รุ่งอรุณเบิกฟ้าวันใหม่ที่สดใสวุ่นวายในตลาดเช้าของโคราช ตอนนี้ทุกคนพลุกพล่านขวักไขว่ไปมาจนทำให้เช้านี้ในตลาดดูวุ่นวายเป็นพิเศษ
“ผักจ้า ผักสด ๆ มาแล้วจ้า” เสียงแม่ค้าขายผักในตลาดร้องเรียกลูกค้าให้เข้าร้านของตัวเอง ด้วยความครึกครื้นเหมือนอย่างทุกวันที่ผ่านมา
“ป้าทิพย์จ๊ะ อลินอยากกินผักคะน้าน้ำมันหอยจังเลยค่ะ” อลินชา พาซื่อ สาวน้อยร่างบางอรชร เอวคอดน่าสัมผัสรวบรัดเข้ามากอด แผงขนตาที่งอนยาวช่างน่าอิจฉา คิ้วเรียวได้รูปยิ่งทำให้ใบหน้าสวยหวานเด่น จมูกเรียวเล็กเชิด เรียวปากอิ่มแดงระเรื่อเป็นมันวาวจนคนที่มองอยากจะเข้าไปจุมพิตจนผู้คนที่พบเห็นหลงใหลไปกับเสน่ห์เธอ
“คุณของป้าอยากกินเหรอจ๊ะ?”
“จ้าป้าทิพย์” เสียงหวานรีบขานรับทันที
“ป้าจัดให้เลยจ้ะ”
ระว่างที่สองสาวต่างวัยยืนเลือกผักอยู่นั้นก็มีอีกสายตาคมคู่หนึ่งกำลังจ้องมองมาทางพวกเธอตลอดเวลา ไม่ว่าจะอิริยาบถไหน เขาก็ไม่ปล่อยให้คลาดสายตา ตั้งแต่ที่เห็นหญิงสาวเดินเข้ามาในตลาดแห่งนี้ไม่ว่าหญิงสาวจะทำอะไร หยิบจับอะไรก็ดูคล่องแคล่วไปหมด เธอช่างเหมาะกับการเป็นแม่บ้านแม่เรือนของเขายิ่งนัก
นานแล้วที่เขาไม่ได้เห็นภาพที่ประทับใจแบบนี้ ยิ่งเห็นหญิงสาวในตอนนี้ก็ยิ่งทำให้เขาคิดถึงมารดาผู้ลาลับไป ในตลาดแห่งนี้หญิงสาวที่เขากำลังจ้องมองอยู่นั้นดูโดดเด่นที่สุด ใบหน้าสวยหวานของเธอที่ลอยเด่นอยู่นั้นเวลาพูดคุยกับแม่ค้าและป้าที่มากับหญิงสาวนั้นดูแล้วเป็นธรรมชาติไม่มีพิษมีภัย ซ้ำยังทำให้ผู้ชายทุกคนในตลาดหัวใจพองโตด้วยรอยยิ้มหวาน ๆ ของเธอ รวมทั้งเขาด้วย ตอนนี้ชายหนุ่มกำลังหลงใหลในความไร้เดียงสาของหญิงสาวอย่างจัง
“เธอเป็นใครกันนะสาวน้อย” ชายหนุ่มคมเข้มตาฉบับหนุ่มไทยแท้ รูปร่างสูงใหญ่ จมูกโด่งคมเข้ม ปากสวยเกินหญิงจนทำให้สาว ๆ ทุกคนที่อยู่ใกล้พากันกรี๊ดด้วยความหลงใหลในตัวเขา แต่หากสายตาของเขาในตอนนี้นั้นมีแค่ร่างบางอรชรที่อยู่ร้านขายผักคนเดียวที่เขากำลังให้ความสนใจเป็นพิเศษ
“พ่อเลี้ยงมองอะไรครับ?” เลขาฯ หนุ่มเอ่ยถามและปรายตามองไปทางที่เจ้านายของตัวเองมองด้วยความสงสัย พอมองไปกลับไม่พบอะไรเลยนอกจากผู้คนที่เดินพลุกพล่านไปมา
“ไม่มีอะไรไม้” ตอนนี้สาวน้อยได้เดินหายลับเข้าไปในกลุ่มคนที่พลุกพล่านแล้ว จึงทำให้เขาหันมาสนใจคนรอบข้าง
“ไม่มีอะไร ก็กลับกันเถอะครับ”
“อืม!"
ถึงเขาจะเดินออกมาจากตลาดแล้วแต่ใจเขาก็ยังคิดถึงใบหน้าหวาน ๆ ของสาวน้อยคนเมื่อกี้อยู่ จึงทำให้เขาอยากรู้ยิ่งนักว่าหญิงสาวเป็นลูกเต้าเหล่าใครถึงได้น่ารักแบบนี้ จนตอนนี้เขาได้นั่งรถออกมาห่างไกลจากตลาดแล้วเขาก็ยังคิดเรื่องเธอไม่หายเลย
สาวน้อย ไม่ว่าเธอจะเป็นลูกเต้าเหล่าใคร ก็ตามฉันจะสืบจนรู้ให้ได้ว่าเธอเป็นใคร
พ่อเลี้ยงพิพัฒน์ ใจอสูร เจ้าของบ้านไร่ใจอสูรที่มีชื่อเสียงที่สุดในโคราชเอ่ยหมายมาดในใจในขณะที่นั่งรถกลับไร่
“คุณคะถ้าคุณไม่ส่งลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของคุณไปทำงานใช้หนี้กับพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ บ้านของเราก็จะถูกยึดนะคุณอรัณ” เสียงของคุณนายสายหยุดคุยกับสามีของตัวเอง ด้วยความต้องการให้สามีของเธอส่งลูกสาวไปใช้หนี้แทนเธอ 10 ล้านเพราะเธอเล่นการพนัน เอาโฉนดบ้านของสามีไปจำนองกับพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ และตอนนี้มันก็ถึงกำหนดไถ่คืนแล้ว เพื่อแลกกับโฉนดบ้านที่เอาไปจำนองกับพ่อเลี้ยงพิพัฒน์เธอจึงอยากให้ อลินชา ลูกเลี้ยงไปทำงานใช้หนี้
“คุณก็พูดง่ายเกินไปนะสายหยุดแล้วทำไมคุณไม่ไปทำงานเอง อย่างไร ๆ ผมก็ไม่ยอมให้อลินลูกสาวผมไปทำงานขัดดอกแน่” อรัณเอ่ยด้วยความไม่พอใจ เมื่อภรรยาของเขาจะให้ส่งลูกสาวเพียงคนเดียวไปทำงานลำบาก อีกอย่างเขาก็ไม่อยากให้ลูกสาวไปทำงานกับเสือผู้หญิงอย่างพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ด้วย จึงค้านหัวชนฝา
“ก็ได้คุณอรัณ ถ้าคุณไม่พูด ฉันไปพูดกับอลินลูกสาวของคุณก็ได้” คุณนายสายหยุดเอ่ยทิ้งท้ายก่อนเดินออกจากห้องทำงานของสามีไป เพื่อไปยังห้องของอลินชา
คุณนายสายหยุดไม่เคยชอบหน้าอลินชามาตั้งแต่เด็ก เพราะอลินชามักจะได้รับความสนใจจากคนอื่นเสมอไม่ว่าจะเป็นใคร ๆ ในบ้านก็จะให้ความสำคัญกับเธอก่อนเสมอ คุณนายสายหยุดจึงไม่ชอบใจนัก และพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะได้กำจัดอลินชาออกไปให้พ้นทาง และตอนนี้โอกาสมันก็ได้มาถึงแล้วในวันนี้ วันที่เธอจะได้กำจัดลูกเลี้ยงอย่างอลินชาให้ไปพ้น ๆ จากชีวิตเธอเสียที
“อลิน!”
เมื่อเข้ามาในห้องของอลินชาคุณนายสายหยุดก็ตะโกนเรียกหญิงสาวทันทีด้วยความเกลียดชัง ไม่ว่าอลินชาจะทำดีมากแค่ไหนกับเธอ ถึงจะทำอย่างไร ๆ ก็ไม่มีทางทำให้เธอเปลี่ยนจากความเกลียดมาเป็นชอบได้ แต่วันนี้คุณนายสายหยุดต้องอดทนฝืนพูดดีกับอลินชาเพื่อที่จะให้หญิงสาวไปทำงานใช้หนี้
“ขาคุณแม่...” อลินชาขานรับแม่เลี้ยงด้วยเสียงที่อ่อนหวาน หญิงสาวรู้ว่าแม่เลี้ยงไม่เคยเห็นเธอเป็นลูกเลย แต่อย่างไรก็ถือว่าเป็นเมียพ่อก็เท่ากับเป็นแม่เธออยู่ดี
“แกไม่ต้องมาขานรับซะหวานเลยนังอลิน ฉันบอกแกกี่ครั้งแล้วว่าฉันไม่ใช่แม่แก” คุณนายสายหยุดต่อว่าอลินชากลับทันที เมื่อได้ยินหญิงสาวเรียกแม่ ทั้ง ๆ ที่บอกแล้วบอกอีกว่าไม่ให้เรียกแม่แต่อลินชาก็ยังเรียกอยู่ดี จนหลัง ๆ มานี้เธอเริ่มปล่อยให้เลยตามเลยแล้ว
“ค่ะ” หญิงสาวรู้ แต่ก็อยากจะเรียก เธอเชื่อว่าในส่วนลึกของคุณนายสายหยุดนั้นต้องมีสักวัน ไม่วันไหนก็วันหนึ่งที่เปิดใจยอมรับลูกเลี้ยงอย่างเธอ หญิงสาวไม่เคยคิดโกรธแค้นแม่เลี้ยงเลยสักครั้ง ถึงจะโดนทุบตีอย่างไรก็ตามแต่เธอก็ไม่เคยเก็บมาอาฆาตแค้น
“ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอ อลิน...” คุณนายสายหยุดไม่อยากเสียเวลาคุยกับอลินชานานมากกว่านี้ เพราะแค่นี้เธอก็ฝืนจะแย่อยู่แล้วยิ่งตอนนี้ใกล้วันพ่อเลี้ยงพิพัฒน์นัดไถ่โฉนด และใช้หนี้ทุกอย่างคืนแล้วด้วย
“มีอะไรคะคุณแม่?” ถึงจะโดนสั่งไม่ให้เรียกแม่อย่างไรหญิงสาวก็ยังเรียกอยู่ดี จนทำให้คุณนายสายหยุดยอมแพ้เธอในครั้งนี้
“อลินเธออยากตอบแทนบุญคุณพ่อเธอไหม?” คุณนายสายหยุดรู้จักนิสัยใจคอของอลินชาดีจึงยกเอาเรื่องของบุญคุณขึ้นมาพูด เพื่อจะได้กล่อมให้อลินชาไปทำงานใช้หนี้แทนเธอ ยิ่งคนกตัญญูอย่างอลินชามีหรือจะไม่ยอม แค่เธอทำเสียงเศร้าบีบน้ำตาเล็กน้อยแค่นี้ก็ติดกับแล้ว
“มันเรื่องอะไรคะคุณแม่ถึงอยากจะให้อลินตอบแทนบุญคุณคุณพ่อ?” หญิงสาวเอ่ยถามแม่เลี้ยงด้วยความงุนงง ไหนจะสีหน้าของคุณนายสายหยุดตอนนี้อีกที่เศร้าสร้อยดูผิดปกติกว่าทุกวัน
“ก็เรื่องบ้านและก็ไร่ของพ่อเธอไงอลิน ถ้าเธอไม่ช่วยในครั้งนี้บ้านของพ่อเธอและไร่ของพ่อเธอก็จะถูกพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ยึด แต่ถ้าอลินไปทำงานกับเขาทุกอย่างก็จะเป็นของเราไม่เปลี่ยนแปลง” คุณนายสายหยุดเอ่ยด้วยเสียงเศร้าสร้อย พร้อมกับเปลี่ยนสรรพนามที่เคยเรียกอลินชาว่าเธอเปลี่ยนเป็น 'อลิน' ทันทีเพื่อที่จะให้หญิงสาวเห็นใจและคล้อยตาม
“อะไรนะคะคุณแม่?” อลินชาอุทานออกมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตัวเองได้ยิน ไม่ใช่ว่าไม่อยากเชื่อนะแต่มันไม่มีทางเป็นไปได้เลยที่บ้านของเธอจะเป็นหนี้ใคร
“แกไม่ต้องมาอุทานซะเสียงดังเลยอลิน เพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันพูดไปเมื่อกี้นี้มันเป็นเรื่องจริง” กะว่าจะพูดดี ๆ ด้วยแล้วแต่อลินชาก็ยังทำให้อารมณ์เธอเสียอยู่ดี ให้ตายเถอะมีสักครั้งไหมที่เธอเคยทนได้เวลาคุยกับอลินชา
“ก็มันไม่น่าเป็นไปได้นิคะคุณแม่เพราะบ้านเราก็อยู่ดีกินดีตลอดเวลาที่เราอยู่นี่คะ” อลินชาเอ่ยออกมาตามตรง ก็ตั้งแต่เกิดมาบ้านหลังนี้ของเธอไม่เคยเป็นหนี้สินใคร แต่มาวันนี้สิมันกลับเป็นเหมือนฝันร้ายที่หญิงสาวได้รู้ในวันนี้เลย
“ฉันถามแกไม่ใช่ให้แกมาย้อนถามฉันกลับแบบนี้นะอลิน ที่ฉันถามเพราะฉันต้องการให้แกช่วยแก้วิกฤตครอบครัวในครั้งนี้ต่างหากที่ฉันต้องการ”
จะไม่ไหวแล้วนะอลินชา ถ้ายังถามมากอยู่แบบนี้แม่มีหวังกระชากเข้ามาตบเหมือนในละครหลังข่าวเป็นแน่ อดทนไว้ ๆ สายหยุด คุณนายสายหยุดบ่นในใจด้วยความเดือดดาล
“อลินจะช่วยค่ะคุณแม่ แต่ว่า...”
อลินชาเอ่ยยังไม่ทันจบประโยคคุณนายสายหยุดก็พูดแทรกประโยคขึ้นมาก่อน
“ถ้าแกจะถามว่าพ่อแกว่ายังไงบ้างน่ะไม่ต้องถามเลยเพราะฉันไปคุยกับพ่อแกมาก่อนที่จะมาคุยกับแกแล้วอลิน”
“ค่ะ ถ้าคุณพ่อว่ายังไง อลินก็ว่าอย่างงั้นค่ะคุณแม่ อลินจะไปทำงานให้เองค่ะ ว่าแต่ว่าอลินจะต้องไปทำงานใช้หนี้ที่ไหนคะ และไปวันไหนคะ?”
หญิงสาวรู้ดีว่าอย่างไรก็ต้องได้ไปทำงานอยู่ดี ก็ในบ้านนี้ไม่มีใครเลยนอกจากเธอ แถมตอนนี้พ่อของเธอก็แก่มากแล้วจะให้ไปทำงานหนักก็คงไม่ไหว ส่วนแม่เลี้ยงของเธอก็ไม่เคยทำงานหนักเลย จะเหลือก็แต่ตัวเธอแล้วที่ต้องไปทำงานในครั้งนี้ หญิงสาวคิดย้อนกลับไปดูตัวเองในวันเก่า ๆ ก็เห็นมีแต่ความลำบากอาภัพ มีแม่ แม่ก็ตายจาก มีแม่เลี้ยง แม่เลี้ยงก็เกลียด ในชีวิตนี้จะมีอะไรเลวร้ายไปกว่านี้อีก
“ที่ ๆ เธอจะไปทำงานใช้หนี้ก็คือบ้านไร่ใจอสูรของพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ และเธอจะต้องไปอาทิตย์หน้าที่จะถึงนี้ เข้าใจที่ฉันพูดใช่ไหมอลิน” ยิ่งใกล้วันแล้วคุณนายสายหยุดก็ไม่อยากให้ทางโน้นเขาเร่งมา
“อะไรนะคะ! อลินจะไปคุยกับคุณพ่อเองค่ะว่าอลินจะต้องไปทำงานใช้หนี้ที่บ้านไร่ใจอสูรของพ่อเลี้ยงพิพัฒน์จริง ๆ อย่างที่คุณแม่ว่าไหม”
อลินชาไม่อยากจะเชื่อหูของตัวเองเลยว่าสถานที่ที่เธอจะต้องไปทำงาน ตอนแรกหญิงสาวคิดว่าจะได้ไปทำงานในที่ที่ลำบากและไกล แต่มันก็ไม่ต่างกันมากหรอกก็ในเมื่อเจ้าของไร่ที่จะไปทำนี้น่ากลัวขนาดไหน โดยเฉพาะเรื่องผู้หญิงที่ใคร ๆ ต่างเล่าลือกันว่าพ่อเลี้ยงพิพัฒน์เป็นเสือผู้หญิงและใช้ผู้หญิงเปลืองที่สุดในโคราช อีกอย่างรูปร่างหน้าตาของพ่อเลี้ยงที่ใคร ๆ ว่ากันจะเป็นอย่างไรก็ไม่รู้ จะน่ากลัวหรือว่าหล่อพิฆาตอย่างที่ใคร ๆ ว่ากัน
“พ่อเลี้ยงครับจะเอายังไงกับเรื่องคุณนายสายหยุดครับ เพราะว่ามันจะถึงกำหนดไถ่โฉนดที่ดินคืนแล้วนะครับ” ไม้เมือง เลขาฯ ของพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ถามด้วยความสงสัยในตัวเจ้านายของเขาว่าจะเอาอย่างไรกับเรื่องของคุณนายสายหยุดที่โดนผีพนันเข้าสิง จนต้องเอาโฉนดบ้านมาจำนองกับพ่อเลี้ยงเขา
“หึหึ นายไม่ต้องกังวลไปหรอกไม้ เพราะฉันได้ยื่นข้อเสนอกับคุณนายสายหยุดไปแล้วว่าต้องทำยังไง”
พ่อเลี้ยงพิพัฒน์พูดไปยิ้มไปเมื่อคิดถึงข้อเสนอกับคุณนายสายหยุด ถ้าอยากจะได้โฉนดบ้านคืนนั้นต้องส่งลูกสาวมาทำงานใช้หนี้กับเขา แต่ไม่มีใครรู้หรอกว่างานที่เขาจะให้สาวน้อยหน้าหวานทำมันคืองานอะไร และเขาก็ได้คิดแผนนี้ขึ้นมาเมื่อหลายอาทิตย์ก่อนหลังจากกลับมาจากตลาด โดยให้คนไปสืบมาว่าสาวน้อยหน้าหวานที่เขาเจออยู่ที่ตลาดในวันนั้นเป็นใครและมีชื่อเสียงเรียงนามว่าอะไร
ตอนนี้เขาก็ได้รู้แล้วว่าเธอเป็นใคร และยิ่งมารู้อีกว่าแม่เลี้ยงของเธอถูกผีพนันเข้าสิงแบบนี้ เขาจึงได้ยื่นมือเข้าไปช่วยพร้อมกับให้กู้เงินสดจากเขาสิบล้านโดยไม่มีหลักประกันใด ๆ เลย เพียงแค่คุณนายสายหยุดพาลูกสาวมาทำงานใช้หนี้กับเขาได้ แค่นี้ก็ถือว่าเป็นการใช้หนี้ที่คุ้มค่ามากแล้ว
“ทำยังไงครับพ่อเลี้ยง?” อย่างไรไม้เมืองก็งงอยู่ดีว่าพ่อเลี้ยงของเขาหมายถึงอะไร และคิดอะไรถึงได้ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่แบบนี้ แทนที่จะคิดถึงเงินที่ตัวเองให้คนอื่นกู้ไปโดยไม่มีอะไรเป็นหลักประกันแถมโฉนดบ้านและไร่ก็เอามาจำนองพร้อมกับเอาเงินสดไปอีกตั้งเยอะ แต่นี่อะไรกลับยิ้มหน้าระรื่นหน้าบานเชียว
“เดี๋ยวอาทิตย์หน้านายก็จะรู้เองไม้” พ่อเลี้ยงพิพัฒน์เอ่ยทิ้งท้ายให้เลขาฯ ของตัวเองขบคิดก่อนที่จะเดินออกไปจากห้องทำงาน
“เดี๋ยวก่อนสิครับพ่อเลี้ยง” ไม้เมืองร้องตามด้วยความไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมต้องรอให้ถึงอาทิตย์หน้า แทนที่จะบอกเขาให้รู้วันนี้เลยให้จบ ๆ ไป แสดงว่าพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ต้องมีอะไรแอบแฝงอยู่เป็นแน่ถึงได้ยิ้มเจ้าเล่ห์เดินออกไปแบบนั้น
“คุณพ่อคะ เรื่องที่คุณแม่พูดมันจริงใช่ไหมคะ?” อลินชาเข้ามาถามพ่อของตัวเองเพื่อความแน่ใจว่าเรื่องที่แม่เลี้ยงของเธอพูดนั้นมันเป็นเรื่องจริงรึเปล่า
“มันเป็นเรื่องจริงลูก แต่พ่อก็ไม่ให้อลินไปทำงานหรอกนะ” ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว อรัณก็เลยบอกลูกไปตรง ๆ เลยว่าเรื่องที่ภรรยาของเขาพูดกับลูกเขานั้นมันเป็นเรื่องจริง แต่เรื่องที่จะให้ไปทำงานนั้นเขาไม่มีทางจะให้ลูกสาวเขาไปทำแน่ ถ้าไปก็เท่ากับเดินเข้าถ้ำเสือเลยก็ว่าได้ ยิ่งอลินชาตอนนี้โตเป็นสาวเต็มตัวแล้ว ถ้าเข้าไปมีหวังโดนเสืออย่างพ่อเลี้ยงพิพัฒน์จับกินแน่ งานนี้เขาจะค้านหัวชนฝาเลย จะทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้อลินชาไปทำงานที่นั่น แถมตอนนี้ก็ช่วงปิดเรียน อลินชาจึงได้กลับมาอยู่บ้านกับเขา
“แสดงว่ามันเป็นเรื่องจริง แล้วถ้าคุณพ่อไม่ให้อลินไปทำงานใช้หนี้แล้วคุณพ่อจะหาเงินที่ไหนมาใช้หนี้และไถ่โฉนดบ้านของเราคืนมาคะคุณพ่อ” หญิงสาวรู้ว่าพ่อของเธอรักเธอมาก แต่หญิงสาวก็ไม่อยากให้ทุกคนลำบาก ถ้าคนที่จะลำบากจริง ๆ ขอเป็นเธอเถอะ
“อลินไม่ต้องห่วงนะลูก เพราะพ่อไม่มีวันปล่อยให้สมบัติของเราตกไปอยู่ในมือของคนอื่นแน่ ๆ แต่ที่มันเป็นแบบนี้เพราะแม่เลี้ยงของลูกเองที่ติดการพนันจนต้องทำให้ทุกคนในครอบครัวเดือดร้อนกัน”
“คุณอย่ามาว่าฉันนะคุณอรัณ” คุณนายสายหยุดส่งเสียงเข้ามาแต่ไกลเมื่อโดนสามีเอ่ยพาดพิงถึงแบบนี้ แต่มันก็จริงอย่างที่สามีเธอว่า เพราะเธอเป็นคนสร้างเรื่องขึ้นมาจริง ๆ แต่มีหรือเธอจะแคร์
“หยุดเดี๋ยวนี้นะคุณสายหยุด ก็เรื่องที่ผมพูดมันเป็นเรื่องจริง” อรัณตวาดภรรยาด้วยความไม่พอใจ ทำไมต้องเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้ลูกสาวเขาฟังด้วย ทั้ง ๆ ที่เรื่องนี้มันควรจะเป็นความลับสำหรับเขาและภรรยา แต่ภรรยาของเขาก็ยังขัดคำสั่งไปเล่าให้ลูกเขาฟังจนทำให้เขาคิดไม่ตกเลยตอนนี้ ถ้าอลินชาอยากไปทำงานใช้หนี้ขึ้นมาจริง ๆ เขาก็เอาไม่อยู่แล้วงานนี้ นอกจากปล่อยให้ไปทำตามที่ต้องการ
“ทำไมฉันจะพูดไม่ได้ ก็ในเมื่อมันเป็นปากของฉัน” แทนที่คุณนายสายหยุดจะสำนึกในคำของสามี แต่นี่อะไรยิ่งโดนว่ายิ่งเดือดขึ้นเท่านั้น
“ออกไป!” อรัณชี้หน้าไล่ภรรยาของตัวเองให้ออกจากห้องไป ถ้าขืนอยู่นานกว่านี้มีหวังได้ทะเลากันเป็นเรื่องใหญ่ให้อลินชาได้เห็นแน่ คนที่เขาเป็นห่วงที่สุดในตอนนี้ก็มีแต่อลินชาคนเดี๋ยวเท่านั้น
“ฉันไปก็ได้ไม่ต้องมาไล่ฉันหรอกคุณอรัณ อลินฉันหวังว่าเธอจะโตพอที่จะคิดอะไรเป็นนะ” ก่อนออกจากห้องไปคุณนายสายหยุดหันไปพูดทิ้งท้ายกับอลินชาเพื่อย้ำให้รู้ถึงบุญคุณ ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วเธอไม่มีบุญคุณอะไรให้อลินชาสำนึกเลย
“อลินอย่าไปใส่ใจและเก็บคำพูดของคุณสายหยุดมาคิดเลยนะลูก” เมื่อเห็นว่าเหลือกันสองคนพ่อลูกแล้วอรัณเลยหันมาพูดกับลูกสาวของตัวเอง เขารู้ว่าลูกสาวของเขาเป็นคนขี้สงสารใจอ่อน แต่เขาก็ไม่อยากให้ลูกสาวเอาความสงสารมาทำร้ายตัวเอง
“ค่ะคุณพ่อ งั้นอลินไม่รบกวนคุณพ่อแล้วนะคะ” หญิงสาวรับคำพ่อแล้วขอตัวออกจากห้องไป ตอนนี้ในหัวของเธอมีแต่เรื่องโฉนดบ้าน และไร่ที่แม่เลี้ยงของเธอเล่าให้ฟังเต็มไปหมด ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็มีแต่ตัน แต่มีทางเดียวที่จะช่วยได้ก็คือไปทำงานที่บ้านไร่ใจอสูร
เมื่อเหลือตัวคนเดียวในห้อง อรัณก็พยายามคิดหาหนทางออกกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่จนแล้วจนรอดเขาก็คิดไม่ออกอยู่ดีว่าจะทำอย่างไรถึงจะได้ทุกอย่างกลับคืนมาเป็นของตัวเอง ถ้าภรรยาของเขาไม่ถูกผีพนันเข้าสิงจนหลงผิดไปเรื่องทุกอย่างมันก็ไม่เป็นแบบนี้ แถมยังไปกู้เงินเขาเพิ่มอีกตั้ง 10 ล้าน ตาย ๆ เขาจะไปหาเงินมาจากที่ไหน จะไปขอให้จักรเพื่อนรักของเขาช่วยก็ไม่ได้ เพราะจักรได้ช่วยเขามาเยอะแล้ว ครั้งนี้เขาจึงอยากจะแก้ด้วยตัวเองบ้าง
ตอนแรกอลินชาว่าจะกลับไปห้องพักของตัวเอง แต่แล้วเธอก็เปลี่ยนทิศทางไปทางที่แม่เลี้ยงของเธออยู่ เพื่อที่จะไปคุยเรื่องทำงานใช้หนี้กับแม่เลี้ยงเธอ ตอนนี้หญิงสาวคิดดีแล้วว่าจะเป็นคนไปทำงานใช้หนี้เอง
คุณนายสายหยุดนอนเล่นอยู่ในสวนกำลังจะหลับแหล่มิหลับแหล่ด้วยความสบายใจ เมื่อรู้ว่าอย่างไรอลินชาก็จะต้องมาหาเธอ และมันก็เป็นอย่างที่คิดไว้จริง ๆ เมื่ออลินชาได้เดินเข้ามาหาเธอในสวน
“มีอะไรอลิน ถึงได้มารบกวนเวลาพักผ่อนของฉัน?” ถามด้วยท่าทางหงุดหงิด
“อลินขอโทษคุณแม่ค่ะ แต่เรื่องที่อลินจะคุยกับคุณแม่ มันรอไม่ได้จริง ๆ ค่ะ” อลินชาเอ่ยขอโทษ พร้อมกับนั่งลงม้านั่งตรงข้ามเปลที่แม่เลี้ยงของเธอนอน
“เรื่องอะไรถึงได้รอคุยไม่ได้เลยเหรออลิน?”
“ก็เรื่องที่คุณแม่เข้าไปคุยกับอลินเมื่อตอนเช้าไงคะคุณแม่”
“เรื่องอะไรฉันไม่เห็นจะจำได้เลย” คุณนายสายหยุดเอ่ยพร้อมกับทำท่าเบื่อหน่ายเต็มทีแล้วในตอนนี้
“ก็เรื่องที่คุณแม่บอกว่าบ้านของเราจะถูกยึดถ้าอลินไม่ไปทำงานใช้หนี้ให้กับพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ไงคะ”
“ที่แท้ก็เรื่องนี้เอง แล้วเธอจะมาคุยกับฉันทำไม ก็ในเมื่อพ่อเธอไม่ให้เธอไปอยู่ดี” คุณนายสายหยุดแกล้งถามไปอย่างงั้นเฉย ๆ ทั้ง ๆ ที่จริงแล้วเธอรู้อยู่แล้วว่าอลินชาหาทางพูดให้อรัณเปลี่ยนใจได้อยู่แล้ว
“คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องคุณพ่อหรอกค่ะ” อลินชาพูดด้วยความจริงจัง หญิงสาวรู้ว่าถ้าไปขอร้องพ่ออย่างไรก็ต้องได้ไปทำงานแน่
“แสดงว่าเธอตกลงที่จะไปทำงานที่บ้านไร่ใจอสูรของพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ใช่ไหม?” คุณนายสายหยุดยิ้มแทบไม่หุบเมื่อลูกเลี้ยงเธอจะไปทำงานที่ไร่ของพ่อเลี้ยงพิพัฒน์
“ค่ะ อลินจะไป” อลินชาพูดย้ำคำอีกครั้งให้คุณนายสายหยุดเชื่อในคำพูดของเธอ
“เธอคิดถูกแล้วอลินที่เธอจะไปทำงานกับพ่อเลี้ยงพิพัฒน์”
คุณนายสายหยุดพูดพร้อมกับกระชากอลินชาเข้ามาสวมกอดด้วยความลืมตัว ตอนนี้อะไรทุกอย่างก็เข้าที่เข้าทางหมดแล้ว จะเหลือก็แต่รอให้อลินชาไปทำงานกับพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ ไม่ว่าอลินชาจะไปทำงานอะไรที่นั่นเธอก็ไม่สนใจ เพราะตอนนี้เธอได้กำจัดลูกเลี้ยงออกไปให้พ้นทางเธอแล้ว แต่มันก็ยังแปลกใจอยู่ดีว่าทำไมพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ถึงอยากได้อลินชาไปทำงานด้วยนักหรือ...ว่า...คงไม่หรอกมั้ง ก็ในเมื่ออลินชาเพิ่งปิดเรียนกลับมาอยู่บ้านแค่สองอาทิตย์กว่า ๆ เองพ่อเลี้ยงจะเคยเห็นได้อย่างไร
“ค่ะคุณแม่ แล้วจะให้อลินไปวันไหนคะ อลินจะได้เตรียมตัวไว้?” หญิงสาวรู้สึกอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูกในตอนนี้ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าอ้อมกอดของแม่เลี้ยงในครั้งนี้มันเป็นอ้อมกอดที่ไม่เต็มใจ แต่ก็ยังดีที่ได้รับไออุ่นแบบนี้จากแม่เลี้ยงเป็นครั้งแรกตั้งแต่ที่อยู่ด้วยกันมา
“อาทิตย์หน้า” คุณนายสายหยุดพูดพร้อมกับผละออกจากอลินชาด้วยความเขินอายที่ตัวเองเผลอกอดอลินชาออกไปแบบนั้น
“ค่ะ ถ้างั้นอลินไปก่อนนะคะคุณแม่จะได้พักผ่อนต่อค่ะ”
เมื่อลับร่างของอลินชา คุณนายสายหยุดก็รีบหยิบโทรศัพท์รุ่นใหม่ล่าสุดของเธอขึ้นมาต่อสายไปหาพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ทันที
“ฮัลโหลพ่อเลี้ยง นี่ฉัน คุณนายสายหยุดนะคะ”
“ครับคุณนายสายหยุด มีอะไรถึงได้โทร.มาครับ?” พ่อเลี้ยงพิพัฒน์เลิกให้ความสนใจงานตรงหน้าทันทีเมื่อคุณนายสายหยุดโทร.หา จะไม่ให้เขาสนใจได้ไง ก็ในเมื่อเขารอโทรศัพท์จากคุณนายสายหยุดแทบทุกวัน
“ก็เรื่องที่พ่อเลี้ยงให้อิฉันทำไงคะ อิฉันจะโทร.มาบอกว่าอลินลูกเลี้ยงของฉันตกลงไปทำงานกับคุณค่ะ อาทิตย์หน้ารอเจอได้เลยค่ะ อย่าลืมที่ตกลงกันไว้นะคะ” คุณนายสายหยุดไม่ลืมที่จะพูดถึงข้อตกลงของเธอกับพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ คนอย่างเธอไม่มีทางที่ใครจะมาเอาเปรียบหลอกใช้เอาง่าย ๆ ได้อยู่แล้ว
เมื่อชายหนุ่มได้ฟังเพียงแค่นั้นหัวใจของเขาก็พองโตโบยบินไปหาสาวน้อยหน้าหวานแล้วในตอนนี้ ยิ่งคิดยิ่งอยากให้อาทิตย์หน้ามาถึงเร็ว ๆ
“ไม่ลืมครับ ถ้างั้นแค่นี้นะครับ ผมมีธุระ” ชายหนุ่มวางสายเสร็จก็หันมาสั่งงานใหม่ให้กับไม้เมืองไปทำให้ด่วนในตอนนี้เลยยิ่งดี อาทิตย์หน้าแล้วสินะที่เขาจะได้เจอเธอจริง ๆ “อลินชา”
“พ่อเลี้ยงมีเรื่องอะไรให้อารมณ์ดีครับ?” เลขาฯ หนุ่มมองอยู่นานแล้วตั้งแต่รับโทรศัพท์จนมาถึงตอนท้ายก่อนที่จะวางสายไปนั้นมันทำให้เขาจับพิรุธของคนเจ้าชู้ไก้แจ้ได้
“นายนี่สอดรู้สอดเห็นทุกเรื่องของฉันจริง ๆ นะไม้” เขาว่าแล้วไม้เมืองต้องจับพิรุธเขาได้ แต่เขาก็ไม่แคร์ อย่างไร ๆ สักวันไม้เมืองก็จะรู้เอง แต่จะให้เล่าให้ฟังไม่มีทาง
“ก็ผมอยากรู้นี่ครับพ่อเลี้ยง” รู้ว่าถูกเหน็บแหนมแต่ก็ไม่ยักจะสนใจ ถ้าไม่สอดรู้สอดเห็นก็ไม่ใช่ไม้เมืองเพื่อนรักของพ่อเลี้ยงพิพัฒน์สิ
“นายนี่นะ...ไม้ รอนิดรอหน่อยก็ไม่ได้ ยังไงฉันต้องเล่าให้นายฟังอยู่แล้วแต่รอก่อนและตอนนี้ก็มีงานที่จะให้นายไปจัดการด่วนด้วยไม้” ชายหนุ่มหน่ายใจกับเลขาฯ ที่เป็นทั้งเพื่อนสนิทของเขาจริง ๆ ไม่ว่าจะเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับตัวเขาก็จะอยากรู้อยากเห็นไปเสียทุกเรื่องเลย
“แหะ ๆ พ่อเลี้ยงก็น่าจะรีบบอกไม้เมืองคนนี้เร็ว ๆ นะครับ ไม้เมืองจะได้ไม่สอดรู้ แล้วงานด่วนอะไรอีกครับ” ไม้เมืองไม่ได้สนใจกับคำพูดของพ่อเลี้ยงพิพัฒน์เท่าไรนัก แต่จะงานอะไรอีกถึงได้ด่วนขนาดนั้น ก็ไหนบอกว่าวันนี้มีแค่ตรวจเอกสารแค่นั้นเอง แต่ทำไมตอนนี้เพิ่มมาอีกแล้ว งงเลยทีนี้
“ครับคุณไม้เมือง ต่อไปผมพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ ใจอสูร คนนี้จะรีบรายงานคุณไม้เมือง เลขาฯ คนนี้ให้เร็วกว่านี้นะครับผมจะได้ไม่ต้องมาคอยฟังคุณไม้เมืองซักอยู่แบบนี้อีกครับ” พ่อเลี้ยงพิพัฒน์พูดลากเสียงล้อเลียนไม้เมืองด้วยความตลก จะมีวิธีไหนบ้างที่ทำให้ไม้เมืองเชื่อฟังเขา แต่ก็อย่างว่าแหละ เพื่อนกันย่อมรู้ทันกันทุกทาง
“ครับ ถ้างั้นก็รีบ ๆ บอกมาเร็ว ๆ สิครับพ่อเลี้ยง ไม้เมืองคนนี้อยากรู้จนเต็มแก่แล้วครับ” ถึงพ่อเลี้ยงพิพัฒน์จะพูดอย่างไรเขาก็ไม่สน ก็ในเมื่อตอนนี้ต่อมอยากรู้มันได้กระจายไปทั่วร่างเขาแล้ว
“ได้ ๆ ครับคุณเลขาฯ ไม้เมืองจอมสอด” พ่อเลี้ยงพิพัฒน์เชื่อเลยจริง ๆ ว่าไม้เมืองสอดได้ทุกเรื่องไม่ว่าเรื่องอะไร เขาบอกอยู่แท้ ๆ ว่าให้รอ แต่ก็ยังซักอยู่ได้
“ขอบคุณครับที่ชมไม้เมือง ฮ่า ๆ ๆ” เอ่ยขอบคุณพร้อมกับท่าทางทะเล้นจนพ่อเลี้ยงพิพัฒน์อยากฉะให้สักดอก
“คือเรื่องของคุณนายสายหยุดที่นายอยากรู้ไงอีกอาทิตย์หน้าที่จะถึงนี้ นายก็จะได้รู้แล้ว แต่ตอนนี้ฉันอยากให้นายไปทำความสะอาดเรือนพิกุลที่ท้ายไร่หน่อยนะ อาทิตย์หน้าจะมีคนย้ายเข้าไปอยู่แล้ว” พ่อเลี้ยงพิพัฒน์เอ่ยจริงจังขึ้นมาทันทีหลังจากที่พูดเล่นกับไม้เมืองมาจนสนุกปากแล้ว
“มันเกี่ยวกับเรื่องของคุณนายสายหยุดยังไงครับพ่อเลี้ยง และใครจะย้ายเข้าไปอยู่เรือนพิกุลที่ท้ายไร่กันครับ?” ไม้เมืองปรับอารมณ์ตามแทบไม่ทันเมื่อคู่สนทนาเปลี่ยนอารมณ์เร็วแบบนี้แต่จะว่าไปแล้วเรื่องที่เขาได้ยินเมื่อกี้มันเกี่ยวอย่างไรกับคุณนายสายหยุดถึงให้เขาไปทำความสะอาดเรือนพิกุล
“ฉันสั่งอะไรนายก็ไปทำเถอะน่า...ไม้ ฉันบอกว่าเกี่ยวก็ต้องเกี่ยวสิ” พ่อเลี้ยงพิพัฒน์อยากจะบ้าตายกับเลขาฯ จอมจุ้นและช่างสอดรู้เป็นที่หนึ่งของเขานักที่ชอบสงสัยอยู่ตลอดเวลา จะมีสักครั้งไหมที่ไม้เมืองไปทำตามคำสั่งอย่างว่าง่าย
“แล้วมันเกี่ยวยังไงครับพ่อเลี้ยง?” ไม้เมืองซักอีกครั้งด้วยความสงสัย ก็มันติดนิสัยแล้วนี่ จะให้เลิกอย่างไรได้ไอ้นิสัยสอดรู้น่ะ
“เอ๊ะ! นายนี่นะไม้ รอให้ถึงอาทิตย์หน้านายก็จะรู้ด้วยตาของนายเอง ฉันขอสั่งห้ามให้นายเลิกถามเรื่องนี้ฉันได้แล้ว และรีบไปทำตามที่บอกด้วยล่ะ” เขาตวาดไม้เมืองด้วยความรำคาญเต็มทน ก็จะไม่ให้รำคาญได้ไงซักอยู่นั่นแหละจนน่าเบื่อ
“ครับพ่อเลี้ยง” ไม้เมืองยอมแพ้ให้พ่อเลี้ยงพิพัฒน์แต่โดยดี ด้วยความที่รู้จักนิสัยของพ่อเลี้ยงดี เขาจึงไม่อยากซักอีก แต่จะให้อดสอดรู้มันทำยาก อย่างไรเขาก็ต้องรู้ให้ได้ในไม่ช้านี้แน่ เขาหมายมาดในใจก่อนที่จะเดินจากไปเพื่อไปตามคำสั่งของพ่อเลี้ยงพิพัฒน์
เมื่อเลขาฯ อย่างไม้เมืองออกไปจากห้องแล้วพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ก็ลุกขึ้นเดินไปยืนชมวิวที่ระเบียงของห้องทำงานของตัวเอง คิดอะไรเรื่อยเปื่อยไปเรื่อย ๆ จนมาถึงเรื่องของอลินชาที่อีกไม่นานแล้วเขาก็จะได้เจอเธอจริง ๆ จัง ๆ ไม่ใช่ได้แต่มองเธอใกล้ ๆ เหมือนอย่างวันนั้นแล้ว ยิ่งคิดถึงใบหน้าหวาน ๆ ของหญิงสาวมันก็ยิ่งทำให้เขาคิดถึงมารดาผู้ลาลับไป ไม่ว่าจะเป็นรอยยิ้มบนใบหน้านั้น และยังจะสายตาหวาน ๆ ของหญิงสาวที่ไม่ว่าใครได้สบเป็นต้องมนต์ของสาวเจ้าเป็นแน่
หนึ่งอาทิตย์ต่อมาอลินชาก็ได้ไปลาพ่อและแม่เลี้ยงที่ห้องของทั้งสองก่อนที่หญิงสาวจะเดินทางไปทำงานที่บ้านไร่ใจอสูรของพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ ถึงตอนแรกจะโดนพ่อคัดค้านหัวชนฝาก็ตามแต่แล้วพ่อของเธอก็ยอมใจอ่อนให้ไปทำงานที่บ้านไร่ใจอสูรของพ่อเลี้ยงพิพัฒน์จนได้
“คุณพ่อคะ อลินมาลาคุณพ่อค่ะ” อลินชาเอ่ยคำลาพร้อมกับก้มลงกราบแทบเท้าของบิดาบังเกิดเกล้าของตัวเองด้วยความอาลัย ก็ตั้งแต่เกิดมาเป็นครั้งแรกที่เธอออกจากบ้านเพื่อไปทำงานไม่ได้ไปเรียนเหมือนอย่างที่ผ่านมา
“อลิน พ่อว่าลูกน่าจะคิดให้ดีก่อนนะลูกอีกอย่างลูกก็ยังเรียนอยู่” อรัณก็ไม่ล้มเลิกความพยายามที่จะพูดให้ลูกสาวเปลี่ยนใจไม่ไปทำงานที่ไร่กับพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ทั้ง ๆ ที่เขาพยายามมาตลอดก่อนที่จะมาถึงวันนี้แต่ลูกสาวของเขาก็หัวดื้อไม่ยอมเปลี่ยนความคิดสักทีจนเขาจนปัญญาแล้วตอนนี้
“โธ่!…พ่อคะอลินดูแลตัวเองได้ค่ะคุณพ่อไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ เอางี้ค่ะ คุณพ่อก็คิดซะว่าอลินไปเรียนเหมือนอย่างที่ผ่านมาก็สิ้นเรื่องค่ะ นะคะ อย่าห่วงอลินเลย อลินโตแล้วค่ะ อีกอย่าง ถึงอลินจะไปทำงานที่ไร่ของพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ อลินก็ยังจะไปเรียนต่อให้จบเหมือนเดิมค่ะ และจะกลับมาเยี่ยมคุณพ่อบ่อย ๆ ด้วยนะคะ”
“จะล่ำลากันอีกนานไหม หา!” คุณนายสายหยุดที่นั่งอยู่ด้วยอดหมั่นไส้สามีกับลูกเลี้ยงที่ล่ำลากันไม่ได้เลยพูดแทรกขึ้นบ้าง ก็ตั้งแต่ที่อลินชาเข้ามาเธอก็เป็นเหมือนส่วนเกินไปเลย
“เอ๊ะ! คุณสายหยุด คุณจะไปไหนก็ไปเลยไป ผมจะคุยกับลูกผมสองคน” อรัณตวาดกลับทันทีด้วยความโกรธ มันเป็นความผิดพลาดของเขาเองที่เลือกแต่งงานกับเธอจึงทำให้ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของเขาต้องไปลำบากทำงานใช้หนี้แทนภรรยาที่ติดการพนันของเขา และเขาก็รู้ว่าที่ลูกสาวเขาไปครั้งนี้ไม่ได้ไปเพื่อภรรยาของเขาแต่ไปเพื่อเขา แต่ถึงอย่างไรก็เถอะ เขายอมเสียบ้านที่เขารักไปดีกว่าให้ลูกไปทำงานกับเสือผู้หญิงอย่างพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ ใจอสูร แต่เขาก็ไม่อาจขัดขวางความต้องการของลูกได้เขาจึงยอมปล่อยให้ลูกสาวสุดที่รักไปทำงานที่นั่นด้วยความกังวล
คุณนายสายหยุดรีบออกจากห้องไปทันทีเมื่อโดนสามีตวาดกลับมาแบบไม่ไว้หน้าต่อหน้าอลินชา ซึ่งมันก็มักเป็นแบบนี้เสมอ ยิ่งสามีเธอให้ความสำคัญกับอลินชามากเท่าไร ไฟริษยาในทรวงเธอก็ลุกขึ้นแรงเท่านั้น
เมื่อคุณนายสายหยุดออกไปจากห้องแล้วสองพ่อลูกก็หันมาล่ำลากันต่อด้วยความอาลัยในตัวกันและกัน ก็ตั้งแต่เกิดมาลูกสาวของเขาไม่เคยไปทำงานลำบากที่ไหน แล้วมาตอนนี้ล่ะ จะต้องได้ไปทำงานนอกบ้านและอยู่ประจำ เขาล่ะไม่อยากให้ไปเลย
“อลินพ่อว่าลูกควรคิดให้ดี ๆ ก่อนนะที่จะไป” อรัณไม่ล้มเลิกความตั้งใจที่จะเปลี่ยนใจลูกสาว เขาจะพูดจนกว่าจะถึงระยะสุดท้ายเลยก็ว่าได้
“โธ่...คุณพ่อคะ อลินบอกแล้วไงว่าไม่เป็นไร อลินคิดดีแล้ว” อลินชาก็ไม่ยอมล้มเลิกความคิดเช่นกัน เมื่อตั้งใจไว้แล้วว่าจะไปก็คือต้องไปให้ได้
“ถึงพ่อจะพูดอย่างไร อลินก็ไม่ยอมเปลี่ยนใจใช่ไหม?”
“ค่ะคุณพ่อ อลินตั้งใจแล้ว”
“ถ้างั้นพ่อขอให้เราทำงานอย่างมีความสุขนะ และว่าง ๆ พ่อจะไปเยี่ยม หรือไม่ถ้าลูกว่างก็มาเยี่ยมพ่อที่บ้านด้วยนะลูก” เขายอมแพ้ให้กับความตั้งใจของลูกสาวของเขาจริง ๆ แล้วครั้งนี้ ปกติลูกสาวเขาจะเป็นคนว่านอนสอนง่าย แต่พอจะดื้อ ๆ แบบเอาไม่อยู่เลย
“ค่ะคุณพ่อ อลินจะหาเวลาว่างมาเยี่ยมนะคะ”
เมื่อพูดล่ำลากันเสร็จสองพ่อลูกก็สวมกอดกันเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ลูกสาวจะไปทำงานที่บ้านไร่ใจอสูรของพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ พอกอดกันพอใจแล้ว อรัณก็เดินมาส่งลูกสาวขึ้นรถที่หน้าบ้านที่มีคนของพ่อเลี้ยงมารอรับอยู่แล้ว
คุณนายสายหยุดที่มายืนรอส่งลูกเลี้ยง เมื่อเห็นสองพ่อลูกเดินมาก็เปิดประเด็นทันทีด้วยความอิจฉาริษยาในตัวลูกเลี้ยงที่มีแต่คนคอยเอาอกเอาใจจนไม่มีใครสนใจเธอ
“ล่ำลากันอยู่ได้ ทำยังกับว่าจะไม่ได้เจอกันอีก” คุณนายสายหยุดพูดแขวะทันทีเมื่อเห็นสองพ่อลูกเดินมา
“เอ๊ะ! คุณสายหยุดนี่ อยู่เฉย ๆ ไม่มีใครว่าเป็นใบ้หรอกนะ” อรัณโต้กลับโดยไม่ไว้หน้าภรรยาของตัวเองเช่นกัน ว่าเขาได้ แต่อย่ามาว่าลูกสาวเขาเชียวไม่อย่างนั้นเจอดีแน่
“กรี๊ด!!!!!!! คุณอรัณคุณกล้าว่าฉันต่อหน้าคนอื่นเหรอ” คุณนายสายหยุดร้องกรี๊ดทันทีเมื่อโดนสามีว่าให้ต่อหน้าคนอื่นจนอับอายสาวใช้ และก่อนที่จะวิ่งเข้าไปในบ้านด้วยความอับอาย คุณนายสายหยุดก็ไม่ลืมหันมาพูดทิ้งท้ายให้อลินชา
“นังอลิน แกอย่าหวังเลยว่าแกจะได้กลับมา หึหึ”
“อย่าไปสนใจคำพูดคุณสายหยุดเลยลูก” อรัณหันมาปลอบลูกสาวที่มองตามหลังภรรยาเขาไป
“ค่ะคุณพ่อ อลินไม่สนใจและไม่เก็บไปคิดมากหรอกค่ะ” หญิงสาวไม่เก็บไปคิดมากอยู่แล้วเรื่องแค่นี้เอง แต่ที่มองตามแม่เลี้ยงไปนั้นก็เพราะเธออยากจะได้อ้อมกอดอุ่น ๆ ก่อนจากลากันบ้าง
“ถ้างั้นไปขึ้นรถเถอะลูก คนของพ่อเลี้ยงคงรอนานแล้ว”
“ค่ะคุณพ่อ” พร้อมกับสวมกอดพ่ออีกครั้งก่อนที่จะเดินไปขึ้นรถ
อรัณยืนมองลูกสาวขึ้นรถและนั่งออกไปจนสุดลูกหูลูกตาค่อยเดินกลับเข้าไปในบ้าน เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าการไปของลูกสาวของเขาในครั้งนี้ทำไมมันทำให้เขารู้สึกใจหาย หรืออาจจะเป็นเพราะเขาไม่อยากให้ลูกไปตั้งแต่แรกก็เป็นได้
ที่บ้านไร่ใจอสูร พ่อเลี้ยงพิพัฒน์และไม้เมืองกำลังนั่งคุยงานกันอยู่ในห้องทำงาน แต่ดูเหมือนว่าพ่อเลี้ยงพิพัฒน์จะไม่มีสมาธิในการคุยเรื่องงานเลย ก็ใจเขาเอาแต่คิดถึงอลินชาที่อีกไม่นานก็จะเดินทางมาถึงไร่ จนทำให้เขาไม่มีกะจิตกะใจที่จะคุยงานกับไม้เมืองเลยในเวลานี้ จนทำให้ไม้เมืองอดแซวไม่ได้
“พ่อเลี้ยงจะไปรอรับคุณอลินชาไหมครับ” ไม้เมืองเอ่ยแซวเจ้านายที่เป็นทั้งเพื่อนของเขาด้วยความหมั่นไส้ มีอย่างที่ไหนให้เขาไปทำความสะอาดเรือนพิกุลโดยไม่บอกว่าให้ไปทำไม แต่มาเช้าวันนี้กลับมาบอกว่าให้คนไปรับลูกเลี้ยงคุณนายสายหยุดมาที่ไร่และให้พาเธอไปพักที่เรือนพิกุล
“หยุดเลยไม้ ฉันจะไปรับทำไม เธอแค่จะมาเป็นพนักงานในไร่ เธอก็แค่จะมาเป็นคนงานคนหนึ่งในไร่เท่านั้น ทำไมคนอย่างพ่อเลี้ยงพิพัฒน์จะต้องลดตัวลงไปต้อนรับเด็กกะโปโลแบบนั้นด้วย” ปฏิเสธออกไปข้าง ๆ คู ๆ ทั้ง ๆ ที่จริงแล้วอยากไปแทบตาย ชายหนุ่มก็รู้ด้วยว่าอลินชาไม่ได้เป็นเด็กกะโปโลอย่างที่เขาบอกเพื่อนไปแน่ ก็เขาเคยเห็นหญิงสาวมาแล้วครั้งหนึ่งและมันก็ตราตรึงอยู่ในสมองเขาตลอดเวลา แล้วเรื่องอะไรเขาจะยอมรับให้โดนล้อล่ะ
“เหรอ! ถ้างั้นถ้าเธอมาแล้วเธอสวยโดนใจฉัน ฉันจีบนะไอ้พ่อเลี้ยงพิพัฒน์ผู้สูงส่ง” ไม้เมืองวางระเบิดลูกใหญ่ลงไปจนแทบทำให้พ่อเลี้ยงนั่งไม่ติดเลยทีนี่
“นาย...วะ...ว่า...อะไรนะไม้?” พ่อเลี้ยงถามเลขาฯ ตัวแสบของตัวเองตะกุกตะกักด้วยความไม่อยากจะเชื่อหูของตัวเองเท่าไรนัก
“จะจีบเธอ พ่อเลี้ยงได้ยินไม่ผิดหรอกครับ” ไม้เมืองเอ่ยย้ำเสียงหนักแน่นชัด ๆ อีกครั้งให้เขาฟัง
“นายเลิกคิดได้เลยไม้เมือง ถ้านายยังอยากเป็นเพื่อนฉัน ยังอยากมีงานทำนายก็หยุดความคิดนี้ซะ...”
เอ่ยพร้อมกับลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินตรงไปยังไม้เมือง กระชากคอเสื้อของไม้เมืองให้เข้ามาประจันหน้ากับตัวเอง ซึ่งการกระทำของชายหนุ่มนั้นมันทำให้ไม้เมืองแอบยิ้มที่มุมปากนิดหนึ่ง แต่ถ้าเขามีสติสักนิดก็จะรู้ว่าโดนไม้เมืองแกล้งเพื่อที่จะพิสูจน์อะไรเท่านั้นเอง ซึ่งไม้เมืองก็รู้แล้วว่าลูกเลี้ยงของคุณนายสายหยุดไม่ได้แค่มาทำงานใช้หนี้อย่างเดียวแน่ สงสัยบ้านไร่ใจอสูรที่มีชื่อที่สุดในโคราชจะมีนายหญิงก็คราวนี้แหละ
“ไม่คิดก็ไม่คิด แล้วเมื่อไรจะเอามือออกจากคอเสื้อฉันสักทีเนี่ย! เดี๋ยวเสื้อฉันก็ยับกันพอดี” เมื่อได้รู้ในสิ่งที่ตัวเองอยากรู้แล้ว ไม้เมืองก็บอกให้เพื่อนที่เป็นทั้งเจ้านายของตัวเองเอามือออกจากคอเสื้อของตัวเอง
หึหึ สงสัยไอ้พ่อเลี้ยงพิพัฒน์เพื่อนยากของฉันคงตกหลุมรักเด็กก็คราวนี้แหละว่ะ!
...ดูจากสายตาตอนที่เขาถูกกระชากคอเสื้อเขาเข้าไปใกล้เขาได้สังเกตเห็นความนัยบางอย่างในสายตาสีนิลคู่นั้น มันดูผิดแปลกไปจากทุกครั้งที่เขาเคยเห็นพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ที่ใคร ๆ ต่างกลัวเกรงคนนี้มีอะไรจะแสดงออกทางสายตาถ้าไม่รู้จักและสนิทกันจริง ๆ ก็จะไม่มีวันรู้จุดอ่อนของเพื่อนเขาคนนี้ ขนาดแค่เขาพูดเล่นแค่นี้ยังโดนขู่ว่าจะไล่ออกจากงานและยังจะเลิกเป็นเพื่อนกับเขาอีก สงสัยอลินชาคนนี้คงจะโดนใจมันจริง ๆ
“ฉันขอโทษด้วยไม้” พ่อเลี้ยงพิพัฒน์เอามือออกจากคอเสื้อของเพื่อนพร้อมกับเอ่ยขอโทษ และกว่าที่เขาจะคิดได้ว่าโดนเพื่อนแกล้งให้เขาก็พลาดไปซะแล้ว
“พ่อเลี้ยงมีเรื่องจะบอกเลขาฯ และเพื่อนคนนี้ไหม?” ไม้เมืองถามลองดูเผื่อเพื่อนพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ปากแข็งจะเล่าอะไรให้เขาฟังบ้าง
“ไม่มีอะไรนี่ ไปนายจะไปไหนก็ไป ฉันจะทำงานแล้วส่วนนายอย่าคิดว่าเป็นเพื่อนฉันแล้วจะมาถามฉันแบบนี้ได้นะ มันเป็นเรื่องส่วนตัวของฉัน นายเข้าใจใช่ไหมไม้” พ่อเลี้ยงตีสีหน้าขรึมตอบไม้เมืองในฐานะที่เป็นเพื่อนกัน เขารู้อย่างไร ๆ ไม้เมืองต้องสืบหาจนรู้ความแน่ แต่รู้ช้าหน่อยจะเป็นไร ถ้าหากรู้ในตอนที่อลินชาเป็นของเขาแล้ว
“ได้ ๆ ฉันไม่ถามนายก็ได้ ถ้างั้นฉันไปรอต้อนรับพนักงานใหม่ก่อนนะ คงอีกไม่นานก็จะเดินทางมาถึงแล้วมั้ง” ไม้เมืองรู้ว่าเพื่อนปากแข็งของเขาตีสีหน้าขรึมไปงั้น ๆ แหละ แต่เขาก็ไม่อยากจะซักมากไป ยังมีเวลาอีกเยอะที่เขาจะซักเพื่อนปากแข็งคนนี้
“อืม...ถ้าเธอมาถึงแล้วนายก็โทร.มาหาฉันด้วยล่ะ” พ่อเลี้ยงพิพัฒน์ตะโกนไล่หลังไม้เมืองไปเมื่อเห็นว่าเพื่อนนั้นเดินออกไปแล้ว
“ได้ครับพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ผู้สูงส่ง” ไม้เมืองตะโกนกลับมาด้วยท่าทางขี้เล่น
เมื่อได้ยินเสียงตอบกลับมาแล้ว เขาก็เดินไปยืนชมวิวที่ระเบียงของห้องทำงานด้วยความสับสนในใจที่กำลังเกิดขึ้นกับเขาในตอนนี้ มันเกิดอะไรขึ้น เขาถึงรู้สึกโกรธไม้เมืองที่พูดว่าจะจีบอลินชา แถมยังขู่จะไล่ออกจากงานและเลิกเป็นเพื่อนกันกับไม้เมือ งหรือว่า...
“ไม่! ไม่จริงฉันไม่ได้รักอลินชา” เมื่อคิดว่าตัวเองรักอลินชา ชายหนุ่มก็รีบร้องปฏิเสธออกมาทันที พร้อมกับต่อว่าตัวเองอยู่คนเดียว มันจะเป็นไปได้อย่างไรก็ในเมื่อเขาเพิ่งเคยเห็นเธอแค่ครั้งเดียว แล้วจะมารักเธอได้อย่างไรมันเป็นไปไม่ได้แน่
ขณะนี้รถของพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ที่ส่งไปรับอลินชามาที่ไร่มันก็ผ่านมา 1 ชั่วโมงแล้วที่หญิงสาวนั่งมา ตอนนี้รถก็พาเธอวิ่งเข้ามาในเขตบ้านไร่ใจอสูรแล้ว หญิงสาวยอมรับว่าไร่นี้เป็นไร่ที่ใหญ่และสวยงามตามคำร่ำลือของคนที่เคยมาแต่ถึงจะสวยอย่างไร เธอก็ไม่ชอบบ้านไร่ใจอสูรอยู่ดี ก็ชื่อไร่ฟังดูแล้วน่ากลัวชะมัด หญิงสาวก็พอเข้าใจอยู่หรอกว่าทำไมต้องชื่อบ้านไร่ใจอสูรเพราะมันเป็นนามสกุลของเจ้าของไร่ที่สืบทอดกันมานานนับ 10 ปีแล้ว และยิ่งมาตอนนี้ยิ่งมีชื่อเสียงทั่วโคราชเลยโดยเฉพาะเจ้าของไร่อย่างพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ ใจอสูรที่ใคร ๆ ต่างอยากจะอยู่ใกล้ชิดด้วย แต่หญิงสาวก็ไม่เคยเห็นพ่อเลี้ยงพิพัฒน์คนนี้สักครั้ง แต่วันนี้แล้วที่หญิงสาวจะได้เจอพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ที่ใคร ๆ ว่าหล่อร้ายที่สุดในโคราช เมื่อคิดได้ดังนั้นหัวใจของหญิงสาวก็เต้นแรงไม่เป็นจังหวะขึ้นมาทันทีด้วยความตื่นเต้น
“คุณลุงคะ ใกล้ถึงที่พักของอลินยังคะ?” อลินชาถามลุงขับรถ ในขณะที่รถวิ่งอยู่
“ใกล้ถึงแล้วครับ อีกไม่นานก็จะถึงเรือนพิกุลที่อยู่ท้ายไร่แล้วครับ” ลุงขับรถเอ่ยตอบมา
“อ้าว! ที่นี่ไม่มีที่พักของคนงานเหรอคะถึงได้พาอลินไปพักที่ท้ายไร่?” อลินชาถามลุงขับรถด้วยความงุนงง ไร่ออกจะใหญ่ทำไมถึงให้เธอไปพักที่ท้ายไร่และยังชื่อเรือนอะไรก็ไม่รู้หญิงสาวได้ยินไม่ชัดเท่าไรที่ลุงขับรถพูด
“มีครับแต่พ่อเลี้ยงบอกลุงให้พาคุณไปพักที่ท้ายไร่ครับ” อย่าว่าแต่หนูคนนี้เลยที่งง ขนาดตอนที่เขาถูกเรียกไปพบและให้ไปรับหนูคนนี้มาทำงานในไร่เขายังงงเลยที่พ่อเลี้ยงพิพัฒน์ลงทุนส่งรถไปรับพนักงานเอง แถมยังให้พักที่เรือนพิกุลที่อยู่ท้ายไร่อีกต่างหาก ซึ่งเรือนพิกุลเป็นเรือนที่พ่อเลี้ยงพิพัฒน์รักและหวงมาก แต่ทำไมมาวันนี้ถึงได้ให้หนูคนนี้เข้าไปอยู่ก็ไม่รู้
“ค่ะ อลินเข้าใจแล้วค่ะ” อลินชาไม่ได้คิดอะไรมากที่ได้ไปพักท้ายไร่ อย่างไรเธอก็เป็นแค่พนักงานคนหนึ่งของเขาที่มาทำงานใช้หนี้ และเวลาผ่านมาไม่เกิน 10 นาทีรถที่หญิงสาวนั่งมาก็จอดที่น้าเรือนที่ว่า
“คุณครับ ถึงเรือนพิกุลที่คุณจะมาอยู่แล้วครับ” ลุงชมร้องเรียกให้อลินชาลงมาจากรถเมื่อรถจอดสนิทแล้ว
“ค่ะคุณลุง” แล้วหญิงสาวก็เปิดประตูลงจากรถพอลงมาแล้วก็มีผู้ชายหน้าตาดีแต่งตัวด้วยเสื้อผ้ายี่ห้อดังเดินส่งยิ้มมาทางเธอ จากสภาพการแต่งตัวแล้วหญิงสาวจึงคิดว่าผู้ชายที่แต่งตัวดีคนนั้นเป็นพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ ใจอสูร ก็มีเขาคนเดียวที่แต่งตัวดีที่สุดในบรรดาที่ยืนอยู่หน้าเรือนอะไรก็ไม่รู้ที่คุณลุงคนนี้บอกเธอก่อนหน้านี้แต่หญิงสาวก็จำไม่ได้
“สวัสดีครับคุณอลินชา พาซื่อ และยินดีต้อนรับสู่บ้านไร่ใจอสูร และนี่คือเรือนพิกุลที่พักของคุณครับ” เมื่อเห็นอลินชาเดินลงมาจากรถไม้เมืองก็รีบเดินเข้ามาทักทายหญิงสาว พร้อมกับกล่าวสวัสดีและเอ่ยต้อนรับหญิงสาวพร้อมกับแนะนำที่พักของเธอด้วยความเป็นมิตร และเขาก็ได้รู้แล้วว่าเพื่อนพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ปากแข็งของเขาทำไมถึงหวงนัก ก็สวยน่ารักแบบนี้เอง พอคิดถึงเพื่อนเขาก็ลืมเลยว่าเพื่อนสั่งให้โทร.ไปบอกถ้าอลินชามาถึง แต่พอคิดไปคิดมาไม่โทร.ดีกว่า เขาก็อยากรู้เหมือนกันว่าคนอย่างพ่อเลี้ยงพิพัฒน์จะทำอย่างไรถ้าเขาไม่โทร.ไปบอกว่าอลินชามาถึง
“สวัสดีค่ะพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ ใจอสูร” อลินชาเอ่ยสวัสดีกลับพร้อมกับยกมือไหว้งาม ๆ แบบไทยหนึ่งครั้งด้วยความเป็นมิตรเช่นกัน
“ฮ่า ๆ ๆ ผมไม่ใช่พ่อเลี้ยงพิพัฒน์หรอกครับแต่ผมเป็นเลขาฯ ของพ่อเลี้ยงชื่อ ไม้เมือง ใจนักสู้ ครับ” ไม้เมืองทั้งขำทั้งอธิบายให้อลินชาฟังและมันทำให้เขาอดแปลกใจไม่ได้ก็คือ อลินชาคนนี้ไม่รู้จักพ่อเลี้ยงพิพัฒน์เสือผู้หญิงที่ใคร ๆ ก็ต่างรู้จักกันในโคราช หญิงสาวตรงหน้าไปอยู่ไหนมาถึงไม่รู้นะ...
อลินชาหน้าแดงทันทีเมื่อตัวเองปล่อยไก่ออกไปตัวเป้ง ๆ ก็ใครจะไปรู้ล่ะ ก็เธอไม่เคยเห็นพ่อเลี้ยงพิพัฒน์นิและแถมผู้ชายคนนี้ก็แต่งตัวดูดีแถมยังหล่อด้วย จะไม่ให้คิดว่าเป็นพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ได้อย่างไร หญิงสาวลืมคิดไปว่าคนอย่างพ่อเลี้ยงจะมายืนต้อนรับคนงานอย่างเธอทำไมก็ในเมื่อเธอเป็นแค่พนักงานนี่
“อลินขอโทษคุณไม้เมืองด้วยนะคะที่เข้าใจผิดแถมยังปล่อยไก่อีก แหะ ๆ ๆ” อลินชาทั้งพูดทั้งเขินที่ตัวเองปล่อยไก่ตัวใหญ่แบบนี้ออกไป
“ไม่เป็นอะไรครับคุณอลิน เดี๋ยวผมจะพาเข้าไปในเรือนพิกุลนะครับส่วนของผมจะให้ป้านวลกับลุงชมขนตามเข้าไปนะครับ”
“จะดีเหรอคะคุณไม้เมือง อลินเป็นแค่คนงานธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้นนะคะ” อลินเอ่ยค้านที่จะให้คนขนของให้
“ไม่เป็นอะไรหรอกครับคุณอลินชา”
“คุณไม้เมืองอย่าเรียกอลินว่าคุณเลยค่ะ อลินเป็นแค่คนงาน แถมยังอายุน้อยกว่าคุณอีก เรียกอลินว่าน้องอลินเถอะค่ะ” อลินชาฟังไม้เมืองเรียกว่าคุณแล้วมันฟังดูขัดหูอย่างไรไม่รู้ หญิงสาวเลยขอให้เขาเรียกเธอว่าน้องแทน
“ได้ครับน้องอลิน ถ้างั้นน้องอลินก็เรียกพี่ว่าพี่ไม้นะ เพราะเราสองคนก็ไม่ได้ต่างอะไรกันเลย” ไม้เมืองก็ไม่อยากเอาเปรียบอลินชา เขาเลยขอให้หญิงสาวเรียกเขาว่าพี่บ้าง
“ค่ะพี่ไม้” อลินชารับคำง่ายดาย หญิงสาวรู้สึกถูกชะตากับชายตรงหน้าตั้งแต่ที่ได้คุยกันแล้ว
“ถ้างั้นเราเข้าไปข้างในกันเถอะ เดี๋ยวพี่จะพาไปดูห้องนอนและก็ห้องต่าง ๆ ในบ้าน”
“ค่ะ” อลินชารับคำแล้วก็เดินตามไม้เมืองเข้าไปในบ้านโดยที่ไม่ได้ถือของของตัวเองเข้าไปเลย ก็ตอนนี้ป้านวลกับลุงชมที่ไม้เมืองสั่งนั้นขนเข้าก่อนไปแล้ว
“แล้วงานที่อลินต้องทำล่ะคะพี่ไม้?” เธอถามในขณะที่เดินชมบ้าน
“งานของน้องอลินพ่อเลี้ยงจะเป็นคนมาสั่งเองครับ” ไม้เมืองตอบไปตามจริง ก็เพื่อนเขาบอกว่าจะเป็นคนสั่งงานอลินชาและสอนงานเองกับมือโดยไม่ให้คนอื่นมายุ่ง เขาก็เลยจะคอยเป็นผู้ชมที่ดีอยู่ห่าง ๆ
“ค่ะ แล้วอลินจะเริ่มทำงานได้วันไหนคะ?” อลินชาถามไม้เมืองด้วยความอยากรู้ถ้าเธอเริ่มทำงานเร็วเท่าไรเธอก็จะใช้หนี้หมดเร็วเท่านั้น พอใช้หนี้หมด หญิงสาวก็จะได้กลับไปอยู่บ้านของตัวเอง แต่มันจะหมดง่ายได้อย่างไร เงินไม่ใช่น้อย ๆ ถ้าหมื่นสองหมื่นยังพอว่า แต่นี่อะไร เงินเป็นสิบ ๆ ล้านเลย ชาตินี้ไม่รู้จะใช้หมดไหม
“พรุ่งนี้!” เสียงที่ดังอยู่นั้นเป็นเสียงของพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ที่ตอบเธอ เขานั่งรอรับโทรศัพท์จากเลขาฯ จอมจุ้นของเขาตั้งนานแต่ก็ไม่โทร.ไปสักที เขาเลยต้องลงมาดูที่เรือนเองว่าหญิงสาวมาถึงหรือยัง แต่พอมาถึงเขาก็เห็นเพื่อนที่เป็นทั้งเลขาฯ กำลังเดินคุยกับเธอหน้าตายิ้มแย้มอย่างมีความสุข มันเลยทำให้เขาทนดูไม่ได้จนต้องเดินเข้ามาหา และทันได้ยินคำถามเข้าพอดี เขาเลยตอบแทนไม้เมืองเลขาฯ จอมจุ้นของเขาเสียเลย
อลินชาหันไปทางต้นเสียงทันทีเมื่อเสียงที่ดังมาจากทางด้านหลังเธอนั้นฟังดูมีอำนาจอย่างไรไม่รู้ พอหันไปเห็นเจ้าของเสียงแล้วอลินชาถึงกับอึ้งกับรูปร่างหน้าตาของผู้ชายตรงหน้า หญิงสาวไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาจะหล่อขนาดนี้ ใบหน้ารูปไข่ จมูกโด่งเป็นสันของเขานั้นมันน่าสัมผัสยิ่งนัก โดยเฉพาะดวงตาสีนิลดวงนั้นของเขามันช่างสะกดทุกสายตาของคนที่มองจริง ๆ และตอนนี้เธอก็อยากรู้ว่าผู้ชายที่เสียมารยาทคนนี้เป็นใครกัน แต่หญิงสาวก็ไม่ถือเขา ก็ตั้งแต่เกิดมาเธอยังไม่เคยเห็นผู้ชายที่หล่อมีเสน่ห์ดึงดูดเธอได้แบบนี้เลย
“คุณเป็นใครคะถึงได้เสียมารยาทตอบแทนคนอื่นแบบนี้?” อลินชาถามกลับทันทีเมื่อสติกลับมา
“ไม่เห็นจะเสียมารยาทตรงไหนเลยอลินชา” พ่อเลี้ยงพิพัฒน์เอ่ยกลับด้วยความเจ้าเล่ห์และยังไม่แคร์คำพูดของหญิงสาวที่หาว่าเขาเสียมารยาท
“ทำไมจะไม่เสีย ก็ในเมื่อฉันถามพี่ไม้ไม่ได้ถามคุณ” หญิงสาวว่าคนตรงหน้าพร้อมกับสะบัดหน้าใส่พร้อมขยับไปยืนชิดไม้เมือง
คำพูดของเธอมันก็ฟังแล้วสนุกดีอยู่หรอกนะก่อนหน้านี้ แต่ไอ้คำว่า 'พี่ไม้' นี้เขารับไม่ได้ที่หญิงสาวให้ความสนิทสนมชายอื่นมากกว่าเขาผู้ซึ่งจะได้เป็นเจ้าของร่างกายเธอแต่เพียงผู้เดียว
“เมื่อกี้เธอเรียกไม้ว่าอะไรนะ?”
เขาถามเธอพร้อมกับขบกรามแน่นจนทำให้ไม้เมืองที่ยืนอยู่ข้างอลินชาแทบกลืนน้ำลายไม่ลงเลยทีเดียวในตอนนี้
“ก็เรียกพี่ไม้ไง แล้วคุณจะมาถามฉันทำไม ก็ในเมื่อมันเรื่องของฉันไม่เกี่ยวกับคุณ” ดูเหมือนว่าอลินชาจะเก่งเรื่องราดน้ำมันลงบนกองไฟจริง ๆ
“อลินชา!” พ่อเลี้ยงพิพัฒน์ตวาดออกมาด้วยความโกรธ เขาไม่ชอบเลยเวลาหญิงสาวเรียกไม้เมืองสนิทสนมแบบนี้
“อย่ามาเรียกชื่อฉันนะ เราไม่ได้รู้จักสนิทกันมากถึงขั้นเรียกชื่อกันเฉย ๆ อีกอย่าง คุณรู้จักชื่อฉันได้ไง?” หญิงสาวเอ่ยว่าเขาหน้าตาเฉย ตอนแรกหญิงสาวรู้สึกดีไม่น้อยที่เห็นหน้าเขา แต่พอมาตอนนี้เธอบอกได้คำเดียวเลยว่า 'เกลียด' ผู้ชายอะไรนิสัยเสียชะมัด
“ทำไมฉันจะไม่รู้จักชื่อลูกจ้างของตัวเอง” ถึงจะโกรธเธอแค่ไหนแต่เขาก็ยังพอจะระงับอารมณ์ได้บ้าง ชายหนุ่มอยากจะกระชากร่างน้อย ๆ ของเธอให้ติดตามมือมากอดรัดให้ขาดอากาศหายใจคาอ้อมกอดนัก แต่ก็ทำได้แค่คิดเท่านั้น
อลินชาคนที่เก่งต่อปากต่อคำคนเมื่อกี้นี้หายไปแล้วเมื่อได้ยินคำว่าลูกจ้างจากปากชายหนุ่มตรงหน้า อย่างนั้นก็แสดงว่าเขาคือพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ ใจอสูรนะสิ หญิงสาวส่ายหน้าไปมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อว่าจะเป็นเขา แต่พอหันไปมองหน้าไม้เมืองก็พยักหน้าให้เธอเหมือนจะรู้ความหมายของเธอ
“น้องอลิน นี่พ่อเลี้ยงพิพัฒน์ ใจอสูรเจ้านายของเราครับ” ไม้เมืองเอ่ยแนะนำพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ให้กับอลินชาที่ตอนนี้กำลังหน้าซีดเป็นไก่ต้มเลยก็ว่าได้
“สะ...หวัด...ดี...คะ...ค่ะ...พะ...พ่อ...เลี้ยง” กว่าอลินชาจะเอ่ยสวัสดีพ่อเลี้ยงได้ก็เล่นเอาเธอแทบลืมหายใจไปเลยก็ว่าได้
พ่อเลี้ยงพิพัฒน์ยิ้มเล็ก ๆ ที่มุมปากเมื่อเห็นสีหน้าของหญิงสาวตรงหน้า จู่ ๆ สาวน้อยปากเก่งที่ต่อว่าเขาเมื่อกี้นี้แปรเปลี่ยนมาเป็นไก่ต้มแบบปัจจุบันทันด่วน ก็ดูจากสีหน้าสาวเจ้าเข้าก็ไม่รู้จะโกรธให้ได้อะไรขึ้นมา
“สวัสดีอลินชา” พ่อเลี้ยงพิพัฒน์เอ่ยพร้อมกับส่งยิ้มหวานให้กับอลินชาจนทำให้หญิงสาวไม่กล้าสบตา
“ค่ะพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ และยินดีที่ได้รู้จักนะคะ” อลินชาสลัดความกลัวที่มีอยู่ให้หมดไป เมื่อคิดว่ามันไม่มีประโยชน์อะไรที่เธอจะกลัวเขา กว่าเธอจะใช้หนี้เขาหมดก็คงจะได้อยู่เจอหน้าเขาอีกนาน หญิงสาวจึงไม่จำเป็นต้องกลัวชายหนุ่มตรงหน้าเลย
พ่อเลี้ยงพิพัฒน์ยิ่งอยากขำเข้าไปใหญ่เมื่อเห็นสาวเจ้าพยายามทำสีหน้าให้เป็นปกติเพื่อปกปิดความกลัวไว้ข้างใน แต่เขาก็ยอมรับว่าเธอสวยจริง ๆ โดยเฉพาะเรียวปากอวบอิ่มของเธอมันช่างน่าค้นหายิ่งนักและยังจะรูปร่างเพรียวระหง ทรวงอกที่ซ่อนอยู่ข้างในเสื้อนั้นอีก ยังจะใบหน้ารูปหัวใจที่ชวนหลงใหลอีก โอ๊ย! เขาอยากจะบ้าตายไปกับความคิดของเขาในตอนนี้นัก
“ถ้างั้นพี่ไปก่อนนะอลิน ผมไปก่อนนะพ่อเลี้ยง” ไม้เมืองรู้สึกว่าเป็นส่วนเกินไปเสียแล้วเลยเอ่ยขอตัวขึ้นมาบ้าง เมื่อเหลือบมองป้านวลและลุงชมที่กำลังจะเดินออกไป
พ่อเลี้ยงได้ยินไม้เมืองขอตัวออกไป เขาก็หันมาพยักหน้าเพื่อเป็นการอนุญาตให้ไปได้แต่พอไม้เมืองจะเดินออกไป อลินชาก็ทำท่าจะเดินตามไม้เมืองไปด้วย เขาเลยถือโอกาสคว้าแขนหญิงสาวไว้ตอนที่จะเดินผ่านหน้า
“จะไปไหนอลินชา?” รู้ว่าหญิงสาวจะตามไม้เมืองไปแต่ก็อยากจะถามกวนเธอไปอย่างนั้นเอง
“ฉันจะออกไปข้างนอก เห็น ๆ อยู่ยังจะมาถามอีก” อลินตอบเสียงห้วนกลับพร้อมกับสะบัดแขนของตัวเองให้เป็นอิสระแต่ดูเหมือนยิ่งสะบัดเขายิ่งจับแน่นขึ้นจนต้องยอมให้เขาจับอยู่แบบนี้
“เห็นแต่อยากถาม มีอะไรไหม และก็ตามฉันมานี่อลินชา” ชายหนุ่มเอ่ยพร้อมกับลากเธอนั่งโซฟาใกล้ ๆ แถวนั้น
“ปล่อยแขนฉันได้แล้วพ่อเลี้ยงและก็ไม่ต้องลากฉัน ฉันเดินเองได้” หญิงสาวเอ่ยด้วยความไม่พอใจที่เขามาจับมือถือแขนเธอแบบนี้ และมันก็ได้ผลเมื่อเธอพูดจบเขาก็ยอมปล่อยมือเธอ
“อลินชา เธอเรียนจบหรือยัง?” เมื่อนั่งลงเรียบร้อยแล้ว พ่อเลี้ยงพิพัฒน์ก็ถามอลินชาที่นั่งฝั่งตรงข้ามทันที
“ยังค่ะ ตอนนี้ฉันกำลังเรียนอยู่ปีสาม” สาวเจ้าพูดไปตามความจริง หญิงสาวอยากรู้นักว่าเขาจะถามเธอเรื่องนี้ทำไม ทั้ง ๆ ที่เขาน่าจะรู้ประวัติของลูกจ้างก่อนที่จะมาทำงานอยู่แล้ว
“แล้วเธอเรียนอะไร?” ชายหนุ่มรู้อยู่แล้วว่าเธอเรียนอะไร แต่ก็อยากหาเรื่องมาคุยกับหญิงสาวเท่านั้นเอง
“เรียนบัญชีค่ะ”
“ดี ๆ ฉันจะได้ให้เธอทำบัญชีรายรับรายจ่ายของไร่ และก็ผู้ช่วยส่วนตัวของฉัน” เขารีบบอกงานเธอทันทีและคำว่าผู้ช่วยที่เขาบอกนั้นในความหมายลึก ๆ ของเขาแล้วมันไม่ได้มีแค่นั้นแต่เขาจะทำให้ไก่ตื่นไม่ได้
“ค่ะพ่อเลี้ยง แต่ฉันมีเรื่องที่จะขอร้องคุณหนึ่งอย่างคือฉันอยากจะขอทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยได้ไหมคะ?” หญิงสาวรีบเอ่ยขอเขาทันทีเมื่อสบโอกาส
“ได้ ฉันกะจะบอกอยู่แล้วแต่เธอชิ่งพูดก่อน แต่ฉันจะให้ย้ายมาเรียนที่มหา'ลัยเปิดนะ เธอจะได้ทำงานได้เต็มที ส่วนเรื่องเรียน เธอก็หาเวลาอ่านเอานะอลินชา” ถ้าหากให้หญิงสาวเรียนมหาวิทยาลัยปิดอย่างเดิมมีหวังเขาได้มีคู่แข่งแน่ อีกอย่าง ถ้าเรียนมหาวิทยาลัยปิด หญิงสาวจะมีเวลามาทำงานให้เขาได้อย่างไร
“ได้ค่ะพ่อเลี้ยง” หญิงสาวยอมทำตามแต่โดยดี ถ้าทำตามที่เขาว่า เธอก็จะได้ทำงานใช้หนี้หมดเร็วขึ้น ถึงจะไม่รู้ก็ตามว่าเมื่อไรจะหมด อีกอย่างเรื่องเรียนเธอก็เหลืออีกไม่กี่ตัวก็จะเรียนจบจึงไม่มีปัญหาอะไรที่จะย้ายมาเรียนมหาวิทยาลัยเปิด
“ว่าง่าย ๆ แบบนี้ฉันชอบอลินชา ว่าแต่เธอพร้อมจะเริ่มงานวันไหนล่ะ?”
“เริ่มพรุ่งนี้เลยก็ได้ค่ะพ่อเลี้ยง” อลินชาไม่อยากให้เวลาเลยผ่านไปเฉย ๆ จริงในใจเธออยากเริ่มวันนี้เลย แต่ตอนนี้เปลี่ยนใจแล้ว ก็ไอ้สายตาเจ้าเล่ห์แพรวพราวคู่นี้ของพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ทำให้รู้สึกหนาว ๆ อย่างไรไม่รู้ในตอนนี้
“Ok! ตกลงตามนี้นะ แล้วเธอรู้หรือยังว่าเธอต้องไปทำงานที่ไหน?”
“ยังเลยค่ะ เพราะตั้งแต่มาถึงฉันก็เดินดูแค่เรือนพิกุลค่ะ” จะไปรู้ได้อย่างไรก็ตั้งแต่มาไม่ได้ไปไหนเลย
“ถ้างั้นก็เดินตามฉันมาอลินชา”
พอเอ่ยจบพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ก็ลุกขึ้นเดินออกไปจากเรือนพิกุลทันที เพื่อจะพาหญิงสาวไปดูที่ทำงาน ซึ่งที่ทำงานที่เขาจะพาไปนั้นมันเป็นห้องทำงานส่วนตัวเขาที่บ้านหลังใหญ่ และเขาก็สั่งคนเอาโต๊ะทำงานของอลินชาเข้าไปเตรียมไว้แล้วส่วนโต๊ะทำงานของเลขาฯ จอมจุ้นอย่างไม้เมืองนั้นเขาให้คนงานย้ายไปอยู่อีกห้องหนึ่งข้าง ๆ ห้องทำงานของเขาถ้ายังให้ไม้เมืองนั่งทำงานร่วมห้องด้วยมีหวังทำอะไร ๆ ไม่สะดวกแน่ ชายหนุ่มจึงย้ายโต๊ะทำงานของเลขาฯ ไปไว้อีกห้องหนึ่งเสียเลย
เมื่อเห็นพ่อเลี้ยงพิพัฒน์เดินออกไป หญิงสาวก็รีบลุกขึ้นสาวเท้าเดินตามทันที
“ทำไมเดินช้านักอลินชา?” ทั้ง ๆ ที่หญิงสาวเดินตามมาติด ๆ ด้วยความอยากแกล้งเขาจึงหาเรื่องเธอขึ้นมาเสียเลย
“เปล่าค่ะพ่อเลี้ยง อลินแค่เดินคิดอะไรเพลินไปหน่อยเลยทำให้เดินตามมาช้าค่ะ”
ผู้ชายบ้าอะไร เห็นเดินตามมาติด ๆ ยังมาว่าอีก อย่าให้ถึงทีฉันก็แล้วกันจะแกล้งคืนให้สมใจเลย หญิงสาวบ่นในใจด้วยความหมั่นไส้พ่อเลี้ยง
“ถ้างั้นก็เดินตามฉันไปที่บ้านใหญ่เลย เธอจะต้องไปทำงานที่นั่น”
บ้านที่เขาว่านั้นอยู่ห่างจากเรือนพิกุลแค่ 20 เมตรเอง จึงใช้เวลาไม่นานนักในการเดิน และระหว่างทางที่เดินนั้นทั้งสองก็ไม่ได้ปริปากพูดกันเลยแม้แต่คำเดียวจนกระทั่งเดินมาถึงบ้าน
เมื่อเข้าไปข้างใน เขาก็พาหญิงสาวเดินไปที่ห้องทำงานของเขาที่อยู่ชั้นสองของบ้าน เมื่อเข้ามาในห้องทำงานแล้วเขาก็แนะนำงานให้เธอพร้อมกับชี้ให้หญิงสาวดูโต๊ะทำงานของตัวเองที่อยู่ตรงข้ามกับโต๊ะทำงานเขา
“อลินชา นี่คือบัญชีที่เธอจะต้องตรวจทุกสัปดาห์ ซึ่งแต่ละสัปดาห์เธอจะได้ตรวจแค่ครั้งเดียวคือวันศุกร์ ส่วนวันจันทร์ถึงวันพฤหัสบดี เธอก็คอยเป็นผู้ช่วยส่วนตัวฉัน ซึ่งผู้ช่วยของฉันที่ฉันหมายถึง ต้องทำงานทุกอย่างที่ฉันสั่งไม่ว่าจะเป็นงานอะไรก็ตามที่ฉันต้องการ ส่วนวันเสาร์อาทิตย์คือวันหยุดของเธอเพื่อที่จะได้อ่านหนังสือเรียนและพักผ่อน”
เมื่ออธิบายงานและหน้าที่ให้หญิงสาวฟังหมดทุกอย่างแล้วชายหนุ่มก็เอ่ยถามความเห็นจากเธอ
“อลินชาเธอจะตกลงไหม หรือว่าอยากแก้ไขอะไรก็เสนอฉันมาได้เลยนะ ฉันจะพิจารณาตามความเหมาะสมว่ามันสมควรที่จะปรับเปลี่ยนหรือไม่ แต่ถ้าเธอไม่ขัดข้องอะไรก็เอาตามที่ฉันพูดเลยไหมอลินชา?”
“ค่ะพ่อเลี้ยง เอาตามที่พ่อเลี้ยงว่าเลยค่ะ” หญิงสาวเห็นว่างานที่เขามอบหมายให้ทำนั้นมันไม่ได้ยากอะไร แต่ถ้าหญิงสาวจะสังเกตแววตาเจ้าเล่ห์ของพ่อเลี้ยงพิพัฒน์สักนิดก็จะรู้ว่างานที่เขาจะให้ทำนอกจากผู้ช่วยส่วนตัวแล้วมันยังมีอะไรแอบแฝงอยู่ในสายตาเจ้าเล่ห์คู่นั้น แต่ความไร้เดียงสาและอ่อนต่อโลกของเธอจึงตกเป็นเยื่อของเสือผู้หญิงอย่างพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ไปโดยปริยาย
“ว่าแต่เธอมีชื่อเล่นไหมอลินชา อลินชามันยาวไปฉันเลยอยากจะถามชื่อเล่นเธอเพื่อที่จะได้ไม่ต้องเรียกชื่อเต็ม ๆ ของเธอ?” เขารู้ว่าหญิงสาวมีชื่อเล่นว่าอะไร แต่ก็อยากรู้จากปากเธออีกที
“มีค่ะพ่อเลี้ยง ชื่อเล่นของฉันคืออลินค่ะ” ถึงจะแปลกใจอยู่นิดว่าทำไมพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ถึงต้องการรู้จักชื่อเล่นเธอทั้ง ๆ ที่เหตุผลเขามันฟังไม่ขึ้น แต่อลินชาก็เลือกที่จะบอกพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ให้จบ ๆ ไป
“ถ้างั้นวันนี้พอแค่นี้ก่อนนะอลิน เธอกลับไปพักผ่อนที่เรือนพิกุลเถอะ”
“ค่ะพ่อเลี้ยง งั้นอลินขอตัวก่อนนะคะ” อลินชาไม่รอให้เขาบอกเป็นครั้งที่สอง พอเอ่ยจบเธอก็รีบเดินออกจากห้องไปทันที โดยไม่กล้าเหลียวหลังกลับมาข้างในห้องเลย
“หึหึ อลิน เธอช่างดื้อรั้นจริง ๆ นะท่าทางดูไร้เดียงสามันช่างทำให้ฉันเจ็บปวดตรงความเป็นชายของฉันทุกครั้งที่เจอกัน ไม่ว่าจะเป็นครั้งแรกที่ฉันเจอ จนมาถึงวันนี้ที่เราได้เจอกันอีกครั้ง ความต้องการเธอของลูกชายฉันยังร้อนแรงเหมือนเดิม”
เมื่ออลินชาออกไปแล้วพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ก็พึมพำกับตัวเองคนเดียวอยู่ในห้องด้วยความอดกลั้น และคงจะอีกไม่นานความอดกลั้นในครั้งนี้ก็จะสิ้นสุดลง เมื่อตอนนี้อลินชาอยู่ใกล้แค่เอื้อมมือถึง
อลินชาเมื่อกลับมาเรือนพิกุล หญิงสาวก็รีบหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าถือขึ้นมาโทร.กลับบ้านไปหาพ่อทันทีเมื่อคิดได้ และรอไม่นานปลายสายก็รับ
“สวัสดีค่ะ” ปลายสายยังพูดไม่ทันจบคำดีเลยอลินชาก็พูดตัดขึ้นก่อน
“ฮัลโหล ป้าทิพย์ใช่ไหมคะ?” อลินชาจำเสียงของปลายสายได้ว่าเป็นใคร
“ค่ะป้าทิพย์เอง ว่าแต่ว่าคุณเป็นใครคะถึงได้รู้จักชื่อดิฉัน?” ป้าทิพย์จำเสียงของอลินชาไม่ได้ ด้วยความที่เป็นคนแก่เลยอาจมีหลง ๆ ลืม ๆ ไปบ้าง
“ป้าทิพย์คะ นี่อลินเองนะคะป้า” อลินชารู้ว่าป้าทิพย์แก่แล้วเลยอาจจะจำเสียงของเธอไม่ได้
“คุณหนูเองเหรอคะ ป้าขอโทษทีนะที่จำเสียงของคุณหนูไม่ได้จ้ะ”
“ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะป้าทิพย์ คืออลินอยากจะคุยกับคุณพ่อค่ะ ป้าทิพย์ช่วยเอาโทรศัพท์ไปให้คุณพ่อหน่อยได้ไหมคะ”
“ได้จ้ะ เดี๋ยวป้าจะเอาไปให้คุณอรัณ คุณหนูถือสายรอก่อนนะ”
และรอไม่นานป้าทิพย์ก็เอาโทรศัพท์เข้าไปให้พ่อของเธอในห้องทำงาน
“คุณอรัณคะ คุณหนูโทร.มาค่ะและอยากคุยกับคุณค่ะ” เมื่อขออนุญาตเข้ามาในห้องทำงานแล้วป้าทิพย์ก็รีบบอกผู้เป็นนายทันที
“เอามาเลยป้าทิพย์ ผมกำลังคิดถึงอลินอยู่พอดี” อรัณรีบบอกให้ป้าทิพย์เอาโทรศัพท์มาให้เขา ทั้ง ๆ ที่อลินชาเพิ่งจะออกจากบ้านไปยังไม่ข้ามวันเลยเขาก็คิดถึงซะแล้ว กว่าจะใช่หนี้หมดเขาไม่คิดถึงลูกจนกินอะไรไม่ลงจนล้มป่วยไปเลยหรือไรหนอ...
“อลินนี่พ่อเองนะ” เมื่อได้โทรศัพท์จากป้าทิพย์แล้วอรัณก็รีบพูดกรอกไปตามสายทันที
“ค่ะคุณพ่อ” อลินชาไม่รู้จะคุยกับใครเธอเลยเลือกโทร.มาหาอรัณ หญิงสาวเพิ่งรู้สึกเหมือนอยู่ตัวคนเดียวบนโลกก็วันนี้แหละ
“อลินมีอะไรให้พ่อช่วยเหรอ?” อรัณกลัวว่าลูกสาวจะมีเรื่องเลยถามออกไปแบบนั้น
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะคุณพ่อ อลินแค่อยากได้ยินเสียงคุณพ่อเฉย ๆ” อลินชาเอ่ยโกหกออกไป จะว่าไม่มีอะไรก็ได้ แต่จริง ๆ แล้วตอนนี้หญิงสาวสับสนกับความรู้สึกของตัวเองเหลือเกิน ไม่เข้าใจเลยว่าเวลาอยู่กับพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ทำไมหัวใจเธอเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ ทั้ง ๆ ที่มันไม่ได้มีอะไร ความรู้สึกแบบนี้เขาเรียกว่าอะไรกัน อลินชาอยากถามผู้เป็นพ่อนักแต่ก็กลัวพ่อจะสงสัยเอาเธอเลยเลือกไม่พูดดีกว่า
“ไม่มีอะไรก็ดีแล้วลูก ถ้ามีอะไรก็บอกพ่อได้เลยนะลูก” อรัณไม่อยากเซ้าซี้อลินชาด้วยความรู้จักนิสัยของลูกตัวเองเขาจึงไม่อยากซักมาก “แล้วงานเป็นยังไงลูก เขาให้ทำอะไรบ้าง?”
“พ่อเลี้ยงให้อลินทำบัญชีรายรับรายจ่ายในไร่ของพ่อเลี้ยงค่ะ เริ่มงานพรุ่งนี้ค่ะคุณพ่อ” อลินชาบอกแค่เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ถ้าบอกหมดมีหวังพ่อเธอมารับกลับบ้านแน่
“อืม...อลินก็ดูแลตัวเองดี ๆ นะลูก ตั้งใจทำงานนะ” อรัณเอ่ยด้วยความเป็นห่วง
“ค่ะคุณพ่อ คุณพ่อก็เช่นกันนะคะ” หญิงสาวก็ห่วงผู้เป็นพ่อเช่นกัน กลัวว่าระหว่างที่เธอทำงานอยู่ที่นี่ พ่อของเธอจะคิดมากไม่ยอมกินข้าวกินปลา
“คุณพ่อคะแค่นี้ก่อนนะคะเดี๋ยวอลินโทร.หาใหม่นะคะ”
“จ้ะ...ลูก”
“ค่ะคุณพ่ออลินรักคุณพ่อนะคะ คุณแม่สายหยุดด้วยค่ะ” รู้ทั้งรู้ว่าแม่เลี้ยงเกลียดแต่หญิงสาวก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี
ทางด้านอรัณหลังจากที่วางสายจากลูกสาวแล้วก็รู้สึกสงสารลูกสาวของตัวเองที่ต้องมาคอยใช้หนี้ให้ภรรยาของเขาทั้ง ๆ ที่จริงแล้วอลินชาไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้เลย แต่ก็อย่างว่าแหละอลินชาเป็นคนใจอ่อนขี้สงสารและยอมลำบากเองดีกว่าที่จะให้ทุกคนในบ้านไปลำบาก เมื่อไรนะ ภรรยาของเขาจะเห็นความดีของอลินชาสักที ทั้ง ๆ ที่ลูกเขาลงทุนทำเพื่อคุณนายสายหยุดขนาดนี้ แต่ภรรยาของเขาก็ยังไม่ยอมลดทิฐิในใจลงสักที วันไหนครอบครัวเขาจะได้มีความสุขเหมือนอย่างครอบครัวชาวบ้านเขาสักที