"องค์หญิงพ่ะย่ะค่ะ องค์หญิง ทรงทำแบบนี้ไม่ได้นะพ่ะย่ะค่ะ" องครักษ์หนุ่มรุ่นพี่อายุมากกว่าห้าปี ที่ได้รับหน้าที่ให้ดูแลปกป้ององค์หญิงจอมแก่นวัยสิบแปด ที่กำลังย่างก้าวเข้าสู่วัยรุ่นเป็นสาวสะพรั่ง เขาเรียกขานด้วยน้ำเสียงที่ติดกังวล ด้วยความซนของจัสทีน่าที่กำลังจะแอบหนีออกไปเที่ยวนอกวัง ทั้งที่มารดานั้นสั่งห้ามหนักหนา เกรงว่าจะได้รับอันตราย
"ชู่ เบา ๆ สิเดี๋ยวใครมาเห็นเข้าหรอก" เสียงที่ดังของฮะมีสทำให้องค์หญิงจัสทีน่านั้นหันมาเอ็ดเบา ๆ จ้องหน้าเขม็ง พร้อมกับหันมองซ้ายมองขวา เพราะกลัวว่าใครจะมาเห็นเข้า จนทำให้หล่อนนั้นถูกจับได้...อดเที่ยวกันพอดี
"หากองค์ราชินีทรงทราบเข้า องค์หญิงจะถูกลงโทษนะพ่ะย่ะค่ะ" ฮะมีสองครักษ์เพียงคนเดียวที่จัสทีน่าไว้ใจ เพราะดูแลหล่อนมานานหลายปี เป็นที่โปรดปรานขององค์หญิงจัสทีน่า และเขาก็คอยช่วยเหลือปกปิดความซนของจัสทีน่ามาตลอดหลายปีที่ได้ปกป้องดูแล
"ก็อย่าให้เสด็จแม่จับได้สิ ไปเร็ว!" จัสทีน่าว่าขึ้นอย่างไม่รู้สึกรู้สา เท่าที่ผ่านมาหากถูกจับได้ คนที่ถูกลงโทษนั่นคือฮะมีสที่ออกหน้ารับแทนเสมอ แต่จัสทีน่าหาได้ใส่ใจหรือรู้สึกผิดไม่ หล่อนยังคงกระทำแบบเดิมอย่างเอาแต่ใจตามนิสัยที่เป็น
"รอบนี้กระหม่อมห้ามเด็ดขาดพ่ะย่ะค่ะ" ฮะมีสเริ่มจะเดือดดาล เมื่อความดื้อรั้นขององค์หญิงจอมแสบชักจะเหิมเกริม เขาได้รับสิทธิ์จาก เชคฮ จาห์มาล์ ในการดูแลบุตรสาวเพียงคนเดียวของพระองค์ รับรู้ถึงความดื้อรั้นของลูกสาวเป็นอย่างดี ถ้าฮะมีสดูแลไม่ได้องครักษ์คนอื่นก็ยากที่จะต่อกลอนกับองค์หญิงจัสทีน่าแล้วล่ะ อีกทั้งฝีมือในการต่อสู้ยอดเยี่ยมนั้นทำให้ เชคฮ จาห์มาล์ ไว้เนื้อเชื่อใจ
"นี่กล้าชักสีหน้าใส่เรารึ?" จัสทีน่าไม่ชอบใจกับสีหน้านิ่งขรึม คิ้วขมวดขององครักษ์ จนหล่อนต้องเดินเข้ามาใกล้ ย้อนถามด้วยน้ำเสียงที่วางอำนาจใส่
"และถ้าองค์หญิงยังดื้อรั้นที่จะลักลอบหนีเที่ยวข้างนอก อย่าหาว่ากระหม่อมใจร้ายก็แล้วกัน" ฮะมีสไม่ยอมปรน เขาขยับขาเดินเข้าไปใกล้ ก้มมององค์หญิงจอมซนที่อยู่ใต้ความสูงด้วยสายตาที่สื่อความหมายว่าเขาเอาจริง หากหล่อนคิดจะต่อกลอนไม่ยอมเชื่อฟัง
"อย่ามาห้ามนะ! เป็นแค่องครักษ์มีหน้าที่ดูแลปกป้อง ไม่ใช่มาสั่งการเช่นนี้" จัสทีน่าว่าขึ้นอย่างไม่ยอมเช่นกัน หล่อนเงยหน้าสู้สายตาอันดุดันของฮะมีส แม้จะตัวเล็กกว่าก็ใช่ว่าจะยอมใครได้
"อย่าให้กระหม่อมต้องเล่นบทเถื่อนนะพ่ะย่ะค่ะองค์หญิงจัสทีน่า" ฮะมีสจ้องตาหล่อนไม่กะพริบ พร้อมก้าวขาเข้าหาเรื่อย ๆ เป็นการข่มขู่เมื่อจัสทีน่าเริ่มจะเอาแต่ใจเกินไป ที่ห้ามนั่นเพราะห่วงความปลอดภัย ข้างนอกมีอันตรายรอบด้าน วันนี้คุ้มครองได้แต่ใช่ว่าจะไม่พลาดเลยสักครั้ง ไม่ได้ห่วงตัวกลัวตาย แต่กลัวว่าองค์หญิงที่อยู่ตรงหน้าได้รับบาดเจ็บเสียมากกว่า
"ถอยออกไปนะ!" จัสทีน่าถอยหลังก้าวต่อก้าว เริ่มหวาดหวั่นต่อสายตาอันดุดันของฮะมีส แต่ความไม่ยอมคนทำให้หล่อนสู้สายตานั้นด้วยความระแวง หล่อนเคยเจอมาแล้วกับความเถื่อนของฮะมีส มีเล่นอุ้มหล่อนพาดบ่า แล้วกัดขาของหล่อนจนเป็นรอย แต่ไม่กล้าบอกใครได้เพราะกลัวถูกลงโทษที่แอบหนีออกจากวัง สุดท้ายฮะมีสตามเจอในขณะที่ฮะมีสโมโหหน้าแดง หล่อนเลยถูกเขาจัดการ
"องค์หญิงจะกลับเข้าไปด้านในดี ๆ หรือต้องให้กระหม่อมอุ้มไปแบบเดิมพ่ะย่ะค่ะ" ฮะมีสเอ่ยเสียงนิ่งที่ฟังแล้วขนลุก อุ้มแบบเดิมที่จัสทีน่ารู้ดีคือลักษณะแบบไหน มันทำให้หล่อนนึกกลัว
"ไม่นะ!!" ได้ยินแค่นั้นจึงรีบวิ่งหนีกลับด้านในเขตราชสถานอย่างไม่รีรอ หล่อนกลัวในการท้าทายของฮะมีสที่ทำจริงดั่งปากว่า ครั้นหล่อนจะฟ้องบิดากับมารดา เขาก็ยิ่งจัดการหล่อนหนักขึ้น และต้องรับรู้ว่าหล่อนได้กระทำความผิดอันใหญ่หลวง นั่นคือสิ่งที่องค์หญิงจัสทีน่าจะไม่ต่อกลอนกับฮะมีสหรือเอ่ยปากฟ้องเด็ดขาด เพราะมันจะยิ่งเพิ่มโทษหนักแก่หล่อน
"ฮึ องค์หญิงจอมซน" ฮะมีสที่หันมองตามหลังถึงกับยกยิ้มส่ายหัวระอา แต่ละวันเขาเหนื่อยนักกับการออกปากห้ามจัสทีน่า ทว่าทุกเวลาที่ได้ดูกลับทำให้เขามีความสุขเช่นกัน
"โอ๊ะ!!"
"อะไรกันองค์หญิงวิ่งหนีอย่างกับพบเจอปีศาจเลยลูก"
วิ่งหน้าตั้งไม่ทันมองทาง จนชนเข้ากับมารดาที่เดินสวนมาจนล้มก้นกระแทกพื้น สายตาก็ยังมองกลับหลังด้วยความหวาดระแวง กลัวว่าฮะมีสจะตามมาทัน
"หนีปีศาจเพคะท่านแม่ ปีศาจตนนี้มันดุร้ายนัก ลูกทูลลานะเพคะ" จัสทีน่าที่เห็นฮะมีสเดินย่างสามขุมดุ่ม ๆ เข้ามา หล่อนรีบเอ่ยลาแล้ววิ่งเข้าด้านในราชสถานส่วนตัวทันที
"ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะราชินี" ฮะมีสที่ต้องคอยประกบดูแลคุ้มครององค์หญิงแสนซน เดินเข้ามาหยุดตรงหน้าราชินีแล้วทำความเคารพ
"เจ้าหรอกรึที่เป็นปีศาจในสายตาขององค์หญิง" พระนางเอ่ยแซวอมยิ้มมองฮะมีสที่โค้งหัวนอบน้อม จากนั้นจึงเดินจากมามุ่งหน้าสู่ที่หมาย
"แสบตั้งแต่เด็กยันโตนะองค์หญิง ระวังกระหม่อมจะกลายร่างเป็นปีศาจเต็มตัวให้ดู"
"ไอ้องครักษ์บ้า! นี่ฉันเป็นถึงองค์หญิงแห่งอานัสนครเชียวนะ กล้ามาข่มขู่แตะต้องฉันได้อย่างไรกัน ฮึ!" หลังจากที่วิ่งหนีเข้ามาหลบซ่อนด้านใน จัสซีน่าก็บ่นยุบยิบด้วยความไม่ได้ดั่งใจ คิดแล้วแค้นกับการที่องครักษ์นั้นหยาบคายใส่ ทั้งที่หล่อนนั้นเป็นถึงองค์หญิงผู้สูงส่ง
"เดี๋ยวเถอะจะฟ้องเสด็จพ่อให้จับขังในคุกมืดคอยดู ไม่ได้สิ! ถ้าฟ้องเสด็จพ่อก็ต้องถามหาเหตุผล ไอ้ปีศาจองครักษ์ยิ่งเป็นคนโปรดอยู่ด้วย โอ๊ย!! สุดท้ายคนที่ถูกคาดโทษก็เป็นองค์หญิงแสนสวยอย่างฉัน...กรี๊ด!!!" คิดไปคิดมาก็ยิ่งแค้น เมื่อหวนตรองสิ่งที่ตั้งใจ ไฉนเลยกับเป็นผลเสียแก่เธอ ตั้งใจจะคิดการณ์สิ่งใดล้วนทำให้องค์หญิงจัสทีน่านั้นเสียเปรียบ ความเหลืออดทำให้หล่อนกรีดร้องออกมาจนสุดเสียง ดังลั่นจนได้ยินไปถึงด้านนอก
ก๊อก ก๊อก
(องค์หญิงพ่ะย่ะค่ะ ทรงเป็นอะไรหรือไม่ เปิดประตูให้กระหม่อมที องค์หญิง!!)
เสียงกรีดร้องทำให้ฮะมีสตกใจ เขาเคาะประตูรัวเสียงดัง ห่วงว่าคนที่อยู่ด้านในจะเกิดอันตรายหรือได้รับบาดเจ็บ คิดไกลด้วยความห่วงใย มือก็สาละวนเคาะประตูจนแทบพัง
"เป็นอะไรก็ช่าง อย่ามายุ่ง!!" องค์หญิงจัสทีน่าตะโกนตอบไป ไม่ได้ห่วงความรู้สึกของใครแม้แต่น้อย ไม่สนว่าใครจะห่วงหรือคิดสิ่งใด เพียงตอนนี้หล่อนไม่สบอารมณ์ที่จะพูดคุยหรือเจรจากับใคร
(องค์หญิง ถ้าไม่เปิดกระหม่อมจะยิงประตูนะพ่ะย่ะค่ะ) ฮะมีสที่พะวงอยู่ด้านนอก ก็ยังเคาะประตูกระแทกไหล่กับประตูหวังให้มันเปิดออก แต่จัสทีน่าก็ยังนิ่งเฉยไม่สนใจ หล่อนนอนราบบนเตียงนอนอย่างสบายอารมณ์
"โห ไอ้องครักษ์ป่าเถื่อน แค่ไม่เปิดประตูให้นี่ถึงขั้นทำลายข้าวของเลยเหรอเนี่ย เอาเซ่! กล้าก็ลองดู คราวนี้แหละเสด็จพ่อเอาตายแน่ คิก คิก....ลาลั้นลาลั่นลา" เสียงที่ตะโกนดังลั่นของฮะมีส ไม่ได้ทำให้จัสทีน่าฝักใฝ่สนใจ หล่อนยิ่งนึกสนุกเมื่อได้กลั่นแกล้ง ปั่นให้องครักษ์ใจว้าวุ่นเคร่งเครียด เหมือนเป็นการเอาคืนทางอ้อม หล่อนฮำเพลงในลำคออย่างคนมีความสุข ที่ได้เห็นองครักษ์นั้นกระวนกระวาย
(องค์หญิงพ่ะย่ะค่ะ องค์หญิง!!)
ปัง!! เสียงปืนดังขึ้นจนแก้วหูแทบแตก ก็ไม่ได้สะทกสะท้านต่อองค์หญิงจัสทีน่า หล่อนกับแสยะยิ้มร้ายด้วยความคิดที่เหนือกว่า ว่าการที่องครักษ์พังประตูเข้ามานั้น เขาจะต้องถูกลงทัณฑ์เป็นแน่
"ลาลั่นลาลั้นลา หืม หืม มีความสุขจริง" จัสทีน่ายังคงนอนหลับตา เกลือกกลิ้งไปมาบนเตียงอย่างคนอารมณ์ดี
"องค์หญิง องค์หญิงพ่ะย่ะค่ะ" เสียงของฮะมีสยังคงเรียกขาน นั่นก็ไม่ได้ทำให้องค์หญิงผู้แสบซนคิดหันไปมอง
"เจ้าเตรียมตัวถูกเสด็จพ่อลงโทษได้เลยเจ้าองครักษ์คนเถื่อน คิก คิก ทำลายทรัพย์สินของหลวง เจ้าถูกตัดหัวขาดแน่" หล่อนฮำเพลงอย่างชอบใจ ปากก็เอ่ยออกไปอย่างไม่คิดมองโดยรอบ ว่าตอนนี้ไม่ได้มีเพียงคนที่หล่อนกำลังพูดถึง
"องค์หญิงพ่ะย่ะค่ะ" ฮะมีสเรียกขานหวังให้องค์หญิงจัสทีน่านั้นมองมา น้ำเสียงนิ่งเรียบสุขุมที่เอื้อนเอ่ย ก็ไม่ได้สร้างความสนใจให้หล่อนสักนิด ยังคงนอนบิดไปมาภายใต้ผ้าห่มผืนหน้าอยู่ร่ำไป
"ทำไม!? เรียกเราเพื่อจะให้ขอร้องเสด็จพ่อให้ไว้ชีวิตใช่ไหมล่ะ ฝันไปเถอะย่ะไม่มีทาง" จัสทีน่ายังคงว่าต้องด้วยความมั่นใจ อากัปกิริยาของหล่อนอยู่ในสายตาของบิดาและมารดาตลอดที่เดินเข้ามาด้านใน
เนื่องจากเสียงที่ดังลั่นทำให้ผู้เป็นบิดาและมารดา ต้องเดินเข้ามาดู เห็นองครักษ์ดูกระวนกระวายใจอยู่ด้านนอก จึงได้ถามไถ่จนได้ความ และท่านเชคฮ จาห์มาล์ จึงได้หยิบปืนนั้นยิงประตูพังเข้ามาเสียเอง โดยที่บุตรสาวนั้นหาได้สนใจ ยังคิดว่าเป็นองครักษ์คนสนิทกระทำ
"ที่แท้ก็ซนจนวุ่นวาย"
"!!" จัสทีน่าถึงกับสะดุ้งห่อไหล่ เมื่อน้ำเสียงที่เอื้อนเอ่ยนั้นน่าเกรงขามและทรงพลัง รับรู้ทันทีว่าเป็นเสียงของมารดาผู้ยิ่งใหญ่
"สะ สะ เสด็จแม่ เสด็จพ่อ" ถึงกับติดอ่างเลยทีเดียวทันทีที่หันหลังกลับมา มารดายืนจ้องตาดขียว และเคียงข้างนั้นก็เป็นบิดายืนหน้านิ่งมือหนึ่งถือปืนก่อนจะยื่นส่งคืนให้แก่ฮะมีส
"ว่าอย่างไรองค์หญิง ทำไมสีหน้าดูตกใจนัก" ผู้เป็นมารดาเอ่ยทักขึ้น เมื่อเห็นอาการของบุตรสาว
"ไม่มีอะไรเพคะ ลูกแค่กำลังซ้อมการแสดงที่อาจารย์มอบหมายให้ ที่โรงเรียนลูกได้ทำกิจกรรมมากมายเลยเพคะ" จัสทีน่ารีบแก้ตัวข้าง ๆ คู ๆ สายตาล่อกแล่กอย่างมีพิรุธ
"แล้วองค์หญิงทำหน้าที่อะไรล่ะ" ผู้เป็นมารดาจี้ประเด็น จนบุตรสาวนั้นคิดหาคำตอบไม่ทัน
"โอ๊ะ!! โอ๊ย ปวดหัวเหลือเกินเพคะ ลูกคงจะหักโหมกับการซ้อมจนเกินไป ตาย ๆ ตายแน่เลย ลูกต้องนอนพักแล้วเพคะ" มันคือการเอาตัวรอดของคนบนเตียง เอนตัวลงนอนพร้อมกับดึงผ้าห่มคลุมโปงอย่างเสแสร้ง แกล้งทำเพื่อให้ตัวเองนั้นรอดพ้นต่อการกดดันของบิดาและมารดา
"เชิญท่านเชคฮดูละครลิงต่อเลยนะเพคะ น้องขอตัวก่อน ขอไปจิบชาให้ผ่อนคลายเสียหน่อย ก่อนที่น้องจะปวดหัวมากกว่านี้เพราะองค์หญิงจัสทีน่า" ผู้เป็นมารดาถึงกับส่ายหน้าระอา ก่อนจะออกตัวแล้วเดินจากมาด้วยความหน่ายใจ
"ราชินีก็พูดเกินไป...รอด้วยสิ อ้อ ฮะมีสเฝ้าองค์หญิงไว้ ห้ามให้แอบหนีออกจากวังเด็ดขาด แล้วถ้าองค์หญิงไม่เชื่อฟังให้รีบรายงานเราทันที" ปากต่อว่าในสิ่งที่ภริยาเอื้อนเอ่ย กระนั้นก็ยังตามภริยาออกไป ทิ้งท้ายด้วยคำสั่งการที่ทำให้องค์หญิงจัสทีน่านั้นจนมุม ยากแล้วที่จะแอบหนีออกจากวัง หากบิดาให้สั่งต่อหน้าเช่นนี้ บ่งบอกได้ทันทีว่าจริงจัง
"พ่ะย่ะค่ะ"
"งานเข้าแล้วไง เสด็จพ่อทำไมทำกับลูกสาวแบบนี้....จาห์เนียก็ไม่รู้ไปไหนไม่สนใจพี่สาวเลยสักนิด ฮึ้ย!!" สบถเสียงกร้าวเมื่อไม่ได้ดั่งใจ พาลไปยังน้องชายที่ไม่รู้ไปอยู่หนแห่งไหน
"เดี๋ยวกระหม่อมจะให้พี่เลี้ยงเอาโอสถมาถวาย" ฮะมีสที่ยืนมองเอ่ยขึ้นอย่างอาสา เมื่อก่อนหน้าเห็นว่าองค์หญิงนั้นบอกไม่สบาย มีอาการปวดหัวจากความเครียดในการซ้อมการแสดง
"จะเอามาทำไมล่ะ ไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย เพราะนายคนเดียวเลยฮะมีส ที่ทำให้มันวุ่นวายแบบนี้ ทำให้เสด็จแม่กับเสด็จพ่อ ต้องตำหนิเราแค่ไม่เปิดประตูทำไมต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่ด้วย ไอ้คนป่าเถื่อน" องค์หญิงจัสทีน่าหันมาต่อว่า ด่าทอองครักษ์ฮะมีสที่ยืนหน้านิ่ง คอยเป็นกระโถนรองรับอารมณ์ขององค์หญิงจอมแก่น
"ก็กระหม่อมได้ยินเสียงองค์หญิงกรีดร้อง..." ฮะมีสเอ่ยขึ้น ทั้งหมดทั้งมวลล้วนเกิดจากความห่วงใยทั้งนั้น แต่มันกับสร้างความไม่พอใจแก่องค์หญิงจัสทีน่าเสียอย่างนั้น
"ร้องเพลงไม่ได้หรือไงล่ะ" หล่อนแย้ง
"ร้องเพลง?" และเขาก็ต้องย้อนถามเพื่อย้ำชัด ว่านั่นคือการร้องเพลงตามที่องค์หญิงว่าจริงหรือ?
"ก็ใช่ไง" หล่อนยืนยันเสียงแข็ง สายตาจ้องมองหน้าฮะมีสอย่างเชือดเฉือน
"ร้องอย่างกับเจ็บตัว ใครจะไปคิดว่าร้องเพลงกันพ่ะย่ะค่ะ" ฮะมีสเอ่ยขึ้น เป็นใครที่ได้ยินก็คงเห็นตามกับหัวหน้าองครักษ์เช่นกัน
"นี่จะบอกว่าเราร้องเพลงห่วยแตกงั้นสิ" องค์หญิงจัสทีน่าว่าขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์หมาย เดินดุ่มเข้าไปใกล้ แล้วหยุดยืนตรงหน้า เอ่ยวาจากระด้างใส่หน้าฮะมีสอย่างไม่คิดเกรงกลัว แม้ตัวจะเล็กกว่าทว่ากับใจใหญ่ยิ่งนัก
"กระหม่อมเปล่าพ่ะย่ะค่ะ" และก็เป็นฮะมีสที่หลบสายตา เพราะว่าไม่อยากมีปากเสียงกับองค์หญิง เพราะมันเป็นสิ่งที่เขาเถียงต่อคำให้ตายก็ไม่มีวันเอาชนะได้ แม้จะมีเหตุผลมากมายก็ตามที
"จะเปล่าอะไร ก็สื่ออยู่ว่าเป็นแบบนั้น นายนี่มัน มัน วุ้ย! ไม่ได้ดั่งใจเอาเสียเลย...จะไปไหนก็ไป รำคาญสายตา" องค์หญิงจัสทีน่าแสดงวาจาหงุดหงิดใส่ ก่อนจะเอี้ยวตัวหันหลังให้แล้วทิ้งตัวลงนอนบนเตียง เทียบเทียมกุลสตรีนั้นหามีไม่ แก่นแก้วยิ่งกว่าผู้ชาย จนทำให้คนรอบกายนั้นปวดหัวไปตาม ๆ กัน
"แต่ว่าท่านเชคฮให้กระหม่อมเฝ้าดูองค์หญิงพ่ะย่ะค่ะ" ฮะมีสชี้แจงตามหน้าที่อันได้รับมอบหมาย ทว่านั่นกับทำให้องค์หญิงจัสทีน่ากลอกสายตามองบน แม้จะนอนแผ่หลาอยู่บนเตียง ท่านอนที่ไม่พิสมัย ทำเอาฮะมีสนั้นต้องหันมองไปทางอื่น
"นี่ท่านหัวหญ้า เอ้ย! หัวหน้าองครักษ์ ฉันไม่หนีไปไหนหรอกนะคะ จะนอนพักในห้องนี่แหละ เข้าใจไหมคะ คะ คะ" องค์หญิงจัสทีน่าดีดตัวลุกนั่ง แถมยังให้คำตอบอย่างยียวน เปล่งเสียงสะท้อนประหนึ่งเอคโค่จนดังก้อง ทำให้ฮะมีสนั้นต้องขบฟันแน่นอย่างควบคุมอารมณ์ที่มี ความภักดีก็มีแต่นี่ก็ยากนักจะควบคุมได้ บางครั้งการอยู่ใกล้องค์หญิงจัสทีน่าก็ทำให้เขาปวดหัว จนต้องพึ่งยาแก้ปวดเลยทีเดียว
"กระหม่อมจะเฝ้าอยู่ด้านนอกพ่ะย่ะค่ะ" ฮะมีสบอกกล่าว ก่อนจะเอี้ยวตัวหันหลังตั้งท่าเดินออกจากห้องไป
"จะเฝ้าไหนก็เรื่องของนาย จะไปเฝ้าที่ดาวอังคารก็เชิญตามสบาย...อย่าลืมซ่อมประตูให้เราด้วย" องค์หญิงว่าขึ้น กวนประสาทองครักษ์ไม่หยุดหย่อน ตอนสั่งก็ช่างเอาแต่ใจ แต่ตอนไหนที่ยียวนก็ทำเอาฮะมีสอยากจะตายวันละสิบรอบ ได้แต่เดินส่ายหัวและถอนหายใจอย่างระอาออกจากห้องไป
เป็นทุกอย่างให้องค์หญิงแล้วจริง ๆ ไม่เว้นแม้กระทั่งช่างซ่อมประตู
--------------