“น้องตาหวานสวัสดีคุณอาพงศ์ หรือยังลูก” คุณพ่อถามพลางส่งสายตาดุให้ หากเธอไม่ทำตาม
“ตาหวานสวัสดีผมแล้วครับพี่อิฐ น้องน่ารักจังเลยครับ หน้าตาดีเหมือนพี่อิฐอย่างกะ Copy paste กันมาเลยนะครับ” ชายหนุ่มเอ่ยเย้ารุ่นพี่ที่ห่างกันกว่า 5 ปี อย่างสนิทสนม
“ธรรมดา คนมันหน้าตาดีกันทั้งบ้านเว้ย แล้วเมื่อไหร่แกจะมีเป็นของตัวเองซะทีละจะได้ไม่ต้องมาคอยชมลูกคนอื่นเขาแบบนี้ หึๆ”
“ผมยังไม่คิดไปไกลขนาดนั้นหรอกครับ เพิ่งจะ 25 เอง ยังใช้ความโสดไม่คุ้มเลย”
“เออ มัวแต่สนุกสนานไปวันๆ ชีวิตคนเรามันไม่แน่ไม่นอนนะ จะทำอะไรก็รีบๆ ทำ จะตายวันตายพรุ่งยังไม่รู้เลย” อิทธิวัฒน์เอ่ยเรียบๆ อย่างไม่แสดงอารมณ์ใด แต่กลับเรียกสีหน้าตระหนกให้เกิดกับพงศกร
“ทำไมพี่อิฐพูดแบบนั้นล่ะครับ ไม่เป็นมงคลเลย” ชายหนุ่มติงเสียงขรึม
“พี่ก็พูดไปเรื่อยเปื่อยไม่มีอะไรหรอกน่าพงศ์ แกคิดมากไปได้” หนุ่มรุ่นพี่กล่าวตอบเสียงเรียบก่อนจะหันไปมองลูกสาวที่นั่งปั้นดินน้ำมันเล่นอยู่บนพื้นพรมของห้องรับแขก ใกล้ๆ กับโซฟาที่เขาและพงศกรคุยกันอยู่ โดยที่เด็กน้อยไม่ได้รับรู้เรื่องที่ผู้ใหญ่กำลังคุยกันอยู่เลย
“ตาหวานมาหาพ่อซิลูก”
ร่างเล็กผละจากของเล่นในมือและถลามาหาคุณพ่ออย่างรวดเร็ว สาวน้อยปืนขึ้นไปนั่งบนตักคุณพ่อ ก่อนจะยื่นหน้าเล็กๆ ของตนไปหอมแก้มสากของบิดาซ้ายทีขวาทีอย่างที่เคยทำเป็นประจำเวลาที่คุณพ่อกลับมาจากที่ทำงาน และพาเธอเข้านอน
“ทำไมหนูถึงเดินมาพร้อมกับอาพงศ์ได้ละลูก ไปเจอกันตรงไหน” ถามพลางลูบศีรษะเล็กเบาๆ อย่างอ่อนโยน แววตาเต็มไปด้วยความรักใคร่
เด็กหญิงก้มหน้าลงอย่างกลัวๆ เธอรู้ว่าคุณพ่อรักและเป็นห่วงเธอมาก ท่านจะไม่สบายใจเลย เวลาที่เห็นเธอเจ็บป่วยแม้จะเล็กน้อย หรือเล่นซนจนเกือบได้รับอันตราย หากท่านรู้ว่าเธอแอบปีนต้นไม้ เธอคงไม่แคล้วโดนดุแน่ๆ แต่อย่างไรก็ตาม การสารภาพและยอมรับความจริงก็เป็นสิ่งที่เธอทำตลอดมา ครั้งนี้ก็ต้องเป็นอย่างนั้นเช่นกัน
“ตาหวานปีนต้นไม้ไปช่วยแมวน้อย แล้วเกือบตกลงมา แต่พอดีว่าอาพงศ์ช่วยเอาไว้ได้ทันค่ะ คุณพ่อ” เสียงอ่อยๆ เอ่ยเล่า พลางเรียกคุณพ่อเสียงอ้อน
“น้องตาหวาน!” อิทธิวัฒน์เรียกบุตรสาวคนเดียวเสียงเข้ม ขณะพยายามข่มอารมณ์โมโหปนห่วงใยไว้อย่างสุดคณา
พงศกรทนมองภาพเด็กหญิงตัวน้อยนั่งก้มหน้า น้ำเสียงสั่นๆ เหมือนจะร้องไห้ไม่ไหว จึงเอื้อมมือไปอุ้มร่างเล็กมาวางบนตักของตน ก่อนจะหันไปบอกคุณพ่อยังหนุ่มเสียงแผ่ว
“อย่าดุตาหวานนักเลยพี่ ตาหวานยังเด็กอาจจะซนไปบ้าง แต่น้องก็ไม่ได้เป็นอะไรนี่นา” ชายหนุ่มก้มลงมองเด็กน้อยที่ตอนนี้เอาหน้าเล็กๆ ซุกกับบ่ากว้างและกอดคอเขาไว้แน่น
“พงศ์ไม่รู้หรอกว่าหัวอกคนเป็นพ่อรักลูกขนาดไหน แค่ลิ้นไรมาไต่มาตอมพี่ยังทนมองไม่ได้เลย ตาหวานเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของพี่ เป็นตัวแทนของดวงใจ เพราะมีตาหวานอยู่พี่ถึงมีชีวิตอยู่ได้ แม้ดวงใจจะจากพี่ก็ตาม” อิทธิวัฒน์ใบหน้าสลดลงยามเอ่ยถึงภรรยาสุดที่รักที่จากเขาไปหลังจากให้กำเนิดบุตรสาวได้เพียงสองปี
“ตาหวานรู้ใช่ไหมลูก ว่าฝ่าฝืนคำตักเตือนของคุณพ่อ ต้องโดนลงโทษ” หันไปบอกแก่ลูกน้อยที่อยู่ในอ้อมอกของรุ่นน้อง แม้ไม่ปรารถนาจะเห็นลูกเจ็บ แต่หากรักวัวก็ต้องให้ผูกรักลูกก็ต้องให้ตี เพราะไม่อยากให้เธอทำอะไรโดยไม่ระวังอีก แม้ลูกจะยังเล็กเขาก็จะต้องสอนให้เธอเข้าใจเหตุผลของเขา เผื่อวันหนึ่งเขาจากไปเธอจะได้ดูแลตัวเองได้ เขาไม่อยากเป็นพ่อที่ตามใจลูกมากเกินไป จนละเลยเรื่องเล็กน้อย หากเรื่องเล็กน้อยแล้วยังปรามกันไม่อยู่ แล้วเรื่องใหญ่ๆ จะตักเตือนให้เชื่อฟังกันได้อย่างไร
อิทธิวัฒน์เอื้อมมือไปดึงลูกน้อยออกจากตักพงศกร โดยที่เด็กหญิงพยายามฝืนตัวไว้และกอดคอเขาไว้แน่น เพราะกลัวการลงโทษของคุณพ่อ ก่อนที่จะนึกได้ว่าคุณพ่อจะยิ่งโกรธจึงยอมปล่อยมือออกจากชายหนุ่ม และลุกไปตามแรงดึงของคุณพ่อที่รั้งให้ร่างเธอยืนอยู่บนพื้น
“ยื่นมือมาตาหวาน” คุณพ่อสั่งเสียงเข้ม
มือน้อยค่อยๆ ยื่นไปหาบิดา ก่อนที่จะถูกจับข้อมือ และไม้เรียวเส้นเล็กๆ ฟาดลงมาบนกลางฝ่ามือน้อยสองครั้ง
“ฮึกๆ ตาหวานเจ็บ คุณพ่อใจร้าย ฮือๆ” น้ำใสๆ ไหลอาบเต็มวงหน้า พลางมองคุณพ่ออย่างตัดพ้อ ก่อนจะวิ่งไปเกาะแขนของพงศกรและร้องไห้วางใบหน้าเกลือกกลิ้งที่แขนเสื้อของชายหนุ่มจนชุ่ม พงศกรอุ้มเธอขึ้นมาบนตัก กอดปลอบคนตัวเล็กพร้อมกับโยกร่างเธอเบาๆ เพื่อปลอบโยน
“พ่อรักตาหวานมากนะลูก ถ้าตาหวานเล่นซนโดยไม่ระวังแล้วเป็นอะไรขึ้นมา พ่อจะอยู่ได้ยังไงลูก”
ได้ยินเสียงคุณพ่อเอ่ยตัดพ้อ ร่างเล็กจึงค่อยๆ คลายสะอื้น ก่อนละลุกไปนั่งตักบิดา กอดเอวหนาไว้แน่น อย่างคนที่สำนึกได้ว่าคุณพ่อตีเธอเพราะรัก
“ตาหวานก็รักคุณพ่อค่ะ ตาหวานขอโทษนะคะ คุณพ่ออย่าโกรธตาหวานนะคะ”
เอ่ยพลางขยับตัวเข้าซุกอกอุ่นอย่างอ้อนๆ ตั้งแต่เล็กจนโตเธอก็ไม่เคยคิดที่จะออกห่างจากอ้อมอกอุ่นนี้เลย ขณะที่บิดากอดกระชับตัวเธอเอาไว้แน่น
พงศกรมองภาพตรงหน้าด้วยความซาบซึ้ง เขาเองก็อยู่ในครอบครัวที่อบอุ่น พ่อกับแม่ดูแลเขาและน้องชายเป็นอย่างดี แต่ด้วยความที่เป็นลูกผู้ชายทั้งสองคน ความออดอ้อนระหว่างพ่อกับพวกเขาก็เลยไม่มีมากซักเท่าไหร่ จะมีแต่กับแม่ของเขามากกว่า
พลันชายหนุ่มรู้สึกอิจฉาเพื่อนรุ่นพี่เป็นยิ่งนักที่ชีวิตประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากทั้งเรื่องเรียนและเรื่องงาน มีความรักที่ดี แม้ภรรยาจะจากไปก่อนวัยอันควร มีลูกที่น่ารัก และนิสัยก็ดีมากๆ ไม่งอแงหรือเอาแต่ใจเลย ท่าทางโตขึ้นจะสวยน่าดู
ถ้าเขามีชีวิตครอบครัวที่อบอุ่นแบบนี้ก็ดีสินะ ชายหนุ่มสลัดศีรษะไล่ความคิดฟุ้งซ่าน คนอย่างเขายังมีอนาคตอีกไกล เรื่องอะไรจะมาหยุดชีวิตตัวเองที่การแต่งงาน คงอีกนานกว่าจะเจอใครที่ทำให้เขาอยากหยุดตรงนี้ที่เธอได้
“กลับมาแล้วค่า” เสียงหวานกังวานดังขึ้นก่อนเจ้าตัวจะเดินเฉิดฉายเข้ามาในห้องรับแรก ตรงดิ่งมาหาอิทธิวัฒน์ที่กำลังนั่งสอนการบ้านอักษิพรอยู่
“อากล้วยขา” เด็กหญิงรีบวิ่งเข้าไปหา เมื่อเห็นอาสาวเดินเข้ามาใกล้
“ว่าไงคะคนเก่งของอา ไหนมากอดหน่อยซิ คิดถึงจัง” นวียายกหลานสาวขึ้นอุ้มและกอดเอาไว้แน่น ก่อนจะหอมแก้มเด็กแรงๆ ซ้ายขวาอย่างแสนรัก
“ทำไมวันนี้กลับช้าจัง ตาหวานชะเง้อรอเราตั้งแต่หัวค่ำแล้ว” เสียงพี่ชายเอ่ยถามตามปกติหากเธอกลับบ้านผิดเวลาจากที่เคย ด้วยความเป็นห่วงน้องสาวคนเดียว แถมยังเป็นสาวสวยเสียด้วย
“พอดีว่าวันนี้เพื่อนๆ ในกลุ่มนัดประชุมเรื่องแบ่งงานที่ต้องทำรายงาน Term project น่ะค่ะ กว่าจะสรุปกันได้ก็เลยช้าไปหน่อย”
“อืม แล้วเรียบร้อยดีนะ มีอะไรให้พี่ช่วยหรือเปล่า”
“เรียบร้อยดีค่ะพี่อิฐ แต่ตอนนี้กล้วยค่อนข้างกังวลว่าจะไปหาบริษัทที่เป็นประเภทธุรกิจส่งออกข้าวหอมได้ที่ไหน พอดีว่าในส่วนที่กล้วยต้องทำข้อมูลมันต้องอ้างอิงกับธุรกิจที่ว่า แล้วเราต้องเข้าไปฝึกงานจริง เพื่อให้ได้ข้อมูลอ้างอิงจากการเข้าไปร่วมงานในองค์กรนั้นๆ น่ะค่ะ กล้วยกลุ้มใจจะแย่แล้ว” น้องสาวบ่นพลางทำหน้ายู่ ก่อนจะพาร่างตัวเองนั่งแหมะลงที่โซฟานุ่ม พร้อมๆ กับวางร่างหลานสาวให้นั่งซ้อนบนตักนิ่ม
“แล้วเพื่อนๆ คนอื่นๆ ในกลุ่มล่ะ ไปฝึกงานกันที่ไหน” ถามพลางคิดหาวิธีช่วยน้องสาว
“เพื่อนๆ แต่ละคนก็แยกกันไปทำคนละหัวข้อ ตามแต่ละประเภทธุรกิจ พวกเขาบอกกล้วยว่า ไม่มีปัญหา เพราะที่บ้านมี Connection กับหลายๆ บริษัท หัวข้อที่ได้ก็เลยไม่ยากค่ะ แต่เขาบอกว่ากล้วยมีคุณตาที่เคยทำนาน่าจะมีความรู้เกี่ยวกับข้าวเป็นพื้นฐานมากกว่าพวกเขา” นวียาเม้มปากแน่น เมื่อนึกไปถึงเพื่อนๆ ของเธอที่ปัดงานมาให้ โดยไม่ถามเธอก่อนซักนิด คิดได้ไงว่าคุณตาเธอเคยทำนาแล้วเธอจะรู้เรื่องข้าวไปด้วย บ้าจริงๆ