บทที่1. ที่ทำงานแห่งใหม่
พิชญ์สินี สิทธิเดชเดชาสาวใสใบหน้าหวานหยด เธอก้าวเดินด้วยสองเท้าที่มั่นคง มีความมั่นใจเต็มเปี่ยม เมื่อเดินตรงไปยังตัวอาคารโอ่อ่าตระการตาเบื้องหน้า “รามานเอ็นเตอร์ไพรส์” เมื่อเธอสมัครงานผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทข้ามชาติที่เขาลงประกาศรับสมัครพนักงานเอาไว้ ในตำแหน่งนางพยาบาลประจำห้องพยาบาลของบริษัท เป็นรายได้เสริมอีกทางที่หญิงสาวต้องการเพิ่มรายได้ให้ตัวเอง พิชญ์สินีเป็นเด็กกำพร้าเธอเติบโตขึ้นมาในสถานเลี้ยงเด็กแบบขาดแคลน ยามเมื่อมีโอกาสได้ร่ำเรียนทางสายอาชีพพยาบาล เธอจึงขยันและขวนขวายมากกว่าใครเพื่อน เพื่อจะเจียดเงินเดือนส่วนหนึ่งให้น้องๆ ที่สถานเลี้ยงเด็กที่เคยพำนักจนเติบใหญ่ เธออยากมีส่วนช่วยเหลือในการที่เด็กๆ ขาดแคลนเหล่านั้นจะได้มีโอกาสอันดีในโลกยุคปัจจุบันเหมือนกับที่เธอเคยได้รับโอกาสนั้นมา
“สวัสดีค่ะดิฉันมีนัดสัมภาษณ์งาน ไม่ทราบว่าดิฉันต้องไปติดต่อทางฝ่ายไหนคะ” หญิงสาวส่งซองจดหมายเรียกตัวมาสัมภาษณ์ให้ประชาสัมพันธ์คนสวยได้พิจารณาเป็นการยืนยัน
“สัมภาษณ์กับคุณทรรศนาเชิญชั้น3เลยค่ะ” สาวสวยประชาสัมพันธ์ยิ้มหวานส่งให้พิชญ์สินีด้วยความอัธยาศัยดีพร้อมทั้งชี้ทางให้ด้วยความกระตือรือร้น
“ขอบคุณค่ะ” พิชญ์สินีรับเอกสารคืนมา ก่อนเธอจะเดินไปตามทางที่ประชาสัมพันธ์บอกกล่าวไว้ให้ เพื่อไปรอการสัมภาษณ์จากหัวหน้าในหน่วยงานนั้น
ห้องโถงกว้าง โอ่อ่าสมกับเป็นบริษัทชั้นนำเกี่ยวกับการแปรรูปกาซธรรมชาติ การที่รัสเซียจับมือกับฝ่ายไทย ในการแปรรูปกาซธรรมชาติให้ได้ใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ หลังจากค้นพบแหล่งกาซธรรมชาติในจุดหนึ่งของประเทศไทยและรัสเซียเป็นผู้ประมูลได้สัมปทานนั้นมา บริษัทไทยรามานเอ็นเตอร์ไพรส์เปิดใหม่แต่มีทุนจดทะเบียนสูงสุด เพราะกาซที่แปรรูปได้กำลังเป็นที่ต้องการของทั่วโลก มีทั้งโครงการสร้างโรงถลุงแยกกาซและส่วนสำนักงาน บรรยากาศเงียบสงบเมื่อพนักงานทุกคนตั้งใจทำงานตามหน้าที่ ให้สมกับอัตราค่าจ้างที่สูงลิ่ว เมื่อนายทุนจากแดนไกลไม่เอาเปรียบลูกน้องใต้บังคับบัญชา
แววตาเด็ดเดียวและมุ่งมั่นประกอบกับคำพูดคำจามีหลักการ ทำให้ฝ่ายบุคคลตกลงปลงใจรับพิชญ์สินีเข้าทำงานในอัตราค่าจ้างที่หญิงสาวพอใจ หลังจากเซ็นสัญญาจ้างงาน ฝ่ายบุคคลจึงพาหญิงสาวไปดูสถานที่ทำงานแห่งใหม่ ในตัวอาคาร ห้องปฐมพยาบาลสะอาดสะอ้านมีเพื่อนร่วมงานหนึ่งคนประจำทำหน้าที่อยู่อย่างแข็งขัน
“ยินดีต้อนรับค่ะ...พี่ศรีนวลนะคะ ดีใจที่ได้เพื่อนร่วมงานหน้าตาสวยๆ มาอยู่เป็นเพื่อนค่ะ” พยาบาลสาวรุ่นพี่เอ่ยทักทายอย่างเป็นกันเอง หลังจากฝ่ายบุคลแนะนำให้รู้จักและขอตัวกลับไปทำงานหน้าที่ของตัวเองต่อ โดยปล่อยให้พิชญ์สินีทำความรู้จักกับเพื่อนร่วมงานเพียงลำพัง
“พิชญ์สินีค่ะ เรียกหนูแหวนก็ได้ค่ะพี่ศรีนวล”
“หนูแหวนเหรอคะ ชื่อน่ารักจังเลย” รุ่นพี่เอ่ยยิ้มๆ
“พวกพี่ๆ ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าตั้งให้น่ะค่ะ หนูแหวนโตมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนอีก” หญิงสาวบอกกล่าวอย่างไม่อายชาติกำเนิด เมื่อมันคือเรื่องจริงที่ตัวเองต้องยอมรับ... ว่าเธอตัวคนเดียวกลางโลกกว้าง ไร้ญาติพี่น้องเหมือนคนอื่นๆ
“เหรอคะน่าสงสารจัง แต่หนูแหวนเก่งนะที่เติบโตขึ้นมาอย่างมีคุณภาพ”
“คุณครูที่สถานเลี้ยงเด็กดุค่ะ เลยต้องทำตัวดีๆ หน่อยไม่อย่างนั้นจะไม่มีใครให้ความรัก”
“น่าตาสวยๆ แบบนี้คงไม่มีใครในโลก ที่ไม่รักหนูแหวนหรอกมั้งคะ”
“อิๆ ค่ะ”
“แล้วฝ่ายบุคคลให้หนูแหวนเริ่มงานได้เมื่อไรล่ะคะ” ศรีนวลเปลี่ยนเรื่องคุย เธอรู้สึกสงสารหญิงสาวตรงหน้าอย่างยิ่ง ถึงพึ่งจะรู้กันวันแรก แต่เธอก็รู้สึกเห็นใจและสงสาร เมื่ออีกฝ่ายต้องพบเจอความอ้างว้างมาตั้งแต่เยาว์วัย
“ต้นเดือนค่ะ หนูแหวนต้องเคลียร์งานที่ทำงานเก่าก่อนค่ะ ถึงจะมาเริ่มงานที่นี่ได้”
“ดีจัง พี่กำลังเหง๊าเหงา ห้องกว้างๆ แต่อยู่คนเดียว นิดาคนพยาบาลคนเก่าเขาลาออกกะทันหัน ดีนะว่าช่วงนี้งานไม่ยุ่งเท่าไร ไม่งั้นพี่คงจะแย่”
“อ้าว! ลาออกทำไมกันคะ เงินเดือนที่นี่ดีออกค่ะ หนูแหวนยังเสียดายเลยน่าจะมาตั้งแต่เพื่อนชวนครั้งแรกๆ แล้ว บอกปัดไปเพราะว่าตอนนั้นกำลังยุ่งกับที่ทำงานเดิม คนกำลังขาดและมีเจ้าหน้าที่ไม่พอนะค่ะ”
“เขาลาออกไปแต่งงานนะจ้ะ หนูแหวนเห็นไหมล่ะว่าที่ทำงานเรามีแต่ฝรั่งตาน้ำขาวเดินกันให้ขวักไขว่ นิดาเขาโชคดีที่เจ้านายชอบ เลยลาออกไปแต่งงานกับCEOคนเก่าที่มาคุมในโรงถลุง กลายเป็นคุณนายไปแล้วล่ะ พี่ยังเสียดายเลย...ว่าตัวเองไม่น่ารีบแต่งงานไวแบบนี้ ไม่อย่างนั้นคงมีสิทธิ์ลุ้นเมื่อคนที่มาห้องพยาบาลนะล้วนแล้วแต่คนหน้าตาดีๆ ตำแหน่งหน้าที่ก็ไม่ใช่น้อยๆ”
พิชญ์สินีคุยเรื่อยเปื่อยกับศรีนวลอยู่นาน เธอช่วยพยาบาลรุ่นพี่ทำงานที่พอช่วยได้อย่างไม่คิดเกี่ยงงอน จนมีเสียงร่ำลือกระฉ่อนไปทั่วบริษัทในเวลาไม่นาน หลังจากพิชญ์สินีกลับไปแล้ว ถึงความอ่อนโยนใจดีของพยาบาลใบหน้าหวานคนใหม่ ที่กำลังจะมาเริ่มงานที่บริษัทไทยรามานเอ็นเตอร์ไพรส์เร็วๆ นี้...
บ้านเช่ากลางเมืองใหญ่...
บ้านหลังน้อยที่พิชญ์สินีเช่าไว้อยู่อาศัยราคาไม่แพงนัก หญิงสาวจัดบ้านหลังน้อยเสียหน้าอยู่ ทำความสะอาดบ้านให้สะอาดสะอ้านจนดูน่าพักผ่อนน่ามอง ผู้หญิงตัวคนเดียวบนโลกใบใหญ่ไร้ญาติขาดมิตร มีเพียงพี่น้องร่วมโลกที่เติบโตมาพร้อมกันในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ทุกวันหยุดว่างๆ พิชญ์สินีจะไปคลุกอยู่ที่สถานเลี้ยงเด็ก ช่วยผ่อนแรงอาจารย์ผู้ดูแล ช่วยสอนหนังสือน้องๆ จนเป็นที่รักใคร่เอ็นดูของทุกคน
“เย้ๆ พี่หนูแหวนมา มีขนมเต็มเลย...” เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กน้อย ยามที่ชะโงกใบหน้าออกจากหน้าต่างห้องพัก พวกเขาทั้งหมดมองเห็นพิชญ์สินีเดินหิ้วถุงเต็มสองมือ พะลุงพะลังเต็มไปหมด เดินเข้ามาภายในบริเวณสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า
“ลงไปรับพี่หนูแหวนกันเถอะนะ ครูคะหนูไปช่วยพี่หนูแหวนถือของนะคะ” เสียงขออนุญาตกับประกายสายตาตื่นเต้นรุ้งแก้วสาวใหญ่ที่ดูแลเด็กๆ นับสิบคนจึงอนุญาตโดยดี เด็กๆ จึงวิ่งกรูลงไปรับพิชญ์สินีด้านล่างอย่างกระตือรือร้น เสียงวิ่งตึงตังโครมครามดังก้องจนสาวใหญ่ส่ายใบหน้าอย่างอ่อนอกอ่อนใจ
“พี่หนูแหวนคะ พวกหนูมาช่วย...” เสียงหัวเราะร่ากับการแย่งชิงสิ่งของในมือพิชญ์สินี เพื่อช่วยพี่สาวคนสวยถือถุงขนม ทำให้เกิดการจลาจลย่อมๆ พิชญ์สินีจึงกระซิบดุเสียงอ่อนๆ
“เบาๆ จ้ะ เกรงใจคนอื่นที่กำลังทำงานอยู่ เขาอาจจะเสียสมาธิเพราะเสียงดังๆ ของพวกเรา”
“ค่ะๆ ครับๆ” หลายเสียงรับคำแล้วจึงรีบหุบปากเงียบ ต่างกุลีกุจอช่วยหญิงสาวถือถุงใส่ของคนละมือละไม้ เดินนำหน้าพิชญ์สินีไปยังห้องทำงานของรุ้งแก้วอย่างรู้หน้าที่ สิ่งของที่มีคนใจบุญนำมาให้จะต้องถูกจัดสรรปั่นส่วนให้ทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน เพื่อความเสมอภาคกับทุกๆ คน แม้จะอยากได้ใจแทบขาดก็ต้องอดทนรอ เมื่อทุกๆ คนล้วนแล้วแต่ขาดและต้องการอยากได้อยากมีเหมือนๆ กัน
“สวัสดีค่ะครู” หญิงสาวประนมมือไหว้ทำความเคารพรุ้งแก้วด้วยความเคารพนับถือ
“คราวนี้อะไรอีกล่ะหนูแหวน ดูซิขนซื้อมาเสียมากมายก่ายกอง อดข้าวอดปลาจนผอมแทบจะปลิวลมอยู่แล้ว ไม่ต้องเป็นห่วงเด็กๆ พวกนี้หรอก อยู่ที่นี่ยังไงก็มีข้าวกิน” รุ้งแก้วมองถุงใส่สิ่งของที่เด็กแสบทะโมนทั้งหลายนำมากองวางไว้ตรงด้านหน้าด้วยสายตาอ่อนโยน
“นิดหน่อยเองค่ะครู หนูแหวนกลัวน้องๆ จะไม่มีใช้ คราวที่แล้วระบายสีลงสมุด ดินสอสีก็สั้นกุดจนแทบจะไม่สีเหลืออยู่พอให้ระบายได้ พอดีกับที่ห้างสรรพสินค้าลดราคาลงมามากอยู่นะคะ หนูแหวนกับเพื่อนๆ จึงรวบรวมหามาให้ จะได้มีใช้ไม่ต้องแย่งกัน”
“ใจดีกับพวกทะโมนตามเคย หาอะไรดีๆ กินบ้างเถอะนะหนูแหวน ครูเป็นห่วง ไม่ต้องอดเพื่อให้พวกนี้มีกินมีใช้หรอกนะ ที่นี่ยังมีผู้คนใจบุญแวะเวียนเข้ามาบริจาคอยู่เรื่อยๆ”
“น้องๆ หนูแหวนทั้งนั้นนะค่ะ หนูแหวนไม่มีใครก็มีแต่พวกน้องๆ เท่านั้น ไม่ต้องเป็นห่วงหนูแหวนหรอกค่ะครู หนูแหวนได้งานใหม่แล้ว เงินเดือนแพงมากๆ คงสามารถปันส่วนมาให้ครูเพิ่มขึ้น น้องๆ จะได้มีความเป็นอยู่ดีขึ้นกว่าเดิม”
“อ้าวเหรอ! ที่ไหนล่ะหนูแหวน งานหนักมากหรือเปล่า”
“บริษัทไทยรามานเอ็นเตอร์ไพรส์ค่ะ งานไม่หนักอะไรค่ะมันเป็นบริษัทของชาวต่างชาติรู้สึกเจ้าของจะเป็นคนรัสเซีย แค่จ่ายยาในห้องพยาบาลและทำแผลเล็กๆ น้อยๆ”
“คุณอเล็คซานเดอร์ต้องการอะไรเพิ่มเติมจากที่ทางบริษัทจัดหาไว้ให้อีกหรือเปล่าครับ ติดต่อผมได้ทางมือถือเลยนะครับ ผมจะเป็นบัดดี้ให้คุณจนกว่าคุณจะคุ้นเคยกับเมืองไทย” ภาทรกล่าวด้วยรอยยิ้ม เขามีความจริงใจให้เจ้านายคนใหม่ ที่มีเสียงเล่าลือมาตั้งแต่เจ้าตัวยังเดินทางมาไม่ถึง เกี่ยวกับรูปโฉมปานเทพบุตรและเสน่ห์อันล้นเหลือ เมื่อพบเจอตัวจริงเป็นๆ ชายหนุ่มคิดว่าสมญานามที่ถูกกล่าวขานเล่าลือมาไกลยังน้อยไปด้วยซ้ำ เมื่ออเล็คซานเดอร์สง่างามสมชายชาตรี บุคลิกดีสมกับอาชีพเก่าก่อนที่ชายหนุ่มเคยทำมา ตั้งแต่มีคำสั่งแต่งตั้งจากเบื้องบน สาวๆ ทุกคนในไทยรามานเอ็นเตอร์ไพรส์ก็ตั้งตารอ เมื่อข่าวคราวที่กระเซ็นมาให้ได้ยินได้ฟัง ถึงโผรายชื่อ CEO นั้นมีชื่อของอเล็คซานเดอร์เกาะอยู่ในกลุ่มนั้นด้วย จึงมีสาวน้อยหลายคนรออย่างมีความหวังว่าจะมีซักครั้งที่ได้อยู่ในอ้อมกอดทรงเสน่ห์ของอเล็คซานเดอร์ เชอร์ราวิน
“อืม ขอบใจนะ ตอนนี้คงยังก่อน ขอผมพักซักวันสองวันก่อนนะ แต่ว่าผมต้องไปรายงานตัวที่บริษัทตอนไหนนี่ หมายกำหนดการยังส่งมาไม่ถึงมือผมเลย ผมรีบเดินทางมาแบบกะทันหันนะ” ชายหนุ่มถามไถ่ด้วยความอยากรู้เมื่อคำสั่งด่วนส่งให้แบบกะทันหัน จนตั้งตัวไม่ทัน
“คุณสะดวกวันไหนก็ได้ครับ ตามกำหนดคุณต้องเข้ารับตำแหน่งภายในอาทิตย์หน้า คุณว่างก็ติดต่อมาหาผมได้เลย ผมจะเข้ามารับคุณไปบริษัท ตอนนี้คุณพักผ่อนไปก่อนก็ได้ครับ”
“ได้ อีกสองสามวันก็แล้วกัน ไม่ไหวนั่งเครื่องนานกว่า 9 ชั่วโมงผมเกือบจะแย่ อึดอัดแทบตายในห้องแคบๆ บนเครื่อง” ชายหนุ่มก่นว่าอย่างหัวเสีย เมื่อสรีระในร่างกายตัวเองใหญ่โตกว่าใครๆ ช่วงขาเพรียวยาวจนนั่งในชั้นปรกติไม่ได้ แต่เมื่อคำสั่งเร่งด่วนชายหนุ่มจึงเร่งเดินทางมาประเทศไทย เขาเลยต้องเลือกชั้นปรกติเพราะเครื่องเต็มจนเขาต้องนั่งขดตัวอยู่ในเก้าอี้แคบๆ ทรมานร่างกายมากกว่า 9 ชั่วโมง
ห้องชุดสุดหรูในคอนโดกลางกรุงเทพฯ โอ่อ่าและทันสมัย มองดูแล้วเหมือนย่อส่วนบ้านหลังเล็กๆ หนึ่งหลังเข้ามาไว้ในห้องชุด ชายหนุ่มเอนกายนอนกลางที่นอนหนา วาดแขนขายาวๆ กางเหยียดเต็มเตียง เขาพริ้มเปลือกตาหลับลงอย่างอ่อนเพลีย เมื่อภารกิจก่อนหน้านี้ ชายหนุ่มกำลังเดินสำรวจพื้นดินในประเทศห่างไกลความเจริญ ถิ่นธุระกันดานขาดแคลนน้ำ จากนายแบบค่าตัวแพงลิบและมีคิวงานยาวเป็นปีๆ เมื่อเกิดความเบื่อหน่ายในแสงสี และความจอมปลอมของโลกมายาเต็มขีดความอดทน อเล็คซานเดอร์จึงหันหลังให้วงการอย่างถาวร หลังจากเคลียร์งานชิ้นสุดท้ายจบลง เขาปิดฉากชีวิตสำรวยเป็นพ่อพวงมาลัยลอยไปและลอยมา หันมาจริงจังกับการทำมาหากินเหมือนคนปรกติ
เพื่อนสนิทของอเล็คซานเดอร์ ยอดชายนายรามาน กูลคาซอฟเจ้าของรามานเอ็นเตอร์ไพรส์ นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จแต่ยังหนุ่มฉกรรจ์และเป็นเพื่อนสนิทของอเล็คซานเดอร์ เขาเป็นเพื่อนคนเดียวที่ร่วมหัวจมท้ายกันมาตั้งแต่สมัยเป็นนักศึกษา ชายหนุ่มเบื่อหน่ายวงการมายาเข้าเส้นเลือด เบื่อการสวมหน้ากากเข้าหากันและเบื่อบรรดาผู้หญิงที่วิ่งไล่ตามอย่างกระหายหิว เมื่อรามานเสนองานที่ต้องห่างไกลผู้คน อเล็คซานเดอร์จึงตอบรับโดยไม่ต้องคิด ชายหนุ่มฝังตัวสำรวจแผ่นดินในประเทศต่างๆ หาแหล่งกาซธรรมชาติให้กับรามานเอ็นเตอร์ไพรส์ และจากไปหลังงานสำรวจเสร็จเรียบร้อย
ขนาดหนวดเครารกรุงรังรกเต็มใบหน้า ฟรีลาโมนในร่างกายของเขาก็ยังทำงานเหมือนเดิม ทุกถิ่นที่ที่ชายหนุ่มแวะเยี่ยมเยียน ทุกๆ ที่จะพัวพันกับผู้หญิงไม่เคยขาด ตั้งแต่นักวิเคราะห์สาวสวยแสนเย่อหยิ่ง จนถึงพนักงานเอกสารตัวเล็กๆ ในขบวนสำรวจที่ทุกคนยอมพลีกายให้อเล็คซานเดอร์ด้วยความเต็มใจ หลังเผลอตัวสบสายตาสีเขียวมรกตเจ้าเสน่ห์ของชายหนุ่มพวกเธอมักตกบ่วงเสน่ห์ของเขาจนยากที่จะถอนตัว มันจึงทำให้อเล็คซานเดอร์รู้สึกเหยียดผู้หญิงมากขึ้น ไม่ว่าจะผู้หญิงคนไหนก็ล้วนแล้วแต่ได้มาครอบครองอย่างง่ายดาย ชายหนุ่มจึงใช้ชีวิตหนุ่มอย่างเสเพลเต็มที่และอย่างสนุกสนาน เมื่อเตียงนอนอุ่นๆ ของเขาไม่เคยขาดแคลนผู้หญิงมานอนแนบข้าง
ก่อนที่อเล็คซานเดอร์จะหลับสนิท เสียงกังวานก้องของรามานลอยเข้ามาในหัวสมอง “คุณคงไม่หลงเสน่ห์สาวไทยไปอีกคนนะ อเล็คซานเดอร์ นิโคไลยอมเออรี่รีไทร์ก่อนเวลา เพราะหลงเสน่ห์สาวไทยเสียอยู่หมัด ผมไม่อยากเสียคนฝีมือดีๆ ไปอีกคน หวังว่าการไปครั้งนี้ของคุณ คุณจะกลับมารัสเซียเหมือนเดิมทุกอย่าง อย่าเผลอตัวเผลอใจเอาหัวใจไปโยนทิ้งที่ไทยแลนด์อีกคนล่ะ โชคดีอเล็คซานเดอร์...”