ตอน 1

1

“คุณหนูแน่ใจเหรอครับว่าจะทำงานนี้?” น้ำเสียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความห่วงใยหลุดออกมาจากปากของนาโอะโตะ ผู้ชายที่เปรียบเสมือนพี่ เพื่อนและลูกน้องของทรรศิกา หรือคุริฮาระ ทามะโกะ ลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น หญิงสาวที่มีสายเลือดของยากูซ่าครึ่งหนึ่งในร่างกาย คนที่ถูกถามเหมือนจะระบายลมหายใจออกมาเบาๆ คลายความกลัดกลุ้มและกังวลที่มีเมื่อได้ยินคำถามนี้

“ทามะโกะก็ไม่รู้เหมือนกันว่าแน่ใจหรือไม่แน่ใจ แต่คุณพ่อสั่งมาทามะโกะก็ต้องทำ” ไม่มีใครรู้หรอกว่าคำสั่งของทาคุยะผู้เป็นบิดาสร้างความลำบากใจและความกังวลให้กับทรรศิกานักฆ่าสาวมือหนึ่งมากแค่ไหน เพราะคนที่บิดาสั่งให้ไปสังหารนั้น เป็นเพียงแม่บ้านธรรมดาคนหนึ่ง เพียงแต่ว่าแม่บ้านคนนี้คือภรรยาของทาจิบานะ ยูสุเกะหัวหน้าแก๊งมังกรขาว ความยากในการลงมือสังหารงานนี้จึงมีความยากในระดับสูงสุดเท่าที่เธอเคยลงมือมา แม้ใจไม่อยากทำแต่ก็ต้องทำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

“เรื่องที่คุณท่านสั่งให้ไปฆ่าคุณมายุมิพี่ไม่ค่อยข้องใจเท่าไหร่ แต่พี่ไม่เข้าใจว่าทำไมนายท่านถึงมีคำสั่งให้คุณหนูไปฆ่าคุณมินามิด้วย ทั้งๆ ที่เป็นลูกสาวแท้ๆ แล้วก็เป็นน้องสาวของคุณหนูด้วย?” นาโอะโตะไม่เข้าใจคำสั่งนี้เลยแม้แต่น้อย สุชาลินีหรือมินามิ คือเลือดก้อนหนึ่งของทาคุยะเช่นกัน แล้วเหตุใดต้องสั่งให้ฆ่าลูกสาวแท้ๆ ของตัวเองด้วย เขามองไม่เห็นเหตุผลอะไรที่พอจะเป็นไปได้เลย จะว่าเป็นเรื่องที่สุชาลินีไปพบรักกับลูกชายคนโตของตระกูลทาจิบานะก็ไม่น่าจะใช่ เพราะทั้งสองตระกูลไม่ได้เป็นศัตรูกันถึงขนาดที่ว่าต้องห้ำหั่นกัน ถ้อยทีถ้อยอาศัยแบ่งแยกเขตการปกครองของแต่ละพื้นที่อย่างชัดเจน ไม่มีใครล่วงล้ำเข้ามาในเขตของอีกฝ่าย เป็นการดีเสียอีกที่ทั้งสองแก๊งจะได้รวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียวเป็นทองแผ่นเดียวกัน ความยิ่งใหญ่ที่จะไม่มีแก๊งไหนเทียบได้

“อย่าว่าแต่พี่นาโอะที่ไม่เข้าใจเลย ทามะโกะเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ถามย้ำคุณพ่อหลายครั้งหลายหนแล้ว คุณพ่อก็ตอบกลับมาคำเดิมทุกครั้ง คำว่าแน่ใจ แล้วยังบอกย้ำด้วยว่า ต้องฆ่าให้ได้ ถ้าฆ่าไม่ได้แม่ของทามะโกะก็ต้องตายแทน” นาโอะโตะฟังแล้วเกิดความหดหู่ใจยิ่งนัก ความสงสารที่มีต่อเจ้านายสาวมากล้นเหลือเกิน เขาเกิดมายืนอยู่บนโลกใบนี้มานานสามสิบห้าปี ไม่เคยเห็นใครเข้มแข็ง เด็ดเดี่ยวเท่ากับทรรศิกามาก่อนเลย แม้ว่าภายนอกเธอคือนักฆ่ามือหนึ่ง ผู้ซึ่งหยิบยื่นความตายให้กับเหยื่อเคราะห์ร้ายตามใบสั่ง ทว่าภายในจิตใจกลับตรงกันข้ามกับอาชีพ ไม่มีใครรู้จักเจ้านายสาวดีเท่ากับเขาและลูกน้องคนอื่นๆ แล้วรู้ด้วยว่าสาเหตุที่ทรรศิกาต้องผันตัวเองเป็นนักฆ่าเพราะอะไร และท้ายสุดของเหตุผลทำเพื่อใคร

“แล้วจะลงมือยังไง?” ในเมื่อทุกอย่างต้องเดินหน้าไม่มีวันถอย พวกเขาก็พร้อมที่จะยืนเคียงข้างทรรศิกาไปตลอดชีวิต

“เราจะบุกไปที่บ้านพักของยูสุเกะก่อน ทามะโกะให้คนไปสืบดูแล้ว คุณมายุมิไม่ค่อยสบายไม่ไปร่วมงานเลี้ยง เราจะฉวยโอกาสนี้จัดการ เสร็จจากทางนั้นแล้วเราค่อยไปลงมือต่อที่โรงแรม” ทรรศิกาพูดเหมือนกับว่ามันเป็นเรื่องง่ายที่จะจัดการกับคนสองคนที่มีความสำคัญกับแก๊งมังกรขาวพอๆ กัน มายุมิเป็นภรรยาของหัวหน้าแก๊งคนปัจจุบัน สุชาลินีหรือมินามิคือภรรยาของหัวหน้าแก๊งในอนาคต การรักษาความปลอดภัยต้องมีมากเช่นกัน งานในครั้งนี้ยากเย็นยิ่งนัก

“พี่ว่ามันยากนะทั้งสองทางเลย ที่บ้านพักก็ต้องมีคนคอยอารักขาอยู่แล้ว และยิ่งที่โรงแรมไม่ต้องพูดถึง คงจะมีมากกว่าเป็นเท่าตัว” ไม่ใช่ว่านาโอะโตะจะหวาดกลัวเรื่องที่จะลงมือทำ เพียงแต่ว่าความเสี่ยงนั้นมีมาก ความเป็นไปได้แทบจะมองไม่เห็น เขากลัวว่าทรรศิกาจะพลาดพลั้งเสียทีมากกว่า

“ที่บ้าน ทามะโกะจะบุกเข้าไปคนเดียว พี่นาโอะโตะกับคนอื่นคอยอยู่ข้างนอกรอสัญญาณก็พอ”

“ไม่เอา!! พี่ไม่ให้คุณหนูเข้าไปคนเดียวแน่ ยังไงพี่ก็ไม่ยอม” นาโอะโตะพูดเสียงดังขึ้นมาทันทีที่เจ้านายสาวพูดจบประโยค ไม่มีทางที่เขาจะให้เธอเข้าไปเสี่ยงคนเดียวแน่ ไปด้วยกันก็ต้องตายด้วยกันสิ

“แต่นี่เป็นคำสั่ง ถ้าพี่นาโอะโตะไม่ทำตามที่ทามะโกะสั่งก็ไม่ต้องมาพูดกันอีก” ทรรศิกาสวนกลับไปด้วยเสียงจริงจัง เหมือนกับสีหน้าและแววตาที่มองไปยังอีกฝ่ายเขม็ง ราวกับจะบอกลูกน้องหนุ่มว่าเธอเอาจริงไม่ได้ข่มขู่

“พี่ให้เวลาคุณหนูแค่สิบนาทีเท่านั้น ถ้าคุณหนูไม่ออกมาหรือว่าไม่ส่งสัญญาณบอก พี่จะบุกเข้าไป” เขายอมอ่อนให้แต่ไม่ยอมงอ ชายหนุ่มยื่นระยะเวลาให้เธอลงมือเพียงสิบนาทีเท่านั้น หากเลยจากนี้ไปเขาและพวกที่รออยู่ด้านนอกจะบุกเข้าไปในบ้านของยูสุเกะทันที

“ได้ ตกลงตามนี้ ไปเตรียมอาวุธและคนให้พร้อม เราจะลงมือกันในคืนพรุ่งนี้” เมื่อการสนทนายุติลง ร่างของทรรศิกาก็เดินเข้าไปในบ้านไม้ชั้นเดียวที่ปลูกอยู่บนยอดเขาสูงชัน เป็นเพียงบ้านหลังเดียวที่ปลูกอยู่บริเวณนั้น โดดเดี่ยว อ้างว้าง มีเพียงเธอกับมารดาและลูกน้องคู่กายอีกสามคนเท่านั้นที่อยู่ในบ้านหลังนี้ การเป็นนักฆ่าทำให้ทรรศิกาต้องตัดตัวเองออกจากโลกภายนอก ไม่มีใครรู้จักเธอในฐานะของลูกสาวหัวหน้าแก๊งพยัคฆ์ทอง ไม่มีใครรู้ว่าสาวหน้าหวานเจ้าของใบหน้ารูปไข่คือนักฆ่ามือหนึ่ง ทุกคนรู้เพียงว่าหญิงสาวเป็นคุณครูในโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่งเท่านั้น

ร่างระหงค่อยๆ ย่องเข้ามาในห้องนอน ดวงหน้างามสวยยิ้มพรายเมื่อเห็นคนรักกำลังนอนหลับอยู่บนเตียง เท้าเปล่าเปลือยค่อยๆ เหยียบย่างเดินไปตามพื้นพรมให้เบาที่สุด เพื่อไม่ให้ชายร่างโตที่มีประสาทหูดีเลิศรู้ตัวว่าเธอกลับมาจากเมืองไทยแล้ว

“ปิ่นกลับมาแล้วค่ะ” หญิงสาวกระโดดขึ้นไปนั่งบนเตียง ตะโกนใส่หูของทาจิบานะ เรียว เสียงดังลั่น หวังจะให้เขาตื่นเต้นดีใจกับการกลับมาของเธอ หากเรียวก็ทำให้เธอผิดหวังอย่างแรงเมื่อเขานอนยิ้มไม่แสดงความดีอกดีใจหรือว่าตกใจกับเสียงหลายร้อยเดซิเบลของเธอ หันมาหาร่างสวยของคนรักที่นั่งหน้าบูด

“กลับมาแล้วเหรอ เครื่องบินลงตั้งแต่บ่ายสาม นี่มันสามทุ่มแล้วนะทำไมเพิ่งมาล่ะ?” แทนที่จะตกใจกับการกลับมาบ้านก่อนกำหนดของเธอ ยังจะมาทำเป็นรู้ดีเรื่องตารางการบินอีก ไม่ได้บอกให้รู้เสียหน่อย หูไวตาไวเหมือนเดิมเลย สุชาลินียังไม่ตอบกลับเอนกายลงนอนที่ลำแขนหนาแทน ตะแคงร่างกอดร่างใหญ่ด้วยความรักและคิดถึง

ตอน 2

2

“พอลงเครื่องก็ไปหากิ๊กคนที่หนึ่ง แล้วก็เลยไปหากิ๊กคนที่สอง หลังจากนั้นก็เลยไปหากิ๊กคนที่สาม ท้ายสุดก็ไปหาคุณพ่อเอาของฝากไปให้ท่านเสร็จแล้วก็มาหาแฟนตัวจริงเสียงจริงนี่แหละค่ะ” สุชาลินีพูดหยอกเย้าอีกฝ่ายที่นอนยิ้มแป้นไม่สะทกสะท้านกับคำพูดของคนรักเลย เพราะรู้ดีว่าเธอไม่มีใครอื่นนอกจากเขา สาเหตุที่เธอมาหาเขาช้านั้นเป็นเพราะแวะไปเยี่ยมบิดาก่อนนั่นเอง

“แหม น่าเอาปืนไปยิงบรรดากิ๊กเหลือเกิน ว่าแต่กิ๊กชื่ออะไรบ้างล่ะจะได้ตามไปยิงถูก?” เขาพลิกร่างของตัวเองมาหาร่างบางที่นอนซุกอกขณะที่เอ่ยถาม

“ตัวแรกชื่อว่าเจ้าขนปุย ตัวที่สองชื่อสายฟ้า ตัวที่สามชื่อแทงโก้ค่ะ” สุชาลินีตอบคำถามหัวเราะคิกคัก กิ๊กที่เธอพูดออกมานั้นก็คือสุนัขที่หญิงสาวเลี้ยงเอาไว้ ก่อนที่จะเดินทางไปเมืองไทยเพื่อเยี่ยมมารดา หญิงสาวได้นำสุนัขไปฝากบิดา เนื่องจากเรียวไม่ค่อยมีเวลาดูแลมากนักเพราะชายหนุ่มวุ่นอยู่กับงานเปิดตัวคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ล่าสุด ที่มีวิวัฒนาการล้ำเลิศสูงสุดเครื่องหนึ่งของโลก ราคาของมันต่อเครื่องจึงแพงลิบลิ่ว หากทิ้งไว้ที่นี่สุนัขตัวโปรดของเธอต้องอดข้าวอดน้ำแน่นอน

“น้อยใจจริงๆ เลย กลับมาถึงแทนที่จะมาหาสามีกลับไปหาหมาซะงั้น” ทั้งสองพบกันครั้งแรกในงานแต่งงานของวิตโตริโอเพื่อนสนิท บ่มเพาะความรักมาเป็นเวลาหนึ่งปีจึงสุกงอม ทั้งสองจึงตกลงใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกันฉันสามีภรรยา โดยที่ยังไม่ได้แต่งงาน ไม่ใช่ว่าเขาและเธอไม่อยากแต่ง ตรงกันข้ามทั้งสองอยากจะใช้ชีวิตร่วมกันอย่างสมบูรณ์ถูกต้องตามกฎหมายและประเพณีใจจะขาด หากแต่บิดาของเรียวบอกว่าให้ผ่านงานเปิดตัวคอมพิวเตอร์ที่เขาทุ่มทั้งแรงกาย แรงใจและเงินมากกว่าพันล้านเยนไปก่อน แล้วค่อยมาคุยเรื่องแต่งงานอีกที ซึ่งทั้งสองไม่ได้ติดใจอะไรเพราะเท่าที่อยู่ทุกวันนี้ทั้งคู่ก็มีความสุขแล้ว

“น้อยใจทำไมคะ ก็ไปรับลูกๆ มาหาคุณพ่อของพวกเขา ทั้งคุณแม่กับลูกๆ ทั้งสามตัวคิดถึงคุณพ่อมากที่สุดเลยค่ะ” สุชาลินีหอมแก้มสากของคนรักหลายครั้งอย่างเอาใจ ก่อนจะขึ้นทาบทับร่างสูงใหญ่ของคนรักทั้งตัว มองสบสายตาที่เปล่งประกายด้วยคำว่ารักที่มีต่อกัน

“หายน้อยใจหรือยังคะ?” เธอถามขณะที่โน้มใบหน้าลงต่ำ ใช้ปลายลิ้นเลียเบาๆ ที่กลีบปากล่างของเรียว

“ยัง” เขาตอบเสียงค่อนข้างสั่น มือใหญ่ลูบไล้ไปตามเนื้อผ้าชุดสวยของสุชาลินี เขาใช้ปลายนิ้วกรีดบริเวณด้านข้างของน่องขึ้นสูงจนถึงลำตัว ลูบไปมาเป็นวงกลมที่แผ่นหลังบาง

“แล้วถ้าทำอย่างนี้หายน้อยใจหรือยังคะ” หญิงสาวจงใจบดเบียดเนินสาวตรงบริเวณแก่นกายชายที่บัดนี้ร้อนผ่าวอยู่ในกางเกงนอนและเริ่มจะโป่งนูนเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา เธอถูไถวนซ้ายวนขวาในขณะที่ปลายลิ้นเล็กยังคงเลียไล้กลีบปาก ก่อนจะไล้ไปตามแนวคางปาดเป็นทางยาวไปตามสันแก้ม ชายหนุ่มถึงกับครางอือกับเจตนาปลุกเร้าอารมณ์ของคนรัก

“หายน้อยใจหรือยังคะ?” เธอถามอีกครั้งแล้วยังคงทำเหมือนเดิม

“ยะ...ยัง มาก...มากกว่านี้ถึงจะหาย” เขาพูดออกมาอย่างยากยิ่งที่จะบังคับเสียงไม่ให้มันขาดห้วง สุชาลินียิ้มอย่างรู้ทันความคิดของเขาว่า มากกว่านี้ คืออะไร หญิงสาวจึงเริ่มปฏิบัติการทำให้เขาคลั่งทันที

ริมฝีปากบางประทับกลีบปากหนาอย่างเย้ายั่ว แนบสนิทแล้วผละออกทำอย่างนี้สองสามครั้งก่อนจะทาบทับเรียวปากของคนรักแนบแน่น บดเคล้าไปมาสักครู่ส่งปลายลิ้นเข้าไปในโพรงปากของเขา สะบัดปลายลิ้นนุ่มทักทายลิ้นหนาแลกรัดพันเกี่ยวกันอย่างเร่าร้อน ดูดดึงปลายลิ้นของอีกฝ่ายเข้าไปในปากของแต่ละคน ให้สมกับช่วงเวลาหนึ่งสัปดาห์ที่ร่างกายของคนทั้งสองต้องห่างกัน

เจ้าของเรียวปากสวยผละออกจากกลีบปากหนา พรมจูบไปทั่วใบหน้าคมคายไล่มาตามสันแก้มจนกระทั่งถึงปลายคาง เธอใช้ไรฟันกัดเบาๆ ก่อนจะใช้ปลายลิ้นตวัดไล้เลียปลายคางที่มีหนวดขึ้นเล็กน้อย เขาถึงกับสะดุ้งครางออกมาแผ่วเบา ใจหวิวๆ อุณหภูมิในร่างดูเหมือนจะร้อนเร่าขึ้นเรื่อยๆ

เสื้อกล้ามถูกถอดออกจากร่างหนาเผยให้เห็นทรวงอกกำยำ บึกบึนอัดแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อ ริมฝีปากบางเบาแนบไปตามเนื้อกายหนุ่มกลัดมัน ผะแผ่ว เป่ารดไปพร้อมกับลมหายใจอุ่นร้อน สร้างสายธารแห่งไฟไปตามกล้ามเนื้อแน่นของเรียว ปลายลิ้นบางก็ร้ายกาจไม่แพ้กันตวัดฉวัดเฉวียนไปตามผิวกายขาวจัดของเขา ก่อนมาหยุดที่ยอดอกสีชมพูเข้มที่แข็งเป็นตุ่มไต เธอทักทายยอดอกของชายคนรักด้วยไรฟันเป็นอันดับแรก ขบกัดดึงขึ้นสูงเพียงนิดขยับเขยื้อนฟันเบาๆ แล้วปล่อยให้มันกลับไปอยู่ในสภาพเดิม จากนั้นจึงดูดกลืนหายเข้าไปในปากอุ่นร้อน ยามหญิงสาวออกแรงดูดนั้น หัวใจของเขาเต้นราวกับระฆังที่ถูกตี ความเสียวสะท้านวิ่งขึ้นวิ่งลงอยู่ในร่างกาย เขาแทบลืมหายใจเมื่อใบหน้าและร่างกายสาวเลื่อนต่ำลงไปยังอวัยวะเบื้องล่าง

กางเกงนอนขาสั้นถูกดึงรั้งลงไปยังปลายเท้าด้วยมือนุ่ม ก่อนที่เจ้าของกางเกงจะใช้เท้าอีกข้างเขี่ยให้มันออกไปจากปลายเท้า ความยิ่งใหญ่อลังการเด่นตระหง่านตรงหน้า สุชาลินีไม่รอช้าตะปบสิ่งที่ใหญ่เกินชายด้วยมือนุ่ม รูดขึ้นรูดลงอยู่สักพัก แล้วจึงเริ่มบรรเลงการทรมานเขา ลิ้นร้อนแสนนุ่มปาดเลียปลายยอดตวัดไปมาในขณะที่มือยังคงเคลื่อนไหวขยับขึ้นลง ชายหนุ่มห่อปากครางซี้ดอืออาออกมาไม่ขาดปาก

“ปิ่น...” เขาครางสยิวเสียวสุดจะประมาณ เมื่อกายแกร่งถูกกลืนกินเข้าไปในปากนุ่ม ปลายลิ้นที่อยู่ด้านในทำหน้าที่กระดกเลียชายชาตรีที่อยู่ในปากไปตามจังหวะการขยับกลืนเข้าคายออก เส้นเลือดในร่างกายของเรียวปูดนูนขึ้นมาปรากฏชัดอยู่บนผิวเนื้อหนุ่ม เสียงครางดังกังวานราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังจะโดนเชือด โหยหวนราวกับหมาป่าที่เปล่งเสียงในคืนพระจันทร์เต็มดวง มือใหญ่วางที่ศีรษะบางที่ยังคงเคลื่อนไหวไม่หยุด อยากจะรั้งใบหน้าของคนรักให้ออกจากความยิ่งใหญ่ที่กำลังปวดร้าวอยู่ในปากของเธอ หากแต่เขากลับไม่ทำอย่างที่ใจคิด ปล่อยให้สุชาลินีปรนเปรอความเสียวให้กับเขาต่อไป

“ปิ่น...” กายหนุ่มสั่นระริกคล้ายกับว่าเขาเดินเปลือยกายอยู่บนยอดดอยที่มีลมกระโชกแรง ก่อนความร้อนจะแทรกซึมเข้ามา อาการสะบัดร้อนสะบัดหนาวจึงเกิดขึ้น ที่เรียวมีอาการเช่นนี้เนื่องจากลิ้นเล็กกำลังทำให้เขาคลุ้มคลั่ง เลียไปรอบโคนสุดของแก่นกายวนเป็นรูปวงกลมจนถึงปลายยอด ก่อนจะไล้เลียลงต่ำมาถึงจุดเริ่มต้นอีกครั้ง หลังจากนั้นไม่นานเธอจึงครอบกลืนความยิ่งใหญ่เป็นการส่งท้าย

สุชาลินีละความอหังการเคลื่อนดวงหน้าขึ้นสูงไปตามหน้าท้องแข็งแกร่ง ไม่ลืมที่จะใช้ปลายลิ้นกวาดชิมเม็ดเหงื่อที่ผุดพรายขึ้นมา ลากปลายลิ้นยาวไปจนถึงทรวงอกบึกบึนสร้างความกระสันซ่านให้กับเรียวมากยิ่งขึ้น หญิงสาวลุกขึ้นยืนบนที่นอนก่อนจะถอดเสื้อผ้าของตนเองต่อหน้าคนรักเหลือแต่เพียงร่างกายเปล่าเปลือย

ตอน 3

3

“หายน้อยใจหรือยังคะคนดี” น้ำเสียงเซ็กซี่เอ่ยบอกเมื่อร่างหญิงสาวนั่งคร่อมร่างใหญ่ มือนุ่มไล้เป็นรูปวงกลมตรงทรวงอกแข็งแกร่ง ยอดอกถูกดีดด้วยปลายนิ้วพร้อมกันทั้งสองข้าง เท่านั้นเองเสียงครางอือถูกเปล่งออกมาทันควัน

“ถ้ายัง ปิ่นจะทำให้พี่เรียวคุงหายน้อยใจเองค่ะ” แก่นกายร้อนผ่าวถูกครอบครองด้วยกลีบสาวอย่างเชื่องช้า ความเสียวขณะที่กำลังครอบครองสิ่งนั้น ทำให้หญิงสาวตัดสินใจกดสะโพกลงมาเพื่อให้ความยิ่งใหญ่ถูกกลืนกินไปจนหมด เธอหยุดนิ่งชั่วครู่ก่อนจะขยับร่างกายถูไถจุดเชื่อมต่อของสองร่าง

“อืม...” สุชาลินีเริ่มขยับร่างกายขึ้นลงครอบกลืนส่วนที่แข็งขึงของคนรักครั้งแล้วครั้งเล่า แรงกระชั้นเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แรงขึ้นและแรงขึ้นตามอารมณ์ของผู้จับจังหวะที่บัดนี้เสียวสะท้านแน่นอยู่ในอก ทรวงอกพอดีมือที่แกว่งไหวไปตามจังหวะการโยกไหวถูกมือใหญ่บีบเคล้น ดึงปลายถันด้วยนิ้วหนาเพิ่มสายลาวาแห่งเกมกามอาบไปทั่วกายสาวมากขึ้น ชายหนุ่มยันตัวลุกขึ้นนั่ง เพื่อที่เขาจะใช้ปากปลุกเร้าอารมณ์แทนปลายนิ้ว ปลายถันสีระเรื่อจึงถูกเขาดูดกลืนไล้เลียอย่างสำราญ ส่วนมืออีกข้างละจากทรวงอกนุ่มตึงมาบีบเคล้นบั้นท้ายงามงอนอย่างมันมือ

“พี่เรียว พี่เรียว” เสียงครางกระเส่าที่ปะปนมากับเสียงหอบหายใจดังระงมไปทั่วห้อง มือนุ่มทั้งสองข้างจับที่บ่าแข็งแรงของคนรักเอาไว้แน่น ยกสะโพกขึ้นสูงมากขึ้นกระแทกลงมาจนเกิดเสียงของเนื้อกระทบกับเนื้อดังสนั่นไม่แพ้กับเสียงคราง สรวงสวรรค์เริ่มเด่นชัดมากยิ่งขึ้น

“พี่เรียว...พี่เรียว” ใบหน้างามแหงนหงายไปทางด้านหลัง เส้นผมสะบัดพลิ้วไปมา แอ่นทรวงอกให้เขาดื่มกินปลายถันได้อย่างถนัด เปล่งเสียงครวญครางด้วยความเสียวซ่าน เมื่อเรียวกลายร่างเป็นเด็กผู้หิวโหย ดูดกลืนปลายถันไม่ยอมห่างสลับกันไปมาทั้งสองข้างจนเกิดเสียงจ๊วบๆ ดังไม่ยอมหยุด คงเหมือนกับเสียงผิวกายชื้นเหงื่อของเขาและเธอที่กระทบกันไม่หยุดหย่อน และเสียงนั้นดังมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อหญิงสาวทิ้งตัวลงมาอย่างแรง เคลื่อนไหวจังหวะนี้ไปได้สักพัก ร่างกายหญิงสาวก็เกร็งกระตุกเหนือร่างหนา ภายในช่องท้องเกิดอาการมวนตัว ร้อนวูบวาบเป็นสัญญาณบอกกับเธอว่า ความสุขกำลังโบยบินมาหาเธอ ร่างเล็กกระชั้นสะโพกลงมาสองสามครั้งเพื่อนำพาตัวเองค้นพบกับแสงแห่งความสุขที่เจิดจรัสอยู่ตรงหน้า ดวงหน้างามฟุบลงกับบ่ากว้างทันทีที่เดินทางไปถึงสวรรค์เบื้องบน เขาจึงจับร่างที่ไร้เรี่ยวแรงลงนอนบนเตียง เพราะตอนนี้เขาเองก็หมดความอดทนเต็มแก่แล้ว ระเบิดนับร้อยๆ ลูกที่ก่อชนวนอยู่ที่ปลายยอดกายแกร่งกำลังจะระเบิดออกมาในไม่ช้านี้

“ปิ่น ปิ่น...” ร่างกายหนาที่คร่อมร่างเล็กเริ่มทำการจุดระเบิดทันที ยกเรียวขาข้างขวาของเธอขึ้นสูง ออกแรงขยับทันทีที่จัดท่วงท่าเรียบร้อย สะโพกหนากระโจนจ้วงเข้าใส่กลีบสาวโดยไม่รั้งรอ ไม่หยุดหย่อน สอดแทรกกายแกร่งลึกล้ำถาโถมจนเธอสั่นไปทั้งกาย ใบหน้าหล่อก้มลงต่ำดูดกลืนปลายถันแสนสวยทั้งสองข้างอย่างเมามัน เสียงครางหวานดังออกมาอย่างต่อเนื่อง ยกสะโพกรับแรงรักอันหนักหน่วงที่เขาส่งมา

“อา...” เขาปล่อยเสียงครางต่ำออกมาหลังจากที่กระแทกเสียดสีกับความนุ่มร้อนของกลีบสาวในครั้งสุดท้าย พร้อมกับชนวนในร่างกายถูกจุดขึ้นอย่างพร้อมเพรียง ระเบิดออกมาเป็นหยาดน้ำแห่งความสุข เรียวฟุบหน้าลงบนทรวงอกที่กระเพื่อมตามแรงจังหวะหายใจของเจ้าของทรวงอก ไม่วายที่จะดื่มกินปลายถันสีสวยอย่างอดใจไม่อยู่

“พอเสร็จงานพรุ่งนี้พี่จะให้คุณพ่อไปขอปิ่นนะ” เขาเงยหน้าพูดกับผู้หญิงที่เขารักหมดใจ

“ค่ะพี่เรียวคุง” เธอตอบรับเสียงใส ฉีกยิ้มด้วยความดีใจและปลาบปลื้มใจ ในที่สุดวันที่รอคอยก็เดินทางมาถึงเสียที วันที่สุชาลินีจะได้สวมชุดเจ้าสาวโดยมีเขาเป็นเจ้าบ่าว

“วันนี้เรามาซ้อมเข้าหอกันก่อนดีกว่า พอถึงวันจริงจะได้รู้ว่าต้องทำท่าไหนบ้าง” เรียวพูดกรุ้มกริ่มไม่เปิดโอกาสให้คนรักคัดค้าน ประกบจูบเรียวปากนุ่มทันที เริ่มบรรเลงเสียงเพลงแห่งรักเป็นภาษากาย ทิ้งท้ายด้วยคำรักที่หมั่นเพียรบอกเธอทุกวัน คนทั้งสองไม่รู้หรอกว่าเวลาที่เขาและเธอจะมีความสุขร่วมกันได้หมดลงแล้ว

คืนวันสังหาร

ทรรศิกาที่อยู่ในชุดรัดรูปสีดำล้วนอาศัยความมืดมิดในคืนเดือนดับ ปีนป่ายต้นไม้สูงที่ปลูกติดกับกำแพงรั้วของบ้านเป้าหมายที่มีความสูงสามเมตร แถมยังมีซี่ลวดหนามที่มีกระแสไฟฟ้าวิ่งวนอยู่ตลอดเวลา เธอจึงต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นสองเท่า หากแต่โชคก็มาอยู่ในมือของนักฆ่าสาว เนื่องจากต้นไม้ต้นนี้มีความสูงถึงสิบเมตร กิ่งก้านสาขาเลยเข้าไปในเขตบ้านของยูสุเกะ ทำให้เธอเหยียบกิ่งไม้ที่ค่อนข้างใหญ่ก้าวผ่านลวดหนามไฟฟ้านั้นอย่างง่ายดาย

กล้องส่องทางไกลในความมืดขนาดจิ๋วถูกล้วงออกมาขณะที่เธอยังอยู่บนกิ่งไม้ หญิงสาวใช้กล้องสำรวจทีมอารักขาที่อยู่ในบ้านและนอกบ้านเท่าที่หญิงสาวจะเห็นได้ มีชายสี่คนยืนกระจายอยู่บริเวณสนามหญ้า อีกสองคนเธอเห็นเดินอยู่ในบ้าน ทรรศิกาเลือกที่จะใช้มีดสั้นขนาดจิ๋วแต่มีประสิทธิภาพเหลือล้น อาบยาสลบอยู่ทั่วลำมีดสามารถทำให้คนที่ถูกความคมของมีดหมดสติภายในห้านาที และหลับนานถึงสี่ชั่วโมง

“ฉึก ฉึก ฉึก” เธอเก็บชายฉกรรจ์ที่อยู่นอกบ้านได้เพียงสามคนเท่านั้น เนื่องจากอีกหนึ่งคนเดินเข้าไปสมทบภายในบ้าน สาวร่างเล็กกระโดดลงมาจากกิ่งไม้ที่มีความสูงสี่เมตรอย่างคล่องแคล่ว เดินเลาะไปตามริมกำแพงรั้วเพื่อพรางตัว ชุดสีดำบวกกับร่างกายที่เล็กสมส่วนทำให้การพรางตัวของนักฆ่าสาวง่ายขึ้น ประตูทางด้านหลังบ้านคือจุดมุ่งหมายของเธอ

“เอี๊ยดดดด”

“ใครวะ โอดะคุงหรือเปล่า?” บอดี้การ์ดร่างใหญ่หยุดชะงักเท้า เมื่อได้ยินเสียงฝืดของประตูด้านหลังภายในห้องครัวดังขึ้นเหมือนคนเปิดประตูนั้นเข้ามา เขาจึงวกเดินกลับไปที่ห้องครัวอีกครั้งหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามออกไปในใจขอให้เป็นเพื่อนบอดี้การ์ดด้วยกัน

“......” ความเงียบทำให้เขารู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล ประตูห้องครัวทางด้านหลังถูกเปิดออก แต่ไม่มีสิ่งมีชีวิตขานรับหรือปรากฏกายให้เห็น มันเป็นเรื่องที่ผิดปกติอย่างมาก เขาจึงหยิบปืนที่เหน็บอยู่ที่เอวออกมา ยื่นตรงไปข้างหน้าเตรียมพร้อมปล่อยลูกกระสุนทันทีที่ปรากฏร่างของผู้บุกรุก ลำขาแข็งแรงก้าวผ่านพ้นประตูด้านหน้าห้องครัวได้เพียงสามก้าว ในความรู้สึกของเขาเหมือนมีของแหลมคมอะไรบางอย่างทิ่มที่ลำคอของเขา หลังจากนั้นทุกอย่างก็ดับลง

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED