บทที่ 1
กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
14 กุมภาพันธ์ 2010
โบสถ์เก่าแก่นับร้อยๆ ปีซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในเมืองไทยถูกเลือกให้เป็นสถานที่สำหรับจัดพิธีวิวาห์ของมหาเศรษฐีหนุ่มหล่อสายเลือดบราซิลเลี่ยนนามว่า อัลแบร์โต้ รอสซี่ กับวิคตอเรีย ซิลวา สาวลูกครึ่งไทย-บราซิล เนื่องจากฝ่ายเจ้าสาวอาศัยอยู่ที่เมืองไทยกับมารดา
อัลแบร์โต้ รอสซี่ มหาเศรษฐีหนุ่มพันล้านชาวบราซิล เจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ทั่วโลกยืนตระหง่านอยู่หน้าแท่นพิธีในชุดสูทสีขาวสะอาด รอยยิ้มละไมระบายชัดเต็มใบหน้าหล่อเหลาปานเทพบุตร นัยน์ตาสีเขียวมรกตที่ได้รับตกทอดมาจากคุณย่าที่เป็นชาวฝรั่งเศสยิ่งทำให้อัลแบร์โต้เป็นที่น่าปรารถนาของสตรีทั่วโลก
ชายหนุ่มใช้ชีวิตเพลย์บอยมาตลอดวัย 34 ปีจนได้พบกับวิคตอเรีย ซิลวา ผู้หญิงสวยปานเทพธิดา อัลแบร์โต้ไม่ได้รักหล่อน เขาแค่ถูกใจเท่านั้น แต่ในเมื่อเจ้าหล่อนตั้งท้องเขาจึงต้องรับผิดชอบในความสะเพร่าของตนเองด้วยการจัดงานแต่งงานขึ้นมาอย่างเร่งด่วน แม้ไม่เคยคิดว่าจะต้องหยุดชีวิตโสดไว้กับสตรีคนไหน แต่เมื่อเขากำลังจะมีลูกซึ่งเป็นสายเลือดของตัวเอง อัลแบร์โต้จึงให้คำสัตย์กับวิคตอเรียว่าเขาจะเลี้ยงดูเธอและลูกให้ดีที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะทำได้
“คุณอัลครับ เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ”
ภวังค์ของอัลแบร์โต้ชะงักลงในทันที ชายหนุ่มค่อยๆ หันกลับมามองคนสนิทที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาภายในโบสถ์ด้วยสายตาไม่พอใจนัก
คนสนิทหน้าเจื่อนกับสายตาอำมหิตของเจ้านายแต่เขาก็จำต้องพูดมันออกไป เพราะเรื่องนี้สำคัญจริงๆ และมันก็ยิ่งสำคัญมากสำหรับอัลแบร์โต้ รอสซี่ เจ้าบ่าวของงานนี้
“ผม... ผมมีเรื่องด่วน มัน...”
“รีบพูดมา ก่อนที่ฉันจะให้คนมาโยนนายออกไป” อัลแบร์โต้คำรามเล็ดลอดไรฟันขาวสะอาดออกมา
“คือว่า... คือคุณวิคกี้... เธอ...”
คราวนี้คำพูดอ้ำอึ้งของลูกน้องกลับทำให้ชายหนุ่มผู้เป็นเจ้านายถึงกับหน้าเครียดเลยทีเดียว ลางสังหรณ์บางอย่างทำให้เขาต้องรีบเค้นเสียงถามออกไป
“ทำไม? วิคกี้เป็นอะไร ไหนบอกมาสิว่าวิคกี้เป็นอะไร!”
“เอ่อ... คุณวิคกี้ เธอ... เธอเสียแล้วครับ รถเจ้าสาวที่คุณเพลงพิณเพื่อนของคุณวิคกี้ขับมาแหกโค้งตกข้างทางครับ”
“นี่นายว่าอะไรนะ?”
อัลแบร์โต้จำได้ว่าตัวเองร้องถามออกไปอย่างนั้น ถามออกไปครั้งแล้วครั้งเล่าราวกับคนบ้า แต่คำตอบซ้ำๆ ที่เขาได้รับกลับมาก็คือ...
วิคตอเรีย... วิคกี้ และลูกของเขาได้จากโลกนี้ไปแล้ว
ม่ายยยย...!
มันต้องไม่ใช่เรื่องจริง ทุกอย่างมันคือเรื่องโกหก ไอ้ลูกน้องบ้าพวกนี้ต้องกำลังกุเรื่องหลอกลวงเขาแน่ อัลแบร์โต้เกือบจะทรุดลงกองกับพื้นหากไม่ได้มือของคนสนิทเข้ามาประคองเอาไว้
ตอนนี้ราวกับเขากำลังฝันไป กำลังตกอยู่ในภวังค์ร้าย ภวังค์ที่เขาไม่ต้องการจะพบเจอ แต่ทุกอย่างเป็นเรื่องจริง วิคตอเรียกับลูกได้จากเขาไปแล้วจริงๆ
“คุณอัลครับ... ใจเย็นๆ ไว้นะครับ”
“พาฉันไปหาวิคกี้ เร็วเข้า! ฉันจะไปหาวิคกี้”
และงานแต่งงานก็ต้องถูกเปลี่ยนเป็นงานศพที่แสนโศกเศร้าภายในเวลาแค่ชั่วข้ามคืนท่ามกลางความเสียใจของคนใกล้ชิด โดยอัลแบร์โต้ก็คือหนึ่งในนั้น เขาเจ็บปวดปานจะขาดใจที่ต้องเสียทั้งคนรักและลูกไปในเวลาเดียวกัน ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก เร็วจนเขาตั้งตัวไม่ติด
ร่างไร้วิญญาณของคนรักที่ถูกอัดก๊อปปี้อยู่ภายในรถทำให้เขารู้สึกเหมือนหัวใจทั้งดวงถูกปลิดออกจากขั้ว วิคตอเรียจากไปทั้งๆ ที่สวมชุดเจ้าสาว จากไปทั้งๆ ที่วันนี้เป็นวันแต่งงานของเขากับหล่อน
กรามแกร่งของอัลแบร์โต้ขบเข้าหากันแน่น ความสูญเสียทำให้เขาเลือกที่จะชิงชังหญิงสาวผู้เป็นต้นเหตุ เพื่อนสนิทของวิคตอเรีย... เพลงพิณ ศุภกิจจานนท์ ผู้หญิงที่เขาไม่ถูกชะตาตั้งแต่แรกเจอ
“คนที่ตายน่าจะเป็นเธอมากกว่านะ เพลงพิณ!”
22 กุมภาพันธ์ 2010
เพลงพิณรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาท่ามกลางกลิ่นฉุนของยา ความเจ็บปวดที่ได้รับจากอุบัติเหตุทำให้หญิงสาวเจ็บร้าวไปทั่วทั้งร่าง ดวงตากลมโตที่ตอนนี้หม่นหมองเศร้าสร้อยค่อยๆ ปรือขึ้นช้าๆ จึงได้รู้ว่าตนเองกำลังนอนอยู่ในโรงพยาบาลที่ไหนสักแห่งหนึ่งอย่างแน่นอน
ความทรงจำค่อยๆ ไหลบ่าเข้ามาท่วมท้น ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นชัดเจนราวกับมันพึ่งผ่านมาเมื่อชั่วโมงที่แล้ว ใบหน้างามที่ไร้สีเลือดซีดเผือดด้วยความตกใจ
ใช่สิ... หล่อนกำลังขับรถเพื่อพาวิคตอเรียเพื่อนรักไปเข้าพิธีวิวาห์ที่โบสถ์แห่งหนึ่ง แต่ระหว่างทางที่เป็นโค้งหักศอกรถก็เกิดเบรกไม่อยู่ แม้ว่าหล่อนจะพยายามบังคับรถมากแค่ไหนแต่สุดท้ายมันก็พุ่งออกไปนอกเส้นทางและทุกอย่างก็ดับวูบลงในทันที
หล่อนไม่ตาย... แล้ววิคตอเรียล่ะ วิคตอเรียเป็นอย่างไรบ้าง!
“คุณพยาบาลคะ คุณพยาบาล...”
“อ้าว ฟื้นแล้วเหรอคะ ดีใจจังค่ะ”
นางพยาบาลในชุดสีขาวที่พึ่งเดินเข้ามาฉีกยิ้มกว้างด้วยความดีใจราวกับว่ารอคอยให้หล่อนที่หลับใหลไปนานฟื้นขึ้นมาอย่างนั้นแหละ
“เอ่อ ดิฉันอยากทราบว่าวิคกี้... คือคนที่นั่งรถมากับฉันด้วย เธอเป็นยังไงบ้างคะ เธอปลอดภัยหรือเปล่า”
คำถามของคนไข้สาวทำให้นางพยาบาลอดสะท้อนใจไม่ได้ แต่ก็เลือกที่จะไม่ปิดปัง
“เธอเสียแล้วละค่ะ พร้อมกับลูกในท้อง”
“อะไรนะคะ วิคกี้... ไม่นะ! ไม่จริงหรอก วิคกี้ต้องไม่เป็นอะไร” เพลงพิณร้องไห้ออกมา ใบหน้างามที่ไร้สีเลือดส่ายไปมาอย่างขวัญเสีย
“ไม่จริง... วิคกี้... วิคกี้ เพลงขอโทษ เพลงผิดเอง เพลงผิดเอง”
หญิงสาวคร่ำครวญออกมาปานจะขาดใจ จนนางพยาบาลอดที่จะปลอบใจไม่ได้
“มันเป็นอุบัติเหตุค่ะ ไม่มีใครโทษคุณหรอก ทำใจดีๆ ไว้นะคะ เดี๋ยวตอนเย็นๆ คุณพ่อของคุณก็คงจะมาเยี่ยมเหมือนทุกวัน”
คำว่าทุกวันทำให้เพลงพิณต้องเงยหน้าขึ้นมองนางพยาบาลด้วยความแปลกใจ
“ทุกวัน นี่หมายความว่า...”
“ใช่ค่ะ คุณสลบไปหนึ่งอาทิตย์เต็มๆ ค่ะ”
ทุกอย่างดูเลื่อนลอยขึ้นมาในทันที ภาพรอยยิ้ม เสียงหัวเราะของวิคตอเรียยังดังก้องอยู่ในโสตประสาท วิคตอเรียกำลังจะมีความสุขกับคนรัก แต่หล่อน... แต่หล่อนก็เป็นต้นเหตุให้ทุกอย่างมันพังทลายลงแบบนี้ หากวันนั้นวิคตอเรียไม่มากับหล่อนตามคำแนะนำของเพียงเพ็ญน้องสาวของตนเองเรื่องแบบนี้ก็คงจะไม่เกิดขึ้น วิคตอเรียก็คงจะได้แต่งงานกับอัลแบร์โต้ผู้ชายตาดุคนนั้นแล้ว
หล่อนคือต้นเหตุ น่าจะเป็นหล่อน... น่าจะเป็นหล่อนนะที่เป็นคนตาย
มือบางยกขึ้นป้ายน้ำตาทิ้งก่อนจะหันมาพูดกับนางพยาบาลอีกครั้ง
“คุณพยาบาลช่วยบอกคุณหมอให้ด้วยนะคะว่าดิฉันจะขอออกจากโรงพยาบาลวันนี้”
“ไม่ได้นะคะ คุณพึ่งฟื้น และอีกอย่างร่างกายก็ยังไม่หายดี คุณหมอไม่อนุญาตแน่ๆ ค่ะ”
นางพยาบาลรีบปฏิเสธทันที
“แต่ว่าดิฉันจำเป็นต้องออกไปจริงๆ ดิฉันอยากไปร่วมงานศพของเพื่อน ดิฉัน...”
“ไม่ทันแล้วล่ะค่ะ งานศพของเพื่อนคุณถูกจัดไปเรียบร้อยแล้วและวันนี้ก็คือวันเผา”
เพลงพิณมองตามร่างของนางพยาบาลในชุดสีขาวสะอาดที่เดินออกจากห้องพักไปทั้งน้ำตา กลีบปากอิ่มสีซีดเม้มเข้าหากันแน่นเพื่อกลั้นเสียงสะอื้นไห้เอาไว้สุดกำลัง ความเสียใจ ความละอายใจ ความรู้สึกผิดถล่มยับอยู่ภายในอก
“วิคกี้ เพลงขอโทษ... เพลงขอโทษ...”
หญิงสาวร้องไห้คร่ำครวญออกมาด้วยความเจ็บปวด น้ำตาไหลทะลักออกมาไม่ยอมหยุด หัวใจร้าวรานราวกับถูกสาดด้วยน้ำกรด เจ็บจนพูดไม่ออก ทำได้แค่เพียงหลับตาและจมอยู่กับความผิดของตัวเองเช่นนั้น
บทที่ 2
เพียงเพ็ญน้องสาวของเพลงพิณผู้หญิงที่อยู่เบื้องหลังโศกนาฏกรรมครั้งนี้เดินเฉิดฉายอยู่ภายในงานศพด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ช่างแตกต่างจากทุกคนในงานยิ่งนัก จนนายพิทยาผู้เป็นบิดาต้องสะกิดปรามอยู่เป็นระยะ
“ยายเพียง นี่งานศพนะ ยิ้มอยู่ได้”
เพียงเพ็ญไหวไหล่น้อยๆ ขณะมองกลุ่มควันพวยพุ่งออกจากปล่องเมรุลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วยรอยยิ้มสะใจ ในที่สุดหล่อนก็สามารถกำจัดวิคตอเรียให้พ้นไปจากชีวิตของอัลแบร์โต้ได้สำเร็จ แถมยังสามารถทำให้เพลงพิณผู้เป็นพี่สาวต่างมารดามีมลทินติดตัวไปตลอดชีวิตได้อีกด้วย อย่างนี้ใช่ไหมที่เขาเรียกว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกถึงสองตัว
“ผมเสียใจด้วยนะครับคุณอัล” นายพิทยาพูดขึ้นเมื่ออัลแบร์โต้เดินมาหยุดตรงหน้า
“ผมคงคิดอย่างที่คุณพิทยาคิดไม่ได้หรอกครับ” น้ำเสียงและสีหน้าของบุรุษรูปหล่อในชุดสูทสีดำสนิทเต็มไปด้วยความคั่งแค้นจนพิทยารู้สึกหวั่นในอกนัก
“ทุกอย่างมันคืออุบัติเหตุ ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นแม้แต่ยายเพลง” เมื่อเห็นบิดาพยายามจะแก้ตัวให้กับพี่สาวต่างแม่เพียงเพ็ญจึงรีบพูดแทรกขึ้น
“มันไม่ใช่อุบัติเหตุหรอกค่ะ พี่เพลงแอบชอบคุณอัลและเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดเพียงมั่นใจว่าต้องเป็นแผนการของพี่เพลงอย่างแน่นอน คุณอัลเชื่อเพียงนะคะ” เพียงเพ็ญพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้เทพบุตรสุดหล่อตรงหน้าเกลียดพี่สาวของตนเองสุดใจ
“ยายเพียง! นี่แกรู้ตัวหรือเปล่าว่าพูดอะไรออกมา”
นายพิทยาหันมาเอ็ดบุตรสาวคนเล็กด้วยความไม่พอใจ ก่อนจะหันไปมองอัลแบร์โต้ที่ยังคงยืนหน้านิ่งด้วยความกังวลใจ
“ยายเพียงยังเด็กเลยพูดอะไรเรื่อยเปื่อย คุณอัลอย่าถือเป็นจริงเป็นจังเลยนะครับ”
“เพียงพูดเรื่องจริง”
“หุบปากซะยายเพียง ก่อนที่พ่อจะตบปากแก”
เพียงเพ็ญจำต้องสงบปากสงบคำเมื่อเห็นท่าทางเอาจริงของบิดา เมื่อเห็นบุตรสาวยอมเงียบพิทยาก็รีบพูดขอโทษขอโพยบุรุษร่างสูงใหญ่ตรงหน้า
“ผมต้องขอโทษอีกครั้งสำหรับ...”
ยังพูดไม่ทันจบประโยคคู่สนทนาอย่างอัลแบร์โต้ก็แทรกขึ้นด้วยเสียงเย็นเยือกไม่ต่างจากน้ำจากขั้วโลกเหนือ
“ไม่จำเป็นที่คุณพิทยาจะต้องขอโทษอะไรผมอีก เพราะคนที่คุณควรจะขอโทษคือวิคตอเรียและลูกของผมในท้องเธอต่างหาก”
คำตอบของหนุ่มบราซิลเลี่ยนตรงหน้าทำพิทยาหน้าซีดเผือด เพราะในกระแสเสียงนั้นไม่มีความผ่อนปรนอยู่เลย มันเต็มไปด้วยความคั่งแค้นที่รอวันปะทุออกมาต่างหาก
“แต่ผมรับรองว่าตนเองไม่มีวันลืมต้นเหตุของการจากไปของพวกเขาอย่างแน่นอน ผมจะต้องล้างแค้น” จบคำอาฆาตแค้นร่างสูงใหญ่ของอัลแบร์โต้ก็ก้าวยาวๆ จากไปในทันที ทิ้งให้พิทยามองตามไปด้วยความวิตกกังวลมหาศาล
“เพลง... ลูกลำบากแน่ๆ”
ชายสูงวัยพึมพำออกมาด้วยความกังวล ขณะมุ่งหน้าเดินตรงไปยังรถที่จอดอยู่หน้าศาลาเผาศพอย่างรวดเร็ว เพื่อไปเยี่ยมบุตรสาวคนโตที่โรงพยาบาล และหากเป็นไปได้เขาจะทำเรื่องขอย้ายเพลงพิณไปอยู่โรงพยาบาลอื่นเพื่อป้องกันไม่ให้อัลแบร์โต้ตามหาลูกสาวของตนเองเจอ
เขาไม่มีทางเชื่อว่าเพลงพิณจะจงใจทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น เพลงพิณเป็นเด็กดีไม่เคยคิดร้ายกับใคร เขาเลี้ยงลูกสาวมาเขามองออก หากเป็นเพียงเพ็ญล่ะไม่แน่ เพราะรายนี้ทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ตนเองต้องการมา
เพียงเพ็ญที่เดินตามบิดาออกมาจากงานศพอมยิ้มมาตลอดทาง ในที่สุดหล่อนก็สามารถกำจัดผู้หญิงสองคนให้ออกไปจากชีวิตของอัลแบร์โต้ ชายผู้เป็นคนรักของวิคตอเรียเพื่อนรักของเพลงพิณได้เป็นผลสำเร็จ เขากำลังเจ็บ เขากำลังปวด และแน่นอนว่าจะมีหล่อนเพียงคนเดียวเท่านั้นที่จะปลอบใจเขาในเวลานี้
“ในที่สุดคุณก็ต้องเป็นของฉัน อัลแบร์โต้ รอสซี่ ผู้ชายแสนเพอร์เฟกต์”
เพลงพิณตื่นขึ้นมาอีกครั้งช่วงเย็นในวันเดียวกันด้วยความเศร้าหมอง ตลอดเวลาที่หลับหล่อนเห็นแต่ใบหน้าเปื้อนน้ำตาของวิคตอเรีย เห็นความเจ็บปวดของเพื่อนรัก และนั่นก็ยิ่งตอกย้ำให้ตนเองจมลึกลงไปในความผิดมากขึ้นทวีคูณ
“เพลงเป็นยังไงบ้าง หายปวดหัวบ้างหรือยัง”
เสียงเรียกเบาๆ คุ้นหูที่ดังอยู่ข้างๆ เตียงดึงให้เพลงพิณที่เหม่อมองเพดานสีขาวของโรงพยาบาลรู้สึกตัวหันกลับมามองเจ้าของเสียงด้วยสภาพน้ำตานองหน้า ความเสียใจยังคงอัดแน่นอยู่ในดวงตากลมโตแสนหวานคู่นั้น
พร้อมฉัตร ธนารัตน์ หนุ่มนักเรียนนอกซึ่งเป็นรุ่นพี่สมัยที่เรียนปริญญาตรีมองรุ่นน้องที่ตนเองมีใจให้ด้วยความสงสารจับจิต เขารู้ดีว่าตอนนี้สภาพจิตใจของเพลงพิณกำลังย่ำแย่แค่ไหน
“คุณพร้อม”
น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเจ็บปวด น้ำตาไหลไม่หยุด พร้อมฉัตรกุมมือบางของสาวน้อยผู้มีใบหน้าซีดเซียวที่นอนอยู่บนเตียงเอาไว้แล้วบีบแรงๆ อย่างให้กำลังใจ
“ทำใจดีๆ ไว้นะเพลง ทุกอย่างมันคืออุบัติเหตุ ท่องเอาไว้”
“ไม่ใช่ เพลงเป็นคนผิด หากเพลงขับรถดีๆ เรื่องแบบนี้มันก็คงไม่เกิดขึ้นและวิคกี้ก็คงจะไม่... ไม่จากไปแบบนี้...”
เพลงพิณคร่ำครวญปานจะขาดใจ สะอื้นไห้จนตัวโย พร้อมฉัตรเห็นแล้วก็ยิ่งสงสาร เขารู้จักเพลงพิณดี หญิงสาวเป็นคนจิตใจดีงาม ไม่เคยคิดชั่วกับใคร ดังนั้นเขาจึงไม่คิดว่าอุบัติเหตุในครั้งนี้จะเป็นการวางแผนของเพลงพิณอย่างที่ เพียงเพ็ญน้องสาวของหล่อนเฝ้าบอกคนอื่น
“ต่อให้เพลงขับรถระวังแค่ไหนเหตุการณ์แบบนี้มันก็ต้องเกิดขึ้น เพราะสวรรค์ได้ลิขิตไว้แล้ว” แม้พร้อมฉัตรจะพยายามปลอบใจสาวน้อยแค่ไหน แต่หญิงสาวก็ยังไม่เลิกเสียใจ
“เพลง... เพลงอยากไปไหว้ศพของวิคกี้ เพลงอยากไป”
“อย่าเลยเพลงเชื่อผมเถอะนะ เพลงอาจจะไม่ปลอดภัยหากไปที่นั่น”
คำพูดของพร้อมฉัตรยิ่งตอกย้ำความผิดในใจของหล่อนให้เพิ่มทวีคูณขึ้นมหาศาล
“เพลงอยากขอโทษวิคกี้ ขอโทษต่อความผิดที่ไม่น่าให้อภัยของตัวเอง”
“คุณอัลคงไม่อยากจะเจอเพลงในตอนนี้ รอให้เรื่องราวมันผ่านไปสักระยะก่อนเถอะนะ แล้วผมจะพาเพลงไปเอง”
บทที่ 3
พร้อมฉัตรเตือนด้วยความห่วงใย เพราะรู้ว่าอัลแบร์โต้เหี้ยมโหดแค่ไหน และเขาก็มั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์เลยว่าผู้ชายสายเลือดบราซิลเลี่ยนคนนั้นกำลังเจ็บแค้นเพลงพิณแน่นอก
เพลงพิณร้องไห้ออกมาอีก ดวงตากลมโตแดงก่ำ กลีบปากที่เคยแดงระเรื่อกลับซีดเซียวไร้สีเลือดยิ่งนัก
“เขาคงไม่มีทางให้อภัยเพลง เขาคงเกลียดเพลง”
“เพลงอย่าใส่ใจผู้ชายคนนั้นเลย ผมรู้ว่าเพลงไม่ได้ตั้งใจให้เรื่องราวแบบนี้มันเกิดขึ้น”
“ใช่ค่ะ เพลงไม่ได้ตั้งใจ แต่เพลงละอาย เพลงรู้สึกผิด เพลงรู้สึกแย่เหลือเกินที่ต้องทำให้คนที่กำลังจะมีความสุขต้องมาจมปลักอยู่กับความทุกข์เพราะตัวของเพลง”
พร้อมฉัตรถอนใจออกมาเบาๆ จ้องใบหน้าที่ยังคงความสวยเอาไว้แม้จะซีดเซียวด้วยความห่วงใย
“เพลงต้องเข้มแข็งนะ แล้วทุกอย่างจะผ่านไปเอง ความทุกข์มันมาวูบเดียวเท่านั้นแหละ อีกไม่นานมันก็จะผ่านไป เพลงไม่ต้องห่วงนะ ผมจะไม่มีวันทอดทิ้งให้เพลงต้องเผชิญหน้ากับปัญหาเพียงลำพัง”
เพลงพิณมองชายหนุ่มรูปหล่อตรงหน้าด้วยความซาบซึ้งใจ หล่อนรู้ดีว่าพร้อมฉัตรคิดยังไงกับตนเอง แต่ก็แปลกนักที่หล่อนกลับไม่รู้สึกพิเศษใดๆ ด้วยเลย หัวใจไม่เคยสั่นสะท้านรุนแรงเลยสักครั้ง ไม่เหมือนกับเวลาที่เจออัลแบร์โต้ผู้ชายตาดุที่หล่อนเห็นเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้นก็รู้สึกราวกับกำลังหายใจไม่ออก รู้สึกอึดอัด วูบวาบไปทั่วทั้งกาย สมองคอยแต่พะวงนึกถึงแต่ผู้ชายที่เป็นคนรักของเพื่อนคนนั้นตลอดเวลา
“ขอบคุณคุณพร้อมมากค่ะ แต่เพลงเกรงใจ”
“ไม่ต้องเกรงใจผมหรอกครับ เพราะผมเต็มใจทำทุกอย่างเพื่อให้เพลงมีความสุข”
รอยยิ้มของพร้อมฉัตรที่มอบให้มานั้นทำให้เพลงพิณรู้สึกว่าไม่ได้ยืนอยู่บนโลกนี้ตามลำพัง อย่างน้อยหล่อนก็มีผู้ชายคนนี้อีกคนหนึ่งที่อยู่เคียงข้างนอกจากบิดา
“เพลงขอบคุณอีกครั้งค่ะ เอ่อ... แล้วนี่คุณพ่อไม่มาด้วยหรือคะ”
“คุณลุงท่านไปเผาศพวิคกี้น่ะครับ อีกเดี๋ยวก็คงจะมา เพลงต้องเข้มแข็ง ห้ามร้องไห้ให้ท่านเห็นนะครับ เพราะตลอดหลายวันที่เพลงไม่ได้สติคุณลุงท่านทุกข์ใจมาก”
หญิงสาวพยักหน้าช้าๆ มือบางยกขึ้นป้ายน้ำตาทิ้ง
“เพลงทำให้ทุกคนลำบากแท้ๆ เพลงน่าจะตายไปซะ... คนที่ตายน่าจะเป็นเพลง”
“ใช่ พี่เพลงน่าจะตายไปซะ ตายไปให้พ้นๆ เพราะพี่เพลงทำให้ทุกคนต้องเจ็บ”
ประตูห้องถูกเปิดออกพร้อมๆ กับร่างของเพียงเพ็ญที่ก้าวเข้ามาเพียงลำพัง เพราะบิดาไปทำเรื่องขอย้ายตัวบุตรสาวไปยังโรงพยาบาลอื่นอยู่ที่ชั้นล่าง
“เพียง...”
“ใช่เพียงเอง พี่เพลงรู้ไหมว่าคุณอัลเขาเกลียดขี้หน้าพี่ขนาดไหน เขารู้นะว่าพี่แอบชอบเขาอยู่ และก็รู้ด้วยว่าพี่เพลงจงใจให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นเพื่อที่จะกำจัดคนรักของเขา”
“ไม่จริงนะเพียง พี่ไม่ได้ทำ” เพลงพิณส่ายหน้าทั้งน้ำตา มองน้องสาวที่ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มอย่างขอความเห็นใจ
“คุณพูดบ้าอะไรน่ะเพียงเพ็ญ คุณน่าจะรู้จักนิสัยพี่สาวของคุณดีนะ เรื่องเลวๆ แบบนี้พี่สาวคุณทำไม่ได้หรอก แต่ถ้าหากเป็นคุณล่ะก็ไม่แน่” พร้อมฉัตรทนไม่ไหวจึงตอกใส่หน้าของเพียงเพ็ญไปด้วยวาจาไม่ยอมแพ้เช่นกัน
“คุณมายุ่งอะไรด้วย ก็แค่ผู้ชายที่มาแอบรักผู้หญิงเลวๆ คนหนึ่ง”
เพียงเพ็ญเชิดหน้ายิ้มเยาะด้วยความสะใจเมื่อเห็นพี่สาวต่างแม่น้ำตานองหน้า พร้อมฉัตรขบกรามแน่นมองน้องสาวของสตรีที่ตนเองหลงรักด้วยความชิงชัง
“ผมว่าผู้หญิงเลวๆ คนหนึ่งคนนั้นน่าจะหมายถึงคุณมากกว่านะครับ คุณเพียงเพ็ญ เพราะดูจะรู้เรื่องทุกอย่างดีเหลือเกินจนผมอดสงสัยไม่ได้ว่าคุณเป็นคนวางแผนเรื่องทั้งหมดหรือเปล่า”
คำพูดของบุรุษรูปหล่อตรงหน้าทำให้เพียงเพ็ญถึงกับหน้าซีดเผือด ส่อแววพิรุธออกมามหาศาล และนั่นก็ทำให้พร้อมฉัตรที่เคลือบแคลงสตรีตรงหน้าอยู่แล้วยิ่งเพิ่มความสงสัยมากขึ้นไปอีก
“นี่คุณหมายความว่ายังไง”
เพียงเพ็ญแกล้งทำตีหน้าซื่อ ซึ่งนั่นก็ยิ่งทำให้พร้อมฉัตรปักใจเชื่อว่าผู้หญิงคนนี้ต้องมีส่วนรู้เห็นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน
“ก็รู้อยู่แก่ใจนี่ครับ อย่าพลาดก็แล้วกันเพราะผมรอเหยียบซ้ำอยู่”
“ช่างคุณสิ เพราะฉันไม่รู้เรื่อง ฆาตกรตัวจริงน่ะนอนอยู่ตรงหน้าคุณนั่นไง แม่ฆาตกรเลือดเย็น...!”
เมื่อเห็นว่าไม่สามารถต่อกรกับพร้อมฉัตรได้ หญิงสาวก็หันไปเล่นงานพี่สาวของตนเองที่นอนร้องไห้อยู่บนเตียงแทน ความจริงเพลงพิณน่าจะตายตามวิคตอเรียไปให้รู้แล้วรู้รอด ทุกอย่างจะได้จบสิ้นกันไป ไม่น่ารอดมาให้รกหูรกตาหล่อนอีกเลย
“พี่ไม่ได้ตั้งใจ พี่พยายามบังคับรถแล้วแต่เบรกมันใช้การไม่ได้”
“ใครจะไปเชื่อลมปากของฆาตกร จำไว้ให้ดีก็แล้วกันว่าอย่ามาให้คุณอัลเห็นหน้าอีก เพราะเขาคงจะหักคอพี่เพลงทันทีที่เห็นหน้านั่นแหละ ที่บอกนี่ก็เพราะเห็นว่าเป็นพี่เป็นน้องกันหรอกนะ”
คำพูดของเพียงเพ็ญทำให้พร้อมฉัตรแค่นยิ้มหยันออกมา
“นี่ขนาดเป็นพี่เป็นน้องกันนะครับ ยังใส่ร้ายป้ายสีกันขนาดนี้ ถ้าไม่ใช่มิจับปืนมายิงกรอกปากเลยหรือครับ”
เพียงเพ็ญตวัดมองบุรุษตรงหน้าตาเขียวปั๊ด
“อย่ามาวุ่นวายกับเรื่องครอบครัวคนอื่นได้ไหม หัดมีมารยาทซะบ้าง”
“อย่าเสียมารยาทกับคุณพร้อมแบบนั้นสิเพียง พี่ขอร้องล่ะ”
เพลงพิณปรามน้องสาว แต่คนอย่างเพียงเพ็ญเคยกลัวใครเสียที่ไหน
“พี่เพลงไม่มีสิทธิ์มาสั่งสอนเพียงตั้งนานแล้วละค่ะ เก็บศีลธรรมดีๆ ไว้สอนตัวเองเถอะ ลาก่อนนะคะหวังว่าคงจะไม่ได้พบกันอีก...” ผู้เป็นน้องสาวก้มหน้าลงมาจนใกล้กับพี่สาวของตนเองด้วยใบหน้าของผู้ชนะ
“ตลอดกาล”
“หมายความว่ายังไง ทำไมเพียงพูดแบบนี้” เพลงพิณร้องถามน้องสาวที่กำลังจะเปิดประตูออกไปจากห้องด้วยความประหลาดใจ
“รอถามพ่อเอาเองสิ เพราะนี่เป็นความคิดของพ่อ ฉันไปละ” เพียงเพ็ญหันกลับมาส่งยิ้มหยันให้กับพี่สาว
บานประตูถูกเปิดออกพร้อมๆ กับร่างของน้องสาวที่หายลับไปจากสายตา เพลงพิณเม้มปากแน่นกลั้นเสียงสะอื้น รู้สึกได้ถึงความพังพินาศของชีวิตตนเอง
“เรื่องคงจะร้ายแรงมาก คุณพ่อถึงได้ทำแบบนี้ คุณอัลคง... คงจะแค้นเพลงมาก...”
“อย่าคิดมากน่าเพลง รอฟังจากปากของคุณลุงก่อนเถอะนะ ผมว่าน้องสาวของเพลงเป็นคนร้ายกาจมากๆ คำพูดของเธอไม่น่าเชื่อถือนัก”
เพลงพิณเลือกที่จะเงียบกับความคิดเห็นของบุรุษที่แสดงความห่วงใยตนเอง และเฝ้ารอคอยการปรากฏตัวของบิดาเพื่อที่จะรับรู้เรื่องราวทุกอย่าง