เขาใหญ่
ไร่แก้วกัลยา
08.00 น.
เพล้งงงง
“ออกไป”
เป็นอีกวันที่เสียงอาละวาดดังขึ้นมาในบ้านหลังเล็กท้ายไร่อิทธิกรไม่ค่อยจะยอมทานอะไรอีกเช่นเคยหลังจากที่เขาได้รับอุบัติเหตุจนเสียการมองเห็นและย้ายจากคฤหาสน์หลังใหญ่ที่กรุงเทพมาขลุกอยู่ที่ไร่ของคนเป็นแม่นี่ก็เป็นเวลาสามสี่เดือนแล้วที่คนรักของเขาหายหน้าหายตาไม่กลับมาดูดำดูดีเขาเลยสักนิด
“เป็นแบบนี้แทบทุกวันเลยหรือป่าวเอื้อง”
อรุณาถามแม่บ้านที่เธอให้ดูแลอยู่ที่นี่ด้วยสีหน้าอ่อนใจเธอคิดว่าเวลาผ่านไปร่วมสามเดือนจะทำให้ลูกชายคนโตของเธออาการดีขึ้นบ้างเสียอีก
“ค่ะคุณณาเอื้องก็เห็นเป็นแบบนี้แทบทุกวันจนเด็กที่เรือนใหญ่ต่างก็หวาดคุณอิทกันหมดแล้วล่ะค่ะ”
ช่อเอื้องที่รู้จักอิทธิกรเป็นอย่างดีเพราะเห็นมาตั้งแต่เด็กๆเธอรู้ว่าชายหนุ่มค่อนข้างที่จะโมโหร้ายแต่ก็มีเหตุผลอยู่พอตัวแต่ครั้งนี้ดูท่าชายหนุ่มจะอาการหนักเอาการเพราะหลังจากป่วยมานี้ก็ไม่เคยฟังอะไรใครทั้งนั้นแถมคนอื่นที่คอยดูแลยังเข้าหน้าไม่ค่อยจะติดอีกด้วย
“เอมว่าป่วยกายคงไม่เท่าไรหรอกค่ะคุณแม่คงจะป่วยใจร่วมด้วยมากกว่า”
ไอรดามองหน้าคนเป็นแม่เธอพอจะรู้อาการของพี่ชายเธออยู่บ้างว่าไอ้ที่ทำตัวค่อนข้างงี่เง่าอยู่ทุกวันนี้ก็คงจะเป็นเพราะปัญหาหัวใจที่ร่วมกับอาการป่วยทางการของพี่ชายเธอนั่นเอง
“เฮ้ออ!!.”
อรุณาได้แต่ถอนหายใจเธอมองออกตั้งแต่แรกแล้วว่ากรกนกแฟนสาวของลูกชายเธอเข้ามาในชีวิตลูกชายของเธอเพื่อหวังอะไรครั้งเคยบอกเคยเตือนก็ไม่เคยจะฟังเธอก็ไม่รู้ว่ากรกนกทำอะไรให้ลูกชายเธอหลงนักหลงหนา
ตอนนี้เธอก็พอจะรู้ข่าวเรื่องกรกนกอยู่บ้างว่าทำไมไม่มาสนใจใยดีลูกชายของเธอเลยสักนิดทั้งที่เมื่อก่อนก็ทำท่ารักลูกชายเธอปานจะกลืนกินแถมยังสูบเลือดสูบเนื้อให้ลูกชายเธอซื้อของนั่นนี่ให้หมดไปหลายสิบล้าน
ก็เพราะว่าตอนนี้กรกนกนั้นกำลังคั่วอยู่กับชายหนุ่มรูปงามลูกชายนักธุรกิจชื่อดังเป็นทายาทหมื่นล้านที่พึ่งจะกลับมาจากเมืองนอกนี่เธอไม่อยากจะคิดว่าถ้าลูกชายของเธอได้รู้ข่าวนี้จะอาละวาดหนักขนาดไหนคิดแล้วก็ต้องถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
“คุณแม่จะเข้าไปหาพี่อิทเลยมั้ยคะ”
“แม่ขอทำใจสักพักก่อนละกันนะ”
อรุณาเห็นว่าควรที่จะให้ลูกชายของเธออารมณ์เย็นกว่านี้อีกสักหน่อยจึงค่อยเข้าไปหาดีกว่าพร้อมนั่งรถกลับไปที่เรือนใหญ่ก่อนแล้วค่อยกลับมาใหม่
“เอมว่าบอกๆความจริงกับพี่อิทไปเลยจะดีกว่าค่ะจะได้ไม่ต้องมานั่งรอผู้หญิงแบบนั้นจะมาสนใจ”
“เอาแบบนั้นเลยหรอยัยเอม...แม่กลัวว่าพี่เค้าจะอาละวาดหนักกว่านี้ล่ะสิ”
“อาละวาดก็ปล่อยให้อาละวาดไปสิคะความจริงก็คือความจริงให้มันรู้กันไปว่าผู้หญิงคนเดียวจะมาทำให้พี่อิทไม่เป็นผู้เป็นคนได้นานขนาดไหน”
เมื่อกลับมาถึงเรือนใหญ่ไอรดาก็ปรึกษากับคนเป็นแม่ด้วยเหตุผลว่าควรที่จะบอกความจริงกับพี่ชายของเธอไปเสียตอนนี้จะดีกว่าหากจะเสียใจหนักก็ต้องปล่อยให้มันเป็นไปเธอคิดว่าพี่ชายเธอก็โตจนป่านนี้แล้วหากจะเสียใจเรื่องผู้หญิงจนเสียผู้เสียคนก็ให้มันรู้กันไป
“เอมจำได้ว่าพี่อิทมีคู่หมั้นอยู่นี่คะ...เอมคิดว่าถ้าหากมีผู้หญิงมาดูแลพี่อิทอีกคนอาจจะทำให้พี่อิทลืมพี่กิ่งเร็วขึ้นก็ได้”
ในหัวของไอรดาคิดว่าหากพี่ชายของเธอจะเสียใจเรื่องกรกนกก็ต้องปล่อยให้เสียใจไปแต่เธอคิดว่าหากมีผู้หญิงคนใหม่เข้ามาในชีวิตของพี่ชายเธอในเวลานี้ก็คงจะทำให้พี่ชายของเธอลืมกรกนกได้ในเวลาอันรวดเร็วเพราะในหัวของเธอเชื่อเสมอว่าผู้ชายเมื่อใกล้ชิดใครก็จะหลงไปกับคนนั้นได้ง่าย
เธอไม่รู้หรอกว่าผู้หญิงที่เป็นคู่หมั้นของพี่ชายเธอจะนิสัยดีหรือไม่ดีอะไรยังไงเพียงแค่ตอนนี้ช่วยเข้ามาในชีวิตของพี่ชายเธอก่อนก็พออีกอย่างเธอก็นึกหมั่นไส้กรกนกและอยากจะทำให้กรกนกได้รู้ว่าพี่ชายเธอนั้นก็มีตัวเลือกเหมือนกัน
“นั่นสินะแม่ก็ลืมนึกถึงเรื่องนี้ไปเสียตั้งแต่ที่พ่อเราเสียไปเลย”
อรุณาเกือบลืมไปเสียสนิทเธอจำได้ว่าก่อนที่สามีของเธอเสียนั้นได้บอกกับเธอไว้ว่าเขาได้หมั้นหมายลูกชายของเขากับลูกสาวของเพื่อนเอาไว้
เมื่อหลายปีก่อนธีระพ่อของอิทธิกรรู้จักสนิทสนมกับไตรภพเป็นพิเศษเพราะเคยคุยเรื่องธุรกิจกันถูกคอแต่เมื่อกิจการของไตรภพมีปัญหาธีระเลยยื่นมือเข้าไปช่วยโดยใช้เม็ดเงินหลักสิบล้านอยู่ธีระไม่ได้คิดอยากจะได้เงินคืนจากไตรภพเพราะช่วยก็คือช่วยไม่หวังผลตอบแทนอะไรทั้งนั้น
จนไตรภพเกรงใจและยอมแลกหนึ่งข้อแลกเปลี่ยนที่ธีระขอธีระเห็นว่าอนาคตก็อยากให้ครอบครัวของเขาและไตรภพเป็นทองแผ่นเดียวกันเลยขอหมั้นหมายให้ลูกของพวกเขาทั้งสองเอาไว้ก่อนเมื่อลูกๆโตขึ้นพร้อมที่จะมีครอบครัวค่อยแต่งงานกัน
เรื่องนี้อรุณาเองก็พึ่งจะมารู้ตอนก่อนที่สามีของเธอจะมาเสียสองสามปีให้หลังมานี่เองหลังจากที่สามีเธอเสียเธอก็ไม่เคยคิดที่จะบังคับจิตใจอะไรลูกชายของเธอเพราะสมัยนี้มันหมดยุคคลุมถุงชนกันแล้วแต่ตอนนี้เธอเองก็ขอเปลี่ยนความคิดใหม่เสียแล้ว
“คุณแม่ลองติดต่อทางครอบครัวคุณลุงไตรภพดูสิคะ”
“แม่ก็ไม่ได้ติดต่อพวกเค้านานแล้วเหมือนกัน..แม่ก็ไม่แน่ใจว่าทางนั้นจะยังอยากให้ลูกสาวของเขามาแต่งงานกับพี่เราหรือป่าวน่ะสิ”
อรุณาเองก็ไม่ได้ติดต่อกับครอบครัวนั้นมานานมากแล้วตั้งเธอจำได้ว่าที่เจอครอบครัวนั้นล่าสุดเธอก็ไม่ได้เจอลูกสาวของไตรภพเพราะเห็นว่าไปเรียนเมืองนอกเมืองนาแล้วอีกอย่างคนที่ตกลงสัญญากันเอาไว้ก็ต่างก็ไม่มีชีวิตอยู่ทั้งคู่แล้วอีกด้วยแบบนี้เธอก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าทางอรดีภรรยาของไตรภพจะยอมให้ลูกสาวเธอมาแต่งงานกับลูกชายของเธอหรือป่าวอีกอย่างตอนนี้ลูกชายเธอก็ไม่ได้ปกติเหมือนคนทั่วไปด้วย
“เรื่องแค่นี้ไม่ยากหรอกค่ะเอมพอจะมีวิธีเอมพอจะรู้ว่าบ้านนั้นเค้าถังแตกมาตั้งแต่คุณลุงเสียแล้วล่ะค่ะ”
ไอรดาพอจะรู้สถานะของทางบ้านนั้นอยู่บ้างถึงเธอเองจะไม่เคยเจอกับทางภรรยาและลูกสาวของไตรภพก็เถอะเธอเชื่อว่าอำนาจเงินมันคงทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่ายได้เธอไม่ใช่คนที่ชอบใช้เงินแก้ปัญหาแต่เธอเห็นว่าปัญหานี้เงินเท่านั้นที่จะเอาอยู่
เย็นของวัน
เรือนเล็กท้ายไร่
ถึงตาอิทธิกรยังมองไม่เห็นแต่เขาก็สามารถที่จะหาน้ำเมามาเพื่อดับความทุกข์ในใจของเขาได้ตอนนี้ในใจของเขามันร้อนลุ่มดั่งไฟสุมเขาเกลียดอุบัติเหตุวันนั้นที่ทำให้เขาต้องกลายเป็นคนตาบอดแบบนี้หนำซ้ำหญิงคนรักยังไม่คิดจะเป็นห่วงมาดูดำดูดีเขาอีก
แกร๊กกก
“กิ่ง!!”
อิทธิพลได้ยินเสียงคนเดินเข้ามาก็ดีใจขึ้นมาแวบหนึ่งเพราะคิดว่าเป็นหญิงคนรักที่เขาคอยเฝ้ารอมาหาเขาแล้ว
“เอมกับคุณแม่เองค่ะพี่อิท”
ไอรดาถึงกับส่ายหัวให้กับพี่ชายของเธอที่ไม่รู้จะละเมอเพ้อพกอะไรถึงผู้หญิงคนนั้นนักหนาตอนนี้เธอคันปากอยากจะบอกความจริงแย่แล้วว่าวีรกรรมของกรกนกมันมีอะไรบ้าง
“นี่ดื่มหนักขนาดนี้ไม่คิดจะเป็นห่วงสุขภาพของตัวเองบ้างหรือไงตาอิท”
อรุณาไม่อยากเห็นลูกชายเธอเป็นแบบนี้นานๆเลยใบหน้าที่เคยดูหล่อเหลากลับดูเหี่ยวเฉาอิดโรยผอมขอบตาดำคล้ำผมเผ้าหนวดเคราเฟิ้มดูไม่เป็นผู้เป็นคนแถมยังดื่มแต่ของมึนเมาอีกต่างหาก
“กิ่งเธอติดต่อมาบ้างหรือป่าวครับคุณแม่”
อิทธิกรอยากจะรู้ว่าคนรักของเขานั้นได้ติดต่อกับครอบครัวของเขาบ้างหรือป่าวตอนนี้เขาหวังว่าจะได้คำตอบที่ทำให้เขาได้ใจชื้นขึ้นมาบ้างจากปากของคนที่เป็นแม่ของเขา
“เอ่อ..ไม่เลยจ่ะ..พอดี...”
“เอมว่าพี่กิ่งคงไม่ติดต่อมาหรอกค่ะ..ก็เธอมีคนควงใหม่หนุ่มกว่าดีกรีนักเรียนนอกตอนนี้ควงกันจนเป็นข่าวโครมๆให้เห็นแทบทุกวันพี่อิทตัดใจจากพี่กิ่งแล้วเลิกนึกถึงเธอได้แล้วค่ะเอาเวลามาดูแลรักษาตัวเองจะดีกว่า”
ไอรดารู้ว่าแม่ของเธอหนักใจที่จะตอบคนตรงหน้าจึงถือวิสาสะพูดเองทั้งหมดให้พี่ชายเธอได้เข้าใจเสียที
“อะ...อะไรนะ..พี่ไม่เชื่อ”
อิมธิกรถึงกับคอแข็งกลืนน้ำลายไม่ลงหน้าชาเล็กน้อยเขาไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่น้องสาวของเขาพูดเลยสักนิดแต่จิตใต้สำนึกของเขามันก็รู้และส่งเสียงบอกว่าน้องสาวของเขาไม่เคยโกหกแต่ในใจนั้นก็ทำใจยากที่จะเข้าใจกับเรื่องนี้
“นี่พี่อิทยังจะไม่เชื่ออีกหรอคะถ้าพี่กิ่งเค้ารักพี่อิทจริงเค้าก็คงจะวิ่งแจ้นมาดูแลพี่ตั้งแต่ที่พี่อยู่โรงพยาบาลแล้วล่ะค่ะ”
ไอรดาหงุดหงิดเล็กน้อยที่พี่ชายของเธอไม่เชื่อคำพูดของเธอทั้งที่เธอก็เคยที่จะโกหกอะไรพี่ชายของเธอแม้แต่น้อย
“เอม..พอก่อนลูก”
อรุณารู้ว่าตอนนี้ลุกชายเธอกำลังเสียใจและลูกสาวของเธอก็ไม่พอใจเหมือนกันที่เห็นพี่ชายตัวเองไม่เชื่อฟังคำที่บอกเธอเองเป็นคนกลางก็ต้องรีบพูดตัดบทขึ้นมาก่อน
“ไม่...ไม่จริงๆ...”
อิทธิกรยังคงทำใจไม่ได้กับเรื่องที่พึ่งได้รับรู้ตอนนี้ชายหนุ่มกำมือแน่นส่ายหัวพัลวันไม่อยากรับรู้อะไรเพิ่มเติมที่มันจะทำให้ตัวเองเจ็บ
“ทำใจเถอะนะตาอิทเอาเวลานั่งรอผู้หญิงคนนั้นมาดูแลตัวเองให้ดีขึ้นดีกว่ามั้ยลูก”
ความเป็นแม่ที่ห่วงลูกตอนนี้เห็นลูกปวดใจเธอก็ปวดใจตามไปด้วยเธอคงบังคับให้ลูกเธอลืมผู้หญิงคนที่ทำร้ายลูกเธอไม่ได้ที่เธอทำได้ตอนนี้ก็เพียงแค่เตือนสติลูกของเธอก็เท่านั้น
1 อาทิตย์ต่อมา
ร้านอาหารXXX
“กลับแล้วหรอออมพึ่งมาแปปเดียวเอง”
พีรยาเห็นเพื่อนสาวท่าทางรีบร้อนที่จะกลับทั้งที่มางานเลี้ยงวันเกิดพี่ชายของเธอได้เดี๋ยวเดียวเอง
“พอดีฉันต้องรีบกลับอะแกขอตัวก่อนนะฝากลาพี่ภาคย์ด้วย”
อินทิราต้องรีบกลับเพราะวันนี้เธอได้รับสายจากคุณแม่ใหญ่ของเธอให้รีบกลับไปที่บ้านด่วนตอนนี้เธอเองก็เห็นจังหวะที่กำลังดีเพราะภัคดนัยเจ้าของวันเกิดไปเข้าห้องน้ำจึงต้องรีบชิ่งกลับไม่อย่างนั้นชายหนุ่มพี่ชายของเพื่อนเธอคงไม่ยอมให้เธอกลับง่ายๆแน่
“โอเคกลับดีๆล่ะแกเดี๋ยวฉันบอกพี่ภาคย์ให้”
พีรยารู้ว่าทำไมเพื่อนเธอจึงรีบกลับคงไม่พ้นคนบ้านนั้นโทรตามอีกเป็นแน่กลับผิดเวลานิดหน่อยนี่ไม่ได้เลยทีเดียว
หญิงสาวส่ายหัวให้กับเพื่อนเธอทั้งที่สามารถออกมาจากบ้านนั้นได้ก็ไม่ออกมาเสียทีเธอเองก็เคยเสนอที่จะช่วยตั้งหลายครั้งเพื่อนเธอก็ไม่ยักจะยอมยังยืนยันที่จะอยู่ในบ้านที่มีแต่คนใจร้ายต่อ
“ฉันอยากจะรู้นักว่าเพื่อนเรามันจะพ้นจากคนบ้านนี้เมื่อไร”
พีรยาหันมาคุยกับพรณภัทร์อย่างระอาใจ
“เฮ้อ!!..ฉันว่าฉันเข้าใจออมนะพีคบ้านหลังนั้นคงมีความทรงจำที่ดีในตอนที่พ่อของออมยังอยู่เลยไม่อยากจากไปไหน”
พรณภัทร์เข้าใจในความคิดของอินทิราดีอีกอย่างเพื่อนเธอก็เป็นคนที่รู้บุญคุณโดยเฉพาะอรดีแม่ใหญ่ของอินทิราถึงแม้จะเลี้ยงเพื่อนเธอมาเหมือนคนรับใช้คนหนึ่งแต่ก็ยังส่งให้เรียนจนจบมาได้เธอรู้ว่าคนอย่างอินทิราเพื่อนสาวเธอไม่มีวันเนรคุณกับแม่ใหญ่ของตัวเองแน่นอน
“แล้วออมไปไหนแล้วล่ะ”
ภัคดนัยที่ไปเข้าห้องน้ำพร้อมเสริมหล่อเพื่อให้อินทิราประทับใจเมื่อออกมาก็ไม่เห็นหญิงสาวนั่งอยู่ที่ตรงนั้นแล้วจึงเอ่ยถ่มน้องสาวของเขาด้วยสีหน้าที่สงสัยเล็กน้อย
“กลับไปแล้วค่ะพี่ภาคย์”
“ได้ไงพึ่งมาได้ไม่นานเอง”
ภัคดนัยถึงกับหน้าบูดเมื่อครู่เขาพึ่งอยู่คุยกับอินทิราได้พักเดียวเองอยู่ดีๆก็มาหนีกลับเสียแบบนั้น
“พี่ภาคย์ก็รู้นี่คะว่าออมกลับดึกได้ที่ไหนล่ะคะ..จะต้องกลับไปดูแลแม่ใหญ่กับพี่สาวสุดที่รักที่กดขี่น้องยิ่งกว่าอะไร”
พีรยาพูดเปรยให้พี่ชายของเธอได้เข้าใจว่าสาเหตุที่เพื่อนสาวเธออยู่ต่อไม่ได้มันเป็นเพราะอะไรอีกทั้งยังอดที่จะพูดจาประชดประชันถึงคนบ้านนั้นไม่ได้
“ถ้าพี่เป็นออมอย่าหวังว่าพี่จะทน”
ภัคดนัยถึงกับนั่งลงที่เก้าอี้ด้วยความเซ็งพร้อมนึกถึงชีวิตของอินทิราแล้วเขาก็เหนื่อยใจแทน
บ้านปัทมกร
“มัวไปถเลถไหลที่ไหนจนต้องให้ฉันโทรตามล่ะ”
อรดียืนรออินทิราอยู่ที่หน้าบ้านเพราะในใจรู้ดีว่าวันนี้เป็นวันที่หญิงสาวเงินเดือนออกเมื่อหญิงสาวเข้ามาในบ้านได้เธอก็ส่งเสียงพูดจาจีบปากจีบคออย่างไม่พอใจและมีสีหน้าโมโหเล็กน้อย
“พอดีออมไปงานวันเกิดพี่ภาคย์มาน่ะค่ะ...นี่เงินเดือนออมค่ะคุณแม่”
อินทิรารีบเข้ามาบอกคนเป็นแม่ใหญ่ของเธออย่างรวดเร็วว่าที่เธอกลับช้าเธอไปที่ไหนมาพร้อมทั้งควักเงินเดือนที่เกือบทั้งหมดที่เป็นเงินเดือนของเธอยื่นให้หญิงตรงหน้าอย่างเต็มใจเงินที่เหลือของเธอก็เก็บไว้แค่พอมีกินและค่ารถไปทำงานก็เท่านั้น
“อืม..รู้หน้าที่แบบนี้ก็ดีนี่ลาออกแล้วใช่มั้ยวันมะรืนนี้ทางนั้นเค้าจะมารับแกไปแล้วนะเตรียมตัวให้พร้อมล่ะ”
อรดีรีบรับเงินจากอินทิราด้วยสีหน้าพอใจพร้อมเดินกลับเข้าไปในบ้านทันทีแต่ก็ยังมิวายย้ำสิ่งที่หญิงสาวจะต้องทำในอีกไม่กี่วันนี้
“ค่ะคุณแม่”
ทุกๆเดือนเวลาเงินเดือนออกอินทิราก็จะนำเงินที่หักจากค่ากินค่ารถของเธอทั้งหมดให้กับอรดีเพราะรู้ว่าสถานะทางบ้านของเธอตอนนี้เป็นอย่างไรตั้งแต่ก่อนคุณพ่อของเธอจะเสียธุรกิจก็ลุ่มๆดอนๆมาตลอดและหลังจากที่พ่อเธอเสียก็ทรุดฮวบหนักจนถึงขั้นถังแตกหญิงสาวจึงคิดว่าอะไรที่แบ่งเบาภาระของคนในบ้านได้เธอก็จะทำ
เพราะสำนึกในบุญคุณของคนที่ชุบเลี้ยงและส่งเธอเรียนเธอเรียนตั้งแต่แม่เธอเสียเมื่อครั้นที่เธอยังเด็กถึงแม้ว่าแม่ใหญ่และพี่สาวต่างแม่ของเธอจะทำกิริยาไม่ดีกับเธอบ้างแต่เธอก็ไม่เคยโกรธเพราะเข้าใจว่าพวกเขาคงยังมีความโกรธที่เธอเป็นลูกเมียน้อย
วันนี้อินทิราได้ลาออกตามคำสั่งของอรดีเพราะเธอจะต้องย้ายไปอยู่ที่เขาใหญ่ตามคำสั่งของอรดีสัญญาผูกมัดคลุมถุงชนที่จะให้พี่สาวของเธอไปแต่งงานกับลูกชายของเพื่อนคุณพ่อเธอมันเป็นเหตุให้เธอนั้นต้องเสียสละไปแต่งงานแทนเพราะว่าพี่สาวของเธอนั้นมีคนรักอยู่แล้ว
บ้านพัฒนโภคิน
“เป็นยังไงบ้างคะคุณแม่ทางนั้นเค้าว่ายังไงบ้าง”
ไอรดาเดินเข้ามาในบ้านหลังจากเลิกงานแล้งพร้อมวางกระเป๋าหรูที่โต้ะหน้าโซฟาทิ้งตัวลงอย่างอ่อนล้ากับงานแต่ก็ไม่ลืมจะถามเรื่องราวความคืบหน้าที่เธอได้คิดเอาไว้
“ก็เป็นแบบที่ลูกคิดนั่นแหละมะรืนนี้เค้าจะส่งตัวลูกสาวเค้ามาให้เห็นบอกว่าจะจัดงานแต่งเมื่อไรก็เชิญทางเราจัดการได้เลย”
อรุณาที่กำลังนั่งทานผลไม้อยู่ก็เงยหน้าตอบคนเป็นลูกสาวว่าเรื่องผ่านไปได้ด้วยดีและเป็นอย่างที่ลูกสาวของเธอคิดคราแรกบ้านนั้นก็ทำท่าไม่ยอมท่าเดียวแต่เมื่อเสนอเงินให้หลักสิบล้านก็ยอมเอ่ยปากจะส่งตัวลูกสาวมาให้อย่างรวดเร็ว
“คนบ้านนี้นี่เค้ายังไงพูดเหมือนกับว่าไม่สนใจใยดีลูกตัวเองแบบนั้น”
ไอรดามีสีหน้าแปลกๆเมื่อได้ฟังคำที่คนเป็นแม่เล่าคำพูดของคนบ้านนั้นมันฟังดูทะแม่งยังไงชอบกลทำเหมือนกับลูกสาวเป็นของซื้อของขายที่ทางบ้านเธอได้ตัวมาแล้วจะทำยังไงก็ได้แบบนั้น
“แม่ก็ไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกันแต่เมื่อเรื่องมันง่ายมันก็ดีสำหรับทางเรา”
อรุณาเองคราแรกก็ตกใจเล็กน้อยแต่ก็คิดว่าถ้าเรื่องมันเป็นไปตามแผนที่เธอกับลูกสาววางเอาไว้ก็ไม่ได้อยากคิดอะไรมากเธอเอาลูกสาวคนอื่นมาก็ไม่ใช่ว่าจะให้มาตกระกำลำบากเสียเมื่อไรที่จะหนักก็เห็นจะเป็นแค่หญิงสาวต้องรับมือกับลูกชายของเธอให้ได้ก็เท่านั้นเอง
“เอมคิดว่าพี่อิทคงจะดีใจนะคะที่จะได้สาวคนใหม่มาดูแล”
ไอรดาเห็นว่าทางนั้นจะส่งตัวลุกสาวมาให้ทางบ้านเธอแล้วครานี้เธอก็ต้องนึกถึงเรื่องลำดับต่อไปว่าจะเป็นยังไงหากลูกสาวบ้านนั้นมาดูแลพี่ชายของเธอ
“แม่กลัวว่าพี่ชายเราจะทำให้ลูกสาวเค้าวิ่งแจ้นกลับไปน่ะสิ”
อรุณาเองดีใจที่แผนการผ่านขั้นตอนแรกมาได้แต่ขั้นตอนที่น่าจะยากก็ตรงที่ให้หญิงสาวมาดูแลลุกชายเธอนี่แหละเรื่องนี้ที่เธอค่อนข้างหนักใจ
2 วันต่อมา
17.00 น.
“พีคพี่ไปหาออมที่บริษัทแต่คนที่นั่นบอกว่าออมลาออกไปตั้งแต่สิ้นเดือนแล้ว”
ภัคดนัยเดินหน้าตาตื่นเข้ามาหาคนเป็นน้องสาวที่ห้องของเธอเพราะเขารู้สึกใจไม่ดีที่ตอนนี้ไม่รู้ว่าอินทิรานั้นไปอยู่ที่ไหน
“อะไรนะคะ...จริงหรอคะ”
พีรยาถึงกับทำหน้างงในสิ่งที่พี่ชายเธอพูดอันที่จริงหากเพื่อนเธอลาออกจากที่ทำงานเธอก็ควรจะรู้สิแต่นี่ไม่เห็นเพื่อนสาวเธอจะเอ่ยปากบอกทั้งที่ก็พึ่งเจอกันเธอไม่อยากจะเชื่อเรื่องที่ได้ยินมาสักเท่าไร
“จริงสิพี่ลองติดต่อก็ติดต่อไม่ได้ไปหาที่บ้านคนบ้านนั้นก็บอกไม่รู้ว่าออมอยู่ไหน”
ภัคดนัยยังยืนยันว่าเขาก็ได้ไปที่บ้านของเธอแล้วแต่ก็ยังไม่รู้ว่าอินทิราอยู่ไหนอยู่ดีรู้แต่ว่าลาออกแล้วจริงๆ
“ติดต่อไม่ได้จริงๆด้วย..อะไรกันถ้าคนบ้านนั้นเค้าท่าทางจะหนักแล้วนะคะคนในบ้านทั้งคนหายไปไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน”
พีรยาอดทนเก็บความสงสัยนี้ไม่ได้เธอจึงรีบต่อสายหาอินทิราทันทีแต่ปรากฏว่ามันติดต่อไม่ได้จริงๆตอนนี้เธอเริ่มใจไม่ดีตามพี่ชายของเธอเสียแล้ว
บ้านปัทมกร
“ใครมาหรอคะคุณแม่”
อันธิกาลากกระเป๋าลงมาจากชั้นบนเมื่อครู่เห็นว่ามีคนมาที่บ้านแต่พอลงมาก็ไม่เจอแล้วเลยถามคนเป็นแม่ด้วยความสงสัยว่าใครมาหา
“ก็พ่อหมอหนุ่มที่ตามก้อล่อก้อติดนังออมอยู่น่ะสิมาถามหา”
อรดีตอบลูกสาวสุดที่รักของเธอด้วยสีหน้าระอากับบุคคลที่พูดถึงอยู่เล็กน้อยที่ดูท่าจะชอบอินทิราเอามากเธอบอกว่าไม่รู้ว่าอินทิราไปไหนก็เค้นเอาคำตอบจากเธอจนต้องเอ่ยปากไล่กันเลยทีเดียว
“แล้วคุณแม่บอกมันไปว่ายังไงคะ”
“ก็บอกว่าไม่รู้ไม่เห็นน่ะสิ”
“ดีแล้วค่ะ”
อันธิการู้ว่าแม่ของเธอไม่บอกความจริงกับหมอหนุ่มคนนั้นก็สบายใจเพราะรู้ว่าหากภัคดนัยรู้ความจริงต้องตามหาอินทิราแล้วลากตัวกลับมาให้เสียแผนเป็นแน่
“แล้วนี่ลูกจะไปไหน”
อรดีเห็นว่านี่มันก็เย็นแล้วแต่ลูกสาวเธอแต่งตัวเต็มแถมยังมีกระเป๋าใบใหญ่อยู่ข้างตัวอีกต่างหากจึงต้องเอ่ยถามว่าลูกสาวของเธอจะไปไหน