บทที่ 1
บริษัทของภพธร
“สวัสดีค่ะคุณจูน” เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์คนสวยทักทายหญิงสาวที่คุ้นหน้าเป็นอย่างดี
“สวัสดีค่ะ พี่ใหญ่อยู่ไหมคะ”
“พี่อยู่นี่” ชายหนุ่มเจ้าของชื่อที่เพิ่งเดินไปได้ไม่ไกล ได้ยินเสียงใส ๆ คุ้นหูก็รีบหันไปตอบรับ
“พี่ใหญ่” เจมีน่ารีบวิ่งไปหาชายหนุ่มที่ยืนยิ้มรออยู่ พร้อมน้ำตาที่ไหลพรากในทันที
“เป็นอะไรน้องจูน!” ภพธรตกใจมากรีบกอดตอบร่างระหงที่กอดตนไว้แน่น ไม่สนใจสายตาของพนักงานในบริษัท หยิบผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตาให้เธอแล้วพาขึ้นไปที่ห้องทำงาน
ภพธรปล่อยให้น้องสาวร้องไห้กับอก ลูบหลังปลอบใจไม่พูดไม่จา รอจนเสียงร้องไห้เริ่มซา
“ไหนบอกพี่ซิว่าเป็นอะไร” ถามน้ำเสียงอ่อนโยน อยากรู้ว่าเรื่องอะไรที่ทำให้เธอเสียใจจนถึงกับสะอื้นหนักขนาดนี้
เจมีน่าไม่ตอบ แต่เปิดกระเป๋าหยิบโทรศัพท์มือถือมากดหาบางอย่างก่อนยื่นไปให้พี่ชายดู
ภพธรหน้านิ่วดั่งยักษ์วัดแจ้ง เมื่อเห็นภาพในมือถือของน้องสาว
“แล้วสามีเราว่าไง.. เงียบ ๆ อย่าร้อง ๆ โอ๋ ๆ” รีบปรับน้ำเสียงดุดันให้เป็นอ่อนโยน ปลอบใจน้องสาวที่เอาแต่ส่ายหน้าและโผกอดเขาไว้แน่นทั้งน้ำตานองหน้า
“พี่ใหญ่ขา จูนจะทำยังไงดีคะ” ร้องไห้อยู่พักใหญ่จึงถามพี่ชายด้วยเสียงที่เจือสะอื้น
“แล้วจูนคุยกับพี่ปูนเขาหรือยัง”
“ยังเลยค่ะ พอจูนได้ภาพนี้มา ได้คุยกับผู้หญิงคนนั้น จูนก็รีบมาหาพี่ใหญ่ก่อนเลยค่ะ”
“เธอโทรมาหาด้วยเหรอ! แล้วเธอว่าไงบ้าง” เห็นน้องสาวพยักหน้ารับจึงถามต่อ
“เธอบอกถ้าไม่อยากให้เป็นข่าวดัง ให้จูนจ่ายค่าทำขวัญให้เธอห้าล้านค่ะ”
“แล้วจูนจะให้ไหม”
“จูนบอกถ้าอยากดังก็ทำไป แต่อย่าคิดว่าจะจบง่าย ๆ จูนไม่ยอมแน่” เธอเช็ดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มอีกครั้ง “จูนรู้ว่าควรจะพูดจาดี ๆ กับเธอ แต่จูนโมโหนี่คะพี่ใหญ่”
“พี่เข้าใจ จูนไม่ผิดหรอก” เขาเองแค่เห็นภาพยังเลือดขึ้นหน้า แล้วเธอที่เป็นภรรยาจะไม่โกรธได้อย่างไร “แล้วตอนนี้คุณปูนเขาอยู่ไหน”
“ลาวค่ะ เพิ่งไปเมื่อเช้านี้เอง”
“แล้วเราจะไม่คุยกับเขาหน่อยเหรอ”
“จูนพูดไม่ออกหรอกค่ะพี่ใหญ่” มือเรียวกดที่หน้าอกตัวเอง น้ำตาไหลพรากหนักกว่าเดิม “มันเจ็บนะคะพี่ใหญ่”
“ไม่ต้องร้อง” ภพธรเจ็บปวดใจนักที่ต้องมาเห็นน้ำตาเป็นหาบของน้องสาว ดึงเธอมากอดปลอบ “กลับบ้านกันเถอะ แล้วก็ไม่ต้องคิดมาก เรื่องนี้พี่จะจัดการให้เอง”
ประเทศลาว
ภพธรเดินเข้าไปในคาสิโนระดับห้าดาวแห่งใหม่ของน้องเขย ที่เขาเองก็เพิ่งมาเป็นครั้งแรก เขากวาดสายตามองความอลังการของการตกแต่งสถานที่ แล้วจึงเดินไปที่เคาน์เตอร์ต้อนรับ
“ผมมาพบคุณภาสกร บอกว่าภพธรต้องการพบด่วน”
พนักงานสาวเหมือนจะยิ้มค้างไปเล็กน้อย มองเขาชั่วอึดใจก่อนจะรีบตอบรับด้วยคำว่ารอสักครู่ และยกหูโทรศัพท์ต่อสายไปที่ใดที่หนึ่ง ถ่ายทอดคำพูดของเขาลงไปสักครู่ก็วางสาย
“ตอนนี้คุณภาสกรไม่ได้อยู่ที่ห้องทำงานค่ะ แต่กำลังติดต่อท่านให้อยู่ เชิญคุณภพธรนั่งรอที่ล็อบบีก่อนนะคะ” พนักงานสาวเชื้อเชิญอย่างสุภาพ
“ขอบคุณครับ”
ภาสกรเดินออกมาจากลิฟต์ กำลังจะเดินไปถามพนักงานที่เคาน์เตอร์ แต่เห็นภพธรกำลังเดินตรงมาหาจึงส่งยิ้มให้
“ไปไงมาไงครับเนี่ยคุณใหญ่” ทักอีกฝ่ายที่กำลังเดินใกล้เข้ามาพร้อมรอยยิ้มเป็นมิตร
หลังจากส่งน้องสาวกลับบ้าน ภพธรก็ตรงดิ่งไปที่สนามบิน หาซื้อตั๋วเดินทางเที่ยวที่เร็วที่สุดจนมาถึงที่นี่ เขาไม่ตอบคำถามของน้องเขย แต่ง้างหมัดประเคนใส่ใบหน้ายิ้มแย้มเต็มแรง
ผลัวะ!
ภาสกรหน้าสะบัด เซถลาไปตามแรงหมัด รีบตั้งหลักและปัดป้องหมัดที่ตามมารัว ๆ พยายามไม่โต้กลับ
“อย่า!” รีบห้ามลูกน้องที่เข้ามากระชากภพธรออกไปแล้วทำท่าจะลงมือ “ปล่อยเขา แล้วก็ออกไปให้หมด” เขาหยิบผ้าเช็ดหน้าซับเลือดที่ไหลออกจากรูจมูก รอจนลูกน้องเดินห่างออกไปจึงตั้งคำถามที่คับข้องใจ “นี่มันเรื่องอะไรกันครับคุณใหญ่ ช่วยอธิบายให้ผมเข้าใจหน่อยเถอะ”
“คุณเคยสัญญาไว้ว่าจะรักและดูแลทะนุถนอมน้องสาวของผมอย่างดี จะไม่ทำให้เธอเสียใจ แล้วทำไมถึงไม่รักษาคำพูด” ภพธรชี้หน้าถามอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด แต่ไม่ดังจนกลายเป็นตะคอก
เจอคำถามของพี่เมียเข้าไป ภาสกรถึงกับทำหน้าตาตื่น เมื่อเช้าตอนอยู่บนเตียงเขายังพลอดรักฝากรอยสวาท ก่อนจากกันเขากับเธอยังรักกันดี เธอยังกอดออดอ้อนบอกว่าให้รีบกลับเพราะไม่อยากนอนคนเดียว แล้วยังจูบลาตอนส่งขึ้นรถต่อหน้าลูกน้องเขาอีกด้วย
“ตกใจมากเลยเหรอครับที่ความลับถูกเปิดเผย” ภพธรถากถางเมื่อได้เห็นหน้าตาแตกตื่นของน้องเขย
“ใจเย็น ๆ ก่อนนะครับคุณใหญ่” ภาสกรยกมือห้ามความเข้าใจผิดของพี่เมีย “คุณใหญ่เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า ผมกับเมียไม่ได้มีปัญหาอะไรกันนะครับ เรายังรักกันดี”
“หึ! เมียคนไหนครับที่รักกันดี เมียเก่าหรือเมียใหม่”
“ผมมีจูนเป็นเมียคนเดียว คุณใหญ่พูดแบบนี้หมายความว่าไง” ภาสกรเริ่มหงุดหงิด ถามเสียงแข็งเมื่อถูกอีกฝ่ายทำท่าดูแคลนความรักเดียวใจเดียวของเขา “เรากลับไปคุยกันที่ห้องทำงานผมดีกว่านะ คุยตรงนี้มันไม่ค่อยเหมาะ”
“ไม่ดีกว่าครับคุณปูน ที่ผมมาถึงที่นี่ก็แค่ต้องการบอกให้คุณรู้ ว่าผู้หญิงของคุณไประรานน้องสาวของผม น้องสาวผมเสียใจร้องไห้จะเป็นจะตายก็เพราะการกระทำของคุณ ดังนั้น”
“เดี๋ยวนะครับคุณใหญ่!” ภาสกรตกใจตาตั้ง “ผมว่าคุณใหญ่เข้าใจผิดไปใหญ่โตแล้วนะครับ ตั้งแต่ผมมีจูน ผมไม่เคยนอกใจจูนสักครั้ง นี่คือความสัตย์จริง คุณใหญ่จะพิสูจน์ยังไงก็ได้ ผมยินดีให้ความร่วมมือทุกเรื่อง”
สายตาท่าทางของน้องเขยทำให้ภพธรเริ่มลังเล จริง ๆ แล้วเขาก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกัน ว่าภาสกรจะกล้านอกใจเมีย เพราะเท่าที่เห็นมาตลอดหลายปี เขารักเธอเอามาก ๆ แต่ภาพมันฟ้องซะขนาดนั้น จะไม่ให้เชื่อได้อย่างไร
“คุณแน่ใจนะครับคุณปูน ถ้าผมพิสูจน์ว่าคุณนอกใจน้องสาวผมได้ คุณเต็มใจที่จะหย่ากับเธอไหม”
“ผมไม่หย่า ผมรักเมียผมคนเดียวเท่านั้น ให้ผมไปตายยังง่ายกว่ามั้งคุณใหญ่” เขาสวนกลับ ทำไมเขาต้องหย่าในเมื่อเขาไม่เคยนอกใจเธอสักครั้ง
“ดูคุณมั่นใจมากเลยนะคุณปูน” ถ้าไม่ได้เห็นภาพเขาคงซาบซึ้งกับคำพูดนั้น
“ผมลูกผู้ชายพอนะคุณใหญ่ ถ้าผมทำผิดผมกล้ายอมรับแน่นอน” ภาสกรกล่าวหนักแน่น ประสานสายตาเด็ดเดี่ยวกับอีกฝ่าย
“ถ้าคุณกล้ายืนยันหนักแน่นขนาดนี้ ผมก็จะเชื่อใจคุณสักครั้ง” แล้วภพธรก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้น้องเขยฟัง
บทที่ 2
ประเทศไทย
ภาสกรจิตใจหมกมุ่นตลอดการเดินทางกลับบ้าน เพราะเมียรักไม่ยอมรับโทรศัพท์ของเขาแม้แต่สายเดียว ไม่ว่าจะเป็นเบอร์บ้านหรือเบอร์ส่วนตัว ร้อนรนจนอยู่ต่อไม่ได้ แม้แต่รอรอบบินของสายการบินก็ยังรอไม่ได้ รีบให้ทนายติดต่อเช่าเครื่องบินเจ็ตเพื่อเดินทางกลับมาหาเธอเป็นการด่วน
“ไม่ต้องทอน” เขาจ่ายค่าแท็กซี่ที่นั่งมาจากด้วยแบงก์พัน ส่งให้แล้วรีบเปิดประตูลงจากรถ วิ่งเข้าไปในบ้านด้วยความเร็วแสง “เมียฉันล่ะแวว” ปากถามสาวใช้แต่เท้าวิ่งตรงไปที่บันไดแล้ว
“คุณผู้หญิงอยู่ที่สระว่ายน้ำค่ะคุณผู้ชาย” แววดาวรีบตอบคนที่กำลังก้าวเท้ายาว ๆ ขึ้นบันได นึกสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมคุณผู้ชายถึงได้ดูร้อนรนขนาดนั้น
เจมีน่าดำดิ่งสู่ใต้ผิวน้ำครั้งแล้วครั้งเล่า เพื่อให้น้ำช่วยชะล้างน้ำตาที่ขยันไหลได้ทุกครั้งที่คิดถึงภาพนั้น แม้จะพยายามหักห้ามใจไม่คิด ทำใจให้สงบเหมือนที่พี่ชายบอกแล้วก็ตาม
“น้องจูน!”
หูของเธอแว่วเสียงสามีขณะที่ผุดศีรษะขึ้นเหนือน้ำพอดี นี่เธอคิดถึงเขาจนหูเพี้ยนไปแล้วใช่ไหม
“น้องจูนคะ”
เธอหันไปมองเมื่อได้ยินเสียงนั้นใกล้เข้ามา ใช่เขาจริง ๆ เธอไม่ได้หลอนไปเอง น้ำตาแห่งความน้อยเนื้อต่ำใจไหลพราก แต่ก็ฝืนยิ้มให้เขา
“ทำไมกลับมาเร็วจังเลยคะ” ถามออกไปอย่างยากเย็น แล้วรีบก้มหน้าลงไปในน้ำเพื่อล้างคราบน้ำตา
“ขึ้นมาก่อนแล้วพี่จะบอก” ภาสกรยื่นมืออยู่บริเวณริมสระที่ใกล้กับภรรยามากที่สุด เห็นตาบวมช้ำและยังฝืนยิ้มทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นของเธอก็เจ็บปวดใจนัก ใครกันที่กล้าทำให้เธอต้องเสียน้ำตา งานนี้เขาไม่ยอมจบง่าย ๆ แน่
“พี่ปูนมีอะไรก็พูดมาสิคะ จูนจะเล่นน้ำ”
“ถ้าจูนไม่ขึ้นมาพี่จะลงไปหาเดี๋ยวนี้แหละ” เขาไม่พูดเปล่า แต่จัดการถอดรองเท้าถุงเท้าไปด้วย
“ขึ้นก็ได้ค่ะ” เห็นสามีเอาจริงก็รีบว่ายเข้าหาฝั่ง ยื่นมือไปหามือที่ยื่นออกมารับ
ภาสกรรับภรรยาขึ้นจากสระ แล้วรีบดึงเธอที่ตัวเปียกชุ่ม เข้ามากอดไว้แน่น
“พี่ไม่เคยนอกใจน้องจูนนะ ให้พี่สาบานเก้าวัดสิบวัดพี่ก็ยอม หนูต้องเชื่อพี่นะ.. โธ่ที่รัก อย่าร้องไห้สิ” ร้อนรุ่มเหมือนไฟสุมอยู่ในทรวงเมื่อเห็นเมียรักร้องไห้โฮออกมา รีบปลอบด้วยน้ำเสียงร้อนรน
“พี่ปูนไม่เคยนอกใจจูนจริงเหรอคะ” ถามเสียงสะอื้นขาดช่วง อยากกอดเขาแต่ก็ฝืนใจไม่ทำ กำมือแน่นไว้ข้างลำตัว
หนุ่มใหญ่วัยสี่สิบผละจากร่างระหงของภรรยาสาววัยยี่สิบห้า มองดวงตาพร่าน้ำด้วยสายตาเด็ดเดี่ยว
“ไม่เคย” ตอบด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด “ไม่เคยคิด ไม่เคยแม้แต่วอกแวก หนูก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าพี่รักหนูมากแค่ไหน คำน้อยพี่ยังไม่เคยว่าให้หนูเจ็บช้ำน้ำใจ หนูก็รู้ไม่ใช่เหรอคะ”
หญิงสาวพยักหน้ารับ สิ่งที่เขามอบให้เธอนั้นทำให้เธอมีแต่ความสุข ยิ่งนับวันเขาก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกว่าเขารักเธอมาก คำพูดคำจา คำเรียกหาก็มีแต่คำน่ารักหวานหู ทำให้เธอก็รักเขามากขึ้น
เธอถึงช็อกแทบสติแตกเมื่อได้เห็นภาพนั้น รักเขามากจึงเสียใจมาก รักมากจึงไม่อยากเสียเขาไปให้หญิงอื่น และรักมากจึงไม่อยากให้คนในครอบครัวตัวเองรู้เรื่องนี้ เพราะกลัวจะต้องถูกพรากจากเขา
“แต่ภาพมันฟ้องซะขนาดนั้น จะให้จูนเชื่อพี่ปูนได้ยังไง”
“เอาภาพนั้นมาให้พี่ดูหน่อย พี่ก็อยากรู้เหมือนกัน”
“ค่ะ” แล้วเดินไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางไว้ตรงโต๊ะข้างสระว่ายน้ำ
ประเทศลาว
สุริษาหูตั้งเมื่อได้ยินการ์ดของคาสิโนพูดเรื่องนายใหญ่ถูกต่อย รีบเบี่ยงเท้าที่จะเดินไปอีกทางไปหาพวกเขาแทนทันที
“ทำไมคุณท่านถึงโดนต่อยล่ะคะ”
“คุณแนน” การ์ดทั้งสองตกใจที่เห็นหญิงสาวโผล่มาทางด้านหลัง
“ตอบแนนมาสิคะ”
“พวกเราก็ไม่รู้เหมือนกันครับคุณแนน เพราะคุณท่านไล่เราออกมา แล้วก็เคลียร์กับพี่ชายคุณผู้หญิงแค่สองคน”
“หา! พี่หมายความว่าคนที่ต่อยคุณท่าน คือพี่ชายของคุณผู้หญิงเหรอคะ”
“ใช่ครับ”
“แน่ใจนะคะว่าเป็นพี่ชายของคุณผู้หญิง”
“น่าจะแน่นะครับ เพราะผมได้ยินเขาพูดว่านายใหญ่ไม่รักษาคำพูด บอกว่าจะรักและดูแลน้องสาวเขาอย่างดีแต่ก็ทำไม่ได้ ถ้าไม่ได้หมายถึงคุณผู้หญิงแล้วจะเป็นใครไปได้อีกล่ะครับคุณแนน” หนึ่งในการ์ดของคาสิโนย้อนถาม เพราะตั้งแต่เขาทำงานกับท่านมา ก็ยังไม่เคยเห็นท่านทำตัวนอกลู่นอกทาง เวลาพาคุณผู้หญิงมาด้วยก็โอบประคองแทบจะอุ้มขึ้นเอว
“ทำไมเขาพูดแบบนั้นคะ คุณท่านออกจะรักคุณผู้หญิง ยามเดินนี่แทบจะอุ้มอยู่แล้ว”
“ผมไม่รู้ครับว่าเรื่องอะไร แต่ถ้าให้เดาในฐานะผู้ชาย ถ้าไม่มีการลงไม้ลงมือใส่ ก็ต้องเป็นเรื่องผู้หญิงแน่ ๆ ครับ”
“เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด คุณท่านน่ะเหรอจะกล้าทำร้าย กล้านอกใจคุณผู้หญิง ไม่มีทางหรอกค่ะ” ตลอดสี่ปีที่เธอได้ใกล้ชิดกับคนทั้งคู่ เธอเห็นแต่คุณท่านเอาอกเอาใจภรรยาสารพัด ทุกวันนี้โอ๋เมียอย่างกับลูก ส่วนคุณผู้หญิงนั้นก็ช่างออดอ้อนฉอเลาะ พี่ปูนคะพี่ปูนขาไม่เคยขาดปาก
“ผมก็ไม่รู้ครับคุณแนน แต่ผมได้ยินมาแบบนั้นจริง ๆ”
“แล้วตอนนี้เขาอยู่ที่ไหนคะ พี่ชายของคุณผู้หญิงน่ะค่ะ”
“กลับไปพร้อมกับนายใหญ่แล้วครับ”
“คุณท่านกลับไปแล้วเหรอคะ แล้วนัดคืนนี้” คำถามหลังเหมือนเธอรำพันกับตัวเองมากกว่า เดี๋ยวคงต้องโทรไปถามว่าจะเอายังไง..
มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมพี่โฉดคนนั้นต้องบุกมาต่อยคุณท่านถึงที่นี่ เขาก็น่าจะรู้ดียิ่งกว่าเธอไม่ใช่หรือ ว่าคุณท่านรักน้องสาวเขามากเพียงใด ไร้เหตุผลสิ้นดี ถ้าเจอหน้านะจะต่อว่าให้หนักเลยคอยดู
บทที่ 3
ประเทศไทย
“ทำยังไงก็ได้ แต่คุณต้องเอาตัวเธอมาดำเนินคดีให้ได้.. ผมไม่แน่ใจว่าภาพตัดต่อหรือภาพจริง แต่ไม่ใช่ภาพผมปัจจุบันนี้แน่.. ที่ผมรู้ ผู้หญิงทุกคนที่ผมเคยนอนด้วยผมจ่ายเงิน ไม่เคยหลอกหรือบังคับใครขึ้นเตียง.. ไม่ว่าจะตัดต่อหรือจริง ผมจะดำเนินคดีกับเธอที่ทำให้ผมเสียหาย.. ไม่ ไม่ยอมความใด ๆ ทั้งสิ้น.. เสียก็เสียเพราะผมมั่นใจว่าไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ก็อยากให้ปิดข่าวให้เงียบที่สุด.. เราคุยกันแล้ว ขอบคุณที่เป็นห่วง ทำตามที่ผมบอกได้เลย.. อือ” ภาสกรวางสายจากทนายประจำบริษัทแล้วเดินกลับไปนั่งใกล้ ๆ ภรรยาที่ยังทำหน้าอมทุกข์
หญิงสาวสอดแขนกอดเอวสอบ เอนศีรษะซบอกของสามีที่ทั้งรักทั้งหวง
“คุณทนายว่ายังไงบ้างคะ”
เขากอดตอบแล้วจูบลงบนศีรษะของเธอ “เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง พี่หาคำตอบมาให้จูนได้แน่นอน”
“พี่ปูนจะเอาเรื่องเธอจริง ๆ เหรอคะ”
“จ้ะ”
“แล้วถ้าเธอเคย.. เคยนอนกับพี่ปูนจริง ๆ เราจะเอาเรื่องเธอได้เหรอคะ” แม้จะรู้ว่าอดีตสามีเคยเป็นเพลย์บอยตัวพ่อ แต่ก็ไม่ชอบใจเลยที่ต้องมาถามถึงความสัมพันธ์ของเขากับหญิงอื่น
“จูนจ๋า พี่กล้าสาบานให้พี่ตายตรงหน้าจูนตอนนี้เลยก็ได้ พี่ไม่เคยล่อลวงใครขึ้นเตียงด้วย ไม่เชื่อก็ไปถามอาชื่นอาเชยได้เลย สองคนนั้นรู้ดีที่สุด” ทุกคำพูดของเขาหนักแน่นไม่มีลังเลพอ ๆ กับแววตา
“จูนเชื่อพี่ปูนค่ะ แต่จูนเป็นห่วงพี่ปูนนี่คะ กลัวพี่ปูนจะเสียชื่อ กลัวพี่ปูนจะติดคุก”
“ไร้สาระ ถ้าพี่จะติดคุกเพราะผู้หญิง คนเดียวที่ทำแบบนั้นได้ก็คือเมียพี่คนนี้นี่แหละ เพราะพี่ได้หนูเป็นเมียตอนหนูถูกมอมยา พี่ฉวยโอกาสตอนที่หนูไม่เป็นตัวของตัวเอง ถ้าหนูเอาเรื่องขึ้นมาพี่ติดคุกแน่.. มานี่มา” มือแกร่งรั้งร่างอรชรของภรรยาให้ขึ้นมานั่งบนตัก จูบประโลมนุ่มนวล “ยังรักพี่อยู่ไหม หรือว่าเกลียดพี่ไปแล้ว”
เธอรีบส่ายหน้า “ไม่ได้เกลียดสักนิด” แล้วกอดคอเขาไว้แน่น “จูนรักพี่ปูนมากจนไม่รู้จะมากยังไง จูนกลัวมากตอนที่เธอโทรมาบอกว่าเป็นผู้หญิงในภาพ กลัวว่าเธอจะมาแย่งพี่ปูนไปจากจูน กลัวว่าพี่ปูนจะหมดรักจูนแล้ว” สารภาพเสียงเครือแต่ไร้น้ำตา เธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าน้ำตามันหายไปไหนหมด หรืออาจเป็นเพราะเขาทำให้มั่นใจขึ้นมาบ้างแล้วว่าไม่ได้นอกใจเธอ
ตอนนั้นเธอตกใจและลนจนไม่ได้สังเกตดูรูปที่ได้รับมาให้ดี จนกระทั่งเขามาเห็นเอง และบอกว่านั่นไม่ใช่รูปของเขาในปัจจุบัน เมื่อเขาทักแบบนั้นเธอจึงดูอย่างตั้งใจมากขึ้น และก็เป็นอย่างที่เขาบอกจริง ๆ เขาในภาพกับตอนนี้มีความต่างอย่างเห็นได้ชัด
ในภาพผมเขาค่อนข้างยาว และเหมือนไม่ได้โกนหนวดเครามาเป็นอาทิตย์ แต่ตั้งแต่เขาอยู่กับเธอเขาตัดผมสั้นเข้าทรง หนวดเคราก็ไม่เคยปล่อยให้ยาวเพราะไม่ชอบที่มันบาดผิวเธอ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เธอเชื่อใจเขามากขึ้น
ฝ่ามือใหญ่ที่ลูบไล้แผ่นหลังเปลี่ยนเป็นกอดกระชับ คลี่ยิ้มละมุนกับคำสารภาพที่แสนซาบซ่านหัวใจ
“เมียพี่ออกจะสวยขนาดนี้ ขี้อ้อนขี้เอาใจ พูดจาก็น่ารัก ถ้าพี่ไม่รักไม่หลงก็บ้าแล้ว ไม่มีใครแย่งพี่ไปจากจูนได้หรอก สบายใจได้”
“แน่นะคะ”
“แน่ค่ะ สัญญา”
ร่างระหงผละจากอกสามีแต่ยังคล้องแขนกับคอเขาไว้ สบตาทอแสงอ่อนโยน แล้วโน้มลงไปจูบบนเปลือกตาทั้งสองข้างแผ่วเบา ก่อนจะพรมจูบไปทั่วใบหน้าธรรมดา ๆ ที่ทั้งรักทั้งหวง
“พี่ปูนขา”
“จ๋าเมียจ๋า”
“จูนสัญญาว่าจะเป็นเมียที่ดีของพี่ปูน จูนจะเชื่อฟังและยอมทำทุกอย่างที่พี่ปูนต้องการ จะยอมให้พี่ปูนรักโดยไม่งอแงอีกแล้ว แต่พี่ปูนต้องห้ามนอกใจจูนเด็ดขาดนะคะ”
คนถูกขอถึงกับหัวเราะออกมา ไม่ใช่เพราะตลกแต่เพราะอิ่มเอมไปทั้งหัวใจ
“ไม่ทำแน่ ในหัวใจของพี่จะรักแต่เมียพี่คนนี้คนเดียวเท่านั้น”
ภรรยาของเขาเป็นผู้หญิงที่งดงามทั้งรูปลักษณ์และจิตใจ ข้อเสียที่เธอมีก็น้อยมาก ๆ เช่นใช้เงินเก่ง แต่เขาไม่เคยเครียดเพราะมีให้เธอใช้ทั้งชาติก็ไม่หมด แต่ตัวเธอเองก็หาเงินเก่งมากเช่นกัน เพราะธุรกิจเดินเรือของครอบครัวเธอมีกำไรเพิ่มขึ้นทุกปีตั้งแต่เธอเข้าไปช่วยบริหาร
เขายังเคยเคืองเมื่อรู้ว่าคู่ค้าแต่ละรายของเธอชอบนัดเธอไปกินข้าว ผู้บริหารบางรายนี่ถึงกับบินมาจากเมืองนอกปีละหลาย ๆ ครั้งเพื่อมาคุยงานกับเธอเอง และจบที่ออกไปกินข้าวด้วยกัน แน่นอนว่าคนที่เล่าให้เขาฟังต้องไม่ใช่เธอ แต่เป็นสินธุ ลูกน้องคนสนิทที่เขาให้ไปขับรถให้เธอ
ข้อเสียอีกข้อก็คือเธอทำงานบ้านงานครัวไม่เป็น แต่เขาก็ไม่เดือดร้อน เพราะมีคนรับใช้หลายคนคอยทำหน้าที่ แต่เธอก็ยังให้แววสอนทำกาแฟเพื่อทำให้เขาดื่มทุกเช้า..
เวลาไปทำงานของเขากับเธอจะไม่ตรงกัน แต่เธอก็จัดเตรียมเสื้อผ้าไว้ให้เขาทุกครั้ง เขาแค่อาบน้ำทำธุระส่วนตัวให้เสร็จ แล้วหยิบทุกอย่างใส่กับตัวก็จบ
เวลาที่เขากลับจากทำงานซึ่งจะช้ากว่าเธอ เธอก็จะรอต้อนรับด้วยการโผเข้ากอดและจูบ ถามว่าทำงานเหนื่อยไหม นั่งกินสลัดบ้างผลไม้บ้างเป็นเพื่อนตอนเขากินข้าว พอขึ้นห้องนอนก็ กินอาหารเสริมที่เธอจัดไว้ให้ ขึ้นเตียงนอนก็ยังช่วยนวดหลังนวดไหลไล่ความเมื่อยล้าให้
ลูกคุณหนูที่ไม่เคยทำอะไรเองอย่างเธอ ยังทำเพื่อเขาได้ขนาดนี้ จะให้เขาเรียกร้องต้องการอะไรจากเธอได้อีก แม้แต่เรื่องบนเตียงที่เธอบอกว่าจะยอมให้รักโดยไม่งอแง เขาก็ไม่เคยเห็นเธองอแงจนชนะเขาได้สักครั้ง
สรุปแล้วเขาคงหลงเมียเด็กคนนี้เอามาก ๆ จึงมองไม่เห็นความบกพร่องของเธอเลยสักข้อ