เสียงฝนตกกระหน่ำดังรัวราวกับพายุซัดกระแทกเข้ามากลางขุนเขา รีสอร์ทหรูริมเชิงดอยเงียบงัน มีเพียงแสงไฟสลัวส่องลอดม่านบางของบังกะโลไม้หลังเล็กหลังหนึ่งเท่านั้น
“แฮ่ก… แฮ่ก…” เด็กสาวในชุดเดรสสายเดี่ยวเปียกฝนจนแนบเนื้อ ทรวงอกอ่อนเด้งดันผ้าบางแนบผิวเย็นเฉียบ เธอวิ่งหนีมาโดยไม่มีรองเท้า ผิวเท้าช้ำแดงจนเห็นได้แม้ในความมืด
หัวใจเต้นโครมคราม ร่างกายสั่นระริกเหมือนจะทรุดพับ ริมฝีปากบวมแดงเม้มแน่น เหงื่อซึมเต็มหน้าผากแม้ท่ามกลางลมเย็นยะเยือกของค่ำคืน เพราะน้ำสดื่มแก้วนั้นจากมือของมารดาเลี้ยง ทำให้เธอเป็นแบบนี้ ความรู้สึกภายในร่างราวกับมีไฟลุกพรึ่บขึ้นจากภายใน เสียดแทงไปทุกจุด เสียวซ่านจนน่ากลัว
หญิงสาวลากขาเข้ามาในบังกะโลที่ประตูแง้มอยู่เพราะเธอไม่มีที่ไป ต้องหนีจากเสี่ยตัณหากลับที่มารดาเลี้ยงพาเธอมาส่งให้ถึงที่เพราะโดนหลอก
หลังจากบิดาเสีย บิดาก็คิดจะขายเธอให้เสี่ยใหญ่บ้ากาม อีกฝ่ายพาเธอมาทิ้งเอาไว้ให้เสี่ย ดีที่เธอเอาแก้วตีหัวมันและหนีออกมาได้ แต่ก็เสียทีดื่มน้ำที่มารดาเลี้ยงให้ดื่มในตอนแรกเข้าเลยมีอาการเป็นเช่นนี้ บ่งบอกว่าเธอกำลังโดนวางยา
เธอไม่รู้ว่านี่คือห้องของใคร ไม่รู้ว่าเธอควรจะหนีไปที่ไหน รู้เพียงอย่างเดียว เธอไม่สามารถทนต่อความทรมานในร่างกายนี้ได้อีกต่อไป เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาหลังจากนั้นไม่กี่นาที
ผ้าเช็ดตัวพันอยู่เบื้องล่าง เส้นผมเปียกชื้นจากการว่ายน้ำกลางสายฝน แผงอกเปลือยเปียกหยดน้ำ ดวงตาคมกริบสบกับภาพเบื้องหน้า ร่างหญิงสาวนอนซุกอยู่บนเตียงของเขา คิรันท์ ขมวดคิ้ว ร่างสูงหยุดชะงักตรงหน้าประตู
“เด็กที่รีสอร์ทส่งมาหรือไง ไหนบอกไม่มีบริการแบบนั้น” น้ำเสียงทุ้มต่ำพึมพำ ก่อนดวงตาคมกริบจะจ้องตรงไปยังใบหน้าเรียวของเด็กสาว
เธอหลับตา แต่ริมฝีปากกลับครางแผ่วเหมือนละเมอ
“ร้อน...ข้างในมันร้อน...ช่วยด้วย...ได้โปรด...” เสียงนั่น…ทำให้เขาชะงัก ไม่ใช่เสียงเชิญชวนเหมือนสาวบริการที่เขาเคยเจอ มันคือเสียงอ้อนวอนด้วยความทรมาน
รีสอร์ทที่นี่หลอกเด็กสาวมาให้เขารึเปล่านะ ผมยังสั้นเสมอหูอยู่เลย เขามองคนที่นอนซุกอยูกับหมอนไม่วงตา
ญาดารู้สึกว่าร่างกายเธอกำลังทรยศเธออย่างโหดร้ายที่สุด
“เธอโอเคไหม…” คิรันท์เดินเข้ามาใกล้ มือหนายื่นไปแตะหน้าผากเล็ก เธอสะดุ้งสุดตัว มองเขาด้วยดวงตาหยาดเยิ้ม เขารู้ทันทีว่าเธอถูกวางยา
“เวรเอ๊ย…” เขาดึงผ้าห่มคลุมร่างเธอไว้ แต่เธอกลับตะกายมือขึ้นมาเกาะร่างเขาเอาไว้แน่น
ใบหน้าแดงจัด ร่างกายร้อนฉ่า ดวงตาพร่ามัวด้วยฤทธิ์ยาที่ทำให้เธอเว้าวอนเกินต้าน
“ได้โปรด...พี่...ฉันทรมาน...ช่วยฉันที...” ต่อให้ไม่ได้ตั้งใจแต่เขาเป็นผู้ชาย และร่างกายก็เริ่มตอบสนองต่อความร้อนระอุของหญิงสาวตรงหน้า
โดยเฉพาะเมื่อเธอแอ่นอกเนียนนุ่มแนบกับแผงอกเปลือยของเขา เสียงครางหวานที่เล็ดลอดริมฝีปากอิ่ม สั่นไหวเหมือนคำท้าทาย
“ช่วยเหรอ...” คิรันท์กระซิบเสียงพร่า
“แน่ใจนะว่าเธออยากให้พี่ช่วย...แต่อยากให้ช่วยแบบไหนกันล่ะ...” เขาหยั่งเชิง เธอจับมือของเขาไปวางที่ทรวงอกอวบอิ่มเกินตัว เขาก็เข้าใจในทันที
เขาก็ไม่ใช่สุภาพบุรุษด้วยสิ เขาเป็นเสือหิวและกำลังหิวมากๆ ด้วย
ริมฝีปากหยักจูบซับแก้มเธออย่างอ่อนโยนแต่ร้อนแรง ปลายนิ้วไล้ต่ำผ่านลำคอ บ่าบาง ก่อนจะลากลงเนินอกที่สะท้านตามจังหวะหายใจ
ชุดเดรสบางหลุดจากไหล่ด้วยแรงกระตุกแผ่วเบา เผยผิวขาวนวลละมุนที่ร้อนรุ่มจนแทบระเบิด
เขาทาบตัวลงคร่อม ร่างสูงบดเบียดกับเธอทุกส่วน
กลิ่นกายหอมสะอาดของเขาโอบล้อมร่างบางที่สั่นระริกอยู่ใต้ร่างเขา
“พี่...พี่คะ...มัน...โอ๊ย…” เสียงหวานครางกระเส่าเมื่อปลายนิ้วของเขาแตะต้องจุดที่เธอไม่เคยให้ใครสัมผัสมาก่อน
“เธอยังไม่เคย” เขาสัมผัสได้ถึงความคับแคบ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความปรารถนาไม่ปิดบัง
เขาคิดว่าเธอคือ ‘สาวน้อยหาเงิน’
สาวน้อยใต้ร่างเย้ายวนใจเกินทน
เขาไม่มีเวลาให้คิด เมื่อเธอแอ่นสะโพกรับสัมผัสเขาของเขาอย่างยอมจำนน
“งั้นพี่จะเป็นคนแรก...และจะไม่มีวันให้ใครคนไหนแตะต้องเธออีก” แล้วคิรันท์...ก็ฝังตัวตนเข้าหาเธออย่างทะนุถนอม ไม่นานเสียงหอบ เสียงเตียง เสียงครวญครางก็ดังขึ้นระงมไปทั่วห้อง
ทุกอย่างปะทุเหมือนไฟร้อนที่รอเผาไหม้มานาน เขาฝังลมหายใจลงกลางอกของเธอ จูบทุกส่วนราวกับเป็นเจ้าของ
เมื่อใกล้ถึงจุดหมายปลายทาง เขากระแทกทุกจังหวะเหมือนจะฝังความเป็นชายไว้ในตัวเธอ
คืนนี้...เด็กสาวที่หนีตายจากเสี่ยตัณหากลับ
ได้กลายเป็น ‘เมียเด็ก’ ของคิรันท์ โดยไม่ทันตั้งตัว เขาแนบชิด เคล้นคลึง กระแทกกายเข้าหาอย่างเร่าร้อน ทำเธอแตกพร่าเป็นครั้งแรกในชีวิตสาว และเขาก็เสร็จสมอย่างรุนแรงแบบไม่เคยเป็นมาก่อน
กลิ่นหอมอ่อนของสบู่และไออุ่นจากไอน้ำในห้องน้ำยังลอยอ้อยอิ่งในอากาศของยามเช้าวันใหม่ เสียงเปิดประตูห้องน้ำดังขึ้นแผ่วเบา
ร่างสูงเปลือยท่อนบน กล้ามแน่นเปียกน้ำ เดินออกมาช้า ๆ ด้วยผ้าขนหนูพันลวก ๆ ที่สะโพก
หยดน้ำเกาะตามกล้ามอกและหน้าท้องไล่ลงไปถึงร่องสะโพกต่ำ...น่าหลงใหลชวนคลั่ง
"อ๊ะ!" เสียงหวีดเล็กดังขึ้นจากบนเตียง
ญาดาลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมความเจ็บหน่วงระคนร้อนวาบทั่วร่าง
ก่อนจะต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด เมื่อเห็นผู้ชายเปลือยท่อนบนเดินตรงเข้ามาหา
เธอสะบัดผ้าห่มออกจากตัวอย่างลนลาน ก่อนจะพบว่า เธอเองก็เปลือย!
ความทรงจำเมื่อคืนแวบกลับมาเป็นภาพกระจัดกระจาย กลิ่นกายเขา...จูบของเขา...เสียงหอบกระชั้น...
และร่างกายเธอที่ถูกครอบครองจนแหลกเหลวในอ้อมแขนเขา...
“อ๊ะ อย่าเข้ามานะ!” ญาดารวบผ้าห่มปิดตัวแน่น พยายามจะหนีลงจากเตียงหนี
แต่ยังไม่ทันพ้นขอบฟูก แขนแข็งแรงของคิรันท์ก็คว้าร่างเธอกลับมาพร้อมกับน้ำเสียงเด็ดขาด
“จะหนีไปไหน”
ตึง! เธอสะดุ้งเฮือกเมื่อแผ่นหลังกระแทกกับเตียงอีกครั้ง ร่างสูงกว่าทาบทับลงมาชิด พละกำลังต่างกันลิบลับ
และที่สำคัญ... ผ้าขนหนูของเขาหลุด...!
เธอกับเขาเปลือยทั้งคู่ ลมหายใจของเขาร้อนระอุใกล้ใบหู สายตาคมกริบจ้องมองเธอราวกับจะกลืนกินอีกครั้ง
“อย่าหนีนะ เล่ามาซะดีๆ ว่าเป็นใครมาจากไหน ทำไมถึงโดนวางยา แล้วก็มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” เสียงทุ้มพร่าแต่จริงจัง ทำเอาหัวใจเธอสั่นสะท้าน
หญิงสาวเม้มปากแน่น ก่อนจะเล่าเรื่องทั้งหมดด้วยเสียงสั่นๆ
“พ่อของหนูเสียชีวิตแล้วค่ะ แม่เลี้ยงพาหนูมาที่นี่ หลอกว่าจะพาไปเที่ยวเปลี่ยนบรรยากาศ แต่จริงๆ คือจะขายฉันให้เสี่ยตัณหากลับน่ะค่ะ” เสียงเธอสั่นสะท้าน
“หลังจากดื่มน้ำ หนูก็เริ่มร้อน เหมือนไม่เป็นตัวเอง แล้วก็เอาขวดฟาดหัวไอ้แก่นั่น แล้วก็หนีมาจำได้แค่หนี แล้วก็มาโผล่ในห้องคุณ”
คิรันท์ฟังทุกคำ ใบหน้าคลายจากความดุดันกลายเป็นเย็นเยียบ แววตาเขาเปลี่ยนเป็นเข้มจัด ริมฝีปากเม้มแน่นด้วยความโกรธแทนคนในอ้อมแขน
"แม่เลี้ยงเธอมันเลวจริง ๆ" เสียงเขาคำรามต่ำ ก่อนจะเอื้อมมือสัมผัสแก้มนุ่มของหญิงสาวอย่างเบามือ
“แล้วตอนนี้ล่ะ...จะไปไหนต่อ จะทำอะไรต่อไป” เธอส่ายหน้าเบา ๆ เพราะไม่มีที่ไป
“ไม่มีที่ไปแล้วค่ะ...ไม่มีบ้าน ไม่มีเงิน ไม่มีใครเลย...” คิรันท์นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มเจ้าเล่ห์ มือข้างหนึ่งยันเตียงไว้ข้างศีรษะเธอ ส่วนอีกข้างลูบไล้ผิวแก้มเนียนจนเธอสะท้าน
“งั้น...ไปกับพี่ไหม” ดวงตากลมโตกระพริบเร็ว ๆ ก่อนเอ่ยถามอย่างไร้เดียงสา
“ไปไปไหนคะ”
“พี่ลาพักร้อน กำลังท่องเที่ยวอยู่เลย มีเพื่อนไปด้วยกันระหว่างทางก็คงดี”
เขายกยิ้มมุมปากไม่ทันให้เธอได้เห็น การมีเธอไปด้วยเขาไม่เหงาจริงๆ นั่นแหละ อย่างน้อยก็มีหมอนข้างดิ้นได้ให้กอดตลอดทริปการท่องเที่ยว
“ไปได้เหรอคะ” ญาดาเอ่ยถามอย่างไม่แน่ใจ
“ไปได้สิ ในเมื่อเธอไม่มีใคร พี่จะรับผิดชอบเธอเอง” เขาไล้แก้มสาวอย่างลุ่มหลง
ญาดาหน้าแดงจัด ใจเต้นแรง เมื่อสบประกายตาคู่คมนั้น เธอรู้ว่าเขาไม่ได้พูดเล่น เพราะท่าทีเอาจริงเอาจัง แต่เธอนี่สิจะไว้ใจเขาได้เหรอ สาวน้อยกัดปากครุ่นคิดอย่างลังเล
“หากไม่อยากไปกับพี่ก็ไม่เป็นไร เรื่องเมื่อคืนพี่จะชดเชยให้ ต้องการเงินเท่าไหร่ก็บอกมา พี่ก็พอมีให้นะ” แม้เขาจะรวยมาก เป็นทายาทลำดับที่สามของตระกูล เขามีพี่ชายสองคน แต่เขาก็ไม่เคยอวดรวยกับใคร ใช้ชีวิตค่อนข้างติดดินกว่าพี่น้องคนอื่น เขามาเปิดบริษัทเป็นของตัวเอง จึงมีเวลาท่องเที่ยวได้อย่างเต็มที่
“หนูไม่ได้ต้องการเงิน แต่หนูไม่มีที่ไป” ญาดาสับสน หากได้เงินมาแล้วเธอจะเอายังไงต่อดีนะ เธอยังคิดไม่ออก บ้านก็ไม่มี เรียนก็เพิ่งจบม.หก ญาติพี่น้องที่ไหนก็ไม่มี บิดาพาเธอมาอาศัยอยู่ที่นี่ตั้งแต่จำความได้ และที่นี่ก็ไม่ใช่บ้านเกิดของบิดา บิดาไม่เคยติดต่อญาติพี่น้องที่ไหน เธอจึงมีแค่บิดา และเพื่อนบ้านขี้นินทาหาดีไม่ได้เลย กับมารดาเลี้ยงและน้องสาวสุดแสนจะใจร้ายใจดำ
และเขา...คือผู้ชายคนเดียวที่สัมผัสเธอ
ผู้ชายคนแรก
คนเดียว...
เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะพยักหน้าแผ่วเบา
“ถ้าหนูไปกับพี่ พี่จะรำคาญหนูไหม พี่จะหลอกหนูไปขายหรือเปล่า”
“ไม่บังคับนะ ถ้าไม่ไว้ใจกัน ก็ไม่ต้องไปด้วยกันหรอก จะให้เงินค่าเสียหาย แต่จริงๆ เธอมานอนในห้องพี่เองนะ พี่ไม่ได้ไปฉุดกระชากเธอมานอนด้วยเสียหน่อย” เธอกัดปากเขาก็พูดเรื่องจริง
“หนูไว้ใจพี่ได้ใช่ไหม”
“ก็ให้เวลาตัดสินใจ แต่พี่ไม่ใช่มิจฉาชีพ หรือคนเลวแน่นอน จริง ๆ เธอก็น่ารักดี มาเป็นเมียพี่ไหม พี่ยังไม่มีเมีย” เขาเชยคางสาว ทำเอาเธอหน้าแดงก่ำลามไปถึงใบหู
“ผู้ชายเขาขอเมียกันง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ”
“แต่จริงๆ ไม่ต้องขอก็เป็นไปแล้ว” เขาพูดคล้ายเย้า แต่เธอหน้าแดง
“หนูเอ่อ... เป็นเมียพี่ต้องทำอะไรบ้างคะ” ประโยคของเธอทำให้เขาเอ็นดูไม่น้อย
“ไม่ต้องทำอะไร แค่ทำตามที่บอกก็บอก ไม่ให้ทำอะไรเลวร้ายหรอก พี่ก็พอมีงานทำ เลี้ยงเธอได้สบาย แล้วเรียนจบอะไรล่ะนี่ ยังเด็กอยู่เลย”
“เรียนจบม.หกค่ะ เพิ่งเรียนจบปีนี้ อายุสิบแปดแล้วค่ะ แต่ไม่ได้เรียนต่อ พ่อมาเสียซะก่อน”
“เรียนต่อไหม เดี๋ยวพี่ส่งเสียเธอเรียนเอง” เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงได้เอ็นดูเธอขนาดนี้
“พี่ใจดีจัง จะส่งหนูเรียนจริงๆ เหรอ”
“อืม... พี่พูดคำไหนคำนั้น พี่ชื่อคิรันท์นะ เรียกรันท์เฉยๆ ก็ได้ เราล่ะชื่ออะไร”
“ชื่อญาดาค่ะ”
“พี่จะอยู่พักผ่อนที่นี่อีกหลายวัน เอาเป็นว่าพี่จะให้เธอตัดสินใจก่อนว่าจะไปกับพี่ไหม อันนี้ไม่บังคับนะ” คนแบบเขาไม่เคยบังคับใครอยู่แล้ว
“ค่ะ” เธอรับคำ คิรันท์ยิ้มพอใจ
เขาก้มลงจูบริมฝีปากนุ่มเบา ๆ ราวกับต้องการตีตราจองเธอเอาไว้
“ดีมากครับ พี่ไม่ชอบเด็กดี พี่จะพาเธอไปทุกที่ที่พี่ไป จะเลี้ยงดูเธอ จะปกป้องเธอ และจะไม่ยกเธอให้ใครหน้าไหนทั้งนั้น แต่จะดูแลให้ดี” เขากระซิบเสียงพร่าข้างหู
ขณะที่ปลายนิ้วลากลงต่ำใต้ผ้าห่ม ญาดาหลับตาปี๋เมื่อมือร้อนรุ่มเริ่มต้นสัมผัสอีกรอบ
และในเช้าแรกหลังค่ำคืนเร่าร้อน
ร่างเปลือยสองร่างก็เริ่มบทเรียนบทที่สองของ ‘เมียเด็ก’ อย่างไม่รอช้า เขาเร่าร้อนทำเอาเธอต้องถอยหนีครั้งแล้วครั้งเล่า จนสุดท้ายก็ต้องนอนให้เขากระแทกจนเสร็จสมอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
ระยะเวลาหลายวันที่อยู่ด้วยกัน ไม่มีมารดาเลี้ยงหรือเสี่ยที่ไหนมาตามหาเธอ อาจเพราะคิรันท์ไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหน เขาแค่มาพักผ่อนที่รีสอร์ทแห่งนี้เท่านั้น กิจวัตรของเขาส่วนใหญ่คือการกิน นอนเล่น อ่านหนังสือ และร่วมรักกับเธออย่างเร่าร้อน เขามีวิธีเล้าโลมให้เธอยินยอมพร้อมใจไปกับเขา โดยที่เธอเต็มใจไม่ได้โดนบังคับเลยสักนิด
“ไม่ต้องกลัวนะ พี่จะไม่ให้แม่เลี้ยงหรือใครมาทำร้ายเธออีก” คำมั่นสัญญาของเขาทำให้เธอสบายใจไปเปราะหนึ่ง เพราะมารดาเลี้ยงเป็นคนใจร้ายมาก ให้เลือกระหว่างมารดาเลี้ยงกับคิรันท์ เธอเลือกคิรันท์มากกว่า ต่อไปจะไปขึ้นเขาลงห่วยยังไงก็สุดแต่เวรแต่กรรมก็แล้วกัน
การเดินทางที่ยาวไกล...
เสียงประกาศบนเครื่องบินดังผ่านลำโพงเป็นระยะ
ญาดานั่งเกร็งอยู่บนที่นั่งข้างหน้าต่าง สองมือตบต้นขาเบา ๆ เหมือนระบายความประหม่าที่ไม่อาจซ่อนได้เลย
“เป็นอะไร ตื่นเต้นเหรอครับ” คิรันท์ถามพลางยิ้มขำ ร่างสูงเอนตัวพิงพนักอย่างสบายในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนธรรมดา แต่กลับดูดีจนน่ามอง
“ตื่นเต้นมากค่ะ...” เสียงของเธอสั่นเล็กน้อย
“หนูไม่เคยนั่งเครื่องบินมาก่อน”
“งั้นถือว่านี่เป็นครั้งแรก แล้วพี่เป็นคนพาเธอขึ้นเครื่องคนแรกด้วย” เขากระซิบใกล้หู ริมฝีปากแตะผิวนวลเบา ๆ จนเธอสะดุ้ง
“พี่พาหนูไปทุกที่ ไปทำสิ่งที่ไม่เคยได้ทำ ดีไหม”
“ค่ะ” เธอตอบรับเสียงแผ่ว แก้มแดงระเรื่อจนหูร้อน
เครื่องร่อนแตะลงยังเกาะเล็ก ๆ กลางทะเล รถส่วนตัวรับจากสนามบินมาส่งถึงรีสอร์ทหรูติดชายหาด
ญาดาแทบลืมหายใจตอนมองเห็นทะเลครั้งแรกในชีวิต
“ว้าว...” เท้าเล็ก ๆ เหยียบทรายขาวละเอียด ก่อนจะวิ่งเหยาะ ๆ ไปแตะผิวน้ำ เธอหัวเราะเสียงใส วิ่งเล่นเหมือนเด็ก
ขณะที่คิรันท์ยืนกอดอกมองอยู่ริมศาลาไม้ แววตาทั้งขำ ทั้งหลง ทั้งคลั่งและเอ็นดูอย่างสุดซึ้ง
หลังจากให้เธอใช้ชีวิตอยู่กับเขาหลายวัน เขาก็ให้เธอตัดสินใจอีกครั้ง เธอบอกว่าจะมากับเขา เพราะอยู่ที่โน่นก็โดนมารดาเลี้ยงพาไปเร่ขาย ซึ่งเขาไม่ได้บอกเธอว่า เขาสั่งให้คนไปจัดการมารดาเลี้ยงกับน้องสาวแสนใจร้ายของเธอแล้ว สองคนนั่นเป็นนายหน้าค้าเนื้อสด หลอกเด็กผู้หญิงไปขายเสี่ยบ้าตัณหา บางคนอายุยังไม่ถึงสิบห้าด้วยซ้ำ เขาเลยจัดให้นอนคุกยาวๆ
เขาคิดว่าเธอโชคดีมากที่รอดจากมารดาเลี้ยงมาได้ อาจเพราะบิดาของเธอยังอยู่ แต่พอบิดาเสียเธอเลยเคว้งคว้างเช่นนี้
“น่ารักขนาดนี้...จะไม่รักได้ไง” เขาพึมพำเบา ๆ ก่อนจะเดินตามเธอลงไปเดินเล่นที่ชายหาด
บ่ายวันนั้น เขาสั่ง อาหารทะเลสด ๆ จัดเต็ม ทั้งกุ้งลายเสือ ปูม้า หอยเชลล์ กั้งตัวโต และปลากะพงอบเกลือ พร้อมน้ำจิ้มแซบถึงใจมาให้เมียเด็ก
ญาดาตาโตเพราะไม่เคยเห็นอาหารน่ากินเช่นนี้มาก่อน แอบคิดว่าราคาคงแพงน่าดู เพราะปกติแล้วอาหารทะเลก็มีราคาแพงมากๆ อยู่แล้ว
“โห...หนูไม่เคยกินของแบบนี้เลยค่ะ กุ้งตัวใหญ่มาก!”
“อร่อยใช่มั้ย”
“อร่อยมากค่ะ” เธอพูดพร้อมเคี้ยวปูแก้มตุ่ย ทำเอาเขาหัวเราะ และคนรับหน้าที่แกะปูให้เธอก็คือเขานี่แหละ
‘เด็กอะไรน่ารักเป็นบ้า’
“อร่อยๆ ก็กินเยอะๆ นะ” เขาเรียกเธอไปนั่งตักเพื่อให้เธอไปนั่งกินกับเขา ทั้งสองป้อนกันไปมา เธอรู้สึกมีความสุขอย่างประหลาด
คืนนั้น...ในห้องพักริมทะเล เสียงคลื่นกระทบฝั่งเหมือนจะกล่อมจังหวะเร่าร้อนของพวกเขา
คิรันท์จูบซอกคอเธออย่างช้า ๆ มือลูบจากแผ่นหลังบางลงไปยังสะโพกกลมแน่น ก่อนจะผลักร่างเธอให้หันหลังแนบหัวเตียง
เขายกสะโพกเธอขึ้นเล็กน้อยจากด้านหลัง
“พี่อยากได้แบบนี้...” เขากระซิบเสียงพร่า
“ขอพี่นะญาดา…” เธอหลับตาปี๋ พยักหน้าเบา ๆ ร่างสั่นเล็กน้อย แต่ก็ยินยอมทุกท่วงท่า
เมื่อเขาเริ่มขยับ เสียงเนื้อกระแทกเนื้อดังก้องในห้อง มือหนาบีบสะโพกเธอไว้แน่น และเร่งจังหวะรัวแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนเสียงครางของเธอสั่นระริก
“พี่...พี่คะ...อื้อ...ไม่ไหวแล้ว...”
“ทนอีกนิด...จะเสร็จพร้อมกันนะครับคนดี” จังหวะกระแทกแรงลึก และเร่าร้อนจนเธอแทบล้มทั้งยืน น้ำเสียงกระหาย หายใจฟึดฟัดอย่างคลั่งรัก
จนสุดท้าย...ทั้งสองปลดปล่อยพร้อมกันในท่าที่เปลือยทั้งร่างและหัวใจ
ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา... เสียงน้ำฝักบัวไหลดังในห้องน้ำ
ญาดายืนเปียกน้ำนิ่ง ๆ หน้ากระจก ก่อนจะสะดุ้งเมื่อมีแผงอกแน่นแนบเข้าจากด้านหลัง
“ยังไม่อิ่มเลย รู้สึกหิวอีกแล้ว” คิรันท์กระซิบเสียงแหบพร่า เขาจับเธอให้เงยหน้ามองกระจก
ขณะที่มือเริ่มไล้จากเอวขึ้นมาบีบอกนุ่มอย่างแรง
“มองตาพี่ไว้...อย่าหลบ มองว่าพี่กำลังทำอะไรเธออยู่” เสียงเขากระซิบชิดหู ก่อนที่กายร้อนจัดจะสอดเข้าอย่างล้ำลึกมิดเม้นจากเบื้องหลัง
“อ๊า...” ญาดาครางเสียงสั่นขาดเป็นจังหวะ
จ้องหน้าตัวเองในกระจก ทั้งเขิน ทั้งเสียว ทั้งเร่าร้อนราวกับไฟเผา เสียงน้ำดังไม่หยุด แต่เสียงในห้องดังกว่า
เสียงหอบ...เสียงคราง...เสียงเนื้อกระแทกเนื้อเร่าร้อนหยาดเยิ้ม น้ำเสียวไหลซึมไปตามเรียวขาเนียน เสียงเขาที่พร่ำบอกว่า
"พี่รักหนู...พี่จะไม่ปล่อยหนูไปแล้วนะ..." ดังประสานกับเสียงเนื้อกายที่แนบสนิทเข้าหากัน
และเธอก็ยินยอมมอบกายและใจให้เขาทุกคืนไม่เปลี่ยนแปลง
ตลอดสองสัปดาห์หลังจากวันนั้น…
คิรันท์ไม่ได้แค่พาญาดาเที่ยว แต่เขาพาเธอ ออกจากโลกใบเดิมที่เคยเงียบเหงา ไปเจอกับความสุข ความอบอุ่น และความรัก แบบที่เด็กสาวไม่เคยได้รับจากใครมาก่อน
“พี่จะพาเมียพี่เที่ยวให้ทั่ว ในประเทศมีที่เที่ยวมากมาย น่าเที่ยวทั้งนั้นเลยนะครับ” เขาบอกด้วยรอยยิ้ม พร้อมจับมือเธอแน่น
และเขาก็ทำจริง...
เชียงใหม่ พาขึ้นดอย ไปดูทะเลหมอก
พัทยา พาเธอลงเล่นน้ำทะเลครั้งแรก
กรุงเทพฯ พาเข้าห้างหรู ซื้อกระเป๋า รองเท้า เสื้อผ้าเต็มรถ
อยุธยา พาไปใส่ชุดไทยถ่ายรูป พร้อมซื้อทองเส้นโตคล้องคอให้เธอ
ทุกเมืองมีรอยเท้าเธอ และทุกคืนมีร่างเธออยู่ใต้ร่างเขา
คืนนั้น ณ ห้องพักหรูริมทะเลสาบ
เสียงฝนโปรยปรายข้างนอก ขับกล่อมบรรยากาศในห้องให้เร่าร้อนมากกว่าเดิม
คิรันท์กระชากผ้าขนหนูหลุดจากร่างเปลือยของญาดา ก่อนจะกดเธอลงกับโต๊ะหน้ากระจก
“คืนนี้พี่อยากเห็นหนูตอนโดนพี่กินทั้งตัว” เสียงเขาแหบพร่า ขณะจับสะโพกเธอยกขึ้น
และแทรกกายเข้าหาในท่าที่ทำให้เธอกรีดร้องอย่างสุดเสียง
"อื้อ...พี่รันท์...พี่ทำแรงจังค่ะ"
"ก็เมียพี่ทั้งอร่อย ทั้งน่ารัก พี่ห้ามตัวเองไม่เคยได้เลย อยากกระแทก อยากเห็นเมียเสร็จ อยากเห็นเมียน้ำแตกครับคนดี" เขากระแทกแรงถี่รัว สองมือยันโต๊ะกระจกไว้แน่น
ดวงตาเธอสะท้อนภาพตัวเองในกระจกแดงระเรื่อ หัวใจเต้นแรง และเต็มไปด้วยความสุข
“แตกพร้อมพี่นะครับ พี่อยากเห็นหน้าตอนเมียเสียว” เขากระซิบตรงริมหู เธอก็แตกพร่าอย่างรุนแรง ก้มมองก็เห็นว่าหว่างขาของตัวเองมีน้ำรักไหลซึมทะลักล้นอกมาในขณะที่ดุ้นลำใหญ่เสียบอยู่ในร่องจนบวมตุ่ย
หน้าอกเธอสะท้อนรุนแรง ริมฝีปากเผยอหอบกระเส่า เสร็จสมอย่างรุนแรงในอ้อมแขนเขาอีกครั้ง
อีกคืนหนึ่งในรีสอร์ตกลางป่าเขา คิรันท์ลากเธอลงแช่น้ำในอ่างกลางห้อง
แสงเทียนสลัว น้ำอุ่น…และร่างเปลือยของทั้งสองแนบชิด เขาอุ้มเธอขึ้นคร่อม
ปล่อยให้สะโพกแน่นกระแทกเข้าหาเธออย่างไม่ปรานี พร้อมสบตาแนบชิด ริมฝีปากบดจูบจนแทบกลืนกิน
“พี่ไม่เคยรู้ว่าตัวเองจะติดใครได้ขนาดนี้...” เขาพึมพำท่ามกลางแรงรักที่โหมกระหน่ำเข้าหากัน
“แต่พี่ติดเธอจริง ๆ ญาดา…”
“อ๊าย... พี่รันท์หนูจะเสร็จแล้วค่ะ”
“เสร็จเลยคนดี เสร็จคาดุ้นพี่” เขากระซิบตรงริมหู กระแทกไม่กี่ครั้งเธอก็แตกพร่าอย่างรุนแรง ซวนซบอกเขาอย่างหมดเรี่ยวหมดแรง
ตอนกลางวันเขาเปย์ไม่ยั้ง ตอนกลางคืนเขาเอาเธอไม่ยั้งเช่นกัน ครั้งแรกๆ เธอยังเจ็บและไม่ชิน แต่หลังๆ เธอกระแทกสะโพกสู้กลับอย่างเร่าร้อน ทำให้เขาเสียวจนน้ำแตกคาร่องเธอเห็นประจำ เขาชอบให้เธอตอดรัดเขาถี่ ๆ เวลาเสร็จสม เพราะมันทำให้เขาเสร็จสมตามไปด้วย คล้ายกับว่าร่องรักของเธอรีดเร้นน้ำเชื้อของเขาเข้าไปในร่องเธอจนหมดสิ้น ทำเอาเขาตัวเบาสบาย และมีความสุขจนตาลอย