ตอน 1

Rotterdam, Netherlands.

จากชั้นบนสุดเพ้นท์เฮ้าส์หรูย่านธุรกิจในรอตเตอร์ดัม บรรยากาศเต็มไปด้วยผู้คนต่างพลุกพล่านในเช้าวันจันทร์ อันเป็นวันแรกของการทำงาน ทุกคนกุลีกุจอเดินทางโดนระบบขนส่งสาธารณะอย่างรีบเร่ง เมืองแห่งนี้จัดเป็นเมืองท่าที่มีความทันสมัยและเป็นจุดศูนย์รวมทางการค้าของยุโรป

แม่น้ำเมิซอันเป็นแม่น้ำสายหลักไหลผ่านเมืองนี้ เป็นแม่น้ำที่เกิดในฝรั่งเศส ไหลผ่านเบลเยี่ยมเพื่อออกสู่ทะเลที่เมืองรอตเตอร์ดัม ทำให้ท่าเรือรอตเตอร์ดัมเป็นท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก จึงเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจของเนเธอร์แลนด์ และเป็นเมืองเพียงแห่งเดียวที่มีสถาปัตยกรรมที่ไม่มีกลิ่นอายของดัชต์อยู่เลย เพราะเคยเป็นเมืองที่ถูกวางระเบิดเมื่อครั้งสงครามโลกครั้งที่สอง จากปฏิบัติการรอตเตอร์ดัมบลิทซ์[ รอตเตอร์ดัมบลิทซ์(การโจมตีสายฟ้าแล่บที่รอตเตอร์ดัม) – เยอรมันทิ้งระเบิดลุฟท์วัฟเฟอที่เมืองรอตเตอร์ดัมอันเป็นเมืองท่าที่สำคัญของเนเธอร์แลนด์ในเวลานั้น ยึดสนามบินรอตเตอร์ดัม เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ค.ศ. 1940 ในช่วงเยอรมันยึดครองเนเธอร์แลนด์ในสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อหยุดยั้งการต่อต้านของชาวดัชต์บีบบังคับให้ยอมจำนน] จนเมืองย่อยยับและกลายเป็นบาดแผลในใจของชนเมืองนี้ หลังเหตุการณ์เลวร้ายนั้นผ่านไป ชาวดัตช์จึงบูรณะซ่อมแซมเมืองนี้ขึ้นมาใหม่ ในเมื่อสิ่งปลูกสร้างแบบดัชท์ไม่หลงเหลือ พวกเขาก็สร้างมันขึ้นมาใหม่ในสไตล์โมเดิร์นและล้ำสมัยขึ้นมาใหม่เสียเลย

เมืองนี้จึงได้รับฉายาว่า ‘City of Modern Architecture’ เมืองแห่งสถาปัตยกรรมสมัยใหม่...

ตึกสูงระฟ้า ท้องฟ้ากระจ่างใสในช่วงฤดูร้อนของรอตเตอร์ดัม สายลมเอื่อยอ่อน ผู้คนคลาคล่ำ เนื่องด้วยเป็นเมืองเศรษฐกิจ ผู้คนที่นี่เดินทางด้วยขนส่งมวลชนและจักรยานส่วนตัว หากถัดจากถนนเส้นหลักไม่ไกลนั้นมีร่างเล็กของสาวเอเชียที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งอย่างรีบเร่ง ด้วยความสูงไม่น่าจะเกินมาตรฐานหญิงสาวชาวไทย ทรวงทรงสมส่วนในชุดทะมัดทะแมงที่มีกางเกงผ้าเดนิมขายาวเข้ารูป เสื้อยือคอเต่าสีเทาแล้วสวมทับด้วยแจ็คเก็ตยีนส์เอวสั้นสีน้ำเงินเข้มที่พับแขนขึ้นมาถึงข้อศอก ทำให้หน้าปัดนาฬิกาสะท้อนแสงพระอาทิตย์อยู่วิบวับๆ ยามเธอขยับร่างกาย ดวงหน้ารียาวเกือบเป็นรูปไข่ไก่ ปากนิดจมูกหน่อย มองรวมๆ แล้วน่ารักน่ามองมากกว่าสวยจัด ด้วยปราศจากการแต่งแต้มเครื่องสำอางใดๆ หากมีเพียงลิปกลอสชมพูมันวาว และพวงแก้มสีชมพูระเรื่อตามธรรมชาติ หน้าผากมนสวย ด้วยผมสีดำขลับยาวสลวยถูกรวบตึงเอาไว้เป็นทรงหางม้ามันจะปัดแกว่งไปมาเวลาเธอออกวิ่งด้วยความรีบเร่ง

“สายๆ ตายแล้ว ฉันต้องไปก่อนที่หมอนั่นจะหนีไปใช้ชีวิตชิลๆ สโลไลว์ฟที่เกาะนรกนั่น” หญิงสาวกึ่งเดินกึ่งวิ่งพลางยกข้อมือขึ้นดูเวลาที่แม้จะยังเช้าอยู่ก็จริง แต่เธอรับรู้มาว่า ถ้าไปไม่ทันทำภารกิจสำคัญ เธอมีอันต้องตกงานไปถึงชาติหน้าอย่างแน่นอน

เพียงชั่วอึดใจ ร่างเล็กของหญิงสาวชาวไทยไซส์มินิก็มายืนตระหง่านเบื้องล่างของอพาทเม้นท์หรู ร่างเล็กแหงนเงยจนสุดลูกหูลูกตา “ตึกสวย... น่าอยู่จัง คนรวยเขาคงใช้ชีวิตกันอย่างนี้สินะ” ไม่ชักช้าให้เสียเวลาเธอรีบพาร่างขึ้นไปยังจุดหมาย

ดวงตากลมโตของสาวน้อยชาวไทยวัยย่างยี่สิบสี่ปีแหงนมองตึกสูงแทบคอตั้งบ่า มันเป็นตึกที่ดูสวยงามทันสมัย สมกับเป็นแท่งหนึ่งของสิ่งปลูกสร้างที่ตั้งอยู่บนผังเมืองที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดในโลกเมืองหนึ่ง

ถึงแม้ว่าเมืองนี้จะเป็นเมืองที่สวย ประเทศแห่งนี้จะเคยเป็นทริปในฝันที่เคยอยากมาเที่ยว แล้วเธอก็ยืนอยู่ตรงนี้จริงๆ แต่ความรู้สึกที่ต้องแบกรับภารกิจอันหนักอึ้ง แถมมีคำบัญชาการอันเด็ดขาดค้ำคอเอาไว้ว่าถ้างานไม่สำเร็จ ก็อย่าหวังว่าจะได้กลับเมืองไทย... ทำไมเธอถึงรู้สึกเหมือนกำลังถูกลอยแพอย่างไร้อนาคตอย่างไรก็ไม่รู้...

ก๊อกๆๆๆ

ร่างเล็กพาตัวเองขึ้นมายืนอยู่หน้าประตูที่พักของบุคคลที่เป็นเป้าหมาย... หรือจะว่าเขาเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เธอมายืนอยู่ตรงนี้ดี ร่างบอบบางหายใจถี่รัวด้วยความเหนื่อยหอบปนตื่นเต้น แล้วก็เคาะประตูอีกครั้งด้วยจังหวะระรัวยิ่งขึ้น กำมือแน่นเคาะประตูด้วยจังหวะเร่งรีบอย่างไม่เกรงกลัวเจ้าของห้องแม้จนนิดเดียว หลังจากกดกริ่งด้านหน้าแต่ไม่มีวี่แววว่าจะมีใครแย้มหนวดมาเปิดประตูให้เธอ

“ไม่เปิดใช่มั้ย... ได้!”

สิ้นคำ คีย์การ์ดที่เธอได้รับมาก็ถูกนำมาใช้โดยไม่ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของอพาร์ทเม้นท์แห่งนี้ แน่ล่ะระบบรักษาความปลอดภัยที่นี่ใช้การสแกนม่านตาของเจ้าของที่พัก แต่ก็มีคีย์การ์ดไว้สำรองและเธอได้มันมาใช้ยามฉุกเฉินแบบนี้ เธอไม่อยากจะใช้มันเลยจริงๆ จะว่าถือวิสาสะก็คงได้ แต่ทำไงได้ล่ะ ก็พ่อคุณชายเจ้านายน้อยไม่ยอมมาเปิดประตูต้อนรับเธอนี่ ก็คงต้องใช้วิธีนี้

พรวด!

“เฮ้! หล่อนเป็นใคร?” เสียงต้อนรับจากหญิงสาวหน้าตาสวยจัด ผมยาวฟูฟ่องสีทองเป็นประกาย ใบหน้าปราศจากการแต่งเติมเพราะดูเหมือนจะเพิ่งตื่นนอน รวมๆ แล้วหน้าตาเธอจะไปทางโซนรัสเซียน ริมฝีปากบางเฉียบเอ่ยขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ หญิงสาวผู้มาเยือนกวาดสายตามองไปโดยรอบ พบว่าเจ้าหล่อนดูสวย... เอ่อ... ไม่รู้จะเรียกชุดนอนได้มั้ย แต่มันเป็นเสื้อสายเดี่ยวบางเบาที่ทำจากผ้าซาติน ลู่แนบเนื้ออย่างแนบสนิท... เธอว่าไม่ใส่ก็นะ ถ้าผ้าจะมีแค่นี้!

อ้อ... ท่อนล่างของเธอนั่น... จีสตริงสินะ กางเกงชั้นในอะไรกัน... ผ้าไม่พอหรือยังไงถึงได้ใส่แล้วเหมือนไม่ได้ใส่แบบนั้นน่ะ!

“ฉันก็คือภรรยาตัวจริงของผู้ชายที่คาบคอเธอเมื่อคืนน่ะสิ ออกไปนะ ผู้หญิงหน้าไม่อาย” หญิงสาวอ้าง ก็มันมีทางเลือกที่ไหน ยังไงเธอต้องทำภารกิจให้สำเร็จ

“โกหก เขาไม่เคยบอกว่ามีเมียย่ะ โกหกไม่เนียนไปเรียนมาใหม่เถอะหล่อน” ถ้อยคำสื่อสารภาษาสากลที่ถกเถียงกันอย่างชัดถ้อยชัดคำของ Cat fight[ สำนวน หมายถึงผู้หญิงตีกัน]!

“เธอคิดว่าตัวเองมีความสำคัญนักหรือไง ที่เขาต้องบอกทุกเรื่องให้เธอรู้ ออกไปซะ!”

“ไม่!”

ศลิษาไม่พูดพร่ำทำเพลง เพียงเห็นสาวรัสเซีย เธอก็เดาเรื่องออกมาเป็นฉากๆ ได้ว่า พ่อเจ้านายน้อยจอมแสบของเธอจะต้องหนีไปอยู่เกาะกับเจ้าหล่อนแน่ๆ แล้วถ้าเธอมาไม่ทันหมายกำหนดการการเดินทางของเขาและหล่อน นอกจากเธอจะทำภารกิจผิดพลาดแล้ว เธอยังต้องรับสภาพตกงานอย่างไม่ได้รับเชิญอีกด้วย

‘ถ้าคุณทำงานนี้สำเร็จ หน้าที่การงานของคุณก็มีอนาคต หากตรงข้าม เตรียมรับซองขาวได้เลยศลิษา’

คำสั่งนั่นยังวนเวียนอยู่ในสมอง หญิงสาวหลับตาแน่นสลัดมันทิ้งไป ผู้หญิงอย่างลิษา... มีหรือจะยอม เธอไม่ยอมตกงานง่ายๆ หรอก!

ไม่ใครก็ใคร จะต้องพ่ายไปสักข้างระหว่างเธอกับเจ้านายน้อยตัวแสบ

“เฮ้! เอะอะอะไรกันน่ะ” เสียงคำรามลั่นออกมาจากห้องนอน เรียกความสนใจของหญิงสาวทั้งสองให้มองไปตามเสียง

เขาเดินออกมาในสภาพเพิ่งตื่นนอน.... ใช่ เขาแทบไม่ยอมลืมตามามองโลกด้วยซ้ำ ก็เพราะอย่างนี้สิ ถึงไม่รู้ตัวเลยว่า ร่างสูงโปร่งที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อได้รูปสวยงามของเขานั้น มันไม่มีเสื้อผ้าเลยสักชิ้นปกปิดอยู่

‘ชีเปลือยยังไม่สูญพันธุ์!’ แน่ใจนะว่าไม่ได้ออกมาจากถ้ำ!

เขาขยี้ตาเร็วๆ ก่อนร่างจะเดินมาประชิดร่างเล็กที่มาในฐานะผู้คุกคาม

“เธออีกแล้วเรอะ?” น้ำเสียงแหบแห้งเจือแววไม่สบอารมณ์อย่างสุดๆ

“ก็ฉันน่ะสิคะ จะใครล่ะ” หญิงสาวยืนแหงนคอตั้งบ่าตอบหน้าตาเอาเรื่อง เธอไม่มีความกลัวเกรงเขาเลยแม้แต่น้อย

“คราวที่แล้วยังไม่เข็ด?” เขาหรี่ตาแคบมองเธอศีรษะจรดเท้า เบ้ปากอย่างระอา สายตามองมาอย่างเจ้าเล่ห์ มองอย่างไรก็เหมือนคนมีแผนการร้ายๆ ในสมองอยู่ตลอดเวลา เขาน่ะ... อันตรายจะตาย

“มีอย่างอื่นที่น่าเข็ดกว่า” ‘ฉันตกงานแน่ถ้าคุณไม่กลับไปกับฉัน’ สาวไทยตัวเล็กคิดในใจ แม้ไซค์จะมินิแต่หัวใจเธอไม่เล็กอย่างกับใจหรอก เธอได้ทำในสิ่งที่เรียกว่ากล้าหาญอย่างมากมาย อย่างน้อยก็ตอนนี้ล่ะน่ะ

“ก็ดี๊.... งั้นสวย” เขาสรุปพร้อมยกร่างเล็กขึ้นอุ้ม ร่างกายหญิงสาวแนบเนื้อแข็งแรงของเขาจนเธอสะท้านหวั่นไหว

กรี๊ดดด! สาวไทยตัวน้อยแผดเสียงลั่น มันฟังแทบไม่เป็นภาษา

ไม่ใช่แค่ร้องเพราะร่างกายของตนถูกคนร่างยักษ์ยกขึ้นอุ้มพาดไหล่เขาเท่านั้น แต่ศรีษะเจ้าหล่อนจมดิ่งลงมาอยู่บั้นท้ายหนั่นแน่นของเขา สายตาเธอปะทะเข้าอย่างจังเบ้อเริ่มกับสิ่งที่เธอไม่ควรได้ชม ‘ก้นผู้ชาย’ มันล่อแหลมร้ายแรงอย่างไม่น่าให้อภัย ทำไมเขาไม่ใส่อะไรก่อนที่จะออกมา เธออายจนหน้าแดงซ่านหมดแล้วนะรู้มั้ย นี่แค่เบื้องหลังนะ ถ้าเป็นเบื้องหน้าล่ะ หัวใจเธอวายแน่ๆ

“โอ้ย! แสบหู” เขาตวาดลั่น เสียงดุๆ ยังกึกก้องในโสตประสาทของผู้หญิงตัวน้อยๆ อย่างเธอ

“ปล่อยฉันนะ ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะ” ปากว่า มือปิดตาเสียมิด หากหัวใจเต้นรัวกระหน่ำ มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย

“ปล่อยแน่ แต่ไม่ใช่ในห้องส่วนตัวของฉันแน่ๆ ยายตัวแสบ” เขาหิ้วร่างน้อยๆ อย่างกับเธอเป็นขยะอันเหม็นเน่าและกำลังจะเอาไปทิ้งให้ไกลๆ

พลั่ก!

“โอ้ย!”

ร่างเล็กร้องเสียงหลง ก้นจ้ำเบ้าเมื่อเขาทุ่มร่างเธอลงไปกองกับพื้นนอกห้องอย่างไม่สนใจว่าเธอจะเจ็บสักแค่ไหน

“กรี๊ดดด” เสียงเล็กแผดดังลั่นอีกครั้ง เมื่อเงยหน้าขึ้นมาพบเจอกับสิ่งที่ไม่เคยคาดไว้

‘นะ... นี่มันไม่ใช่สิ่งมหัศจรรย์ของโลกใช่มั้ย พ่อจ๋าแม่จ๋าช่วยสาด้วย อุจาดตาที่สุด!’ หญิงสาวหลับตาแน่น กลัวจนขนหัวลุก ตั้งแต่เกิดมาเพิ่งจะเคยพบเคยเจออาวุธลับของท่านชายก็คราวนี้ล่ะ แล้วนี่ไม่ใช่อาวุธลับขนาดธรรมดาๆ เท่านั้น แต่มันมหึมาถ้าเป็นงูก็ต้องอนาคอนดาถึงจะคู่ควร!

“ทำไมไม่ใส่เสื้อผ้า ส่งซักหมดเลยรึไง” เธอตวาดเสียงเกรี้ยว หลับตาปี๋ เท่านั้นยังไม่พอ สองมือน้อยๆ ยกขึ้นปิดตาเอาไว้แน่น

“โวยวายอยู่ได้ยายตัวแสบ ออกไป๊!”

“คุณทำกับฉันมากเกินไปแล้วนะ” สาวไทยร่างเล็กมองมาตาเขียวปั๊ด ลืมไปเลยว่าเขาไม่ใส่อะไรเลย

“น้อยไปสิไม่ว่า... กลับไทยไปซะ อย่ามายุ่งกับฉันอีก” เจ้าของร่างสูงยื่นคำขาด สายตาคมกล้ามองมาอย่างเหี้ยมเกรียม ถ้าไม่รู้ประวัติเขามาก่อน เธอต้องคิดว่าเขาเป็นมาเฟียใหญ่แห่งรอตเตอร์ดัมเป็นแน่

‘อะไรจะโหดปานนั้น ค่อยๆ คุยกันก็ได้นี่นา’

“ไม่ได้นะ.... คุณไม่มีสิทธิ์มาไล่ฉันนะ!”

เขาย่อตัวลง โน้มหน้าเข้ามาใกล้... จมูกโด่งๆ แทบประชิดจมูกเชิดรั้นของเธอ ก่อนเปล่งถ้อยคำข่มขู่อย่างท้าทาย “ฉันจะทำมากกว่าไล่อีก ถ้าเธอไม่ฟังที่ฉันเตือน!”

ปัง!!!

ประตูบานใหญ่ของเพ้นท์เฮ้าส์สุดหรูกระแทกเสียงดังลั่นเมื่อมันถูกผลักจากขุมพลังแรงกำลังของผู้ชายร่างใหญ่ที่อยู่ในอารมณ์ร้อนร้าย ดีแล้วที่มันไม่พังทลายลงมา ดูเหมือนว่าสิ่งที่พังตอนนี้จะไม่ใช่ประตู แต่เป็นแก้มเนื้อนุ่มๆ ของบั้นท้ายใครบางคนต่างหาก เขาใจร้ายไปนะ ทุ่มเธอลงมาได้ยังไง เธอก็เจ็บเป็นนะไม่ใช่ตุ๊กตายาง

“แล้วคุณจะรู้... ว่าที่ทำกับฉันวันนี้ ฉันไม่ยอมเจ็บฟรีๆ แน่ซาเร็ค!”

ตอน 2

ทริปในฝันหรือมันคือ ‘กับดัก’

ย้อนกลับไปสัปดาห์ก่อนหน้า

อาคารสำนักงานของบริษัทที่ปรึกษาทางการเงินอันดับต้นๆ ของไลน์ธุรกิจ บริษัทก่อตั้งที่สหรัฐอเมริกา ที่มีเครือข่ายอยู่ทั่วทุกมุมโลก และหนึ่งในนั้นที่มีเม็ดเงินมากมายมหาศาลตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ ย่านสาทร

ภายในห้องประธานบริษัทผู้บริหารระดับสูง เขาเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทและบริหารมานานหลายสิบปี หากในวันนี้ เขาคิดอยากจะวางมือและส่งมอบธุรกิจสู่รุ่นลูก แต่ติดตรงที่ลูกที่เขาเห็นว่าเหมาะและสมควรกุมบังเหียนอาณาจักรโลกการเงินนี้ กลับไม่ใยดีบริษัทที่ผู้เป็นพ่อปลุกปั้นมา เช่นนั้นแล้ว... ความหวังทั้งหมดของชายสูงวัยอย่างเขาจึงตกอยู่ที่...

“ท่านประธานเรียกพบดิฉันหรือคะ?” ศลิษาเอ่ยขึ้นหลังจากเข้ามาในห้องผู้บริหารและทิ้งตัวนั่งลงอย่างเรียบร้อย

“ใช่ ขอแสดงความยินดีด้วย คุณได้รับเลือกให้ไปดูงานที่เนเธอร์แลนด์เป็นเวลาสองสัปดาห์”

“โอ... ดิฉันดีใจมากค่ะ ขอบคุณนะคะ” หญิงสาวตื่นเต้นดีใจออกนอกหน้า ความพยายามของเธอสำเร็จแล้ว เป็นความพยายามที่ไม่สูญเปล่าจริงๆ เมื่อศลิษารู้ว่าทางบริษัท จัดทริปพิเศษเพื่อเป็นรางวัลล่อใจสำหรับพนักงานขายที่ทำยอดขายได้ทะลุเป้า ให้ไปดูงานที่สำนักงานใหญ่ยังประเทศเนเธอร์แลนด์ เท่านั้นยังไม่พอตลอดทริปนี้สามารถไปเที่ยวได้หลังจากดูงานเสร็จ ที่พัก อาหารแล้วยังมีพ็อกเก็ตมันนี่ให้ด้วยจำนวนหนึ่ง คือมันเร้าใจสุดๆ แต่ใครจะรู้ว่า เจตนาสำคัญที่ซ่อนอยู่ใต้ความเร้าใจนั้นหญิงสาวต้องการไปตามหาพ่อ

“ผลงานคุณเข้าตาน่ะ ผมพอใจผลงานของคุณมาก คนของผมชมคุณไม่ขาดปากว่าขยัน เอางานเอาการ” จากที่ได้รับฟังรายงานจากคนใกล้ชิด ต่างชมสาวน้อยคนนี้เป็นเสียงเดียวกัน ท่านประธานกล่าวด้วยรอยยิ้มกว้าง ศลิษาเป็นเด็กสาวที่นอกจากขยันขันแข็ง ทำงานเก่ง ฉลาดมีไหวพริบ รู้จักเอาตัวรอด รู้หลบเป็นปีกรู้หลีกเป็นหาง ด้วยคุณสมบัติข้อนี้ เขามั่นใจว่าจะทำภารกิจนสำเร็จตามความต้องการเขา หึหึ

ศลิษา สุนทรทอง ชื่อเล่นลิษา หญิงสาวทำงานบริษัทแห่งนี้มาเป็นเวลาร่วมสามปี ในตำแหน่งพนักงานแนะนำผลิตภัณฑ์ทางการเงิน อย่างเช่นหุ้น กองทุนและตราสารหนี้ต่างๆ ภายใต้บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่มีเม็ดเงินลงทุนจากยุโรปเป็นส่วนใหญ่ ด้วยเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ภาวะเศรษกิจในยุโรปไม่สู้ดีนัก เม็ดเงินลงทุนจึงไหลบ่ามาสู่ตลาดเอเชีย และเมืองไทยก็นับว่าเป็นแหล่งพักพิงเงินตราต่างประเทศในรูปของการลงทุนอย่างหลากหลาย สำหรับศลิษาแล้วหน้าที่หลักๆ ก็ชวนคนมาลงทุนนั่นล่ะ แต่ในสามปีนั้นมีการประเมินการทำงานในทุกสามเดือน พนักงานในบริษัทฝรั่งต่อให้เป็นพนักงานประจำแล้วก็ได้แค่เซ็นต์สัญญาจ้าง มีสิทธิ์จะถูกประเมินออกได้ทุกสามเดือนตามที่กล่าวข้างต้นนั่นเอง และที่เร้าใจสำหรับปีนี้คือคนที่ทำยอดขายสูงสุดจะได้ไปดูงานที่เนเธอร์แลนด์เป็นเวลาสองสัปดาห์ พร้อมเงินรางวัลไปด้วย จะว่าไปทริปนี้มันสุดยอดมาก แต่สำหรับเธอแล้ว แรงจูงใจสำคัญมันมากกว่านั้น

ศลิษามีเป้าหมายใหญ่เพื่อออกตามหาบิดาชาวฮอลลันดา[ สัญชาติของชาวฮอลแลนด์ ภูมิลำเนาประเทศเนเธอร์แลนด์]ในช่วงเวลาระหว่างดูงานที่นั่น เธอจดชื่อและที่อยู่ของคุณย่าวัยแปดสิบเก้าเอาไว้ และเชื่อว่าที่นั่นจะเป็นจุดเริ่มต้นของการตามหาบิดาที่ทิ้งมารดาไป เธออยากให้เขากลับมาเมืองไทยสักครั้ง อยากให้เขารู้ว่าที่นี่มีลูกสาวอยู่อีกคน ถึงเขาจะทอดทิ้งไปไม่ดูดำดูดี ไม่ทำหน้าที่ของพ่อที่ควรจะเป็น แต่อย่างน้อย... ขอให้เขามาทันดูใจแม่ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป...

มารดาของเธอป่วยด้วยโรคมะเร็งตับ หลังจากการผ่าตัดเนื้อร้ายที่งอกขึ้นมาขวางทางเดินท่อน้ำดีออกไป ตามด้วยผ่าตัดตับทิ้งไปครึ่งหนึ่ง เวลาผ่านไปนับจากนั้น เธอต้องใช้เงินจำนวนมากในการรักษามารดาที่ต้องเข้ารับการรักษาทางเคมีบำบัดตลอดเวลา และตอนนี้แม่รับการให้คีโมเป็นระยะจากทางโรงพยาบาล ซึ่งอาการของท่านทรงตัว นั่นหมายถึงไม่ดีขึ้นหรือทรุดลงแต่อย่างใด นอกจากการรักษาทางการแพทย์แล้ว เรื่องกำลังใจก็สำคัญ พ่อเป็นรักแรกของแม่และก็รักเดียว หลังจากพ่อทอดทิ้งพวกเราไป จากวันนั้นแม่ก็รอการกลับมาของพ่อ และเลี้ยงดูเธอมาจนเติบใหญ่ จะว่าไป สมัยนี้คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวมีมากมาย แม่ของเธอก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่แม่ทำหน้าที่ของแม่และพ่อในคราวเดียวกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ ศลิษาไม่คิดว่าตัวเองมีอะไรที่ขาด แต่ที่เธอตัดสินใจตามหาเขาเพียงเพื่อความสุขสุดท้ายในช่วงชีวิตที่เหลืออยู่ของมารดา

‘ถ้าพ่อ... คือการรอคอยทั้งชีวิตของแม่ หนูอยากให้การรอคอยของแม่สิ้นสุดลง แล้วจบด้วยความสุข’

แม่เลี้ยงเธอโดยไม่ทำให้เธอรู้สึกขาด หากกระนั้นเธอก็เฝ้ารอการมาของพ่ออย่างน้อยก็สักครั้งในชีวิต แทนที่จะเห็นหน้าพ่อแค่เพียงจากภาพถ่ายเพียงใบเดียวที่แม่ยังคงเก็บมันเอาไว้อย่างดีราวว่าเป็นสมบัติอันล้ำค่า แต่การรอคอยที่ไม่มีจุดหมาย ทำให้ศลิษาตัดสินใจออกตามหา อย่างน้อย พ่อต้องมาเป็นกำลังใจให้แม่ในระยะเวลาที่แม่กำลังรักษาตัว ช่วงเวลาที่ความเป็นและความตายมีค่าครึ่งต่อครึ่ง เพราะเธอไม่มีใครอื่นอีกแล้ว หากขาดแม่ไปทั้งคนศลิษาก็ไม่รู้ว่าชีวิตของเธอจะดำเนินต่อไปอย่างไรอย่างมีความหมาย

‘พ่อคะ... หนูได้ไปฮอลแลนด์แล้ว หวังว่าเราจะได้เจอกัน’ หญิงสาวไม่ต้องการเรียกร้องอะไรเลย ขอเพียงพ่อบินมาหาแม่ มาเป็นกำลังใจให้ท่านก็พอ เธอต้องการแค่นั้น

‘ผมจัดการเรื่องที่พักและการเดินทางทั้งหมดให้แล้ว เดี๋ยวทางแจ็คกี้... เลขาฯ ของผมจะคุยกับคุณนะ’ ทางอีวาน ประธานบริหารสูงสุดของบริษัทเอ่ย บริษัทของอเมริกาที่มาตั้งสำนักงานที่กรุงเทพฯ จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่สิงคโปร์ และทำธุรกิจอันมีเครือข่ายอยู่ทั่วทุกมุมโลก ในเวลานี้เขาอายุมากและเหน็ดเหนื่อยกับการทำงานมาหลายสิบปีแล้ว ได้เวลาปลดระวางและส่งต่อตำแหน่งอันสูงส่งนี้ให้กับทายาทเพียงคนเดียวของตระกูล...

‘ค่ะท่าน’

‘แล้วแจ็คกี้จะเป็นคนคอยดูแลและคุยกับคุณทุกอย่างเมื่อถึงที่นั่น’ ท่านประธานย้ำเพื่อสร้างความสบายใจให้พนักงานผู้โชคดี

‘ค่ะ’ หญิงสาวรับคำพร้อมรอยยิ้มหวาน เธอไม่เคยรู้สึกภาคภูมิใจกับความสำเร็จมานานแล้ว หลังจากวันรับปริญญาก็มีครั้งนี้นี่ล่ะที่เป็นเรื่องน่าเชิดชูแก่วงตระกูล เธอทำผลงานขึ้นอันดับหนึ่ง เข้าตากรรมการ ได้รางวัลไปดูงานต่างประเทศ พนักงานในบริษัทต่างอิจฉาเธอเป็นแถว แบบนี้ไม่ภาคภูมิใจได้เรอะ

‘ขอให้เป็นทริปที่สนุกนะศลิษา’ ท่านประธานกล่าวถ้อยคำอวยพร แต่ใต้คำอวยพรนั้น... เธอไม่รู้เลยจริงๆ ว่ามีความซับซ้อนซ่อนอยู่

“ขอบคุณท่านที่มอบโอกาสให้ดิฉันค่ะ” หญิงสาวยิ้มกว้างขวาง ดวงตาเป็นประกายเริงร่า เหมือนหมาน้อยกำลังจะได้ท่องโลกกว้างโดยมีกระดูกอัดเม็ดแพคใส่กระเป๋าไปด้วย...

“ด้วยความยินดีศลิษา” ท่านยังคงยิ้มกว้าง... ผู้ใหญ่ใจดีที่เวลายิ้ม ยิ้มทั้งปากและดวงตา โอย... ท่านประธานสายเปย์ชัดๆ เกิดกี่ชาติก็ขอมีนายจ้างแบบนี้ หญิงสาวคิด

หลังจากนั้น ศลิษาก็พูดคุยกับแจ็คกี้เรื่องแผนการดูงานตลอดจนเรื่องการเตรียมเอกสารการเดินทางทุกอย่างส่งให้เขาเพื่อทำเรื่องเดินทาง วีซ่าและการขอพำนักในเนเธออร์แลนด์ ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น

เมื่อถึงวันเดินทาง ศลิษาก้มกราบลงแทบเท้าของมารดา เพื่อเอ่ยคำล่ำลาเป็นการชั่วคราว เธอจะรีบไปรีบกลับ เต็มที่ก็เพียงสองอาทิตย์เท่านั้นตามโปรแกรมที่แจ็คกี้ให้เธอดู เมื่อกราบลาผู้เป็นมารดาแล้ว หญิงสาวก็ไม่ลืมที่จะนำชายผ้าถุงของมารดาติดตัวไปด้วย เหมือนคนไทยโบราณยามจะออกศึกก็ทำแบบนี้เพื่อความเป็นสิริมงคล เพราะแม่คือพระอรหันต์ของลูกเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สัมผัสได้ เวลาสวดมนต์ก่อนนอนที่นั่นเธอจะระลึกถึงพระคุณมารดา ไม่รู้ล่ะ ไปอยู่เมืองนอกเมืองนาห่างไกลบ้านแบบนี้ ไม่รู้แต่ละคืนจะข่มตาหลับได้หรือเปล่า ยิ่งแม่ไม่สบายอยู่ด้วย แต่ละนาทีที่ล่วงเลยผ่าน ศลิษามีแต่เฝ้าภาวนาขอพรให้ท่านมีสุขภาพดีโดยเร็ววัน และเธอเองก็จะมีกำลังใจ ทุกความเหน็ดเหนื่อย เธอรู้อยู่แก่ใจว่าเหนื่อยเพื่อใคร...

กว่าสองสัปดาห์ที่เธอจะต้องอยู่ที่นั่น และหวังอย่างยิ่งว่า การตามหาบิดาบังเกิดเกล้าจะไร้อุปสรรค เธออยากพาพ่อมาเจอแม่อีกสั้กครั้งในชีวิต เธอสัญญาว่าจะไม่ถามว่าทำไมพ่อถึงทิ้งพวกเราไปโดยไม่หันหลังกลับมาสักครั้ง

...สัญญาจริงๆ ว่าจะไม่เอ่ยถามให้เสียความรู้สึก เธอเพียงต้องการเจอหน้าพ่อ และพาท่านกลับมาเยี่ยมแม่สักครั้งเท่านั้นจริงๆ...

~$~

ตอน 3

ภารกิจไม่คิดฝัน

Rotterdam, Netherlands.

หญิงสาวพาร่างบอบบางและก้นพังๆ เดินกลับมายังที่พักที่ตั้งอยู่ในย่าน Charlois ใกล้สะพาน Erasmus[ Erasmus Bridge- สะพานขาว หรือสะพาน Erasmus เป็นสะพานแขวนที่ใหญ่และสวยที่สุดในรอตเตอร์ดัม เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของเมืองรอตเตอร์ดัม แสดงถึงมรดกทางวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์ เชื่อมต่อเมืองอุตสาหกรรมเก่ากับเมืองใหม่ของ Rotterdam ออกแบบโดย Ben van Berkel สถาปนิกผู้บุกเบิกแนวคิดใหม่ในวงการสถาปัตยกรรม โดยอ้างอิงจากตรรกะของวงแหวนโมบีอุส] ที่แห่งนี้มันเป็นห้องพักขนาดกลางสำหรับมนุษย์เงินเดือนทั่วไปของที่นี่ ซึ่งทางบริษัทต้นสังกัดที่เมืองไทยจัดการให้ทั้งหมด รวมทั้งเงินในกระเป๋าสำหรับใช้จ่ายในแต่ละเดือน อย่างที่บอกว่ามันเป็นทริปในฝันก่อนมาถึง แต่เมื่อเท้าน้อยๆ ย่างเหยียบลงบนแผ่นดินกังหันสีส้มกลางดงทิวลิปเท่านั้นล่ะ เธอเพิ่งรู้ว่าเสนอตัวมาแดนนรกภูมิแท้ๆ เลย

‘ภารกิจผีอะไรเนี่ย...’ เธอสบถอย่างโกรธๆ แต่จะโกรธและโทษใครได้นอกจากตัวเอง ก็เธอช่วงชิงรางวัลนี้กับพนักงานคนอื่นๆ เอง แข่งแทบตายสุดท้ายอย่างกับโดนปล่อยเกาะ ทำงานไม่สำเร็จก็อดกลับบ้าน ถ้ารู้งี้... ไม่ไปช่วงชิงกับเขาก็ดีหรอก เฮ้อ...

แต่ถึงอย่างไรก็เถอะ ไหนๆ ก็ได้มาแล้ว เพราะฉะนั้น ภารกิจตามหาพ่อต้องได้ไปต่อ

‘พ่อคะ... เราต้องพบกันนะคะ และพ่อต้องกลับไทยไปพร้อมหนู แม่รอพวกเราอยู่ค่ะ’ เธอคิดอย่างมุ่งมั่น

การมาทำงานตามลูกชายกลับไปรับตำแหน่งให้ท่านประธานอีวาน แม้จะหนักหน่วง หนักไม่หนักก็ดูเขาทุ่มเธอออกจากอพาร์ทเม้นท์ก็คงพอการันตีความร้ายกาจของเขาได้ แต่ถึงกระนั้น เธอก็พอจะมีอภิสิทธิ์พวกนั้นแบบไม่มีขีดจำกัด แต่ก็ใช่ว่าจะดีใจ เพราะเมื่อแลกกับภารกิจที่เธอต้องทำให้สำเร็จแล้ว มันเดิมพันมากกว่าหลายขุม ย้อนคิดถึงอาทิตย์ที่แล้วเธอยังเจ็บใจไม่หาย ทำไมเจ้านายถึงใจร้ายทำกับเธอได้ลงคอ แบบนี้มันเท่ากับลอยแพเธอชัดๆ เลย

‘ภารกิจไม่สำเร็จไม่มีสิทธิ์กลับบ้านงั้นเรอะ หมูป่ายังได้กลับบ้านแล้วเลย ติดอยู่ที่นี่มันยิ่งกว่าติดถ้ำซะอีก!’

‘วะ... ว่าไงนะคะ?’ หญิงสาวแผดเสียงลั่น

‘คุณได้ยินชัดแล้วครับศลิษา คุณต้องอยู่ที่นั่นจนกว่าภารกิจจะสำเร็จ’ แจ็คกี้กรอกเสียงมาตามสายหลังจากเธอออกจากสนามบินมุ่งหน้าสู่ที่พัก ทำไมไม่บอกตั้งแต่อยู่ไทย การตัดสินใจเธอจะได้ไม่เป็นแบบนี้ หญิงสาวยกมือขึ้นกุมศีรษะจนผมยุ่ง เธอตกหลุมพรางท่านประธานเสียแล้ว เวรกรรมของเธอ

‘แต่มันนอกเหนือจากข้อตกลง’ หญิงสาวคราง... เสียงตอบโต้ของพนักงานชั้นผู้น้อยเบาแผ่วยิ่งกว่าสายลมพัดผ่าน

‘คุณคือผู้ถูกเลือก อย่าลืม’ แจ็คกี้ย้ำ เธอถูกเลือกเชียวนะ ต้องภูมิใจสิและทำภารกิจให้สำเร็จด้วย อย่าหือ...

‘ทำไมพวกคุณไม่บอกฉันตรงๆ ตั้งแต่แรกว่าฉันต้องพาเจ้านายน้อยกลับไป ไม่งั้นฉันก็ไม่มีสิทธิ์กลับเมืองไทย’

‘ถ้าแบบนั้น ใครจะยอมไปครับ คุณก็รู้เจ้านายน้อยหัวแข็งแค่ไหน ทั้งแสบสัน ทั้งอันตราย จะว่าโหดก็ได้นะคุณ’ แจ็คกี้หมายถึง ‘ซาเร็ค’ หรือด็อกเตอร์อลัน ซาเร็ค เวทลีย์ บุตรชายเพียงคนเดียวของอีวาน ซาเร็ค เวทลีย์ ประธานกรรมการบริหารบริษัทต้นสังกัดของเธอนั่นเอง

‘แล้วอะไรทำให้ท่านตัดสินใจว่าฉันจะทำงานนี้สำเร็จคะ’

‘เพราะคุณมีคุณสมบัติหลายๆ อย่างที่คนอื่นไม่มีน่ะสิศลิษา ขอให้โชคดีกับภารกิจ’

‘โธ่แจ็คกี้... มันไม่ยุติธรรมเลย’ หญิงสาวครวญ

‘ผมรู้ว่าคุณทำได้ศลิษา’

แล้วแจ็คกี้ก็วางสายไปเสียดื้อๆ เหลือไว้เพียงหญิงสาวพนักงานระดับต๊อกต๋อยยืนงงในดงทิวลิปอยู่แบบนี้

หญิงสาวถอนใจอย่างเหน็ดเหนื่อยเมื่อย้อนคิดถึงวันแรกที่เดินทางมาถึงเนเธอร์แลนด์ ก่อนเอนหลังนอนราบลงบนเตียงอย่างอ่อนล้า... หลับตาแน่น ก่อนที่น้ำตาจะไหลเนื่องจากไม่สามารถบังคับได้ เธออุตส่าห์ฝันว่าจะได้มาดูงานและเที่ยว เที่ยว และท่องเที่ยว... มีเวลาจะไปบ้านคุณย่าและตามหาพ่อผู้ให้กำเนิดบ้าง แต่นี่ทุกอย่างกลับไปเป็นตามแผนที่วางเอาไว้

นรกชัดๆ เลยมั้งเนี่ย... พัง! ทริปในฝันของฉัน แทนที่จะปัง กลับพังไม่เป็นท่า พัง พัง พัง มันกลายเป็นแบบนี้ได้ยังไง ฮือ...

ความเหนื่อยล้าทั้งร่างกายและหัวใจทำให้หญิงสาวเผลอหลับไปโดยอัติโนมัติ

ชีวิตน้อยๆ ของพนักงานกินเงินเดือนที่น่าสงสาร...

หญิงสาวลืมตาตื่นนอนขึ้นมากลางดึก เวลาที่นี่เกือบตีสองตรงกับที่เมืองไทยประมาณเกือบๆแปดโมงเช้า ที่นั่นเช้าแล้วนี่ เธอจึงหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาต่อสายโทรหามารดา

ที่เมืองไทยตอนนี้ แม่อยู่กับป้ารักษ์ ซึ่งป้ารักษ์เป็นพี่สาวแท้ๆ ของแม่ นางจะเป็นคนคอยดูแลพาแม่ไปโรงพยาบาลตามเวลานัดของแพทย์ การได้รับคีโมอย่างสม่ำเสมอนั้นจะเป็นผลดี แต่ก็มีผลข้างเคียงด้วยเช่นเดียวกัน โอกาสที่แม่จะหาย มีค่าพอกันกับโอกาสที่แม่จะจากเธอไป แต่ที่ครอบครัวทำได้คือกำลังใจและทำทุกอย่างให้ดีที่สุด

อย่างน้อยแม่ก็ไม่ได้สู้เพียงลำพัง เราสู้กันทั้งครอบครัว และผู้ป่วยมะเร็งอีกนับล้าน พวกเราล้วนอยู่ทีมเดียวกัน

#ทีมสู้มะเร็ง

“ฮัลโหล” เสียงผู้เป็นป้ารับสาย ทำไมคิดถึงบ้านขนาดนี้นะ หญิงสาวหลับตาแน่น พยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ให้ไหลเพราะเกรงว่าเวลาร้องไห้ มารดาและป้าจะจับสังเกตได้จากน้ำเสียงระหว่างพูดคุยว่าเธอกำลังร้องไห้... ชีวิตกำลังเศร้า กลัวพวกท่านจะเป็นห่วงและกังวลไปกับเธอ

‘เข้มแข็งไว้นะลิษา...’ หญิงสาวเตือนตัวเองในใจ

“ป้าจ๋า นี่ลิษาเองนะ” หญิงสาวเอ่ยทักทายไปตามสาย ความจริงด้วยความทันสมัยของเทคโนโลยีการสื่อสาร เธอจะใช้วีดีโอคอลก็ย่อมได้ แต่เพราะเจอเรื่องราวร้ายๆ มาทั้งวัน และรู้สึกเหน็ดเหนื่อย เธอจึงไม่อยากให้แม่และป้าเห็นสีหน้าที่ไม่สู้ดีนักของเธอในตอนนี้ กลัวว่าท่านจะยิ่งเป็นห่วง อีกอย่างมารดาที่กำลังป่วย เธอไม่อยากให้ท่านมีเรื่องให้ต้องคิดหรือกระทบกระเทือนจิตใจและเป็นห่วงเธอมากจนเกินไป

“เอ้อษา... ว่าไงละลูก” ผู้เป็นป้าทักทายด้วยเสียงดีใจ

“แม่ล่ะ แม่ทำอะไรอยู่” เธอถามหามารดาอันเป็นที่รัก

“แม่กำลังกินข้าว แกจะคุยกับแม่หรือ?” น้ำเสียงของป้ารักษ์ยังคงอ่อนโยน มีเมตตาแม้ไม่เห็นหน้าก็รู้ว่าป้าของเธอยังยิ้มและมีความใจดีไม่เคยเปลี่ยนเลย ‘คิดถึง...’

“ค่ะ”

“ว่าไงสา”

“แม่จ๋า... คิดถึงแม่ที่สุดเลย” ลูกสาวคนเดียวเริ่มอ้อน

“แม่ก็คิดถึงลิษานะลูก ที่นั่นเป็นยังไงบ้าง” นางเอ่ยถามสารทุกข์สุขดิบของผู้เป็นลูก จะว่าไปเมื่อหลายปีมาแล้ว นางเคยไปเยือนเนเธอร์แลนด์หนึ่งครั้งในชีวิต คราวที่คบหาดูใจกับพ่อของศลิษา ตอนนั้นหญิงสาวยังไม่เกิด บ้านเมืองของเขานั้นเป็นระเบียบเรียบร้อย มีหลายอย่างที่ทันสมัย แต่ประชากรของเขาล้วนเคารพกันและกัน มีระเบียบวินัย บ้านเมืองเขาก็สะอาดเรียบร้อย สวยงาม น่าอยู่ บิดาของศลิษาพานางไปท่องเที่ยวและรู้จักกับแม่ของเขา หรือย่าของศลิษานั่นเอง แต่เพราะเขาทำงานด้านวิศวกรรม การย้ายที่ทำงานในต่างประเทศจึงเกิดขึ้นบ่อยๆ ในช่วงเวลานั้น เขามาทำงานที่ประเทศไทย ความรักของพ่อกับแม่จึงเริ่มก่อตัวขึ้น และศลิษาจึงได้มีโอกาสลืมตาดูโลก...

“ลิษาสบายดีจ้ะแม่... มาถึงก็ได้ดูงานเลย” ‘ดูงานจนก้นช้ำเลยแม่จ๋า’ หญิงสาวรายงานพยายามคุมโทนน้ำเสียงให้ปกติ ไม่เศร้าสร้อยเหมือนในใจที่กำลังรู้สึกอยู่

“ตั้งใจนะลูก เอาใจใส่งานนะ” ผู้เป็นมารดาเตือน ทำไมเธอถึงคิดถึงแม่... คิดถึงป้า... แล้วก็คิดถึงบ้านมากมายขนาดนี้นะ ทั้งๆ ที่อยู่ในประเทศที่สวยงามขนาดนี้ แต่ทำไมหัวใจมันถึงรู้สึกเดียวดาย... นี่ละสินะที่ใครเขากล่าวไว้ว่า ‘อยู่ที่ไหน... ก็ไม่สุขใจเหมือนบ้านเรา...’ ศลิษาพยายามข่มน้ำตาแต่มันก็เริ่มค่อยๆ ซึมออกมาจนต้องขยี้ตาแรงๆ ไล่น้ำตาออกไป ก่อนสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อตั้งสติ

“จ้ะแม่ เดี๋ยวอีกสองสามวันลิษาจะโทรหาคุณย่านะแม่ จะออกตามหาพ่อจริงจังแล้ว แต่ตอนนี้เพิ่งมาถึง งานก็ยังไม่ลงตัวเลย เพิ่งจะได้เข้าที่พักแล้วก็สำรวจเมืองน่ะ ยังกลัวหลง” ลิษารายงานมารดา

“เออดีๆ แกอยู่สองอาทิตย์เรอะ” ถ้านางจำไม่ผิด ลูกสาวเคยบอกอย่างนั้น

“แม่... นี่ล่ะที่ลิษาโทรมาหา ลิษาอาจจะได้อยู่นานกว่านั้น แต่แม่จ๋าไม่ต้องห่วงนะ เรื่องค่าใช้จ่ายบริษัทออกให้หมดเลย”

“อยู่นานจัง”

“ก็งานท่าทางจะติดพันน่ะแม่ บริษัทใหญ่ๆ ก็งี้แหล่ะ แม่จ๋าไม่ต้องเป็นห่วงนะ”

“ลิษาก็ดูแลตัวเองดีๆ นะลูก... แต่บ้านเมืองเขาเจริญ คงไม่มีโจรผู้ร้ายชุกชุมหรอกใช่มั้ย” มารดานึกห่วง ลูกสาวตัวคนเดียวไปอยู่ไกลบ้านแบบนั้น จะอยู่ยังไง นอนยังไง กินยังไงบ้างก็ไม่รู้

“ก็ยังไม่เจอนะแม่ ไม่มีอะไรน่าห่วงหรอกแม่ มีแต่คนหล่อๆ ลิษาได้เห็นกังหันลมของจริงแล้วนะแม่ อันเบ้อเริ่มเลย ได้ดูทิวลิปด้วยแม่” เดือนพฤษภาคมเป็นช่วงที่ดอกทิวลิปบานสะพรั่งในสวนเคอเคนฮอฟ(Keukenhof) เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมทั่วบ้านทั่วเมือง ส่วนกังหันลมของที่นี่ ปัจจุบันเหลือเพียงไม่กี่ตัว จะปรากฏอยู่ที่หมู่บ้านซานส์ สคันส์(Zaanse Schans) กังหันลมของเนเธอร์แลนด์เดิมใช้เพื่อผลิตพลังงานเพราะสภาพภูมิประเทศของเนเธอร์แลนด์อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลจึงทำให้มีพลังจากทิศทางลมนำมาใช้ประโยชน์ได้

“งั้นเรอะ ดีๆ ถ่ายรูปมาเยอะๆ นะ แม่อยากเห็นอีก พ่อแกเคยพาไปเที่ยวครั้งหนึ่งสมัยแม่เป็นสาว ถึงวันนี้ก็นานมากแล้ว ไม่รู้ตอนนี้บ้านเมืองเขาเป็นยังไงบ้าง” มารดาเล่า รอยยิ้มก็โปรยออกมาด้วยความถวิลหาช่วงเวลาดีๆ ที่แสนประทับใจในอดีต

“ค่ะแม่ ไว้หนูไปเยี่ยมคุณย่าแล้วจะให้พ่อโทรมาคุยกับแม่นะคะ”

“จ้ะลูก”

“แม่งั้นลิษาวางสายแล้วนะ ที่นี่ดึกเชียวล่ะ พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าไปทำงาน...” เธอหยุดหายใจ “อาจจะได้ขึ้นเรือยอร์ชหรูเลยนะแม่” ‘ถ้าเขาให้หนูไป’ ศลิษาโม้แต่พูดความจริงออกไปไม่หมดว่าเธอจะไปตามจิกตัวด็อกเตอร์เวทลีย์กลับเมืองไทย เธอต้องไปขวางไม่ให้เขาขึ้นเรือยอร์ชไปพักผ่อนกับนางแบบดัง หรือไม่เธอก็แอบขึ้นเรือไปด้วยเลย เพราะถ้าไม่ทำอะไรที่ระห่ำแบบนี้ ภารกิจนี้คงไม่สำเร็จสักที นั่นหมายความว่าการออกตามหาพ่อก็ต้องยืดเวลาออกไปอีก ซึ่งนั่นเธอรอไม่ได้ ศลิษาต้องการพาพ่อไปเยี่ยมแม่ให้เร็วที่สุด

“โอ้โห... งั้นก็นอนเถอะลูก” ผู้เป็นแม่บอก

“ค่ะแม่ แม่จ๋า... ลิษารักแม่นะ รักมากๆ แล้วก็คิดถึงแม่ทุกลมหายใจเลย”

“อืม... ปากหวานจริงลูกสาวฉัน” นางเอ่ยกลั้วเสียงหัวเราะ ยิ่งคุยกันก็ยิ่งคิดถึงลูกสาวขี้อ้อนคนนี้จริงๆ

“ลิษาขอวางสายก่อนนะแม่” เสียงอิดออดแกมออดอ้อนของลูกสาว ไม่รู้ใครจะวางสายก่อนใคร ต่างก็อยากคุยนานๆ

“จ้ะลูก แค่นี้ล่ะ ไว้ค่อยคุยกันใหม่” นางว่าก่อนกดวางสายไปอย่างเสียดาย รู้สึกใจหายอยู่เหมือนกันที่ตอนนี้ลูกอยู่คนละฟากโลก ไม่รู้ว่าจะอยู่อย่างไร กินอย่างไรและนอนอย่างไร...

หัวอกของคนเป็นแม่ คิดแล้วก็อดเป็นห่วงไม่ได้ แม้จะเป็นบ้านเกิดของคนเป็นพ่อ และหญิงสาวเคยไปเมื่อครั้งอายุได้ขวบเศษๆ แต่นั่นมันก็นานมาก แกยังจำความไม่ได้เลยกระมัง

~$~

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED