ตอน 1

เสียงลมหนาวพัดผ่านไปตามท้องทุ่งเขียวขจี ดอกไม้ป่าปลิวไหวตามแรงลม คล้ายจะบอกเล่าเรื่องราวในยุคสมัยที่สงครามและศักดินาเป็นเสาหลักของอำนาจ ท้องฟ้ายามรุ่งอรุณเริ่มแย้มแสงแรกของวัน

“จี้หยวน” หญิงสาวผู้เติบโตมาในโลกอนาคต แต่เมื่อเธอลืมตาขึ้นมากลับพบว่าตัวเองอยู่ในยุคโบราณ ทุกสิ่งรอบตัวแตกต่างจากสิ่งที่เธอเคยรู้จักอย่างสิ้นเชิง เสียงแตรกลองจากหน้าประตูเมือง เสียงฝีเท้าม้าที่เร่งรีบ เสียงกระซิบของพ่อค้าในตลาด ล้วนเป็นสิ่งที่ไม่คุ้นเคย

ในโลกที่เต็มไปด้วยความโหดร้ายและไร้ความปรานี จี้หยวนไม่มีทั้งวรยุทธ ไม่มีฐานะหรือยศศักดิ์ที่พอจะคุ้มกันตัวเอง สิ่งเดียวที่ติดตัวเธอมาคือความรู้ด้านการผลิตเครื่องสำอาง ความสามารถนี้ดูเหมือนจะไร้ค่าในดินแดนที่ดาบและกำปั้นเป็นคำตอบของทุกสิ่ง แต่เธอไม่มีทางเลือก นอกจากต้องใช้ความรู้นี้เพื่อเอาชีวิตรอด

โชคชะตาเหมือนเล่นตลก แต่ก็ไม่ได้โหดร้ายจนเกินไปนัก เพราะในการเดินทางของเธอ เธอได้พบกับ “จุนเฟิง” องครักษ์หนุ่มผู้เปี่ยมด้วยความสง่างาม แม้จะมีดวงตาคมดั่งพญาเหยี่ยวที่ทำให้ใครๆ หวาดเกรง แต่เขากลับแฝงไว้ด้วยความอบอุ่นอย่างน่าประหลาด จุนเฟิงคือผู้ที่ช่วยชีวิตเธอในทุกๆ ครั้ง และกลายเป็นคนเดียวที่เธอสามารถไว้ใจได้

แม้จะมีเขาคอยปกป้อง แต่โลกนี้ไม่ได้ง่ายดายสำหรับหญิงสาวที่ไม่เคยชินกับกลอุบาย เล่เหลี่ยม และภัยคุกคามที่ซ่อนอยู่ในทุกมุม การเอาชีวิตรอดในยุคที่ไม่มีใครสามารถคาดเดาได้นั้น เป็นเหมือนการเดินบนเส้นด้ายบางๆ ที่พร้อมจะขาดสะบั้นได้ทุกเมื่อ

ชีวิตของเธอในยุคโบราณจะลงเอยเช่นไร? เธอจะสามารถเอาชนะทุกอุปสรรคและเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้หรือไม่? เรื่องราวของเธอได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว...

ตอน 2

ณ บริษัทผลิตเครื่องสำอางค์ชื่อดังแห่งหนึ่งในมณฑลเจียงซู บริษัทแห่งนี้มีความใหญ่โตและทันสมัยมาก เป็นบริษัทที่รับผลิตเครื่องสำอางค์ให้กับแบรนด์ชื่อดังต่างๆ ในหลายๆ ประเทศทั่วโลก ความสำเร็จของบริษัทไม่ใช่แค่เพียงด้านธุรกิจ แต่ยังรวมถึงการสร้างผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการยอมรับในวงการความงามระดับสากล

จี้หยวน ทำงานในบริษัทนี้เป็นนักวิจัยและนักคิดค้นเครื่องสำอางค์ เธอได้รับการยกย่องในความสามารถของเธอในการเลือกใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติที่มีคุณสมบัติพิเศษ มันเป็นความหลงใหลและความตั้งใจของเธอที่จะสร้างผลิตภัณฑ์ที่ไม่เพียงแต่ช่วยเรื่องความสวยความงาม แต่ยังปลอดภัยและดีต่อผิวพรรณ จี้หยวนพยายามทุกวิถีทางในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่จะสร้างมาตรฐานในวงการนี้

แต่ในขณะที่เธอกำลังขับเคลื่อนตามความฝันของตัวเอง ก็มีคนที่ไม่ชอบเธอ ในหมู่เพื่อนร่วมงาน เฉินหลิง หนึ่งในทีมวิจัยมักจะขัดแย้งกับจี้หยวนในหลายๆ โปรเจ็ค การทำงานร่วมกันของพวกเธอไม่ได้เป็นไปอย่างราบรื่น เนื่องจากความเห็นที่แตกต่างกันอยู่บ่อยครั้ง และเฉินหลิงมักจะพยายามแย่งความสำเร็จของจี้หยวนมาทำให้ตัวเองได้รับเครดิต

ครั้งนี้ก็เช่นกัน เมื่อทั้งสองได้รับมอบหมายให้คิดค้นเครื่องสำอางค์ที่ใช้สำหรับแก้ปัญหาเกี่ยวกับริมฝีปาก ลิปสติกที่แก้ปัญหาริมฝีปากคล้ำ โดยเฉพาะการพัฒนาเครื่องสำอางค์ที่จะช่วยให้ริมฝีปากดูสดใสและมีสุขภาพดีขึ้น ทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นไปได้ดีสำหรับจี้หยวน แต่เธอไม่เคยคาดคิดว่าเฉินหลิงจะได้นำเสนอผลงานของตัวเองก่อนที่เธอจะมีโอกาส

“มันคืองานของฉัน!”

จี้หยวนคิดในใจขณะที่ยืนอยู่ในห้องประชุมพร้อมกับทีมงาน เธอพยายามสงบสติอารมณ์ แต่มันก็ไม่ง่ายเลย เมื่อเห็นเฉินหลิงยิ้มอย่างพึงพอใจหลังจากที่ได้พรีเซนต์งานของตัวเอง

เมื่อจี้หยวนกลับมาที่โต๊ะทำงานของตัวเอง ความโกรธและความรู้สึกที่ไม่สามารถพูดออกมาได้ เธอรู้ทันทีว่าเฉินหลิงขโมยผลงานของเธอไป แต่อย่างไรก็ตาม เธอก็ไม่มีหลักฐานที่จะสามารถจับได้ เฉินหลิงได้ผลงานนั้นไปเพราะการขาดหลักฐานที่ชัดเจนว่าเขาขโมยงานของเธอ

ในขณะที่คิดอย่างหงุดหงิดและเสียใจ เย็นวันนั้นจี้หยวนกำลังขับรถกลับบ้านอย่างเหม่อลอย ความเครียดทำให้เธอไม่สามารถมีสมาธิในการขับขี่ได้ดี ช่วงเวลานั้นเป็นเวลาที่ท้องฟ้าเริ่มมืดและรถยนต์บนถนนมีไม่มากนัก เธอไม่ทันได้สังเกตรถที่สวนมา จนเธอตกใจอย่างรุนแรง เธอหักพวงมาลัยรถอย่างกระทันหันจนรถเสียการทรงตัว หมุนคว้างไปตามถนนและพุ่งลงไปในแม่น้ำ

ความรู้สึกเจ็บปวดจากกระจกที่แตกและขาที่โดนบาดทำให้เธอรู้สึกมึนงง แต่เธอไม่ยอมแพ้ ขณะที่น้ำท่วมเข้ามา เธอพยายามทุบกระจกรถ และถีบตัวออกจากรถ จี้หยวนกัดฟันและพยายามว่ายน้ำไปหาฝั่ง เธอเห็นฝั่งไม่ไกลจากตัวเองเลย แต่ทุกๆ การว่ายน้ำทำให้ร่างกายเธอรู้สึกเหนื่อยล้าและเจ็บปวดจนเธอไม่สามารถจะทนได้มากกว่านี้ หลังจากที่ขึ้นฝั่งได้ เธอสลบไปทันที

เช้าวันรุ่งขึ้นเมื่อเธอลืมตาขึ้นมาและมองไปรอบๆ เธอพบว่าตัวเองไม่อยู่ในที่ที่ไม่คุ้นเคยเลย เธอเห็นทิวทัศน์ที่แปลกใหม่และผู้หญิงคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็นผู้หญิงในวัยกลางคนยืนอยู่ข้างๆ เธอใส่ชุดจีนโบราณเหมือนในหนังที่เธอเคยดู แต่ไม่คิดว่าจะเป็นความจริง

“เจ้าเป็นยังไงบ้าง?”

ป้าผู้หญิงนั้นถามอย่างเป็นห่วง เมื่อเห็นจี้หยวนยังไม่ขยับตัว เธอจึงรีบเข้ามาพยุง และถามว่า

“เจ้าต้องการไปหาหมอหรือไม่?”

จี้หยวนที่ยังไม่เข้าใจสถานการณ์และไม่รู้จักที่ไหนก็รีบถามกลับไปทันที

“โรงพยาบาลอยู่ที่ไหน?”

คำถามของเธอทำให้ป้าคนนั้นดูงงๆ เพราะคำพูดของจี้หยวนฟังดูแปลกประหลาด ป้าจึงตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่สงสัยว่า

“เจ้าพูดจาแปลกๆ แต่ถ้าไม่เป็นอะไรถ้ายังไงไปพักที่บ้านข้าก่อนเถอะ”

หลังจากนั้นป้าคนนั้นจึงพาจี้หยวนไปที่บ้านของเธอระหว่างทางที่เดินไป จีหยวนรู้สึกมึนงงขึ้นเรื่อยๆ ทุกอย่างรอบตัวดูแปลกไปจนทำให้เธอเริ่มสับสน คนที่เธอเห็นทั้งหมดล้วนแต่งตัวในชุดจีนโบราณและบางคนยังมองมาที่เธอด้วยความประหลาดใจ

บ้านของป้าคนนั้นเป็นบ้านที่ดูเก่าและไม่ได้หรูหราอะไร ภายในบ้านมีกลิ่นอับๆ พอเห็นแล้วก็รู้สึกได้ว่าฐานะของป้าคนนี้ไม่ค่อยดีนัก ป้าเหวินอี่บอกให้จีหยวนพักในห้องของเธอก่อนที่จะไปหาอาหารมาให้ แต่นั่นก็ยังไม่ช่วยให้จี้หยวนรู้สึกดีขึ้นเลย เธอเริ่มสงสัยว่าที่นี้มันที่ไหน

นางเอกเดินออกมาจากห้องพักเล็กๆ ของป้าเหวินอี่ เมื่อก้าวข้ามประตูบ้าน เธอก็พบกับบรรยากาศที่แตกต่างจากที่เคยเห็นมาก ทุกอย่างดูเก่าและไม่คุ้นเคย บ้านของป้าเหวินอี่มีลักษณะคล้ายบ้านไม้เก่า มีข้าวของเครื่องใช้มากมายวางระเกะระกะเต็มไปหมด บางชิ้นดูเก่าเก็บจนแทบจะกลายเป็นขยะที่ไม่น่าจะมีคนใช้อีกแล้ว บางชิ้นก็เป็นสิ่งของที่ดูเหมือนจะมีอายุหลายสิบปีขึ้นไป แต่ยังคงดูเหมือนของที่ถูกใช้งานอยู่

มีตะกร้าสานไม้ขนาดใหญ่ที่วางอยู่บนมุมโต๊ะ มันเก่าและมีรอยขาดที่มุมหนึ่ง แต่ยังคงมีพวกใบไม้แห้งและผ้าผืนเล็กๆ อยู่ในนั้น เหมือนว่ามันเคยถูกใช้งานมาก่อน แต่ไม่มีใครดูแลมันอย่างจริงจังแล้ว จี้หยวนเดินไปใกล้ๆ และสังเกตเห็นข้าวของอื่นๆ ที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วบ้าน บางชิ้นเธอไม่สามารถระบุได้ว่ามันคืออะไร เครื่องมือนั้นดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน บางชิ้นเหมือนจะใช้ในการทำอาหาร หรือทำการเกษตร แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าใช้ทำอะไร

เมื่อเดินผ่านโต๊ะไม้เก่าๆ ที่เต็มไปด้วยสิ่งของเก่าแก่ จี้หยวนได้เห็นหม้อทองเหลืองขนาดเล็กตั้งอยู่บนโต๊ะมุมหนึ่ง มันมีสีที่ซีดจางและลวดลายบนหม้อก็ดูเหมือนจะเป็นสัญลักษณ์หรือรูปแบบที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน แม้ว่ามันจะดูเก่าและชำรุด แต่เธอก็รู้สึกได้ว่ามันเป็นสิ่งที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์หรือมีความหมายบางอย่างที่เธอไม่เข้าใจ

นอกจากนี้ยังมีกรอบรูปไม้ที่แขวนอยู่บนผนัง มีภาพคนในชุดโบราณที่เธอไม่สามารถจำได้ว่าคือใคร แต่ภาพเหล่านั้นทำให้เธอรู้สึกถึงความแปลกประหลาดและบรรยากาศที่ไม่คุ้นเคยอย่างมาก ภายในกรอบรูปมีฝุ่นเกาะอยู่บางส่วน ซึ่งทำให้เธอรู้สึกถึงเวลาและประวัติศาสตร์ที่ซ่อนอยู่ในบ้านนี้

จี้หยวนเดินไปต่อ และพบกับชั้นวางหนังสือที่เต็มไปด้วยหนังสือเก่าๆ หลายเล่มที่ปกแตกและหน้ากระดาษเหลืองกรอบ หนังสือเหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่ใช่เรื่องที่เธอเคยเห็นมาก่อน บางเล่มเธอไม่รู้จักแม้แต่ชื่อเรื่อง หลายเล่มมีตัวอักษรจีนโบราณที่เธอแทบจะไม่สามารถอ่านได้ ชื่อหนังสือบางเล่มทำให้เธอรู้สึกสงสัยเกี่ยวกับยุคสมัยที่เธอกำลังอยู่

ท่ามกลางข้าวของมากมายที่วางอยู่ จี้หยวนไม่สามารถหยุดสงสัยได้ว่าเธอกำลังอยู่ในที่ใดกันแน่ ที่นี่ดูเหมือนจะเป็นโลกที่เธอไม่รู้จัก และบางทีอาจจะไม่เคยรู้จักมาก่อนในชีวิต แต่เธอก็ไม่สามารถหาคำตอบได้ทันที แม้จะรู้สึกว่ามันไม่ใช่สถานที่ที่เธอคุ้นเคย แม้ว่าจะมีสิ่งของบางชิ้นที่ยังคงใช้ได้ แต่การที่เธอไม่รู้จักทุกอย่างที่นี่กลับทำให้ความสับสนในใจของเธอเพิ่มขึ้นมากยิ่งกว่าเดิม

ตอน 3

จี้หยวนกลับมานั่งที่เก้าอี้ในห้องเล็กๆ ของป้าเหวิ่นอี่ เมื่อร่างกายเริ่มพักผ่อนจากความเหน็ดเหนื่อยจากการว่ายน้ำและการเดินทาง อาการมึนงงเริ่มคลายไปบ้าง แต่เธอก็ยังรู้สึกงุนงงกับสถานที่แปลกๆ ที่เธอต้องอยู่ในตอนนี้ ข้าวของที่เต็มไปด้วยความเก่าแก่และการแต่งกายของคนรอบข้างยิ่งทำให้เธอรู้สึกไม่แน่ใจว่าตัวเองอยู่ที่ไหน แต่เธอก็ไม่สามารถหาคำตอบให้กับความสงสัยนั้นได้ในตอนนี้

ขณะที่เธอทบทวนความคิด ป้าเหวิ่นอี่ก็กลับเข้ามาในห้องพร้อมกับอาหารในมือ และตามหลังมาเป็นชายแก่ที่ดูเคร่งขรึม ใบหน้าของชายแก่ดูท่าทางอายุมาก สวมชุดหมอที่เรียบง่าย แต่ก็มีลักษณะคล้ายกับคนที่มีประสบการณ์มากมายในสายงาน เขาถือกล่องขนาดกลางๆ ที่มีลักษณะคล้ายกล่องยาสมุนไพรติดตัวมา

"นี่คือหมอหลู่ซา" ป้าเหวิ่นอี่พูดพร้อมกับยิ้มบางๆ "ข้าไปตามให้มาดูเจ้า"

จี้หยวนเหลือบตามองชายแก่ที่ถูกเรียกว่า "หมอหลู่ซา" เธอยังไม่แน่ใจว่าหมอจริงๆ หรือเปล่า แต่จากท่าทางที่ดูเป็นธรรมชาติและการเข้ามาดูอาการของเธอในทันที ก็ทำให้เธอไม่ได้ขัดขืนอะไรในตอนนี้ เธอเพียงแค่หวังว่าจะได้รับการช่วยเหลือให้กลับมารู้สึกดีขึ้น

หมอหลู่ซาท่าทางเป็นคนมีประสบการณ์มากมาย เขาก้มลงมองจี้หยวนอย่างละเอียด จากนั้นก็พูดเสียงต่ำว่า

"นางไม่ได้เป็นอะไรมาหรอก เจ้าเอายานี้ให้เธอดมนางจะดีขึ้น"

หมอหลู่ซาเอากล่องยาสมุนไพรที่ดูเป็นส่วนผสมจากธรรมชาติยื่นให้ป้าเหวิ่นอี่พร้อมกล่าวว่า

"ให้เธอดมกลิ่นนี้ อาการจะดีขึ้นเอง"

ป้าเหวิ่นอี่รับยาและถามถึงค่ารักษา

"ค่าใช้จ่ายล่ะท่านหมอ"

หมอหลู่ซาถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะตอบกลับด้วยเสียงที่ค่อนข้างแข็ง

"สองตำลึง"

ป้าเหวิ่นอี่หน้าเสียทันทีเมื่อได้ยินคำตอบ เธอไม่ค่อยมีเงินพอจะจ่ายค่ารักษาในราคานี้ จี้หยวนเห็นท่าทางของป้าเหวิ่นอี่และรู้สึกเห็นใจ เธอคิดในใจว่าเธอคงต้องหาทางช่วยให้ป้าเหวิ่นอี่โดยการจ่ายค่ารักษาแทน

หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง จี้หยวนรู้สึกถึงสร้อยทองที่อยู่ที่ข้อมือของเธอ เธอไม่ได้คิดอะไรมากนัก จึงรีบแกะมันออกจากข้อมือและยื่นไปให้ป้าเหวิ่นอี่

"ฉันจ่ายแทนเอง" จี้หยวนพูดด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจ

สร้อยทองเส้นเล็กๆ นี้ไม่ได้มีค่าแค่ทองคำเท่านั้น แต่มันเป็นสิ่งเดียวที่เธอพอจะยอมแลกเปลี่ยนเพื่อให้ป้าเหวิ่นอี่จ่ายค่ารักษาหมอหลู่ซาได้ ป้าเหวิ่นอี่มองสร้อยทองในมือจี้หยวนด้วยสายตาตื่นตระหนก แต่เมื่อเห็นความมั่นใจในท่าทางของจี้หยวน เธอก็ยอมรับไปโดยไม่พูดอะไรเพิ่มเติม

หมอหลู่ซาที่เห็นสร้อยทองในมือของจี้หยวนก็รู้ทันทีว่าเธอมีสิ่งที่มีค่ามากกว่าค่ารักษาที่เขากำหนดไว้ เมื่อหมอหลู่ซารับสร้อยทองจากมือป้าเหวิ่นอี่ เขาก็ไม่พูดอะไรต่อ รีบเก็บมันไว้ในกระเป๋าของตนอย่างรวดเร็ว และไม่รอช้า เขารีบเดินออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว โดยที่ไม่มีการพูดคุยหรือกล่าวคำขอบคุณ

จี้หยวนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ในห้องเริ่มรวบรวมสติได้บ้าง เธอมองไปรอบๆ อีกครั้ง ทั้งบรรยากาศ ข้าวของ และการแต่งกายของคนในหมู่บ้านยังคงดูแปลกตาและไม่น่าเชื่อสำหรับเธอ ความสงสัยเพิ่มพูนขึ้นในใจจนเธอทนไม่ไหว จึงหันไปถามป้าเหวิ่นอี่ที่กำลังจัดของอยู่ในห้อง

"ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ถ่ายหนังหรอกเหรอคะ?" จี้หยวนถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสับสน

ป้าเหวิ่นอี่หยุดมือที่กำลังจัดถ้วยชามแล้วหันมามองหน้าจี้หยวนด้วยความแปลกใจ "เจ้าว่าอะไรนะ? ถ่ายหนัง? หนังอะไร?"

จี้หยวนที่เห็นสีหน้าของป้าเหวิ่นอี่เริ่มรู้สึกผิดปกติ แต่เธอก็พยายามหาเหตุผลมาหักล้างความคิดที่ดูจะเหลวไหลของตัวเอง "หรือว่า...ที่นี่จะเป็นหมู่บ้านที่สร้างขึ้นสำหรับการถ่ายละครย้อนยุค?"

คำพูดของจี้หยวนทำให้ป้าเหวิ่นอี่ขมวดคิ้วแน่น "เจ้าพูดอะไรแปลกๆ นะ ข้าฟังไม่เข้าใจเลย"

จี้หยวนรู้สึกว่าคำถามของเธอเริ่มไม่สมเหตุสมผล เธอจึงเปลี่ยนคำถามทันที "ถ้างั้น...ขอถามอะไรหน่อยค่ะ ที่นี่คือยุคอะไร แล้วตอนนี้ราชวงศ์อะไรปกครองอยู่?"

ป้าเหวิ่นอี่มองหน้าจี้หยวนเหมือนเธอเป็นคนสติไม่ดี "นี่เจ้าตกน้ำจนเลอะเลือนเลยหรือไง ถึงกับจำไม่ได้ว่ายุคสมัยไหน"

คำพูดนั้นทำให้จี้หยวนรู้สึกอึดอัด แต่เธอก็พยายามฟังคำตอบของป้าเหวิ่นอี่ "นี่มันสมัยราชวงศ์ซ่ง ตอนนี้เป็นช่วงที่ใต้เท้าเป๋าบุ๋นจิ้นกำลังทำงานปราบปรามคดีใหญ่โตอยู่ เจ้าคงเคยได้ยินชื่อนี้บ้างล่ะมั้ง?"

คำตอบของป้าเหวิ่นอี่ทำให้จี้หยวนถึงกับนิ่งค้าง เธอเบิกตากว้าง หัวใจเต้นรัว คำว่า "ราชวงศ์ซ่ง" และชื่อ "เป๋าบุ๋นจิ้น" ทำให้เธอแทบลืมหายใจ

"ราชวงศ์ซ่ง? เป๋าบุ๋นจิ้น?" เธอพึมพำกับตัวเอง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ

ความคิดที่วนเวียนในหัวเธอเริ่มบอกสิ่งที่เธอไม่อยากเชื่อ "หรือว่า…เราจะย้อนเวลากลับมาจริงๆ น่ะเหรอ? ไม่ใช่สิ มันเป็นไปไม่ได้ นี่มันเรื่องในละครเท่านั้นเอง!"

แต่เมื่อเธอพยายามหาเหตุผลมาอธิบาย เธอก็ยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองติดอยู่ในฝันร้าย จี้หยวนยกมือขึ้นมากุมหัวพลางคิดในใจ "โอ๊ย ตายแล้ว! ฉันจะทำยังไงดี ฉันจะอยู่ยังไง แล้วฉันจะได้กลับไปหรือเปล่า…"

ความสับสนและความกลัวที่ถาโถมเข้ามาทำให้จี้หยวนเผลอกัดริมฝีปากแน่น เธอเงยหน้ามองป้าเหวิ่นอี่ที่ยังคงมองเธอด้วยสายตางุนงง แต่ไม่รู้ว่าความช่วยเหลือใดจะช่วยเธอให้หลุดพ้นจากสถานการณ์นี้ได้

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED