ลิฟต์เปิดออกธีร์ก็ก้าวเท้ายาว ๆ ไปที่ห้องของตนเอง ประตูห้องปิดลงเท่านั้นแหละ ชายหนุ่มก็ผลักหญิงสาวติดกับผนังห้อง เขาระดมจูบจนริมฝีปากอวบอิ่มบวมเป่งขึ้นมา ชลธารไม่ขัดขืนแม้แต่น้อย ยอมปล่อยให้เขาทำตามอย่างที่ใจปรารถนา
‘ทำงาน ๆ’
เฝ้าเตือนตัวเองแบบนี้อยู่ตลอดเวลา กระทั่งฝ่ามือของเขาลูบไล้ไปทั่วร่างกาย ปลดสายชุดเดรสแสนวาบหวิวของเธอ จนหล่นไปกองอยู่ปลายเท้า ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็ว เร็วจนชลธารตามเขาไม่ทัน รู้ตัวอีกทีแผ่นหลังก็เอนลงบนเตียงนอนแสนนุ่มเสียแล้ว
“อ่อนหัดเหรอหวาน” เขาถามหลังเห็นหญิงสาวตกใจจนดวงตาเบิกกว้างขึ้น ชลธารพยักหน้าลงเหมือนยอมรับ นั่นทำให้ธีร์รู้สึกแปลกใจขึ้นกว่าเดิม เขาแค่ถามเล่น ๆ ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องจริง
ชายหนุ่มเอื้อมมือไปปลดตะขอเสื้อชั้นในออก เผยให้เห็นความงามที่ถูกห่อหุ้มไว้ด้านใน ความนุ่มหยุ่นกระเพื่อมตัวออกจากกัน พร้อมกับเด้งไหวไปมาอย่างช้า ๆ ธีร์ครางฮือในลำคออย่างถูกใจ เขาก้มหน้าลงจูบความอวบอิ่มตรงหน้าปลายลิ้นปาดป้ายรอบยอดถัน จนแข็งตัวเป็นไตขึ้นทั้งสองข้าง ฝ่ามือข้างหนึ่งบีบฐานเต้าจนสูงเป่งขึ้น ยอดถันสีสวยผลุบเข้าผลุบออกภายในอุ้งปากร้อนฉ่ำ
ปลายเท้าทั้งสองข้างของชลธาร จิกลงบนผ้าปูเตียงจนยับย่น ความรู้สึกเบาหวิวและอ่อนไหวกำลังเล่นงานเธอ
“คุณธีร์คะ หวาน อื้อ !” อยากจะห้ามเขาใจแทบขาด แต่ต้องยั้งตัวเองไว้ก่อน เธอไม่มีสิทธิ์ เขาต่างหากที่มี เพราะเขาจ่ายไปแล้ว
“ผมจ่ายไปเยอะ คุณทำได้แค่นี้เองเหรอหวาน” คำสบประมาท ทำให้น้ำตาของชลธารคลอเบ้าขึ้นมา หญิงสาวไม่รู้ว่าตัวเองคู่ควรกับราคาที่เขาจ่ายไหม แต่เธอทำได้แค่นี้จริง ๆ
“หวานขอโทษค่ะคุณธีร์”
ธีร์ถึงกับชะงักงันไป เขาแค่ประชดเพราะเห็นว่าหญิงสาวนอนตัวอ่อนระทวย แทนที่จะเป็นฝ่ายปลุกอารมณ์เขา เหมือนผู้หญิงคนอื่นในอาชีพเดียวกัน เขาถอนหายใจแล้วยื่นมือออกไป หมายจะปาดคราบน้ำตาออกให้
“หวานทำไม่เป็น”
มือของธีร์ถึงกับชะงักค้างไว้ ตาโตขึ้นอย่างแปลกใจ หมายความว่าไง ธีร์มองความงามตรงหน้า เลื่อนขึ้นด้านบนบ้าง วางปลายนิ้วปาดคราบน้ำตาออกให้อย่างเบามือ ก่อนดันคางมนให้หันมามองหน้ากัน
“ทำไมถึงทำไม่เป็น” เขาอยากรู้
“ครั้งแรกของหวานค่ะ” ชลธารก้มหน้าตอบ ประหนึ่งว่าเป็นความผิดร้ายแรงของเธอ หารู้ไม่ว่าอีกคนนั้นเลิกคิ้วขึ้นสูง แล้วยิ้มนิด ๆ ตรงมุมปากออกมา
‘จริงไหมเดี๋ยวก็รู้คนสวย’
“เดี๋ยวผมสอนเอง” เอ่ยแล้วก็ก้มจูบเปลือกตาของคนด้านล่าง แตะแต้มจูบต่ำลงมาที่ขอบปากล่าง ดูดเม้มนิด ๆ แล้วแทรกปลายลิ้นเข้าสู่ภายในอย่างช้า ๆ แม้จะจูบกันมาอย่างดูดดื่ม แต่หนนี้กลับหวานละมุนนุ่มลิ้นไปหมด
ฝ่ามือข้างหนึ่งกอบกุมขยำความนุ่มหยุ่น ปลายนิ้วเขี่ยสะกิดยอดถันสีหวาน ไม่ช้าริมฝีปากของเขาก็เคลื่อนต่ำลงมา ครอบครองปลายยอดทั้งสองข้าง ดูดดุนขบเม้มสลับกันไปมาอย่างเท่าเทียม ฝ่ามือหนาอุ่นเลื่อนต่ำผ่านหน้าท้องเนียนนุ่ม ผลุบหายเข้าไปในผ้าชิ้นน้อยด้านล่าง
“อื้อ !” เสียงท้วงดังขึ้นคล้ายคนผวา
ธีร์แค่แตะนิดเดียวเอง ปฏิกิริยาของชลธารนั้นเกินคาดไปมาก เขาจูบปิดปากที่กำลังจะอ้าขึ้น เหมือนอยากพูดอะไรบางอย่างกับเขา จะมามัวเสียเวลาพูดทำไม ในเมื่อร่างกายมันอยากจะปลดปล่อยเต็มทน
“เจ็บ ๆ” แค่ลองสอดนิ้วเข้าไป ก็ได้ยินเสียงร้องดังขึ้น พร้อมกับสีหน้าบิดเบี้ยวของเจ้าตัว นี่ไม่ใช่การเสแสร้ง ของนักแสดงมืออาชีพแต่อย่างใด แต่เป็นเรื่องจริงของหญิงสาว
ธีร์เริ่มต้นเล้าโลมใหม่อีกครั้ง หนนี้เขาใส่ใจมากยิ่งขึ้น กระตุ้นอารมณ์ให้ไหลพล่านไปทั่วทั้งตัว จูบใบหูนุ่มให้หญิงสาวสะท้านสะเทือนไปทั้งทรวง ก่อนเลื่อนหน้าต่ำมาจัดการกับเต้าอวบอิ่มทั้งสองข้าง ยอดถันสีสวยผลุบเข้าผลุบออกในอุ้งปากของเขาไม่ยอมหยุด เลื่อนมือลงด้านล่างพบว่ามีหยาดน้ำหวานเอ่อล้น เตรียมพร้อมสำหรับเขาแล้ว
ชายหนุ่มดึงปราการด่านสุดท้าย ให้หลุดออกจากปลายเท้าของหญิงสาวไป ผละออกมาจัดการกับเสื้อผ้าของตัวเองแบบลวก ๆ คว้าเครื่องป้องกันมาสวมใส่ด้วยความชำนาญ
ชลธารยกฝ่ามือขึ้นปิดสองเต้าอวบอิ่มเอาไว้ ทว่าสายตาไม่อาจละไปจากท่อนล่างของเขาได้
“สนใจเหรอ” เขาถามยิ้ม ๆ สายตาของผู้หญิงทุกคนที่ได้เห็น ก็เป็นแบบนี้เหมือนกันหมด สงสัยใคร่รู้ ก่อนจะกลืนกินเขาอย่างเอร็ดอร่อย
“คะ ปะเปล่า”
“จับดูสิหวาน” เขาชวนเชิญเหมือนผู้ใหญ่หลอกล่อเด็ก ให้จับของเล่นตามท้องตลาดทั่วไป ชลธารหนีบท่อนขาเข้าหากันอย่างอัตโนมัติ ปิดบนแต่ล่างโผล่ มันไม่ช่วยอะไรเลยจริง ๆ สุดท้ายก็หลับตาลงแบบแน่น ๆ ไม่อยากเห็นอะไรอีกต่อไป
หญิงสาวรับรู้ได้ถึงความอุ่นแกมร้อนผะผ่าว ทาบทับลงมาทั้งตัว บางอย่างแข็งขืนทิ่มแทงเธออยู่ด้านล่าง จูบร้อนแสนดูดดื่มทำสติเธอแตกกระเจิงอีกครั้งหนึ่ง ชลธารรู้ว่าคราวนี้ธีร์เอาจริง และจะไม่มีสิ่งใดหยุดเขาได้ ดวงตาคู่สวยค่อย ๆ เปิดขึ้นเพื่อมองเขา แววตาของคนตรงหน้าที่อยู่ห่างไม่ถึงคืบ ทั้งหยาดเยิ้มและเว้าวอน เขาจูบย้ำ ๆ ตรงริมฝีปากนุ่ม ก่อนจะเลื่อนต่ำวกไปหายอดถันสีสวย ท่อนแขนแกร่งทั้งสองข้าง สอดใต้ข้อพับเข่า ยกแยกกว้างออกจากกัน
“อ๊ะอื้อ !” เหมือนท่อนล่าง ถูกกรีดด้วยของแหลมร้อน ๆ อึดอัด คับแน่น และเจ็บร้าวลึก
ธีร์ชะงักไปครู่หนึ่ง ไม่คิดว่านี่เป็นเรื่องจริง เขาก้มลงจูบปิดปากคนด้านล่าง แช่ตัวเอาไว้นิ่ง ๆ เพื่อปรับสภาพร่างกายให้คงที่ก่อน ทว่าแรงบีบรัดแสนคับแน่นของชลธาร กลับทำให้เขาอยากระเบิดความต้องการออกมา เริ่มปลุกปั่นอารมณ์ของหญิงสาว ให้อ่อนระทวยขึ้นอีกครั้ง หลังจากก้าวผ่านครั้งแรกไป คงมีแค่ความเจ็บปวดที่ได้รับ
เขาปลุกเร้าร่างกายแสนนุ่มนิ่ม ให้คล้อยตามไฟสวาทที่ลุกโชน ไม่ช้าเนื้อตัวของหญิงสาวก็ผ่อนคลายลง สะโพกหนาสอบเริ่มขยับเข้าออกอย่างเนิบช้า ก่อนจะเร่งจังหวะให้เร็วขึ้นเรื่อย ๆ ความเจ็บปวดยังปรากฏอยู่บนหน้าของคนด้านล่าง ทว่าก็ทุเลากว่าครั้งแรก ธีร์เลื่อนฝ่ามือขึ้นไปขยำเต้าอวบอิ่ม ที่เด้งกระเพื่อมตามแรงโยกขยับของเขา ออกแรงบีบเคล้น จนเนื้อนุ่มล้นง่ามนิ้ว
“อา !” แค่บดบี้ยอดถันเสียงครางก็หลุดออกมาให้ได้ยิน เพิ่มไฟปรารถนาให้ร้อนระอุยิ่งกว่าเดิม กระแทกกระทั้นสะโพกใส่แบบไม่ยั้ง
“อื้อ คุณธีร์ อา !” เจ้าของร่างงามกระเด็นกระดอนไปตามแรงกระหน่ำใส่จากเขา เป็นประสบการณ์แปลกใหม่สำหรับชลธาร หญิงสาวจิกปลายเล็บลงบนท่อนแขนของเขาสุดแรง
“อื้อ !” ทุกการแทรกตัวเข้าหา ตามมาด้วยความจุกเจ็บและมีความกระสันซ่าน หญิงสาวมองเห็นเพียงแผ่นอกหนา ที่กำลังเคลื่อนไหวไปมาอยู่เหนือตัวของเธอ
“อ่าส์ อืม !” ธีร์วางฝ่ามือลงข้างลำตัวของคนด้านล่าง ดันสะโพกงามให้งอนตามเขาไป แรงมีเท่าไหร่ก็อัดใส่แบบไม่ยั้ง แทรกตัวแบบหนัก ๆ จนหญิงสาวผวาตกใจ ส่งเสียงร้องออกมาในทันที
“คุณธีร์ อื้อ ! อ๊ะ !” ความจุกหนักกว่าเดิม ชลธารคิดว่ามันหนักเกินที่เธอจะรับไหวอีกต่อไป แต่เขาก็จูบปลอบอย่างเร่าร้อน ก่อนจะปล่อยตัวเธอลงด้านล่างเหมือนเดิม ท่อนแขนทั้งสองข้าง จับง้างเข่าเธอแยกออก แล้วกระหน่ำใส่ในจังหวะถี่ระยิบ
“อ่าส์ ! หวาน หวาน !”
“อื้อ !”
“อืม !” แรงกระหน่ำครั้งสุดท้ายหยุดลง พร้อมกับการแช่นิ่ง ก่อนจะรีบถอดถอนออกมา ยกมือสาวรูดแบบเร็ว ๆ
“อ๊ะ...โอ๊ววว !” หยาดน้ำสีขาวขุ่นพุ่งใส่หน้าท้องแบนราบของชลธาร
ธีร์หอบหายใจเหนื่อยมองดูผลงานของตัวเองอย่างพึงพอใจ ขณะที่คนด้านล่างนอนลืมตาโพลง เหมือนเพิ่งผ่านพ้นพายุสวาทมาอย่างเร่าร้อน ชายหนุ่มหยิบทิชชูมาเช็ดคราบเปื้อนออกให้ แล้วเดินไปจัดการกับตัวเองในห้องน้ำ กลับออกมาก็นึกแปลกใจ ที่เห็นหญิงสาวทำท่าจะสวมใส่เสื้อผ้า
“ทำอะไรน่ะหวาน”
“หวานจะกลับบ้านแล้วค่ะคุณธีร์” คนพูดแทบไม่กล้าสู้หน้าเขา
“กลับบ้านเที่ยงคืนนี่นะ” เขามองนาฬิกาบนผนังห้องแล้วถามกลับอย่างแปลกใจ
“ค่ะ”
“นอนนี่แหละ เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมไปส่งที่ทำงานเอง”
“แต่หวานไม่มีชุดมาเปลี่ยนค่ะ”
“เรื่องมากจริง เดี๋ยวผมไปส่งที่บ้านตอนเช้าก็แล้วกัน” เขาตัดบท แล้วดึงเสื้อผ้าที่เจ้าตัวถือไว้โยนทิ้งไป
“นอนเถอะ หรือจะต่ออีกรอบ” ธีร์ทำหน้าเจ้าเล่ห์ ไล้ปลายนิ้วไต่ขึ้นลง บนต้นแขนเนียนนุ่มของหญิงสาว
“ไม่ ๆ ไม่เอาแล้วค่ะ” คนเพิ่งผ่านพ้นประสบการณ์ครั้งแรกส่ายหน้าเร็ว ๆ
“ไม่ชอบเหรอ ผมว่าผมเบามือที่สุดแล้วนะ” ธีร์จูบแก้มนุ่มของหญิงสาวอย่างแผ่วเบา มองความอวบอิ่มทั้งตัวของอีกคนอย่างภาคภูมิใจ เพราะว่าเขาคือผู้ชายคนแรกที่ได้ครอบครองความงามนี้
“หวานขอเข้าห้องน้ำได้ไหมคะ”
“ได้สิ” เจ้าของห้องถึงกับขำในคำถามของหญิงสาว
“มีอะไร” ถามต่อเมื่อเห็นเจ้าตัวยังทำหน้านิ่ง ๆ เหมือนลังเลอะไรสักอย่าง
“หวานขอเสื้อยืดคุณสักตัวใส่ก่อนได้ไหมคะ แอร์มันเย็น” เหตุผลของชลธารทำให้คนได้ยินยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู
“ผมไม่เห็นต้องใส่เลย” ธีร์ลุกโทง ๆ ไปเปิดตู้เสื้อผ้า แล้วหยิบเสื้อยืดตัวใหญ่ของตัวเอง ออกมาให้หญิงสาวหนึ่งตัว
“หวานไม่ชอบอากาศเย็นค่ะ” คนรับเสื้อจากเขาเอ่ยออกมาเบา ๆ ความจริงแล้วเธอไม่กล้าลุกเปลือย ๆ ไปแบบเขาต่างหาก
ชลธารเดินเข้าห้องน้ำไป โดยใช้มือทั้งสองข้างดึงชายเสื้อยืดลง เพื่อไม่ให้ดูล่อแหลมจนเกินไป มองตัวเองในกระจกด้วยความรู้สึกเบาโหวง ไม่ได้รังเกียจเขาแต่อย่างใด เพียงแต่รู้สึกว่าตัวเองไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เหมือนร่างกายแปดเปื้อนคาวโลกีย์ไปแล้ว น้ำตาเอ่อมาคลอเบ้าแบบไม่รู้ตัว รีบเงยหน้าขึ้นให้มันไหลย้อนกลับไปทางเดิม ความรู้สึกเจ็บปวดนี้ คงไม่มีใครเข้าใจ เธอต้องทนอยู่กับมันให้ได้
2
ต่อรองราคา
เพราะความอ่อนล้าเนื่องจากร่างกาย ถูกใช้งานหนักมาตลอดทั้งคืน ทำให้ชลธารนอนหลับคล้ายคนสลบไสลไป และตื่นช้ากว่าลูกค้าหนุ่มอย่างเขา ที่ชันศอกนอนสำรวจคนหลับอยู่ก่อนหน้า
“ตื่นได้แล้วหวาน”
“อื้อ” คนหลับปัดนิ้วที่จิ้มแก้มตัวเองออกอย่างรำคาญ
“หวาน ถ้าไม่ตื่นผมจะลักหลับแล้วนะ”
คนหลับลืมตาพรึบในทันที เห็นตัวเองอยู่ในอ้อมกอดของเขาก็ตกใจ กะพริบตาปริบ ๆ เหมือนคนกำลังประมวลเหตุการณ์ทั้งหมดที่ผ่านมา
“หืมว่าไง” ธีร์ย่นคิ้วถามคนที่ถอยห่างไปเป็นวา แถมยังดึงผ้าห่มตามติดตัวไปอีกด้วย
“นี่กี่โมงแล้วคะคุณธีร์” เห็นหน้าหล่อ ๆ ของเขาแล้ว ทำให้หญิงสาวรู้สึกตกใจขึ้นมา ไม่คิดไม่ฝันว่าจะตื่นมาในอ้อมกอดของธีร์ เจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ หนุ่มหล่อไฟแรง เจ้าของความสูงร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตร คนที่ทุกคนต่างพากันบอกว่า เป็นพระเอกละครได้แบบสบาย ๆ
“หกโมงครึ่ง” เขาตอบแล้วลุกขึ้นจากเตียงนอน เผยให้เห็นทุกสัดส่วนที่ไร้เครื่องห่อหุ้ม เขาสะบัดผมหยักศกยุ่ง ๆ ของตัวเอง ก่อนหันมามองเธอ
“เอ่อ” ชลธารหันหน้าหนีแทบไม่ทัน เขาหุ่นดีผิวสีน้ำผึ้งเนียนมือมาก กล้ามเนื้อเขาสมสัดส่วน ใช่เธอรู้ แต่เธอทนมองเขาเปลือยแบบนี้ไม่ได้จริง ๆ
“อายทำไมหวาน คุณเห็นหมดแล้วตั้งแต่เมื่อคืนจำไม่ได้เหรอ” เขาทำหน้าเชิงล้อ แต่อีกคนกระอักกระอ่วนใจอย่างบอกไม่ถูก ชลธารหันหน้ามามองเขา แต่ไม่ยอมให้สายตาต่ำกว่าช่วงลำตัวลงไป
“คุณธีร์รีบไปอาบน้ำเถอะค่ะ เดี๋ยวจะไปทำงานสาย”
“โอเค” คนพูดก้าวขึ้นไปบนเตียง แล้วทาบฝ่ามือบนแก้มนุ่ม จูบหน้าผากหญิงสาวหนัก ๆ หนึ่งที
คนถูกจูบกะพริบตาปริบ ๆ ใส่เขาอีกรอบ เหมือนคนไม่เข้าใจเรื่องราวตรงหน้า ปกติต้องมาทำหวานตอนเช้าแบบนี้ด้วยหรือ นอกจากคำว่าลูกค้ากับคนขาย เธอนึกไม่ออกว่าต้องปฏิบัติตัวต่อกันอย่างไร
“อะไร ผมจูบแค่นี้ต้องทำหน้างงด้วย ตลกจังคุณนี่” พูดจบก็จูบปากนิ่ม ๆ ไปหนึ่งที ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไป
คนบนเตียงหัวใจเต้นแรงจนคร่อมจังหวะ เผลอยกนิ้วขึ้นแตะปากตัวเองเบา ๆ เขาคงทำแบบนี้กับทุกคน ที่เขาพามาที่นี่ ลดมือลงต่ำแล้วพยายามมองหาเสื้อผ้าของตัวเอง ครั้นเจอแล้วก็นำมากองรวมกันไว้ มองแล้วทำหน้ายุ่ง ต้องใส่ชุดนี้กลับบ้านจริงหรือ
ธีร์จิบกาแฟแก้วหนึ่ง ส่วนชลธารดื่มนมร้อนที่เขาเตรียมให้ จากนั้นทั้งคู่ก็รีบลงจากห้องเพื่อขึ้นรถไปทำงาน พอเขาอยู่ในชุดสูท สวมบทบาทเป็นเจ้าของบริษัทแบบนี้ ทำให้คนที่นั่งเบาะด้านข้าง ก้มมองชุดที่ตัวเองสวมใส่ ชลธารเกิดอายขึ้นมา เหมือนเธออยู่ผิดที่ผิดทาง
“ถึงที่ทำงานช่วยทำเหมือนเดิมได้ไหมหวาน”
เหมือนถูกปาด้วยก้อนหินน้ำแข็ง ทั้งเจ็บและเย็นชาในเวลาเดียวกัน คำว่าเหมือนเดิมนั้น คือแทบไม่มองหน้ากันด้วยซ้ำไป
“ค่ะคุณธีร์” เป็นความรู้สึก ต่ำต้อย ไร้ค่า หมดราคา
“บ้านคุณอยู่ตรงไหน ใกล้ถึงยัง”
“ซอยสามสิบแปดค่ะ” หญิงสาวบอกเขา แล้วมองเหม่อไปด้านข้าง นอกจากเรื่องเขาแล้ว เธอยังมีเรื่องของมารดาที่ต้องคิด ชลธารผินหน้ามามองคนขับเล็กน้อย นึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ก่อนที่จะลงจากคอนโดมิเนียมของเขามา
‘ผมให้คุณพิเศษ’
เช็คเงินสดจำนวนห้าหมื่นบาทถูกยื่นมาตรงหน้า ชลธารรีบยกมือขึ้นไหว้ขอบคุณ ไม่มีเหตุผลที่จะไม่รับ เสี้ยวหนึ่งของสีหน้าเขา ชักหน้าตึงเข้าใส่เธอ คงคิดว่าเธอเห็นแก่เงิน ถึงรีบตะครุบเช็คจากเขา ก็ใช่ เพราะเงินตัวเดียวทำให้เธอต้องเป็นแบบนี้
‘ยังเคลื่อนย้ายผู้ป่วยตอนนี้ไม่ได้นะคะคุณ อาการหนักมาก ขืนย้ายโรงพยาบาลตอนนี้ไม่รอดแน่ ๆ ค่ะ’ คุณหมอที่รักษามารดาของเธอบอกแบบนี้ เพราะใช้สิทธิ์ฉุกเฉินทางแพทย์หมดแล้ว ค่ารักษาพยาบาลที่เหลือต้องจ่ายในราคาสูงลิบลิ่ว
‘อาจต้องผ่าตัดให้เรียบร้อยก่อน ถึงย้ายได้ค่ะ แล้วการผ่าตัด ควรเกิดขึ้นภายในวันสองวันนี้ ไม่งั้นอาการก็แย่เหมือนกันค่ะ หมอไม่แน่ใจว่าจะทันการไหม’
ชลธารย้ายมารดาไปโรงพยาบาล ตามสิทธิ์ทางแพทย์ไม่ได้ เพราะจะกระทบกับบาดแผลที่ได้รับจากอุบัติเหตุรถชน ซึ่งตอนนี้ก็ยังหาคนทำผิดไม่ได้ รอเธอเซ็นยินยอมให้มีการผ่าตัดเกิดขึ้น แต่ว่าปัญหาคือค่าใช้จ่ายที่ทางโรงพยาบาลยื่นให้ดูนั้นแสนแพง เห็นแล้วหญิงสาวก็แทบล้มทั้งยืน จึงได้ปรึกษาเพื่อนร่วมงาน และมาจบลงที่เรื่องนี้
“ข้างหน้านี้ใช่ไหม” เสียงคนขับทำให้หญิงสาวตื่นขึ้นจากภวังค์ความคิด มองป้ายทางเข้าซอย แล้วพยักหน้าลง รถของธีร์เลี้ยวเข้าไปในซอยแคบ ๆ ซึ่งมีบ้านหลายหลังเรียงรายกันอยู่
“หลังนี้ค่ะ” ชลธารชี้นิ้วบอกเขา จากนั้นรถก็หยุดลง ตรงประตูหน้าบ้านเช่าหลังน้อย มีป้ายประกาศขายด่วนแปะไว้ ธีร์ทำเป็นไม่สนใจไม่ถามอะไรหญิงสาว
“ขอบคุณที่มาส่งหวานนะคะคุณธีร์” ชลธารยกมือไว้เขา ก่อนเปิดประตูลงไป หญิงสาวรีบเปลี่ยนเสื้อผ้า และรีบกลับออกมา ทำหน้าฉงนเล็กน้อย เพราะไม่คิดว่าเขาจะยังรออยู่ที่เดิม
“หวานคิดว่าคุณธีร์ไปแล้ว”
“จะไปไหนก็บอกว่าจะมาส่งที่บ้าน แล้วก็ไปต่อที่ทำงานเลย รีบขึ้นมาเร็วหวาน” เขาเร่งคนที่เปิดประตูค้างไว้ แต่ไม่ยอมเข้ามานั่งสักที
“แต่คนที่บริษัทจะเห็นเอานะคะ”
“เดี๋ยวผมจอดให้คุณลงชั้นลานจอดรถแล้วกัน” เขาหาทางแก้ไขปัญหาให้
ชลธารรู้สึกหนักใจที่ได้ยิน แต่ก็ยอมเปิดประตูรถขึ้นไปนั่งอย่างเลี่ยงไม่ได้ ระหว่างทางนั้นทั้งคู่แทบไม่ได้พูดคุยกันเลย ธีร์วางมาดเหมือนที่เขาเคยเป็น ขณะที่ชลธารก็ตัวลีบตัวน้อยเหมือนเช่นทุกวัน
เขาจอดรถให้เธอลง ตรงประตูหลังลานจอดชั้นสอง แทบไม่มีรถคันอื่นวิ่งขึ้นมาบนชั้นนี้ เพราะป้ายไฟจอดบอกว่าลานจอดเต็มแล้ว
“ขอบคุณค่ะ” ชลธารยกมือขึ้นไหว้เขา แล้วปลดเข็มขัดนิรภัยออก เปิดประตูออกไปยืนอยู่นอกรถ แต่แล้วเสียงของเขาก็ดังตามหลังมา
“ตอนเที่ยงไปหาผมที่ห้องทำงานด้วย”
เขาบอกแล้วปิดกระจกขับรถออกไปในทันที คนยืนอยู่กับที่ถึงกับอึ้งไปชั่วขณะหนึ่ง ทำไมต้องไปหา มีธุระอะไรกับเธอ ชลธารถอนหายใจแรง ๆ ออกมา เธอไม่เคยเข้าไปในห้องทำงานของเขาเลย สักครั้งก็ไม่เคย
เพราะความสาวสดใหม่ หรือบทพิศวาสแสนเย้ายวนใจของเจ้าตัว ถึงทำให้ธีร์ยอมจ่ายหนักเป็นพิเศษ เพื่อให้ได้หญิงสาวมาครอบครอง เป็นของเขาแค่คนเดียว
“คุณธีร์จะซื้อเวลาหวานเหรอคะ” ชลธารมาหาเขาที่ห้องทำงานในตอนเที่ยง และตกใจกับเรื่องที่เขาเอ่ยออกมา
“ใช่ คุณบอกเองว่าคุณทำงานอิสระ เพราะฉะนั้นผมคงไม่ต้องไปถามที่ร้านหรอกใช่ไหม ว่าจะซื้อเหมาคุณได้หรือเปล่า หรือว่าราคาเท่าไหร่” เขาปรายตามองคนที่อยู่ในชุดพนักงานบริษัทแสนเรียบร้อย ไม่หลงเหลือเจ้าของเรือนร่างเย้ายวนเมื่อคืนนี้เลย ชลธารซ่อนความอวบอิ่มไว้จนมิด ชนิดที่ถ้าไม่ส่องให้ดีคงไม่เห็น
“หวาน เอ่อ”
“เรียกราคามาได้เลย” คำพูดประโยคนี้ของเขา ทำให้ชลธารตาโตขึ้น ธีร์เห็นแล้วว่าจุดอ่อนของหญิงสาวคืออะไร
“หวานอยากได้เงินก้อนโตค่ะ”
นั่นปะไร ผิดจากที่คิดเสียเมื่อไหร่
“ก้อนโตเลยเหรอ” เขาย้อนถามพร้อมกับถอนหายใจเฮือกหนึ่งออกมา เหมือนเป็นเรื่องยากเกินไป ธีร์เหยียดหลังเต็มพนักพิง แล้วยกแขนขึ้นกอดอกเอาไว้
“แล้วไอ้ก้อนโตที่ว่ามันสักเท่าไหร่กันหวาน”
“หวานต้องการใช้เงินสักสามแสนค่ะ”
“หืม มากไปนะผมว่า” พอเป็นเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ทำไมชลธารถึงได้พูดคล่องปากแบบนี้นัก ถ้าไม่สัมผัสด้วยตัวเองว่าเพิ่งทำอาชีพนี้ครั้งแรก เขาคิดว่าหญิงสาวนั้นเจนจัดเรื่องนี้แน่นอน
ชลธารก้มหน้าถอนหายใจเล็กน้อย หญิงสาวคิดว่าเขาคงไม่ยอมจ่ายแน่นอน แต่ถ้าไม่ราคานี้เธอก็คงยอมรับไม่ได้เหมือนกัน
“ตกลง”
คนถอดใจไปแล้วถึงกับเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างตกใจ เธอหูฝาดไปหรือเปล่า
“ผมบอกว่าตกลงไง มีอะไรเหรอ”
“ตกลงคือสามแสนนะคะ”
“ก็ใช่ไง”
“หวานขอรับเป็นเงินสดก่อนได้ไหมคะ” เมื่อโอกาสมาถึงเธอก็อยากจะคว้าเอาไว้ เห็นเขาหัวเราะหยันเธอเล็กน้อย แต่ก็พอเข้าใจได้ไม่ยาก ตอนนี้เธอคงเหมือนคนหิวโหยเงินในสายตาของเขา