“เป็นอะไรศิริน...ดูกระวนกระวายชอบกล” เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งร้องทัก เพราะเขามองเห็นว่าเธอเดินวนไป วนมา เหมือนกำลังมีเรื่องไม่สบายใจ
“แจน!! ศิรินอยากเข้าไปข้างใน แต่กลัวกัปตันดุ!! หาทางช่วยหน่อยสิ”
“แล้วศิรินจะเข้าไปทำไมล่ะ...”
“มีธุระน่ะแจน...อยากเอาของไปคืนแขกบางคนในนั้น”
“โอ้ย!! มีธุระกับแขกด้วย คงไม่ได้หรอกนะศิริน เธอก็รู้ร้านเรามีแต่เศรษฐีกับคนมีเงิน หากทะเล่อทะล่าเข้าไป แล้วทำให้ท่านลูกค้ากิตติมาศักดิ์ไม่พอใจเข้าล่ะก็!! เผลอๆ จะโดนไล่ออกจากงานนะซี”
“เวรล่ะ...แล้วเราจะทำไงดีล่ะ...เรื่องสำคัญมากเลยนะ” ศินาราขมวดคิ้ว เธอเบ้ปาก พลาดจากวันนี้เธอจะได้พบเจอเจ้าหล่อนได้ยังไง เมื่อการดำเนินชีวิตนั้นต่างกันแบบสิ้นเชิง แทบจะไม่มีทางโคจรมาเจอกันได้เลยในภายภาคหน้า
“เอ...เอาไงดีล่ะ...ไปดักรอหน้าห้องน้ำไงศิริน...ไม่ได้เข้าไปยุ่มย่ามข้างใน แล้วเขาก็ไม่ตกใจด้วย”
“จริงด้วยสินะ ทำไมศิรินโง่จัง เรื่องแค่นี้ก็คิดไม่ออก ขอบใจนะแจน...ไปล่ะ” หญิงสาวแทบจะกระโดดโห่ร้อง เธอมีวิธีคืนของเจ้าหล่อนได้แบบไม่ต้องกระโตกกระตากและไม่มีใครรู้...
หลังจากเก็บงานของตัวเองเรียบร้อย ศินาราไปเดินเตร็ดเตร่บริเวณหน้าห้องน้ำหญิง ลูกค้าที่เป็นผู้หญิงแต่ละคนที่เดินผ่านหน้า ไม่มีผู้หญิงคนนั้นเลยสักคน แต่เธอก็ไม่ท้อ เฝ้ารออย่างอดทน “ไม่ปวดฉี่บ้างหรือไง? นานแล้วน่ะเนี๊ย!!” หญิงสาวบ่นอุบ เธอเดินไป เดินมา ระบายความหงุดหงิดด้วยการเตะก้อนกรวดสีขาวๆ ที่โรยไว้ตรงกอดอกไม้เล่นๆ
แต่...ความหวังของศินาราดูเหมือนจะเป็นหมัน...แคทเทอรีนไม่ขยับลุกจากโต๊ะไปไหนเลย หล่อนนั่งรับประทานอาหารกับฟาเบียนอย่างอารมณ์ดี จะมีหงุดหงิดบ้างตอนที่ชายหนุ่มถามหา แหวนวงนั้น ของกำนัลที่เขามอบให้เธอ แทนความรู้สึกภายในใจ แต่... เธอกลับโยนมันทิ้งไปเพราะอารมณ์หึงหวงล้วนๆ ก็จะไม่ให้เดือดจัดได้ยังไง....เธอเห็นชายหนุ่มควงคู่ไปกับผู้หญิงอื่นตำตา แล้วจะไม่ให้เธอคิดอะไรได้อย่างไรล่ะ อารมณ์ชั่ววูบครั้งนั้น...ทำให้เธอถอดแหวนวงนั้นทิ้ง!! โยนออกไปนอกรถยนต์คันหรู แล้วก็จำไม่ได้เสียด้วยสิว่าตัวเองไปโยนทิ้งไว้ที่ไหน? เธอแก้ตัวไปพรางๆ เพราะคิดว่าคนบ้างานและงานเยอะอย่างฟาเบียน อีกไม่นานเขาก็จะลืม...แต่แคทเทอรีนคิดผิด ชายหนุ่มจำได้แม่น และคอยย้ำถามถึงเรื่อยๆ จนเธอเริ่มปวดหัว เมื่อตัวเองยังหาทางออกให้ตัวเองไม่เจอ และวันนี้เขาก็ถามถึง…อีกครั้ง!!
“แคท...ผมไม่เห็นคุณใส่แหวนที่ผมให้เลย มันไม่สวยเหรอ?”
“ปะ...เปล่า แคทกลัวหายน่ะค่ะ ฟาเบียนเลยถอดเก็บไว้ที่บ้าน” แคทเทอรีนแก้ตัวอย่างขอไปที เธอแอบเบ้ปาก เริ่มฉุนเฉียวขึ้นมาเหมือนกัน เขาเป็นต้นเหตุทำให้เธอขาดสติแท้ๆ แล้วหากเขาตำหนิ... เธอคงไม่คิดจะนิ่งฟังเฉยๆ
“อืม...แล้วไปสิ ผมนึกว่าคุณไม่ชอบเสียอีก” ฟาเบียนหรี่ตาลง เขาเสยกแก้วไวน์ขึ้นจิบ เริ่มสงสัยตะหงิดๆ เพราะแคทเทอรีนกระสับกระส่ายพิกล
“จะไม่ชอบได้ยังไงคะ มันสวยจนแคทหลงรัก ของ Cartierไม่เคยเป็นรองใคร? แถมมีเอกลักษณ์ ไม่มีใครสามารถลอกเลียนแบบได้ด้วยนะคะ”
“ผมไม่รู้หรอกแคท ผมรู้แค่ว่า... ของชิ้นนั่นมันหมายถึงความรู้สึกทั้งหมดของผม...ที่มีต่อคุณ และอยากให้คุณเก็บไว้ดีๆ”
ฟาเบียนเริ่มรู้สึกสะกิดใจ บางอย่างในตัวแคทเทอรีนมันบ่งชัด ผู้หญิงเย่อหยิ่งกลับกระอึกกระอัก เธอไม่ตอบในทันทีและเขารู้สึกสงสัย!!
“ผมขอตัวนะ” โทรศัพท์ส่วนตัวสั่นเตือน และเขามีธุระบางอย่างที่ต้องจัดการ โดยที่ยังไม่อยากให้แคทเทอรีนรู้ มันเป็นเซอร์ไพรส์ เขาคิดจะมอบให้เธอในวันคริสมาสต์อีฟที่กำลังจะมาถึง...
แคทเทอรีนเริ่มกระวนกระวาย เธอจะหาทางออกเรื่องนี้ยังไงดี...เธอยังไม่อยากผิดใจกับฟาเบียน เมื่อเขาคือคนที่เหมาะสมกับตัวเองที่สุดในนาทีนี้ ไม่มีใครในปารีสเพอร์เฟคได้เท่ากับฟาเบียนอีกแล้ว...ถึงเขาจะเจ้าชู้ตามประสาผู้ชายโสด แต่เขาก็ให้เกียรติและยกย่องตัวเองเหนือใคร...
‘เอาไงดีล่ะ’
มือเรียวบางกำแน่น เธอคิดหาทางรอดให้ตัวเอง และยังมองไม่เห็นทาง
“อืม...ดีๆ ผมต้องการทั้งเซตและครั้งนี้ผมจะขอเธอแต่งงานจริงๆ จังๆ เสียที” เสียงผู้ชายพูดดังแว่วๆ ศินาราชะเง้อคอมอง แล้วเธอก็ย่นคอกลับมาที่เดิม เธอมองเห็นผู้ชายคนหนึ่ง ที่แผ่นหลังตึงเปรี๊ยะ อยู่ในสูทพอดีตัวและสง่างามเหมือนเจ้าชาย ชายหนุ่มที่ดูดีตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า....เขากำลังคุยโทรศัพท์อยู่ไม่ไกลจากที่เธอซุ่ม เขาเดินไปเดินมา พรางพูดกับอีกฝ่ายเสียงดังๆ และเธอก็ดันอยู่ใกล้ๆ จนได้ยินถ้อยคำของเขาสะอย่างชัดเจน
ดูเหมือนว่าชายหนุ่มผู้นั้นกำลังวางแผนขอผู้หญิงคนหนึ่งแต่งงาน...มันเป็นเรื่องน่ายินดี เธอจึงอดไม่ได้ที่จะยิ้ม
หญิงสาวถอนลมหายใจแรงๆ ปีนี้ตัวเองอายุ 25 ปี ยังหาคนรู้ใจหรือคนข้างกายไม่ได้เลย มันอาจจะเป็นเพราะเธอไม่มีเวลา และไม่เคยใส่ใจตัวเอง ในเมื่อก็ไม่ได้ขี้ริ้วจนคนเห็นต้องรีบหนี เมื่อไร? นะ ความเหงาเป็นที่เพื่อนกับศินารามาจนครบอายุยี่สิบห้าปี กำลังจะจากไปสักที ในอนาคตข้างหน้าสักวันเธอจะมีคนๆ นั้นเคียงข้าง...มันเป็นแค่ฝันที่ลางเลือน มองไม่เห็นเค้าลาง... สาเหตุเพียงเพราะเธอไม่มีเวลาใส่ใจสายตาของคนอื่น เมื่อแพลนการดำเนินชีวิต มีแต่การบากบั่นเรียนหนังสือ...กับทำงานหาเลี้ยงปากท้องตัวเอง ความตั้งใจของหญิงสาวคือการนำความรู้ที่เล่าเรียนมาทั้งหมดกลับไปพัฒนาประเทศของตัวเอง... และการหาสตางค์เพื่อดำเนินชีวิตให้รอดในต่างแดนมันเหนื่อยสาหัสจนหมดความคิดเรื่องรักๆ ใคร่ๆ มีแต่เสียงชมเชย...สร้างความภาคภูมิใจให้พ่อแม่... แต่ไม่มีใครรู้หรอก? เธอเหนื่อยหนักหนาสาหัสขนาดไหน? กว่าจะก้าวมายืนตรงจุดนี้ได้... และมันเหลือเวลาอีกไม่นาน เธอก็จะคว้าความฝันของตัวเองมาครองได้สำเร็จ เพราะเหลืออีกไม่แค่กี่หน่วยกิจ ปริญญาใบที่สอง เธอก็กำลังได้ครอบครอง
“พ่อจ๋า แม่จ๋า ศิรินกำลังจะได้กลับบ้านแล้วนะจ้ะ” เธอหลับตารำพึงถึงบุพการี อนาคตอีกไม่ไกลเกินฝัน!! ก็จะได้เหินฟ้ากลับไปซุกอกพ่อกับแม่ และเริ่มต้นชีวิตใหม่ในการตอบแทนคุณแผ่นดิน ให้สมกับที่ทุกคนฝากความหวังไว้ ด้วยการมอบทุนการศึกษาให้กับคนจนที่อยากเล่าเรียนได้ไล่ตามความฝันของเขา
“ไม่ต้องเยอะ ผมไม่ชอบเพชรที่มันเยอะเกิน ขอเด่นๆ แค่เม็ดสองเม็ดพอ แต่ขอขนาดอลัง!! หน่อยก็แล้วกัน ผมจะเอาไปหมั้นผู้หญิง” ฟาเบียนพูดเสียงร่าเริง เขามโนภาพแหวนเพชรเม็ดงามที่กำลังจะไปประดับบนเรียวนิ้วเรียวของแคทเทอรีน เป็นตัวแทนความรัก!!
ใช่เหรอ? เขารักเธอเหรอ...ความรู้สึกเช่นนั้นเขารู้สึกแบบนั้นกับแคทเทอรีนจริงนะเหรอ ฟาเบียนสับสน เขาไม่ค่อยแน่ใจว่าตัวเองรู้สึกผูกพันกับแคทเทอรีนจริง!! เพียงแต่ในนาทีนี้ไม่มีใครเหมาะกับเขาเท่าเธอ เมื่อแคทเทอรีนคือทายาทของฟลอเรีย...มันต้องเป็นเงินต่อเงิน...ธุรกิจในมือจะได้พัฒนาเพิ่มขึ้น
ศินาราแอบเบ้ปาก คนรวยนี่ทำอะไรก็เวอร์วัง!! สั่งทำแหวนเพชรเพื่อเอาไปหมั้นผู้หญิง ขนาดคงพอๆ กับไข่ไก่เชียวแหละ เมื่อเขาคือ ฟาเบียน โดโรธีย์...
เธอล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อคลุม หยิบแหวนที่เก็บได้ขึ้นมาจ้องมอง นี่ก็ไม่ใช่น้อยแล้วนา...มันสวยเสียจนเธอตาพร่า และแอบอิจฉาคนที่เป็นเจ้าของ ตัวเรือนคงทำจากทองคำขาว เมื่อมันสุกปลั่งไม่แพ้ประกายแสงเพชร ตรงกลางมีเพชรเม็ดเป้งๆ ล้อมกรอบด้วยเม็ดเล็กๆ เรียงเป็นพรืด!! นี่ก็สวยสุดๆ แล้วที่หมอนั่นสั่งทำใหม่จะสวยเลิศเลอค่าขนาดไหน เธอไม่เคยหยิบแหวนวงนี้ออกมาดูชัดๆ สักทีเพราะกลัวตัวเองเกิดความโลภ จนไม่อยากส่งคืนเจ้าของ วันนี้พึ่งจะหยิบออกมาดูเป็นครั้งแรก เธอพึ่งเห็นว่ามันมีอักษรสลักไว้ที่ตัวเรือน
F&C มันคงหมายถึง ฟาเบียนกับแคทเทอรีนนะสิ น่าอิจฉาจังเลย... ถึงเธอจะไม่ค่อยชอบฟาเบียน เพราะลุคของเขาดูโฉด เถื่อน แววตาถือดีและแสนจะเอาแต่ใจ ก็เขาเคยแต่บงการคนอื่น ไม่เคยก้มศีรษะให้ใคร มันจึงไม่แปลกที่เขาจะดูร้ายกาจ แต่เมื่อทั้งสองคนยืนคู่กัน มันคือภาพในหน้าหนังสือนิทาน ระหว่างเจ้าหญิงผู้เลอโฉม กับอัศวินผู้เหี้ยมหาญ ผิดกับเธอเป็นอย่างมาก อย่างตัวเธอเองก็เป็นได้แค่ชาวนาจนๆ ที่ต้องเช่าที่ทางของอัศวินเพื่อหาเลี้ยงปากท้องตัวเอง เป็นคนเลี้ยงห่านตัวดำๆ ที่อยู่กับปรักโคลน...ผิดกันราวกับฟ้ากับเหว...