ที่ห้องสูทของโรงแรม แสงไฟสลัว ๆ คลุมเครือ
เวินหมั้นกำลังจูบกับชายแปลกหน้าที่หน้าตาหล่อเหลาคนหนึ่งอย่างโซซัดโซเซ
คืนนี้กู้ฉางชิงแฟนเก่าของเธอประกาศหมั้น เธอจึงมาดื่มที่บาร์จนเมาหนักมาก ด้วยความยั่วยุจากผู้ชายและฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ เวินหมั้นจึงตามผู้ชายคนนี้มาที่นี่
ในเมื่อกู้ฉางชิงยังสามารถเพิกเฉยต่อความสัมพันธ์สี่ปี แล้วก็ไปเกาะลูกสาวของตระกูลที่ร่ำรวยและทอดทิ้งเธอไปได้อย่างนี้แล้ว
งั้นเธอก็สามารถที่จะทำอะไรตามอำเภอใจได้เช่นกัน
ขณะที่ทั้งสองคนกำลังจะมีอะไรกันนั้น......
เวินหมั้นซบไปที่หัวไหล่ของชายคนนั้น ลืมทุกสิ่งรอบตัวไป แล้วก็พึมพำชื่อของคน ๆ นั้นออกมาเหมือนแมวน้อยตัวหนึ่ง“กู้ฉางชิง!”
การกระทำที่กำลังใกล้ชิดกันทั้งหมดสิ้นสุดลงอย่างกะทันหัน
มีเสียงเบา ๆ ดังขึ้น แล้วแสงไฟก็สว่างขึ้นในทันที......
แสงที่ส่องสว่างทำให้เธอมองเห็นใบหน้าของชายคนนั้นได้อย่างชัดเจน
เขาคือโฮ่วซ่าวถิง หัวหน้าทนายความคนสำคัญในประเทศ ซึ่งก็เป็นคนที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นท่านพญายมในแวดวงกฎหมายนั่นเอง เขามีทรัพย์สินมากมายนับไม่ถ้วนในชื่อของเขา ถือได้เป็นผู้ชายหัวกะทิตัวจริงอย่างไม่มีผิด
สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ เขามีตัวตนที่น่าเหลือเชื่ออย่างมาก ซึ่งเขาคือพี่เขยของกู้ฉางชิง ผู้ชายสารเลวที่คบซ้อนคนนั้น
จู่ ๆ เวินหมั้นก็สร่างเมาขึ้นมาทันที
เธอหลับตาลงเบา ๆ เยี่ยมจริง ๆ เลย! เธอเกือบมีเซ็กส์กับพี่ชายของอดีตมารหัวใจแล้ว!
โฮ่วซ่าวถิงปล่อยตัวเธอออก
เขาพิงกำแพง ก้มหน้าลงแล้วก็จุดบุหรี่มวนหนึ่งสูบพร้อมกับกวาดสายตามองเธอตั้งแต่หัวจวดเท้าอยู่เป็นเวลานาน แล้วก็พูดขึ้นมาด้วยสีหน้าขี้เล่นว่า “น่าสนใจจริง ๆ เลย..... คุณเวิน”
เขาปัดขี้บุหรี่ทิ้ง แล้วก็ถามขึ้นมาอย่างชิว ๆ ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า “ตอนจูบกับผมคิดอะไรอยู่เหรอ? อยากนอนกับผมแล้วไปทำให้กู้ฉางชิงขุ่นเคืองใจเหรอ?”
เห็นได้ชัดเลยว่าโฮ่วซ่าวถิงก็จำเธอได้แล้วเช่นกัน
เวินหมั้นที่คิดจะแสร้งทำเป็นไม่รู้จักจึงไม่สามารถที่จะทำได้แล้ว
โฮ่วซ่าวถิงมีชื่อเสียงมาก ถ้าเธอบอกว่าเธอไม่รู้จักเขา คงจะดูปลอมมากเลยล่ะ แม้ว่าก่อนหน้านี้เธอจะจำเขาไม่ได้เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ก็ตาม
แถมเธอยังรู้ดีด้วยว่าเธอไม่สามารถที่จะไปทำให้คนใหญ่คนโตแบบเขาไม่พอใจได้ ดังนั้นเธอจึงทำได้แค่ก้มหน้าและขอโทษเขาไป “ฉันขอโทษค่ะคุณโฮ่ว ฉันดื่มมากเกินไปหน่อย”
โฮ่วซ่าวถิงไม่ได้ทำให้เธอต้องลำบากอะไร หลังจากสูบบุหรี่หมดหนึ่งมวนแล้ว เขาก็ยืนตัวตรง แล้วก็โยนเสื้อคลุมตัวหนึ่งให้เธอ “คลุมไว้ซะ เดี๋ยวผมไปส่งคุณเอง”
เวินหมั้นก็ไม่ได้ทำตัวเสแสร้งดัดจริตแต่อย่างใด พูดขอบคุณเขาออกมาอย่างแผ่วเบา
รถที่โฮ่วซ่าวถิงขับคือเบนท์ลีย์ คอนติเนนทัล ระหว่างทางพวกเขาสองคนไม่มีใครพูดอะไรกันเลย
เวินหมั้นมีแต่มองไปที่เขาบ้างเป็นครั้งคราว
พอมองจากด้านข้างแล้ว ใบหน้าของโฮ่วซ่าวถิงดูสมบูรณ์แบบมาก โครงหน้าของเขาชัดเจนคมคาย เสื้อเชิ้ตที่เขาใส่อยู่แม้ว่าจะไม่รู้ว่าเป็นแบรนด์อะไร แต่เธอก็มองออกว่าต้องมีราคาที่แพงมากแน่ ๆ
เวินหมั้นเดาว่า ผู้ชายแบบนี้คงจะไม่มีทางขาดผู้หญิงเลยหรอก
เมื่อมาถึงแล้วเขาก็จอดรถ โฮ่วซ่าวถิหันไปด้านข้าง สายตาของเขาจ้องมองไปที่ขาที่เรียวยาวและขาวกระจ่างใสของเธออยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นเขาก็หยิบนามบัตรจากตู้เก็บของด้านหน้าออกมา แล้วก็ยื่นให้เวินหมั้นไป
เรื่องระหว่างชายหญิงอะไรแบบนี้ เพียงแค่คิดแวบเดียวก็สามารถที่จะเข้าใจได้ในทันทีแล้ว
เวินหมั้นไม่คาดคิดเลยว่า หลังจากที่ตัวตนของเธอเปิดเผยแล้ว เขาก็ยังอยากจะมีความสัมพันธ์กับเธออยู่อีก
แม้ว่าโฮ่วซ่าวถิงจะเป็นคนที่มีเสน่ห์เหลือล้น แล้วก็คงจะเป็นประสบการณ์ที่ดีที่ได้มีความสัมพันธ์กับเขา แต่พอนึกถึงตัวตนของเขา หนังศีรษะของเวินหมั้นก็ชาไปหมด หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็ปฏิเสธออกไปว่า “ทนายโฮ่วคะ เราอย่าติดต่อกันอีกเลยดีกว่านะคะ”
โฮ่วซ่าวถิงก็ไม่ได้ถือสาอะไรมาก
เวินหมั้นเป็นคนที่สวยมากก็จริง แต่เขาก็ไม่มีทางจะไปขืนใจคนอื่นแน่นอน
เขาเก็บนามบัตรของเขาไป แล้วก็พยักหน้าอย่างสงบเสงี่ยมพลางพูดว่า “ผู้หญิงแบบคุณ เหมาะสมที่จะเป็นผู้หญิงที่ดีจริง ๆ”
เวินหมั้นรู้สึกเขินอายเล็กน้อย แต่แล้วโฮ่วซ่าวถิงกลับลงจากรถมาเปิดประตูให้เธออย่างเป็นสุภาพบุรุษมาก ราวกับว่าเหตุการณ์ที่แสนโรแมนติกของค่ำคืนนี้ไม่เคยเกิดขึ้นอย่างไรอย่างนั้น
แล้วรถเบนท์ลีย์ คอนติเนนทัลสีทองก็ค่อย ๆ เคลื่อนออกไป
ลมกระโชกแรงยามค่ำคืนพัดผ่านไป เวินหมั้นรู้สึกหนาวสะท้านไปทั่วทั้งร่างกาย จากนั้นเธอก็ตระหนักขึ้นมาได้ว่าเธอลืมคืนเสื้อคลุมให้เขา
ในขณะที่เธอกำลังลังเลว่าจะต้องตามไปไหม โทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้นมา
เป็นน้าหร่วนที่โทรเข้ามา น้ำเสียงของน้าหร่วนดูร้อนใจแถมยังติดเสียงร้องไห้ไปด้วยอีก “เวินหมั้น เธอรีบกลับมาเร็ว ๆ เลยนะ ที่บ้านเกิดเรื่องขึ้นแล้ว!”
เวินหมั้นรีบถามว่าเกิดอะไรขึ้น แต่แล้วน้าหร่วนกลับไม่สามารถอธิบายในทางโทรศัพท์ได้อย่างชัดเจน บอกแค่ว่าให้เธอรีบกลับบ้านโดยเร็วที่สุดเท่านั้น
เวินหมั้นรีบกลับบ้านไปอย่างรวดเร็ว แล้วเธอก็เห็นน้าหร่วนกำลังนั่งเหม่อลอยอยู่บนโซฟา
ดวงตาของน้าหร่วนแดงก่ำ ราวกับว่าผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก
เวินหมั้นมองไปรอบ ๆ อดไม่ได้ที่จะถามออกมาว่า “น้าหร่วน เกิดอะไรขึ้นเหรอ แล้วพ่อล่ะ?”
น้าหร่วนเป็นภรรยาคนที่สองของพ่อเธอ
เมื่อน้าหร่วนได้ยินคำถามของเวินหมั้น เธอก็อดไม่ได้ที่จะด่าทอออกมาด้วยความทุกข์ใจ
“กู้ฉางชิง ไอ้คนเนรคุณนั่นมันช่างโหดร้ายจริง ๆ !”
“ไม่กี่ปีมานี้ตอนที่กู้ซื่อ กรุ๊ปตกต่ำขั้นสุด เธอก็ไม่เคยทิ้งเขาไปไหนเลย เมื่อเรื่องผ่านไปได้ด้วยดี เขาก็สลัดเธอทิ้งไป แถมยังจับพ่อของเธอเข้าคุกอีกด้วย ตอนนี้พ่อของเธออยู่ในสถานกักกันแล้ว”
......
เวินหมั้นตกตะลึงไปชั่วขณะก่อนที่จะพูดขึ้นมา “น้าหร่วน ไม่ต้องห่วงนะ ฉัน..... ฉันจะถามกู้ฉางชิงเอง”
เธอคิดว่า แม้ว่าพวกเขาจะไม่สามารถเป็นสามีภรรยากันได้ แต่ยังไงเขาก็คงจะเห็นแก่ความผูกพันธ์กันที่เคยมีอยู่บ้างนั้น และไม่มีทางทำได้ถึงขั้นหรอก
เธอกดโทรศัพท์โทรออกไป ซึ่งเขารับสายเธออย่างรวดเร็วมาก
เวินหมั้นยอมอ่อนข้อ “กู้ฉางชิง เราก็เลิกกันไปแล้ว ฉันขอร้องล่ะ คุณอย่าไปพาลพ่อของฉันเลยได้ไหม”
กู้ฉางชิงหัวเราะเยาะเย้ยขึ้นมา
เขาพูดว่า “สำหรับยอดเงินที่เสียไป ยังไงก็ต้องมีใครสักคนรับผิดชอบ”
เวินหมั้นยังคงอยากจะขอร้องเขาอยู่
แต่กู้ฉางชิงกลับเปลี่ยนหัวข้อทันที “ยังมีอีกทางออกหนึ่ง แต่มันก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะเต็มใจรึเปล่าด้วย! เวินหมั้น หากคุณยอมอยู่กับผมห้าปี ผมจะยอมปล่อยอาเวินไป”
เวินหมั้นตกตะลึงไปเลย
เธอไม่คิดว่ากู้ฉางชิงจะไร้ยางอายได้มากขนาดนี้ เขาต้องการคนสนับสนุนอนาคตของเขา แล้วเขาก็ยังต้องการที่จะครอบครองร่างกายของเธอด้วยอย่างนั้นเหรอ!
เวินหมั้นโกรธมากจนตัวสั่นไปหมด “กู้ฉางชิง คุณทำให้ฉันรู้สึกขยะแขยงมากเลย!”
กู้ฉางชิงหัวเราะออกมาอย่างไม่แยแสอะไร “ผมเป็นคนแบบไหนกัน คุณก็รู้มาตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอ?”
เวินหมั้นกัดฟันพูดว่า “ฉันจะไม่ยอมเป็นเมียน้อยของคุณเด็ดขาด! กู้ฉางชิง คุณฝันไปเถอะ!”
กู้ฉางชิงทำเสียงเหอะออกมาเบา ๆ ก่อนจะพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นก็เตรียมตัวจ้างทนายความให้อาเวินได้เลยนะครับ! เวินหมั้น แล้วคุณจะมาหาว่าผมไม่เตือนคุณไม่ได้นะ เงินก้อนใหญ่ขนาดนี้ อย่างน้อย ๆ ก็ต้องถูกตัดสินโทษสิบปีนั่นแหละ”
เวินหมั้นหัวเราะเยาะขึ้นมาก่อนจะพูดว่า “ฉันจะจ้างทนายความที่ดีที่สุดมาเลย!”
“คุณหมายถึงโฮ่วซ่าวถิงงั้นเหรอ?” กู้ฉางชิงพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้มอย่างใจเย็น “เวินหมั้น คุณลืมไปหรือเปล่าว่าเขาคือพี่เขยในอนาคตของผมเลยนะ แล้วเขาจะช่วยคุณฟ้องร้องได้ยังไงล่ะ?”
เวินหมั้นรู้สึกหนาวสะท้านตั้งแต่หัวจรดเท้าเลย!
กู้ฉางชิงพูดทิ้งท้ายเอาไว้เบา ๆ ว่า “เวินหมั้น แล้วผมจะรอการอ้อนวอนจากคุณนะ!”
.......
พอเวินหมั้นวางสายไป น้าหร่วนก็ด่าทอขึ้นมาเสียงดังลั่น
“ไอ้สารเลยคนนี้!”
“มันฝันอยู่รึไงฮะ! ต่อให้ครอบครัวของเราต้องพังทลาย ยังไงเราก็จะไม่มีทางส่งเธอไปให้มันปู้ยี่ปู้ยำเด็ดขาด”
น้าหร่วนพูดพลางร้องห่มร้องไห้ออกมา “ทนายความโฮ่วเป็นพี่เขยของไอ้เจ้าเล่ห์นั่น แล้วเราจะจ้างเขามาได้ยังไงล่ะ? เวินหมั้น เธอลองคิดหาวิธีสิ”
เวินหมั้นก้มหน้าลง
หลังจากผ่านไปสักพัก เธอก็พูดขึ้นมาด้วยเสียงที่แผ่วเบาว่า “ฉันกับทนายความโฮ่วท่านนี้ โชคชะตาเคยนำมาให้ได้มาพบกันแล้วครั้งหนึ่ง ฉันจะลองดูก็แล้วกันนะ”
น้าหร่วนเป็นผู้หญิงที่ประสาทสัมผัสในการรับรู้ดีมาก
เธอได้กลิ่นไวน์บนตัวของเวินหมั้น บวกกับเห็นเสื้อคลุมของผู้ชายที่คลุมอยู่บนตัวของเวินหมั้น เธอจึงพอจะเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น
แต่น้าหร่วนไม่ได้พูดอะไรออกมา
*
การที่เวินหมั้นจะเจอโฮ่วซ่าวถิงได้ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลย
ในล็อบบี้ของสำนักงานกฎหมาย ‘เจี๋ยอิง’ ผู้หญิงที่แผนกต้อนรับดูสุภาพและมีความเว้นระยะได้อย่างดีเยี่ยม “ต้องขออภัยด้วยค่ะคุณผู้หญิง หากไม่ได้มีการนัดหมายมาก่อน ดิฉันจะไม่สามารถปล่อยให้คุณเข้าไปนะคะ”
เวินหมั้นรู้สึกเสียใจมากที่ไม่ได้รับนามบัตรเขามาเมื่อคืนนั้น
เธอถามว่า “แล้วถ้าฉันจะทำเรื่องนัดตอนนี้ ฉันจะไปพบทนายความโฮ่วได้เมื่อไหร่เหรอคะ?”
พนักงานที่แผนกต้อนรับทำการตรวจสอบอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็พูดขึ้นมาว่า “เร็วที่สุดก็ต้องการครึ่งเดือนค่ะ”
เวินหมั้นอดไม่ได้ที่จะรู้สึกกังวลขึ้นมาเล็กน้อย
ทันใดนั้นประตูลิฟต์ตรงมุมล็อบบี้ก็เปิดออก แล้วชายหญิงคู่หนึ่งก็เดินออกมาจากด้านใน
ผู้ชายคนนั้นก็คือโฮ่วซ่าวถิงนั่นเอง
เขาสวมชุดสูทแบบคลาสสิกสีดำและสีขาว แต่งตัวเรียบร้อย รูปลักษณ์ดูหรูหราสง่างามอย่างมาก
ส่วนผู้หญิงคนนั้นก็มีรูปร่างที่ร้อนแรง อายุน่าจะประมาณสามสิบต้น ๆ ได้
เมื่อโฮ่วซ่าวถิงออกมาจากลิฟต์ก็เห็นเวินหมั้นในทันที แต่แล้วเขากลับทำเหมือนไม่รู้จักเธออย่างไรอย่างนั้น เขาเดินไปส่งลูกค้าที่ประตูใหญ่ทันที
เขาวางตัวอย่างเหมาะสม จับมือกับผู้หญิงคนนั้นอย่างระมัดระวังและกล่าวคำอำลา
เสียงของผู้หญิงคนนั้นอ่อนหวานและมีเสน่ห์อย่างมาก “ครั้งนี้ต้องขอบคุณทนายความโฮ่วมากเลยนะคะ ไม่อย่างนั้นฉันคงไม่สามารถหย่าและแบ่งทรัพย์สินได้อย่างราบรื่นขนาดนี้เลยค่ะ! คุณไม่รู้หรอกว่า หลังจากที่เขามีรักใหม่แล้วเขาตระหนี่กับฉันแค่ไหน......”
โฮ่วซ่าวถิงเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย “มันเป็นสิ่งที่ผมควรจะทำอยู่แล้วแหละนะครับ”
ผู้หญิงคนนั้นยังคังบุกอย่างต่อเนื่อง “ทนายความโฮ่ว คืนนี้เราไปดื่มด้วยกันสักหน่อยดีไหมคะ?”
สายตาของเวินหมั้นจับจ้องไปที่ผู้หญิงคนนั้น เขารู้สึกว่าด้วยรูปร่างของเธอแล้ว หากเป็นผู้ชายธรรมดาทั่วไป คงไม่มีทางที่จะปฏิเสธเขาได้อย่างแน่นอน
แต่โฮ่วซ่าวถิงไม่ใช่ผู้ชายธรรมดาน่ะสิ
เขายกมือขึ้นเพื่อดูเวลา แล้วก็ปฏิเสธไปอย่างสุภาพว่า “ช่างน่าเสียดายจริง ๆ เลยนะครับ พอดีคืนนี้ผมมีนัดแล้วน่ะสิ”
ผู้หญิงคนนั้นรู้ว่าอะไรเป็นอะไร แล้วเธอก็รับรู้ได้ว่าทนายความโฮ่วไม่ได้สนใจเธอ
เธอจึงกล่าวลาไปอย่างอ่อนหวาน แล้วก็ขึ้นรถและออกไปทันที
หลังจากที่โฮ่วซ่าวถิงส่งลูกค้าไปแล้ว เขาก็ตั้งใจมาหยุดอยู่ที่แผนกต้อนรับ
เขามองไปที่เวินหมั้นและพูดขึ้นมาว่า “เปลี่ยนใจแล้วเหรอ?”
เวินหมั้นตกตะลึงไป
เธอรีบชูถุงกระดาษในมือขึ้นมาพลางพูดขึ้นว่า “ฉันมาเพื่อคืนเสื้อคลุมให้ทนายความโฮ่วค่ะ”
โฮ่วซ่าวถิงยื่นมือออกไปรับมา
แล้วเขาก็พยักหน้าอย่างสง่างามพร้อมกับพูดว่า “ลำบากคุณแย่เลย” หลังจากพูดจบ เขาก็เดินตรงไปที่ลิฟต์ แล้วก็ไม่ได้พูดอะไรให้มากความอีก
เวินหมั้นจึงร้อนใจขึ้นมาทันที เธอรีบเดินตามเขาไปพลางพูดขึ้นมาว่า “ทนายความโฮ่ว ฉันอยากจะขอร้องคุณ......”
โฮ่วซ่าวถิงกดปุ่มลิฟต์ แล้วประตูลิฟต์ก็เปิดออก เวินหมั้นจึงเดินตามเข้าไปอย่างไม่สนใจอะไร
โฮ่วซ่าวถิงเหลือบมองเธอแวบหนึ่ง
เขาจัดระเบียบเสื้อเชิ้ตตรงหน้ากระจกพลางพูดขึ้นมาอย่างใจเย็นว่า “ผมไม่รับทำคดีของคุณ”
มือและเท้าของเวินหมั้นเย็นเฉียบ
ดูเหมือนว่า โฮ่วซ่าวถิงจะรู้เกี่ยวกับเรื่องในครอบครัวของเธอแล้ว!
เธอถามขึ้นมาเบา ๆ ว่า “กู้ฉางชิงได้บอกคุณแล้วเหรอ?”
โฮ่วซ่าวถิงสบตากับเธอในกระจก แล้วก็พูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้มอ่อน ๆ ว่า “เขาไม่ได้มีสิทธิ์อะไรมากขนาดนั้นหรอก! คุณเวิน ผมเป็นคนที่แบ่งแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวออกจากกันนะ”
เวินหมั้นเข้าใจความหมายที่เขาต้องการจะสื่อเป็นอย่างดี ถ้าเธอต้องการที่จะมีความสัมพันธ์กับเขา เขายินดี แต่ถ้าเป็นเรื่องงาน เขาจะไม่เอามาเกี่ยวด้วย
เธอรู้สึกลำบากอยู่ไม่น้อย
โฮ่วซ่าวถิงไม่ได้บังคับอะไรเธอ
แม้ว่าเวินหมั้นจะเป็นสไตล์แบบที่เขาชอบ แต่มันก็ยังไม่ถึงขั้นที่จะทำให้เขายกเว้นให้เธอได้ อีกอย่างนี่มันก็กลางวันแสก ๆ ด้วย อารมณ์ของเขาก็ไม่ได้คึกคะนองขนาดนั้นด้วย
พวกเขาแค่พูดคุยกันสั้น ๆ ได้ไม่กี่ประโยค ลิฟต์ก็มาถึงชั้นยี่สิบแปดแล้ว
เลขาของโฮ่วซ่าวถิงกำลังรออยู่ที่ประตู เธอแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นเวินหมั้น แต่ความสำรวมที่สั่งสมมานานหลายปีของเธอทำให้เธอไม่ได้แสดงกิริยาอะไรออกมา เธอยังคงพูดด้วยความเคารพว่า “ทนายความโฮ่วคะ คุณหม่ามาถึงแล้วค่ะ”
โฮ่วซ่าวถิงโยนถุงที่ถืออยู่ให้เลขาพร้อมกับออกคำสั่งว่า “เอาไปส่งซักแห้งซะ”
แล้วเลขาก็ออกไปอย่างรู้งาน
โฮ่วซ่าวถิงก้มหน้าลงปัดข้อความบนโทรศัพท์ของเขา ในขณะเดียวกันก็พูดกับเวินหมั้นออกมาอย่างไม่ตั้งใจว่า “คุณไปหาทนายความคนอื่นเถอะ! ...... อีกอย่าง เข็มขัดผู้หญิงก็ไม่ควรจะหลวมเกินไปนะ!”
หลังจากพูดจบ เขาก็เดินออกจากลิฟต์ไป
เวินหมั้นรู้สึกว่าเขาเป็นคนจอมปลอมแล้วก็เล่นตัวมาก!
......
เมื่อเวินหมั้นถูกโฮ่วซ่าวถิงปฏิเสธ เธอจึงพยายามทำทุกวิถีทาง แต่ก็ยังหาเขาไม่เจอสักที
น้าหร่วนที่อยู่ที่บ้านจึงเริ่มวิตกกังวลมากขึ้นเรื่อย ๆ เธอเอาแต่บ่นไม่หยุด เวินหมั้นจึงรู้สึกกดดันอย่างมาก เธอจึงนัดกับไป๋เวยเพื่อนร่วมชั้นตอนเรียนมหาวิทยาลัยของเธอให้มาเจอกัน
หลังจากเรียนจบ ไป๋เวยก็แต่งงานทันที คนที่เธอแต่งงานด้วยเป็นลูกคนรวยในเมืองบีคนหนึ่ง เธอจึงเป็นคนที่มีคอนเนคชั่นกว้างขวางมาก
เวินหมั้นจึงขอให้ไป๋เวยช่วยเธอคิดหาวิธีหน่อย
ทั้งสองนัดพบกันที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง แล้วเวินหมั้นก็เล่าเรื่องนี้ให้เธอฟัง
ไป๋เวยจึงด่าทอกู้ฉางชิงยกใหญ่ หลังจากได้ระบายความโกรธออกไปแล้ว เธอก็กลอกตาแล้วพูดว่า “คืนนั้นเธอกับโฮ่วซ่าวถิงเกือบจะมีอะไรกันจริง ๆ แล้วเหรอ?”
เวินหมั้นหน้าแดงก่ำ มือคนกาแฟเบา ๆ
ไป๋เวยจึงลดเสียงของเธอลง “เวินหมั้น เธอนี่สุดยอดจริง ๆ เลย! โฮ่วซ่าวถิงเป็นคนที่ตาถึงมากเลยนะ เขาแทบไม่มีเรื่องอื้อฉาวเลยนะ”
เวินหมั้นพูดด้วยรอยยิ้มที่ขมขื่นว่า “ฉันไม่มีทางเลือกอื่นแล้วจริง ๆ ไม่เช่นนั้นฉันคงไม่มารบกวนเธอหรอก”
โฮ่วซ่าวถิงเป็นคนที่มีอำนาจในแวดวงนั้นมาก หากไป๋เวยจะช่วยเธอ อาจจะเป็นการไปทำให้คนอื่นขุ่นเคืองใจได้
แต่ไป๋เวยก็เป็นคนที่มีน้ำใจ เธอใช้เส้นสายของเธอจนเอาแผนการเดินทางของโฮ่วซ่าวถิงมาได้
*
ตอนบ่ายสามโมงของวันเสาร์ โฮ่วซ่าวถิงมีนัดไปเล่นกอล์ฟที่สโมสร
เวินหมั้นจึงติดตามไป๋เวยและสามีของเธอไปด้วย แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็คือ กู้ฉางชิงก็อยู่ที่นั่นด้วย
เวินหมั้นตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง
ไป๋เวยหยิกสามีของเธออย่างแรงพลางบ่นขึ้นมาว่า “คุณไม่ได้ไปสืบให้ดีเหรอ หากกู้ฉางชิงอยู่ที่นี่แล้วเวินหมั้นจะต้องทำตัวไม่ถูกเลย”
สามีของไป๋เวยขอโทษอย่างจริงจังมาก “เวินหมั้น ผมขอโทษนะ! เป็นเพราะผมไม่ได้ไปสืบมาให้ดีเอง”
ตอนที่เวินหมั้นกำลังจะพูด โฮ่วซ่าวถิงก็เห็นพวกเขาแล้ว
โฮ่วซ่าวถิงสวมชุดลำลองสีขาว รูปร่างสูงโปร่ง หน้าตาหล่อเหลา..... พออยู่ท่ามกลางผู้คน เขาเหมือนพระจันทร์ที่ถูกรายล้อมไปด้วยดวงดาวอย่างไรอย่างนั้น
โฮ่วซ่าวถิงทำเช่นเดียวกับตอนอยู่ที่ออฟฟิศ เขาแสร้งทำเป็นไม่รู้จักเวินหมั้น แล้วก็ทักทายแค่สามีของไป๋เวยเท่านั้น
ซึ่งสามีของไป๋เวยรู้สึกประหลาดใจจากการได้รับความสำคัญ เขาจึงยิ้มหน้าบานไปหมด
ขณะนี้เอง โฮ่วซ่าวถิงถึงได้ทำเหมือนกับเพิ่งสังเกตเห็นเวินหมั้นอย่างไรอย่างนั้น
เดิมทีเวินหมั้นเป็นคนมีผิวพรรณดีอยู่แล้ว และวันนี้เธอก็ได้ใส่เสื้อน้อย ๆ มาด้วย
เธอสวมเสื้อยืดหลวม ๆ สีขาว กางเกงกีฬาขาสั้นสีเทาอ่อน
ผมสีน้ำตาลที่ยาวและเป็นลอนเล็กน้อยถูกมัดเป็นทรงดังโงะ ทำให้เธอดูสดใสและมีเสน่ห์อย่างมาก
สายตาของโฮ่วซ่าวถิงเหลือบมองขาที่เรียวสวยและขาวกระจ่างใสของเวินหมั้น แล้วก็พูดขึ้นมาอย่างชิว ๆ ว่า “ท่านนี้ ผมไม่เคยเห็นมาก่อนเลย......”