มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง ในวอร์ชังตันดีซี นักศึกษาบางส่วนจบการศึกษาและเตรียมตัวรับปริญญาในอีกไม่กี่วัน ฉะนั้นการเฉลิมฉลองจึงได้เริ่มต้นขึ้น แน่นอนว่าบรรดาหนุ่มสาวต่างนัดแนะที่จะไปปาร์ตี้เรียนจบกันที่ผับประจำซึ่งแบ่งเป็นกลุ่มก้อน แต่สุดท้ายยังคงไปสังสรรค์ในที่เดียวกันทุกที
“ไอซ์! เฮ้! ไอซ์! เย็นนี้วางหรือเปล่า” หญิงสาวคนหนึ่งวิ่งเข้ามาอย่างกระหืดกระหอบ และเอ่ยถามเพื่อนสาวคนสนิทที่กำลังเดินอยู่
“อ้าวเทรซีย์ ว่าง มีอะไรจ๊ะ ถามทำไม” ไอลดานักศึกษาไทยแสนสวย ถามกลับและเดินให้ช้าลงเพื่อจะได้คุยกัน
“เพื่อนๆ เรา ชวนไปปาร์ตี้กันน่ะ ไปนะห้ามปฏิเสธ” เทรซีย์บอกกึ่งบังคับ
“แบบนี้ไม่น่าจะเรียกว่าชวน แต่เรียกว่าบังคับ แล้วจะถามฉันทำไม” ไอลดาออกปากบ่นแต่ไม่ได้จริงจังนัก
“งั้นไปนะ เพื่อนๆ เราไปกันหมดเลย เครียดกันมาตลอดทั้งปีต้องหาเวลาผ่านคลายบ้าง” เทรซีย์บอกอีกครั้งแต่ไอลดากลับทำท่าครุ่นคิดเหมือนกำลังชั่งใจอยู่
“อะไร ต้องทำหน้าเครียดขนาดนั้นเชียวเหรอ ไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะไอซ์”
“ก็... กำลังคิดว่าจะใส่ชุดอะไรไปดีไง แล้วเพื่อนเราน่ะกลุ่มไหนบ้าง” ไอลดาถาม แต่เทรซีย์เงียบไป เพราะบอกไม่ถูกเนื่องจากมีหลายกลุ่ม แต่สำคัญอยู่ตรงมีกลุ่มที่เป็นอริกับกลุ่มของไอลดา และไปปาร์ตี้ด้วยนี่สิ
“ก็รู้ๆ กันอยู่แต่จะแคร์ทำไม” เทรซีย์บอกใบ้เท่านั้น เพราะเรื่องคู่อริที่เหยียดคนไทยอย่างไอลดานั้นมีไม่มาก ทำให้เดาได้ไม่อยาก
“ฉันไม่ได้แคร์ ไม่ได้นั่งด้วยกันอยู่แล้ว” ไอลดายักไหล่และเบ้ปากเล็กน้อย
“งั้นเจอกันตอนเย็นนะ หรือให้ฉันไปรับดีล่ะ”
“ไม่จ้ะ เจอกันที่ผับเลย ใกล้กันนิดเดียวฉันนั่งแท็กซี่ไปเองได้”
“แน่ใจนะ ว่าแต่แต่งตัวสวยๆ นะ งานนี้มีหนุ่มๆ จากคณะๆ อื่นก็ไปด้วย”
“ให้ความสนใจกับหนุ่มๆ จริงนะ” ไอลดาหยอกเย้าด้วยความที่เพื่อนอยากมีคู่ซะแล้ว
“อ้าว เราสองคนอายุขนาดนี้แล้วยังเป็นโสดอยู่ได้เนี่ย ไม่ธรรมดา เดี๋ยวจะถูกล้อว่าเป็นยัยแก่ทึนทึก”
“ฮ่าๆ ย่างยี่สิบห้าเนี่ยนะ แก่ทึนทึก ที่เมืองไทยเขาเรียกวัยนี้ว่าวัยรุ่นย่ะ เพราะเพิ่งเรียบจบและกำลังหางานทำ”
“แต่นี่คือวัยที่สมควรมีครอบครัว มีงานทำงานและร่ำรวย ฉะนั้นคืนนี้ฉันไม่พลาด เป็นโสดมานานแล้วฉันจะต้องปิดจ๊อบกับใครสักคน”
“อะไรจะปานนั้น” สำหรับไอลดาไม่ได้ไปงานปาร์ตี้เพื่อหาหนุ่มๆ แม้ว่าวัยสำหรับเธอ ควรจะมีคนมาเคียงข้างกายแล้วก็ตามแต่ไม่ได้ร้อนรุ่มถึงเพียงนั้น ทั้งที่อยากจะนึกลองสักครั้งก็ตามทีเถอะ เกิดมาจนอายุย่างยี่สิบห้าแล้ว สามารถรักษาพรหมจรรย์ได้นี่ไม่ธรรมดาจริงๆ แต่ชีวิตทั้งชีวิตก็ต้องใช้เวลาเลือกกันบ้าง ทว่าเพื่อนก็อยากให้มีแฟนเสียเหลือเกิน อีกอย่างคนรักไม่ได้หากันง่ายๆ ตามผับเสียเมื่อไหร่
“เอาเป็นว่า ไม่คุยด้วยแล้วแยกย้าย ฉันกลับบ้านก่อนดีกว่า ส่วนเธอแต่งตัวสวยๆ แล้วเจอกันที่ผับตอนหนึ่งทุ่มตรงนะเพื่อน” เทรซีย์ตัดบทการสนทนา พร้อมกับยิ้มหวานและเตรียมจะเดินแยกตัวไป
“โอเค แล้วเจอกันจ้ะ บายเทรซีย์”
“บายไอซ์” เมื่อล่ำลากันเรียบร้อย ทั้งคู่จึงได้ไปคนละทาง เทรซีย์ตรงไปที่ลานจอดรถเพราะมีรถส่วนตัว ส่วนไอลดายังคงเดินไปตามทางฟุตบาทในมหาวิทยาลัย มองเหล่านักศึกษาฝรั่งกำลังทยอยกลับที่พักส่วนเธอเองก็เช่นกัน ที่พักของเธอคืออพาร์ตเมนต์ ที่ค่อนข้างราคาแพง แถมยังพักคนเดียวโดยไม่มีเพื่อนแชร์ค่าห้องด้วย เพราะด้วยฐานะทางครอบครัวมีอันจะกินพอสมควร จึงสามารถพักได้โดยไม่เดือดร้อน
ไอลดา เป็นหนึ่งในนักศึกษาของไทยซึ่งมาเรียนที่นี่ตั้งแต่ปริญญาตรี กระทั่งถึงปริญญาโท ใช้ชีวิตอยู่นานจนทำให้ซึมซับวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ที่รักอิสระไปจนถึงชีวิตรักแบบหนุ่มสาวอเมริกัน ที่จะทำอะไรก็ได้เต็มที่อยู่แล้ว ทว่านั่นสำหรับคนอื่น เพราะสำหรับไอลดาแล้วนั้นยังไม่มีแฟน จนเพื่อนๆ แซวว่าแก่ปูนนี้แล้วจะรักษาพรหมจรรย์ไว้ทำไม ไม่ลองหาประสบการณ์ให้กับตัวเองบ้าง ซึ่งความจริงเธอรักษามันไว้เพื่อคนที่เธอรักไงล่ะ
จะว่าไปแล้วการไปปาร์ตี้เรียบจบในวันนี้ ก็เหมือนกับเป็นการเปิดโลกทัศน์ของตัวเอง เพื่อจะได้พบปะเพื่อนใหม่ๆ ทั้งหญิงและชาย ก็ได้แต่แอบหวังลึกๆ ว่าจะสะดุดกับความรักเหมือนคนอื่นบ้าง ไอลดาคิดไปพลางและเดินไปพลาง จนกระทั่งถึงอพาร์ตเมนต์ซึ่งอยู่บนชั้นสาม พอกลับขึ้นห้องมาได้ก็เหวี่ยงทุกอย่างที่อยู่ในมือไปทางโซฟา ทั้งกระเป๋า หนังสือ เสื้อหนัง เพื่อเป็นการปลดปล่อยความเครียดมาตลอดทั้งเทอมอย่างที่เทรซีย์บอก
“เฮ้อ! คืนนี้ไปปลดปล่อยความเครียดอย่างนั้นเหรอ เอาก็เอา” เธอบอกกับตัวเองพร้อมกับพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ แต่เวลาหนึ่งทุ่มยังอีกนานหลายชั่วโมง พอจะมีเวลาเตรียมตัว และเลือกเสื้อผ้าสวยๆ ใส่ ทว่าก่อนที่จะทำทุกอย่างตามที่คิดมา เธอขอพักสักครู่ ว่าแล้วจึงทิ้งตัวลงบนที่นอนแรงๆ เพื่อพักสายตาอย่างที่ต้องการก่อน
จวนจนกระทั่งถึงเวลาแห่งแสงสี ที่ผับแห่งหนึ่ง เริ่มมีนักท่องราตรีทยอยเข้าร้านแล้ว เนื่องจากว่าผับเปิดไม่ดึกนัก ใครมีเวลามาดื่มกินตอนไหนก็สามารถมาได้ แน่นอนว่าเป็นเวลาของเหล่าวัยรุ่นหรือกลุ่มนักศึกษามาดื่มกินกันก่อน พอดึกหน่อยจะเป็นวัยทำงาน เพราะคนพวกนี้กว่าจะออกจากบ้านได้เสียเวลากว่าวัยรุ่นเสียด้วยซ้ำ ในร้านเริ่มเปิดเพลงฮิบฮอบให้ได้ขยับโยกบ้างแล้ว
นักศึกษาที่มาปาร์ตี้กินดื่มก็ต่างมารวมตัวกันแล้วแต่อยู่กันเป็นกลุ่มก้อน กลุ่มใครกลุ่มมัน สาวๆ แต่ละคนก็แต่งตัวจัดเต็มชนิดที่เรียกได้ว่าแซ่บกันทุกคน เพื่อหวังลึกๆ ว่าคืนนี้จะได้ควงหนุ่มหล่อสักคนไปต่อให้จบ ส่วนหนุ่มๆ ก็คิดไม่ต่างกัน
“วันนี้คนเยอะผิดปกตินะ” นิโคไล ลูกค้าหนุ่มหล่อล่ำคนหนึ่งเอ่ยกับเพื่อนที่มาด้วยกันอีกสองคน ระหว่างนี้เขากำลังเดินเข้ามาในร้าน ค่อยๆ แทรกตัวเข้ามาเรื่อยๆ กระทั่งพบกับที่นั่งที่ต้องการ นั่นคือหน้าเคาน์เตอร์
“น่าจะรู้ว่าที่นี่นักศึกษาชอบมาเพราะอยู่ใกล้มหาวิทยาลัย” เพื่อนอีกคนตอบ
“อ่อใช่ฉันลืมไป แต่วันนี้เยอะมากสงสัยจะมาปาร์ตี้” นิโคไล ตอบและยังคงมองไปรอบๆ ตัวเช่นเคย
“คงใช่ สาวๆ เพียบเรามาได้ถูกจังหวะเวลาเสียจริง”
“เฮ้นิค ฉันว่าสาวๆ โต๊ะนั้นมองนายว่ะ” เพื่อนสนิทชี้จุดให้ดู พลางบุ้ยหน้าไปทางโต๊ะหนึ่งซึ่งเต็มไปด้วยสาวสวย
“เดี๋ยวน่า ฉันสั่งเครื่องดื่มก่อน” นิโคไลตอบทั้งที่ใจอยากจะส่งยิ้มไปให้สาวๆ โต๊ะที่ว่านี้อยู่หรอก แต่ของแบบนี้ต้องดูชั้นเชิง จะรีบร้อนวู่วามก็ไม่ใช่นิโคไลน่ะสิ แต่สาวๆ ก็ดันยกแก้วเหล้าชูขึ้นเหมือนจะเป็นการทักทาย
“เหมือนเดิมไหมนิค” บาร์เทนเดอร์หนุ่มเอ่ยถามกับนิโคไล และเรียกชื่ออย่างสนิทสนม นั่นเป็นเพราะว่าชายหนุ่มมาที่นี่เป็นประจำเช่นกัน
“ไม่เหมือนเดิม คืนนี้ขอเป็นวิสกี้แทน” นิโคไลสั่งทว่าสายตายังจ้องมองไปที่โต๊ะนักศึกษาสาวอยู่
“ปกตินายไม่ดื่มวิสกี้วันนี้มาแปลก” เพื่อนเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ
“ฉันอยากเมาเพื่อให้เขากับบรรยากาศปาร์ตี้ สาวๆ เยอะแบบนี้ต้องเมามันถึงจะสนุก”
“ได้เลยครับ รอสักครู่นะ” ว่าแล้วบาร์เทนเดอร์ก็รีบจัดเครื่องดื่มให้กับลูกค้าหนุ่มหล่อขาประจำทันที
“ปกติฉันเห็นนายเมาตลอดนี่หว่า เมาจนบอร์ดี้การ์ดต้องแบกกลับบ้านกันเลย” เพื่อนนะเพื่อนขายหน้ากันจนได้
“ฉันก็เมาเพื่อจะได้ดื่มด่ำกับความสุขที่ต้องใช้อารมณ์คลุกเคล้าให้เข้ากัน เวลาไม่เมาแล้วมันทำอะไรได้ไม่เต็มที่” ให้ตายเถอะคำพูดนี้ต้องเป็นนิโคไลเท่านั้น นิสัยเพลย์บอยมันอยู่ในกระแสเลือด
“แล้วจะบอกว่าวันนี้อยากเมาทำไมวะ ในเมื่อเมาทุกวัน” เพื่อนถามแบบกวนๆ
“เอาเป็นว่าวันนี้ฉันรู้สึก... เลือดลมในกายมันวิ่งพุ่งพล่านเมื่อเจอวัยรุ่นสาวๆ ที่เยอะขึ้น” พอพูดจบคำเขาก็คว้าแก้วเหล้าแล้วยกขึ้นดื่มรวดเดียวเกือบครึ่งแก้ว จากนั้นจึงนั่งมองแขกที่กำลังทยอยเข้าร้าน
ไม่นานนัก กลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังอีกกลุ่มหนึ่งก็ได้เริ่มทยอยกันเข้ามาในร้านเช่นกัน มีทั้งหญิงและชาย หนึ่งในนั้นคือเทรซีย์นั่นเอง จากนั้นทุกคนก็เลือกที่นั่งติดกับเคาน์เตอร์ เพื่อจะได้สั่งเครื่องดื่มได้ง่าย อีกอย่างเคาน์เตอร์ก็ติดกับฟลอ จะออกไปโยกย้ายส่ายเอวก็ใกล้แค่นิดเดียว
ระหว่างนี้เพื่อนอีกกลุ่มหนึ่งก็มองมาที่กลุ่มของเทรซีย์เข้าพอดี พร้อมกับเชิดหน้าขึ้นและแสยะยิ้มมุมปาก ทว่าเทรซีย์ไม่ได้สนใจมองแต่อย่างใด จนกระทั่งเหลือบเห็นเจ้าของร่างสูงเพรียว ภายใต้แสงไฟสลัวเธอมาในชุดดำสวมเสื้อหนังสีแดง เยื้องย่างเข้ามาช้าๆ ดวงตาคู่หวานมองหาคนรู้จัก แต่สายตาดันปะทะเข้ากับกลุ่มคู่อริเสียอย่างนั้น
“เฮ้นั่น! ไอลดา” เพื่อนในกลุ่มคู่อริเป็นคนเอ่ยขึ้น ทว่าเจ้าของชื่อยิ้มมุมปากเล็กน้อยเพื่อเป็นการทักทาย แต่อีกฝ่ายกลับมองว่ากำลังถูกยิ้มเยาะเสียมากกว่า จากนั้นไอลดาจึงเดินไปยังกลุ่มเพื่อนของตนเอง
“โทษทีที่ทำให้รอจ้ะ” ไอลดาเอ่ยขึ้นเมื่อเดินมาถึงโต๊ะ ทำให้เพื่อนต่างหันกลับมามองที่ต้นเสียง
“ถึงว่าทำไมมาช้า ก็แต่งตัวสวยเสียขนาดนี้” เพื่อนชายคนเดิมพูด
“ก็เทรซีย์บอกให้แต่งตัวสวยๆ ก็เลย...” ไอลดาตอบแบบซื่อๆ พลางยักไหล่เล็กน้อย
“ก็เลยสวยกว่าเพื่อน นั่งลงๆ สั่งเครื่องดื่มเลย” เทรซีย์บอกพร้อมกับใช้มือตบที่เก้าอี้เบาๆ
ไอลดาจึงหย่อนตัวนั่งลงข้างเทรซีย์ พร้อมกับถอดเสื้อหนังวางพาดไว้ที่พนักพิง
“สั่งอะไรดีไอซ์” เพื่อนชายในกลุ่มขันอาสาที่จะไปสั่งเครื่องดื่มให้
“ขอเป็นเตกีลา ว่าแต่คืนนี้ใครเลี้ยงเนี่ย” ไอลดาสั่งและแสร้งถามไปอย่างนั้นเอง ไม่ได้หวังจะให้ใครมาเลี้ยง
“มากับหนุ่ม ๆ งานนี้ก็ต้องให้หนุ่มเลี้ยงสิ ใช่ไหม เดฟ” เทรซีย์หันไปขอความเห็นจากเพื่อนชายในกลุ่มซึ่งชื่อเดวิด
“ใช่ สั่งเลย เผลอๆ อาจมีหนุ่มๆ ในนี้อยากจะเสนอตัวเลี้ยง ดริ้งค์ด้วยก็เป็นได้นะ” เดวิดให้ความยิ้มๆ จากนั้นจึงลุกไปพร้อมกับเพื่อนผู้ชายคนอื่น เพื่อสั่งเครื่องดื่มและนำมาให้สาวๆ ที่โต๊ะ
“ถามจริงโต๊ะเรามากันแค่สี่คนเองเหรอ ไหนว่าปาร์ตี้เพื่อนๆ ที่เรียนจบพร้อมกันไง แต่กลุ่มยัยคาร่าตั้งสองโต๊ะ”
“นี่สังเกตด้วยเหรอเนี่ย กลุ่มยัยนั่นนักเที่ยวทั้งนั้นนี่จ้ะ แถมยังมาพร้อมหน้าพร้อมตากันอีก ส่วนกลุ่มเราเดี๋ยวก็มาสมทบ ฉันชวนเพื่อนๆ ประมาณสิบคน เอาเป็นว่าทั้งคณะ ทุกคนมารวมตัวกันที่นี่หมด”
“งั้นก็คงสนุกแน่ๆ แต่เราเหมาที่นี่หรือเปล่าเนี่ย”
“เปล่า ใครจะกล้าเหมาล่ะเพื่อน แขกทั่วไปก็มีเราไม่ได้มีอิทธิพลขนาดนั้น ว่าแต่หนุ่มๆ น่าสนนะ” เทรซีย์พูดพลางมองไปรอบๆ ก็สะดุดตาที่หนุ่มหล่อสามคนซึ่งนั่งอยู่ตรงเคาน์เตอร์ไม่ห่างจากพวกเธอนัก แต่เสียอย่างเดียวคือมองเห็นแต่เพียงแผ่นหลังเท่านั้น
“เห็นหนุ่มๆ เป็นไม่ได้เลยนะเทรซีย์ อดใจไว้บ้าง”
“อายุขนาดนี้แล้วฉันก็อยากจะมีประมาณว่า เดทแรกในค่ำคืนปาร์ตี้สักครั้ง และพรุ่งนี้ก็สานสัมพันธ์ต่อ” ที่เทรซีย์พูดเช่นนี้ก็เพราะเวลามาเที่ยวทีไรได้แค่ความสัมพันธ์แค่ข้ามคืนน่ะสิ และเธอก็เป็นนักเที่ยวตัวยงเช่นกัน ผิดกับไอลดาลิบลับแต่ใครจะรู้ เพราะว่าไอลดาไม่ใช่ผู้หญิงประเภทที่นอนกับใครก็ได้ แต่แอบคิดอยู่ลึกๆ ว่าอยากจะมีใครสักคนเหมือนกันและอยากจะจริงจังด้วยมากกว่าที่จะเป็นทางผ่าน
“ฉันเข้าใจความรู้สึกของเธอนะเทรซีย์ เรามันไม่ใช่พวกฮอตนี่นะ จริงไหม”
“แต่เราสวยย่ะ” เทรซีย์บอกด้วยความมั่นใจ ขณะเดียวกันนั้นบรรดาเพื่อนๆ ที่เรียนคณะเดียวกันก็เริ่มทยอยกันเข้ามาร้านในแล้วเกินกว่าครึ่ง อย่างที่เทรซีย์บอกว่าทั้งคณะ ก็มากโขอาจจะเต็มผับเลยก็ว่าได้
ทุกคนเริ่มดื่มกินและพากันโยกย้ายไปตามเสียงเพลง แอลกอฮอลเข้าปากก็เริ่มสนุก บ้างก็มีอาการเมาแล้ว ยกเว้นก็แต่ไอลดาที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะเมาแต่อย่างใด เพราะเธอดื่มเตกีลาเพียงแก้วเดียวแล้วก็ออกไปเต้นร่วมกับเพื่อนๆ และแล้วความเจิดจรัสของเธอเริ่มไปเตะตาหนุ่มๆ ที่ไม่ค่อยได้คุยกันสักเท่าไหร่ หนุ่มๆ ในกลุ่มของคาร่ามองเธอเป็นตาเดียวเนื่องจากความโดดเด่นที่เป็นสาวไทยเพียงคนเดียวในคณะ
“สนใจไหมครูส” คาร่าเอ่ยถามกับเพื่อนผู้ชายในกลุ่มของเธอ ขณะที่ชายหนุ่มกำลังเพ่งมองไอลดาท่ามกลางแสงไฟสลัว
เขาไม่ใช่นักศึกษา หากแต่เป็นคนนอกที่คาร่าชวนมาเที่ยวด้วยกันนั่นเอง ฉะนั้นจึงไม่มีใครรู้จักเขาเลย
“ใช่ เพื่อนเธอหรือเปล่า” เขาถามพลางมองไปที่ไอลดาตามเดิม
“เปล่า แค่รู้จักและเรียนคณะเดียวกันเท่านั้นเอง ไม่ได้สนิท” คาร่าตอบด้วยน้ำเสียงเรียบพลางยักไหล่และเย้ปาก
“เป็นสาวเอเชียวใช่ไหม เธอสวยมากโดดเด่นมาเชียว” ครูส ออกปากชมพร้อมกับดวงตาวาวโรจน์ ซึ่งทำให้คาร่ามองออกว่าชายหนุ่มกำลังคิดอะไร
“ถ้าสนใจ ไม่เห็นจะยาก” คาร่าบอกอย่างมีแผน
“แล้วคิดว่ามันง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ”
“หึๆ นักเที่ยวอย่างหล่อนน่ะ ยังไงก็ได้ ง่ายๆ อยู่แล้ว”
“น่าสนใจ สาวเอเชียน่าลอง”
“อยากได้ก็เอาสิ จะกลัวอะไร”
“แล้วเธอได้อะไรคาร่า” ดูเหมือนเขาจะรู้ทันความคิดของเธอ
“ฉัน... ไม่ได้อะไรสักหน่อย”
“บอกมาเถอะ ฉันรู้ทันหรอกน่าเธอไม่ค่อยชอบคนเอเชีย” นี่แหละที่ครูสรู้ทัน
“ฉันไม่เคยชอบหน้าหล่อนอยู่แล้วตั้งแต่เรียนมาจนจบเนี่ย ผู้หญิงเอเชียผิวขาวเหลืองคนเดียวในคณะ น่ารังเกียจแต่ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงมีแต่คนสนใจแม่นี้นัก ถ้านายทำให้เธอนอนอยู่บนเตียงกับนายได้อย่าลืมถ่ายคลิปเอาไว้ด้วย ฉันจะเอาไว้เยาะเย้ยให้สะใจเล่นๆ” จะบอกว่าเป็นการเหยียดเชื้อชาติหรือสีผิวก็ยังได้ เพราะคาร่าผิวสีน้ำผึ้งที่ผ่านการอาบแดดมาอย่างเธอนี่แหละผู้ดีนักและสำหรับชาติเอเชียต่อให้สวยแค่ไหนก็ถูกเหยียดสีผิวอยู่ดี
“เข้าใจแล้ว แต่แม้ว่าเธอจะเป็นคนเอเชียแต่ก็สวยบาดใจเชียวนะ” ให้ตายสิครูสยังจะชมไอลดาต่อหน้าคาร่าอีก
“ไม่ต้องชมหล่อนต่อหน้าฉันจะได้ไหม ฉันไม่เคยมองว่าหล่อนสวยเลย”
“โอเค เดี๋ยวจะไปยืนชมใกล้ๆ หูเธอเลย แต่หวังว่าเธอจะยังไม่มีแฟน” ครูสถามเพื่อความแน่ใจ เพราะไม่อยากจะยุ่งกับคนมีแฟน หากเป็นโสดล่ะก็ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว
“แฟนน่ะไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ หล่อนก็เป็นคนหนึ่งที่ชอบเที่ยวกลางคืนกับคู่หูอย่างเทรซีย์ เล่นสนุกแบบชั่วคืนสำหรับหล่อนก็คงไม่แปลก”
“ถ้าอยากได้แล้วจะฝ่าด่านหนุ่มๆ ที่อยู่โต๊ะเดียวกับเธอยังไงดีล่ะ” ครูสถามเพราะเริ่มสนใจขึ้นมาจริงๆ
“หาจังหวะเอาสิเพื่อน อาศัยช่วงเมาก็ได้นี่นะ จริงไหม”