“เปล่าค่ะ...บัวกำลังช่วยพี่อุ่นเตรียมมื้อเย็นอยู่ เสร็จนี่ก็จะรีบออกไปช่วยคุณป้าที่ร้านอีก” สาวน้อยอธิบายเสียงเรียบ
“ชิ! ตามสบายเธอย่ะ...อย่าลืมล่ะ...ชุดฉันน่ะ...รีดให้ด้วย” พิศตราโยนภาระทุกอย่างของตัวเอง ให้ใบบัวรับผิดชอบ เธอโฉบฉายไปวันๆ กรีดกรายทำตัวเป็นคุณหนู และใบบัวก็ต้องจำทน เมื่อไม่อยากให้คุณลุงร้อนหูเพราะคำพูดกระทบกระเทียบของภรรยา
“ค่ะ” เธอเตรียมจะเดินหนี เมื่อเสร็จธุระ ใบบัวรู้สึกว่าพัฒนะมองเธอแปลกๆ เธอเลยพยายามอยู่ห่างๆ เขา
“เดี๋ยวสิบัว...จะรีบไปไหน อยู่คุยกันก่อนสิ”
มือแข็งแรงเอื้อมมายุดแขนเอาไว้ เธอขืนตัวและค่อยๆ ปลดมือของชายหนุ่มออกไปแบบไม่ให้น่าเกลียด
“บัวมีงานต้องทำค่ะ...คุณพัฒมีอะไรจะใช้บัวไหมคะ?”
“เปล่า...แค่อยากถาม สบายดีไหม? เหนื่อยหรือเปล่า เห็นทำงานไม่หยุดเลย” พัฒนะก้มมองปลายนิ้วตัวเอง ผิวของใบบัวอุ่นซ่าน และมันทำให้เลือดหนุ่มระอุร้อน
“ชินแล้วค่ะ บัวสบายดี แค่นี้ใช่ไหมคะ บัวต้องรีบออกไปช่วยคุณป้าที่ร้านอีก”
ใบบัวรีบหาทางเลี่ยง เธอรู้สึกอึดอัดกับสายตาของชายหนุ่ม มันแวววาวแปลกๆ
พัฒนะมองตามใบบัวไปจนลับตา เขาหรี่ตาและคิดหาทางครอบครองใบบัวให้ได้ ผู้หญิงหัวอ่อนอย่างใบบัว หล่อนไม่มีที่ไป และคงไม่กล้าโวยวายหากพลาดท่า กลิ่นสาปสาวหอมกรุ่น... เธอสะอาดและเวอร์จิ้น เมื่อเขาและเธอเติบโตขึ้นมาพร้อมๆ กัน หากใบบัวจะทดแทนคุณมารดาเขาด้วยพรหมจรรย์ มันก็น่าจะเป็นเรื่องที่น่ายินดี...
“บัว...พี่เตือนด้วยความหวังดีนะ อยู่ห่างๆ คุณพัฒไว้...มันอันตราย” อุ่นแม่บ้านสาวใหญ่วัย40กว่าๆ เธอสังเกตเห็นสายตาของลูกชายคนเล็กของบ้าน สายตาคู่นั้นวาววามแปลกๆ และมันไม่ปลอดภัยสำหรับเด็กสาวใสซื่ออย่างใบบัว
“บัวรู้จ้ะพี่อุ่น...บัวระวังตัวอยู่ แต่...” เธอถอนใจเฮือกๆ ไม่รู้จะรอดได้สักกี่น้ำ เมื่อชายหนุ่มจ้องหาโอกาสกับเธอตลอด แถมที่พักก็ไม่ค่อยปลอดภัย
“เอ่อ...ไว้ผัวพี่กลับมาบ้าน จะให้เข้ามาซ่อมกลอนประตูให้บัวนะ มันร่องแร่งเต็มทนแล้วใช่ไหม?” เหมือนอุ่นมานั่งอยู่กลางใจหญิงสาว เธอเวทนาและเห็นใจ แต่ยื่นมือเข้าไปช่วยมากก็ไม่ได้ มันอาจจะสะเทือนถึงงานที่ตัวเองทำ เพราะยังต้องอาศัยบารมีของคุณนายแจ่มจันทร์เพื่อปากท้องตัวเองอยู่
“ขอบคุณค่ะพี่อุ่น” หญิงสาวเสก้มหน้า ความอึดอัดคับข้องใจแน่นอก ระบายให้ใครฟังก็ไม่ได้เมื่อเหมือนอยู่ตัวคนเดียว
“อืม...มีอะไรบอกพี่ล่ะ ช่วยได้ก็ต้องช่วยกันไป...” อุ่นพูดย้ำ เธอรู้ดีว่าใบบัวกดดันแค่ไหน แต่ทำได้ก็แค่ปลอบโยน
“ค่ะ” ใบบัวเงยหน้าขึ้น เธอยิ้มรับทั้งที่น้ำตาเอ่อคลอ
สองสาวทำงานของตัวเองเงียบๆ จนเสร็จหน้าที่ตัวเอง อุ่นล้างไม้ล้างมือเตรียมตัวกลับบ้านเมื่อหมดหน้าที่ แต่ใบบัวยังต้องรีบออกไปช่วยงานที่ร้านขนมของแจ่มจันทร์ หน้าที่ของเธอยังไม่สิ้นสุด เพื่อแลกกับการได้ไปเรียนในวันเสาร์ อาทิตย์ เธอต้องทำงานหนักเพิ่มอีกเท่าตัว โดยไม่ได้รับเงินเดือน มีแค่ที่กิน ที่นอนกับเศษเงินนิดหน่อยติดก้นกระเป๋าไปเรียน แต่เธอก็มานะทน จนเหลืออีกไม่เท่าไรเธอก็สามารถเรียนจบชั้นมัธยมปลาย...ในโรงเรียนเปิด ที่คนอยากเรียนแต่ไม่มีโอกาสใช้เป็นทางเลือก...
“ไงบัว นั่งเงียบเชียว?” เสียงร้องทักขณะที่เธอพึ่งทำงานเสร็จ
“พี่กันสวัสดีค่ะ บัวกำลังออกไปที่ร้านพอดีเลย... เดี๋ยวบัวขึ้นไปตามคุณผิงให้นะคะ เธอกลับมาแล้วค่ะ”
กัน ชยังกูร สส อนาคตไกล เขาเป็นหนุ่มไฟแรง พื้นฐานทางบ้านดี เลยเข้านอกออกในบ้านสุขแสวงได้เพราะประตูบ้านนี้เปิดตอนรับเขาตลอดเวลา ความใจดีของกันเผื่อแผ่มายังเธอด้วย เขาเป็นตัวตั้งตัวตีที่ทำให้เธอได้เรียนต่อ แม้คุณนายแจ่มจันทร์จะพยายามค้าน
“เดี๋ยวบัว!...ไม่ต้องหรอก พี่แค่แวะมาหาบัว อยากมาบอกข่าวดีน่ะ มหาลัยที่บัวคิดจะเรียนต่อ เปิดรับสมัครนักศึกษาพอดี บัวสนใจจะลงเรียนเลยไหมล่ะ?...แค่มีเวลาอ่านหนังสือแค่นั้นเอง...บัวทำได้พี่รู้” เรื่องอ่านหนังสือใบบัวไม่เกี่ยง เธอชอบอ่านหนังสือทุกประเภท และกระตือรือร้นที่จะเรียนต่อให้สูงๆ ติดที่ไม่มีเงินนี่สิ รายจ่ายแบบจำกัดจำเขี่ย อดออมหลายเดือนกว่าจะได้เงินครบ เธอกลัวเกิดเหตุฉุกเฉินจนไม่มีเงินลงเรียนในปีการศึกษาต่อไป
“บัว...เอ่อ...”
“พี่รู้...พี่เลยหาทางช่วย มีคนรวยหลายคนอยู่ในตำบลเดียวกันกับบัว พี่จะออกหน้าขอทุนให้บัวเอง...”
หญิงสาวเงยหน้าขึ้น เธอยิ้มสดใส จนกันตาพร่า จากแรกเริ่มเขามองเธอเป็นเฉกเช่นน้องสาว เวลานี้ความรู้สึกเขาเปลี่ยนไป แม้ใบบัวจะจนยากแค้น...แต่นิสัยของเธอน่าคบ เป็นคนมีความทะเยอทะยาน และเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีน้ำใจกับทุกคน เป็นคนมองโลกในแง่ดี แม้จะถูกกดจนแทบจมดิน ในคราแรกๆ เขามาบ้านสุขแสวงเพราะติดพันพิศตรา แต่ยิ่งนานวันความรู้สึกของเขากับหล่อนยิ่งจืดจางลง พิศตราเป็นคนเห็นแก่ตัวและเจ้าเล่ห์ จนกันไม่คิดว่าถนนความรักจะไปกันได้รอด เมื่อเขาต้องทำงานรับใช้ชุมชน การมีหลังบ้านจิตใจคับแคบมันจึงไม่เหมาะสมสักเท่าไร
“ขอบคุณค่ะพี่กัน ขอบคุณๆ” ชายหนุ่มวางมือบนศีรษะของใบบัว เขาสงสารเธอและเริ่มเปลี่ยนเป็นความรู้สึกอย่างอื่น มันแทรกปนรวมอยู่ในความรู้สึกของตัวเองอีกด้วย...
“ทำอะไรกัน!” เสียงตวาดแวดๆ กับร่างระหงของพิศตราโผล่เข้ามาในสายตาของกัน ชายหนุ่มผ่อนลมหายใจช้าๆ เริ่มเบื่อหน่ายพฤติกรรมของหล่อนหนักขึ้นทุกวัน
หญิงสาวเดินนวยนาดลงมาจากบันได พร้อมกับจ้องมองมาที่ใบบัวกับกันตาเขม็ง เธอรู้สึกว่ากันเปลี่ยนไป...เขาไม่ค่อยมาหาเธอ พอโทร. หาก็อ้างตลอดว่างานยุ่ง แต่กลับมีเวลาแวะมาคุยกับอีเด็กก้นครัวที่บ้านเธอแทบทุกวัน!
“บัวขอตัวนะพี่กัน คุณผิง...ได้เวลาออกไปทำงานที่ร้านแล้วล่ะค่ะ” รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากตัวพิศตรา จนใบบัวต้องรีบฉากหลบ ไม่อย่างนั้นเธอเป็นต้องร้อนหู
“บัวๆ อย่าลืมนะ” กันยื้อไว้ เขาย้ำและต้องการคำตอบ
“ค่ะ บัวไม่ลืม...ขอบคุณนะคะ” เธอตอบเสียงแผ่วๆ รีบก้มหน้าหลบสายตากราดเกรี้ยวของพิศตราแทบไม่ทัน เธอรีบเดินตัวงอหนีไป จูงจักยานเก่าๆ และรีบปั่นหนีไปก่อนที่ไฟพิโรธของพิศตราจะลุกโพลง
“พี่กัน...คุยอะไรกับอี...บัวคะ!!” หญิงสาวรีบกลืนคำพูดจิกหัวใบบัวไว้ เมื่อกันตวัดสายตาขุ่นๆ หันมามองเธอ
ชิ! แตะไม่ได้เลยนะ ไม่รู้ติดใจอะไรหนักหนา...หญิงสาวคิดในใจฉุนๆ
“เปล่า... แค่แวะมาบอกบัว มหาลัยฯ ใกล้เปิด ให้บัวเขาไปสมัครเรียนก่อน เดี๋ยวจะเสียโอกาส”
“โอ้ย! ให้มันเรียนทำไมนักหนาคะ...เปลืองเงินเปลืองทอง...ทุกวันนี้ก็เปลืองข้าวเปลืองน้ำจะแย่ แค่กาฝาก ทำสะเออะ!” พิศตราตวาดแว๊ด! สนับสนุนกันเข้าไป ไม่รู้ใบบัวมีอะไรดีหนักหนา ทำไมมีแต่คนรุมรักหล่อน ไม่เว้นแม้แต่กันว่าที่แฟนของเธอ
“ผิง! ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะฝัน หากเขาสามารถไปถึง บัวไม่ได้หัวขี้เลื่อยนะ ออกจะเรียนดีด้วย จบ กศน. ด้วยเกรดที่ผิงเห็นยังต้องอึ้ง...หากเรียนตามปกติ ผิงคงได้อายบัวนั่นแหละ” กันแย้ง ใบบัวมีสิทธิ์ที่จะฝัน ความจริงหากใบบัวได้เงินเดือนเหมือนคนงานคนอื่นของคุณนายแจ่มจันทร์ เธอจะไม่ขัดสนเลยเพราะเป็นคนอดออม แต่นี่เธอทำงานได้ก็แค่ที่ซุกหัวนอน กับอาหาร3 มื้อ ที่ก็ไม่ได้ดีเท่าไรด้วย!! เขาไม่อยากก้าวก่ายมากนัก เมื่อมันเป็นเรื่องภายในครอบครัว และใบบัวไม่เคยป่าวประกาศเรียกร้องความยุติธรรมให้ตัวเอง
พิศตราตัวสั่น! กันไม่สมควรเอาอีเด็กก้นครัวนั่นมาเปรียบกับเธอ เธอคือบุตรสาวนายทหารใหญ่ ไม่ใช่เด็กไม่มีพ่อไม่มีแม่อย่างใบบัว
“คนอย่างอี...บัวไม่มีทางดีกว่าผิงหรอกค่ะ มันคนละชั้นกัน”
หญิงสาวยังคงยิ่งผยองและยังคงอวดดี แม้สิ่งที่เธอพยายามจะอวดเบ่ง แทบมองหาความดีไม่เจอเลย กันส่ายศีรษะ... เขาควรคิดใหม่ใช่ไหม? เกี่ยวกับเรื่องของพิศตรากับตัวเอง เขาจึงเริ่มเว้นระยะ ทำตัวห่างเหินและค่อยๆ ทิ้งช่วงห่างแบบเนียนๆ หล่อนคงจะรู้ตัวได้เอง เมื่อหล่อนเย่อหยิ่งจะตายไป ไม่ช้าพิศตราคงหาคนมาแทนที่เขาได้เองนั่นแหละ
“พี่ขอตัวนะผิง...ยังมีงานค้างอยู่อีกเยอะ” เมื่อธุระจบ เขาก็เตรียมตัวชิ่ง
“อะไรกันคะ? เราไม่ได้คุยกันมาหลายวันแล้วนะคะพี่กัน...หมู่นี้พี่กันห่างเหินผิงไปมาก รู้ตัวบ้างหรือเปล่าคะ?...แล้วถ้าหากผิงมีคนใหม่...พี่กันจะมาว่าผิงปันใจไมได้นะคะ” เธอพยายามรั้งกันไว้ แต่ก็ไม่วายแสดงความเห็นแก่ตัวออกมาเสียอีก