‘ตุรกี’ (Turkey) หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า ‘สาธารณรัฐตุรกี’ (Republic of Turkey) ได้รับขนานนามว่าเป็น ‘มหานครสองทวีป’ เนื่องมาจากเป็นประเทศที่มีดินแดนอยู่ในทั้งทวีปยุโรปและทวีปเอเชีย วัฒนธรรมภายในประเทศจึงผสมผสานกันระหว่างชาติตะวันออกและตะวันตก ตุรกีจัดได้ว่าเป็นประเทศที่มีอารยธรรมเก่าแก่แห่งหนึ่งของโลก รวมทั้งเป็นประเทศที่มีธรรมชาติอันงดงามไม่แพ้ประเทศอื่นใดในโลกเช่นกัน
ตุรกีมีเมืองหลวงชื่อ ‘อังการา’ (Ankara) แต่เมืองที่เป็นเสมือนหัวใจของตุรกีกลับตกเป็นของ ‘อิสตันบลู’ (Istanbul) ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะว่าอิสตันบลูเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในตุรกี แถมยังมีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่เก่าแก่และประวัติศาสตร์อันยาวนานให้น่าจดจำ แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือเมืองอิสตันบลูเป็นเมืองที่เหล่าบรรดามหาเศรษฐีพันล้านหมื่นล้านต่างพร้อมใจใช้เป็นที่พำนักพักพิงติดหนึ่งในห้าของโลกอีกต่าง และอันดับหนึ่งในบรรดามหาเศรษฐีเหล่านั้นก็คงหนีไม่พ้นตระกูล ‘การ์รัสโซ่’ ตระกูลอันยิ่งใหญ่แห่งอิสตันบลูอย่างแน่นอน
ตระกูลการ์รัสโซ่เป็นตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศตุรกี และก็ร่ำรวยติดอันดับโลกในระดับท๊อปไฟว์ในทุกๆ ปีที่นิตยาสารฟอร์บจัดอันดับ ซูมิเอล การ์รัสโซ่คือต้นตระกูลของการ์รัสโซ่ ในอดีตตระกูลนี้เป็นแค่ตระกูลเล็กๆ ที่ทำธุรกิจเรือสำราญขนาดเล็กเท่านั้น แต่ต่อมาเมื่อซูมิเอลเสียชีวิตลงลูกชายทั้งห้าคนของเขาก็เข้ามารับช่วงกิจการแทนผู้เป็นพ่อ และนั่นก็คือการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของการ์รัสโซ่ เมื่อธุรกิจเดินเรือสำราญที่กำลังซบเซาอยู่นั้นกลับเจริญก้าวหน้าขึ้นแบบก้าวกระโดด และนั่นก็ทำให้หนุ่มทั้งห้ากลายเป็นนักธุรกิจหนุ่มที่คนทั้งโลกต่างจับตามอง ไม่ว่าจะไปในเรื่องของธุรกิจที่มีประสบความสำเร็จอย่างมหาศาล หรือแม้แต่ชีวิตส่วนตัวของพวกเราก็ตาม
ราฟาล การ์รัสโซ่ หรือที่พี่น้องเรียกกันว่า ‘ราฟ’ เขาคือพี่ชายคนโตของตระกูลการ์รัสโซ่ พี่ชายผู้โหดเหี้ยมอำมหิตในสนามธุรกิจ ราฟไม่เลยปรานีคู่ต่อสู้ เขารู้ทันพวกนั้นดีไม่ว่าจะมาไม้ไหนก็ตาม ความฉลาดที่มีติดตัวมาตั้งแต่เกิดทำให้เขาสามารถนำพาธุรกิจของครอบครัวให้ประสบความสำเร็จได้ตั้งแต่วัยเพียงแค่สามสิบห้าปีเท่านั้น และที่สำคัญเขายังเป็นที่เคารพรักของน้องชายทุกคน
ลิโอเนล การ์รัสโซ่ หรือคนที่สนิทเรียกกว่า ‘ลีโอ’ สิงโตหนุ่มวัยสามสิบสี่ปี ประดุจในสายเลือดของการ์รัสโซ่ถูกเติมเต็มความอำมหิตเอาไว้ เพราะเขาดุร้ายไม่ผิดเพี้ยนไปจากชื่อของตัวเองเลยสักนิด ชายหนุ่มเป็นคนเย็นชา เข้าถึงยากมาก ในสมองของลีโอมีแต่งานเท่านั้น
คามิเอล การ์รัสโซ่ หรือที่ใครๆ เรียกว่า ‘คาล’ หากจะพูดว่าราฟกับลีโอดุร้าย และน่ากลัวแล้ว แต่ก็ยังแพ้หนุ่มหล่อวัยสามสิบสามปีที่รวบรวมความเลือดเย็นเอาไว้ในตัวมากมายอย่างคาล เพราะชายหนุ่มเป็นคนหยันโลกมาตั้งแต่เกิด มองโลกในแง่ร้ายมาตลอด เขาจะระวังตัวตลอดเวลา เนื่องจากศัตรูของการ์รัสโซ่มีมากมายนักในอิสตันบลู
เดนิเรล การ์รัสโซ่ หรือที่พี่น้องเรียกว่า ‘แดน’ แฝดคนพี่ผู้ใจร้อนประดุไฟกัลป์ หนุ่มหล่อวัยสามสิบสองปีเหี้ยมโหดไม่แพ้บรรดาพี่ชายของตัวเองเลยแม้แต่นิดเดียว แดนเป็นผู้ชายที่ฉลาดจนหาตัวจับได้ยาก ในสมองของเขาไม่เคยมีเนื้อที่สำหรับเรื่องอื่นเลยนอกจากงานตรงหน้า ผู้หญิงน่ะเหรอ...? ไม่มีทางมาแย่งพื้นที่ในสมองของเขาได้หรอก
เอโดเกล การ์รัสโซ่ หรือ ‘เอดี้’ แฝดคนน้องผู้แสนเอาแต่ใจ ด้วยความเป็นน้องชายคนสุดท้องของบ้านทำให้เอดี้ค่อนข้างจะรวบรวมนิสัยร้ายๆ ของบรรดาพี่ชายเอาไว้เกือบทั้งหมด ป่าเถื่อน เหี้ยมโหด ดุร้าย เหย่อหยิ่ง แต่ฉลาดเป็นกรดนี่แหละคืออุปนิสัยเด่นๆ ของบรรดาหนุ่มๆ การ์รัสโซ่เขาล่ะ
และสิ่งสุดท้ายที่หนุ่มๆ พวกนี้คิดเหมือนกันแบบสุดโต่งนั่นก็คือ... ผู้หญิงไม่ใช่สิ่งสำคัญในชีวิต พวกหล่อนเป็นแค่ถุงเท้าใส่แค่ครั้งเดียวก็ต้องโยนทิ้งให้ไกล และด้วยอำนาจเงินแล้วก็ความหล่อลากไส้ของพวกเขาก็ยังทำให้บรรดาผู้หญิงมากมายยังคงหน้ามืดตามัววิ่งเข้าใส่พวกเขากันอย่างเอาเป็นเอาตาย ทั้งๆ ที่รู้อยู่เต็มอกว่าพวกหนุ่มๆ การ์รัสโซ่นั้นให้พวกหล่อนเป็นได้แค่เพียง ‘คู่นอนคืนเดียว’ เท่านั้นก็ตาม
ใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่หลายสิบต้นเบื้องหน้าคือคฤหาสน์สุดหรูสไตน์เฟรนซ์ ฟอร์มัล (French Formal) ของตระกูลการ์รัสโซ่ ด้วยพื้นที่โดยรอบตัวคฤหาสน์เกือบหนึ่งร้อยห้าสิบเอเคอร์ ทำให้คฤหาสน์หลังงามแห่งนี้กลายเป็นบ้านของผู้มีอันจะกินที่ใหญ่ที่สุดในตุรกีเลยทีเดียว สถานที่ที่เสมือนเป็นสวรรค์บนดินแห่งนี้ตั้งอยู่บนทัศนียภาพอันแสนงดงาม คือด้านหลังเป็นภูเขาที่ดาษดื่นไปด้วยเหล่าแมกไม้ ขณะที่ด้านหน้าเป็นชายหาดขาวสะอาดที่กั้นกลางระหว่างพื้นดินและผืนน้ำทะเลสีฟ้าครามเอาไว้ ดังนั้นจึงไม่ผิดอะไรที่ทุกคนที่ได้เห็นคฤหาสน์การ์รัสโซ่จะขนานนามให้มันว่า ‘การ์รัสโซ่ พาราไดส์’
การ์รัสโซ่ พาราไดส์ ถูกสร้างขึ้นด้วยวัสดุคุณภาพดีเยี่ยมจากทั่วทุกมุมโลก ตัวอาคารขนาดสามชั้นล้วนถูกสร้างขึ้นด้วยฝีมือของสถาปนิกชื่อดังก้องโลก ด้านนอกถูกปูด้วยหินปูนสีขาวที่นำเข้ามาจากฝรั่งเศสขณะที่ด้านในเคลือบด้วยทองคำ 24 กะรัต อาณาเขตรอบๆ คฤหาสน์หลังงามหลังนี้ยังถูกล้อมรอบไปด้วยสวนสวยๆ ที่มีกลิ่นไอของยุโรปขนานแท้ มีสระว่ายน้ำแบบอินฟินิตี้ (Infinity Edge) ที่ลึกกว่า 4 เมตรและมีความยาวเกือบ 150 เมตร นอกจากนั้นการ์รัสโซ่ พาราไดส์ยังประกอบไปด้วยโรงจอดรถขนาดใหญ่ ลานจอดเครื่องบินเจท ห้องจัดเลี้ยง โรงหนังส่วนตัว สนามเทนนิสส่วนตัว สระว่ายน้ำในร่ม และสนามสควอชกีฬาสุดโปรดของเหล่าหนุ่มๆ การ์รัสโซ่ทั้งห้าคน
และนอกจากความอลังการภายนอกตัวบ้านแล้ว ภายในคฤหาสน์ยังสะดุดตาด้วยการตกแต่งที่หรู เริ่ด อลังการ และเต็มไปด้วยรายละเอียดในทุกมุมมอง ที่สำคัญเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ตกแต่งทุกชิ้นล้วนแต่เป็นของมีราคาแพงระยับแถมยังทำมาจากวัสดุชั้นเยี่ยมที่หายากทั้งสิ้น โดยเฉพาะในห้องรับแขกแสนโอ่อ่าที่ตอนนี้มีร่างสูงใหญ่ราว 6 ฟุต 3 นิ้วยืนโทรศัพท์เป็นภาษาอังกฤษเร็วปรื๋อนั้นถูกตกแต่งอย่างประณีตงดงามด้วยนักออกแบบภายในมือหนึ่งของโลก
ราฟาล การ์รัสโซ่ พี่ใหญ่ของตระกูลการ์รัสโซ่ หย่อนโทรศัพท์ราคาแพงระยับของตัวเองลงกระเป๋ากางเกง ก่อนจะทรุดกายกำยำลงนั่งบนโซฟาหนังแท้ที่ราคาแพงกว่ารถญี่ปุ่นสองคันรวมกันเสียอีกแรงๆ ใบหน้าหล่อเหลาปานเทพบุตรเคร่งเครียดถมึงทึง ทำเอารดารักษ์สาวใช้วัยยี่สิบปีที่กำลังจะนำกาแฟมาเสิร์ฟถึงกับชะงักเท้าอยู่ปากประตูด้วยความขลาดกลัวขึ้นมาในทันที
“เข้ามาสิ ยืนเซ่ออยู่ทำไม?”
เสียงกระด้างไม่เป็นมิตรเลยของราฟาลผู้ชายเกินเอื้อมที่หล่อนบังอาจไปหลงรักดังขึ้นทั้งๆ ที่เขาไม่ได้หันมามองด้วยซ้ำ เท้าที่ตายอยู่ยิ่งตายสนิทมากขึ้นไปอีก มือบางที่ถือถ้วยกาแฟอยู่สั่นระริกจนเจ้าน้ำกาแฟสีคล้ำในถ้วยแทบจะกระฉอกออกมา
“เอ่อ...”
“ทำไม? มันมีอะไรนักหนาฮึ รดา... ทำไมจะต้องทำท่าหวาดกลัวนักเวลาอยู่กับฉัน...”
คราวนี้คนตัวโตตวัดตามาจ้องมองเขม็ง และมันก็มีผลทำให้หญิงสาวหายใจไม่ออกขึ้นมากะทันหัน เพียงแค่สบตากับผู้ชายตาหวานฉ่ำตรงหน้าเท่านั้นเอง ราฟาลหล่อมาก หล่อคมเข้มได้อย่างเหลือเชื่อ ผิวกายของชายหนุ่มขาวสะอาด ดวงตาคมกริบหวานฉ่ำชนิดที่สาวๆ หลายคนยอมดิ้นตายเพื่อให้ได้ดวงตาแบบนี้มาครอบครอง จมูกโด่งเป็นสันแบบผู้ดี ขณะที่ริมฝีปากสีแดงสดได้รูปนั้นช่างน่าหลงใหลยิ่งนัก
หล่อนจะมีอาการหัวใจเต้นแรงเร็ว รู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วทั้งกายเสมอหากได้อยู่ใกล้กับเทพบุตรมารคนนี้ ทั้งๆ ที่น้องชายของเขาทั้งสี่คนก็หล่อลากไส้ไม่แพ้กัน แต่แปลกนักที่หล่อนกลับมีความรู้สึกตื่นเร้ากับเขาเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น ยิ่งยามที่ราฟาลพาผู้หญิงมาค้างคืนที่บ้านด้วยแล้ว เจ้าความรู้สึกหึงหวงน่าละอายมันก็แล่นเข้ามาครอบงำเสียทุกทีไป แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าผู้หญิงพวกนั้นก็มีสิทธิ์มาที่นี่แค่ครั้งเดียว คืนเดียวเท่านั้นก็ตาม
หล่อนหลงรักราฟาล... นี่แหละคือคำตอบของทุกสิ่ง...
“รดาเปล่า...”
ราฟาลผุดลุกขึ้นยืน ดวงตาหวานฉ่ำที่อยู่ใต้ปื้นคิ้วดกดำตวัดจ้องมองใบหน้าขาวสะอาดของแม่สาวใช้คนไทยเขม็ง แม่ผู้หญิงที่เขาไม่อยากเห็นหน้าเอาเสียเลย
“หุบปาก รีบเอากาแฟมาวาง แล้วก็รีบไปให้พ้นหน้าฉันซะ...”
“ค่ะ คุณราฟ...”
หญิงสาวรับคำเสียงสั่นเทา ความน้อยใจทำให้น้ำตาซึมที่ขอบตา ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมราฟาลถึงต้องแสดงท่าทางรังเกียจหล่อนแบบนี้ด้วย ทำไมเขาจะต้องตีหน้ายักษ์ใส่หล่อนทุกครั้งยามที่หล่อนเข้าใกล้ รดารักษ์พยายามสะกดกลั้นความเจ็บปวดทุกอย่างเอาไว้ภายในอก มือบางวางถ้วยกาแฟลงกับโต๊ะกระจก ก่อนจะถอยออกไปยืนรอรับคำสั่ง แต่ราฟาลกลับไม่ต้องการซะงั้น เขาเงยหน้าขึ้นมองด้วยสายตาไร้ความรู้สึก ก่อนพ่นวาจาเลือดเย็นออกมา
“ยังจะยืนบรื้ออยู่ทำไมล่ะ ไปสิ!”
สาวน้อยสะดุ้งน้อยๆ ก่อนจะรีบก้มหน้ารับคำสั่งนั้น “ค่ะ คุณราฟ...”
ในที่สุดก็ต้องหมุนตัวและเดินจากไปช้าๆ หัวใจมีเลือดไหลทะลักออกมาอีกแล้ว แต่เท้าบางยังไม่ทันจะก้าวพ้นปากประตูเสียงห้าวสุดกระด้างของราฟาลก็ดังขึ้นซะก่อน มันหยุดการเคลื่อนไหวของหล่อนทั้งหมด ยกเว้นหัวใจที่เต้นแรงระรัว แค่ได้เห็นเขาเรียกชื่อตัวเองเท่านั้น ร่างกายของหล่อนก็ร้อนวูบวาบขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ แถมบางส่วนของร่างกายยังรู้สึกเบ่งบานจนอึดอัดอีกต่างหาก มันเป็นความรู้สึกที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับใครมาก่อนเลย นอกจากราฟาล การ์รัสโซ่คนนี้ ผู้ชายที่หล่อนไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะคิดรัก
รดารักษ์ค่อยๆ หันกลับไปเผชิญหน้ากับเทพบุตรมารอีกครั้ง ด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่กลีบปาก แต่รอยยิ้มนั้นก็ต้องมีอันต้องจางลงทันควันเมื่อสองหูได้ยินคำพูดของผู้ชายหล่อระเบิดตรงหน้าชัดเจน
“ถ้าจำไม่ผิด... ฉันเคยสั่งแล้วใช่ไหมว่าห้ามเธอเข้ามาใกล้ฉัน...”
ใบหน้างามที่ซีดเผือดอยู่แล้วซีดลงอีก กลีบปากอิ่มสั่นระริกขณะช้อนดวงตากลมโตที่มีแพขนตายาวงอนล้อมรอบขึ้นมองคนพูดด้วยสายตาตัดพ้อ
“คือว่า... ป้ามูนาไม่ว่าง รดาก็เลย...”
หญิงสาวยังอธิบายไม่ทันจบประโยคเลย พ่อเทพบุตรตาหวานก็แทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงถือตัวจนคนฟังอย่างหล่อนแทบจะน้ำตาเล็ดออกมา ทำไมนะ...? ทำไมราฟาลถึงต้องรังเกียจหล่อนมากมายถึงเพียงนี้ด้วย ทั้งๆ ที่หล่อนก็ไม่เคยแสดงความในใจใดๆ ออกไปเลย ไม่เคยทำให้เขายุ่งยากใจ ขอแค่เพียงได้ดูแล ได้เห็นหน้าเขาบ้างเท่านั้นเอง มันผิดมากนักหรือไง
“ต่อจากนี้ไป... ต่อให้คนใช้ในบ้านลาป่วยทุกคน...” เขาจ้องหน้าหล่อนนิ่ง สายตาของเขาบอกว่าหล่อนนั้นเป็นยิ่งกว่าศัตรูในสนามธุรกิจของเขาเสียอีก
“เธอก็ไม่ต้องมาวุ่นวายกับฉัน เข้าใจไหม?”
“แต่ว่า...”
“และอย่าขัดคำสั่งเชียวล่ะ เพราะไม่อย่างนั้นเธอจะตกนรกทั้งเป็น...”
คำพูดที่เล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากหยักสวยของราฟาลนั้นเป็นทั้งคำเตือนและคำขู่ แม้จะอยากคัดค้านเพียงใด แต่หล่อนก็รู้ดีว่าคนอย่างคุณชายใหญ่แห่งการ์รัสโซ่คงไม่มีทางยอมรับฟังสิ่งใดจากหล่อนง่ายๆ แน่ ผู้ชายคนนี้เหี้ยมโหด อำมหิต และเลือดเย็นยิ่งนัก
“ไปได้แล้ว...”
“ค่ะ คุณราฟ”
ไม่มีทางเลือกอื่นใด นอกจากก้มหน้าแล้วรีบวิ่งออกไปจากห้องรับแขกอย่างรวดเร็ว หล่อนต้องรีบไปให้พ้นจากสายตาของผู้ชายคนนี้ ต้องรีบไปให้เร็วที่สุด ก่อนที่น้ำตาจะไหลทะลักออกมา และด้วยความฉลาดของราฟาลเขาคงล่วงรู้ความในใจของหล่อนได้อย่างง่ายดาย
ไม่มีทาง! หล่อนจะไม่มีวันยอมให้เขาเกลียดมากกว่าที่เป็นอยู่หรอก เพราะแค่นี้หล่อนก็เจ็บปวดราวกับจะขาดใจตายอยู่แล้ว
“รดา... ร้องไห้ทำไมเนี่ย...”
เสียงของลิโอเนล การ์รัสโซ่ คุณชายที่สองของการ์รัสโซ่ พาราไดน์ที่เดินสวนมาพอดีต้องหยุดชะงักเท้ากึก มือบางรีบยกขึ้นป้ายน้ำตาทิ้งอย่างรวดเร็ว ก่อนจะตอบออกไปด้วยน้ำเสียงที่พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะไม่ให้สั่นสะท้าน แต่มันหาได้ผลไม่
“ไม่... ไม่ได้ร้องหรอกค่ะ ฝุ่นเข้าตา...”
ลิโอเนลส่ายหน้าน้อยๆ ก่อนจะพูดออกมาด้วยความสงสาร เขาพอจะมองออกว่ารดารักษ์รู้สึกยังไงกับราฟาล ก็มีแต่ตาทึ่มนั่นกลับทำเป็นไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย ทั้งๆ ที่เขามั่นใจว่าราฟาลก็ต้องรู้บ้างแหละว่าแม่สาวใช้สุดสวยตรงหน้าคิดยังไงกับตัวเอง
“พี่ราฟดุมาอีกแล้วใช่ไหม”
“ไม่ใช่ค่ะ ไม่ใช่...” รีบส่ายหน้าปฏิเสธทันที ลิโอเนลระบายยิ้มอย่างรู้ทัน
“ไม่ต้องปิดฉันหรอกรดา... เอาเป็นว่าฉันสัญญาว่าจะไม่แพร่งพรายความรู้สึกของเธอให้ใครฟัง โดยเฉพาะพี่ราฟโอเคหรือเปล่า...”
ใบหน้างามที่ตอนนี้เงยหน้าจ้องมองพ่อผู้ชายที่สูงกว่าตัวเองมากมายด้วยความตกใจ ก่อนจะถามออกไปด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก
“คุณลีโอรู้...”
หนุ่มหล่อขั้นเทพพยักหน้าน้อยๆ “เธออ่านง่ายจะตายรดา คิดอะไรสายตาของเธอบอกหมดนั่นแหละ รู้ไหมว่าคำว่า ‘รัก’ ที่เธอมีต่อพี่ราฟาลน่ะมันติดหราอยู่บนหน้าผากเธอตลอดเวลานั่นแหละ”
สาวน้อยอ้าปากค้างรีบยกมือขึ้นปิดหน้าผากของตัวเอง ลิโอเนลหัวเราะขบขัน “ปิดยังไงก็ไม่มิดหรอก เอาล่ะ เลิกร้องไห้ซะ แล้วก็ตัดสินใจซะด้วย เพราะพี่ราฟไม่นิยมชีวิตคู่ เขาไม่ศรัทธาในความรัก พอๆ กับพวกฉันนั่นแหละ... เธอจะต้องเสียใจ หากยังปักใจอยู่แบบนี้...”
มันเป็นความจริง สิ่งที่ลิโอเนลเตือนมันคือเรื่องจริง พวกหนุ่มๆ การ์รัสโซ่ล้วนแต่มีอคติต่อผู้หญิงทุกคน พวกเขาไม่เชื่อว่าความรักมีอยู่จริงในโลกใบนี้ พวกเขาคิดเสมอว่าผู้หญิงเป็นแค่พวกมนุษย์ที่กระหายเงิน แค่พวกเขาโยนเศษเงินลงไปที่พื้นพวกหล่อนๆ ก็จะคลานมาหมอบซบอยู่ที่ฝ่าเท้าแล้ว
แต่หล่อนตัดใจไม่ได้... หล่อนรักราฟาล รักมาก รักแม้จะไม่มีวันได้ครอบครองก็ตาม...
“รดาทราบดีค่ะ...”
“รู้ก็ดีแล้วล่ะ ตัดใจซะ แล้วชีวิตของเธอจะมีความสุขมากกว่านี้”
ลิโอเนลยิ้มบางๆ พร้อมทั้งเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล รดารักษ์เป็นสาวใช้วัยรุ่นเพียงคนเดียวในการ์รัสโซ่ พาราไดส์ ปกติที่นี่จะไม่รับคนใช้ที่เป็นผู้หญิงมากนักเพราะพวกหล่อนๆ มัวแต่จะมาจ้องมองพวกเขาจนน่ารำคาญ ดังนั้นในการ์รัสโซ่ พาราไดส์ คนใช้แปดสิบเปอร์เซ็นต์จึงเป็นผู้ชาย ส่วนอีกยี่สิบเปอร์เซ็นต์ที่เหลือคือผู้หญิงวัยเลยสี่สิบปีไปแล้วทั้งนั้น ยกเว้นรดารักษ์เพียงคนเดียว และที่แม่สาวน้อยคนงามได้รับสิทธิ์นี้ก็เพราะว่าหล่อนคือหลานสาวของป้ามูนาแม่บ้านเก่าแก่ของที่นี่นั่นเอง
“รดาจะพยายามค่ะ...” ตอบออกไปเสียงเศร้านัก จนคนฟังอดเวทนาไม่ได้
“แค่พยายามไม่พอหรอกรดา เธอต้องทำให้ได้ ไม่อย่างนั้นเจ็บจนตายนั่นแหละ” แม้จะรู้ว่าผู้ชายที่หล่อระเบิดไม่แพ้ราฟาลตรงหน้านั้นพูดด้วยความหวังดี แต่หัวใจไม่รักดีของหล่อนมันกลับไม่ยอมเชื่อฟัง เพราะจังหวะการเต้นของมันยังคงเป็นชื่อของราฟาลไม่เปลี่ยนแปลง
“พี่ราฟไม่มีทางรักเธอ... พอๆ กับที่เขาไม่มีทางรักผู้หญิงคนไหนในโลกนี้นั่นแหละ”
ลิโอเนลถอนใจออกมาหนักหน่วง ก่อนจะยกมือขึ้นกุมหัวไหล่บอบบางของหญิงสาวตรงหน้าเอาไว้อย่างให้กำลังใจ ขณะที่รดารักษ์กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่
“หากอยู่ที่นี่รดาคง... ตัดใจไม่ได้”
“อย่าบอกนะว่าเธอจะลาออก...”
หญิงสาวพยักดวงหน้าที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาช้าๆ “ค่ะ หากจะให้รดาทำตามคำแนะนำของคุณลีโอ รดาก็คงต้องไป ต้องไปจากที่นี่...”
“ฉันเคารพการตัดสินใจของเธอ... จำเอาไว้นะฉันหวังดีกับเธอ...”
ชายหนุ่มลูบศีรษะทุยสวยของหญิงสาวตรงหน้าด้วยความเอ็นดู ก่อนจะยัดเหยียดผ้าเช็ดหน้าของตัวเองให้กับเจ้าหล่อน
“รดารับไม่ได้หรอกค่ะ...”
“เอาไปใช้เถอะน่า จะใช้สั่งขี้มูกฉันก็ไม่ว่าหรอก เพราะไม่ต้องเอามาคืน...”
ความใจดีของลิโอเนลยิ่งทำให้รดารักษ์สะอื้นไห้หนักมากขึ้นไปอีก หากราฟาลใจดีกับหล่อนได้สักครึ่งหนึ่งของลิโอเนลหล่อนก็คงจะไม่รู้สึกย่ำแย่แบบนี้
“ขอบคุณมากค่ะ... ขอบคุณจริงๆ” หญิงสาวยกผ้าเช็ดหน้าสีเข้มในมือนั้นขึ้นซับน้ำตาตัวเอง แต่กระนั้นก็ยังร้องไห้ไม่หยุด
“ไม่ต้องขอบคุณหรอกน่า ฉันอยากมีน้องสาวหน้าตาน่ารักแบบเธอ... เอาล่ะเลิกร้องได้แล้ว...”
ในที่สุดลิโอเนลก็ดึงร่างอรชรที่สะอื้นไห้จนตัวโยนเข้ามาสวมกอดเอาไว้ ลูบหัวลูบไหล่ปลอบประโลมด้วยความเวทนาสงสาร แต่คนที่พึ่งก้าวออกมาจากห้องรับแขกกลับไม่ได้คิดแบบเดียวกันแม้แต่นิดเดียว ดวงตาสีเดือนดับมืดดำล้ำลึกจนน่ากลัว
“หากจะพลอดรักกัน... ก็ควรให้ลับตาเสียหน่อย” เสียงกระด้างของราฟาลทำให้สองร่างแยกออกจากกันอย่างรวดเร็ว ลิโอเนลหมุนตัวหันกลับไปยักไหล่กว้างของตัวเองให้กับพี่ชายที่ยืนหน้าไร้ความรู้สึกอยู่เบื้องหลัง ก่อนจะปล่อยคำพูดติดตลกออกมา
“หึงหรือครับ...”
“นายก็รู้ดีว่าพี่ไม่มีทางรู้สึกแบบนั้น...”
น้ำเสียงของเขาว่าเย็นชาแล้ว แต่สายตาที่เขามองจ้องมาที่หล่อนนั้นช่างเย็นชามากกว่าอีก รดารักษ์หน้าร้อนผ่าวกับคำกล่าวหาที่ราฟาลซัดเข้าใส่ทางสายตา หล่อนกำผ้าเช็ดหน้าแน่น ก่อนจะรีบเดินหนีออกไปอย่างรวดเร็ว ลิโอเนลกำลังจะร้องเรียก แต่ก็ถูกราฟาลหยุดเอาไว้ซะก่อน
“พี่รู้ว่านายอยากจะคุย... หรือบางทีอาจจะอยากทำอะไรต่อ แต่พี่มีเรื่องสำคัญจะคุยกับนาย...”
ผู้เป็นน้องชายระบายยิ้มบางๆ หรี่ตามองพี่ชายอย่างจับพิรุธ “พี่ราฟแน่ใจนะว่าไม่ได้รู้สึกอะไรที่เห็นผมกอดกับรดา...”
ผู้เป็นพี่ชายไหวไหล่กว้างอย่างไม่แยแส “พี่ยินดีด้วย หากนายจะได้นางบำเรอเพิ่มอีกคน...” พูดจบราฟาลก็ก้าวยาวๆ กลับเข้าไปในห้องรับแขก ลิโอเนลรีบเดินตามเข้าไป
“ถ้ารดายอมก็ดีสิครับ”
“แล้วทำไมหล่อนจะต้องขัดขืนด้วยล่ะ ในเมื่อนายทั้งหล่อทั้งรวย...” ราฟาลแสดงท่าทางทางไม่แยแสแม้แต่นิดเดียวเมื่อพูดถึงรดารักษ์
‘แต่ผมไม่ใช่พี่...’ ลิโอเนลอยากจะเถียงออกไปแบบนี้นัก แต่ก็ยั้งปากเอาไว้ได้ทัน
“เอาล่ะครับพี่ราฟ...”
หนุ่มผู้น้องกระแทกกายใหญ่โตลงบนโซฟานุ่ม เงยหน้าขึ้นมองพี่ชายสุดหล่อที่ยืนอยู่กลางห้อง ก่อนจะถามออกไปด้วยน้ำเสียงอ่อนอกอ่อนใจ
“แล้วที่พี่ราฟบอกว่ามีเรื่องสำคัญจะคุยกับผมน่ะ เรื่องอะไรหรือครับ”
“พี่จะไม่อยู่อิสตันบลูสองอาทิตย์...”
คิ้วเข้มที่ยาวขนานกับดวงตาคมกริบแต่หวานฉ่ำประดุจอิสสตรีของลิโอเนลเลิกขึ้นสูง ความกังขาอัดแน่นอยู่เต็มกระแสเสียง
“ทำไมไปนานจังล่ะครับ...”
“พี่มีนัดคุยกับซับพลายเออร์ที่ผลิตชิ้นส่วนเรือยอร์ช...”
จริงสินะ ตอนนี้การ์รัสโซ่ได้ขยายสาขาบริษัทผลิตเรือยอร์ชเพิ่มขึ้นอีกห้าแห่งแล้วนี่ ดังนั้นการติดต่อหาซับพลายเออร์ที่ผลิตชิ้นส่วนเรือยอร์ชที่มีคุณภาพจึงเป็นเรื่องจำเป็นที่สุด และแน่นอนว่าสำหรับราฟาลแล้วทุกอย่างจะต้องมีแต่คำว่ายอดเยี่ยมเท่านั้น
“อ๋อ แล้วนี่พี่ราฟจะไปที่ไหนบนโลกนี้ล่ะครับ”
“พี่จะไปกับ Arcadia of the Seas”
ราฟาลเอ่ยถึงชื่อเรือสำราญลำใหญ่ที่สุดของตระกูลการ์รัสโซ่ เรือสำราญที่ถูกขนาดนามว่าคือพระราชาแห่งมหาสมุทร เนื่องจากมันทั้งอลังการ หรูหราและทันสมัยมากที่สุดในบรรดาเรือสำราญจำนวนครึ่งร้อยของตระกูลการ์รัสโซ่ ในปีหนึ่งๆ เจ้าธุรกิจเดินเรือสำราญนี้มันช่วยเพิ่มจำนวนเม็ดเงินในธนาคารให้กับพวกหนุ่มๆ การ์รัสโซ่ทั้งหลายมหาศาลเลยทีเดียว
“งั้นก็รอบโลกเลยสิครับ”
“ไม่... ครั้งนี้แค่ไม่นานหรอกแค่อาทิตย์เดียว งานทางนี้คงต้องฝากพวกนายดูแล”
ลิโอเนลระบายยิ้มกว้าง “พี่ราฟไม่ต้องห่วงหรอกครับ พวกผมไม่มีทางปล่อยให้ธุรกิจแสนล้านของครอบครัวล่มจมลงไปต่อหน้าได้หรอกน่า ถึงแม้พวกผมจะยังไม่เก่งเท่ากับพี่ราฟก็ตาม...”
“ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเก่งหรือไม่เก่ง แต่มันขึ้นอยู่กับว่านายจะเข้าประชุมแทนพี่ได้ไหมต่างหาก เพราะหากนายโดดประชุมไปเที่ยวล่ะก็ พี่จะชัดนายให้เละเลยคอยดูสิ...”
ราฟาลเอ่ยขึ้นอย่างรู้ทันความคิดของน้องชาย ลีโอเนลมีธุรกิจเป็นของตัวเองนั่นก็คือการบริหารโรงแรมหรูระดับเจ็ดดาวที่ริมชายหาดทะเลมาร์มารา ซึ่งแค่นั้นก็ยุ่งจนหัวบานแล้ว แต่พ่อน้องชายตัวแสบยังชอบปลีกวิเวกไปนอนอาบแดดตามลำพังบนเกาะส่วนตัวทางตอนใต้อีก
ลิโอเนลหัวเราะร่วน “บางครั้งผมก็ชอบความเป็นส่วนตัวนี่ครับ แต่พี่ราฟไม่ต้องเป็นห่วงยังมีเจ้าคาล เจ้าแดน และเจ้าเอดี้อีกตั้งสามคนที่จะช่วยเข้าประชุมแทนพี่...”
“แต่พี่ว่าต้องเป็นนายลีโอ... เพราะนายเข้าใจธุรกิจเรือสำราญไม่น้อยไปกว่าพี่...”
เมื่อเห็นพี่ชายยืนกรานเสียงหนักแน่น ผู้เป็นน้องจึงต้องพยักหน้ารับปากออกไป “โอเคครับ ผมจะดูแลบริษัทฯ ให้พี่ราฟภายในสองอาทิตย์นี้ พอใจหรือยังครับพี่ชายสุดหล่อ...”
ราฟาลแค่นยิ้ม ขณะทิ้งกายใหญ่โตที่ล่ำสันไปซะทุกสัดส่วนลงบนโซฟานุ่มตัวตรงข้ามกับน้องชาย ใบหน้าหล่อเหลาเครียดเขม็งจนลิโอเนลอดถามไถ่ไม่ได้