินไปทำหน้าที่เกาหลี จะเอาให้สวยกว่า... กว่าใครดีน้า...’ ทำท่าคิดไปถึงนางเอกเกาหลีที่หน้าหวาน ๆ คิดยังไงก็คิดไม่ออก จึงเข้าไปหารูปดาราเกาหลีสวย ๆ ในมือถือเสียเลย
‘จอนจีฮยอน นางเอกซีรีส์คิงดอมสองดีน้า หรือจะทำหน้าให้เหมือน ซงฮเยคโย พัคชินฮเยก็สวย อิ ๆ คอยดูนะยายตาหวาน เฮ่อ ๆ’ คิดเอง ฟินเอง ยิ้มอยู่คนเดียว แล้วกินซาลาเปาที่เหลือ กับน้ำผลไม้ที่พลวัตให้เธอมาจนหมด
อีกฟากฝั่งหนึ่งของเมืองไทย
นายหัว หรือ อาคเนย์ โขมนัต กำลังทะเลาะกับเมนิลาด้วยเสียงอันดัง
“คุณไม่ต้องมาแก้ตัวใด ๆ ทั้งนั้น เพื่อนของฉันส่งรูปของคุณมาให้ฉันดูแล้ว และฉันก็ตามไปถึงโรงแรมที่คุณไปทำงาน ฉันเห็นคุณจูบกับแม่พนักงานต้อนรับนั่น”
“ใครเป็นคนพูด คุณเอาหลักฐานที่คุณเห็นมาให้ผมสิ” เขายังคงตามตอแยเธอ ในขณะที่เมนิลาเก็บข้าวของของเธอลงไปในกระเป๋าใบใหญ่ที่เธอเตรียมมาด้วยแล้ว
“หยุดค่ะ อย่าเข้ามาใกล้ฉันนะคะนาย ฉันเตือนคุณแล้ว ฉันเคยขอให้คุณสัญญาว่าคุณจะมีฉันเพียงคนเดียว คุณจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงคนไหน โกหกสับปลับ”
“เม คุณอย่ากล่าวหาผมลอย ๆ สิ คุณต้องเชื่อคำพูดของผม คุณไม่เคยเป็นแบบนี้ คุณเปลี่ยนไป ไม่ใช่ผมเปลี่ยนไป”
เมนิลาหันมาทำตาวาวโรจน์ใส่เขา
“เรื่องเดิม ๆ คุณนั่นแหละที่ผิด ฉันเกลียดการนอกใจ”
“คุณเข้าใจผิดทุกครั้งนะเม” พูดไป ห้ามไป แต่อาคเนย์ก็ไม่กล้าจะแตะต้องตัวของเธอ เขาให้เกียรติเมนิลาเสมอ และยอมเธอแทบจะทุกอย่าง
เมนิลายัดทุกสิ่งที่เธอต้องการลงไปในกระเป๋าแล้ว หญิงสาวก็รีบปิดมันลงแล้วรูดซิป
“อย่าไปเลยนะเม อย่าทำแบบนี้” อาคเนย์ปากคอสั่น เดินตามหลังเมนิลาต้อย ๆ
“แก้วที่มันร้าว มันไม่มีทางประสานให้กลับมาเหมือนเดิมได้ และฉันก็ให้โอกาสคุณหลายครั้งแล้ว”
“เฮ้อ... เม ผมไม่ได้ทำแม้แต่ครั้งเดียว แต่...”
“เงียบไปเลย” เธอบิดลูกบิดแล้วผลักประตูออกไปแล้ว
อาคเนย์รีบฉวยเอารองเท้าที่อยู่ใกล้มือที่สุดมาใส่ รองเท้าแตะของเขามันเพิ่งขาดไปเมื่อวาน ในตอนที่เขาเดินกลับมาจากเซเว่น
ชายหนุ่มจึงคว้าเอารองเท้ากีฬาแบรนด์ดัง ราคาเกินห้าพัน ที่เพิ่งถอยมาได้อาทิตย์กว่า ๆ มาใส่ แล้ววิ่งตามหลังของเมนิลาไป แต่เธอก็เข้าลิฟต์แล้วกดลงไปที่ด้านล่างแล้ว เขาไปหาลิฟต์อีกตัว แต่เหมือนกำลังขึ้นไปรับคนด้านบน ไม่ได้จะลงด้านล่าง
อาคเนย์จึงเปลี่ยนใจวิ่งไปทางบันไดหนีไฟที่อยู่ใกล้ที่สุด ดีนะที่อยู่แค่ชั้นสี่ เขาทั้งหอบทั้งเหนื่อย เห็นหลังของเมนิลาไว ๆ ตอนที่ออกไปจากประตูของคอนโดได้
รถสปอร์ตคันโก้สีแดงสดก็เร่งเครื่องรับร่างของเมนิลาออกไปตามทาง เขาวิ่งตาม
“เมกลับมาเดี๋ยวนี้นะ คุณนั่นแหละที่นอกใจ เม...” ชายหนุ่มตะโกนตามหลังอย่างหัวเสีย เธอหาเรื่องที่จะเลิกกับเขา เพราะเมนิลามีคนอื่น
สิ่งที่อาคเนย์ทำได้ในตอนนี้ก็คือ ถอดรองเท้าที่เขาใส่ออกมาข้างหนึ่ง ชายหนุ่มขว้างรองเท้าข้างนั้นไปที่รถสปอร์ตคันนั้นเต็มกำลัง แล้วมันก็หล่นอยู่บนหลังคารถของผู้ชายคนใหม่ที่ขับออกไป รองเท้าข้างนั้นมันค้างเติ่งอยู่บนหลังคา ผู้เป็นเจ้าของรถหรูเลี้ยวออกประตูคอนโด ก่อนจะเบิลเครื่องยนต์วิ่งหายไปอย่างรวดเร็ว
อาคเนย์ยืนเศร้า ทั้งเสียดายรองเท้า และเสียใจกับการกระทำของเมนิลา
“ยายผู้หญิงเฮงซวย ฮือ...”
ในตอนนี้ อาคเนย์กลับมาที่ในห้อง นั่งร้องไห้ แล้วยกขวดเหล้า ขึ้นดื่มจนเมามาย
ปัง ปัง ปัง... เสียงทุบประตูดังมาก จนอาคเนย์สะดุ้งตื่น
“เจ้านายตื่นได้แล้ว เราต้องลุกขึ้นไปใส่บาตรกับย่านะ” เสียงคุณย่าพวงเข็มนั่นเอง
“แกจะตื่นหรือไม่ตื่น ถ้าไม่ตื่นย่าจะพังประตูเข้าไปนะ”
อาคเนย์สะบัดหัวของตัวเองแรง ๆ ก่อนจะส่งเสียงออกมา
“ตื่นแล้วครับคุณย่า ผมจะอาบน้ำแล้วครับ”
“เอ่อ... นอนกินบ้านกินเมืองอยู่ได้ ย่าจะไปรอที่หน้าบ้านนะ เดี๋ยวก็ไม่ทันท่านพระครู” พูดและก็บ่นไปด้วย พลางเดิน
“ทำไมจะต้องให้ย่ามาเรียกได้ทุกวัน มือถือก็มี นาฬิกาก็มี ไม่หัดตั้งปลุกบ้าง เฮ้อ... โตแต่ตัวจริง ๆ”
เอ้ก อี เอ้ก เอ้ก... เสียงไก่ขันรับกันเป็นทอด ๆ อาคเนย์ประคองคุณย่าให้ลุกขึ้นยืน ก่อนที่พระสงฆ์องค์เจ้าเดินผ่านมา
“นิมนต์หน่อยค่ะท่านพระครู” คุณย่าพูดขึ้น พลางยกมือไหว้
ชายหนุ่มหยิบอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นขันข้าว ทัพพี ยื่นให้กับคุณย่า คุณย่าตักอาหารใส่บาตรพระ อาคเนย์เองรีบหยิบกับข้าวที่ใส่ในถุงพลาสติกห่อมาอย่างดี หย่อนลงไปในบาตร ก่อนทั้งคู่จะยกมือไหว้ นั่งลงเพื่อรับพรจากพระสงฆ์ แล้วกรวดน้ำ
ในใจของอาคเนย์นึกไปถึงเมนิลา พร้อมกับเอ่ยลาเธอออกมาเป็นครั้งที่ร้อย
‘เมเราสองคนอย่าได้มาเจอะมาเจอกันอีกเลยในชาตินี้’
เขาอธิษฐานทุกครั้งที่ฝันเห็นเธอ เรื่องที่เมนิลาทำกับเขามันฝังแน่นอยู่ในใจ จนแงะไม่ออก ความเศร้าใจการจากไปของผู้หญิงคนนั้น ได้สร้างบาดแผลให้กับเขามากมาย จนอาคเนย์ขยาด ชายหนุ่มไม่เคยคบกับผู้หญิงหน้าไหนอีกเลย
“นิมนต์ค่ะท่านพระครู ดิฉันอยากจะเรียนถามท่านพระครูสักหน่อยนะคะ ว่าเรื่องที่ดิฉันฝันเมื่อคืนนี้ จะเป็นจริงหรือเปล่า”
“ฝันว่าอะไรล่ะโยมเข็ม” ท่านยิ้มให้อย่างอ่อนโยน
“คือว่าฝันว่าหลานชายจะได้เมียน่ะค่ะ มีงานมงคลจัดที่บ้านสวนเสียใหญ่โตค่ะ”
หลวงพ่อท่านหันมามองหน้าอาคเนย์ในทันที ก่อนจะจ้องหน้าของเขาเขม็ง
“เนื้อคู่น่าจะมาแล้วนะ”
“จริงเหรอคะ งั้นเรื่องที่ดิฉันฝันก็เป็นเรื่องจริง ดีใจมากค่ะ ดิฉันรอเวลานี้มานานแล้ว”
“โยมเข็ม คนมันเป็นเนื้อคู่กันแล้ว ยังไงก็ไม่แคล้วกันหรอก ถึงเวลาก็จะมาหากันเอง อย่างไรเสีย นายหัวเขาน่ะมีคู่ครองอย่างแน่นอน”
คุณย่าตบมือดังเพียะด้วยความดีใจ
“ใช่ค่ะ หลานชายดิฉันไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่อะไร ออกจะหล่อที่สุด” ตอนท้ายลากเสียงยาวด้วยความภูมิอกภูมิใจ
“ผู้หญิงคนนี้จะเดินทางมาจากทางใต้ และเธอจะให้ทายาทกับคุณนายตั้งสามคน” หลวงพ่อยังเอ่ยอีก
“ไม่จริงหรอกมั้งครับ ใครกันน่ะที่จะมาเป็นเนื้อคู่ผม แล้วจะมาจากทางใต้จริงหรือ ผมไม่เชื่อหรอก” อาคเนย์เถียงหลวงพ่อออกไปอีก พลางส่ายหน้าระรัว
“ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่ไอ้หนู” พระท่านพูด แล้วก็หันหลังเดินจากไป
“สาธุค่ะ” คุณย่ายกมือไหว้ท่วมหัว แล้วหันมาทำตาเขียวใส่หลานชาย
“ทำพูดเข้า หื้อ...” แล้วเหน็บไปที่ชายโครงของหลานชายอย่างแรง อาคเนย์รีบหลบ ปากก็ร้อง
“โอ้ย เจ็บนะครับ”
“อย่าทำเป็นเล่น ท่านพระครูท่านทำนายแล้วไม่เคยพลาด”
“ก็...”
“ไม่ต้องพูดมาก กลับบ้าน ย่ามีอะไรต้องทำหลายอย่าง” ผู้เป็นย่าทำหน้าเหม็นเข้าให้ หลานชายรีบประคองคุณย่าเพื่อกลับไปขึ้นรถ
“คุณย่าจะทำอะไรครับ แล้วเมื่อคืน ฝันอะไรนะครับคุณย่าเล่าให้ผมฟังหน่อยได้ไหม”
อาคเนย์เป็นคนช่างเอาใจ ยิ่งกับคุณพวงเข็มด้วยแล้ว
คนเป็นย่าได้แต่ยิ้ม ก่อนจะพูดขึ้นว่า “ย่าฝันว่า บ้านเราน่ะจะมีงานมงคลในเร็ว ๆ นี้ และย่าก็ฝันว่า ย่าได้อุ้มเหลน”
“คุณย่าเอาอะไรมาพูดครับ ฝันก็คือฝัน”
คุณย่าหันหน้ามาหาหลานชาย พลางชี้นิ้ว “ไม่เชื่อใช่ไหมล่ะ มาพนันกันไหม” ดวงตาของคุณย่ามุ่งมั่น
“โถ... เราสองคนเพิ่งใส่บาตรไปเมื่อกี้นี้เอง คุณย่าจะมาพนันขันต่อกันแล้วหรือครับ มันผิดศีลห้าเต็ม ๆ เลยนะครับคุณย่า”
“โอเค ช่างเถอะ ไม่พนันก็ได้ แต่ย่าเชื่อว่าเรื่องเหล่านี้ มันกำลังจะเกิดขึ้น ไป๊... กลับบ้านได้แล้ว ย่ามีอะไรต้องทำอีกเยอะ ต้องเตรียมทั้งบ้าน และก็ต้องเตรียมทั้งงานแต่งงาน” ในตอนนั้น แค่คุณพวงเข็มคิดถึงเรื่องราวที่ท่านหวังมาตลอด ท่านอยากให้หลานชายเป็นฝั่งเป็นฝา ความหวังของคุณย่าใกล้จะเป็นจริงแล้ว ท่านจึงได้แต่หัวเราะร่าด้วยความสุขใจ นั่งบนรถด้วยใบหน้าที่แช่มชื่น
สามสัปดาห์ต่อมา
ที่ห้องพักพนักงาน มณียากำลังวิดีโอคอลกับกวิตา
“หวานตา เป็นอย่างไรบ้างแกชุดที่ฉันใส่ สวยไหม”
“สวยมาก”
“แล้วแกไปทำผมที่ไหนมาน่ะมีน มันรับกับใบหน้าของแกมากเลยนะ สวยกว่าวันที่แกรับปริญญา ในตอนนั้น ทำไมแกไม่ทำทรงนี้นะ”
“ก็ตอนนั้น มันไม่ทันคิดไง รู้ไหมวันนั้นมันฉุกละหุกไปหมด” ก่อนมณียาจะเปลี่ยนเรื่อง
“นี่ยายตาหวานชวนนอกเรื่องอีกแล้ว ว่าแต่ว่า ตอนนี้แกจะช่วยติฉันหน่อยสิ ตรงไหนที่ฉันยังขาดตกบกพร่อง ฉันอยากสวยที่สุดในสายตาของคุณวัตวันนี้”
“เฮ้อ...” หวานตาทำเสียงออกมาแล้วมองบน