ตอนที่ 2 เงื่อนไข
“ฉันชื่อเมล์ ไม่ใช่สาวน้อยของใคร”
“เมื่อกี้ปากเธอนุ่มดีนะ แต่รสจูบไม่ค่อยได้เรื่องเท่าไหร่” ผู้หญิงสมัยนี้ใจกล้ากันทุกคน...ไม่ไหวๆ
“นี่!...”
“.........” เขายกมือขึ้นเท้าเอวแล้วส่ายหน้าเบาๆ ฉันไม่ชอบกิริยานี้ของเขา ฉันไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้นสักหน่อย แต่ก็ช่างมันเถอะ อยากจะคิดอะไรก็เชิญ
“นี่อะไร!”
“.........” ก็ได้ๆ...ฉันเป็นฝ่ายผิด ไปจูบเขาก่อนเอง
“ฉันต้องขอโทษพี่ด้วยนะคะที่ล่วงเกิน”
“เธอมาทำอะไรที่นี่” น้ำเสียงของเธอเบาลง อันที่จริงผมก็ไม่ได้โกรธ กลับตรงกันข้ามด้วยซ้ำ ผมยังคิดไม่ออกเลยว่าจะเดินออกมาจากสถานการณ์ตรงนั้นได้ยังไง ดีที่เธอมาช่วยแก้สถานการณ์ได้ทันเวลาพอดี
“พี่เป็นพนักงานที่นี่เหรอ” ฉันมองไปที่เสื้อที่เขากำลังสวมใส่อยู่ มันเป็นเสื้อยูนิฟอร์มของโรงแรมแห่งนี้ ส่วนกางเกงเขาสวมยีนกับรองเท้าผ้าใบ แหม...ขายาวเชียว มองขาเขาเสร็จแล้วก้มมองขาตัวเอง แอบคิดในใจ สงสัยตอนเด็กๆจะขาดแคลเซียม
“อือ...” ผมพยักหน้าให้ในแบบขอไปที คำถามของเธอทำให้ผมแน่ใจว่าเธอคงไม่รู้จักผมอย่างแน่นอน ผมไม่เคยเอาหน้าหล่อๆของผมออกสื่อมานานมากแล้ว ถ้าเธอคนนี้จะไม่รู้จักว่าผมเป็นใครก็คงไม่แปลก
“ฉันมาสมัครงานค่ะ ไม่ทราบว่าที่นี่มีงานให้ทำบ้างหรือเปล่า พี่อยู่แผนกไหนล่ะ” มาสมัครงานนี่เอง...ดูจากหน้าตาแล้ว น่าจะเพิ่งเรียนจบมาแน่ๆ
“เขียนใบสมัครหรือยัง” ผมไม่ได้ตอบคำถามของเธอ แต่เลือกที่จะตั้งคำถามกลับไปแทน
“ยังเลยค่ะ ฉันเพิ่งมาถึง”
“เดินไปทางด้านโน้น จะมีพนักงานยืนอยู่ไปขอใบสมัครงานได้ที่นั่น”
“ขอบคุณค่ะ” นึกว่าจะขอบคุณคนไม่เป็นซะแล้ว...น่าสนใจ!
ฉันรีบเดินไปตรงที่เขาบอก ขอเอกสารใบสมัครงานมากรอก กรอกเอกสารเสร็จเรียบร้อย นั่งรอสัมภาษณ์
“เชิญคุณเมธาวี ที่ห้องบอสค่ะ” บอสเลยเหรอ...รู้สึกประหม่าขึ้นมาทันทีเลย ฉันมาสมัครงานตำแหน่งบริการนะ ไม่ใช่บริหาร บอสของที่นี่น่าจะมาตรฐานสูงพอสมควร แค่พนักงานตัวเล็กๆก็ยังสัมภาษณ์เอง
“บอสนี่คือ...ใช่เจ้าของโรงแรมหรือเปล่าคะ”
“ใช่ค่ะ ปกติบอสไม่เคยสัมภาษณ์งานด้วยตัวเองเลยนะคะ คุณเป็นคนแรก” ห๊ะ! คนแรก ไม่ได้รู้สึกดีเลยสักนิด
“ก๊อกๆๆ”
“เชิญครับ” ทำไมเสียงคุ้นๆวะ! ฉันค่อยๆเปิดประตูเข้าไป...
“พี่! อุ๊ย...บอส เหรอ คะ” ฉันไม่ค่อยแน่ใจ ก็เลยลองถามดูก่อน
“ปิดประตูด้วย” ฉันปิดประตูตามที่เขาบอก ฉันจูบกับเจ้าของโรงแรมเหรอเนี่ย ทำไมถึงได้ซวยอย่างนี้นะ งานใกล้บ้านของฉัน เฮ่อ...อดแน่ๆ
“นั่งสิ” เขาพยักพเยิดหน้าให้ฉันนั่งลงที่เก้าอี้ด้านหน้าโต๊ะทำงานของเขา ฉันค่อยๆหย่อนก้นนั่งลงไปช้าๆ รู้สึกประหม่าเล็กน้อย
“คือฉัน...” ขอโทษก็ขอโทษไปแล้ว หวังว่าเขาจะไม่ติดใจเอาความ
“ทำอะไรเป็นบ้าง” น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยถามขึ้น ในขณะที่ฉันนั่งก้มหน้างุด
“ทำได้ทุกอย่างเลยค่ะ” ฉันเงยหน้าขึ้นทันที รีบตอบคำถามด้วยน้ำเสียงมั่นใจสุดๆ
“ทำกับข้าวเป็นมั้ย” ห๊า...ทำกับข้าวเหรอ ทำกินเองพอได้ แต่ถ้าทำให้คนอื่นกินเกรงว่าจะไม่ดีล่ะมั้ง
“ไม่เป็นค่ะ แต่ฉันเป็นลูกมือได้นะคะ”
“ขาก็สั้น ตัวก็เตี้ย พนักงานต้อนรับก็คงไม่เหมาะ” ดูพูดเข้า ใช่ซี๊...ถึงฉันจะเตี้ย แต่ฉันสวยนะ...ฝากไว้ก่อนเถอะ!
“งานทำความสะอาดก็ได้ ฉันทำได้หมด” ฉันก็แค่อยากได้งานใกล้บ้าน ถึงฉันจะจบไม่ตรงกับสาขาที่เรียนมา แต่ฉันพัฒนาและเรียนรู้ได้
“ทำไมถึงอยากทำงานที่นี่”
“ใกล้บ้านค่ะ”
“เธอเป็นคนที่นี่เหรอ” ฉันเป็นคนทุกที่ย่ะ!
“ไม่ได้อยู่อำเภอเมืองค่ะ” บ้านของฉันต้องขับรถไปอีกไกล ซึ่งงานที่นี่ก็ดูดีที่สุดแล้ว
“ไกลมั้ย” เขาถามฉันด้วยน้ำเสียงปกติ แต่ทำไมถึงไม่คุยรายละเอียดเรื่องงานนะ
“ยี่สิบกิโลค่ะ”
“ยี่สิบเลยเหรอ ที่นี่มีห้องฟรีให้อยู่ ถ้าไม่อยากเดินทางไปกลับก็มาอยู่ที่นี่ได้ ค่าห้องฟรี ค่าน้ำกับค่าไฟจ่ายเอง” สวัสดิการดีเหมือนกันนะเนี่ย
“ถ้าเดินทางไปกลับมีค่าน้ำมันให้มั้ยคะ”
“ไม่มี”
“............” ขี้งก!
“จบไม่ตรงสาขานี่...เธอคิดว่างานโรงแรมในสายตาของเธอเป็นยังไงบ้าง”
“เป็นงานบริการค่ะ” เขาจะรับฉันเข้าทำงานมั้ยนะ
“เธอคิดว่างานบริการต้องใช้ความอดทนมั้ย”
“ใช้ค่ะ”
“คิดว่าตัวเองจะอดทนไหวมั้ย”
“ยังไงบอส ก็ไม่ให้ฉันได้ทำงานที่นี่อยู่แล้ว ฉันขอตัวเลยนะคะ” ฉันเห็นพนักงานคนเมื่อสักครู่เรียกเขาว่าบอส ฉันเรียกบ้าง หวังว่าเขาคงจะไม่ว่าอะไร
“ผมบอกคุณตอนไหนว่าไม่ให้ทำ”
“ห๊ะ! แสดงว่าให้” ฉันส่งยิ้มกว้างไปให้เขาทันทีด้วยความดีใจ
“มีเงื่อนไข...” น้ำเสียงของเขาชวนขนลุกสุดๆ
“อะไร” ฉันถามเสียงห้วน ก็ดูสายตาของเขาสิ รู้สึกแปลกๆยังไงก็ไม่รู้
“พูดเพราะๆ”
“มีเงื่อนไขอะไรคะ พูดมาได้เลยค่ะ” ฉันฝืนยิ้ม จะมาไม้ไหนกันแน่นะ
“เขยิบเข้ามาใกล้ๆ” ทำไมต้องเขยิบ ฉันมองไปรอบๆห้อง
“อยู่กันแค่สองคน...หรือเปล่า” ฉันถาม
“โอเค...เมื่อกี้เธอก็คงเห็นแล้ว”
“เห็นอะไรคะ” ฉันยังไม่ได้เห็นอะไรเลย
“ก็ผู้หญิงสองคนในห้องอาหารนั่นไง”
“อ๋อ...พี่สองคนนั้นทำไมเหรอคะ”
“ไม่ใช่แค่สองคนนั้น มีอีก...”
“มีอีก!”
“ใช่มีอีก จะเสียงดังทำไม”
“.........” แมลงวันตอมขี้ชัดๆ น่าจะเจ้าชู้ไม่เบา
“คิดอะไรอยู่”
“เปล่าค่ะ บอสพูดเงื่อนไขมาได้เลยค่ะ”
“ผมจะให้คุณทำงานที่นี่ แต่คุณต้องมาเป็นไม้กันหมาให้ผมด้วย” ไม้กันหมา...เขาหมายถึงให้ฉันช่วยกันผู้หญิงพวกนั้น
“มีทุกวันมั้ยคะ” เขาพยักหน้า
“ถ้าอย่างนั้น ค่าแรงล่ะ” เรื่องนี้สำคัญมาก ฉันต้องถามให้รู้เรื่อง
“เงินเดือนขั้นต่ำตามวุฒิ ผ่านโปรช่วงทดลองงานสามเดือนจะขึ้นให้อีกสามพัน” โห...จัดว่าดีมาก
“งานพิเศษฉันขอคิดค่าแรงต่างหากนะคะ”
“นี่! ไม่ค่อยงกเลยเนอะ” ผมคิดว่างานพิเศษที่ว่ามันก็อยู่ในเวลางานเหมือนกัน
“ก็งานที่บอสให้ฉันทำ มันค่อนข้างเสี่ยง”
“อยากได้ยังไง ว่ามา...”
“แล้วแต่ยากง่าย เริ่มต้นที่...หนึ่งพันบาท ต่อครั้งนะคะ”
“ต่อวัน!” มีต่อรองด้วยแฮะ
“อ่ะๆ ต่อวันก็ต่อวัน ผู้หญิงของบอสคงไม่ได้มีมาทั้งวันจนฉันไม่ได้ทำงานประจำหรอก...จริงมั้ยคะ”
“ไม่รู้เหมือนกัน อ่ะสัญญาเซ็นซะ” ฉันหยิบสัญญาเอาขึ้นมาอ่านคร่าวๆก่อนเซ็น แต่ตัวหนังสือมันเยอะเกินไป
“เป็นสัญญาการจ้างงานตามปกติของที่นี่น่ะ ไม่ได้มีอะไรมากหรอก ส่วนงานพิเศษที่ว่า จะรู้กันแค่เราสองคนห้ามบอกคนอื่นเด็ดขาด” เซ็นเลยแล้วกัน เพราะยังไงฉันก็อยากได้งานที่นี่ทำอยู่แล้ว
“งานพิเศษฉันต้องทำอะไรบ้าง...เหรอคะ”
“แล้วแต่สถานการณ์ ผมให้คุณตัดสินใจ” ห๊า...
“ถ้าฉันจะขอปฏิเสธล่ะคะ”
“ถ้างั้นสัญญาจ้างงานฉบับนี้ก็ฉีกทิ้งไป”
“อ่ะๆ ก็ได้ๆ โอเคฉันทำ ฉันเริ่มงานได้เมื่อไหร่คะ”
“พรุ่งนี้เช้า”
“ขอบคุณนะคะบอส” ฉันยิ้มหวานให้เขาอีกครั้ง
“ออกไปได้แล้ว มีเสื้อให้ห้าตัว เธอได้วันหยุดวันจันทร์นะ”
“ค่ะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ” ฉันลุกขึ้นจากเก้าอี้ตัวที่นั่งอยู่แล้วเดินออกจากห้องทำงานของเขาไป
ตอนที่ 3 ครอบครัว
หลังจากที่ฉันสัมภาษณ์งานเสร็จ ฉันก็ขับรถมอเตอร์ไซค์กลางใหม่กลางเก่าขับกลับบ้าน ระหว่างทางฉันเห็นรถยนต์ของพี่เอกจอดอยู่ เหมือนเขากำลังดักรอฉันช่วงขากลับ เมื่อฉันเห็นดังนั้นจึงรีบบิดคันเร่งให้เร็วขึ้นไปอีก ทำเป็นไม่เห็นก็แล้วกัน
“จอด!!!” เขาเดินมาอยู่บนกลางถนนแล้วกางแขนออก ทำให้ฉันต้องรีบเหยียบเบรคทันที
“พี่เอก! อยากตายหรือไง” รถสองล้อที่ฉันขับมาเกือบล้มแน่ะ ใจหายแว๊บเลย
“พี่ขอคุยด้วยหน่อย แป๊บเดียวก็ได้”
“มีอะไรก็รีบๆพูดมา ถ้าพูดไม่รู้เรื่องฉันจะไม่เกรงใจพี่แล้วนะ”
“ที่จริงเมล์ไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นก็ได้ พี่รู้ว่าเมล์ยังไม่มีแฟน” เขาจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็แล้วแต่เลย...
“ถ้าเราสองคนเป็นแฟนกันไม่ได้จริงๆ ในฐานะเพื่อน...พอจะเป็นไปได้มั้ย”
“ได้ดิ”
“ขอบคุณน้องเมล์มากนะครับ พรุ่งนี้พี่ต้องกลับไปทำงานแล้ว” ก็ไปสิจะมาบอกทำไม!
“ดูแลตัวเองด้วยนะ เอาไว้ว่างๆพี่จะทักมาคุยด้วย พี่หวังว่าแค่สติ๊กเกอร์ตัวสองตัวกับข้อความที่ไม่ได้มากจนเกินไป น้องเมล์จะเปิดอ่านมันบ้าง” พูดซะน่าสงสารเลย...เฮ่อ
“พี่ไปทำงานของพี่เถอะ ในฐานะเพื่อนกัน ฉันจะเปิดอ่านก็แล้วกัน”
“จริงนะ”
“อื้อ” ฉันพยักหน้าให้
“ถ้าอย่างนั้นขับรถกลับบ้านดีๆนะ เย็นนี้พี่ต้องออกเดินทางกลับไปทำงานแล้ว” สถานที่ทำงานของพี่เอกอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ แต่เคยรู้มาว่านานๆที เขาถึงจะได้กลับมาเยี่ยมที่บ้านสักครั้ง
“ถ้าอย่างนั้นฉันไปนะ”
บ้านของฉันอยู่ไกลต้องใช้เวลาขับรถประมาณครึ่งชั่วโมงกว่าจะถึง สมาชิกในบ้าน มีพ่อแม่ พี่ชาย พี่สะใภ้ และหลานสาวอายุห้าขวบอีกหนึ่งคน บ้านของฉันประกอบอาชีพทำสวนผลไม้และปลูกผักสวนครัวส่งตลาด ฐานะทางบ้านปานกลางจัดว่าพอมีพอกิน
“เมล์...ไปสมัครงานวันนี้เป็นยังไงบ้างลูก” เมื่อฉันเดินเข้าไปด้านในบ้าน เสียงแม่ของฉันก็เอ่ยถามขึ้น ฉันหันไปยิ้มให้ท่าน แล้วตอบกลับไปว่า...
“ฉลอง!!” นั่นก็แปลว่าฉันได้งานทำแล้ว
“เขารับแกเข้าทำงานจริงๆเหรอเนี่ย ไม่อยากจะเชื่อ” นี่เป็นเสียงพี่ชายของฉันเองค่ะ ชื่อพี่เมฆ พี่ชายของฉันอยากให้ฉันมาช่วยทำงานในสวนมากกว่า แต่ฉันอยากหางานที่มีเงินเดือนกินไปก่อน อาชีพชาวสวนฉันเห็นมาตั้งแต่เด็กๆ ฉันเบื่อ...ถึงมันจะเป็นอาชีพที่ส่งฉันเรียนจนจบก็เถอะ
“ทำไม...คนอย่างหนูมันทำไม” ฉันทำหน้างอนๆส่งไปให้
“เปล่าหรอก ว่าแต่คุณปราชญ์เขาให้แกไปทำงานในตำแหน่งอะไรล่ะ”
“พนักงานบริการทั่วไปน่ะ แต่...เดี๋ยวนะ! พี่รู้จักเขาด้วยเหรอ เมื่อกี้พี่เรียกเขาว่าอะไรนะ”
“คุณปราชญ์...ทำไม” ฉันเพิ่งรู้จักชื่อเขาวันนี้เอง เขาชื่อจริงว่าปราโมทย์ ชื่อเล่นปราชญ์ ทำไมพี่เมฆถึงรู้จักล่ะ
“พี่รู้จักเขาด้วยเหรอ”
“แปลกตรงไหน เขาเป็นคนดังนะ”
“ทำไมหนูถึงไม่รู้จักเขามาก่อนเลยล่ะ”
“พี่จะไปรู้แกเหรอ ว่าแต่แกไปทำอะไรคุณปราชญ์เขาหรือเปล่า” อ้าว...ถามแบบนี้!
“อ้าว...ทำไมพี่ถามแบบนี้ล่ะ หนูเป็นน้องพี่นะ” ฉันจะไปทำอะไรเขาได้ แค่ลักจูบไปทีเดียวเอง
“เปล่า แค่ถามดูเฉยๆ” แล้วไป...นึกว่าไปรู้อะไรมา อยู่ๆฉันก็ยกมือขึ้นไปคลำอยู่ที่ริมฝีปากของตัวเองอย่างเผลอไผล
“วันนี้เขาเป็นคนสัมภาษณ์หนูด้วยตัวเองเลยนะ” ที่จริงฉันเป็นคนขี้คุยในระดับหนึ่งเลยเชียวล่ะ
“ล้อเล่นน่า...”
“จริง! แต่ช่างเถอะ หนูได้วันหยุดวันจันทร์นะ”
“เลี้ยงอะไรล่ะ”
“เงินยังไม่ออกเลยพี่เลี้ยงหนูก่อนสิ”
“อาเมล์ขา...กิ๊บอยากกินน้ำส้มปั่นค่ะ” นี่เป็นเสียงหลานสาวของฉันเองค่ะ อายุห้าขวบชื่อน้องกิ๊บ ลูกสาวพี่เมฆ
“ได้สิคะหลานอา พี่เมฆ...” ฉันแบมือขอเงินพี่ชาย
“พันเดียวพอหรือเปล่า”
“พอค่ะ ขอยืมรถยนต์ด้วยนะ กิ๊บป่ะ” จากนั้นฉันก็พาหลานสาวไปซื้อน้ำส้มปั่นและกับข้าวที่ตลาด แล้วกลับมาฉลองกันในช่วงเย็น พร้อมหน้าพร้อมตาที่บ้าน
ทางด้านปราชญ์
บ้านหลังใหญ่ มีเครื่องใช้ไฟฟ้าอำนวยความสะดวกครบ มีแม่บ้านหนึ่งคนและคนทำสวนอีกหนึ่งคน ความเป็นอยู่ค่อนข้างสะดวกสบาย แต่ภายในบ้านกับมีกันอยู่แค่สองคนพี่น้อง นั่นก็คือปราชญ์ที่เป็นพี่ชาย และน้องสาวอายุสิบเจ็ดหนึ่งคน เธอชื่อพราวมุก หรือเรียกง่ายๆว่ามุก กำลังเรียนอยู่ชั้นม.6 ในโรงเรียนเอกชนชื่อดังในจังหวัด
“ก๊อกๆๆ มุก...กินข้าว” ในทุกๆวันพี่ชายคนนี้ก็มักจะต้องไปเคาะประตูเรียกน้องสาวให้ออกมากินข้าวพร้อมกันแบบนี้เป็นประจำ
ด้วยวัยที่ต่างกันมาก ช่องว่างระหว่างพี่กับน้องจึงค่อนข้างกว้าง หรือจะเรียกง่ายๆว่า ไม่ค่อยสนิทกันนั่นเอง ถึงแม้ว่าทั้งสองคนจะพักอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกันก็ตาม
“ค่ะเดี๋ยวออกไป” สักครู่น้องสาวคนเดียวของปราชญ์ก็เดินออกมา แล้วนั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามกับพี่ชาย บนโต๊ะมีอาหารอยู่หลายอย่างกำลังร้อนๆ หอมกรุ่นน่ากินเชียว
“ทำอะไรอยู่”
“เรื่องของหนู”
“เขียนนิยายอีกแล้วใช่มั้ย” น้ำเสียงดุๆของพี่ชายถามกลับไปในแบบไม่ค่อยพอใจนัก
“ถ้าใช่แล้วจะทำไม”
“เอาเวลาไปอ่านหนังสือเรียนดีกว่ามั้ย ปีหน้าคิดเอาไว้หรือยังว่าจะไปเรียนต่อที่ไหน”
“ยัง”
“แล้วทำไมไม่คิด เหลือเวลาอีกไม่มากแล้วนะ” เสียงถอนหายใจของน้องสาวดังเฮือก
“เมื่อไหร่พี่จะมีแฟนสักที”
“ทำไม”
“ก็จะได้เลิกยุ่งเรื่องของหนูสักทีไง หนูอิ่มแล้วพี่กินเถอะ”
“นี่ยัยมุก! แกยังไม่ได้กินสักคำเลยนะ”
“กินไม่ลง ปั้ง!!” เสียงปิดประตูดังลั่น บ่งบอกว่าไม่พอใจ ซึ่งภาพที่เห็นมันเป็นเรื่องปกติของพี่น้องคู่นี้
เช้าวันรุ่งขึ้น
@โรงแรม
ช่วงเช้าฉันขับรถมอเตอร์ไซค์เข้ามาในบริเวณโรงแรมกำลังจะหาที่จอดรถ แต่อยู่ๆสายตาของฉันก็บังเอิญเหลือบไปเห็นบอสยืนคุยอยู่กับผู้หญิงคนหนึ่ง ฉันมองไปแว๊บแรก เห็นเขาส่งสายตาขอความช่วยเหลือมาแต่ไกล...แต่เช้าเลยเหรอเนี่ย อะไรจะฮอตขนาดนี้!
“บอสค่ะ มีเรื่องจะปรึกษาหน่อยค่ะ” ฉันรีบจอดรถใกล้ๆกับที่เขายืนอยู่ ซึ่งตรงที่ฉันจอดรถมันเป็นถนน มีฟุตบาทขั้นกลาง ถัดไปอีกหน่อยเขากับผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ตรงนั้น ฉันรีบตะโกนถามออกไป ฉันไม่รู้หรอกว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร แต่ไม่ใช่สองคนเมื่อวานนี้แน่นอน ถ้าเขาเล่นด้วยกับฉันแสดงว่าเขาต้องการให้ช่วยจริง แต่ถ้าเขาไม่เล่นด้วยก็แสดงว่าฉันคิดไปเอง
“ว่ามาสิ...”
“เชิญขึ้นรถก่อนค่ะ”
“เธอเป็นใคร พนักงานใหม่เหรอทำไมฉันไม่เคยเห็นหน้า” ผู้หญิงคนนั้นถามกลับมา ฉันจึงหันสายตาไปมองเขา...จะเอายังไง!
“บอสคะ จะขึ้นมามั้ยคะ ถ้าไม่ขึ้นจะไปแล้วนะ”
“เออๆไปๆ ผมขอตัวก่อนนะครับ”
“ปราชญ์...” ผู้หญิงคนนั้นทำหน้าไม่พอใจ ส่วนเขาก็รีบเดินขึ้นมานั่งซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์ของฉันทันที
“ถึงแล้วค่ะ” ฉันพูดพร้อมกับถอดหมวกกันน๊อคออก แล้วรีบแบมือขอค่าแรงเมื่อกี้นี้ด้วย
“อะไร...” แน่ะ! ทำหน้างง
“ก็ตามที่ตกลงกันไว้ไงคะ” หนึ่งพัน!
“แค่ขึ้นซ้อนท้ายรถมาแค่นี้เนี่ยนะ”
“ใช่ค่ะ ก็บอสเป็นคนบอกเองว่าแล้วแต่สถานการณ์ ฉันก็ช่วยบอสออกมาได้แล้วนี่ไง”
“ตอนแรกผมก็คิดว่าคุณจะแสดงตัวเป็นแฟนผมซะอีก” อี๋...คิดอะไรกับฉันหรือเปล่าเนี่ย
“บ้าสิ ถ้าหากฉันโดนตบขึ้นมา บอสจะช่วยฉันมั้ยล่ะ”
“มันเป็นหน้าที่ของเธอ”
“จ่ายมา อย่าโอ้เอ้”
“เลิกงานแล้วค่อยมาเอา” พูดจบประโยคเขาก็เดินหนีไป...ชิ! จากนั้นฉันจึงเดินไปหาพี่คนเมื่อวานที่ดูแลเรื่องพนักงานใหม่ วันนี้ฉันเริ่มงานวันแรกต้องไปรายงานตัวก่อน ห้ามสายเด็ดขาด