“ขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่มาร่วมงานในวันนี้ ขอให้ทุกท่านเดินทางกลับบ้านโดยสวัสดิภาพแล้วเจอกันใหม่โอกาสหน้านะคะ ขอบคุณทุกท่านมากๆ ค่ะ สวัสดีค่ะ”
เสียงปรบมือดังขึ้นและค่อยๆ เงียบหายพร้อมกับไฟบนเวทีดับลง มนต์มีนาถอนหายใจและเดินลงมาด้านหลังเวทีไหล่ผึ่งผายด้วยความสง่างามยามเมื่ออยู่กลางแสงไฟลู่ลงใบหน้าสวยไร้รอยยิ้ม
“ไหวมั้ยมีน” ชาลิดาเดินมาประคองเพื่อนให้นั่งลงบนเก้าอี้
“ไม่ไหวก็ต้องไหวแหละออย” มนต์มีนายิ้มอ่อน
“ออยว่าช่วงนี้มีนรับงานหนักมากเกินไปแล้วนะ วันนี้ก็ตั้งสามงาน” หญิงสาวพูดด้วยความเป็นห่วงเพราะแต่ละงานก็ใช้พลังงานค่อนข้างเยอะและต้องยื่นนานๆ ขนาดตัวเองรับแค่งานเดียวยังเหนื่อยแทบแย่
“ขนาดมีนรับงานเยอะอย่างนี้ เงินยังไม่พอใช้หนี้เลยนะออย ตอนนี้บ้านก็กำลังจะถูกยึดแล้ว ส่วนเงินที่ไปกู้มาตอนรักษาแม่ดอกเบี้ยก็โหดเหลือเกินที่ทำทุกวันนี้แทบจะไม่ได้ส่งเงินต้นด้วยซ้ำ”
“เงินตั้งมากมายขนาดนั้นออยก็ไม่รู้จะช่วยมีนยังไงนะเหมือนกันนะเฮ้อ...” เพราะทางบ้านของชาลิดาเองก็ไม่ได้มีฐานะร่ำรวยอะไรมากนัก ทั้งสองเป็นเพื่อนสนิทกันและวันนี้มนต์มีนาก็มาทำงานพิธีกรให้กับผลิตภัณฑ์แห่งหนึ่งในห้างสรรพสินค้า โดยชาลิดาตามมาคอยดูแลเพื่อนด้วยความเป็นห่วง ก่อนหน้าที่จะมาที่นี่ทั้งสองคนก็ไปเป็นพริตตี้ให้กับผลิตภัณฑ์แห่งหนึ่งมาแล้วถึงสองงาน แม้วันหนึ่งรายได้จะได้เยอะมากเมื่อเทียบกับงานพาร์ตไทม์ทั่วไปแต่มันก็ยังไม่พอกับภาระหนี้สินที่มนต์มีนาต้องจ่าย
“พรุ่งนี้มีนว่าจะเข้าไปที่โมเดลลิงสักหน่อย เผื่อว่าพี่ปานจะมีงานอะไรเพิ่ม ออยไปด้วยกันไหม”
“ได้สิ แต่วันนี้รีบกลับไปพักผ่อนกันนะดีกว่าพรุ่งนี้เจอกันสักสิบโมงเช้าดีไหม”
“ได้ๆ งั้นแยกกันตรงนี้นะเดี๋ยวรถเมล์จะหมดเสียก่อน”
“โอเคพรุ่งนี้เจอกันนะมีน กลับไปก็รีบนอนพักล่ะ เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว”
มนต์มีนารีบเดินออกมาหน้าห้างสรรพสินค้าเพื่อขึ้นรถเมล์กลับไปยังบ้านของเธอ
บ้านของหญิงสาวอยู่ในซอยลึกเมื่อลงรถเมล์หน้าปากซอยก็ยังต้องนั่งจักรยานยนต์เข้าไปแต่ส่วนใหญ่เธอเลือกจะเดินเข้าไปเองมากกว่าเพราะอยากประหยัดให้มากที่สุด
เมื่อลงจากรถเมล์วินจักรยานยนต์รับจ้างที่รู้จักกันก็ทักทายหญิงสาวขึ้น
“กลับดึกอีกแล้วนะมีน”
“ค่ะลุงศักดิ์ แล้วลุงศักดิ์ล่ะคะ ดึกแล้วทำไมยังอยู่ที่วินอีกล่ะ”
“เมื่อกี้ลุงเพิ่งไปส่งลูกค้ามาก็เลยแวะมาเอากระติกน้ำแล้วก็จะกลับบ้านเหมือนกัน มีนขึ้นมาเลยเดี๋ยวลุงไปส่ง” ลุงสมศักดิ์ขึ้นไปนั่งบนรถเตรียมจะออก
“ไม่เป็นใครหรอกค่ะ ลุงหนูเกรงใจ”
“จะเกรงใจทำไมในเมื่อลุงก็ต้องกลับบ้าน แล้วมันก็ผ่านบ้านหนู ตอนแม่หนูยังอยู่ก็เอื้อเฟื้อทำอาหารให้ลุงกับที่บ้านลุงกินประจำ มีนขึ้นมาเลยลูกไม่ต้องเกรงใจ”
“หนูขอจ่ายค่าโดยสารได้ไหมคะ”
“ไม่ต้องหรอกจ้ะ ลุงไม่มีเงินทองมากมายช่วยหนูใช้หนี้ก็มีแต่น้ำใจเล็กๆ น้อยๆ ก็นี่แหละหนูอย่าคิดมากเลยจ้ะ”
“ขอบคุณค่ะลุงศักดิ์”
มนต์มีนาขึ้นไปนั่งคร่อมรถจักรยานยนต์จากนั้นลุงสมศักดิ์ก็พาเธอมาส่งหน้าบ้าน
“ถ้ามีอะไรให้ลุงกับป้าช่วยก็บอกนะ”
“ค่ะลุง ขอบคุณมากนะคะ มีนฝากขนมให้เจ้าตัวเล็กสองคนด้วยนะคะ” หญิงสาวหยิบขนมที่ได้มาจากการทำงานวันนี้ให้กับลุงสมศักดิ์
“แล้วหนูไม่เก็บไว้กินเองหรือมีน” ลุงสมศักดิ์มองขนมในมือที่มีอยู่หลายชิ้น รู้สึกว่าราคาของมันคงจะแพง
“ลูกค้าให้มาเยอะเลยค่ะลุงศักดิ์แบ่งไปให้น้องๆ แล้วหนูก็ยังเหลืออีกหลายชิ้นค่ะ”
“ขอบใจนะมีน”
“หนูเข้าบ้านแล้วนะคะ”
“จ้ะ ลุงไปก่อนนะ”
เมื่อลุงสมศักดิ์ไปแล้วมนต์มีนาก็เปิดประตูรั้วเข้ามายังบ้านหลังเล็กที่แต่ก่อนมันเคยเต็มไปด้วยความอบอุ่น แต่พอมารดาไม่อยู่เธอก็รู้สึกว่าบ้านหลังเล็กมันกว้างขึ้นกว่าเดิม ไม่ว่าจะมองไปมุมไหนกลิ่นอายของมารดาก็ยังมีอยู่เต็มไปหมด
ตั้งแต่จำความได้เธอก็อยู่กับมารดาที่บ้านหลังนี้มาตลอดมารดาของเธอเป็นแม่ค้าขายขนมหวานในตลาด รายได้ก็พอเลี้ยงเธอได้เพราะนอกจากจะขายขนมหวานในตลาดแล้วยังทำส่งที่ร้านอาหารเยอะใหญ่ๆ อีกด้วย
มนต์มีนามีนามีความสุขในบ้านหลังนี้มากๆ จนกระทั่งเมื่อสองปีที่แล้วมารดาตรวจพบว่าเป็นมะเร็งเต้านมระยะที่สามและการทำคีโมหลายๆ ครั้งก็ไม่เป็นผล
มารดาของเธอสุขภาพแย่ลงจนทำขนมไม่ไหว ทำให้ต้องเอาบ้านไปจำนองแต่มันก็ยังไม่พอ หญิงสาวเลยไปกู้เงินจากเจ๊เจ้าของตลาดมาอีกสามแสนบาทเพื่อรักษามารดา เธอยอมจ่ายค่ายาแพงๆ แต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย มารดาของเธอต่อสู้กับโรคมะเร็งปีครึ่งท่านก็จากไปโดยที่ยังไม่ทันเห็นความสำเร็จของเธอเลย
หญิงสาวเพิ่งเรียนอยู่ชั้นปีที่สามเหลืออีกเพียงแค่หนึ่งปีก็จะจบมาเป็นครูสอนวิชาภาษาอังกฤษตามที่ตั้งใจไว้ แต่มาถึงตอนนี้มนต์มีนาไม่รู้ว่าจะสานฝันนั้นเพื่อใครในเมื่อเธอเหลือแค่ตัวคนเดียวเท่านั้น เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเปิดเทอมนี้จะทำยังไงต่อกับชีวิต จะกัดฟันหาเงินเรียนต่อให้จบหรือจะหาเงินมาใช้หนี้ ยังมีเวลาปิดเทอมอีกเกือบสี่เดือนแต่หนี้มากมายขนาดนั้นมันก็ยากเหลือเกินผู้หญิงตัวเล็กๆ คนเดียวจะหาเงินมาชำระให้หมดภายในระยะเวลาสั้นๆ
เสียงถอนหายใจดังเฮือกใหญ่จากนั้นมนต์มีนาก็อาบน้ำเตรียมตัวเข้านอนพรุ่งนี้เธอจะเข้าไปโมเดลลิงที่ตนเองสังกัดอยู่เพื่อถามทางเจ้าของว่าพอจะมีงานอะไรให้เธอทำมากกว่านี้อีกไหมเพราะช่วงนี้เป็นช่วงปิดเทอมเธออยากทำงานให้มันเต็มที่ เพื่อหวังจะลดหนี้ลงได้บ้าง ถ้าหากมันเป็นตามที่หวังเปิดเทอมก็จะเรียนต่อให้จบ
มนต์มีนาและชาลิดามาถึงโมเดลลิงเกือบจะสิบนาฬิกา ตอนนี้พี่ปานทิพย์เจ้าของโมเดลลิงยังไม่ได้เข้ามา ด้านในจึงมีแค่ลูกน้องของเธอเด็กในสังกัดคนอื่นๆ ที่มานั่งรออยู่
มนต์มีนายิ้มทักทายให้กับทุกคนก่อนจะเข้าไปนั่งรอทางด้านใน ซึ่งตอนนี้มีเด็กในสังกัดของพี่ปานทิพย์มารออยู่เกือบสามสิบคน
“ทำไมวันนี้คนมาเยอะจังมีอะไรกันเหรอ” ชาลิดาสะกิดถามเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างๆ
“ไม่ได้อ่านไลน์กลุ่มเหรอออยหรือวันนี้พี่ปานทิพย์เขาเรียกให้ทุกคนมาประชุมกันที่นี่เห็นว่ามีงานใหญ่จะให้ทำ”
“อ้าวเหรอเราไม่รู้เลยมัวแต่ทำงานหนัก”
“เราก็นึกว่ารู้แล้วก็เลยไม่ได้ไลน์ส่วนตัวไปบอก”
“มีนรู้ไหม” ชาลิดากันไปถามมนต์มีนา
“มีนก็ไม่รู้เหมือนกันมัวแต่ยุ่งๆ ไม่ได้อ่านไลน์กลุ่มเลย แต่ก็ดีนะที่วันนี้เรานัดกันจะมาหาพี่ปานอยู่พอดี”
“นั่นสิไม่รู้พี่เขามีงานอะไรจะคุยนะ ถึงเรียกมากันเยอะขนาดนี้ขอให้เป็นงานใหญ่ทีเถอะ พวกเราจะได้งานกันทุกคน”
“นั่นสิช่วงนี้ปิดเทอมด้วยใครๆ ก็ว่างกันทั้งนั้นถ้างานเล็กๆ ก็คงต้องแย่งกันอีกตามเคย” มนต์มีนาหวังว่างานวันนี้คงจะใหญ่มากพอที่พวกเธอจะได้ไม่ต้องแย่งกัน
“เห็นว่าช่วงนี้งานจากต่างประเทศค่อนข้างเยอะ นี่เราว่าจะลงเรียนภาษาจีนเพิ่มเผื่อจะได้งานจากจีนบ้าง” เพื่อนที่นั่งข้างชาลิดาพูดขึ้น
“ในหมู่เรามีคนใช้ภาษาจีนได้ไม่กี่คน ถ้ามีนว่างมีนก็อยากเรียนนะ แต่ช่วงนี้ไม่ว่างเลยจริงๆ ยังไงก็ขอหาเงินก่อนก็แล้วกันนะเรื่องเรียนภาษาคงเอาไว้ทีหลัง ออยล่ะสนใจเรียนภาษาจีนไหม”
“ออยเคยเรียนมานิดหน่อยแต่ไม่ไหวจริงๆ เป็นภาษาที่ยากมากแค่ภาษาอังกฤษก็น่าจะพอแล้วภาษาจีนขอบายก่อน”
“มันน่าจะยากจริงๆ นะ” ถึงแม้ว่าการทำพูดได้หลายภาษาจะทำให้มีโอกาสได้รับเลือกให้ไปทำงานมากกว่าแต่ตอนนี้มนต์มีนาก็ไม่มีเวลาจะมาศึกษาเลย
เสียงคุยเงียบลงเมื่อพี่ปานทิพย์เดินเข้ามา
“สวัสดีค่ะพี่ปาน”
ทุกคนกล่าวทักทายพี่ปานทิพย์เจ้าของโมเดลลิง เธอเป็นหญิงสาวอายุประมาณสี่สิบใบหน้าของเธอยังสวยและดูเด็กกว่าอายุจริง
เธอนั่งลงหลังโต๊ะทำงานและมองไปยังเด็กในสังกัดของตนเองที่นั่งกันอยู่เต็มห้อง จนห้องของพี่ปานทิพย์ดูเล็กลงไปถนัดตา
“วันนี้มากันครบไหม”
“ไม่ครบค่ะพี่ปาน มีบางคนไปรับงานที่อื่น” หญิงสาวคนหนึ่งตอบกับเจ้าของโมเดลลิง
“ถ้างั้นเราก็จะคุยกันแค่นี้ก็แล้วนะ พี่บอกก่อนว่างานที่พี่จะให้ทำมันค่อนข้างเป็นส่วนตัวหน่อย ถ้าใครไม่สนใจพี่ก็ไม่ได้ว่าอะไรแต่ถ้าใครสนใจก็ให้ส่งใบสมัครพร้อมกับรูปถ่ายหน้าตรงและรูปสวมชุดว่ายน้ำให้พี่”
“แต่พี่ปานก็มีรูปของพวกเราทุกคนแล้วนี่คะ”
“พี่อยากได้รูปปัจจุบันที่สุดเพราะลูกค้าเขาต้องการมาแบบนั้นก็ขอรูปที่ไม่แต่งหน้าไม่ ไม่รีทัชด้วยนะลูกค้าอยากได้อะไรที่มันเป็นธรรมชาติเพราะกลัวจะเอาไปแล้วมันไม่ตรงโปรไฟล์ที่ส่งมาให้”
“ค่ะพี่ปาน” หลายเสียงตอบ
“พี่ถือว่าพวกเราทุกคนที่นี่คือพี่น้องกันเพราะฉะนั้นพี่จะพูดตรงๆ ถ้าใครรับไม่ได้ก็เดินออกจากห้องไปเลยพี่ไม่ว่า” คำพูดของพี่ปานทิพย์ทำให้เด็กในสังกัดมองหน้ากันด้วยความสงสัยเพราะไม่เคยได้ยินเจ้าของโมเดลลิงพูดแบบนี้มาก่อน พี่ปานทิพย์เป็นคนใจดีและยืดหยุ่นในการทำงานเขาหางานให้กับพวกเธอมาหลายปีซึ่งมนต์มีนากับชาลิดาก็เข้ามาเป็นเด็กในสังกัดนี้ได้เกือบสองปีแล้วตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัย
“พี่จะไม่อ้อมค้อมนะ ลูกค้าติดต่อมาว่าอยากได้ผู้หญิงไปเป็นเมียเช่าของเขา” เมื่อเจ้าของโมเดลลิงพูดจบประโยคเด็กในสังกัดก็ฮือฮาขึ้น บางคนรับไม่ได้บางคนกำลังลังเลเพราะเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้นที่นี่มาก่อนเลย
“เอาล่ะๆ เงียบก่อนฟังเงื่อนไขก่อน พี่ไม่ได้ค้าประเวณีหรือค้ามนุษย์อย่างที่พวกเธอกำลังคิดอยู่ในใจหรอกนะ แต่ที่พี่รับงานมาเพราะโมเดลลิงอื่นเขาก็รับไปเหมือนกัน”
“แล้วเขาจ้างเท่าไหร่คะพี่ปาน”
“งานนี้รายได้ค่อนข้างดีพี่เลยอยากมาเสนอให้กับทุกคน เขาจะจ้างผู้หญิงคนหนึ่งไปเป็นเมียเช่าระยะเวลาหนึ่งเดือนกับแลกกับเงินหนึ่งล้านบาทและทางโมเดลลิงจะได้อีกสามแสนบาท ถ้าพวกเธอตกลงก็ส่งโปรไฟล์มาให้พี่แต่ถ้าไม่ตกลงพี่ก็ไม่ว่าอะไร ใครไม่มาวันนี้ก็ไม่ต้องไปเล่าต่อ ไม่ต้องลงงานนี้ในไลน์กลุ่มให้ทุกอย่างมันจบแค่ในห้องนี้”
“แล้วเขาจะรับทุกคนเลยเหรอคะพี่ปาน”
“ไม่หรอกเขาจะคัดเลือกอีกทีเขาให้ลูกน้องของเขาติดต่อมาหลายโมเดลลิงเหมือนกันจริงๆ พี่ก็ไม่ได้อยากจะรับงานนี้หรอกนะแต่เงินที่ได้มันค่อนข้างมากถ้าใครเดือดร้อนเรื่องเงินพี่ก็ว่ามันน่าจะเป็นโอกาสที่ดี ฟังดูมันก็ให้คล้ายผู้หญิงขายตัวนั่นแหละ แต่ถ้ามองอีกมุมหนึ่งเรานอนกับผู้ชายคนเดียวเป็นระยะเวลาหนึ่งเดือนแลกกับเงินหนึ่งล้านมันก็ไม่เลวนะ แต่ถ้าเราไปทำงานเป็นเด็กเอ็นท์หรือรับจ๊อบพิเศษกับแขกพวกเธอลองคิดดูนะว่าจะได้เงินมากขนาดนี้ไหม อีกอย่างเขาก็ไม่ใช่คนไทยเขาแค่มาพักผ่อนที่นี่ทุกอย่างจะจบลงภายในหนึ่งเดือนและเธอกับเขาก็จะไม่ได้เจอกันอีกเลยเพราะเขาเองก็อยากให้เรื่องนี้เป็นความลับเหมือนกัน”
พี่ปานทิพย์อธิบายยาว เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เธอรับงานแบบนี้มาให้กับเด็กในสังกัด แต่รู้ว่าเด็กบางคนก็แอบรับงานแบบนี้ เพียงแต่เธอมาไม่ได้สนใจเพราะถือว่าเป็นการคุยกันเอง แต่ครั้งนี้ผู้ว่าจ้างเขาติดต่อมายังโมเดลลิงหลายแห่งเธอก็เลยรับ
“เอาละพี่มีเรื่องจะพูดกับทุกคนแค่นี้ถ้าใครสนใจก็รีบไปถ่ายรูปและส่งโปรไฟล์ให้พี่นะ เขาอยากให้เราส่งข้อมูลทุกอย่างให้วันศุกร์นี้ส่วนผลการคัดเลือกจะบอกอีกทีในวันจันทร์”
“พี่ปานคะ ถ้าสมมุติว่าเราได้คัดเลือกเราจะต้องไปทำงานเลยมั๊ยคะ” หญิงสาวคนหนึ่งที่ใบหน้าสวยผิวสีน้ำผึ้งถามด้วยรอยยิ้มเพราะเธอเองมีภาระหนี้สินที่จะต้องรับผิดชอบและงานนี้มันก็น่าสนใจมากจริงๆ
“คนที่ได้รับเลือกจะไม่ได้เริ่มงานทันทีหรอก ทางนั้นแจ้งว่าต้องมีการตรวจสุขภาพ ฉีดยาคุมทำทุกอย่างให้มันเรียบร้อยเพราะเขาจะเดินทางมาเมืองไทยอีกทีประมาณกลางเดือนถัดไป”
“พี่ปานคะ จำเป็นมั้ยคะว่าผู้หญิงคนนั้นจะต้องเป็นหญิงสาวบริสุทธิ์”
“เงื่อนไขข้อนี้เขาไม่ได้แจ้งมา เขาขอแค่หุ่นกับใบหน้าถูกใจเขาแค่นั้นก็พอ พี่ถึงคิดไงล่ะว่างานนี้มันน่าสนใจมากๆ แต่ถ้าใครยังไม่เคยนอนกับผู้ชายก็เรียนรู้เรื่องนี้ไว้บ้างก็ดีเผื่อตนเองได้รับเลือกจะได้ไม่เขินจนเขาไม่พอใจ”
“สงสัยหนูต้องไปหาคลิปวิดีโอมาดูแล้วล่ะค่ะพี่ปานเผื่อได้รับเลือก” หญิงคนหนึ่งพูดขึ้นเรียกเสียงหัวเราะให้กับเพื่อนๆ ในห้องได้เป็นอย่างดี
เมื่อทุกคนทยอยกันออกไปจัดห้องจนหมด ตอนนี้ในห้องก็เหลือแค่มนต์มีนากับชาลิดาเท่านั้น
“มีนกับออยมีอะไรจะคุยกับพี่ใช่ไหม”
“ค่ะพี่ปาน”
“มีอะไรว่ามาเลยจ้ะ ใช่เรื่องเมื่อกี้หรือเปล่า”
“ไม่ใช่ค่ะคือมีนกับออยอยากจะมาถามพี่ปานว่าช่วงนี้มีงานอะไรให้เราสองคนทำเพิ่มไหม เรากำลังร้อนเงินค่ะ”
“เดี๋ยวพี่จะดูให้นะ ช่วงนี้มันเป็นช่วงปิดเทอมคนก็ว่างกันเยอะลูกค้าก็เลยมีโอกาสที่จะเลือก จริงๆพี่อยากจะช่วยให้เราทุกคนได้งาน ได้เงินแต่บางครั้งโมเดลลิงอื่นเขาก็สู้ไม่ถอยเหมือนกัน ช่วงนี้มันก็เลยมีการตัดราคากันบ้าง” ปานทิพย์ก็หนักใจเรื่องนี้อยู่มาก
“ออยเข้าใจค่ะพี่ปาน”
“แล้วเราสองคนไม่สนใจจะส่งใบสมัครให้พี่บ้างเหรอ หน้าตาก็สวยหุ่นก็ดีแบบนี้เผื่อจะได้รับเลือกขึ้นมาเงินตั้งหนึ่งล้าน มันเยอะมากพี่ ก็ไม่เห็นด้วยหรอกนะที่จะทำเรื่องแบบนี้แต่เงินมันก็ล่อตาล่อใจจริง”
“หนูขอถามอีกนิดได้ไหมค่ะพี่ปาน”
“ถามได้เลยจ้ะออย”
“ผู้ชายที่เขามาจ้างเราเขาไม่ได้เป็นพวกซาดิสต์อะไรแบบในหนังใช่ไหมคะ”
“ไม่หรอกจ้ะ เพราะครั้งที่แล้วเขามาเมืองไทยก็มีเด็กจากโมเดลลิงอื่นไปรับงาน ก็ไม่เห็นมีความผิดปกติอะไร เขาก็แค่ผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งที่อยากจะมาหาความสุขที่เมืองไทย ในช่วงที่เขาพักผ่อนจากการทำงานก็เท่านั้น”
“แล้วเขาไม่มีแฟนเป็นตัวเป็นตนเหรอคะพี่ ถึงมาจ้างผู้หญิงให้ไปนอนด้วยแบบนี้”
“พี่ว่าเขาก็น่าจะมีคนรักอยู่แล้วแหละแต่ผู้ชายก็อยากจะหาเศษหาเลยแบบนี้บ้าง บางทีคนรักของเขาก็อาจจะรู้เรื่องนี้ก็ได้นะ เพราะเขามาอยู่นานเป็นเดือน คนรวยก็แบบนี้แหละเข้าใจยากจริงๆ”
“ถ้าสมมุติพวกเราได้งานนี้พี่ปานก็จะได้เงินถึงสามแสนเลยเหรอคะ”
“ใช่จ้ะอย่าหาว่าพี่เห็นแก่เงินเลยนะแต่แบบแต่เงินสามแสนมันก็มากจริงๆ โมฯ อื่นก็อยากได้กัน ปกติแล้วพี่จะหักหัวคิวจากราคาที่ลูกค้าจ้าง แต่เขาเจาะจงมาเลยว่าจะให้ผู้หญิงหนึ่งล้านบาทเลยให้ทางคนจัดหาอีกสามแสนพร้อมกับรักษาสัญญาเป็นความลับระหว่างที่เขาพักผ่อนอยู่ที่นี่”
“มีนพี่อยากให้ลองส่งใบสมัครมานะเพราะหน้ามีนสวยแบบไทยๆ ผิวพรรณก็ดีถ้าได้รับเลือกก็จะได้เอาเงินไปใช้หนี้ เห็นว่าบ้านก็กำลังจะโดนยึดด้วยใช่ไหม”
“ค่ะพี่ปานตอนนี้มีนก็ทำงานตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน็อตเลยค่ะ” มนต์มีนาพูดแล้วหัวเราแบบฝืดๆ
“แล้วมีนคิดยังไงกับเรื่องนี้ล่ะ”
“มันก็น่าสนใจนะคะ พี่เงินเยอะขนาดนั้นมีนจะไปหาจากไหนแต่มีนไม่อยากตั้งความหวังค่ะ เพื่อนๆ แต่ละคนก็สวยกันทั้งนั้นเลย”
“ทุกคนก็มีความสวยในแบบฉบับของตัวเอง มีนเป็นคนที่ยิ้มสวยเวลาถ่ายรูปให้ยิ้มเข้าไว้พี่ว่ารอยยิ้มของมีนอาจจะมัดใจเขาก็ได้นะ ออยก็ยิ้มมีเสน่ห์เหมือนกัน เราสองคนลองยื่นใบสมัครมานะ พี่อาจจะดูเป็นเหมือนแม่เล้าใช่ไหมล่ะ”
“มีนเข้าใจค่ะ ว่าพี่พยายามหางานที่ได้เงินดีๆ มาให้กับพวกเรา มีนรู้ว่าโมเดลลิงอื่นเขาก็ทำงานลักษณะแบบนี้แต่ที่นี่มันเป็นครั้งแรกก็เลยรู้สึกว่าจะแปลกไปหน่อย”
“จริงๆ ก็มีคนติดต่องานแบบนี้มามากนะแต่พี่เห็นว่าเงินที่ได้มามันไม่คุ้มเท่าไหร่ก็เลยไม่ได้รับ แต่งานนี้พี่จำเป็นต้องรับเพราะพี่เองก็มีภาระที่จะต้องรับผิดชอบเหมือนกัน พี่ถึงเรียกทุกคนมาคุยกันตรงๆ ใครรับได้ก็ส่งใบสมัครมาใหม่เพราะพี่จะไม่ตัดสินใจเองโดยการส่งโปรไฟล์ที่มีอยู่โดยไม่ขออนุญาตเจ้าของเลย”
ปานทิพย์พูดกับเด็กในสังกัดทั้งสองคนอย่างตรงไปตรงมาที่โมเดลลิงอื่นเขาก็ส่งนักศึกษาและเด็กในสังกัดไปให้เสี่ยกระเป๋าหนักกันทั้งนั้น แต่เด็กในสังกัดของเธอยังไม่เคยมีใครรับงานแบบนั้นมาก่อนเธอจึงค่อนข้างเลือกงานแต่ถ้ามีใครให้ราคาดีแบบนี้มันก็เป็นอะไรที่น่าสนใจมากอยู่เหมือนกัน
“หนูสองคนมีเรื่องจะคุยกับพี่แค่นี้ใช่ไหม”
“ค่ะพี่ปาน”
“ถ้างั้นเราสองคนไม่รบกวนแล้วนะคะ”
“อย่าลืมส่งรูปมาให้พี่ดูนะ”
“ค่ะพี่ปานมีนกับออยไปก่อนคะ ไปก่อนนะคะสวัสดีค่ะ”
มนต์มีนากับชาลิดาออกมาจากโมเดลลิงก็เข้าไปยังร้านอาหารตามสั่งแห่งหนึ่งหลังจากสั่งกะเพราหมูกรอบของโปรดมาทานทั้งสองก็เริ่มคุยกัน
“เอาไงดีล่ะออย” มนต์มีนาสนใจเรื่องนี้มากๆ เพราะเงินถึงหนึ่งล้านบาท หาทั้งชีวิตก็ไม่รู้จะได้หรือเปล่า
“มันก็น่าสนใจดีนะมีน แต่เขาจะเลือกเราเหรอ”
“นั่นสินะ เราก็คนธรรมดาหน้าอกก็แค่คัพบีจะไปเสริมตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว” มนต์มีนามองหน้าอกขนาดพอเหมาะของตัวเองแล้วส่ายศีรษะเพราะรู้ว่าการจะรับงานแบบนี้หุ่นเป็นเรื่องที่สำคัญมาก
“เอาน่าไม่ลองก็ไม่รู้หรอก เดี๋ยวเราไปถ่ายรูปกันไหม ถ่ายที่บ้านมีนนะ ชุดว่ายน้ำมีนมีใช่ไหม”
“อือ ลองดูสักตั้งถ้ามีนได้งานนี้ก็คงจะปลดหนี้ได้เลย”
“ยังต้องใช้หนี้อีกเท่าไหร่นะ”
“ใช้หนี้เจ๊ในตลาดสามแสน ส่วนธนาคารตอนนี้เขาก็ให้มีนเข้าไปทำเรื่องผ่อนผันอยู่ แต่มันก็คงผ่อนผันได้ไม่นานหรอก เราเอาบ้านไปจำนองห้าแสน ตอนนี้ดอกเบี้ยกับเงินต้นก็บานปลายไปเกือบ หกแสนแล้วแต่ยังดีที่เขาให้ช่วยผ่อนจ่ายได้”
“ถ้าสมมุติมีนได้งานก็ใช้หนี้จนแทบไม่เหลือเงินเก็บเลย”
“ไม่เป็นไรหรอกออย ขอให้ได้งานจริงๆ เถอะส่วนเรื่องเงินเก็บเดี๋ยวเราทำงานเอาก็ได้ สาธุมีนขอให้ได้งานนี้ทีเถอะค่ะ” มนต์มีนายกมือไหว้ท่วมหัว
แม้ว่างานที่อยากได้จะทำให้เธอไม่เหลือศักดิ์ศรีเลยแต่ตอนนี้สิ่งที่หญิงสาวต้องการก็คือเงินมากกว่าอะไรทั้งหมด