ยูริปลอบสามีด้วยเสียงกังวลใจ หล่อนไม่อยากให้พ่อกับลูกทะเลาะกันเลย
“ผมจะเย็นได้ยังไงยูริ ไม่เห็นหรือว่าเจ้านิคมันอาละวาดยังไง”
“ก็ผมไม่อยากแต่งงานกับผู้หญิงสำส่อนคนนี้นี่ครับ”
นิ้วแกร่งชี้มาที่หน้าของหล่อนอย่างไม่ปรานี อิงบุญกัดปากแน่น นั่งก้มหน้าน้ำตาไหลพราก ความอัปยศอดสูวิ่งเข้าใส่ร่างอย่างอำมหิต
เกรกอรี่ปรายตามองหน้าอิงบุญชั่วอึดใจ ก่อนจะหันไปจ้องหน้าลูกชายคนเล็กแทน
“แต่แกต้องแต่ง ห้ามขัดคำสั่งของพ่อเด็ดขาด”
“เรื่องอื่นผมทำให้คุณพ่อได้ แต่เรื่องนี้...”
นิโคไลโกรธจนหน้าแดงก่ำ เพราะเขาเกลียด เกลียดอิงบุญยิ่งนัก ผู้หญิงสารเลว ผู้หญิงแพศยา หล่อนต้องมีแผนชั่วอยู่ในหัวแน่ๆ ถึงได้ใช้วิธีสกปรกจับเขาแบบนี้
“ผมจะไม่ทำ!”
“แต่แกต้องทำ... ถ้าแกไม่ทำฉันจะขับไล่แกออกจากอิสไมนอฟ มาร์คิเดฟ แกจะไม่เหลืออะไรติดตัวเลยแม้แต่เหรียญเดียว”
เกรกอรี่ผุดลุกขึ้นยืน จ้องหน้าลูกชายอย่างไม่ยอมแพ้
“คุณพี่คะ อย่าใจร้อนค่ะ ค่อยๆ พูด...”
“คุณอยู่เฉยๆ ยูริ ผมจะจัดการกับไอ้ลูกดื้อด้านคนนี้ด้วยตัวของผมเอง”
นิโคไลอึ้งไปนานกับคำพูดของบิดา นี่พ่อของเขาหลงผู้หญิงอย่างอิงบุญมากจนยอมแม้กระทั่งจะตัดขาดจากลูกแท้ๆ อย่างเขาเชียวหรือ
ระยำ!
คนตัวโตกำหมัดแน่น ดวงตาสีเขียวมรกตลุกโชนไปด้วยกองไฟ
“ผมยังยืนยันคำเดิม ผมจะไม่มีทางแต่งงานกับอิงบุญ”
“ถ้าแกทำแบบนั้น แกจะไม่เหลืออะไรติดตัวเลยเจ้านิค”
เกรกอรี่ข่มขู่ และคิดว่าลูกชายจอมเอาแต่ใจจะต้องหวาดกลัว แต่ผิดคาด ผิดคาดถนัดตา เพราะนิโคไลกลับแสยะยิ้ม และพูดในสิ่งที่เขาไม่เคยคิดว่าจะได้ยินออกมา
“ผมยอมเป็นยาจก ดีกว่ามีเมียเป็นผู้หญิงสำส่อน”
“เจ้านิค!”
เกรกอรี่และยูริเต็มไปด้วยความตื่นตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน แต่คงไม่มีใครเจ็บปวด ช้ำใจเท่ากับอิงบุญอีกแล้ว ตอนนี้... ตอนนี้รู้อย่างชัดเจนว่าผู้ชายคนนี้เกลียดหล่อนมากแค่ไหน และไม่ว่าจะทำอะไร จะทำยังไงเขาก็ไม่มีทางยอมแต่งงานด้วย ความหวังของหล่อนที่จะได้พบกับน้องชายอีกครั้งก็คงจะต้องจางหายไปชั่วนิรันดร์
ทำไมโลกใบนี้ถึงช่างโหดร้ายกับหล่อนนักหนานะ
อิงบุญร่ำไห้ออกมาเงียบๆ อย่างสุดจะกลั้น ในขณะที่เกรกอรี่ผู้เป็นพ่อก็เต็มไปด้วยความเป็นกังวลเพราะกลัวว่าสิ่งที่ตัวเองตั้งใจเอาไว้จะหลุดลอย
“แกพูดจริงหรือเจ้านิค”
“มันคือความจริงที่สุดเท่าที่ผมเคยพูดมาเลยแหละ เพราะถ้าคุณพ่อยังยืนยันว่าจะบังคับให้ผมแต่งงานกับผู้หญิงมือสองคนนี้อีกล่ะก็ ผมจะเดินออกจากที่นี่ไป และจะไม่มีวันหวนกลับมาอีก ไม่ว่าจะเพราะเหตุอะไรก็ตาม”
“ไม่นะนิค อย่าทำแบบนี้นะ แม่ไม่ยอม”
ยูริโวยวายเพราะรักลูกชายมาก หล่อนหันไปขอร้องสามีเสียงสั่น
“คุณพี่คะ ในเมื่อนิคไม่อยากแต่ง เราก็อย่าไปบังคับจิตใจลูกเลยค่ะ ให้ตาคิลล์แต่งแทนก็ได้ นะคะ อย่าให้นิคต้องออกไปจากบ้านเลย”
คำว่าให้พี่ชายแต่งงานกับอิงบุญแทนเขา ทำให้นิโคไลรู้สึกหัวใจกระตุกขึ้นอย่างรุนแรงอย่างไม่ทราบสาเหตุ
“พี่คิลล์ดีเกินไปที่จะมาสู้รบตบมือกับแม่นี่”
เกรกอรี่หรี่ตามองบุตรชายคนเล็ก มองอย่างรู้ทันในความคิด
“ก็ถ้าแกเลือกที่จะปฏิเสธ ฉันก็จะต้องเปลี่ยนเป้าหมายเป็นเจ้าคิลล์”
นิโคไลอึ้งไปนาน เขาจ้องหน้าบิดา ก่อนจะหรี่ตาแคบมองแม่ผู้หญิงที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตามองตักตัวเองอยู่ด้วยความแค้นใจ นี่หล่อนคิดจะกวาดพวกเขาทั้งตระกูลเลยหรือไงนะ
“พี่คิลล์ไม่มีทางยอม”
“นั่นมันเป็นเรื่องของฉันที่จะต้องจัดการ ส่วนแก... ฉันให้เวลาคิดสามวันแล้วค่อยมาให้คำตอบ ถ้ายังยืนกรานคำเดิม ฉันจะได้ติดต่อเจ้าคิลล์”
กรามแกร่งของนิโคไลขบกันจนแน่น สองมือกำเป็นกำปั้นอยู่ข้างตัว ให้ตายเถอะ ทำไมจะต้องรู้สึกอึดอัดใจแบบนี้นะ อิงบุญจะเปลี่ยนจากเขาเป็นคิริลก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย แต่ทำไมลึกๆ ภายในถึงรู้สึกกระวนกระวายแบบนี้นะ เพราะอะไร
“ผมขอตัวก่อนครับ”
เมื่อรู้ว่าความสามารถในการต่อสู้ลดลงนิโคไลจึงเลือกที่จะหนีกลับขึ้นห้องพัก เขากระแทกเท้าเดินจากไปอย่างหงุดหงิด เกรกอรี่มองตามไปด้วยความรู้สึกเบื่อหน่าย ในขณะที่อิงบุญเต็มไปด้วยความเจ็บปวดทรมาน
หรือว่าหล่อนควรจะล้มเลิกทุกอย่างลง และเดินจากตระกูลนี้ไปเสียที
หลังจากยูริตามนิโคไลขึ้นไปบนห้องพักด้วยความเป็นห่วงแล้ว เกรกอรี่ก็เรียกให้หล่อนตามขึ้นไปพบที่ห้องหนังสือเช่นกัน
“ไหนบอกว่าเจ้านิคมันอ่อนลงเยอะแล้วไงล่ะหนูอิง”
“คือ... หนู... คือว่า...”
คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะไม้ขนาดใหญ่ ก้มหน้านิ่ง ดวงหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด
“หนู... ขอโทษค่ะ”
เกรกอรี่กระแทกลมหายใจออกมาแรงๆ
“เอาล่ะ ฉันจะไม่ต่อว่าอะไรหนูอิงอีกเพราะฉันรู้จักนิสัยของเจ้านิคมันดี แต่หลังจากนี้ต่อไป หนูมีหน้าที่ที่จะต้องทำให้เจ้านิคมันยอมรับหนูให้ได้ หรือถ้าจะให้ดีหนูก็ต้องยอมนอนกับมันไปเลย เพราะถ้าเป็นอย่างหลัง หนูจะไม่ต้องเสียเวลามาแต่งงาน เพราะฉันมั่นใจว่าหลานของฉันที่เป็นสายเลือดของราชวรกุลจุติอยู่ในท้องของหนูอิงอย่างแน่นอน”
คนฟังหน้าร้อนฉ่าแทบไหม้เพราะความอดสู แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่นใดที่จะปฏิเสธ
“ค่ะ... คุณลุง...”
“ดีมาก ฉันก็จะพยายามเปิดโอกาสให้หนูอิงกับเจ้านิคอยู่ด้วยกันตามลำพังสองต่อสองให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และฉันก็หวังว่าหนูจะใช้โอกาสนี้ทำให้เจ้านิคมันลืมตัวสักครั้ง”
ลืมตัวหรือ?คนคิดน้ำตาซึมตกในอย่างเจ็บปวด
“ค่ะ หนูจะพยายาม”
“ฉันหวังว่าหนูจะพยายามจริงๆ อย่างที่รับปากกับฉันเอาไว้ เอาล่ะออกไปได้แล้ว ห้องพักของหนูอิงอยู่ติดกับห้องเจ้านิคนั่นแหละ”
เกรกอรี่โบกมือไล่ แต่อิงบุญก็ยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิมไม่ขยับ จนเจ้าของห้องต้องเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ
“หนูอิงมีอะไรกับฉันอีกหรือ”
“คือหนู... หนูอยากรู้ว่า... คุณลุงตามหาน้องชายของหนูไปถึงไหนแล้วคะ”
เกรกอรี่ระบายยิ้มบางๆ ออกมา มีบางอย่างในดวงตาสีเขียวมรกตที่ทำให้อิงบุญหวาดระแวง
“ทุกอย่างจะเรียบร้อยทันที หนูอิงจะได้เจอกับน้องชายทันทีเมื่อหนูอิงตั้งครรภ์หลานของฉัน”
“จริง... จริงเหรอคะคุณลุง... งั้นก็แสดงว่าตอนนี้คุณลุงเจอน้องชายของหนูแล้ว”
ชายสูงวัยยังระบายยิ้มแบบเดิม
“ยังหรอก ฉันก็แค่ได้เบาะแสเพิ่มมากกว่าเดิมเท่านั้น แต่ฉันรับรองว่าหนูจะต้องได้เจอกับน้องชายของตัวเองแน่นอน”
ดอกไม้ของความหวังที่เบ่งบานคับแน่นอกทำให้อิงบุญระบายยิ้มออกมาทั้งน้ำตา มองผู้ชายสูงวัยตรงหน้าอย่างขอบคุณ ถึงแม้ว่าเกรกอรี่จะบีบให้หล่อนไม่เหลือทางเดินอื่นใดนอกจากทำตามความต้องการของเขา แต่เขาก็จะทำให้หล่อนได้พบกันอินทัช
“ขอบ... ขอบคุณคุณลุงมากค่ะ ขอบคุณที่สุด”
“ไม่เป็นไรหรอก ถือว่าเราแลกเปลี่ยนกัน”
เกรกอรี่ระบายยิ้ม มองเด็กสาวตรงหน้านิ่ง ความจริงเขาก็อดที่จะเอ็นดูอิงบุญไม่ได้ แต่เพราะเรื่องเจ็บช้ำในอดีตที่ยากจะลืมทำให้เขาเลือกที่จะทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้องลงไป
“เอาล่ะ ออกไปได้แล้ว และอย่าลืมทำทุกวิถีทางเพื่อให้เจ้านิคมันเผลอตัวไปกับหนูอิงล่ะ”
แก้มนวลแดงระเรื่อ ดวงหน้างามร้อนผ่าวด้วยความอดสู
“เอ่อ ค่ะ หนูจะพยายาม งั้นหนูออกไปก่อนนะคะ”
เมื่อเกรกอรี่พยักหน้าอนุญาต หญิงสาวก็เดินออกไป แต่ทันทีที่เปิดประตูห้องหนังสือออก ดวงหน้างามก็ต้องซีดเผือดราวกับกระดาษ
“คุณนิค!”
นิโคไลอึ้งไปนานเหมือนกันเมื่อเห็นอิงบุญเดินออกมาจากห้องหนังสือของบิดา เนื้อตัวของเขากระตุกขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ ความเกลียดชังกระหน่ำอยู่ภายในอย่างรุนแรง
“ร่าน พ่อฉันแก่จนแทบจะเดินไม่ไหวอยู่แล้ว เธอยังมาอ่อยถึงห้องเชียวนะ”
“มันไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ”
“หุบปาก! ฉันไม่อยากฟังคำแก้ตัวของอีตัวอย่างเธอ ไสหัวไปเลย!”
แล้วคนตัวโตก็บันดาลโทสะด้วยการเหวี่ยงร่างอรชรของอิงบุญออกจากประตูห้องอย่างไม่ปรานีจนร่างเล็กเซถลาไปเสียหลักล้มลงกับพื้นห้องด้านนอกอย่างแรง หญิงสาวน้ำตาซึม แต่คนกระทำหาได้แสดงความเห็นใจไม่ เขากลับยิ่งตอกย้ำหล่อนด้วยสายตากระด้างและคำพูด
“ผู้หญิงอย่างเธอน่ะมันหนาไปทั้งตัว คงไม่เจ็บหรอกมั้งแค่นี้”
เขาเดินหายเข้าไปในห้องหนังสือที่เกรกอรี่นั่งอยู่ ในขณะที่หล่อนนั่งร้องไห้น้ำตาไหลพรากอยู่ที่เดิมนานแสนนาน
“ทำไม... คุณถึงใจร้ายกับฉันแบบนี้คะคุณนิค”
น้ำตาที่พยายามเช็ดมันไหลทะลักออกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ว่าจะเช็ดจะปาดมันยังไงมันก็ไม่ยอมเหือดแห้งจากแก้มนวลเลย หล่อนสะอื้นไห้ปานจะขาดใจอยู่นานก็จำต้องเดินโซซัดโซเซกลับไปยังห้องพักของตัวเองด้วยดวงใจที่ทุกข์ระทม