“ฉันมีวิธีทำให้เธอหายกลัวผี! รับรองได้” เสียงแผ่วปร่า กับลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดเหนือหน้าผากโหนกนูน ทำให้ความคิดจะแย้งของเธอหลุดลอยไปไกล
ไม่ทันได้ร้องห้าม! ไม่ทันได้คิดอะไร? ปากร้อนผ่าวก็เป่าลมพรวดๆ ลงบนหน้าผากของเธอ เขาโน้มตัวลงมาใกล้ๆ พร้อมกับกดปลายจมูกที่โค้งหน้าผากของเธอ พึมพำเสียงแผ่วๆ แต่เธอกลับจำแม่น
‘หากกลัวผีให้เธอนึกถึงฉัน ฉันจะอยู่ข้างๆ เธอ และจะปกป้องเธอเอง’
เป็นคำพูดที่วณิชยาจำไม่ลืม จำได้อย่างแม่นยำ พอๆ กับรส ‘จูบ’ ที่เขาบรรจงจูบเธอในคืนนั้น
ริมฝีปากร้อนผ่าวที่ทาบทับกลีบปากของเธอเบาๆทำให้ความหวาดกลัวหายไปจากใจ เธอหลงละเมอไปตามรสหวานละไม ตัวเบาลอยฟ่อง เหมือนนอนอยู่บนปุยเมฆเป็นเฟิร์สคิส! เป็น ‘จูบ’ แรกของเธอ กับคนที่เหมือนเป็นผู้ชายในฝันและต้องห้ามสำหรับเธอ
แม้จะผ่านมาสิบปี เธอก็ไม่เคยลืม ไม่เคยปริปากบอกความลับนี้ให้ใครรู้ เรื่องนี้เป็นความลับระหว่างเธอกับเขา รามานอาจจะไม่คิดอะไรเลยก็ได้ เขาคงแค่อยากปลอบโยนเด็กสาวขี้กลัว ให้หายจากอาการหวั่นวิตก เธอหายกลัวเป็นปลิดทิ้งจริงๆ จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเดินกลับห้องตัวเองตอนไหน เธอหลงเข้าไปในวังวนเสน่หา ร่างกายล่องลอยเบาหวิวเหมือนปุยนุ่น เคลิ้มฝันจนไม่อยากลืมตาตื่น และจดจำไว้ในใจอย่างไม่มีวันลืม…มันสถิตแน่น จนยากที่จะลบเลือน
“นั่งเหม่ออีกแล้ว คิดอะไรอยู่จ้ะ”
เสียงหวานของรานีร้องถาม พร้อมกับเดินเข้ามาหาใกล้ๆ
“ปะ เปล่าค่ะ ชยาแค่คิดอะไรเพลินๆ” หญิงสาวรีบกล่าวแก้ เสหลบตาไม่ได้อยากพูดปด แต่บอกเรื่องที่กำลังคิดอยู่ในใจกับผู้มีอุปการคุณไม่ได้จริงๆ
สาวใหญ่ยิ้มกริ่ม นางเอ็นดูวณิชยาเพิ่มมากขึ้นทุกวัน เด็กสาวเติบโตใต้การดูแลของนาง ยิ่งกว่าการดูแลบุตรชายเสียอีก นางกล่อมเกลี้ยง สั่งสอนวณิชยามาด้วยสองมือ ทำไมนางจะไม่รู้ว่าเด็กสาวคิดอะไรอยู่ในใจ มันเป็นความลับที่นางกุมไว้อีกขั้น!! เรื่องบังเอิญที่นางแอบเห็น เมื่อสิบปีก่อน จนเกิดความคิดดีๆ ผุดขึ้นมาในหัวและวาดหวังถึงอนาคต
เพียงแต่ยังไม่ได้แย้มพรายให้บุตรชายหัวแข็งรู้
เพราะรามานดื้อแพ่ง!! เขาไม่ชอบถูกกะเกณฑ์หากรู้ตัวว่านางวางแผนคลุมถุงชนเขา มีหรือบุตรชายจะยอม ดังนั้นนางจึงวางเฉยและคอยจับสังเกตทีท่าของบุตรชายเหมือนรามานจะรู้ทันเขาพยายามเลี่ยงนางตลอด ไม่ค่อยอยู่ประจำที่บ้าน เหินฟ้าไปนั่นนี่ตลอด แต่นางไม่เคยท้อ สักวันบุตรชายก็จะยอมพ่าย เมื่อหัวใจของเขาถูกนางกุมไว้
นางทำใจแล้วกับการทำตัวเป็นคาสโนว่าของรามานแต่จะไม่ยอมรับคู่ควงของบุตรชายแน่ๆ หากรามานจะเอาใครสักคนที่ควงอยู่มาเป็นเมียภรรยาของบุตรชายจะต้องเป็นคนที่นางเลือก เท่านั้น!!
และคนๆ นั้น นางเตรียมเอาไว้แล้ว!!
รามานเอ็นเตอร์ไพรส์ เจริญก้าวหน้าเพราะความขยันขันแข็งของบุตรชาย นางไม่ใคร่ชอบใจตรงที่ รามานมักจะเดินทางไปตามที่ต่างๆ โดยไม่ยอมให้คนอื่นทำแทน ทั้งที่ตัวเองเป็นถึง CEO ไม่จำเป็นต้องออกไปด้วยตัวเอง
นางรู้ว่ารามานกำลังหนีใคร?
อีกไม่นานหรอก นางจะได้บุตรชายกลับมาอยู่ข้างตัว
“เรียนจบแล้วคิดไว้หรือยังจ้ะชยา ว่าจะทำงานอะไรดี?” นางถามไปอย่างนั้นเอง ตำแหน่งที่เหมาะสุดสำหรับวณิชยาคือ ภรรยาบุตรชายของนางให้กำเนิดทายาท กลูซาคอฟ ! มีหลานให้นางอุ้มชูหลายๆ คน
“ยังไม่รู้เลยค่ะคุณท่าน ชยาว่าจะลองถามพี่นราดู” หญิงสาวคลี่ยิ้มแหยๆ ไม่เคยต้องคิดหรือตัดสินใจเอง มีทั้งพี่ชายและรานีคอยจัดการให้ทั้งหมด พอถึงเวลาที่ต้องคิดเอง ผู้หญิงหัวอ่อนอย่างเธอ เลยมึนตึบ!!
“ไม่ต้องลำบากไปหางานให้วุ่นวายเลยชยา เดี๋ยวฉันจะให้ตารามานหาตำแหน่งเหมาะๆ ให้เอง”
นางไม่มีทางปล่อยวณิชยาห่างสายตาหรอก!! ผู้หญิงสาวสวย บอบบาง กริยางามพร้อม ไปที่ไหนก็มีแต่คนสนใจ วณิชยาเหมือนนางกินรี สวยทั้งรูป และกลิ่น แถมมีคุณสมบัติครบครันเพอร์เฟคสุดๆ นางฝึกปรือมากับมือ ไม่ว่าจะการวางตัวต่อหน้าผู้คน รวมทั้งนิสัยโอบอ้อมอารีหากปล่อยห่างตาน่ะหรือ? คงมีมือดีฉกไปเคียงคู่เป็นแน่ และนางคงยอมไม่ได้ วณิชยาคือคนที่นางวางไว้ตรงตำแหน่งสำคัญ!!
“ชยากลัวว่าตัวเองจะไปทำเป๋อ!! ให้รามานเสียชื่อน่ะสิคะ”
หญิงสาวพยายามทัดทาน เธอไม่อยากทำให้ชื่อเสียงของคนที่ตัวเอง ‘แอบรัก’ มัวหมอง เพราะเหลือบไรแบบเธอ
“ช่างสิ!! ไปทำงานก็เหมือนไปฝึกฝีมือ คนไม่เคยทำผิด แสดงว่าเขาไม่เคยทำงานอะไรเลย ส่วนคนที่ทำผิด นั่นจะเป็นประสบการณ์ของตัวเขาเอง”
นางอธิบายให้ฟังอย่างคนที่ผ่านโลกมาก่อน นางคร่ำเคร่งกรำงานเคียงคู่สามีในวัยทำงาน เป็นหลังบ้านให้เขา จนบริษัทเติบโตแข็งกล้า และยิ่งเจริญรุดหน้า เมื่อบุตรชายมารับช่วงต่อ หลังสามีสิ้นใจ
“แต่ชยาเอ่อ” วณิชยาไม่ได้กลัวทำงานออกมาไม่ดี เธอไม่ใช่คนเหลาะแหละ ที่กลัวคือการใกล้ชิดกับผู้ชายเสน่ห์แรงอย่างเขาต่างหาก เธอกลัวเผลอตัวแสดงความรู้สึกของตัวเองออกมา มันจะพาลทำให้มองหน้ากันไม่ติดเปล่าๆ เมื่อเด็กกะโปโลอย่างเธอคงทำให้เขารำคาญใจมากกว่า สาวๆ ที่อยู่ข้างกายเขา ส่วนมากปราดเปรียวและนำเทรน
ผู้หญิงแต่งตัวสบายๆ ใส่เสื้อผ้าลูกไม้สีอ่อนๆ หรือจะไปสู้ผู้หญิงสวมชุดสีสันฉูดฉาดได้เล่า
หากเปรียบคนเหล่านั้นเป็นนางหงส์เฉิดฉาย เธอเป็นได้ก็แค่หนอนผีเสื้อยามราตรี มีแต่ความอับเฉา!! ไม่สามารถสะกดใจคนมองได้
แต่นั่นคือความคิดของวณิชยา
ในความคิดของหนุ่มๆ รอบตัวเธอ ทุกคนอยากยกย่องเชิดชู ผู้หญิงลักษณะแบบนี้แหละ ที่ผู้ชายส่วนใหญ่อยากได้มาเป็นแม่ของลูก เพียงแต่ไม่มีใคร? สามารถเข้าใกล้หญิงสาวได้ เมื่อรานี ออกโรงขวางเต็มที่
และเจ้าตัวไม่รู้เรื่องรู้ราวหรอกเธออยู่ภายใต้การควบคุมของ นางพญากลูซาคอฟ!!
เพื่ออนาคตว่าที่ศรีสะใภ้
“สวัสดีครับท่าน” นราเดินเข้ามา เขานอบตัวทำความเคารพรานี คลานเข่าเข้าไปนั่งใกล้ๆ
“ขึ้นมานั่งนี่เลยนรา ไม่รู้จักจำสิ!! สองคนพี่น้องนี่ไม่รู้เป็นอะไร ชอบถ่อมตัวเหลือเกิน” นางโวย พร้อมกับฉุดชายหนุ่มขึ้นมานั่งบนเก้าอี้ข้างตัว “เอเห็นนราแบบนี้ แสดงว่ารามานอยูมาดริด’ แล้วใช่ไหม?”
นางเอ่ยติง นราเป็นคนข้างกายบุตรชายเปรียบเหมือนมือขวา เห็นเขา แสดงว่าบุตรชายเดินทางมาถึงสเปนแล้วสินะ
“ครับ คุณรามานกำลังเคลียร์งานที่ค้างไว้อยู่ครับ เลยให้ผมเอาของฝากมามอบให้คุณท่านก่อน”
“เหอะ! ลูกชายฉัน กลับมาบ้านแทนที่จะโผล่หน้ามาให้เห็นบ้าง ดูมันทำกับฉันสิชยา ดูรามานทำกับแม่ของเขา” นางบ่นเสียงสั่น น้อยใจบุตรชายจนอยากจะร่ำไห้ หากไม่มีวณิชยาอยู่ใกล้ๆ ด้วย นางคงเหมือนคนแก่ที่ไม่มีใครสนใจหรือเหลียวแล
หญิงสาวทำหน้าแหยๆ เธอไม่สามารถติติงรามานได้เช่นเดียวกัน เขาทำไม่ถูกข้อนี้เธอเห็นด้วย แต่ใครล่ะจะกล้าว่ากล่าวคนอย่างเขาล่ะ
“อีกสักพักครับคุณท่าน งานกำลังยุ่งเหยิง คุณรามานเลยให้ผมเอาของฝากมาให้คุณท่านก่อน”
นางเบ้ปากปรายตามองนราเหมือนจะค้อนให้
“ฝากไปบอกรามานด้วยนะนราฉันไม่ต้องการของฝาก ฉันต้องการลูกชาย!” นางกระแทกเสียงตอบ พร้อมกับสะบัดหน้าให้นรา
“ครับ ผมจะเรียนให้คุณรามานทราบครับ” นรารับคำพร้อมกับยิ้มแผล่ สองแม่ลูกตะบึง ตะบอนใส่กัน แต่กลับรักกันยิ่งกว่าแม่ลูกคู่ไหนๆ ที่นราเคยเห็น
“ครั้งนี้หิ้วอะไรมาฝากฉันล่ะ ได้ข่าวไปบ้านเกิดเธอไม่ใช่เหรอนรา”
นางสงบใจได้ ไม่ใช่ครั้งแรกที่รามานเลือกงาน แทนที่จะรีบมาพบหน้านาง
“หลายอย่างครับคุณท่าน ผมให้แม่บ้านหิ้วไปแล้ว อีกสักพักคงจะยกมาให้ท่านชิม”
“ต๊าย! อย่าบอกนะว่ามีมังคุดติดมาด้วย” ผลไม้ไทยหลายอย่างรานีโปรดปรานและยิ่งเป็นมังคุดหวานกรอบ นางยิ่งชอบสุดหัวใจ ไม่ว่าจะเจอที่ไหน นางมักจะหิ้วติดมือมาตลอด ราชินีของมวลผลไม้ต้องยกให้มังคุดอร่อยๆ หวานชื่นใจนี่แหละ
“ครับคุณท่าน คุณรามานรู้ใจคุณท่าน ไม่มีทางลืมเด็ดขาดว่าคุณท่านโปรดปรานอะไร?” นราตอบพร้อมยิ้มประจบ
“ยะอย่างนี้พอจะอนุโลมให้ก็ได้” พอดีกับที่สาวใช้ยกจานผลไม้ของโปรดของรานีเข้ามาด้วย นางเลยหันไปสนใจผลไม้ ปล่อยให้พี่น้องได้คุยกัน ตามประสา
“ใกล้จบแล้วใช่ไหมเรา” นรายกมือขึ้นวางบนศีรษะน้องสาวโยกมือไปมา แม้วณิชยาจะโตเป็นสาว เขาก็ยังมองว่าเธอยังเป็นเด็กเหมือนเคย
“จบแหงๆ ค่ะ พี่ชายไม่เชื่อฝีมือน้องสาวคนนี้เลยเหรอคะ อย่างชยานี่ มีหรือจะสอบไม่ผ่าน” หญิงสาวฉีกยิ้ม คุยฟุ้งจนนราเกือบหัวเราะลั่น
“ขอให้จริงเถอะ แล้วจะมีรางวัลให้”