“ภพ”
เทวนาถเรียกชื่อลูกชายที่กำลังทำเป็นมองไม่เห็นเขาที่นั่งรออยู่ที่โซฟากลางบ้าน “คุณพ่อ...มานั่งทำไมตรงนี้ ดึกแล้วยังไม่เข้านอนพรุ่งนี้จะความดันสูงได้นะครับ” ธีภพเมื่อหลีกไม่ได้ก็เปลี่ยนใจกลับมานั่งคุยกับบิดาแทนทั้งที่รู้ว่าพ่อของเขากำลังจะพูดเรื่องที่เขาไม่อยากฟัง “ลูกจำอาพชรเพื่อนของพ่อที่เคยมาที่บ้านเราบ่อย ๆ จำได้ไหม วันนี้ลูกสาวเขาโทรศัพท์มาบอกพ่อว่าพชรมีอาการ หัวใจล้มเหลวเฉีบพลัน พ่อตามไปที่โรงพยาบาลแต่ไม่ทัน ทุกอย่างมันเร็วมากเมื่อวานตอนบ่ายยังไปดื่มกาแฟด้วยกันอยู่เลย ” “ผมเสียใจด้วยนะครับคุณพ่อ ” ธีภพไม่รู้ว่าควรพูดอะไรต่อเพราะตอนนี้บิดาของเขาอยู่ในห้วงอารมณ์ที่เศร้าจนเขาไม่กล้าพูดอะไรมาก “ชีวิตพ่อก็ยังไม่รู้ว่าจะมีพรุ่งนี้ได้อีกสักกี่วัน ธีภพลูกก็รู้ว่าพ่อมีห่วงอยู่เพียงเรื่องเดียวมันยากนักหรือที่ลูกจะทำให้พ่อสบายใจหรือจะรอให้พ่อต้องไปอย่างพชรลูกถึงจะทำให้พ่อได้” เทวนาถพูดจบก็ลุกจากโซฟาและเดินขึ้นไปยังห้องนอนด้วยท่าทางเหมือนคนกำลังสิ้นหวัง ธีภพเติบโตมากับความเกลียดชังคำว่าครอบครัวเพราะมารดาของเขาทิ้งครอบครัวไปกับผู้ชายคนใหม่ตั้งแต่ชายหนุ่มอายุได้แค่เพียงสิบปี วิกานดาแต่งงานกับธีภพเพราะถูกครอบครัวของเธอบังคับและตอนนั้นวิกานดาเองก็มีคนรักอยู่แล้ว ชีวิตแต่งงานของทั้งคู่แทบไม่มีความสุข เทวนาถเอาแต่หวาดระแวงว่าภรรยาของเขาจะกลับไปหาคนรักเก่าทั้งที่วิกานดาเองไม่เคยทำอะไรที่เป็นการนอกใจเลยสักครั้ง ธีภพเกิดและเติบโตมากับครอบครัวที่มีแต่การทะเลาะวิวาทมีปากเสียงกันแทบไม่เว้นแต่ละวันจนในที่สุดวันหนึ่งมารดาของเขาก็ตัดสินใจเดินออกไปจากบ้านและไม่กลับมาอีกเลย ชายหนุ่มจึงตั้งใจมาตลอดว่าเขาจะไม่มีทางมีครอบครัวเขาจะอยู่คนเดียวและนี่คือสิ่งเดียวที่ทำให้ธีภพทุกข์ใจเพราะเขาอยากเห็นลูกชายมีครอบครัวที่สมบูรณ์อย่างน้อยมันก็จะทำให้เขาหมดห่วงถ้าวันหนึ่งต้องจากโลกนี้ไป ชายหนุ่มที่กำลังนั่งคิดถึงภาพครอบครัวของเขาเมื่อในอดีตกลับมามีสติอยู่กับปัจจุบันอีกครั้งเมื่อมีคนโทรศัพท์มา “คุณธีภพใช่ไหมคะ ธิชาเองนะคะที่เช่าคอนโดมิเนียมของคุณ” คนโทรศัพท์มารีบแนะนำตัวเองเพราะคิดว่าอีกฝ่ายคงจะจำเสียงเธอไม่ได้แน่ “ผมจำได้แล้วครับว่าแต่มีอะไรโทรมาดึกแบบนี้” “เมื่อสักครู่มีคนมาเคาะประตูที่ห้องค่ะแต่ธิชาไม่รู้จักเลยไม่ยอมเปิดให้ เขาบอกว่าชื่อณภัทร ธิชาเลยคิดว่าคุณน่าจะรู้จัก” ธีภพนึกขึ้นมาได้ว่าเขาลืมบอกเพื่อนสนิทว่าตอนนี้คอนโดมิเนียมของเขามีคนมาเช่าแล้วเพราะปกติแล้วห้องที่ธิชาเช่า ธีภพจะเก็บไว้พักเองแต่ด้วยความสงสารหญิงสาวที่เป็นคนต่างจังหวัดเงินเดือนก็น้อยมีพนักงงานที่บริษัทแนะนำมาชายหนุ่มเลยใจอ่อนยอมให้เช่าในราคาที่ถูกมาก “เขาเป็นเพื่อนของผมเอง ขอโทษด้วยนะพอดีผมลืมบอกเขาไปว่าคุณมาเช่าแล้ว” “ไม่เป็นไรค่ะตอนแรกที่ธิชากลัวเพราะคิดว่าเป็นพวกมิจฉาชีพ เอ่อ..คุณธีภพเรียกธิชาเฉย ๆ ก็ได้นะได้ยินคุณเรียกว่าคุณที่ไรไม่คุ้นหูเลย”
ธิชาสาวน้อยจากต่างจังหวัดเธอเพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัยจึงตัดสินใจเข้ามาหางานทำที่กรุงเทพและตอนนี้เธอก็ได้งานที่บริษัทของธีภพแต่อยู่ในแผนกที่อยู่คนละที่กับชายหนุ่มทั้งคู่จึงไม่เคยเจอกัน
ได้มารู้จักกันครั้งนี้เพราะเลขาของชายหนุ่มแนะนำให้ธิชามาขอเช่าคอนโดมิเนียมจากเจ้านายเผื่อจะได้ราคาถูก
“ผมเรียกคุณว่าธิชาก็ได้แต่ช่วยเรียกผมว่าคุณธีก็พอไม่ต้องมาเต็มยศแต่ก็ดีนะไม่เรียกนามสกุลด้วย” ทั้งสองต่างพากันหัวเราะด้วยความสนุกสนานเมื่อยิ่งคุยกันก็ยิ่งรู้สึกถูกคอจนต่างพากันลืมเวลาไปจากที่ตอนแรกหญิงสาวตั้งใจจะแค่โทรศัพท์มาถามเรื่องที่มีคนมาเคาะประตูตอนนี้กลายเป็นคุยกันจนถึงตอนเด็ก ๆ ไปแล้ว ส่วนใหญ่ธีภพจะเป็นฝ่ายฟังเพราะอีกฝ่ายพูดเก่งมากจนชายหนุ่มหาโอกาสพูดตอบแทบไม่ทัน “คุณธีเราคุยกันเกือบสองชั่วโมงแล้วธิชาขอตัวไปนอนก่อนนะคะพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้ารถติดกว่าจะถึงที่บริษัทจะสายเอา นอนหลับฝันดีนะคะ” ธีภพนั่งยิ้มอยู่คนเดียวหลังจากที่ปลายสายวางสายไปแล้ว นานมากที่ธีภพรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้คุยกับใครสนุกแบบนี้มาก่อนเพราะชีวิตของเขามีแค่เพียงพนักงานที่บริษัทแต่ที่จะคุยกันมากก็เลขาหน้าห้องเท่านั้น เพื่อนตอนนี้ก็มีแค่ณภัทรคนเดียวซึ่งก็หาโอกาสคุยกันได้ไม่บ่อยเพราะอีกฝ่ายมีสาวให้ไปเดทไม่เว้นแต่ละวัน ห้องนอนที่ตอนนี้มันดูอ้างว้างให้ความรู้สึกเหงามากขึ้นเมื่อภาพความทรงจำเก่า ๆ ย้อนคืนมา เสียงของพ่อกับแม่ที่ทะเลาะกันยังดังอยู่ในความคิดถึง คำพูดด่าทอที่ชายหนุ่มฟังจนคุ้นหูถึงแม้มันจะผ่านมายี่สิบกว่าปีแล้วแต่เขาไม่เคยลืมมันได้สักวัน ธีภพเคยพยายามที่จะหาผู้หญิงสักคนมาเป็นแฟนและแต่งงานตามที่บิดาต้องการแต่สุดท้ายเขาก็ไม่เคยทำสำเร็จบางคนเขาก็เป็นฝ่ายทิ้งหรือไม่ก็ฝ่ายหญิงทนความเฉยชาของเขาไม่ได้ทิ้งไปเองก็มี เรื่องราวของอาพชรที่บิดาของเขาพูดถึงวันนี้ทำให้ธีภพตัดสินใจที่จะลองเริ่มต้นมองหาใครสักคนที่จะเข้ามาทำให้เขาอยากมีครอบครัวแต่ตอนนี้ชายหนุ่มยังคิดไม่ออกเพราะผู้หญิงในชีวิตเขานอกจากพนักงานก็ไม่มีใครเลย ค่ำคืนนี้คงเหมือนคืนอื่น ๆ คือลงท้ายด้วยการนอนไม่หลับเพราะเรื่องราวในอดีตที่วนเวียนอยู่ในความคิดไม่ยอมหายไปจากความคิดสักทีแต่นอกเหนือจากฝันร้ายคืนนี้ธีภพมีหญิงสาวที่เขาเพิ่งจะรู้จักเข้ามาอยู่ในความฝันด้วย รอยยิ้มของธิชาลอยมาแทนที่ใบหน้าที่อาบน้ำตาของมารดาที่ชายหนุ่มเคยฝันเห็นทุกวัน “ยายพูดเก่ง....ตามมาพูดถึงในฝันเลย” ธีภพสะดุ้งตื่นเพราะเสียงนาฬิกาปลุก เขาส่ายหัวอมยิ้มเมื่อคิดถึงความฝันที่อยู่ดี ๆ ก็มีหน้าของหญิงสาวพูดเก่งเข้าไปอยู่ในความฝันด้วย
“คุณธีผ่านมาทำอะไรแถวนี้คะ”
ธิชาหันไปถามเจ้านายทันทีหลังจากที่ขึ้นมานั่งบนรถเพราะบ้านของธีภพไม่ได้อยู่ทางเดียวกับคอนโดที่เธออยู่เสียหน่อย “ผมแวะมาทำธุระให้คุณพ่อเห็นธิชาบ่นว่ารถติดก็เลยแวะ มารับกลัวเริ่มงานเดือนแรกเธอจะไปสายเดี๋ยวหัวหน้าแผนกจะว่าเอา” ธีภพโกหกอย่างไม่มีพิรุธเพราะเขาเตรียมคำตอบมาแล้ว ชายหนุ่มก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกันเขาถึงได้ยอมตื่นเช้าและรีบมารับธิชาทั้งที่มันเป็นคนละทางกับที่ทำงานของเขา “คุณธีแวะร้านข้าวเหนียวหมูปิ้งข้างหน้าหน่อยค่ะ” “แวะทำไมเธอหิวหรือ” “หิวสิคะ อาหารเช้าเป็นมื้อสำคัญร้านนี้อร่อยมาก ธิชากินเกือบทุกวันเลยค่ะเพราะปกติลงรถประจำทางเสร็จก็จะซื้อเดินกินไปจนถึงที่บริษัทก็อิ่มพอดี” ธีภพไม่เต็มใจจอดแต่ก็ไม่รู้จะใช้เหตุผลอะไรเพราะเขาแค่คิดว่าอาหารข้างทางมันดูไม่สะอาดและไม่น่าจะอร่อยแต่ก็ต้องยอมจอดให้สาวน้อยได้ลงไปซื้อกิน “คุณธีอ้าปากค่ะเดี๋ยวธิชาป้อนเองรับลองคุณจะต้องติดใจแน่ ๆ” ชายหนุ่มทำตัวว่านอนสอนง่ายอ้าปากให้อีกฝ่ายป้อนทั้งข้าวเหนียวและหมูปิ้งทั้งที่ปกติเขาไม่มีทางยอมกินอาหารแบบนี้เด็ดขาด “อร่อยดีไม่น่าเชื่อเลย” “ยังมีอีกหลายร้านที่อร่อยนะคะแต่ส่วนมากจะเปิดตอนเย็นไว้คุณธีผ่านมาก็ลองแวะมาหาลองกินนะคะโดยเฉพาะร้านขนมจีนหน้าปากซอยอร่อยมาก” ธิชายังคงพูดไปกินไปนาน ๆ จะหันมาป้อนคนขับสักทีเพราะคิดว่าอีฝ่ายคงกินข้าวมาแล้ว “เย็นนี้เราไปกินขนมจีนร้านที่คุณบอกกัน” หญิงสาวที่กำลังเคี้ยวหมูปิ้งอยู่หันมามองหน้าคนพูดด้วยความแปลกใจที่เขาพูดเหมือนเย็นนี้เธอกับเขาจะได้เจอกันอีก “ไม่ต้องทำหน้าตกใจแบบนั้นพอดีตอนเย็นผมต้องมาคุยงานที่นี่อยู่แล้ว คุณลืมไปหรือเปล่าว่าบริษัทที่คุณทำงานอยู่ก็ของผมนะ ตกลงเย็นนี้เราไปจะกินขนมจีนร้านที่คุณบอกว่าอร่อยนะ” ทั้งคู่เจอกันเกือบทุกวันนับตั้งแต่วันนั้น ธีภพแรก ๆ ก็หาเหตุผลมาอ้างว่าผ่านมาถึงได้มารับในตอนเช้าช่วงเย็นก็อ้างว่าต้องมาตรวจงานที่บริษัทอยู่แล้วแต่พอระยะหลังธิชาก็ไม่ได้ถามเพราะมันกลายเป็นความเคยชินสนิทสนมกันโดยไม่รู้ตัว “เสาร์นี้ไปบ้านผมไหม” “อะไรนะคะ” ธิชาถึงกับถามกลับไปด้วยความตกใจที่อยู่ดี ๆ เจ้านาย ของเธอก็มาชวนไปบ้านแบบนี้ “เอ่อ...คือผมคิดว่าเราไปกินอะไรกันตามร้านบ่อยแล้ว ผมอยากให้ธิชาไปทำกับข้าวให้คุณพ่อผมได้กินบ้างวันนั้นที่เธอทำกับข้าวมาเผื่อ อร่อยดีถ้าคุณพ่อได้กินต้องติดใจแน่ ๆ ” ธิชาชอบทำกับข้าวอยู่แล้วแต่ด้วยเวลางานที่รัดตัวเธอจึงไม่ค่อยได้ทำ วันเสาร์ที่ผ่านมาธีภพมารับเธอสายหน่อยจึงได้พอมีเวลาทำกับข้าวไปกินกลางวันหญิงสาวจึงทำเผื่อเจ้านายด้วย