Jupjaeng talk.
สนามบินเชียงใหม่
ร้อยชะมัดเลยอากาศประเทศไทย กลับมากี่ครั้งทำไมฉันเจอแต่หน้าร้อนล่ะ ที่นี่มีกี่ฤดูกันแน่เนี่ย ทำไมฉันรู้สึกว่ามันมีแต่ร้อน ร้อนมาก ร้อนสุดๆ ทั้งที่ฉันเป็นคนไทยแท้ตั้งแต่กำเนิด เกิดมาที่นี่แต่ฉันก็ไม่เคยชินกับอากาศแบบนี้สักที ดีนะที่ฉันย้ายไปอยู่กับคุณแม่ที่อังกฤษไม่งั้นคงดำเป็นถ่านแน่ๆเลยเวลาถ่ายแบบ
เข้าใจไม่ผิดหรอกค่ะ ฉันเป็นนางแบบชื่อดังของเมืองไทย เวลามีงานทีฉันก็ต้องบินมาถ่ายแบบที่นี่ พอเสร็จงานก็ค่อยบินกลับอังกฤษ ฉันเลยมักจะปฏิเสธงานที่พี่ปลาผู้จัดการส่วนตัวของฉันหามาให้เป็นประจำเพราะขี้เกียจเดินทาง ที่จริงไม่ต้องไปหาก็มีคนติดต่อให้ฉันไปถ่ายแบบให้ตลอดแต่ฉันเรื่องมากไงเลยไม่ค่อยจะรับงานสักเท่าไร
แต่งานนี้ฉันปฏิเสธไม่ได้ ก็พี่ปลายื่นคำขาดว่าถ้าฉันไม่รับงานถ่ายแบบชุดว่ายน้ำที่ภูเก็ต เธอจะโกรธฉันน่ะสิ ฉันเลยต้องยอมรับงานนี้ ซึ่งกำหนดมันอีกสามวันข้างหน้า ที่มาก่อนเพราะคิดถึงเพื่อนสนิทคนเดียวที่ฉันมี
ฉันน่ะเพิ่งจะย้ายไปอยู่กับแม่ที่อังกฤษ เมื่อสองปีที่แล้ว หลังจากที่แม่ฉันได้สามีใหม่เป็นชาวอังกฤษ เขาเปิดห้องเสื้อขนาดกลางให้แม่ฉัน ลูกสาวที่แสนดีอย่างฉันเลยย้ายไปช่วยทำงานนิดหน่อย จริงๆไม่ได้ทำอะไรสักอย่างแค่ไปนั่งออกแบบชุดแล้วก็ลองชุดแค่นั่น ฉันเรียนจบสถาปัต กับแค่การออกแบบเสื้อผ้ามันไม่ยากเกินความสามารถฉันหรอก
"ยัยจุ๊บ"เสียงคนขับรถ หึๆๆ ไม่ใช่หรอกค่ะ เสียงพี่อาร์มพี่ชายสุดหล่อลูกพี่ลูกน้องของฉันเอง ฉันโทรหาเขาก่อนจะขึ้นเครื่อง บอกให้เขามารับฉันที่สนามบิน พอเห็นเขายืนโบกไม้โบกมือให้ฉันเลยยิ้มก่อนจะเดินเข้าไปหา
"โอ้ย!!!" แต่ดันโดนผู้ชายคนนึงชนเข้าซะก่อน ฉันล้มลงจนตูดกระแทกกับพื้นแทนที่ผู้ชายตรงหน้าจะขอโทษหรือดึงฉันขึ้นเขากลับ
"ซุ่มซ่าม"อีตาบ้านี่ว่าฉันซุ่มซ่ามทั้งที่ตัวเองเป็นคนชนฉันแท้ๆ
"นี่นาย นายเป็นคนชนฉันนะแทนที่จะขอโทษ หล่อซะป่าว"ฉันเลยรีบลุกขึ้นยืนก่อนจะด่าเขากลับ ความหล่อมันไม่ได้ช่วยให้เขามีมารยาทเลยรึไง
"เป็นอะไรรึป่าวยัยจุ๊บ"
"หนูไม่เป็นไรค่ะ เราไปกันเถอะ"ฉันเลยจับแขนพี่อาร์มลากเขาออกจากตรงนั่น หนอยมาว่าฉันซุ่มซ่ามไอ้คนเฮงซวยอย่าได้เจอกันอีกเลย
"รู้รึไงว่าพี่จอดรถไว้ตรงไหน"พอพี่อาร์มพูดฉันเลยหยุดเดินก่อนจะหันไปมองหน้าเขา
"ประตูโน้น"
"อ้าว..แล้วไมไม่บอกหนูอ่ะ"
"พี่ก็นึกว่ารู้เห็นเดินลากเอาลากเอาแบบนี้"พี่อาร์มพูดยิ้มๆ
"ก็คนมันกำลังโมโหนี่น่า เลยอยากจะออกจากตรงนั่นให้เร็วที่สุด"พี่อาร์มส่ายหน้าก่อนจะพาฉันไปที่แลมโบสีน้ำทะเลของเขา
"หืออ...กลิ่นน้ำหอมผู้หญิงนิ อย่าบอกนะว่า โอ้ย!!!"พอฉันเข้าไปนั่งในรถฉันก็ได้กลิ่นชาแนล กลิ่นน้ำหอมที่ฉันชอบ ฉันเลยหันไปแซวแต่แทนที่พี่ชายฉันจะเขินเขากลับตีเข้าที่หน้าผากฉันแทน
"หยุดความคิดไปเลยนะจุ๊บแจง พี่ไม่ได้เอาผู้หญิงในนี้หรอก ในนี้มันแคบเอาไม่ถนัดนี่กลิ่นน้ำหอมเมียพี่"
"หนูก็ยังไม่ว่าอะไรสักหน่อยนี่ค่ะ" ดูพี่ชายฉันสิยอมรับหน้าตาเฉยว่ามีเมียแล้ว เมื่อก่อนนะคำว่าแฟนคำว่าเมียสะกดเป็นรึป่าวเถอะ หึๆ ดูตอนนี้สิเรียกเมียเต็มปากเต็มคำเชียว
"ให้พี่ไปส่งเราที่ไหน พี่มีงานต้องทำนะนี่ก็โดดประชุมมารับเราด้วย"ก็ลองพี่อาร์มไม่มารับฉันดูสิฉันจะฟ้องป้าดาแม่พี่อาร์ม ท่านเป็นพี่สาวแท้ๆของแม่ฉันเอง
"ไปบริษัทยัยปรางค์ก็ได้ค่ะ"พี่อาร์มพยักหน้าก่อนจะขับรถไปส่งฉันที่บริษัทของมะปรางค์เพื่อนสุดที่รักของฉัน ยัยนั่นเป็นถึงCEOของบริษัทเชียวนะ
"สวัสดีค่ะพี่แก้ว ไม่เจอกันนานเลยนะคะ"ฉันยิ้มทักทายเลขาของยัยมะปรางค์ที่กำลังก้มหน้าก้มตาทำงาน
"อ้าวคุณจุ๊บ สวัสดีค่ะ มาหาคุณหนูหรอคะ อยู่ด้านในค่ะ"พี่แก้วพูดยิ้มๆก่อนจะพยักหน้าไปทางประตูห้องทำงานของเพื่อนฉัน ฉันเลยเดินไปที่ประตูก่อนจะเปิดมันออกเบาๆ พอเห็นคนข้างในนั่งก้มหน้าทำงานฉันเลยค่อยๆแทรกตัวเข้าไปช้าๆไม่ให้มีเสียง ก็เวลายัยปรางค์ตั้งใจทำงานน่ะไม่ค่อยสนใจโลกภายนอกเท่าไร ฉันค่อยๆย่องเข้าไปจนถึงโต๊ะทำงานของเพื่อนรัก
"Helloooo"ฉันตะโกนเสียงดังจนยัยปรางค์สะดุ้งตกใจ
"ยัยบ้าตกใจหมดเล่นอะไรเป็นเด็กๆไปได้ มาได้ไงยะ"
"บินมา"ฉันตอบก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา
"ว่างรึไงถึงมาได้"
"มีงานถ่ายแบบที่ภูเก็ตอีกสามวันข้างหน้า คิดถึงแกเลยบินมาก่อน"
"มาเอง"
"No...พี่อาร์มไปรับมายะ ถ้าพี่ชายฉันโสดนะ ฉันเชียร์แกไปนานล่ะ"
"หรอ เสียใจด้วยนะคุณนรินทร์แต่งงานแล้วลูกหนึ่งด้วย จะมาจับคู่ให้ฉัน หาให้ตัวเองก่อนดีกว่าไม"
"NoNo...ฉันยังใช้ชีวิตไม่คุ้มเลย อยู่คนเดียวดีกว่า ทำอะไรก็ได้"ฉันพูดก่อนจะนอนราบไปกับโซฟา
"ตามใจแกแล้วกัน โสดให้ผู้ชายเสียดายไปเถอะค่ะคุณจุ๊บแจง"ยัยปรางค์พูดก่อนจะก้มหน้าทำงานต่อ
"หิวข้าวอ่ะแก"
"แล้ว???"
"พาเพื่อนรักไปกินข้าวหน่อยนะ หิว หิวมาก หิวมากๆ"ฉันพยายามทำเสียงอ้อนเพื่อนรักสุดชีวิตจนย้ยปรางค์อมยิ้มก่อนจะส่ายหน้า
"อยากกินอะไร"
"อยากกินต้มแซ่บกระดูกอ่อน ปลากระพงนึ่งมะนาว ปลาช่อนลุยสวน ขนมจีมน้ำเงี้ยว..."
"พอๆสาบานได้ว่าแกเป็นนางแบบ กินขนาดนี้ไม่กลัวอ้วนรึไงยะ"
"ไม่กลัว"ก็ฉันมันเป็นประเภทที่กินเท่าไรก็ไม่อ้วนจะกลัวไปทำไม
"งั้นก็ตามใจ"ยัยปรางค์พูดก่อนจะเก็บเอกสารให้เข้าที แล้วพาฉันไปกินข้าวที่ร้านอาหารใกล้ๆ แบบนี้ค่อยสมกับเป็นเพื่อนสุดที่รักของฉันหน่อย ฉันกับยัยนี่เรียนมาด้วยกันตั้งแต่เด็กแล้ว ก็ไม่รู้ว่าเราสองคนไม่คบคนอื่น หรือคนอื่นไม่อยากคบเราสองคนกันแน่ ฉันกับยัยนี่เลยคบกันอยู่แค่สองคน
Jupjaeng talk
"ฉันว่านะแกขายคอนโดทิ้งไปดีกว่าไมยัยจุ๊บ"ยัยปรางค์หันมาพูดกับฉันหลังจากเลี้ยวปอร์เช่สุดที่รักของหล่อนเข้าไปจอดใต้คอนโดที่ฉันอยู่ คอนโดนี้สูงแค่เจ็ดสิบกว่าชั้นแต่ละชั้นมีแค่ห้องเดียว ส่วนมากจะมีแต่พวกดารา นักร้องแล้วก็นางแบบอย่างฉันที่มาซื้อไว้เพราะอยากได้ความเป็นส่วนตัว ไม่วุ่นวาย บรรยากาศรอบๆก็ดีสุดๆ นอกจากนั่นก็ยังมีระบบความปลอดภัยชนิดที่ว่าถ้าไม่ได้อยู่ที่นี้ไม่สามารถเข้าไปได้
"No..."ฉันตอบยัยปรางค์เสียงแข็ง เรื่องอะไรที่ฉันต้องขายคอนโดทิ้งด้วยล่ะ ห้องนี้คุณพ่อเป็นคนซื้อให้ฉันเชียวนะ คุณพ่อของฉันท่านเสียวันที่ฉันรับปริญญาพอดี วันนั่นเป็นฉันรู้สึกว่าที่ตัวเองตั้งใจเรียนมาทั้งหมดมันเสียเปล่า ฉันจะเรียนไปทำไมในเมื่อคนที่อยากให้ดีใจมากที่สุดในชีวิตไม่ได้อยู่แสดงความดีใจกับฉันอีกแล้ว ส่วนคุณแม่ของฉันน่ะท่านทำใจไม่ได้เลยหนีไปอยู่ต่างประเทศ
"มันน่าเสียดายนี่น่า นานๆแกจะกลับมาพักสักที"นานที่ไหนเมื่อเดือนที่แล้วฉันก็กลับมา แต่โดนคุณป้าบังคับให้ไปนอนที่บ้านเพราะคิดถึงหลานสาวที่น่ารักอย่างฉัน ฉันเลยไม่ได้เข้ามานอนที่คอนโดสักที
"ไม่อ่ะ ถึงฉันจะกลับมาปีละครั้งฉันก็ไม่ขายหรอกยะ"ฉันพูดก่อนจะเปิดประตูลงจากรถ แล้วเดินเข้าไปข้างในมียัยมะปรางค์เดินตามมาหลังมาติดๆ ฉันอ้อนยัยมะปรางค์ให้มานอนเป็นเพื่อนคืนนี้ ฉันมีแผนจะลากCEOสุดสวยไปผับพี่ชายน่ะสิ แต่ฉันยังไม่ได้บอกยัยปรางค์หรอกนะ เดี๋ยวยัยนี้จะไม่ยอมไปกับฉัน ก็นานๆทีเพื่อนสุดที่รักของฉันจะยอมสระเวลาอันมีค่ามาอยู่เป็นเพื่อนฉันสักที
"สวยเหมือนเดิมเลย"ฉันพูดหลังจากเปิดประตูเข้าไปในห้อง ห้องนี้ฉันเป็นคนตกแต่งเองกับมือนะ รูปเหมือนขนาดใหญ่ที่ฝั่งติดผนังนั่นก็ฝีมือฉันเอง ไม่อยากจะคุยเห็นฉันบ้าๆบอแบบนี้ฝีมือวาดภาพฉันไม่เป็นรองใครนะขอบอก แล้วที่ห้องฉันยังดูสะอาดอยู่แบบนี้ เพราะคุณป้าสุดที่รักของฉัน ส่งแม่บ้านมาทำความสะอาดให้ฉันทุกอาทิตย์
พอเข้าไปในห้องได้ฉันก็จัดการอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า นั่งเครื่องมาตั้งหลายชั่วโมงแล้วยังไปหายัยปรางค์ที่บริษัทอีก กว่าจะกลับมาถึง ตัวฉันนี้เหม็นสุดๆไปเลย พอออกมาจากห้องน้ำฉันก็เห็นคนขยันกำลังนั่งอ่านเมลล์อยู่บนโซฟา
"ฉันอยากดื่มอ่ะแก"ฉันพูดเสียงอ้อนๆจนคนที่นั่งอยู่บนโซฟาเงยหน้าจากมือถือขึ้นมามองหน้าฉัน
"แล้ว..."
"ก็เราไม่ได้ไปผับกันนานแล้วอ่ะ คืนนี้ไปเที่ยวกันนะ"
"ขี้เกียจไปเปลี่ยนชุดที่คอนโด"
"ใส่ชุดฉันก็ได้ นะยัยปรางค์นะ"ฉันพูดเสียงอ้อนๆกว่าเดินก่อนจะเดินไปนั่งลงข้างๆยัยปรางค์แล้วเขย่าแขนเธอเบาๆ ฉันทำหน้าอ้อนสุดชีวิตแล้วนะ ถ้าไม่ตามใจฉันนะ ฉันจะตัดๆๆๆเพื่อนเลยคอยดู
"งั้นก็ได้แต่ห้ามดึกนะพรุ่งนี้ฉันต้องทำงานแต่เช้า"
"โอเคค่ะบอส"ฉันพูดก่อนจะลุกจากโซฟาแล้วดึงมือเพื่อนรักเดินเข้าไปในห้องแต่งตัว ไม่นานเราสองคนก็เปลี่ยนชุดเรียบร้อยเซ็กซี่กันทั้งคู่
"มันโป้ไปรึป่าวยัยจุ๊บ"ยัยปรางค์มองหน้าฉันผ่านกระจกหลังจากยัยนั่นแต่งหน้าเสร็จแล้ว ฉันเลยหยุดแต่งหน้าตัวเองก่อนจะก้มลงดูชุดที่กำลังใส่อยู่
"ไม่นี่"ฉันตอบยัยปรางค์ก่อนจะแต่งหน้าต่อ โป้ที่ไหนฉันแค่ใส่เกาะอกสีบานเย็นกับกระโปร่งหนังสีดำสั้นๆแค่นี่เองไม่เห็นจะโป้ตรงไหน ถึงหุ้นฉันมันจะแซ่บนมเป็นนม ตูดเป็นตูดก็เถอะ นานๆจะได้ไปเที่ยวกลางคืนกับเขาสักที ฉันก็อยากเช็คเรดติ้งบ้างสิว่าฉันยังฮอตอยู่รึป่าว นี่ก็ไม่ได้เข้าผับมานานแล้วด้วยตั้งแต่ย้ายไปอยู่กับคุณแม่ที่นั่น แต่ยัยเพื่อนคนสวยของฉันก็ยังบ่นไม่หยุดสักที ทั้งที่ตัวเองก็เลือกชุดที่แซ่บจี๊ดเหมือนกับฉันต่างกันแค่ฉันใส่เกาะอก ส่วนหล่อนใส่สายเดียวเสียวหลุด
พอสองทุ่มฉันก็ลากยัยปรางค์ออกมาจากคอนโด เพื่อไปผับของพี่อาร์ม แต่พอไปถึงผับฉันก็โดนพี่อาร์มสวดเรื่องชุดอีกคน จนหูฉันแทบจะชาไปอีกข้าง โชคดีนะที่แฟนพี่ชายฉันโทรมาซะก่อน ไม่งั้นพี่อาร์มคงบ่นฉันยันพรุ่งนี้เช้าแน่ๆ
ฉันพายัยปรางค์เข้าไปนั่งตรงบาร์เครื่องดื่ม เพราะโต๊ะด้านล่างเต็มหมดแล้ว แต่พอเข้าไปนั่งได้ไม่ถึงชั่วโมง เพื่อนฉันก็สั่งวอดก้าเป็นว่าเล่น ตอนแรกฉันก็คิดว่าเพื่อนฉันคงอยากดื่ม แต่หลังๆมันไม่น่าจะใช่เพราะยัยปรางค์ดื่มวอดก้าไปหลายแก้วติดๆกัน พอหมดก็สั่งมาใหม่ สายตาหล่อนก็เอาแต่จับจ้องไปที่ชั้นสอง จนฉันเริ่มสงสัยขึ้นมาว่าบนนั่นมีอะไรดีนักหนาเพื่อนรักของฉันถึงเอาแต่จ้องมองอยู่แบบนั่น
"น้องค่ะ พี่ขอวอดก้าอีกแก้ว"พอพนักงานเสริ์ฟวางแก้ววอดก้าตรงหน้ายัยปรางค์ ฉันเลยเอื้อมมือไปคว้าไว้ ก่อนที่ยัยปรางค์จะหยิบไปกิน จนหล่อนหันมามองหน้าฉัน
"เบาๆสิยะยัยบ้า นั่นวอดก้านะไม่ใช่น้ำเปล่า"
"ฉันไม่เมาหรอกน่า พาแกกลับได้สบายมาก"ยัยปรางค์พูดก่อนจะดึงแก้ววอดก้าไปจากมือฉัน
"เป็นอะไรของแกยะ วันนี้ทำไมแปลกๆปกติแกไม่ค่อยจะกินนี่น่า แกไม่กลัวจะไปทำงานไม่ไหวรึไงยะ" ฉันถามเพราะตอนแรกทำท่าไม่อยากมา พอเข้ามาในผับยัยนี่ก็เอาแต่มองขึ้นไปข้างบนชั้นสอง
"จะกลัวทำไม ฉันเป็น CEO ของบริษัทนะ จะไปตอนไหนก็ได้"
"โอเคๆงั้นเดี๋ยวฉันไปเข้าห้องน้ำก่อน แกห้ามไปไหนเด็ดขาด" ฉันขี้เกียจเถียงกับเพื่อนรักของฉันแล้ว หล่อนอยากกินก็ตามใจหล่อน ปล่อยผีสักวันคงไม่มีปัญหาหรอกเดี๋ยวขากลับฉันขับเองก็ได้ ถึงไม่ค่อยได้ขับรถไปไหนมาไหนแต่ฉันก็มีใบขับขี่นะ อย่างน้อยก็ไม่โดนตำรวจจับข้อหาเมาแล้วขับแล้วกัน ฉันบอกยังปรางค์ก่อนจะลุกออกจากเก้าอี้ แล้วเดินไปทางห้องน้ำ
"ว้ายยยยย!!!"
"เฮ้ย!!!"
Jupjaeng talk.
"ว้ายยยย!!!"
"เฮ้ย!!!"
ฉันกำลังก้าวเท้าเดินไปทางห้องน้ำผู้หญิงที่อยู่ไม่ไกลจากบาร์เครื่องดื่มที่ฉันนั่งอยู่เมื้อกี้ แต่ใครไม่รู้ทำน้ำหกไว้บนพื้น แล้วฉันที่ใส่ส้นสูงเกือบสี่นิ้ว แถมเพิ่งดื่มเหล้ามานิดหน่อย ไม่ทันได้ระวังเลยลื่นเกือบหงายหลังแล้ว ดีนะที่มีคนช่วยฉันไว้ ไม่งั้นคงได้อับอายแน่เลย ฉันกำลังจะพูดขอบคุณคนที่คว้าเอวฉันไว้ได้ทันเวลา
"น่าดูด" แต่พอได้ยินเขาพึมพำเหมือนคนละเมอแบบนั่น ฉันเลยมองที่มือของเขา ก็เขาคว้าตัวฉันไว้แล้วเสื้อเกาะอกที่ฉันใส่มันเลื่อนลงไปตามมือเขาน่ะสิ เลยทำให้เต้านมเกือบครึ่งนึงของฉันโผล่ออกมา ฉันเลยรีบตั้งหลัก แล้วผลักตัวออกจากเขา ก่อนจะจัดชุดให้เข้าที แล้วเดินไปเข้าห้องน้ำทันที
โดยที่ไม่ได้สนใจว่าไอ้บ้าที่ช่วยฉันไว้จะพูดอะไรตามหลังฉันมา ได้ยินแค่ว่าอะไรขาวๆใหญ่ๆเนี่ยแหละ ก็อยากจะขอบคุณอยู่หรอกนะ ที่ช่วยฉันเมื่อกี้ แต่พอเห็นความหื่นของเขา ที่ใช้สายตามองนมฉันแล้ว ฉันขอบคุณไม่ลงอ่ะ ว่าแต่ทำไมหน้าเขามันคุ้นๆเหมือนจะเคยเห็น แต่ฉันนึกไม่ออก ฉันรีบทำธุระให้เสร็จเร็วๆ ป่านนี้เพื่อนรักฉันเมาไม่รู้เรื่องแล้วมั้ง
Mixer talk.
ผมโดนไอ้ดีเซลล์ลากออกมาจากมหาลัยทันทีที่สอนเสร็จ ผมเป็นอาจารย์พิเศษของคณะสถาปัต มหาลัยCM ก็ไอ้ดีเซลล์มันกลัวผมจะว่างเลยหาอะไรให้ผมทำแก้เบื่อ อ้างว่ากลัวความรู้ที่ผมมีมันจะศูนย์เปล่าเลยเอาประวัติผมไปให้ทางมหาลัยดูแบบที่ไม่ถามกูสักนิดว่าเต็มใจรึป่าว พอทางนั่นตกลงมันก็บังคับผมให้ไปช่วยมันสอน
เพราะมันก็เป็นอาจารย์ที่นั่นเหมือนกัน ทั้งที่มีบริษัทเป็นของตัวเองมันเสือกอยากลำบาก ก็อย่างว่าแหละครับเพื่อนผมมันรักในงานศิลป์ ซึ่งผมก็ไม่ต่างจากมันเท่าไร อีกอย่างผมเห็นว่าสอนแค่อาทิตย์ละไม่กี่ชั่วโมงผมเลยตกลง ก็ทำแก้เบื่อไปแบบนั่นแหละครับ ปกติผมก็ไม่ได้ทำอะไรอยู่แล้ว นอกจากมีงานสำคัญผมถึงจะเข้าไปที่บริษัท
ผมมาอยู่ที่ไทยเพราะคุณพ่อขอร้องผมไว้ก่อนท่านจะเสียให้ผมมาดูแลน้องชายคนละแม่ แต่ผมกับมันเหมือนน้ำกับไฟเข้าใกล้กันไม่ค่อยจะได้ เร็วๆนี้ผมเพิ่งโดนมันยิงแขนมา นี่ก็เพิ่งหายดี
"ยิ้มเหี้ยไรไอ้สัส ไปเข้าห้องน้ำแปบเดียวเสือกเดินยิ้มออกมา มีอะไรดีๆรึไงวะ"จะไม่ยิ้มได้ยังไงครับ เมื่อกี้ผมไปเจอแมวยั่วสวาทมาน่ะสิ คนอะไรน่ารักเป็นบ้า แต่งตัวน่าจัดให้สักหลายๆดอก เมื่อกี้เธอจะล้มผมเลยคว้าเอวเธอไว้แต่เกาะอกที่เธอใส่ดันเลื่อนติดมือผมลงมาด้วย หน้าอกหน้าใจของเธอเลยโชว์ให้ผมเห็น มันทั้งขาวทั้งใหญ่น่าดูดชิบหาย ที่จริงผมเคยเจอเธอที่สนามบินมาแล้วนะครับ แต่ผมรีบไปหน่อยเลยไม่ได้อยู่มองหน้าเธอชัดๆ
"หึ!!!แมวยั่วสวาท"ผมตอบก่อนจะทิ้งตัวลงบนโซฟาข้างๆไอ้ดีเซลล์
"มึงว่าอะไรนะไอ้มิค"
"ป่าวๆ"ผมรีบปฏิเสธทันที ไม่งั้นเดี๋ยวมันจะถามผมไม่เลิกอีก
"เออแล้วไป เมื่อกี้กูลงไปสั่งเครื่องดื่ม เห็นว่าที่คู่หมั้นมึงนั่งกินอยู่ที่บาร์ด้านล่างวะ"ผมหันไปมองหน้าคนพูด น้องมะปรางค์มาที่นี่หรอวะ เธอเป็นว่าที่คู่หมั้นของผมครับผมชอบเธอตั้งแต่วันแรกที่เห็นวันนั่นผมไปประชุมหุ้นส่วนบริษัทที่เธอเป็นเจ้าของ
ก็หุ้นที่พ่อผมซื้อไว้นั่นแหละครับ พอท่านเสียก็แบ่งให้ผมกับน้อง พ่อผมท่านมีหุ้นอยู่หลายบริษัท ส่วนมากจะตกเป็นของไอ้แบงค์น้องชายผมที่เป็นลูกชายของเมียหลวง ผมจะได้น้อยกว่าเสมอถ้าถามว่าน้อยใจรึป่าว ก็ไม่นะครับสำหรับผมแค่แม่ผมอยู่สุขสบายก็พอแล้ว
แต่เรื่องที่ยอมไม่ได้คือมันเสือกชอบผู้หญิงคนเดียวกับผมไง ผมเลยพยายามทำทุกทางให้เธอเป็นของผม ก่อนไอ้น้องชายตัวดีจะแย้งผมไป พอไอ้ดีเซลล์พูด ผมเลยลุกไปยื่นมองที่กระจกก็เห็นเธอกำลังจับแขนไอ้แบงค์ไว้พอดี แถมคุยกันสนิทสนมอีกต่างหาก สงสัยผมต้องทำอะไรสักอย่างแล้วก่อนที่เธอจะไปชอบมันแล้วยกเลิกเรื่องที่เราตกลงกันไว้
Jupjaeng talk.
ฉันกำลังยืนมองเพื่อนรักคุยกับผู้ชายหน้าตาดีคนนึง ท่าทางเหมือนหล่อนกำลังงอนๆอะไรเขาสักอย่างเลยอ่ะ อย่าบอกนะว่าคนนี้ตัวจริง แล้วว่าที่คู่หมั้นที่ยัยปรางค์พูดถึงล่ะจะทำไง ฉันไม่เคยเห็นหน้าว่าที่คู่หมั้นของหล่อนหรอก แค่ได้ยินยัยปรางค์บ่นให้ฟังว่าไม่ชอบ
แต่ผู้ชายที่นั่งกอดเอวเพื่อนฉันอยู่ ฉันว่ามันเกินคำว่าไม่ชอบไปเยอะเลยอ่ะ ยัยนี่หวงตัวจะตาย ปล่อยให้เขากอดเอวแบบนี้ไม่ธรรมดาซะแล้ว พอผู้ชายคนนั่นจะลุกเดินไปเพื่อนฉันกลับดึงแขนเขาไว้ พอเขาก้มลงพูดอะไรสักอย่างหล่อนก็เขินขึ้นมาก่อนจะยอมปล่อยมือให้เขาเดินออกไป ฉันเลยเดินเข้าไปหาเพื่อนฉันก่อนจะถามด้วยความอยากรู้
"ใครยะ คนเมื่อกี้"
"พี่แบงค์"
"แฟนแก หรอยะ"
"ยังไม่ใช่สักหน่อย"
"อ้าวแล้วไอ้ที่ดึงแขนเขาไว้เนี่ยคืออะไรไหนเล่ามาสิ"ยัยปรางค์มองหน้าฉันก่อนจะยอมบอกว่าเขาเป็นใคร เคยช่วยหล่อนจากคู่หมั้นที่คิดไม่ดีกับหล่อนยังไงบ้าง
"แกชอบพี่เขารึป่าวล่ะ"
"อือ"
"งั้นก็ทำตามหัวใจตัวเองสิ จะไปกลัวอะไร แกอายุป่านนี้แล้วนะมะปรางค์หาความสุขให้ตัวเองบ้างก็ดีนะ แกน่ะทำเพื่อคนอื่นมามากแล้ว"ฉันพูดเรื่องจริงนี่น่าเพื่อนฉันดูเคลียดตลอดเวลา ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งบ้าบอนั่นเพื่อนฉันแทบไม่เคยหาความสุขให้ตัวเองเลย โทรไปแต่ละทีไม่ทำงาน ก็ติดประชุม เสียงหัวเราะที่ฉันเคยได้ยิน ก็แทบจะไม่ได้ยินอีกเลย
"แต่คุณพ่อ"
"คุณลุงท่านรักแกจะตาย ฉันว่าท่านจะดีใจซะมากกว่าที่ลูกสาวสุดที่รักมีความสุข"
ฉันนั่งคุยกับยัยปรางค์จนผู้ชายคนนั่นเดินมานั่งด้วยแถมเพื่อนฉันทำท่าจะอยากอยู่กับเขามากกว่าฉันซะอีก ก็ดูตอนนี้นั่งเอาหลังพิงอกเขาซะแล้ว แถมพี่แบงค์ก็กอดเอวยัยปรางค์ไว้ไม่ยอมปล่อยอีกต่างหาก
"หนูฝากพี่แบงค์เอายัยขี้เมานี่ไปด้วยนะคะ หนูคงแบกไม่ไหว"ก็ฉันไม่อยากขัดจังหวะเพื่อนรักนี่น่า เห็นเพื่อนมีความสุขฉันก็มีความสุขไปด้วยน่ะสิ
"แล้วแกจะกลับยังไง ฉันพาแกมานะ"
"ไม่ต้องห่วงฉันหรอก เดี๋ยวฉันขับรถแกกลับก็ได้"
"แต่ว่า..."
"ไม่มีแต่ยะ เอากุญแจรถมาฉันง่วงนอนแล้วอ่ะ"ยัยปรางค์ลังเลนิดหน่อยแต่สุดท้ายก็ยอมหยิบกุญแจรถในกระเป๋าส่งให้ฉัน เราแยกย้ายกันที่ลานจอดรถ ฉันเลยขับรถยัยปรางค์กลับคอนโด แต่ระหว่างทางดันมีรถสามสี่คันจอดขวางทางอยู่ ฉันเลยต้องหยุดรถเพราะขับต่อไปไม่ได้ พวกเขาจอดรถขวางทางคนอื่นทำไมเนี่ย ฉันง่วงนอนจะแย่แล้วนะ