“นี่พี่บอกกี่ครั้งแล้วพู่กันทำไมไม่ฟังกันบ้าง ถ้าพี่ไม่อนุญาตหรือถ้าพี่ไม่อยู่ที่ห้องห้ามแอบเข้ามาที่ห้องพี่เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นพี่จะไม่คุยด้วยอีกแล้วนะ อย่ามาหาว่าพี่ใจร้ายด้วยนะ”
เสียงตวาดของวรานนท์เจ้าของคอนโดหรูดังลั่นห้องด้วยความโมโห ทำเอาตอนน้ีพู่กัน หรือนายพนัชกร ธีรวัฒนาวัฒน์ รู้สึกตกใจกลัวขึ้นมาทันที เพราะปกติพี่เนมจะใจดีกับตัวเองตลอด สาเหตุที่แอบเข้ามาในพื้นที่หวงห้ามของหนุ่มหล่อร่างสูงอย่างวรานนท์ โชติกุลวัฒนา หรือพี่เนมของน้องพู่กัน ก็เพราะวันพรุ่งนี้จะเป็นวันเกิดของพี่เนมเจ้าชายในดวงใจของพู่กัน ร่างโปร่งบางก็เลยตั้งใจที่จะมาฉลองวันเกิดให้ล่วงหน้า แต่พอโดนตวาดเลยทำให้ร่างบางหน้าเสียไม่นึกว่าเรื่องแค่นี้จะทำให้อีกฝ่ายอารมณ์เสียขนาดนี้
“พู่กันขอโทษนะครับพี่เนม ก็พู่กัันแค่อยากมาเซอร์ไพรส์วันเกิดพี่เนมล่วงหน้าและอยากจะมาเป่าเทียนวันเกิดกับพี่เนมเป็นการส่วนตัวแค่สองคนเราก่อนเฉยๆ พี่เนมอย่าโกรธพู่กันเลยนะครับ น๊าาาา”
คนตัวเล็กกว่าอ้อนเจ้าของห้องเสียงหวานที่เมื่อก่อนเคยใช้ได้ผลดีมาตลอดเผื่ออีกคนจะใจดีหายโกรธตัวเองลงบ้าง แต่วรานนท์ก็ได้แต่ถอนหายใจทำท่าเบื่อหน่ายออกมาให้ร่างบางได้เห็นและใจแป้ว แต่ก็ยังแอบคิดเข้าข้างตัวเองว่าช่วงนี้อยู่ในช่วงฝึกงานของวรานนท์ คนตัวโตคงทำงานมาหนื่อยๆ คงอยากพักผ่อน อากาศร้อนด้วย เลยอาจจะหงุดหงิดบ้างไม่เป็นไรแค่นี้พนัชกรทนได้
“แล้วพรุ่งนี้ไม่ไปบ้านพี่ใช่ไหมถึงจะเอามาวันนี้ให้ได้”
“ไปครับ ก็บอกแล้วไงว่าอยากให้พี่เนมเป่าเค้กกับพู่กันก่อนแค่สองต่อสอง ทำไมไม่เข้าใจกันเลย”
“แล้วไหนเค้กที่จะให้เป่า รีบเอามาเป่าเร็วๆ ชักช้าจะได้รีบกลับบ้าน พี่เหนื่อยอยากพักผ่อน”
เสียงร่างสูงถามหาเจ้าเค้กตัวปัญหาอย่างดุๆ เขาไม่อยากอยู่กับร่างบางนาน ไม่อยากให้พนัชกรเข้าใจผิดคิดว่าเขามีใจ เขาแค่เอ็นดูเหมือนน้องเหมือนนุ่งแค่นั้น แต่อีกคนไม่ฟังเลยตามตื้อเขาตลอด
พอเห็นคนพี่ถามหาเค้กทำให้ร่างบางของพนัชกรรีบไปยกเค้กก้อนเล็กน่ารักที่ตัวเองให้มาม๊าพรีนสอนทำออกมาวางไว้ที่โต๊ะทานข้าวในห้องแล้วปักเทียนวันเกิดไว้ก่อนที่จะจุดเทียนแล้วถือมาตรงหน้าคนตัวสูง
“ เอาล่ะนะครับ แฮบปี้เบิร์ด เดย์ ทู ยู แฮบปี้เบิร์ด เดย์ ทู ยู แฮบปี้เบิร์ด เดย์ แฮบปี้เบิร์ด เดย์ แฮบปี้เบิร์ด เดย์ ทู ยู สุขสันต์วันเกิดนะครับพี่เนม พู่กันขอให้พี่เนมมีความสุข สุขภาพแข็งแรง ตอบรักเนมเร็วๆนะครับที่รักของพู่กัน ฟอดดดดดด”
ร่างบางร้องเพลงวันเกิดพร้อมด้วยคำอวยพรให้กับวรานนท์ ก่อนที่จะหอมแก้มคนตัวสูงและยื่นเค้กวันเกิดให้ เจ้าของวันเกิดก็รับมาอย่างเสียไม่ได้ ไม่มีแม้กระทั่งรอยยิ้มให้ ใบหน้าหล่อไม่แสดงสีหน้าอะไรเลยนอกจากยืนหล่ออยู่เฉยๆ
“พู่กันพี่บอกกี่ครั้งแล้ว อย่ามาแก่แดดก๋ากั่นลวนลามพี่ พี่ไม่ชอบ”
วรานนท์ทำหน้าไม่ชอบใจใส่อีกคน แต่ถึงแม้พนัชกรจะโดนดุก็ใช่จะสนใจยังคงคะยั้นคะยอจูงมืออีกคนมานั่งที่โต๊ะแล้วส่งมีดตักเค้กให้คนตัวสูง
“พี่เนมมาตัดเค้กวันเกิดเร็วครับ นี่พู่กันทำเองเลยนะครับไม่หวานมาก”
ซึ่งวรานนท์ก็รับมาตัดให้จบๆ ก่อนที่จะใช้ช้อนตักขึ้นมาชิมเค้กมะพร้าวอย่างที่เขาชอบรสชาติอร่อยเลยล่ะ ตักเค้กเข้าปากพลางเหลือบตามองไปทางคนทำที่ทำหน้าลุ้นรอคำติชมจากเขาอยู่
“โอเค รสชาติใช้ได้ ขอบคุณครับ พี่อิ่มแล้วอ่ะที่เหลือพี่ยกให้พู่กันเอาไปกินแทนพี่ที”
พนัชกรยิ้มแก้มปริทันทีกับคำชมเขาดีใจที่พี่เนมชมว่าเค้กที่เขาอุตส่าห์ทำมาอร่อย แต่ประโยคต่อมาที่วรานนท์ยกเค้กกลับมาให้ตัวเองคืออะไรอร่อยแล้วทำไมถึงไม่กินต่อ เพิ่งตักกินไปคำเดียวเอง
“พี่เนมไม่กินอีกเหรอครับ ทานอีกหน่อยนะครับเดี๋ยวพู่กันป้อนให้เอาไหม”
“ไม่ต้องพี่บอกว่าอิ่มแล้วไง พี่ยกให้ ทำไมพูดไม่รู้เรื่อง ถ้าไม่รับกลับก็เอาไปท้ิงถังขยะเลย”
วรานนท์เผลอพูดตะคอกออกมาด้วยความหงิดหงุด เขาไม่ชอบที่ร่างบางคอยเซ้าซี้ทำโน่นทำนี่ให้เขาตลอดมาคอยป้วนเปี้ยนใกล้ๆ ให้เขาได้รำคาญใจ
คนฟังถึงกลับหยุดชะงักช้อนที่กำลังตักเค้กไปจ่อป้อนที่ปากหยักของชายยอดดวงใจ ในใจมันสั่นมันเสียใจกับคำพูดของร่างสูง เขาเคยร้องไห้น้อยใจกับคำพูดของวรานนท์แต่ก็โดนร่างสูงต่อว่าไม่ชอบคนเจ้าน้ำตา ครั้งนี้แม้จะเสียใจกับคำพูดร้ายๆไม่ถนอมน้ำใจกันก็ทำได้แค่ร้องไห้ในใจแค่นั้น
“พู่กันขอโทษครับ ถ้าพี่เนมอิ่มแล้วเดี๋ยวพู่กันเอาเก็บไว้กินเองก็ได้ครับ”
“พี่ขอโทษแล้วกันที่เสียงดังใส่ คราวหลังพี่พูดอะไรก็ฟังพี่บ้าง แล้วนี่จะกลับหรือยัง พี่จะได้ลงไปส่งข้างล่าง”
“เอ่อ กลับก็ได้ครับพี่เนมจะได้พักผ่อน สุขสันต์วันวันเกิดอีกครั้งนะครับที่รักของพู่กัน พู่กันขอโทษนะครับที่มากวนเวลาพักผ่อนของพี่ พู่กันกลับก่อนนะครับ”
“ป่ะ เดี๋ยวพี่ลงไปส่งข้างล่าง”
ร่างบางเลยอยู่อ้อยอิ่งไม่ได้ จำใจต้องเดินตามเจ้าของห้องออกไป ร่างสูงของวรานนท์เดินมารอร่างบางในลิฟต์เขาสังเกตว่าร่างบางทำหน้าหงอยลง แต่ทำยังไงได้เขากลับจากฝึกงานมาเหนื่อยๆ ก็ต้องการที่จะพักผ่อนส่วนตัว แต่ร่างบางก็ชอบมาขโมยเวลาเขาไปตลอดเหมือนนกรู้ตารางชีวิตของเขาจะไม่ทำให้เขาหงุดหงิดเลยได้ยังไง บางวันโทรมาดึกๆมาคุยเรื่องไร้สาระ จนเขาต้องดุเอา
คนตัวสูงเดินมาหยุดอยู่ที่รถของพนัชกรที่จอดอยู่พร้อมกับรออีกคนที่เดินถือกล่องเค้กตามหลังมาช้าๆ อย่างใจเย็น และอดทนนี่ขนาดท่าเดินยังช้าจนเขาเห็นแล้วหงิดหงิดรำคาญลูกกะตาจะช้าไปถึงไปเถอะพ่อคุณ เดินยังกะจะไปประกวดเทพี
พอร่าบางเดินมาถึงที่รถของตัวเองที่จอดอยู่แล้วก็กล่าวลาวรานนท์คนหล่อในหนึ่งเดียวในดวงใจอย่างจำใจ
“พู่กันไปก่อนนะครับพี่เนม ขอบคุณที่ลงมาส่งนะครับ สวัสดีครับ ฟอดดดด”
ลาคนหล่อปากร้ายเสร็จ พู่กันก็จู่โจมหอมแก้มอย่างรวดเร็วโดยที่คนพี่ไม่ทันตั้งตัวก่อนที่จะขับรถออกไป
วรานนท์ โชติกุลวัฒนา ตอนนี้เขา 21ปี กำลังจะเรียนปริญญาตรีปีสี่ตอนนี้อยู่ในช่วงฝึกงาน เขาเข้าไปฝึกที่บริษัทของครอบครัว เพื่อที่จะเข้าไปช่วยแด็ดดี้ เวทานนท์ ฝึกบริหารไปด้วย เขามองคนตัวบางที่เพิ่งขับรถจากไป เขารู้จักกับพนัชกรเพราะครอบครัวสนิทกันแด็ดดี้กับลุงหมอพ่อของร่างบางเป็นเพื่อนรักกัน พวกเขาสนิทกันมาตั้งแต่เด็กๆ และร่างบางเป็นเพื่อนสนิทของสองแฝดน้องของเขา โน้ตกับเนยเรียนอนุบาล ประถม มัธยมมาด้วยกันตลอด เพิ่งจะแยกกันตอนเรียนมหาวิทยาถึงแม้จะอยู่คนละคณะก็ยังอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกัน น้องโน้ต วรงกรณ์ แฝดพี่เรียนวิศวะ ส่วนน้อยเนย วราภรณ์ เรียนคณะบริหารเหมือนเขา แต่ร่างบางที่เพิ่งขับรถจากไปเลือกที่จะเป็นคุณหมอเหมือนผู้เป็นพ่อ วรานนท์ในฐานะที่เป็นพี่ใหญ่ในกลุ่มตั้งแต่เด็กๆ ก็ดูแลน้องๆ มาตลอด จนมาถึงตอนที่พวกน้องๆ กำลังจะจบมอปลาย พู่กันก็เข้ามาสารภาพกับเขา ว่าแอบรักมาตลอดและมาขอคบเป็นแฟน ซึ่งเขาเองไม่ได้ชอบร่างบางแบบคนรักเลยปฏิเสธไป แต่อีกฝ่ายก็ตามตื้อตลอดตั้งแต่นั้นมาโดยไม่สนคำปฏิเสธจากเขา เพราะได้แรงสนับสนุนจากสองแฝดเพื่อนรัก ถึงตอนที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยเขาจะเป็นหนุ่มฮ็อตของคณะและมหาวิทยาลัยเขาก็ไม่ได้คบใครเป็นพิเศษ บางทีก็แค่วันไนท์สแตนด์ เพราะเขายังไม่เจอใครที่รักจริงๆ มีผู้หญิงและผู้ชายมากหน้าหลายตาเข้ามาหาเขาต้องการแค่มีคืนพิเศษกับเขา วรานนท์ก็โอเคแต่ต้องทำข้อตกลงกันว่าไม่ผูกมัดเขาถึงจะตกลงยอมหลับนอนด้วย
ร่างบางของพนัชกรขับรถกลับบ้านด้วยความเสียใจ น้ำตาที่กล้ันไว้ตั้งแต่อยู่ที่คอนโดของคนตัวโตค่อยๆไหลออกมาอย่างสุดจะกลั้นด้วยความน้อยใจในคำพูดของพี่เนมคนที่เขาแอบรักมาตั้งแต่เด็ก ตอนเด็กๆ วรานนท์ใจดีกับเขาคอยเอาใจเขามาตลอดทำให้พนัชกรทั้งรักและชื่นชมพี่ชายคนนี้มาก แต่พอโตขึ้นมาเมื่อเห็นมีสาวๆมาอยู่ใกล้พี่ชายทำให้พนัชกรรู้สึกไม่ชอบใจ รู้สึกหวงไม่อยากให้ใครเข้าใกล้ พอใจไปรึกษาเพื่อนรักอย่างโน้ตกับเนยและพร้ิมทุกคนลงความเห็นว่าเขานั้นรักวรานนท์เกินกว่าพี่น้อง ทุกคนเลยแนะนำให้เขาลองไปสารภาพรักกับวรานนท์เพราะในบรรดาเหล่าเพื่อนที่โตมาด้วยกันคนตัวสูงจะเอาใจพนัชกรมากกว่าพี่น้องคลานตามกันมาอย่างวรงกรณ์และวราภรณ์เสียอีก แต่สิ่งที่ได้ตอบแทนกลับมา กลับเป็นคำปฏิเสธแบบไม่ใยดีเพราะวรานนท์นั้นบอกว่าไม่ได้ชอบเขาและเห็นร่างบางเป็นน้องมาตลอด แต่พนัชกรซะอย่างเขาได้ประกาศก้องต่อหน้าวรานนท์ไว้ว่าเขาจะทำทุกอย่างให้วรานนท์รักเขาให้ได้ หลังจากนั้นเขาก็ตามตื้อร่างสูงมาตลอดแม้จะถูกอีกฝ่ายปฏิเสธแบบไม่ใยดีก็ตาม
แต่วันนี้มันหนักเกินไปสำหรับใจบางๆของพนัชกรเกินกว่าจะรับไหว ปกติเมื่อก่อนทุกวันเกิดมาม๊าพรีนคนสวยจะทำเค้กวันเกิดเป็นของขวัญให้วรานนท์ตลอด แต่หลังจากที่พนัชกรได้สารภาพรักกับคนตัวโตแล้วเขาก็ขอให้มาม๊าเป็นคนสอนทำเค้กให้และนำไปให้วรานนท์คนที่ตัวเองรักที่บ้านเมื่อปีที่แล้วเหตุการณ์ก็ปกติทุกคนก็ชื่นชมเค้กที่เขาทำ แต่ปีนี้ร่างบางอยากจะให้พิเศษกว่าทุกวันเกิดที่ผ่านมา เลยตั้งใจที่จะเอาเค้กไปเซอร์ไพรส์ที่คอนโดหรูของวรานนท์ ซึ่งพอเข้ามหาวิทยาลัยวรานนท์ก็จะมาอยู่ที่นี่เป็นส่วนใหญ่ และเมื่อก่อนเขาสามารถเข้าออกห้องของวรานนท์ได้ตลอดพอๆกับเจ้าของห้อง แต่พอสารภาพรักไปเจ้าของห้องก็สั่งห้ามไม่ให้เขาไปหาถ้าเจ้าตัวไม่อนุญาต
ทั้งๆ ที่วันนี้ตั้งใจที่จะเป่าเทียนกับวรานนท์สองต่อสองอย่างโรแมนติก และทำให้เจ้าของห้องประทับใจและตั้งใจที่จะเป็นคนแรกที่ได้อวยพรวันเกิด แต่นึกไม่ถึงลืมเตรียมใจมาว่าจะโดนปฏิเสธแบบไร้เยื่อใยอย่างนี้ นอกจากที่เจ้าของห้องจะไม่พอใจที่เขาบุกรุกพื้นที่ส่วนตัวไม่พอเค้กที่ตั้งใจทำวรานนท์ยังเอากลับคืนมาให้เขาได้ถือกลับบ้านอีก กินไม่หมดก็ช่วยเอาเก็บไว้ในตู้เย็นไว้กินวันอื่นให้คนทำได้ดีใจหน่อยเถอะ
ร่างบางขับรถมาจอดที่บ้านได้อย่างไรโดยไม่รู้ตัว เขาขับรถกลับมาอย่างไม่มีสติ ขอบคุณพระเจ้าที่ให้เขารอดจากอุบัติเหตุมาได้ ก่อนที่ร่างบางจะก้าวลงจากรถแล้วถือกล่องเค้กเข้าไปในบ้านอย่างเศร้าๆ
“อ้าวกลับมาเร็วจังลูก ไหนบอกจะไปฉลองวันเกิดกับพี่เนมไงครับ”
พีรฉัตรถามลูกชายที่ถือกล่องเค้กเดินเข้ามาในบ้านด้วยใบหน้าเศร้าๆ คงโดนวรานนท์ปฏิเสธอีกแล้วแน่เลย แต่ไม่รู้ว่าครั้งนี้จะรุนแรงแค่ไหน ดูจากสีหน้าแล้วคงหนักเอาการ
“พี่เนมบอกจะพักผ่อนครับ พู่กันก็เลยกลับมาเร็ว” พนัชกรตอบมารดาไปด้วยท่าทีเศร้าๆ
“โธ่ ลูกชายของมาม๊า ไม่เป็นไรนะครับพรุ่งนี้ก็วันเกิดพี่เนมครอบครัวเราก็ต้องไปอยู่แล้ว ค่อยฉลองพร้อมกันพรุ่งนี้ก็ได้ลูก ไหนยิ้มซิครับ หน้าสวยๆของลูกชายมาม๊าหมองหมด ส่วนเค้กค่อยให้พรุ่งนี้ก็ได้นะครับ”
“ให้ไม่ได้แล้วครับมาม๊า พี่เนมทานแล้ว แต่ไม่หมดเลยเสียดายให้พู่กันเอากับมาทานต่อครับ”
“อ้าวเหรองั้นไม่เป็นไรลูก แล้วลูกทานข้าวมาหรือยังครับ ถ้ายังเดี๋ยวมาม๊าไปอุ่นกับข้าวให้”
“ไม่เป็นไรครับมาม๊า พู่กันทานมาแล้วเดี๋ยวพู่กันขึ้นห้องก่อนแล้วกันนะครับ มันดึกแล้วป่ะเดี๋ยวพู่กันไปส่งมาม๊าที่ห้อง ด้วยเลยดีกว่า ป่านนี้ปะป๊าคิดถึงแย่แล้ว”
สองแม่ลูกหน้าตารูปร่างผิวพรรณถอดแบบมายังกับโคลนนิ่ง ลูกชายโอบเอวผู้เป็นมารดาพาไปส่งที่ห้องก่อนจะแวะเข้าห้องตัวเอง
พอเข้ามาอยู่คนเดียวเพียงลำพังในห้องตัวเองความเศร้าก็เริ่มมาเยือนทำให้ใบหน้าสวยเศร้าหมองอีกครั้ง ยิ่งมองเห็นกล่องเค้กที่ถือมาด้วยยิ่งอยากจะร้องไห้อุตส่าห์อดทนหลังขดหลังแข็งทำกลับต้องมากินเอง พนัชกรเดินไปหยิบช้อนมาตักเค้กที่ตัวเองทำขึ้นมาเข้าปากกินแทนข้าวประทังความหิวเพราะยังไม่ได้ทานข้าวเย็นเลย แต่ไม่อยากให้มาม๊าเป็นห่วงเลยจำเป็นต้องโกหกไปยังดีนะที่อย่างน้อยก็ยังมีคนที่บ้านเป็นห่วงล่ะ
ขณะที่กินเค้กอยู่เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเป็นสายจากแฝดน้องเพื่อนรักโทรเข้ามา
“ว่ายังไงหญิง โทรมาทำไมดึกดื่นยะ” พนัชกรถามวราภรณ์เพื่อนสาว
“ก็โทรมาถามข่าวคาว อุ๊ยไม่ใช่ข่าวคราวไงเพื่อนรัก ตกลงแกได้สวีทหวานกับเฮียเนมหรือเปล่าพู่กัน”
“สวีทกะผีอะไร พี่เนมเปิดห้องเข้ามาเห็นพู่กันอยู่ในห้องก็โดนด่าแล้ว ดีนะไม่โดนแจ้งความจับข้อหาบุกรุก”
“โห! แกก็ เฮียคงไม่ใจร้ายกับพู่กันคนสวยขนาดนั้นหรอก ว่าแต่เฮียเค้าชอบเค้กแกป่ะ”
“ชอบมากมั้งกินไปคำเดียว ส่งคืนให้พู่กันเอากับมากินเองไม่งั้นจะทิ้งขยะ ดูซิเนยพี่ชายเนยอ่ะปากร้ายมาก ใจร้ายกับพู่กันมากเลย”
“เฮียนี่ยังไง ทีเมื่อก่อนอะไรๆ ก็น้องพู่กันต้องมาก่อน จนเนยกับโน้ตแทบจะตกกระป๋อง”
“ก็ตั้งแต่พู่กันบอกรักพี่เนมไปครั้งโน้นแหละ กลายเป็นพู่กันตกกระป๋องแทนไง ไม่เคยคุยด้วยดีๆเลย บางทีพู่กันก็เสียใจอ่ะ”
“โถๆๆ เพื่อนรักอย่าเพิ่งถอดใจ พนัชกรซะอย่าง สู้ๆ นะเพื่อนรัก เพื่อความรักของพู่กัน เอาให้เฮียเนมคุกเข่าอ้อนวอนขอความรักพูู่กันแทนเลยนะ”
“มันจะมีวันนั้นไหมวะเนย แต่ยังไงเราก็จะสู้ ตื้อเท่านั้นที่ครองโลกใช่มะ ”
“ถูกต้องเพื่อน งั้นนอนเถอะเพื่อนรัก เดี๋ยวพรุ่งนี้วันเกิดเฮียหลังเลิกเรียนแล้วเจอกันนะ ฝันดีพี่สะใภ้”
“โอเค ฝันดีน้องสามี”
พนัชกรยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับคำเรียกขานจากเพื่อนสาวว่าพี่สะใภ้ รู้สึกเขินยังไงไม่รู้ ถ้าได้เป็นก็ดีซิ คอยดูนะพี่เนมพู่กันคนนี้แหละจะคอยตื้อจนพี่เนมใจอ่อนมารับรักของพู่กัน พนัชกร คนนี้ให้ได้คอยดู ถ้าถึงเวลานั้นพนัชกรคนสวยอาจจะเล่นตัวสักหน่อยแล้วอย่ามาว่ากันแล้วกัน
พนัชกรตื่นเช้ามาด้วยความงัวเงีย เมื่อคืนกว่าจะนอนหลับได้ก็เกือบเที่ยงคืน เพราะมัวแต่เสียใจกับคำพูดของพี่เนมที่พูดทำร้ายจิตใจกันไหนจะคิดหาวิธีที่จะทำยังไงให้วรานนท์ตอบรับรักตัวเอง คิดหลากหลายวิธีก็ยังไม่ได้วิธีที่ดีที่สุดที่จะเป็นไปได้สักที ทำให้เช้านี้กว่าจะดีดตัวจากที่นอนลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวได้เลยค่อนข้างนาน
“อรุณสวัสดีครับทุกคน ขอโทษนะครับที่พู่กันลงมาช้า” พนัชกรนั่งลงข้างๆ พะแพงผู้เป็นน้องสาว
“เมื่อคืนนอนดึกเหรอลูก ทำไมวันนี้ดูเพลียๆ”
คุณปู่อาทิตย์ถามหลานชายด้วยความเป็นห่วงพอเห็นใบหน้าอิดโรยของพูู่กันหลานรัก
“พอดีเมื่อคืนพู่กันดูซีรี่ย์ติดพันน่ะครับคุณปู่เลยดึกไปหน่อย”
ร่างบางแอบโกหกคุณปู่ สาธุอย่าให้หลานบาปเลยนะครับคุณปู่ พนัชกรขอโทษคุณปู่ในใจ
“งั้นเช้านี้ไม่ต้องขับรถไปเองนะลูกปู่ว่าให้คนขับรถไปส่งเถอะ หนูจะได้หลับไปในรถ” คุณปู่อาทิตย์หาทางออกให้หลานชายได้พักอย่างน้อยระหว่างเดินทางไปมหาวิทยาลัยก็ยังดีและสำคัญที่สุดป้องกันร่างบางหลับในเดี๋ยวเกิดอุบัติเหตุอีก
“ดีเลยครับคุณปู่ ขอบคุณนะครับ”
“จำเนียนไปบอกให้ปานหรือใครก็ได้สักคนเตรียมรถไปส่งคุณพู่กันที่มหาวิทยาลัยหน่อย”
“ค่ะคุณท่าน”
”วันนี้พู่กันเลิกเรียนกี่โมงลูก” นิลกาฬถามลูกชาย
“เรียนถึงบ่ายสามครับปะป๊า มีอะไรหรือเปลาครับ” พนัชกรถามบิดาเผื่อต้องการให้เขาทำอะไร
“เปล่าลูก ปะป๊าแค่จะเตือนว่าวันนี้วันเกิดพี่เนมนะอย่าลืม”
“อ่อ ครับ ไม่ลืมครับปะป๊า พู่กันนัดกับเนยและโน้ตไว้แล้วครับ”
หลังจากทานข้าวเสร็จพนัชกรก็ไปขึ้นรถที่คนขับรถเตรียมรออยู่ ส่วนรถอีกคันก็มีพะแพงมีปะป๊ากับมาม๊าไปส่งพะแพงที่โรงเรียนก่อนที่จะไปส่งมาม๊าที่โรงแรมและปะป๊าไปทำงานที่โรงพยาบาลต่อ พอมาอยู่บนรถร่างบางก็หลับทันทีด้วยความเพลีย ช่วงเช้าเวลาเร่งด่วนการจรจรน่าจะติดพอให้ได้นอนพักบนรถบ้าง
พอมาถึงที่คณะแพทยศาสตร์ ลุงปานคนขับรถก็ลงมาเปิดประตูรถให้พร้อมกับปลุกคุณหนูให้ตื่นเพื่อไปเรียนหนังสือ
“คุณหนูครับ คุณหนูพู่กันครับ ถึงคณะแล้วครับผม”
“ห่าว ถึงเร็วจังเลยลุงปานกำลังหลับเพลินเลย ขอบคุณนะครับลุงปาน พู่กันไปเรียนแล้วนะครับ หวัดดีครับ”
พนัชกรยกมือไหว้ขอบคุณคนขับรถที่ขับรถมาส่งและเปิดประตูให้อย่างนอบน้อม ก่อนจะลงจากรถเดินเข้าไปในตึกเรียนของคณะ
“เฮ้ย พู่กันรอด้วย พู่กันได้ยินไหมเพื่อน”
เสียงตะโกนร้องเรียกชื่อของพนัชกรเสียงดังลั่นจนทำให้เจ้าของชื่อหันมามองยังเสียงเรียก ก็เห็น บอม กิตติภพเพื่อนสนิทที่เรียนด้วยกันกับตัวเองกำลังวิ่งมาหา
“จะเรียกทำไมเสียงดังบอม อายคนอื่นเค้า”
“อ้าว ก็ถ้าเรียกเบาๆ เราก็กลัวคุณหนูพู่กันคนสวยไม่ได้ยินไงก็เลยต้องตะโกนเสียงดัง”
“สวยบ้าอะไร เราหล่อน่ารักต่างหาก ง่วงอ่ะ บอมไปกินกาแฟกับเราไหม” ร่างบางชวนเพื่อนตัวสูงไปหาคาเฟอีนเข้าร่างกายก่อนเริ่มเข้าเรียนช่วงเช้า
“เอาดิ เมื่อคืนเราเล่นเกมดึกไปหน่อยเลยง่วงเหมือนกัน งั้นไปกันเถอะป่ะ เดี๋ยวก็จะได้เวลาเรียนพอดี”
นักศึกษาหนุ่มสองคนที่หน้าตาดีทั้งคู่แต่รูปร่างต่างกันเดินไปด้วยกันทำให้มีแต่คนมองด้วยความสนใจ พนัชกรรูปร่างสูงโปร่งตัวบางแต่ไม่ผอมผิวขาวเนียน ใบหน้าหล่อแบบสวยๆ ดูละมุนไปหมด แถมโปรไฟล์ดีเป็นลูกทายาทเจ้าของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังกับลูกเจ้าของร้านอาหารและโรงแรมจึงเป็นที่สนใจทั้งหญิงและชายโดยเฉพาะผู้ชายสายรุกจะเข้ามาขายขนมจีบร่างบางเยอะมาก ส่วนอีกคน บอม กิตติภพ หนุ่มหล่อดีกรีเดือนคณะแพทย์ฯ รูปร่างสูงหุ่นดีผิวออกเหลืองใบหน้าหล่อเหลาพิมพ์นิยมในปัจจุบัน เป็นที่ต้องตาของทั้งเก้งและชะนีทั้งหลาย ทายาทไร่ชาทางเชียงใหม่ แต่พอสองเพื่อนซี้เดินไปด้วยกันก็จะโดนพวกสาววายทั้งหลายเชียร์ให้เป็นแฟนกันซึ่งกิตติภพก็แอบคิดกับคนหน้าสวยนี้เกินเพื่อนไปแล้ว ส่วนร่างบางก็ได้แต่หัวเราะขำเพราะเขาไม่ได้ชอบทุกคนที่เป็นผู้ชายเสมอไป พนัชกรคนนี้รักแต่พี่เนมคนเดียวเท่านั้น
พอถึงเวลาเลิกเรียนเพื่อนแฝดชายก็โทรหาร่างบางตอนที่กำลังเดินอยู่กับกิตติภพพอดี
“ฮัลโหล ว่าไงโน้ต มีไรหรือเปล่า เลิกเรียนแล้วเหรอ”
“เลิกแล้ว ได้ยินว่าวันนี้ไม่ได้ขับรถมาเองใช่ไหม” เสียงทุ้มน่าฟังของวรงกรณ์ดังมาตามสาย
“ใช่ ว่าจะให้บอมไปส่งหาโน้ตที่คณะวิศวะอยู่ โน้ตมีอะไรป๊ะ”
“รออยู่ที่คณะนั่นแหละ ไม่ต้องไปรบกวนคนอื่นเค้า เดี๋ยวโน้ตไปรับเอง วันนี้เรามีนัดกันไปหาซื้อของขวัญวันเกิดให้เฮียเนมลืมหรือยัง”
“ยัง นี่ไงถึงว่าจะให้บอมไปส่ง”
“งั้นเดี๋ยวโน้ตไปรับแล้วเราไปซื้อที่ห้างด้วยกัน เพราะโน้ตโทรหายัยเนยแล้วเนยกำลังจะมาหาโน้ต อีกไม่เกินยี่สิบนาทีไปถึง”
“โอเค โอเค งั้นเดี๋ยวพู่กันนั่งรออยู่ที่โต๊ะหน้าคณะเหมือนเดิมนะ แล้วเจอกัน บ๊าย”
ร่างบางกดโทรศัพท์วางสายจากเพื่อนรักวัยเด็กของตัวเองอีกคน ใช่วันนี้วันเกิดคนสำคัญของเขาอย่างพี่เนมนอกจากเค้กเมื่อวานแล้วร่างบางก็ยังไม่ได้เตรียมของขวัญอะไรให้คนที่ตัวเองรักเลย พอวางสายเสร็จก็หันมาหาเพื่อนอีกคนที่เพิ่งเลิกเรียนดีนะที่ยังไม่ได้บอกให้กิตติภพไปส่ง ไม่งั้นถ้าบอกแล้วยกเลิกมีหวังโดนพ่อรูปหล่อเดือนคณะงอนแน่เลย แค่เห็นมองตาปริบๆเหมือนอยากจะรู้ว่าหลังเลิกเรียนแล้วเจ้าของร่างบางจะไปไหนต่อ
“พอดีเมื่อเช้าพู่กันไม่ได้เอารถมาน่ะคุณปู่ให้คนขับรถมาส่ง เมื่อกี้โน้ตเลยโทรมาบอกว่าจะมารับและเลยไปซื้อของด้วยกัน”
“จะให้มารับทำไมเดี๋ยวเราไปส่งพู่กันที่ห้างก็ได้ ค่อยให้ไปเจอกันที่ห้างเลย วันนี้เราว่างพร้อมบริการพู่กัน” กิตติภพแย้งเพราะอยากอยู่ใกล้เพื่อนนานๆ
“ไม่เป็นไรหรอกบอม โน้ตน่าจะใกล้ถึงแล้ววันนี้วันเกิดพี่เนมพี่ชายโน้ตด้วยครอบครัวเราก็จะไป เราก็เลยจะไปกับโน้ตเลย”
ร่างบางบอกเพื่อนเพราะเกรงใจคนที่จะขันอาสาไปส่งถึงห้างโดยที่เจ้าตัวไม่ได้มีธุระอะไร แต่เพื่อนตัวสูงกลับคิดว่าร่างบางไม่อยากให้ไปส่งเพราะจะมีเพื่อนรักตั้งแต่วัยเยาว์มารับซึ่งทั้งสองครอบครัวสนิทกันมากกว่าตัวเองที่เพิ่งจะรู้จักได้ไม่ถึงปี
“งั้นเดี๋ยวบอมนั่งเป็นเพื่อนพู่กันแล้วกัน จะได้ไม่เหงาระหว่างรอเพื่อนพู่กันมารับนะครับ” ร่างสูงยังติื้อต่อ
“ขอบคุณมากนะบอม แล้วหลังจากนั้นบอมกับคอนโดเลยไหม”
“ก็คงต้องกลับเลยแหละเพราะไม่มีอะไรทำ ตอนแรกกะว่าจะชวนพู่กันไปหาอะไรกินก่อนกลับ”
“งั้นไว้วันหลังนะ สัญญาเลยเดี๋ยวพาไปกินฟรีที่โรงแรมมาม๊าเลยดีไหม”
“สัญญาแล้วนะเบี้ยวอีกเรางอนจริงด้วย มาเกี่ยวก้อยกันก่อน” ก่อนกิตติภพจะยื่นนิ้วก้อยออกมาตรงหน้าร่างบาง
ภาพสองความสนิทสนมของสองหนุ่มหล่อคณะแพทย์ที่กำลังเกี่ยวก้อยกันเหมือนคู่รักกำลังกุ๊กกิ๊กกันตกอยู่ในสายตาของใครหลายๆคน พวกแม่ยกสายวายได้กรีดร้องกันเพราะชอบใจในฟิวแฟน ส่วนอีกสองคนพี่น้องฝาแฝดที่เพิ่งขับรถมาถึงกลับไม่ชอบใจแฝดน้องอย่างเนยถึงกับยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายภาพเอาไว้เผื่อได้ใช้ประโยชน์ในภายภาคหน้า ส่วนแฝดพี่ที่ทำหน้าที่ขับรถได้แต่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความไม่ชอบใจไอ้หล่อเดือนคณะแพทย์ที่มาสนิทกับเพื่อนรักตัวเองมองจากดาวอังคารยังรู้เลยว่ามันคิดกับพู่กันคนซื่อเกินคำว่าเพื่อน มันช่างไม่รู้อะไรเลยว่าพู่กันคนงามนั่นรักมั่นในเฮียเนมของเขาเท่านั้นปล่อยให้มันอกหักไปเลย สมน้ำหน้ามันที่วันประกวดเดือนมหาวิทยาลัยมันแพ้เขา ด้วยความหมั่นไส้คนขับรถรูปหล่อเลยบีบแตรเรียกเพื่อนรักที่นั่งรออยู่นี่ม้าหิน แต่มันดังจนเป็นจุดสนใจให้ทุกคนหันมามองรถยุโรปคันหรูราคาแพงที่เพิ่งขับเข้ามาจอดและเจ้าของรถรูปหล่อดีกรีเดือนคณะวิศวะและเดือนมหาวิทยาลัยเดินลงจากรถมาหาร่างบางก่อนที่จะเข้าไปก่อนคอพู่กันที่นั่งอยู่กับกิตติภพก่อนหน้า แม่ยกสายวายทั้งหลายกรี๊ดกร๊าดกันใหญ่แอบถ่ายรูปรัวๆความหล่อกินกันไม่ลง ไม่รู้จะเลือกใครดี เอ หรือว่าจะเป็นศึกชิงนายเอก เกิดเป็นพนัชกรนี่ดีจริงๆมีแต่หนุ่มหล่อหน้าตาดีมาเกี่ยวพัน
“ไงครับที่รักรอเค้านานไหม ป่ะกลับบ้านกัน” ร่างสูงที่มาใหม่คุยกับพนัชกรโดยที่แขนก็ยังโอบคล้องที่คอของเพื่อนรักอยู่
“ป่ะ เราไปก่อนนะบอม ขอบคุณที่มานั่งเป็นเพื่อนนะ ขับรถกลับบ้านดีๆล่ะ เจอกันพรุ่งนี้ บ๊าย”
“อ้าว ลืมมอง นึกว่าใครเดือนคณะแพทย์นี่เอง หวัดดีบอม เรากลับกันเถอะที่รัก ไปนะสุดหล่อ”
วรงกรณ์แกล้งทำเป็นเพิ่งจะมองเห็นคนหล่อที่นั่งอยู่กับพู่กันเพื่อนรัก ก่อนจะทักทายแบบกวนๆ ในมุมมองของกิตติภพก็คือกวนบาทา
“เค เดี๋ยวเจอกันพรุ่งนี้นะพู่กัน เราไปก่อนนะ หวัดดีเพื่อนวัยเด็กของพู่กัน”
กิตติภพกวนกับไปบ้าง ก่อนที่จะมองคนหล่อทรงแบดอย่างโน้ต วรงกรณ์ ทายาทบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของประเทศไทยกอดคอเพื่อนที่เขาแอบคิดไม่ซื่อขึ้นรถหรูแล้วขับออกไป