ตอน 1

รถเก๋งสีดำขับเข้ามาจอดที่หน้าบ้านเรือนไทยใต้ถุงสูงหลังใหญ่ ที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางทุ่งนา ด้านหลังรายล้อมไปด้วยวิวทิวทัศน์ภูเขาสูงสวยงาม หญิงสาวหน้าสวยที่นั่งอยู่บนรถเริ่มมีสีหน้าไม่สู้ดี เธอไม่อยากลงไปจากรถแม้บ้านตรงหน้าจะเป็นบ้านของเธอเองก็ตาม

ก๊อก ก๊อก ก๊อก “แก้ว...เป็นอะไรหรือเปล่าลูก” เสียงเคาะกระจกบวกกับน้ำเสียงที่ดูรนรานของคนเป็นแม่ทำให้ช่อแก้วเริ่มได้สติและรีบเปิดประตูลงจากรถ

“เป็นอะไรหรือเปล่าลูก หลับในเหรอ” เมื่อลูกสาวคนโตลงจากรถมาได้ ชบาก็รีบพาไปนั่งที่แคร่ไม้สักที่ใต้ถุนบ้านทันที

“เปล่าจะแม่ ง่วงๆ นิดหน่อย เดี๋ยวแก้วไปนอนก่อนนะ”

“อ่อ งั้นรีบไป ตื่นแล้วก็ลงมากินข้าว เดี๋ยวเย็นนี้แม่ทำแกงส้มกับปลาเกลือทอดเอาไว้ให้” หญิงวัยกลางคนพอจะโล่งใจไปได้ คราแรกคิดว่าลูกเธอจะเป็นอะไรไปแล้วเสียอีก

“จะ” ช่อแก้วเดินขึ้นบันไดมาที่ห้องนอนของตัวเองด้วยท่าทางเหม่อลอย เพราะเรื่องที่เพิ่งได้ไปประสบพบเจอมาทำให้เธอไม่อยากจะสู้หน้าใครในครอบครัวเลย

“เฮ้อ... ทำอะไรลงไปวะเนี่ยไอ้แก้ว” เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้าที่เธอไปเที่ยวเพื่อคลายเครียด จนพลาดไปนอนกับผู้ชายที่ไม่เคยรู้จักหน้าค่าตากันมาก่อนก็อยากจะเขกหัวตัวเองเป็นล้านๆ ครั้ง เพราะเหตุการณ์เมื่อคืนทำให้เธอเสียความบริสุทธิ์ที่หวงแหนไป

เหตุการณ์ก่อนหน้า

“นี่ฝีมือฉันใช้ไม่ได้จริงๆ ใช่ไหม เขียนนิยายมาตั้งยี่สิบกว่าเรื่องแล้วทำไมยังไม่มีชื่อเสียงสักที รายได้ก็น้อยนิดไม่พอค่าใช้จ่าย หรือว่าฉันต้องไปหางานประจำทำ” ช่อแก้วนั่งบ่นกับยาหยีด้วยน้ำเสียงและท่าทางที่เริ่มท้อ เธอเขียนนิยายมาร่วมสองปีจนเข้าปีที่สามแล้วยังไม่มีวี่แววว่านามปากกาของตัวเองจะมีชื่อเสียงหรือนิยายของเธอจะเป็นที่รู้จักในวงกว้างเลย อีกทั้งตอนนี้ที่บ้านก็ประสบปัญหาเรื่องหนี้สินที่ไม่รู้ว่าจะใช้ไปถึงปีไหนถึงจะหมดลงได้อีก

“แกก็ทำควบคู่กันไปก็ได้นี่ เขียนนิยายไปด้วยแล้วก็ทำงานประจำไปด้วยไง” เจ้าของร้านเบเกอรี่สาวสวยนั่งเท้าคางจ้องหน้าช่อแก้วด้วยแววตาอ่อนใจแทนเพื่อน

“ถ้าฉันไปทำงานประจำฉันก็ต้องไปพบเจอผู้คนใหม่ๆ มันน่าเหนื่อย แล้วถ้าฉันเครียดกับงานประจำฉันก็จะต้องเขียนงานนิยายไม่ออกแน่เลย” ช่อแก้วบุ้ยปาก

“โอ้ย...ดูแกฟุ้งซ่านนะแก้ว ไม่ได้ออกไปเที่ยวนานหรือยัง”

“ก็...เป็นปีแล้ว”

“ฉันขอเสนอให้แกออกไปเที่ยวพักผ่อนกับธรรมชาติที่ไหนก็ได้ที่แกชอบ เผื่อสมองปลอดโปร่งแล้วอาจจะตัดสินใจอะไรได้ง่ายขึ้นก็ได้”

“เที่ยวเหรอ แกจะไปกับฉันไหม”

“ช่วงนี้ฉันยุ่ง วันหยุดก็เหมือนไม่ได้หยุด คนที่ร้านลาป่วยตามๆ กันเลย แกไปคนเดียวได้ไหม”

“ก็ได้”

หลังจากปรึกษากับยาหยีจนได้ข้อสรุปว่าเธอจะต้องมาเที่ยวผ่อนคลาย วันรุ่งขึ้นช่อแก้วจึงเดินทางคนเดียวด้วยรถเก๋งคันเก่งมาที่จังหวัดสระบุรี เพราะเชื่อว่าการเที่ยวตามสถานที่ธรรมชาติจะทำให้ตัวเองผ่อนคลายได้ดีที่สุด

ช่อแก้ว อนันต์วิชิต หญิงสาวตัวเล็กผิวขาวน่าตาน่ารักน่าชังวัย25 ย่างเข้า26 ตากลมโตปากนิดจมูกหน่อยผมดกดำยาวสยายถึงกลางหลังหุ่นนาฬิกาทรายเรียกว่าเป็นตุ๊กตาก็ว่าได้ แต่เธอก็ไม่ค่อยได้ออกไปเฉิดฉายในสังคมมากนัก เพราะเป็นคนคบเพื่อนน้อยไม่ค่อยออกไปพบปะผู้คน หลังเรียนจบก็มุ่งมั่นอยู่กับการทำงานเป็นนักเขียน แต่เห็นทีตอนนี้เธอจะมุ่งมั่นในเรื่องนี้อย่างเดียวไม่ได้แล้ว เพราะเงินที่หาได้ไม่พอค่าใช้จ่ายเพราะที่บ้านมีหนี้หลายล้าน อีกอย่างก็เริ่มรู้สึกท้อแท้กับการปั้นตัวเองให้มีชื่อเสียงในวงการเขียนด้วย

เช้าวันนี้หญิงสาวเลือกขับรถมาจองที่พักติดริมธารน้ำตกใกล้กับอุทยานแห่งชาติน้ำตกชื่อดังของจังหวัดสระบุรี เมื่อเช็กอินที่พักเรียบร้อยเธอก็เลือกที่จะออกมานั่งแคร่ไม้ไผ่ที่ตั้งอยู่ริมธารน้ำตกหลังที่พัก วันนี้เป็นวันธรรมดาผู้คนในแหล่งท่องเที่ยวก็ไม่คึกคักมากนัก ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่อแก้วชอบที่สุด เพราะเธออยากอยู่ในที่เงียบสงบที่สุดเท่าที่จะทำได้

หญิงสาวนั่งกินลมชมววฟังเสียงน้ำตกอยู่พักใหญ่ จู่ๆ ในหัวก็พลันนึกถึงเรื่องราวในอตีต ตอนนั้นเธอเพิ่งเริ่มคบหากับกรภัคลูกชายเข้าของร้านทองใหญ่ในตัวจังหวัด ในระหว่างที่คบกันเธอกับกรภัคไม่มีปัญหาติดขัดอะไรและดูความรักของเธอและเขาจะเริ่มพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ

จนกระทั่งกรภัคได้ตัดสินใจพาเธอไปแนะนำตัวกับครอบครัวของเขา วันนั้นเป็นวันที่เธอร้องให้หนักที่สุด และเลือกที่จะขอจบความสัมพันธ์กับกรภัคตั้งแต่วันนั้น เพราะพ่อแม่ของกรภัคไม่ชอบใจที่จะให้ลูกชายของพวกเขาคบกับคนที่มีฐานะต่ำกว่าตัวเอง อีกอย่างครอบครัวของชายหนุ่มก็ได้เลือกคู่ครองที่เหมาะสมกันเอาไว้แล้ว

แม้กรภัคยืนยันว่าจะจับมือเธอไม่ปล่อยถึงจะถูกพ่อแม่กีดกัน แต่เธอก็ไม่สามารถจับมือเขาต่อไปได้ เพราะยังไงเขาก็ตัดไม่ขาดกับครอบครัว และเธอก็ไม่อยากจะเป็นต้นเหตุทำให้เขาต้องผิดใจกับครอบครัวด้วย หลังจากเลิกรากับกรภัคมาเธอก็ไม่คิดออกสังคมหรือทำความรู้จักกับใครอีกเลยเพราะกลัวว่าจะถูกดูถูกอีก เพื่อนที่สนิทกันตั้งแต่เด็กๆ จนมาถึงวันนี้ก็มีเพียงแค่ยาหยีเท่านั้น

“เฮ้อ...” กลับมาจากน้ำตกช่อแก้วก็นอนกลิ้งนอนเกลือกถอนหายใจอยู่บนเตียงนุ่ม เพราะเลื่อนมือถือดูโซเชียลทีไรเพื่อนๆ นักเขียนคนอื่นก็โชว์ยอดรายได้ที่มากกว่าเธอหลายเท่าให้ได้เห็น แม้จะรู้ว่าแต่ละคนจะมาถึงจุดนี้ก็ต้องใช้เวลาและความพยายามมากๆ แต่เธอก็อดท้อใจไม่ได้เพราะไม่รู้ว่าตัวเองจะสามารถเป็นนักเขียนนิยายที่ประสบความสำเร็จได้หรือเปล่า

เมื่อความทุกข์ใจเข้ามาถาโถมหนักเข้าช่อแก้วก็เลือกวิธีที่จะทำให้ตัวเองลืมเรื่องราวโดยการไปหาซื้อเครื่องดื่มมึนเมามานั่งดื่มคนเดียวเงียบๆ ที่แคร่ไม้ริมธารน้ำตกหลังห้องพักของตัวเอง หลังจากดื่มเครื่องดื่มมึนเมาได้ได้พักใหญ่สาวเจ้าก็เริ่มที่จะไม่ได้สติ เธอลุกออกจากแคร่ไม้เดินโงนเงนอยู่ที่ธารน้ำตก ดวงตาคู่สวยปรือเยิ้มกวาดสายตามองไปรอบๆ ตัว เห็นว่าไม่มีใครจึงเลือกที่จะเปิดปากตะโกนเสียงดังเพื่อระบายความเครียด

“ไม่ขายแล้วโว้ยนิยาย ขายตัวดีกว่า” หลังจากตะโกนจบช่อแก้วก็ยืนยิ้มอยู่ครู่หนึ่งและกลับมานั่งที่แคร่ไม้ภายใต้แสงไฟสลัวเหมือนเดิม

“ซื้อครับ”

คนที่เพิ่งกลับมาทิ้งตัวลงนั่งเริ่มยิ้มไม่ออกเพราะจู่ๆ ก็มีเสียงของใครบางคนโผล่ออกมาจากความมืด

ตอน 2

ด้วยความเมาหญิงสาวจึงใจกล้ามากเป็นพิเศษ เธอเริ่มหันมองไปยังต้นเสียงและไม่กี่วินาทีหลังจากนั้นก็มีชายหนุ่มรูปงามปานเทพบุตรผิวพรรณผุดผ่องเหมือนจะเรืองแสงเป็นหลอดไฟเสียให้ได้เดินออกมาจากมุมมืดที่อยู่ไม่ห่างจากเธอเท่าไหร่นัก

“คนหรือผีอะ ถ้าเป็นผีอย่ามาหลอกให้เสียเวลาไม่กลัวหรอก” ช่อแก้วพูดด้วยน้ำเสียงงัวเงียที่ไม่ค่อยชัดถ้อยชัดคำเท่าไหร่นัก

“คนสิครับ” ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาทิ้งตัวนั่งที่แคร่ไม้ข้างๆ กับหญิงสาวที่กำลังมองจ้องหน้าของเขาด้วยสีหน้าแววตาฉงน

“หล่ออะไรอย่างงี้ ไม่ใช่ผีแน่นะ” ช่อแก้วลุกยืนขึ้นคว้ามือหมับไปที่พวงแก้มทั้งสองของชายหนุ่มหน้าหล่อ เธอมองสำรวจใบหน้านั้นเงียบๆ ครู่หนึ่งแต่ไม่ยอมพูดอะไรออกมาเพราะไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองกำลังฝันอยู่หรือว่าเธอกำลังเผชิญหน้ากับผู้ชายที่มีรูปร่างหน้าตาราวกับหลุดมาจากปกนิตยสารจริงๆ กันแน่

“อืม คุณจะขายเท่าไหร่ ผมจะซื้อ”

“อืม เราหนักเท่าไหร่น้า...อ่อ ก่อนอื่น...” หญิงสาวถอยห่างออกจากชายหนุ่มเล็กน้อย

“ฉันชื่อช่อแก้วหนัก45กิโล คุณจะให้กิโลละเท่าไหร่” ช่อแก้วยืนตัวตรงเท้าเอวและเอียงใบหน้าครุ่นคิดถึงน้ำหนักของตัวเอง

“กิโลละแสนพอไหม ทั้งหมดก็สี่ล้านห้าแสน ตกลงไหม”

“หา...ตกลง อุ้มไปเลย” ช่อแก้วได้ยินจำนวนเงินก็อ้าแขนให้ชายหนุ่มอุ้มเธอไปโดยที่ไม่คิดอะไรมาก หลังจากนั้นความทรงจำของเธอก็หายไป พอมารู้สึกตัวอีกทีเธอก็ตื่นมาเห็นตัวเองนอนเปลือยเปล่าอยู่ข้างชายหนุ่มหน้าหล่อที่เธอคิดว่าเจอเขาในความฝันไปแล้ว...

เธอนั่งทบทวนตัวเองอยู่ครู่หนึ่งสายตาก็เหลือบไปเห็นรอยหยดเลือดที่เตียงนุ่ม “ไม่นะ...” สาวเจ้านั่งกุมขมับทำอะไรไม่ถูกเมื่อรู้ตัวว่าได้เสียความบริสุทธิ์ที่หวงแหนไปแล้ว

ช่อแก้วพอจะตั้งสติได้เธอก็รีบค่อยๆ ขยับตัวลุกออกจากเตียงและก้มลงไปเก็บเสื้อผ้าเงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะไม่อยากให้ชายหนุ่มที่กำลังหลับตื่นมาเจอเธอที่กำลังจะหนีออกไป เธอไม่อยากจะสนทนาต่อความกับคนที่ไม่ได้ตั้งใจจะนอนด้วย ทั้งยังโมโหตัวเองที่เมาจนไม่ได้สติและได้ทำเรื่องที่ไม่สมควรทำลงไป

ปัจจุบัน

ชนกันต์ขับรถคันหรูสีดำจากสระบุรีตรงมายังบ้านสไตล์ยุโรปสีขาวที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางพื้นที่เป็นสิบไร่ติดกับแม่น้ำสายใหญ่ของกรุงเทพมหานครในช่วงใกล้เที่ยงวัน เมื่อจอดรถได้ก็รีบเร่งเดินเข้าไปในบ้านทันที เพราะคิดว่าอาสะใภ้ของเจขาคงมีธุระด่วนที่อยากจะคุยด้วยถึงได้คะยั้นคะยอให้เขามาถึงที่บ้านหลังนี้ก่อนเที่ยง

“คุณอานัดผมมาทานข้าวที่บ้านมีเรื่องอะไรอยากจะคุยหรือเปล่าครับ” ชนกันต์ยกมือไหว้หญิงวัยกลางคนที่ยังดูสะสวยไม่แพ้วัยรุ่น เธอคือพวงทองอาสะใภ้ของเขาที่เขานั้นเคารพเธอเสมือนแม่อีกคน เพราะเธอเลี้ยงเขามาคู่กับปรารถนาลูกสาวของตัวเอง ด้วยเพราะช่วงที่เขาเด็กๆ แม่และพ่อของเขาต้องช่วยกันบริหารงานในโรงพยาบาลอย่างหนัก

“อาก็อยากจะพบปะหน้าหลานชายอาบ้างน่ะสิ เราไม่ได้ร่วมโต๊ะกินข้าวด้วยกันนานแล้วนะ วันนี้ยัยปรางค์พาเพื่อนมาทานข้าวด้วย นั่นไงมากันแล้ว” พวงทองชี้ไปยังรถยุโรปสองคันที่ขับตามกันเข้ามาในบ้าน

ชนกันต์เห็นเช่นนั้นก็เริ่มรับรู้ได้ว่าที่อาสะใภ้ของเขาโทรตามให้มาให้ได้ก็ไม่พ้นเรื่องที่จะจับคู่ให้เขาแน่นอน เคยเจอกรณีเช่นนี้หลายครั้งแต่ก็ไม่เคยจำเอาเสียเลย

“นั่นหนูพิมเพชร ลูกสาวคุณพชรเจ้าของร้านเพชรชื่อดังไงล่ะ สวยน่ารักไหมล่ะ”

“ก็น่ารักครับ น่ารักเหมือนยัยปรางค์เลย” เขาพยักหน้าและอมยิ้มน้อยๆ เมื่อมองไปยังสาวสวยร่างสูงที่แต่งตัวเซ็กซี่เดินอยู่ข้างกับปรารถนา

“สวัสดีค่ะคุณป้า สวัสดีค่ะพี่กันต์ ได้ยินยัยปรางค์พูดถึงบ่อยๆ ว่าพี่กันต์ทั้งหล่อทั้งใจดี ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ” พิมเพชรยกมือไหว้คนที่เป็นผู้ใหญ่กว่าอย่างนอบน้อม เมื่อเงยหน้าขึ้นได้ก็ส่งสายตาหวานหยาดเยิ้มให้กับชนกันต์จนเขาต้องก้มหลบสายตา เพราะไม่ได้คิดที่จะสานสัมพันธ์กับหญิงสาวเกินไปกว่าการรู้จักเธอในฐานะเพื่อนของน้องสาว

“ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ”

“เพื่อนปรางค์สวยไหมคะพี่กันต์”

“เมื่อกี้เห็นหนูเพชรครั้งแรกก็บอกแม่ว่าหนูเพชรน่ารัก” ยังไม่ทันที่ชนกันต์จะตอบอะไรปรารถนาพวงทองก็แย่งพูดไปก่อน ทั้งยังไม่ค่อยจะครบถ้วนทุกคำที่เขาพูดเท่าไหร่เพราะเขาไม่ได้ชมแค่พิมเพพชรคนเดียว แต่หากเอ่ยเสริมเติมแต่งอะไรไปจะหักหน้าทุกคนจึงเลือกที่จะเงียบเอาไว้

“ขอบคุณนะคะพี่กันต์” สาวเจ้าที่รู้ตัวว่าถูกผู้ชายชมก็เริ่มมีท่าทีและน้ำเสียงขวยเขินจนออกนอกหน้า

“เราเข้าไปข้างในกันดีกว่าครับ ผมหิวแล้ว”

“ไป ไป อาจะได้ให้แม่บ้านจัดโต๊ะอาหาร”

และแล้วมื้ออาหารเย็นวันนี้ก็เป็นมื้อที่ชนกันต์นั้นอึดอัดอีกครั้ง เพราะอาสะใภ้ของเขาดูจะยัดเยียดให้เขาดูแลพิมเพชรเป็นพิเศษ กว่าจะจบมื้อกลางวันได้เขารู้สึกกระอักกระอ่วนใจจนรับประทานอาหารเที่ยงไม่อิ่ม

“หนูเพชรน่ารักดีไหมล่ะตากันต์” หลังจากชนกันต์กลับมาถึงบ้านไม่กี่นาทีอัญชลีก็รีบเฟสไทม์หาชนกันต์ทันที และแล้วชนกันต์จึงได้รู้ว่าแม่และอาสะใภ้ของเขาต้องร่วมมือกันในภารกิจดูตัวครั้งนี้แน่นอน

“ผมรู้ตัวคนสมรู้ร่วมคิดที่จับคู่ให้ผมแล้วล่ะครับ”

“อะไร ใครจับคู่ คิดไปเองหรือเปล่า แม่ไม่ได้ทำอะไรเลย” อัญชลียืนยันเสียงดัง แต่มีหรือชนกันต์จะดูอาการแม่ของตัวเองไม่ออก

“ไม่ค่อยจะร้อนตัวเลยนะครับคุณแม่”

“ทำอย่างกับลูกดูไม่ออก” มีเสียงของเตชธรรมแทรกเข้ามา ชนกันต์รู้สึขบขันที่พ่อตนกล้าที่จะเบรกคนเป็นแม่เพราะไม่ค่อยได้เห็นหรือได้เจอพ่อของเขาขัดแม่ตนบ่อยนัก

“คุณก็! ก็ฉันอยากอุ้มหลานนี่คะ คุณก็แก่ขนาดนี้แล้ว จะไปจากโลกนี้วันไหนก็ไม่รู้ไม่อยากอุ้มหลานบ้างหรือไง”

“อ้าว มาแช่งผมทำไม”

“ไม่ต้องเถียงกันครับ ไม่นานนี้อาจจะได้อุ้มกันสมใจครับ”

“จริงเหรอตากันต์ อย่าให้ความหวังแม่ลมๆ แล้งๆ นะ แม่ไม่ยอมจริงๆ ด้วย” อัญชลีละจากการเถียงกับสามีมามองจ้องหน้าจอด้วยสีหน้าตื่นเต้น

“ครับคุณแม่ แค่นี้ก่อนนะครับ” ชนกันต์วางสายจากพ่อกับแม่ได้ก็เดินยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เพราะตอนนี้รู้ตัวว่าได้เจอคนที่ถูกใจที่สามารถเรียกว่ารักแรกพบได้แล้ว

ชนกันต์ โสภาพีรวัตร ชายหนุ่มร่างสูงกำยำหน้าตาหล่อเหลาปานนายแบบที่หลุดมาจากนิตยสาร เขาอายุเข้า36 เป็นหนุ่มโสดโปรไฟล์ดีที่ค่อนข้างเนื้อหอมและทำงานเก่ง ตอนนี้ชายหนุ่มนั่งแท่นผู้บริหารโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังในกรุงเทพมหานครแทนคนเป็นพ่อและแม่ที่เกษียนตัวเองไปท่องเที่ยวรอบโลก

ในชีวิตมักจะถูกครอบครัวหาคนมาให้ดูตัวตลอดแต่เขาก็ไม่เคยคิดจะสนใจใคร เพราะไม่เคยรู้สึกพิเศษกับใครได้สักคน จนมาเจอผู้หญิงตัวเล็กน่ารักน่าชังราวกับตุ๊กตาเดินได้ที่อยู่ด้วยกันเมื่อคืน แล้วเธอก็ทิ้งของบางอย่างเอาไว้ให้เขาดูต่างหน้า เขาเป็นคนที่เชื่อเรื่องรักแรกพบ แม้จะเคยผิดหวังกับเรื่องนี้มาแล้ว แต่เขาก็เชื่ออย่างนั้นมาโดยตลอดไม่เปลี่ยนแปลง...

“เป็นอะไรของแก อาทิตย์ที่แล้วที่ไปเที่ยวไม่ได้ทำให้สบายใจขึ้นมาบ้างหรือไง” ยาหยีเห็นเพื่อนรักเพื่อนเลิฟอย่างช่อแก้วนั่งเขี่ยลูกชิ้นในชามก๋วยเตี๋ยวพักใหญ่แล้ว จึงพอจะรู้ว่าเพื่อนเธอต้องมีเรื่องไม่สบายใจอีกแน่นอน

“กินเสร็จแล้วไปนั่งคุยกันที่หลังโรงเรียน” ดวงตากลมโตเหลือบมองยาหยีครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจและเอ่ยเสียงอ่อนออกมา

“งั้นรีบกินให้เสร็จเร็วๆ เลย” ยาหยีแทบยจะยกถ้วยก๋วยเตี๋ยวซดเสียให้ได้ เพราะดูพฤติกรรมของช่อแก้วออกว่าเรื่องที่ช่อแก้วจะคุยกับเธอต้องเป็นเรื่องสำคัญแน่นอน

สองสาวใช้เวลาอยู่ในร้านก๋วยเตี๋ยวกลางหมู่บ้านไม่กี่นาทีก็พากันขับมอเตอร์ไซต์คันเก่งมานั่งคุยกันที่สวนหย่อมหลังโรงเรียนวัด ที่เก่าเจ้าประจำที่พวกเธอสองคนชอบมานั่งคุยกันเวลามีเรื่องที่เดือดร้อนใจ

“ถ้าฉันเล่าอะไรให้แกฟัง แกเงียบเอาไว้ด้วยล่ะ”

“โอเค๊... เล่ามา”

“เสียงสูงจนฉันไม่อยากเล่าเลย”

“เล่ามาเหอะน่า แกไม่เล่าให้ฉันฟังจะไปเล่าให้หมาที่ไหนฟัง มีฉันเป็นเพื่อนอยู่คนเดียวเนี่ย”

“ถ้วยฟูไง” ช่อแก้วเอ่ยถึงลูกหมาสีน้ำตาลตัวกลมที่เชอเอมน้องสาวของเธออุ้มกลับมาจากกรุงเทพมหานครเพราะเห็นมันน่าสงสาร

“โอ้ย... ไม่เล่าก็ไม่ฟัง” ยาหยีลุกยืนพรวดยกมือเท้าเอวด้วยท่าทางอารมณ์เสียที่ช่อแก้วเอาแต่ลีลากวนประสาทเธออยู่นั่น

“เล่าก็เล่า แต่ระวังเมาน้า” ช่อแก้วต้องรีบดึงแขนยาหยีให้เพื่อนเธอนั่งลงอีกครั้ง

“เอ๊ะแก้ว... แกจะหยุดปัญญาอ่อนกี่โมง”

“11โมง นี่ไงเวลานี้พอดี อิอิ”

“ยังอี๊ก...” คราวนี้ยาหยีไม่ได้จะลุกหนีแต่เป็นง้างมือจะฟาดหลังช่อแก้วแทน

ตอน 3

“เออ เล่าแล้ว ขี้วีนเป็นคนวัยทองไปได้” สุดท้ายช่อแก้วก็ต้องเอ่ยเล่าเรื่องที่เธอไปเจอมาเมื่อตอนที่ไปเที่ยวสระบุรีให้ยาหยีได้ฟัง

“หา!...” ยาหยีฟังเรื่องราวทุกอย่างก็นั่งอ้าปากค้าง ตกใจพอสมควร เพราะที่ยุให้ช่อแก้วไปเที่ยวเพื่อไปผ่อนคลายความเครียดไม่คิดว่าเพื่อนรักจะต้องไปเสียตัวที่นั่น

“หาอะไรฉันช่วยไหม”

“ไอ้แก้ว! มันใช่เวลาตลกไหม นี่... นี่แกเสียตัวให้ใครก็ไม่รู้งั้นเหรอ”

“เออ... แต่เค้าก็หล่อดี หล่อมาก หล่อมากๆ เลย อายุน่าจะ 28 - 29 ประมาณนี้มั้ง”

“ป้องกันไหม”

“จำอะไรไม่ได้ ชื่อเค้าฉันยังไม่รู้เลย”

“อายุเท่านี้ แถมหล่อมาก แล้วก็ลากแกไปนอนด้วยง่ายๆ ท่าทางจะช่ำชองเรื่องนี้ ไม่แน่อีตาคนนั้นที่เรากำลังพูดถึงอยู่อาจจะเป็นโรคติดต่อก็ได้” ยาหยีลุกขึ้นเดินกอดอกทำหน้าครุ่นคิด

“กะ...แก มะ...หมายถึงเอดส์น่ะเหรอ” ช่อแก้วที่นั่งหน้าห่อเหี่ยวคราแรก ตอนนี้เธอเริ่มจะห่อเหี่ยวกว่าเดิม

“ก็เออดิ ตกลงแกจำไม่ได้จริงๆ เหรอว่าป้องกันหรือเปล่า”

“หึ... ไม่ได้คิดมาก่อนเลยนะเนี่ย คิดแค่เสียตัวให้คนที่ไม่ใช่แฟนก็หดหู่มาหลายวัน มาปรึกษาแกได้เรื่องหดหู่มาอีกเรื่องนึงอีก ฉันจะหายเครียดวันไหน” เจ้าของเรื่องวุ่นวายนั่งชันข้อศอกกับโต๊ะหินอ่อนกุมขมับหนึบ

“ฟังดูแกดีใจใช่ไหมเนี่ยที่มีฉันเป็นเพื่อน”

“เออ แกเตือนเรื่องที่ฉันคิดไม่ค่อยได้ไง เอาไงดีอะ”

“ไปปรึกษาหมอตรวจโรคติดต่อไหม”

“ที่ไหนอะ ถ้าที่โรงพยาบาลในอำเภอฉันไปตรวจเรื่องได้ถึงหูแม่กับพ่อแน่” เธอไม่สามารถไปตรวจโรคที่โรงพยาบาลในอำเภอได้แน่นอนเพราะญาติเธอเป็นพยาบาลที่นั่น แม้เธอจะเชื่อว่าแพทย์หรือพยาบาลมีจรรยาบรรณในการปกปิดข้อมูลแต่เธอก็ไม่ไว้ใจอยู่ดี

“งั้นไปกรุงเทพไหม บอกพ่อกับแม่แกว่าไปเยี่ยมเอมไง”

“อ่อ... ก็ดีนะ” ช่อแก้วพอจะเห็นว่าทางที่ยาหยีเสนอเป็นวิธีที่ดีที่เธอสามารถทำได้อย่างสบายใจ ส่วนเรื่องตรวจเจออะไรก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง คิดย้อนกลับไปก็อยากจะตบหน้าตัวเองเป็นร้อยครั้งที่เมาจนไม่ได้สติและเผลทำอะไรที่ไม่ควรทำลงไป ตอนนี้ไม่ได้เครียดแต่เรื่องเสียตัวแล้ว แต่เป็นเรื่องผลที่จะตามมาหลังจากนี้ต่างหาก

“ป้าเอาไปทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วนะคะ” บังอรเห็นเจ้านายเธอกลับมาจากทำงานได้ก็รีบเดินเอาของบางอย่างไปให้ขณะที่เขากำลังจะเดินขึ้นชั้นบน

“ขอบคุณครับป้าอร” ชนกันต์รับถุงกระดาษถุงเล็กที่แม่บ้านส่งให้ก่อนจะแง้มดูชิ้นของด้านในเล็กน้อย

“เอ่อ... ว่าแต่ มันเป็นของผู้หญิงไม่ใช่เหรอคะ” แม่บ้านวัยเกือบ60เอ่ยถามเจ้านายหนุ่มด้วยน้ำเสียงอึกอัก

“ครับ ไม่นานป้าอรก็น่าจะเจอเจ้าของ”

“เจ้าของ? หมายถึง...”

“เดี๋ยวก็รู้ครับ ตอนนี้ผมยังบอกอะไรไม่ได้” พูดจบก็เดินยิ้มอารมณ์ดีขึ้นบันไดไป

บังอรอมยิ้มตามหลังชนกันต์ เพราะเดาไปทางอื่นไม่ได้เลยว่าชุดชั้นในสีชมพูนั้นเป็นของใคร นอกเสียจากแฟนของเจ้านายหนุ่ม ท่าทางไม่นานนี้บ้านหลังนี้คงจะมีความครึกครื้นหลังจากเงียบเหงามานานแน่นอน

“ทำไมถึงจะไปเยี่ยมน้องกะทันหันล่ะลูก” ชบาค่อนข้างตกใจที่จู่ๆ หลังรับประทานอาหารเย็นกันเรียบร้อยช่อแก้วก็มาบอกเธอว่าจะไปกรุงเทพมหานครกะทันหัน

“แก้วอยากไปเที่ยวด้วยจะ แก้วเบื่อๆ อะ ดีไม่ดีอาจจะหางานทำที่โน่นเลยก็ได้”

“อยากทำงานประจำแล้วเหรอ”

“จะแม่ บางทีเส้นทางการเป็นนักเขียนของแก้วอาจจะไม่รุ่งก็ได้”

“แม่อยากให้เราทำตามความฝัน ขอโทษนะลูกที่ภาระทางบ้านเรามันบีบคั้นเหลือเกิน”

“แม่ไม่ต้องขอโทษหรอก ถึงเราไม่มีปัญหาหนี้สินแก้วก็เริ่มท้อกับการทำตามฝันแล้วจริงๆ” ช่อแก้วเข้าไปมุดหน้าซุกอยู่กับอกคนเป็นแม่ เธอไม่อยากให้แม่ได้มองสีหน้าที่หดหู่ของตัวเองนัก เพราะรู้ว่าแม่มีเรื่องเครียดในหัวมากมายพออยู่แล้ว

“ถ้ามันไม่ลำบากเกินไป ทำงานประจำไปด้วยเขียนนิยายเวลาว่างไปด้วยก็ได้นี่ลูก ไม่ต้องรีบร้อนกับมัน ไม่แน่ลูกแม่อาจจะประสบผลสำเร็จตามใจหวังในนิยายแค่เรื่องเดียวก็ได้” ชบารู้สึกไม่สบายใจเพราะรู้ว่าส่วนหนึ่งที่ทำให้ลูกสาวของเธอเริ่มท้อต่อการทำตามความฝันคือภาระทางบ้านที่เธอและสามีไม่สามารถจัดการเองได้จนส่งผลให้ช่อแก้วต้องลำบากหาเงินมาได้ก็ต้องมาช่วยใช้หนี้

“ขอให้พรของแม่เป็นจริงนะจ๊ะ” ช่อแก้วภาวนาให้พรจากปากแม่ของเธอเป็นจริง ตอนนี้เธอรู้สึกเครียดไปหมด เพราะคิดว่าไปเที่ยวเมื่อครั้งก่อนหน้าจะทำให้เธอได้คลายเครียดและเกิดปัญญาคิดหาทางออกอะไรได้ แต่เหมือนว่าการไปเที่ยวของเธอจะสร้างปัญหาให้ตัวเองเสียมากกว่า

“พี่แก้ว คิดถึงจังเลยเย็นนี้ไปกินหมูกระทะกันนะ” เชอเอมเห็นพี่สาวมาหาถึงหน้าห้องได้ก็รีบกระโดดกอดคอพี่เธอเอาไว้แน่น ยิ้มร่าหน้าระรื่นเพราะรู้ตัวว่าจะหายเหงาแล้ว

“ดูท่าจะไม่ค่อยคิดถึงพี่เท่าไหร่เล้ย มาถึงก็ให้พาไปเลี้ยงหมูกระทะ” เชอเอมผละออกจากตัวได้ ช่อแก้วก็ขมวดคิ้วมองจ้องน้องสาวให้รู้ว่าตัวเองกำลังน้อยใจ ที่ดูเหมือนว่าเชอเอมจะคิดถึงหมูกระทะมากกว่าคิดถึงเธอ

“คิดถึงพี่แก้วแล้วก็คิดถึงหมูกระทะด้วยนี่คะ ไม่ได้กินนานแล้ว” เชอเอมดึงแขนพี่สาวเข้ามาในห้องพร้อมกับช่วยลากกระเป๋าใบใหญ่เข้ามาเก็บด้านในห้องเช่าเล็กๆ ของเธอ

“เพื่อนๆ ไม่เคยชวนไปกินเลยหรือไง”

“ชวน แต่เอมอยากประหยัดตัง”

“อ๋อ... ก็เลยรอขอตังพี่ว่างั้น”

“อิ อิ”

“โอเค... ได้ วันนี้พี่จะพาไปเลี้ยง”

“เย่” เมื่อได้ยินว่าคนเป็นพี่จะเลี้ยงของโปรดเชอเอมก็รีบกระโดดกอดคอช่อแก้วอีกรอบ คนเป็นน้องที่กำลังดีใจไม่รู้เลยว่าพี่สาวกำลังน้ำตาจะไหลเพราะอาหารแค่ไม่กี่ร้อยน้องสาวของเธอยังต้องอดเพราะขัดสนเรื่องเงิน

สองศรีพี่น้องมาถึงร้านหมูกระทะที่ไม่ห่างจากหอพักได้ก็ไปหยิบอาหารมาวางเรียงรายเต็มโต๊ะ ไม่ต้องกลัวว่าจะกินทุกอย่างไม่หมด เพราะกระเพาะของพวกเธอรองรับอาหารได้เยอะอยู่แล้ว

“แล้วอาทิตย์ที่แล้วทำไมพี่โทรหาเราไม่ติดเลย” หลังจากนั่งรับประทานหมูย่างกันมาพักใหญ่ช่อแก้วก็ไม่ลืมที่จะถามถึงเรื่องที่เธอติดต่อเชอเอมไม่ได้เป็นอาทิตย์ เชอเอมที่กำลังมีความสุขกับการกินเธอก็เริ่มหน้าเจื่อนเพราะมีเรื่องบางเรื่องในใจที่ไม่ได้อยากจะบอกใคร

“อ๋อ...โทรศัพท์มันไม่ค่อยดี แต่เอาไปซ่อมแล้ว”

“อืม... เครื่องนี้ก็ใช้มานานแล้วนี่เนอะ เดี๋ยวพี่พาไปซื้อใหม่” ช่อแก้วหยิบมือถือของน้องสาวขึ้นมาดูก็เห็นว่าเครื่องมันถลอกไปหมดแล้วแถมหน้าจอก็ลายจนไม่รู้จะลายยังไงจึงอยากจะเปลี่ยนให้เชอเอมใหม่

“ไม่เอา เครื่องนี้ยังใช้ได้ ให้มันพังจริงๆ แล้วค่อยซื้อ”

“งกเหมือนกันนะเราเนี่ย” อันที่จริงเชอเอมก็อยากจะมีมือถือเครื่องใหม่ๆ ใช้อย่างวัยรุ่นคนอื่นๆ ทั่วไปที่เค้าใช้กัน แต่เธอก็รู้ดีว่าตัวเองไม่ควรใช้อะไรฟุ่มเฟือยเกินจำเป็นในขณะที่ตัวเองยังหาเงินได้ไม่มาก เงินจากงานพาร์ทไทม์ก็ต้องเอามาเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเพราะไม่อยากรบกวนเงินของพี่สาวตัวเองมากนัก

“พี่แก้วมาอยู่กี่วันเหรอ”

“พี่กะว่าจะอยู่สักอาทิตย์ ถ้าหางานได้ก็จะอยู่ถาวรเลย”

“จะทำงานประจำแล้วเหรอ” เชอเอมวางตะเกียบมองจ้องหน้าพี่สาวตัวเองด้วยแววตาฉงน

“อืม พี่คิดว่าพี่ควรหางานประจำทำได้แล้วล่ะ”

“พี่แก้วทิ้งความฝันเพราะเอมหรือปล่า”

“ไม่ใช่ พี่แค่ต้องหางานมั่นคงทำก่อนเพราะรายได้การขายนิยายมันไม่พอใช้แล้ว ตอนแรกพี่ก็ว่าจะไม่เขียนนิยายแล้ว แต่แม่พี่ว่าไม่ให้พี่ทิ้ง ให้เขียนตอนเวลาว่างๆ ไม่ต้องรีบร้อน แม่ยังบอกอีกว่าพี่อาจจะประสบผลสำเร็จในนิยายเล่มที่ไม่ต้องเร่งรีบก็ได้”

“ขอให้คำพูดของแม่เป็นจริงนะจ๊ะพี่แก้ว”

“พี่ก็ขอให้เป็นแบบนั้น”

เชอเอมรู้สึกสงสารช่อแก้วพอสมควร เพราะรู้ว่าพี่ไม่เคยคิดอยากจะทำงานประจำแต่ก็ต้องทำเพราะการเงินของครอบครัวบังคับ แล้วแบบนี้จะให้เธอตอบรับของที่จะให้พี่สาวซื้อมือถือให้ได้ยังไง นึกแล้วก็เสียดายเงินที่เธอไม่ได้จากงานที่ทำ หากได้เงินก้อนนั้นมาบ้านของเธอก็จะได้ไม่ลำบากไปอีกหลายเดือนแน่

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED