“ขอบคุณค่ะพี่ต้น แต่แสนไม่เป็นอะไรจริงๆ ค่ะ อีกอย่างวันนี้แสนได้หยุดครึ่งวันด้วยค่ะ”
หญิงสาวยิ้มกว้าง แต่ต้นกล้าหาได้รู้สึกดีขึ้นไม่ เขาเป็นห่วงแสนรักเหลือเกิน ผู้หญิงตัวเล็กๆ ต้องแบกรับภาระทุกอย่างภายในบ้านหลังนี้ ตั้งแต่ค่าอยู่ค่ากินของสามชีวิต ค่าเล่าเรียนของกิ่งดาวที่เรียนมาไม่รู้กี่ปีก็ไม่ยอมจบสักที แล้วไหนจะค่าใช้จ่ายที่กันเกราผู้เป็นแม่คอยไถเอาไปถลุงในบ่อนการพนันอีก เขาล่ะเหนื่อยใจเหนื่อยกายแทนแสนรักจริงๆ แต่พอจะหยิบยื่นเงินทองช่วยเหลือเจ้าหล่อนก็ปฏิเสธเสียงแข็งเสียทุกครั้งไป และนั่นก็ทำให้เขาไม่กล้าที่จะช่วยเหลือหล่อนด้วยเงินทองอีก ทำได้แค่เพียงคอยดูแลอยู่ห่างๆ เท่านั้นเอง
“ได้หยุดงานครึ่งวันในรอบสามปีใช่ไหมล่ะ”
แสนรักรู้ดีว่าชายหนุ่มประชด แต่หล่อนก็ยังยิ้ม
“ความจริงแสนไม่อยากหยุดงานหรอกค่ะ แสนอยากทำงานทุกวันนั้นแหละ แสนอยากได้เงิน”
“งั้นไปทำงานที่บริษัทเพื่อนของพ่อพี่สิเดี๋ยวพี่จัดการให้ รับรองว่าแสนจะสบายกว่านี้ และได้เงินมากกว่านี้ด้วย”
นี่เป็นเรื่องที่เขาเอ่ยปากกับแสนรักมาหลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมหญิงสาวถึงได้ปฏิเสธที่จะไปทำงานกับเขานัก ทั้งๆ ที่งานดีกว่า เงินดีกว่า และที่สำคัญไม่ต้องเหนื่อยทำงานทั้งกลางวันกลางคืนแบบนี้ด้วย
“แสนจบแค่มอหกพี่ต้นก็รู้...”
“ที่แสนต้องจบแค่มอหกก็เพราะถูกแม่ของตัวเองให้ออกจากมหาวิทยาลัยทั้งๆ ที่แสนเอ็นทรานซ์ติด”
“แต่แสนยินดีทำเพื่อแม่เพื่อน้องค่ะ”
“แสนยินดีแต่พี่เสียดายแทนแสนนะ”
ต้นกล้าคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาทีไรก็อดเสียดายและโกรธเคืองกันเกราและกิ่งดาวแทนแสนรักไม่ได้ แสนรักอุตส่าห์เอ็นทรานซ์ติดในมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของเมืองไทยแล้ว แต่เข้ามาเรียนได้แค่ไม่ถึงเดือนก็ถูกกันเกราแม่แท้ๆ สั่งให้หยุดเรียน โดยให้เหตุผลว่าไม่มีเงินส่งเสีย พอเขาจะยื่นมือเข้าไปช่วยโดยการหาทุนการศึกษาให้กันเกราก็ยังปฏิเสธอีก โดยบอกว่าแสนรักจะต้องทำงานส่งกิ่งดาวเรียน เขาพยายามช่วยเหลือทุกอย่างแต่สุดท้ายแสนรักก็เชื่อฟังคำสั่งของกันเกรายอมออกจากมหาวิทยาลัยทั้งน้ำตา เขารู้ว่าหญิงสาวเสียใจมากที่ไม่ได้เรียนหนังสือต่อ แต่หล่อนพยายามที่ซ่อนมันเอาไว้ภายในรอยยิ้มเศร้าๆ ของตัวเอง
ทำไมถึงแสนดีแบบนี้นะแสนรัก
ต้นกล้าคิดในใจขณะจ้องหน้าของหญิงสาวที่งดงามทั้งกายและใจเบื้องหน้า รอยยิ้มของหล่อนเหมือนสายธารที่ชโลมลงบนหัวใจแห้งแล้งของทุกคน เขาก็ได้แต่หวังว่าความดีของแสนรักจะทำให้ทั้งแม่และน้องสาวของหล่อนมองเห็นสักวัน
“พี่ต้น... แสนสบายดีจริงๆ ค่ะ แค่เห็นแม่เห็นน้องมีความสุข แสนก็มีความสุขแล้ว”
คนฟังถอนใจออกมาเบาๆ อย่างยอมแพ้ ทำไมนะคนดีถึงได้ดีมากมายขนาดนี้ แต่เวลาคนที่มันเลวมันร้ายมันถึงได้ชั่วระยำนักอย่างเช่นกิ่งดาวยังไงล่ะ
“ก็เพราะแสนเป็นคนดีอย่างนี้ไงพี่ถึงรักแสนมาก...”
แสนรักระบายยิ้มเศร้าๆ มองหน้าคู่สนทนา
“พี่ต้น... แสน... แสนอยากจะบอกว่า...”
ต้นกล้ารู้ดีว่าหญิงสาวจะพูดอะไรออกมา เขาไม่อยากจะฟัง ดังนั้นเขาจึงหยุดหล่อนเอาไว้ด้วยคำพูดที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด
“อย่าพูดเลยแสน พี่รู้ดีว่าแสนจะพูดอะไรออกมา ขอให้พี่หวังของพี่ไปอย่างนี้เถอะนะ”
มือบางยื่นมากุมมือหนาของผู้ชายตรงหน้า แสนรักยิ้มหวานให้กับเขา โดยหารู้ไม่ว่าแค่รอยยิ้มของหล่อนก็สามารถทำให้ต้นกล้าสะเทือนไปถึงหัวใจได้แล้ว หล่อนสวยงามราวกับนางฟ้า ดวงหน้างดงามขาวสะอาดไร้การแต่งแต้มใดๆ อย่างสิ้นเชิง ดวงตากลมโตดำขลับหวานฉ่ำอยู่ในกรอบของขนตาที่ทั้งยาวทั้งงอน จมูกโด่งเชิดพองาม กลีบปากอิ่มเต็มสีแดงสด ไม่ต้องแต่งแต้ม ไม่ต้องเติมเต็มอะไรเลย เพราะแสนรักงดงามปานนางสวรรค์ตลอดเวลาอยู่แล้ว ต้นกล้าเต็มไปด้วยความรักความห่วงใยให้กับหญิงสาว
“พี่ต้น... แสนอยากให้พี่ต้นมองน้องกิ่งบ้าง”
ชายหนุ่มหน้าบูดบึ้งลงทันทีเมื่อนึกถึงผู้หญิงอีกคนหนึ่ง เขารู้มาตลอดว่ากิ่งดาวหลงรักเขา และจ้องจะงาบเขาทุกเวลาแต่กระนั้นเขาก็ฝืนใจมองยายแม่มดตนนี้ไม่ได้ ผู้หญิงเอาแต่ใจ ขี้อิจฉาริษยา เขาชายตาแลไม่ลงจริงๆ
“พี่รู้ว่าแสนไม่ได้รักพี่ แต่ได้โปรดอย่ายัดเยียดพี่ให้กับคนอื่นเลยนะแสน”
“แต่กิ่งรักพี่ต้นนะคะ”
“แสน... อย่าทำร้ายพี่มากไปกว่านี้เลย ได้โปรดเถอะ”
คำวิงวอนของผู้ชายตรงหน้าทำให้แสนรักเต็มไปด้วยความละอายใจ ใช่ว่าหล่อนอยากจะพูด อยากจะขอร้องเขาแบบนี้ แต่มันเป็นความต้องการของกิ่งดาว กิ่งดาวบอกให้หล่อนอยู่ห่างๆ ต้นกล้า เพราะกิ่งดาวสนใจและต้องการครอบครองต้นกล้า ซึ่งหล่อนเองก็พยายามหลีกทางให้ แต่ดูเหมือนว่ากิ่งดาวจะยังไม่พอใจ เพราะกิ่งดาวยังบังคับให้หล่อนพูดให้ต้นกล้ายอมรับความรักของกิ่งดาวอีกด้วย
“แสนขอโทษค่ะพี่ต้น... แสน... คือแสน...”
“พี่รู้ว่าแสนลำบากใจมากแค่ไหน พี่เข้าใจทุกอย่างดี...”
ชายหนุ่มคว้ามือบางขึ้นมากุมเอาไว้แน่น
“เพราะกิ่งดาวคือน้องของแสน แสนถึงต้องยอมทำทุกอย่างเพื่อเธอ”
แสนรักพูดไม่ออกเพราะสิ่งที่ต้นกล้าพูดมันคือความจริงทุกอย่าง
“แต่ถึงพี่จะรักแสนมากแค่ไหน แต่พี่ก็ทำใจให้รักกิ่งดาวไม่ได้ เพราะหัวใจของพี่มีเพียงผู้หญิงที่ชื่อแสนรักเพียงคนเดียวเท่านั้น เข้าใจพี่นะแสน...”
หญิงสาวก้มหน้าน้อยๆ ด้วยความรู้สึกหนักอึ้งในอก ก่อนจะรับคำออกมา
“แสนเข้าใจค่ะพี่ต้น หัวใจ... หัวใจมันบังคับกันไม่ได้...”
เหมือนกับที่หล่อนไม่สามารถบังคับให้มันรักต้นกล้าได้นั่นเอง
ต้นกล้ายิ้มและยังกุมมือบางของแสนรักไม่ปล่อย ซึ่งจังหวะนั้นเองกิ่งดาวที่พึ่งกลับมาบ้านหลังจากไปนอนค้างอ้างแรมกับคู่รักก็มาเห็นเข้าพอดี หญิงสาวกำมือแน่น เล็บคมๆ จิกลงบนฝ่ามือจนเลือดซึม ดวงตาเต็มไปด้วยความชิงชัง ในขณะที่หัวใจร้อนรุ่มไปด้วยไฟแห่งความริษยา
“นังสารเลว เพราะแกพี่ต้นถึงได้มองข้ามฉันไป!”
กิ่งดาวเค้นเสียงริษยาในลำคอเบาๆ หล่อนยืนสงบสติอยู่นานหลายอึดใจก็ปรับสีหน้าเป็นยิ้มแย้มและเดินตรงเข้าไปหาคนทั้งคู่ทันที
“อ้าวพี่ต้นกลับมาจากอเมริกาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ กิ่งไม่ทราบเลยนะเนี่ย ถ้าทราบคงรีบไปรับที่สนามบินแล้ว”
เสียงแหลมที่ดัดให้หวานทำให้แสนรักต้องรีบดึงมือออกจากการเกาะกุมของต้นกล้าทันที จากนั้นก็หันไปมองน้องสาวที่เดินตรงเข้ามาหาด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด
“น้องกิ่ง...”
“ทำไมต้องทำหน้าเหมือนเห็นผีแบบนั้นด้วยล่ะพี่แสน ฉันน้องสาวสุดที่รักของพี่นะ”
“เอ่อ ปละ เปล่าจ้ะ ว่าแต่น้องกิ่งเถอะ ทานข้าวมาหรือยัง”
แสนรักถามด้วยความห่วงใย แต่ก็ต้องรีบก้มหน้าเมื่อเห็นสายตาดุดันของน้องสาวที่มองมา
กิ่งดาวถลึงตาใส่แสนรักเสร็จก็หันไปจีบปากจีบคอพูดกับต้นกล้า ซึ่งชายหนุ่มก็ได้แต่ทำหน้าเบื่อหน่ายออกมาเพียงเท่านั้น
“พี่ต้นขึ้นบ้านก่อนสิคะ กิ่งมีเรื่องอยากคุยกับพี่น่ะ ไม่ได้เจอกันมาตั้งสามปีแน่ะ”
ยังหล่อเหลาเหมือนเดิม กิ่งดาวคิดประโยคนี้ต่อท้ายในใจ พลางมองชายหนุ่มด้วยสายตาปานจะกินเข้าไปทั้งตัว
ต้นกล้าถอนใจออกมาอย่างรำคาญ
“คงไม่ได้หรอกครับ พี่กำลังจะกลับพอดี”
“แหม พอกิ่งมาก็จะกลับเลยสินะคะ คงคุยกับพี่แสนสมใจแล้วสิ”
คำพูดประชดประชันแกมเดือดดาลของกิ่งดาวทำให้แสนรักต้องรีบปฏิเสธ
“ไม่ใช่นะน้องกิ่ง พี่กับพี่ต้นไม่ได้...”
“หุบปากไปเลย! ฉันไม่ได้อยากคุยกับแก”
กิ่งดาวตวาดออกมาลั่นอย่างลืมตัว พอคิดได้ก็รีบยิ้มและหันไปจีบปากจีบคอพูดกับต้นกล้าอีกครั้ง
“พี่ต้นขา อยู่คุยกับกิ่งก่อนนะคะ”
“พี่มีธุระต้องไปทำงาน ขอตัวก่อนนะ”
ชายหนุ่มแกะมือปลาหมึกของกิ่งดาวออกจากตัวด้วยท่าทางรังเกียจที่ปิดไม่มิด จากนั้นจึงหันไปยิ้มให้กับแสนรักที่ยืนหน้าซีดเผือดอยู่
“พี่กลับก่อนนะแสน”
“ค่ะ พี่ต้น ขับรถดีๆ นะคะ”
ต้นกล้ายิ้มให้กับแสนรักอีกครั้งจากนั้นก็รีบเผ่นแน่บออกไปจากรั้วบ้านอย่างรวดเร็วเพราะความรำคาญและชิงชังที่มีต่อกิ่งดาวก็ทำให้เขาลืมไปสนิทเลยว่าผู้หญิงที่ตัวเองรักจะต้องพบเจอกับอะไรบ้างหลังจากคล้อยแผ่นหลังของเขาไป
“ดูท่าทางพี่ต้นจะยังรักพี่แสนอยู่เหมือนเดิมนะ”
แม้มันจะเป็นประโยคบอกเล่าธรรมดา แต่กระแสเสียงของกิ่งดาวก็ทำให้แสนรักรู้ว่าคนพูดนั้นกำลังรู้สึกเดือดดาลและไม่พอใจมากแค่ไหน
“คือ... ไม่ใช่... แบบนั้นหรอก...”
“ไม่ใช่เหรอ?”
กิ่งดาวแค่นยิ้มร้ายกาจ และเดินมาหยุดตรงหน้าของแสนรัก จากนั้นก็จ้องหน้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังไม่ปิดบัง
“อย่ามาตอแหลนังแสนรัก อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ว่าแกให้ท่าพี่ต้นเขายังไง”
“พี่ไม่ได้ทำแบบนั้นนะน้องกิ่ง ไม่ได้ทำ...”
“อย่ามาตอแหล! ถ้าไม่ได้ทำ แล้วพี่ต้นจะหลงแกหัวปักหัวปำแบบนี้หรือไง นังแพศยา นังผู้หญิงร่าน ชื่อเสียๆ ของแกน่ะมันกระฉ่อนไปทั่วหมู่บ้านแล้วรู้หรือเปล่า...”
คนถูกกล่าวหาน้ำตาไหลทะลักออกมา พยายามอธิบาย
“พี่... พี่ไม่ได้ทำอย่างนั้นนะน้องกิ่ง พี่ไม่เคย...”
“โกหก! อมพระมาทั้งโบสถ์ยังไม่มีใครเชื่อคำพูดเน่าๆ ของแกเลย”
กิ่งดาวยิ้มเยาะอย่างสะใจ ขณะใช้สายตากวาดมองไปทั่วร่างของแสนรักตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าซ้ำไปซ้ำมาอย่างดูถูกดูแคลน
“ร่างกายเน่าๆ ของแก... ให้ผู้ชายฟันมากี่คนแล้วล่ะ”
คนฟังเต็มไปด้วยความเจ็บปวดทรมาน ใครกี่คนว่าหล่อน หล่อนไม่เคยใส่ใจเพราะหล่อนไม่ได้เป็นอย่างที่คนพวกนั้นพูด แต่นี่น้องสาวที่หล่อนรักมากอย่างกิ่งดาวประณามหล่อนแบบนี้ หล่อนเจ็บปวดเหลือเกิน เจ็บไปทั่วทั้งหัวใจ หล่อนอยากให้กิ่งดาวเข้าใจ แต่แน่นอนว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้ เพราะกิ่งดาวประกาศชัดเจนว่าเกลียดหล่อน เกลียดพี่สาวอย่างหล่อนคนนี้
“น้องกิ่ง... พี่ไม่เคย...”
“ไม่เคย...”
กิ่งดาวหัวเราะเยาะสะใจ พลางเดินวนไปมารอบร่างกายอรชรที่สวยไปทุกสัดส่วนตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าด้วยความอิจฉา ทั้งๆ ที่แสนรักไม่เคยได้แตะต้องโลชั่นหรือครีมบำรุงผิวดีๆ ดังเช่นหล่อนเลย แต่แสนรักก็ยังมีผิวพรรณที่ผุดผาดได้อย่างน่าอัศจรรย์ ตรงกันข้ามกับหล่อนที่ไม่ว่าจะชโลมครีมแพงระยับแค่ไหน หน้าตาผิวพรรณของหล่อนก็หาได้เทียบเทียมเท่ากับแสนรักได้ไม่ และนี่แหละคือเหตุผลที่หล่อนทั้งเกลียดทั้งชังนังพี่สาวแสนสวยคนนี้สุดหัวใจ