ตอน 1

“จะไปไหนเหรอคะพี่สุ แต่งตัวซะสวยเลย”

อนงค์เอ่ยถามสุวดี ภรรยาหลวงหรือจะพูดให้ถูกคือภรรยาตีทะเบียนของภคิน สายตากวาดมองเสื้อผ้าอาภรณ์หรูราคาแพง และเครื่องประดับงดงามที่ประดับอยู่บนเรือนร่างอีกฝ่ายด้วยความริษยาจับใจ

“เธอมีอะไร ฉันจะออกไปข้างนอก ช่วยหลีกไปด้วย”

สุวดีข่มความรู้สึกไม่ชอบใจเอาไว้ด้วยสีหน้าและน้ำเสียงเรียบสนิท

อนงค์เหยียดยิ้มเดินไปลูบไหล่ของภรรยาหลวงขณะยืนอยู่ด้วยกันที่เชิงบันไดด้วยอาการยั่วยุอารมณ์ สุวดีปลดออกอย่างสุภาพ

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ วันนี้คุณคินไม่อยู่ นงเลยอยากมาทำความสนิทกับพี่สุให้แน่นแฟ้นยิ่งๆ ขึ้นไป อ๊ะๆ ๆ อย่ามองนงด้วยสายตาแบบนั้นสิคะ นงน่ะสงสารคุณคินหรอกนะคะ แล้วก็สงสารพี่สุด้วย” อนงค์ตั้งใจพูดยั่วให้สุวดีโมโห

“เธอมีอะไรพูดมาจะดีกว่า อย่ามาโยกโย้ให้มากความ ฉันไม่มีเวลามากหรอกนะ”

สุวดีพยายามข่มอารมณ์เจ็บลึกในอกเต็มที่ สามีพาหญิงสาวคนนี้เข้ามาในบ้านแล้วโกหก แนะนำว่าเป็นญาติห่างๆ เธอก็เจ็บมากพอแล้ว กลางค่ำกลางคืน ขณะที่ภคินคิดว่าเธอนอนหลับ กลับย่องไปหาญาติที่เขาแอบอ้างจนเธอจับได้คาหนังคาเขา แต่ที่ต้องทนเพราะรติภัทร ลูกชายคนเดียวที่เธอรักมากที่สุด เธอไม่อยากให้บุตรชายผิดหวังเสียใจในการกระทำของพ่อตัวเอง ไม่อยากให้ครอบครัวมีปัญหาจึงเก็บความเสียใจเอาไว้คนเดียว อยู่อย่างหน้าชื่นอกตรมเรื่อยมา

“แหม... พี่สุอย่าโมโหไปสิคะ นงแค่อยากจะมาบอกให้พี่สุรับรู้เอาไว้ว่าทำไมสามีพี่ถึงเอาแต่นอนๆ ๆ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับพี่อีกเลยหลังจากวันนั้น คุณคินน่าสงสารจะแย่ ที่มีภรรยาจืดชืดไร้น้ำยาจนต้องหาน้ำพริกถ้วยใหม่กิน”

“นี่เธอ!!!”

“ต๊ายตาย อย่าโกรธไปนักสิคะ พี่สุน่าจะขอบคุณนงเสียมากกว่าที่มาช่วยรับภาระบนเตียงให้ พี่จะได้ไม่ต้องเหนื่อย อีกอย่าง คุณคินก็ยังอยู่ในสายตาของพี่ ไม่ได้ออกไปนอกลู่นอกทางที่อื่น เย็นปุ๊บกลับบ้านปั๊บ จริงไหมคะ ไม่ได้กลับดึกๆ ดื่นๆ เหมือนแต่ก่อน”

อนงค์แค่อยากจะตอกย้ำว่า เมื่อก่อนที่ภคินกลับบ้านดึกๆ ดื่นๆ นั้นไม่ได้หายไปไหน แต่ไปขลุกอยู่กับเธอนั่นเอง บางทีเธอแกล้งออดอ้อนให้นอนค้าง จนภคินต้องโกหกภรรยาว่าทำงานดึกเลยนอนที่โรงงานทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วไม่ใช่

“มีเรื่องจะพูดเท่านี้ใช่ไหม”

สุวดีหันไปถามอย่างระงับอารมณ์เอาไว้ ก่อนจะเดินผละลงบันไดไป

“เดี๋ยวก่อนสิคะ ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว พี่สุควรจะแบ่งปันอะไรๆ ให้นงบ้างนะคะ”

อนงค์ฉุดมือสุวดีเอาไว้แต่โดนปลดออกอย่างสุภาพเช่นเดิม อนงค์เหยียดปากเมื่อเห็นกิริยาไว้ตัวของภรรยาหลวง

“อะไรๆ ของเธอมันคืออะไรล่ะ ฉันจะทำทานให้”

“ต๊ายตาย ปากคอเราะรายเหมือนกันนะคะ เห็นหงิมๆ เห็นไม่ค่อยพูดไม่ค่อยจา ก็ไม่มีอะไรหรอกค่ะ นงหมายถึงพวกเครื่องเพชร เครื่องทอง เครื่องประดับสวยๆ เสื้อผ้า...”

อนงค์พูดยังไม่ทันขาดคำ สุวดีสวนขึ้นทันควัน

“เธอน่าจะไปขอคุณคินมากกว่านะ เพราะของพวกนี้ฉันไม่คิดบริจาคให้ใคร ที่เธอเอาไปใช้อยู่ มันก็มากเกินพอแล้ว อย่างว่า คนที่เกิดมาไม่มีอะไร เลยอยากไขว่คว้าของคนอื่นไปใช้หรือครอบครอง โดยไม่สนใจว่าจะมีเจ้าของแล้วหรือยัง ไม่สนใจเรื่องศีลธรรมอันดีงาม ไม่สนใจความเหมาะสม เอาแต่ความสบายของตนเองเป็นที่ตั้ง มักจะเอ่ยปากขอโดยไม่รู้สึกสำนึกว่าอะไรควร อะไรไม่ควร”

อนงค์หน้าชาเมื่อถูกตอกกลับ เจ็บลึกเข้าไปในอก ใช่ เธอยอมรับว่าเกิดมาไม่มีอะไร แล้วทำไมล่ะ เธออยากได้อะไรก็ต้องได้ อนงค์บอกตัวเองเช่นนั้นเสมอ

“แหม... ปกติคุณคินซื้อให้อยู่แล้วละค่ะ แต่ของพี่สุน่ะสวยดี นงเลยอยากขอเอาไปใช้บ้าง ไหนๆ เราใช้สามีคนเดียวกันอยู่แล้ว แบ่งๆ กันทุกอย่างก็น่าจะดีนะคะ”

อนงค์ลอยหน้าลอยตาพูดยั่วยุให้สุวดีโมโหมากๆ ไม่มีอะไรจะดีไปกว่าความสะใจเท่านั้น

“หน้าด้านที่สุด”

สุวดีฉุนจัดเม้มริมฝีปากเอาไว้แน่น สุดที่จะทานทน

เผียะ!!!

“พี่ตบฉันเหรอ นึกว่าฉันไม่มีมือมีเท้าหรือไง”

อนงค์หน้าหันไปตามแรงตบมองภรรยาหลวงสายตาวาวโรจน์

“ใช่ ฉันตบเธอ ให้เธอรู้สำนึกว่าเธอเป็นใคร ฉันเป็นใคร”

สุวดีพูดอย่างไม่เกรงใจอีก ก่อนจะเดินลงบันไดบ้านไป

“คิดว่าตบฉันแล้วจะเดินลอยหน้าลอยตาไปง่ายๆ เหรอ”

อนงค์พุ่งตัวเข้าใส่จากด้านบน สุวดีหันมามองอย่างตกใจ เบี่ยงหลบไปที่ราวบันได

“ว้าย!!! กรี๊ดดด...”

โครม!!!

อนงค์เสียหลักล้มกลิ้งตกบันได กุมท้องเอาไว้แน่น เลือดไหลไปตามเรียวขา แต่โชคดีที่บันไดไม่กี่ขั้นไม่สูงมากนัก

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น”

เสียงของภคินตวาดลั่นเมื่อเห็นอนงค์ ภรรยาน้อยที่เขาพาเข้ามาอยู่ในบ้านกลิ้งตกบันได เลือดไหลเป็นทาง ส่วนสุวดีภรรยาหลวงยืนหน้าซีดอยู่ที่บันไดขึ้นไปไม่กี่ก้าว

“คือว่า...สุ”

สุวดียังไม่ทันได้พูดอันใด อนงค์รีบกอดคอภคินเอาไว้ ร้องไห้โฮ บอกว่าสุวดีผลักเธอตกบันได

“ฉันไม่คิดว่าเธอจะใจร้ายแบบนี้ ฉันทนมานานแล้วนะ นงบอกฉันหมดแล้วว่าเธอรังแกเขาตลอด แต่ฉันไม่เชื่อ คราวนี้ฉันได้เห็นกับตาว่าเธอใจคอโหดเหี้ยมขนาดไหน นงเขาอยู่ส่วนของเขา ไม่เคยมายุ่งเกี่ยวกับเธอ มีแต่เธอนั่นแหละชอบหาเรื่องเขา”

คำพูดของสามีทำให้สุวดีเม้มริมฝีปากที่สั่นระริกเข้าหากัน เธอนี่นะหาเรื่องอนงค์ก่อน

อนงค์เหยียดยิ้มซบที่อกของภคินอย่างสมใจ

“พี่คิน นี่มันบ้านใหญ่นะคะ สุจะหาเรื่องอนงค์ได้ยังไง เขาเข้ามาหาเรื่องสุเอง”

“ไม่ใช่นะคะคุณคิน คุณสุให้คนไปตามนง พอมาถึงก็ด่าว่าสารพัด ก่อนจะตบตีทำร้ายนง ผลักตกบันได ดูสิคะ หน้ายังเป็นรอยฝ่ามืออยู่เลย ฮือๆ ๆ ๆ คุณคินคะ นงเจ็บท้อง ลูกของเรา ฮือๆ ช่วยแกเอาไว้ด้วยนะคะ โอ๊ย” อนงค์ร้องไห้มองขาตัวเองที่มีเลือดไหลนอง

“ลูก!!!”

สองเสียงอุทานพร้อมกัน นั่นก็คือเสียงของภคินกับสุวดี สุวดีเล็บลึกในอก นอกจากสามีจะพาภรรยาน้อยเข้ามาในบ้าน พวกเขาสองคนยังมีลูกด้วยกัน หมดสิ้นแล้วความรักความไว้วางใจ ส่วนภคินมัวแต่กล่าวโทษภรรยาหลวง จนลืมว่าตอนนี้อนงค์นอนเลือดท่วม หน้าซีดอยู่ในอ้อมอกเขา

“เธอทำอะไรลงไปสุวดี เธอนี่มันใจยักษ์ใจมารที่สุด ฆ่าได้แม้กระทั่งเด็กตาดำๆ ที่ไม่ลืมตาดูโลกด้วยซ้ำ ฉันทนมานานแล้ว เราหย่าขาดจากกัน เธอไสหัวออกไปจากบ้านฉันเลย ไป๊!!!” ภคินตวาดลั่น

“พี่คินพาคุณนงไปโรงพยาบาลก่อนเถอะครับ”

สุรเดชญาติห่างๆ ของภคินที่อาศัยอยู่ในบ้านเอ่ยบอกอย่างร้อนใจ ก่อนจะหันไปยิ้มกับอนงค์อย่างสาสมใจ

“นายก็เห็นใช่ไหมว่าพี่สะใภ้นายมันเหี้ยมโหดที่สุด”

ภคินบอกสุรเดช อีกฝ่ายจำต้องพยักหน้ารับคำ

“เราหย่าขาดจากกันนับตั้งแต่บัดนี้ เดี๋ยวฉันจะให้เธอเซ็นใบหย่า”

ภคินยื่นคำขาด อุ้มร่างภรรยาน้อยออกไปจากบ้าน อนงค์หันมาเหยียดยิ้มใส่สุวดีทั้งที่ยังเจ็บ แต่กัดฟันทนฟังจนสามีเอ่ยประโยคที่เธอต้องการออกมาในที่สุด วันที่เธอรอคอยมาถึงแล้วสินะ

“คุณคิน” สุวดีแทบหมดแรงซวนซบอยู่กับราวบันได

“คุณแม่ ทำไมคุณพ่อใจร้าย ผู้หญิงคนนั้นหาเรื่องคุณแม่ก่อน”

เด็กชายรติภัทรวัยสิบขวบวิ่งมากอดมารดาที่ร้องไห้ระงมด้วยความเสียใจถึงที่สุด หมดสิ้นแล้วความรักความไว้ใจที่ใช้ชีวิตร่วมกันมาสิบกว่าปี พังลงเพราะผู้หญิงคนนั้นคนเดียว รวมถึงสามีที่สัญญาว่าจะรักและจะดูแลเธอตลอดไป กลับทรยศหักหลังนอกใจไปมีผู้หญิงคนใหม่

ตอน 2

เธอเคยคิดว่าหากเขาจะมีภรรยาน้อยจริงๆ ก็อยากให้อีกฝ่ายมีความยำเกรงเคารพกันบ้าง หรือถ้าให้ดีไม่ยุ่งเกี่ยวต่อกันเหมือนคราแรกที่อนงค์เข้ามาอยู่ในตอนแรกๆ เธอก็จะทนเพื่อลูก แต่ไม่มีผู้หญิงคนไหนใจดียอมให้สามีตัวเองมีภรรยาอีกคน แล้วละเลยตัวเอง ทำร้ายจิตใจสารพัดแบบนี้

“พ่อเขาไล่เราแล้วติ เขาไล่เราแล้ว”

รติภัทรมองตามร่างบิดาไปอย่างเสียใจไม่แพ้มารดา

“ทำไมคุณพ่อไม่มีความยุติธรรมแบบนี้ ในเมื่อเขาไล่ เราไปจากที่นี่กันเถอะครับ ผมจะดูแลแม่เอง” เด็กชายรติภัทรพูดอย่างเด็ดเดี่ยว

ร่างสูงใหญ่ของรติภัทร หนุ่มวัยสามสิบปีที่นอนหลับอยู่บนเตียงกว้างผวาตื่นจากฝันร้าย หอบหายใจรุนแรงเหงื่อโซมกาย ใบหน้าหล่อเหลาคมคายซีดเผือด มือหนาเสยผมที่ปรกหน้าผากอย่างอ่อนแรง ก่อนจะลูบเบาๆ ด้วยความอ่อนล้าในจิตใจ ดวงตาเย็นชา ใบหน้าเฉยเมยกลับมาอีกครั้ง

หัวใจของเขาด้านชาเกินกว่าจะรักผู้หญิงคนไหน แต่หากรักจริงเขาจะทุ่มเทไม่ทำให้เธอเสียใจเหมือนอย่างที่บิดาทำเอาไว้กับมารดา ถ้าเขารักผู้หญิงคนไหน เขาจะทำเพื่อเธอ ทำให้เธอมีความสุขที่สุด

และอะไรก็ตามที่เป็นของเขา เขาไม่มีวันปล่อยให้ใครแย่งไปเด็ดขาด ไม่มีวัน!!!

รอยตราเสน่หา

ร่างสูงของชายหนุ่มนามว่ารติภัทร พงศ์พันธ์ ยืนเหม่อลอยหวนนึกถึงเรื่องราวในอดีต มารดาพาเขากระเซอะกระเซิงกลับมาที่ไร่กาแฟของผู้เป็นลุงเป็นเวลายี่สิบปีเต็ม และยี่สิบปีเต็มที่เขาต้องเห็นความเจ็บปวดของมารดา ท่านเป็นผู้หญิงที่ดีที่สุด ยอมอภัยให้กับคนที่ทำร้ายท่านสาหัส

“เรียบร้อยแล้วครับคุณติ”

เลอราชคนสนิทที่ติดตามรติภัทรมาตั้งแต่เด็กฉุดภวังค์ความคิดอันว้าวุ่นของชายหนุ่มให้หยุดลง ใบหน้าคมคายก้มลงเล็กน้อยอย่างเคารพยำเกรงผู้เป็นนาย

“ดีมาก แม่เธอขายเธอให้ไอ้เสี่ยนั่นเท่าไหร่อีกล่ะคราวนี้”

รติภัทรเอ่ยถาม หันมองคนสนิทที่เติบโตมาพร้อมกัน เลอราชเหมือนเพื่อนมากกว่าจะเป็นลูกน้อง เขาไม่เคยกดอีกฝ่ายให้ตกต่ำแต่พูดคุยกันอย่างเพื่อนมากกว่า และไว้ใจให้คนตรงหน้ารับผิดชอบดูแลลูกน้องอีกหลายคนที่ติดตามมา

“สองแสนครับคุณติ”

เสียงตอบราบเรียบของเลอราชทำให้รติภัทรบิดริมฝีปากเล็กน้อยคล้ายยิ้มหยัน ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธอย่างมหาศาล ดวงไฟเล็กๆ ในดวงตาสีกาแฟทำให้เลอราชลอบกลืนน้ำลายลงคอ

เด็กสาวอ่อนใสในวัยเยาว์ที่รติภัทรไม่เคยลืมเธอไปจากใจได้เลยในวัยเด็ก กำลังถูกแม่พาไปเร่ขายเหมือนโสเภณีข้างถนน ไม่สิ! ต้องบอกว่าโสเภณีชั้นสูงเพราะค่าตัวเธอสูงลิบลิ่ว

เธอเป็นของเขานานแล้ว ไม่มีใครได้ครอบครองเธอนอกจากเขาคนเดียวเท่านั้น หลายครั้งแล้วสินะที่เขาช่วยเธอเอาไว้โดยการเอาเงินปิดปากเสี่ยพวกนั้นไป และใช้ความกว้างขวางในสังคมทำให้อีกฝ่ายเกรงใจ แต่คราวนี้ เขาจะไม่ปล่อยเธอไปอีก

“นายจัดการเรียบร้อยแล้วใช่ไหม”

รติภัทรเอ่ยถาม สายตาหันกลับไปมองทัศนียภาพเบื้องหน้า ระลอกคลื่นในทะเลสาดซัดเข้าฝั่งครั้งแล้วครั้งเล่า เหมือนหัวใจของเขาที่ถูกสาดด้วยเปลวเพลิงร้อนระอุแทบมอดไหม้

“เรียบร้อยแล้วครับ คุณติจะทำยังไงต่อไปครับ”

เลอราชเอ่ยถามผู้เป็นนาย ลอบสังเกตใบหน้าเย็นชาที่เห็นอยู่เป็นนิจนิ่งๆ

“ในเมื่อฉันซื้อต่อมาแล้วก็ต้องใช้ประโยชน์สิ หรือนายคิดว่าไงแทน”

รติภัทรเลิกคิ้วถาม เลอราชพยักหน้ารับรู้ แม้อยากจะห้ามแต่เขาไม่มีสิทธิ์ หากจะนับจำนวนครั้งที่รติภัทรช่วยพิรวดีเอาไว้ คงเป็นเงินหลายล้านบาท เขาเองไม่เข้าใจเจ้านายหนุ่มว่าคิดอะไรอยู่ แต่ใบหน้าเย็นชานั้นยังมีสายตาที่แสดงถึงความอ่อนโยนทุกครั้งที่ทอดมองไปยังร่างของหญิงสาวนามว่า ‘พิรวดี’

“เอ่อ ผมเกรงว่า...”

เลอราชอึกอักเล็กน้อย แม้คิดว่าห้ามปรามอะไรไม่ได้ ก็ยังดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย จากประวัติของพิรวดีที่เขาคอยตามสืบให้เจ้านายหนุ่มมาตลอดหลายปี รับรู้ว่าเธอเป็นคนดีคนหนึ่ง ไม่ได้เหลวไหลเลยสักนิด ไม่น่าถูกมารดาหลอกมาเร่ขายให้กับเสี่ยตัณหากลับพวกนั้น

“เธออยู่ไหน” เขาเอ่ยถามลูกน้อง ไม่สนใจน้ำเสียงลำบากใจของลูกน้องคนสนิท

“ในห้องของคุณติครับ” เลอราชจำต้องตอบอย่างเลี่ยงไม่ได้ ก่อนจะผ่อนลมหายใจหนักหน่วงออกมา “คงอีกนานกว่าจะฟื้น”

รติภัทรเลิกคิ้วถาม ตอนนี้เป็นเวลาบ่ายแก่ๆ เธอถูกมอมยาสลบแบบนั้น คงไม่ฟื้นง่ายๆ

“ครับ เธอยังไม่ได้สติ” เลอราชตอบผู้เป็นนายอย่างหนักใจ

“งั้นนายไปได้ ถ้ามีอะไรจะเรียก”

รติภัทรบอกเสียงเรียบ เลอราชก้มหน้าให้ผู้เป็นนาย จำต้องเดินจากไป แต่ก็อดชำเลืองมองไปที่ประตูห้องเสียไม่ได้ ถ้าหญิงสาวตื่นมาแล้วเจอสภาพตัวเองแบบนั้นจะเป็นเช่นไรหนอ เขารู้ว่าเจ้านายหนุ่มรักพิรวดีมากแค่ไหน แต่ในสถานะที่ทั้งสองเป็นเส้นขนานเช่นนี้ เขายังคิดไม่ออกว่าทั้งสองจะมาบรรจบกันได้อย่างไร

ร่างสูงของรติภัทรเดินไปที่ประตูห้องนอนของบ้านหลังใหญ่ หลังจากยืนทอดอารมณ์อยู่นานหลายชั่วโมง เขาเปิดเข้าไปอย่างใจเย็น เท้าของชายหนุ่มเดินไปหยุดข้างเตียงที่หญิงสาวนอนอยู่ ทรุดนั่งลงขอบเตียง พึงพอใจอยู่ไม่น้อยที่ลูกน้องทำงานได้ดีเกินคาด

ถ้าเลอราชไปไม่ทันเล่า อะไรจะเกิดขึ้นกับคนตรงหน้า หัวใจเขาคงแตกสลายหากเธอต้องเจ็บปวดเพราะถูกคนที่ตัวเองรักทำร้ายได้ถึงเพียงนี้

ไม่ว่าจะนานเท่าไหร่ เขาไม่เคยลืมเธอเลยสักครั้ง เธอเติบโตเป็นสาวน้อยแสนน่ารัก อ่อนหวานอย่างที่เขาไม่อาจละสายตาไปได้ แม้เขาจะอยู่ห่างไกล แต่นั่นเป็นคำสัญญาสุดท้ายที่บิดาให้ไว้ว่าจะดูแลเธอให้ดีที่สุด

รติภัทรยังนึกแปลกว่าไม่อยากให้ท่านเข้ามายุ่งวุ่นวายกับชีวิต แม้ไม่เคยโกรธแค้นท่านจริงจัง แต่เขารู้ตัวว่าได้แสดงความเย็นชา ไม่เคยเอ่ยถึงคำว่าให้อภัยท่านจริงจังเลยสักครั้ง เขาไม่ได้เกลียดบิดาตัวเองมากกว่าความน้อยใจเสียมากกว่า เขายังเป็นเด็กและไม่เข้าใจอะไรมากนัก แต่เมื่อโตขึ้นเขาก็เข้าใจทุกอย่างของชีวิต มารดาเป็นคนที่สอนให้เขารักคนอื่น โดยเฉพาะคนที่เรารัก เราไม่ควรทำให้คนที่เรารักเสียใจ หากเรารักใครสักคน จงทำให้คนที่เรารักมีความสุขและจงมีความสุขร่วมกับเขา เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเขา ชายหนุ่มไม่เคยลืมคำสอนของท่าน

ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน เขากลับเป็นคนช่วยเธอเอาไว้ในกรงเล็บเสี่ยตัณหากลับ น่าแปลกที่เขายอมทุ่มเงินมากมายซื้อเธอจากไอ้เสี่ยนั่น ทั้งๆ ที่แม่สารเลวของเธอเป็นคนยัดเยียดสิ่งนี้ให้เธอเอง

เลอราชบอกว่าเธอไม่เต็มใจ ก่อนหน้านี้ เขาได้เจอกับบิดาอีกครั้ง ท่านดูทรุดโทรมไปมาก ท่านบอกว่าภูมิใจที่เขาเติบโตเป็นคนเข้มแข็ง เก่งและมีความสามารถ รติภัทรไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่มองใบหน้าอิดโรยของบิดาที่พยายามยิ้มให้เขาด้วยความรัก ในวัยเด็ก เขาเคยคิดว่าหากบิดามารดาได้กลับไปใช้ชีวิตด้วยกันอีกครั้งคงดีไม่น้อย แต่ตอนนี้เขากลับเข้าใจมารดาว่าเหตุใดท่านจึงให้อภัยแต่ไม่กลับไปร่วมชีวิตกับบิดาอีก อายุและประสบการณ์สอนเขาในหลายๆ เรื่อง

รติภัทรขบกรามจนขึ้นสันเมื่อย้อนนึกถึงเรื่องราวเจ็บปวดที่ทรมานใจเขาเมื่อยี่สิบปีก่อน วัยเด็กที่ครอบครัวแสนอบอุ่นกลับพังทลายลงในชั่วพริบตา ครั้งหนึ่ง เขาอยากตอบแทนผู้หญิงร้ายกาจคนนั้นให้สาสม คงเป็นเพราะมารดาที่ยับยั้งเขาเอาไว้ไม่ให้จมอยู่กับความทุกข์และความแค้นในหนหลัง ชีวิตของเราต้องก้าวต่อไป หากมัวจมอยู่กับอดีตที่เจ็บปวด เราจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร้ซึ่งความสุข

ตอน 3

หลังมือหนุ่มลากไล้ไปตามแก้มนวลของวัยสาวเปล่งปลั่งอย่างทะนุถนอม ลมหายใจร้อนรุ่มของรติภัทรสะท้อนเข้าออกจนทรวงอกกระเพื่อมไหว ความอดทนที่จะไม่ล่วงเกินมันหายไปตั้งแต่ตอนไหน เขาเองก็ไม่รู้ตัว ร่างบางยังนอนนิ่ง หลับตาพริ้มเพราะฤทธิ์ยาสลบ ไม่รับรู้ว่าตนเองกำลังจะเผชิญกับสิ่งใด ความมืดภายนอกเข้ามาปกคลุมเรื่อยๆ ชายหนุ่มกลับไม่หิวข้าว แต่กลับกระหายหิวเรือนร่างที่นอนหลับพริ้มตรงหน้าเสียมากกว่า

“วดี ตื่นได้แล้ว... จะนอนไปถึงไหน”

รติภัทรกระซิบเสียงนุ่มแนบใบหูขาวเนียน ขบเม้มเบาๆ ด้วยความเอ็นดู ดวงตาที่เคยเย็นชาแปรเปลี่ยนเป็นวาววับด้วยอารมณ์ที่ต้องการในอก หลังมือหนายังลากไล้ไปมาไม่หยุดหย่อนเพื่อปลุกคนขี้เซาให้ตื่นจากนิทรารมย์

รติภัทรปลดเสื้อผ้าอาภรณ์ของหญิงสาวออกจากกาย เขาชื่นชมความงดงามของเธออย่างอ้อยอิ่งไม่รีบเร่ง นิ้วแกร่งลากสัมผัสไปตามโครงหน้างดงาม เขี่ยขนตางอนงามที่เรียงเป็นระเบียบ หญิงสาวยังหลับสนิท ไม่รับรู้อันใดทั้งสิ้น ริมฝีปากร้อนกดจุมพิตหน้าผากมนด้วยสัมผัสอ่อนโยน น่าแปลกที่เขาไม่อยากทำรุนแรงกับเธอเพื่อให้สาแก่ความแค้นที่แม่เธอได้ทำเอาไว้ สายตาที่กร้าวกลับอ่อนแสงลงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน มือหนาเฝ้าลูบไล้ปัดปอยผมที่ระหน้าผาก กดจุมพิตซ้ำไปซ้ำมาทุกอณูเนื้อไม่มีมุมใดเล็ดลอด

ชายหนุ่มแยกสาบเสื้อเชิ้ตสีขาวออกจากกัน ลมหายใจร้อนผ่าวสะดุดกึกลงทันทีเมื่อสายตาปะทะกับผิวผุดผ่องภายในร่มผ้า ทรวงอกอวบอิ่มเต็มตึงจนแทบล้นบราเซียร์ไม่สมกับเรือนร่างเล็กของเจ้าหล่อน ยิ่งหน้าท้องแบนเรียบ เอวคอดจนสะโพกผายเป็นทรวดทรงชัดเจนทำให้เธอเป็นหญิงสาวที่สมบูรณ์แบบน่าปรารถนายิ่งยวด

รติภัทรก้มลงสูดดมหน้าท้องเนียนละเอียดที่หอมกรุ่นจรุงใจด้วยกลิ่นสาบสาว อีกทั้งความเรียบตึงที่สัมผัสทำให้เขากดย้ำซ้ำไปซ้ำมาไม่อยากผละห่าง ก้านนิ้วแกร่งปลดตะขอเสื้อชั้นในด้านหน้าออกเบามือ หัวใจหนุ่มเต้นแรงเหมือนกลัวว่าเธอจะตื่น เกิดมาเขายังไม่เคยลักหลับหรือสัมผัสหญิงสาวคนใดในยามหลับใหลไม่ได้สติเช่นนี้มาก่อน

ถ้าจะพูดให้ถูกเขาไม่เคยมองผู้หญิงคนไหนด้วยความรู้สึกพิเศษมาก่อน

น่าแปลกที่เขาตื่นเต้นจนมือสั่น ทั้งๆ ที่อยากให้เธอตื่นจากนิทรารมย์นี้เสียที ดวงตาคมกล้าของรติภัทรวาวหวานด้วยเพลิงปรารถนาทันทีที่ทรวงสาวเต็มตึงกระเด้งออกมาจากบราเซียร์สีสวยที่เขาอดคิดว่ามันชวนอึดอัดที่ต้องรัดรึงเอาไว้แบบนี้ตลอดทั้งวัน

ทรวงอกอวบอัดที่อวดโฉมโนมพรรณให้เขาได้ประจักษ์ถึงความงามทำให้รติภัทรถึงกับตะลึงในความสวยไม่มีที่ติ เขาก้มลงดูดเม้มยอดอกสีกุหลาบบางเบา ด้วยกลัวจะชอกช้ำ ก่อนแรงปรารถนาในกายจะเพิ่มมากยิ่งขึ้น รติภัทรขยำเคล้นคลึงทรวงอกอิ่มตามแรงอารมณ์คุกกรุ่นที่ถาโถมให้เขาเริ่มทรมานด้วยความต้องการ ริมฝีปากร้อนซุกไซ้เฝ้าวนเวียนอยู่ตามทรวงสาวไม่ละห่าง ความสดใหม่หอมหวานของสาบสาวทำให้อารมณ์ราคะร้อนแรงยากจะต้านทาน

มือหนาเลื่อนไปถอดกางเกงผ้าเนื้อดีที่หญิงสาวสวมใส่ เพียงแค่ขอบกางเกงเลยพ้นสะโพกผายงามงอน ลมหายใจร้อนรุ่มถึงกับหยุดกึก รติภัทรผ่อนลมหายใจหนักหน่วงออกมา คล้ายคนสะกดกลั้นอารมณ์เต็มที่ สายตาคมกล้าหลุบมองเนินอวบอิ่มที่ถูกปกปิดด้วยแพนตี้สีหวานบางเบา มองเห็นเส้นไหมอ่อนละมุนเป็นเงาสะท้อนให้เขาเข้าค้นหา รติภัทรสอดมือหนาที่สั่นอย่างควบคุมไม่ได้เข้าซุกซบด้านใน กอบกุมเนินดอกไม้อวบอูมเต็มไม้เต็มมือ ดึงขอบซับในตัวน้อยออกให้พ้นสะโพกเต็มตึง แล้วความงดงามที่เขาอยากสำรวจตรวจตราก็ปรากฏต่อสายตาคู่คม

ลำคอหนุ่มแห้งผาก ณ บัดดลทันทีที่ได้ยลโฉมความงามพิสุทธิ์ กลีบกายสาวปิดสนิทเหมือนไม่เคยผ่านมือชายคนใดมาก่อน ทำให้หัวใจหนุ่มพองโตเหมือนลูกโป่งที่สูบลมอัดแน่นจนเต็ม ก้านนิ้วแกร่งแข็งกระด้างซอกแซะเข้าสู่รอยแยกของกลีบกายสาว เขาสัมผัสความนุ่มของผนังด้านใน กลิ่นหอมกรุ่นของดอกไม้สาวล่อแมลงหนุ่มให้โบยบินเข้าหาอย่างลุ่มหลง

รติภัทรใช้นิ้วแยกตามกลีบดอกไม้หอมกรุ่นทั้งสองออกจากกัน มองเห็นยอดเกสรนารีสีแดงสดน่าลิ้มลอง ไม่รอช้าที่จะโน้มริมฝีปากแห้งผากเข้าหาแล้วตวัดลิ้นเลียไล้ขึ้นลงเพื่อเชยชิมความหวานล้ำ รสชาติกายสาวติดลิ้นจนเขาต้องเปลี่ยนจากการสะบัดลิ้นขึ้นลง เปลี่ยนเป็นเม้มดูดยอดเกสรดอกไม้กลีบนั้นให้สมกับความกระหายอยาก

ชายหนุ่มเหมือนคนหิวโซเมื่อได้พบแอ่งน้ำหวานที่เก็บซุกซ่อนเอาไว้รอดสายตาแมลงตัวผู้ทั้งหลาย เขาจ้วงลิ้นเข้าออกในช่อบุปผชาติที่คับแคบด้วยความกระหายรับรู้ถึงความฟิตแน่นตอดรัดของคนที่กำลังจะฟื้นคืนสติ

“อื้อ...”

พิรวดีขมวดคิ้ว ครางเสียงสั่นสะท้านด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ที่เข้าจู่โจมในขณะที่เธอกำลังมีสติไม่เต็มที่ หญิงสาวพยายามจะยกมือขึ้นผลักดันบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้เธอเสียดเสียวที่กลางกายสาว แต่ดูเหมือนแรงจะน้อยนิดยิ่งนัก ขาที่ทำท่าจะยกหนีให้พ้นจากความเสียวซ่านแทบไม่ขยับเลยด้วยซ้ำ และเหมือนเธอจะยิ่งทรมานมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความเสียวซ่านที่ลุกลามไปทั่วกายจนขนลุกชันไปทั่วทุกอณูเนื้อ

รติภัทรรู้ดีว่าไม่ควรหักหาญน้ำใจ แต่เพราะความต้องการอยากครอบครองเป็นเจ้าของและประทับตราความปรารถนาไว้กับเธอ เขาจึงปัดความรู้สึกนั้นทิ้งไป อย่างไรเสียเขาไม่มีวันปล่อยเธอไปตลอดชีวิต

“อื้อ สะ... เสียว”

เสียงหวานที่เปล่งออกมาของคนที่กำลังจะได้สติทำให้รติภัทรชะงัก เขามองร่างหอมหวานด้วยดวงตาที่เปล่งประกายถึงความต้องการร้อนแรง ก่อนที่จะลุกไปปิดไฟในห้องจนมืดมิด ชายหนุ่มปรับสายตาให้ชินกับความมืด เดินไปยังเตียงกว้าง ทอดสายตาคู่คมมองกายแสนหวานผ่านความมืดมิดไปยังร่างที่เขาติดใจจนไม่อาจถอนตัวได้

เตียงกว้างไหวยวบเมื่อร่างสูงนั่งลง พิรวดีค่อยๆ ปรือตาขึ้นมองโดยรอบ เธอกะพริบตาปริบๆ ให้สายตาคุ้นชิน สมองหนักอึ้งกำลังประมวลสิ่งต่างๆ ด้วยความเบลอ

นี่เธออยู่ที่ไหนกัน?

หญิงสาวทบทวนเรื่องราวอีกครั้งด้วยความปวดหัว เธอกำลังนั่งทานอาหารกับเสี่ยสรชัย เธอต้องเอาเอกสารบางอย่างที่มารดาฝากมาให้อีกฝ่าย เขาจองห้องอาหารที่เหมาไว้ทั้งหมดจึงมีเธอกับเขาทานกันแค่สองคน และหลังจากนั้นเธอก็ไม่รับรู้อะไรอีกเลย

หรือว่า!!!

พิรวดีสะดุ้งเฮือก แต่ก่อนที่เธอจะลุกหนี ร่างสูงของคนที่มองเธออยู่ก่อนแล้วในความมืดรีบตะครุบร่างบางเอาไว้ทันที หญิงสาวยิ่งตกใจเข้าไปใหญ่เมื่อสัมผัสได้ว่าเสื้อผ้าที่สวมใส่กำลังหลุดลุ่ยจนน่าใจหาย

“อื้อ...”

พิรวดีดิ้นรนให้รอดพ้นจากชายหนุ่มที่ทาบทับเธออยู่ เขาเอามือปิดปากเธอเอาไว้ หญิงสาวเบิ่งตากว้างตกใจสุดขีด

หรือเขาคือเสี่ยสรชัย!!!

ยิ่งคิดว่าเป็นเสี่ยใหญ่ที่พยายามลวนลามเธอตลอดเวลา ยิ่งทำให้พิรวดีดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง คนที่กำลังคุกคามเธอไม่ส่งเสียงข่มขู่เธอแม้แต่น้อย กลับกระชากบราเซียร์ของเธอออกแล้วมัดมือเอาไว้ กดมืดเธอเหนือศีรษะ ร่างสูงใหญ่แนบชิดลงมาจนเธอคิดว่าร่างจะจมหายลงไปในที่นอนกว้าง

แสงโคมไฟจากหัวเตียงทำให้พิรวดีมองหน้าชายหนุ่มชัดขึ้น เขาไม่มีเวลาให้เธอปฏิเสธอะไรทั้งสิ้น ริมฝีปากกระด้างกดจุมพิตลงมาอย่างเร่าร้อน พิรวดีกลัวจับใจ นี่เธอกำลังถูกอีกฝ่ายรังแกโดยที่ไม่มีทางสู้เช่นนั้นเหรอ น้ำตาเม็ดใสไหลรินจากดวงตากลมหวานอย่างหักห้ามใจไม่อยู่

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED