ตอน 1

ท้องฟ้าโปร่งสายลมพัดเอื่อยเย็นสบาย แสงแดดส่องกระทบผืนน้ำสีน้ำเงินครามราวกับอัญมณี คลื่นทะเลหมุนเกลียวซัดกระทบกราบเรือเป็นจังหวะ เป็นฟองคลื่นสีขาวแตกฟ่องละลายหายไป มีเรือสำราญลำใหญ่ล่องลดเลี้ยวอยู่ท่ามกลางมหาสมุทรกว้างไพศาลสุดลูกลูกตา

เสียงสังสรรค์เฮฮาสนุกสนานดังมาจากบนเรือสำเภาใหญ่ของชินอ๋องที่พาพระชายาเอก และอ๋องน้อยมาประพาสดูความแปลกใหม่ของบรรยากาศนอกเมืองหลวง

บนลำเรือต่างมีบ่าวไพร่มากมายเกือบร้อยคนที่คอยติดตามมารับใช้เจ้านายอย่างใกล้ชิด แต่เสมือนพวกเขาก็ได้มาพักผ่อนด้วยไม่ต่างกัน นับว่าพากันมาเที่ยวกันยกตำหนักอ๋อง

“เสด็จแม่ ๆ พี่ปลาตัวหย้ายใหญ่” นิ้วมือสั้นป้อมชี้ไปที่มัจฉาตัวไม่น้อย แทบจะทับผู้ใหญ่คนหนึ่งขาดอากาศหายใจตายได้ โผกระโดดโลดแล่นจากท้องทะเล

“น่ารัก... หยางหยางชอบ” เสียงหัวเราะเจื้อยแจ้วถ้อยพาทีของอ๋องน้อย ชวนให้ทุกคนที่ได้ยินเก็บรอยยิ้มไว้ไม่มิด คือ มู่หรงเยี่ยหยาง

เชื้อพระวงศ์ตัวจิ๋ว น่ารักน่าเอ็นดู แขนขาสั้น ๆ อ้วนป้อมเป็นข้อป้องน่าฟัด ทุกคนที่เห็นการเติบโตของเจ้าก้อนแป้งขาวต่างเห็นแววความฉลาด เฉียบคม และมากพรสวรรค์ตั้งแต่วัยเยาว์ อีกทั้งยังเป็นที่รักของทุกคนไม่เว้นเสด็จลุงแท้ ๆ ผู้เป็นองค์รัชทายาทองค์ปัจจุบันและเสด็จอา รวมทั้งถังฮองเฮาผู้เป็นเสร็จย่าก็เอ็นดูหลงใหลความน่ารักของเด็กชายหัวปักหัวปำ

“หลงหมิง ดูลูกหยางสิเพคะ เห็นทีกลับไปครานี้ เราสองคนคงต้องทานปลากันอีกนาน”

ชินหวางเฟยผู้เป็นภรรยาและมารดาใช้ผ้าเช็ดหน้าซับน้ำลายเจ้าตัวน้อยที่ชี้มือชี้ไม้ชอบใจไปที่เหล่าปลาทั้งหลาย แต่น้ำลายเจ้าตัวกับไหลย้อยยืดเก็บอาการไม่มิด

เด็กน้อยดวงตาแวววาวเป็นประกายระยิบระยับ จนบรรดาปลาทั้งหลายที่แหวกว่ายบริเวณนั้น รู้สึกรัศมีไอสังหารที่ไม่ชอบมาพากลที่แผ่ออกมาจากเจ้าตัวน้อย ต่างทยอยว่ายหนีตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอดรักษาชีวิตของพวกมัน

“พี่ก็คิดเช่นนั้น วังของเราคงต้องขยาดปลาไปอีกนานเชียว ฮ่าฮ่าฮ่า” ชินอ๋องยืนอยู่ด้านหลังหวางเฟยหัวเราะอย่างมีความสุข

สายตารักใคร่มองพระชายาและท่านชายน้อยด้วยแววตาอบอุ่น โอบกอดทั้งสองไว้ในอ้อมกอดหลวม ๆ ซึมซับบรรยากาศของทะเล

แต่...โบราณเคยมีคำพูดว่า ความสุขอยู่กับเราเพียงช่วงครู่ นั้นกลับเป็นความจริง

จู่ ๆ ท้องฟ้าที่เปิดกว้างกลับมืดทะมึน คลื่นลมกระโชกแรง ท้องทะเลปั่นป่วน ราวกับเงามืดได้ย่ำกลายเข้ามาหา สายฟ้าฟาดผ่ากลางมหาสมุทรอย่างแรงสร้างความน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างมาก กลายเป็นเสียงฟ้าร้องลั่นสะท้านผืนน้ำ

เสียงระเบิดดังขึ้นกลางห้องเก็บเสบียงกลางท้องเรือ เรียกความแตกตื่นจากผู้คนบนเรือจนอกสั่นขวัญแขวน

เพราะพวกเขาหาได้อยู่บนพื้นดินที่เหยียบยืนได้ แต่อยู่บนพื้นน้ำ

หากพวกเขาต่างก็ดึงสติกลับมาอย่างรวดเร็ว หยิบจับอาวุธพร้อมรับมือกลับเรื่องที่คาดไม่ถึง สายตากวาดมองเตรียมป้องกันตัวเอง

เหล่ากิเลนกลุ่มองครักษ์ของชินอ๋องที่ขึ้นตรงต่อเขาเพียงคนเดียว กระโจนออกมาพร้อมสอดส่องหามือสังหาร แม้ก่อนหน้านี้เขาจะสนุกสนานไปกับพวกพ้องบนเรือก็ตาม

“คุ้มกันท่านอ๋อง!!!” เสียงองครักษ์ดังขึ้นอย่างรู้หน้าที่ เหล่ากิเลนกลุ่มองครักษ์ต่างแยกไปวางกำลังรอบตัวเรือ

“ท่านอ๋อง! ทางปลอดภัยหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”

“เปิ่นหวางปลอดภัย ทำไมถึงมีพลุระเบิดอยู่บนเรือได้?”

น้ำเสียงนุ่มนวลอันมั่นคงของมู่หรงหลงหมิงชินอ๋องแห่งราชอาณาจักรซีเว่ยสอบถามสาเหตุที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้น เขากังวลว่าเหตุการณ์นี้จะทำอันตรายฮูหยินกับบุตรชายของเขา แต่ยังไม่ทันได้รับคำตอบ ระเบิดก็ดังขึ้นเป็นระลอกแล้วระลอกเล่า พรากชีวิตคนของชินอ๋องไปไม่น้อยอย่างไม่รู้ตัว

ขบวนเรือแตกพ่ายไร้รูปแบบ ถูกโจมตีอย่างรวดเร็วไม่ทันตั้งตัว มือสังหารมากมายที่แฝงตัวเข้ามาในฐานะลูกเรือปรากฏขึ้นอย่างไม่รู้ตัวลงมือเหี้ยมโหด เข้าเข่นฆ่าอย่างไม่ปรานี

กลิ่นคาวเลือดลอยฟุ้งกลางอากาศกลบกลิ่นอายเค็มของทะเล เรือหลายลำอับปางลงผู้คนหลายคนลอยคออยู่ในทะเล

องครักษ์หน่วยกิเลนของชินอ๋องเข้ารับมือกับมือสังหารที่แฝงตัวอยู่บนเรือ พุ่งฟาดฟันกับพวกมัน แม้พวกเขาฝีมือจะเป็นยอดฝีมือชั้นสูง แต่จำนวนกลับด้อยกว่าหลายส่วน คาดว่าพวกมันคงวางแผนมานานปีถึงแฝงตัวมาเป็นข้ารับใช้ในตำหนักชินอ๋องมากถึงเพียงนี้โดยไม่มีผู้ใดสงสัย

ดวงตาเมล็ดชิ่งประกายอ่อนโยนฉับพลันปะทุด้วยอายสังหาร กวาดมองผู้บุกรุกที่อาจหาญมาขัดขวางความสุขของครอบครัวพ่อแม่ลูก กระบี่อ่อนที่คาดอยู่บนเอวไม่คาดว่าจะได้ชักออกจากฝัก

มือซ้ายของชินหวางเฟยอุ้มบุตรชาย มือขวาถือกระบี่อ่อนพร้อมที่จะรุกและถอย

ตอน 2

ในขณะที่ชินอ๋องรุดหน้าปกป้องลูกเมียของเขาอยู่เบื้องหน้า รัศมีปราณยุทธแผ่ซ่านปรากฏให้เห็นเงาของกิเลนสวรรค์ห้าธาตุ พุ่งตรงเข้าไปสังหารผู้บุกรุก

“ถงถงเจ้าบาดเจ็บหรือไม่” ชินอ๋องถามคู่ชีวิตของตนอย่างเป็นห่วง เขายืนหยัดอย่างมั่นคงบนดาดฟ้าเรือโคลงเคลง สายตารอบระวังมือสังหารที่องครักษ์กำลังรับมืออยู่รอบ ๆ

“ไม่เป็นไรหลงหมิง แล้วท่านล่ะ” พักตร์งามของชายาเอกเปื้อนเขม่าดำไปหมด ในอ้อมกอดพยายามบดบังภยันตรายให้ลูกชายตัวน้อย ปัดป้องคมดาบที่มุ่งเข้ามาด้วยกระบี่อ่อน

ดวงตาของอ๋องน้อยเบิกกว้างอย่างตื่นตระหนกตกใจ แต่ก็ว่าง่ายอย่างรู้ความไม่ตกใจจนร้องงอแง

ธงโจรสลัดกุ่ยไห่ที่ครองน่านน้ำในแถบนี้คู่กับธงสัญลักษณ์จิ้นอ๋องโบกสะบัดในกองเรือที่โอบล้อมเข้ามา

เสียงโห่ร้องตะโกนกู่ก้องดังจนคนของชินอ๋องต่างสิ้นหวัง ด้วยจำนวนคนที่ต่างกันหลายสิบเท่า อีกทั้งผู้บุกรุกต่างเป็นนักฆ่าสังหารมืออาชีพ ต่างกับพวกเขาที่เป็นบ่าวไพร่ที่มีวรยุทธติดตัวเล็กน้อย

กองเรือผู้บุกรุกทอดสมอจอดเรือเทียบกับขบวนเรือของชินอ๋อง พลาดไม้กระดานกว้างราวหนึ่งฉื่อ [1] ข้ามมาอย่างง่ายดาย เข็นฆ่าผู้คนอย่างเหี้ยมโหด สาวใช้ถูกฉุดลากไปขืนใจย่ำยี ท่ามกลางกองซากไร้ลมหายใจ

ประกายกระบี่ปะทะกันวูบวาบทั่วบริเวณ ชินอ๋องมู่หรงหลงหมิงตอบโต้รับมือกับนักฆ่าหลายคน ตัวเขาถือเป็นขุนนางบุ๋นคนหนึ่งแต่ใช่ว่าจะมือไม้อ่อนจับดาบจับกระบี่ไม่เป็น

“จิ้นอ๋องก่อกบฏ เขาทำไปเพื่ออะไรกัน!!! ในเมื่อข้าก็เคารพรักเขาดั่งพี่ชาย...”

ชินอ๋องคำรามอย่างครุ่นโกรธทั้งเสียใจ ไม่คิดเลยว่าวันที่มีความสุขสมบูรณ์พร้อมจะถูกลบออก ด้วยความกระหายอำนาจที่ไม่ใช่ของตนเหมือนพี่ชายต่างแม่ผู้นี้

ความจริงและความเสียใจผิดหวังประดังเข้าใส่ชินอ๋อง ไม่เพียงแค่ระเบิดที่จะคร่าชีวิตพวกเขา ยังมีมือสังหารที่แอบแฝงตัวอยู่ด้วย

จิ้นอ๋องไม่กลัวเลยที่จะเปิดเผยว่าตนก่อกบฏ ชูธงประจำตัวเด่นหราประกาศว่าเป็นตัวเอง เขาวางแผนมานานและทำได้ดีอีกด้วย ปกปิดหลอกลวง คิดฆ่าคนปิดปากกลางผืนน้ำ ดูยังไงก็ไม่คิดเหลือทางรอดให้เขา

เพียงแต่ลูกเมียเขาอีกฝ่ายก็ไม่คิดเก็บไว้ นัยน์ตาแดงก่ำของชินอ๋องผูกใจเจ็บที่เชื่อถือไว้ใจคนผิด ทำให้คนรักและรอบข้างเขาต้องพบจุดจบที่น่าอนาถเช่นนี้

ชายหนุ่มประมือไปหลายกระบวนท่าผลลัพธ์ช่วงชิงความได้เปรียบไม่น้อย ถึงแม้ว่าเขาจะมีฝีไม้ลายมือเก่งกาจแค่ไหน ก็เพลี่ยงพล้ำลงให้กับความโสมมของนักฆ่าจ้างวานที่ไม่เลือกวิธีสังหาร

คมกระบี่อาบยาพิษต่างทิ่มแทงเข้าจุดตายของเขาที่ยืนอยู่เบื้องหน้าภรรยาและลูก หมายปกป้องทั้งสองให้ได้มากที่สุด

พิษร้ายแรงแล่นเข้าสู่ร่างกายอย่างฉับไวยิ่งชินอ๋องขยับร่างกายมากเท่าไหร่ พิษก็กระจายไปทั่วร่างเร็วเท่านั้น ภาพสุดท้ายของชีวิตเขา คือ ชินหวางเฟย ภรรยาของเขาผู้ที่เก็บงำวิชากระบี่ยิ่งกว่าเขาร่ายรำวาดกระบี่แทงทะลุร่างของนักฆ่าที่ลงมือกับเขา ท่ามกลางม่านน้ำตาที่ไหลอาบหน้านางกับแววตาตกตะลึงของลูกน้อยวัยสามหนาว

วังชินอ๋องที่แยกตัวประกาศจุดยืนของตัวเองอย่างชัดเจนนานแล้ว ขอไม่เข้าไปยุ่งพัวพันแย่งชิงบัลลังก์มังกรที่อาบไปด้วยเลือด

ความวุ่นวายต่าง ๆ นานาที่ต้องเเลกด้วยชีวิต กลับต้องเผชิญเคราะห์ร้ายกรรมซัดไม่ต่างกับเชื้อพระวงศ์คนอื่น ๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้…

ในขณะที่ทะเลสีเลือดไหลหนองย้อมมหาสมุทรซีไห่ ทางเมืองหลวงของราชอาณาจักรซีเว่ยกลับมีเมฆหมอกสีดำลอยปกคลุมทั่วทั้งผืนฟ้าดูมืดมน บรรยากาศมืดครึ้มอึมครึมอันน่าอึดอัดครอบคลุมทั้งเมือง ฟ้าฝนโหมกระหน่ำตกหนักมาร่วมสัปดาห์ไม่มีทีท่าจะหยุดลง

ถังอี้หงฮองเฮาแห่งราชอาณาจักรซีเว่ย เหม่อมองน้ำฝนที่สาดกระหน่ำผ่านหน้าตาบานใหญ่ สีหน้ากังวลของแม่ของแผ่นดินเผยออกมาอย่างชัดเจน

“หวงโฮ่ว ทรงพักผ่อนเถอะเพคะ”

“หลิวหยุนฟ้ากำลังเปลี่ยนสี ข้าเป็นห่วงพวกเขา”

“องค์รัชทายาททรงอ่านฎีกาพำนักอ่านฎีกาพำนักปลอดภัยอยู่ที่ตำหนักบูรพา มีองครักษ์หลวงมากมายคอยคุ้มกัน ชินอ๋องก็ทรงพาท่านอ๋องน้อยกับพระชายาไปประพาสที่ทะเลซีไห่ที่ทะเลซีไห่ ส่วนองค์ชายเจ็ดพระองค์ยิ่งไม่ต้องเป็นห่วงเลย พระองค์ก็ทรงทราบองค์ชายเจ้าเล่ห์ยิ่งกว่าจิ้งจอก ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหนบนแผ่นดินใหญ่ยังไม่มีผู้ใดทราบเลย ทุกพระองค์กำลังมีความสุขในชีวิตของตัวเอง ฮองเฮาทรงอย่าวิตกกังวลพระทัยเลยเพคะ”

หลิวหยุนนางกำนัลคนสนิทผู้ติดตามถังอี้หงมาตั้งแต่เป็นคุณหนูสกุลถังมา จนกระทั่งนางเป็นมารดาของแผ่นดินในปัจจุบัน เวลาที่ใช้ร่วมกันดุจดั่งพี่น้อง

“ข้ารู้ แต่สุขภาพของฝ่าบาท…”

ฮองเฮาสกุลถังมองหน้าสหายสนิทเผยความกังวลใจที่ปิดไม่มิด

“เปิ่นกง [2] กลัวมีคนก่อกบฏ”

ถังอี้หงสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงบางอย่างในเมืองหลวง ภายนอกดูเหมือนสงบ แต่กลับมีคลื่นพายุกำลังก่อตัวเตรียมโหมกระหน่ำ สีหน้ามารดาของแผ่นดินซีเว่ยเคร่งขรึมด้วยความกังวล สัญชาตญาณความเป็นแม่สัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่กำลังคุกคามลูก ๆ ของนาง จนหัวใจไม่อาจสงบ

“เต๋อเฟย นางกำลังทำอะไรกันแน่?”

เม็ดฝนโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า ผู้คนที่เดินขวักไขว่สวนกันอยู่บนท้องถนนล้วนรีบร้อนก้าวเท้าอย่างว่องไว บรรยากาศเย็นยะเยือกท้องฟ้าดำมืดไม่นานฝนก็ตกลงมาห่าใหญ่

ณ.โรงเตี๊ยมโหย่วซิ่ว

ชายหนุ่มรูปลักษณ์สง่างามนั่งปล่อยแรงกดดันที่มองไม่เห็นอยู่ในห้องลับของโรงเตี๊ยม ดวงตาของฉายแสงเจ้าเล่ห์กลิ้งกลอก มุมปากยกยิ้มอย่างพึงพอใจเมื่อได้ยินข่าวที่สายลับส่งเข้ามาพร้อมกับท้องฟ้าที่ส่งเสียงยินดีดังคำรามลั่นครืนใหญ่

ครืน ครืน!!!

“หึ ๆ ลงนรกไปแล้วสินะน้องชายของข้า”

น้ำเสียงอำมหิตไปปกปิดกลิ่นอายชั่วร้ายเอ่ยขึ้นราวกับเป็นเรื่องธรรมดาปกติ จากนั้นก็หันไปที่ประตูที่เคาะเรียกขออนุญาตคนด้านในห้อง

“เข้ามา”

บานประตูลับเปิดออกพร้อมร่างชายคนหนึ่ง “ข้าน้อยคารวะจิ้นอ๋อง”

ร่างในเสื้อคลุมสีดำก้มหัวเล็กน้อยเผชิญหน้ากับความเงียบ จึงรีบเอ่ยธุระของตน “จิ้นอ๋อง ทุกอย่างพร้อมแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

น้ำเสียงแหบแห้งไม่บ่งบอกตัวตนรายงานสิ่งที่ลงมือทำตามแผนการที่วางไว้ อีกไม่นานทุกอย่างก็จะอยู่ในกำมือ

ชายรูปงามที่นั่งฟังชายชุดคลุมสีดำ คือ จิ้นอ๋อง โอรสคนแรกของจักรพรรดิเฉียนเฮ่า มู่หรงเฉียนเฮ่า ฮ่องเต้แห่งราชอาณาจักรซีเว่ย เขาเป็นองค์ชายพระองค์โตที่ถูกพระราชบิดากีดกันจากบัลลังก์ทั้ง ๆ ที่เขาเป็นลูกคนแรก และฐานันดรศักดิ์ภูมิหลังฝั่งมารดาก็ไม่ใช่ต่ำ ทำให้เขาเหมือนคนนอกจนสะสมความคับแค้นรอวันที่ทวงคืนความเป็นธรรมให้ตัวเอง

“ฟ้ามืดเมื่อไหร่ก็เริ่มได้”

น้ำเสียงไม่แยแสจ้องมองใบชาในถ้วยแก้วหลิวหลี เงยหน้าขึ้นจ้องตาชายชุดคลุม “ต้องสำเร็จเท่านั้นห้ามพลาดเด็ดขาด”

“พ่ะย่ะค่ะ”

ชายชุดคลุมน้อมรับคำสั่งด้วยรอยยิ้ม หันหลังออกไปดวงตาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ คล้อยหลังไปเขาก็พึมพำด้วยความตื่นเต้น

“ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง วันที่เปิ่นหวางจะขึ้นเป็นโอรสสวรรค์แทนท่าน…เสด็จพ่อ

*แก้ไขครั้งที่1

[1] ฉื่อ หรือ เชียะ (尺 : chǐ) : 1 ฉื่อ เท่ากับ 10 ชุ่น ยาวประมาณ 1 ฟุต

[2] เชื้อพระวงศ์หญิง เช่น ไทเฮา ฮองเฮา พระสนมชั้นสูง องค์หญิง มักมีคำเรียกแทนตัวเองว่า “เปิ่นกง”

ตอน 3

“บังอาจ!!!”

เสียงพูดคุยจอแจหยุดลงทันควัน ทุกคนต่างกลั้นลมหายใจดังเฮือกตกใจหัวใจแทบร่วงอยู่ที่พื้น แต่เมื่อหันมากับพบชินอ๋องเชื้อพระวงศ์ระดับสูงผู้ที่มีความใกล้ชิดสนิทสนมกับฮ่องเต้ตวาดเสียงดังขึ้นกลางวง

เหล่าเจ้าของเสียงนินทาทั้งหลายลูบอกอย่างโล่งใจ ทันทีที่พบว่าเป็นผู้ใด ต่างปรับสีหน้าท่าทางไม่ใส่ใจผู้มาใหม่เช่นเดิม

ก่อนหน้านี้พวกเขากลัวว่าจะเป็นผู้อื่น

ล่วงเกินเบื้องสูงท่านอื่น

แต่เป็นคนผู้นี้…

เหอะ ๆ

ผู้ไม่อาจหยุดปากเหล่าสหายเสเพลที่ร่วมดื่มกินเที่ยวเล่นของคนผู้นี้ได้ และเปิดหัวข้อสนทนาที่หมิ่นประมาทเชื้อพระวงศ์ของราชอาณาจักรซีเว่ยที่มีเพียงผู้เดียวที่สามารถเอ่ยปากนินทาได้ต่อ

คือ…ชินอ๋องมู่หรงเยี่ยหยางแห่งราชอาณาจักรซีเว่ย

ชินอ๋องผู้นี้เป็นทายาทสายตรงเพียงคนเดียวของชินอ๋องมู่หรงหลงหมิงกับพระชายาเอกป๋ายหยู่ถงที่ประสบเคราะห์กรรม ผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์กบฏแถบคาบสมุทรชิงไห่เมื่อสิบปีก่อน

เขารับสืบทอดตำแหน่งของบิดาตั้งแต่เยาว์วัยไม่รู้ความ และเป็นเพียงผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวในเหตุการณ์โศกนาฏกรรมออกประพาสครั้งโน้น

เนื่องจากบิดาเป็นน้องชายแท้ ๆ โดยสายเลือดที่มีพระมารดาคนเดียวกันกับอดีตไท่จื่อ [1] มู่หรงเพ่ยจวินที่ตอนนี้ผู้คนต่างคาดว่าสิ้นลมไปตั้งแต่เยาว์วัย แต่สวรรค์ยังคงปรานีให้เด็กหนุ่มเหลือญาติสนิทอีกคน อย่างฉีอ๋องมู่หรงหย่งสือผู้เป็นน้องชายอีกคนของมู่หรงหลงหมิง ที่ตอนนี้เป็นฮ่องเต้บนบัลลังก์มังกรแห่งราชอาณาจักรซีเว่ย คอยคุ้มกะลาหัวให้ท่านอ๋องผู้ว่างงานผู้นี้

หลังเหตุการณ์ครานั้น ทำให้อ๋องน้อยน่ารักผู้เป็นที่รักของทุกคนเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังเท้าอย่างสิ้นเชิง จากเด็กที่ร่าเริง สนุกสนาน กลายเป็นเด็กเงียบขรึมไม่พูดไม่จากับผู้ใด เป็นดั่งเรือใบไม้ล่องลอยเพียงลำพัง

ทุกคนรอบข้างต่างอดสงสารไม่ได้ และคิดว่าท่านอ๋องน้อยผู้นี้คงวิปลาส สติหลุดลอยไปกับภาพพระบิดาและพระมารดาที่ถูกฆ่าต่อหน้าต่อตา ทำให้ปิดกั้นตัวเองจากผู้อื่น

โศกนาฏกรรมในตอนนั้นกว่าจะหาตัวของอ๋องน้อยพบ ก็อีกสองปีต่อมาสภาพของเด็กชาย ก็ใกล้เส้นชีวิตขาดอยู่รอมล่อ

เด็กน้อยถูกฉุดแย่งเยื้อออกมาจากขอบเหวห้วงอเวจี ร่างกายทรุดโทรมซูบผอม เนื้อตัวสกปรกมอมแมน จนยากจะแยกได้ว่าเขา คือเชื้อพระวงศ์องค์น้อยที่ถูกตามหา

มีเพียงสร้อยหยกขาวกรงเล็บมังกรที่คล้องอยู่บนคอ เป็นเครื่องพิสูจน์ยืนยันว่าพระองค์ คือ มู่หรงเยี่ยหยาง และใบหน้าที่ฮ่องเต้มู่หรงหย่งสือและไทเฮาหลิวอี้หงไม่เคยลืมเลือน ใบหน้าที่เป็นตัวแทนพี่ชายและลูกชายของพวกเขา

เยี่ยหยางกลายเป็นเด็กเงียบขรึมอยู่หลายปี จนทุกคนรอบข้างต่างกังวลเป็นห่วง จนห้าขวบเริ่มตีคน เจ็ดขวบดื่มเหล้า เก้าขวบกล้าเหยียบหอโคมเขียวโคมแดง กลับกลายเป็นเด็กหนุ่มเกเร เป็นคนเหลาะแหละ ดูไม่ได้เรื่องไม่ได้ราวที่สุด นำหน้าเหล่าคุณชายที่วัน ๆ เอาแต่กินเล่นผลาญเงินทอง

เป็นยอดคุณชายเสเพล สำมะเลเทเมา ที่ผู้คนในเมืองหลวงต่างด่าลับหลัง บางคราก็โพล่งต่อหน้าเจ้าตัว สร้างข่าวคราวชื่อเสียงเสียหาย จนไม่มีหน้าให้เสียได้อีก ไม่ว่าจับปลา ชนไก่ แข่งลูกเต๋า ตีจิ้งหรีด ทุบตีเตะคนโดยไม่รู้สึกรู้สา ไม่มีความเกรงกลัว เขาล้วนทำมาแล้วทุกสิ่ง

ความสามารถด้านนักเลงอันธพาล เขากลับเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งในใต้หล้า เหล้านารีแดงยันพยัคฆ์คำรามไม่อาจทำให้เด็กชายดื่มแล้วเมามายแม้แต่น้อย คอทองแดงเหมือนยกซดน้ำแกง

ชินอ๋อง-มู่หรงเยี่ยหยางเป็นที่รู้จักกันอย่างดีในหมู่ของพวกเสเพลในเมืองหลวง โจรผู้ร้าย นักต้มตุ๋นหลอกลวงกับชิดเชื้อสนิทสนมท่านอ๋องผู้นี้ดังสหาย นักเลงอันธพาลไม่มีใครที่ไม่เคยเสวนากับเขา

คำว่าตัวบัดซบที่ดีเป็นอย่างไร คงมีแค่ชินอ๋องมู่หรงเยี่ยหยางเท่านั้นที่สามารถอธิบายได้ถึงแก่นแท้ของความหมายได้

แต่ถึงแม้เขาจะเลวร้ายบัดซบถึงแก่นเพียงใด ผู้คนด่าว่าสาดเสียเทเสียเพียงใด ก็ไม่เคยมีใครตายในน้ำมือฝ่าเท้าของชินอ๋อง ทำให้ฮ่องเต้ได้แต่จนใจ ปิดตาข้างหนึ่งหลับตาอีกข้างโบกมือปล่อย ๆ เขาไปอย่างช่วยไม่ได้

[1] องค์ไท่จื่อ หรือ หวงไท่จื่อ (皇太子) เป็นตำแหน่งองค์รัชทายาทมีสิทธิ์เป็นผู้สืบทอดบัลลังก์คนถัดไป มักมีคำเรียกแทนตัวเองว่า “เปิ่นไท่จื่อ”

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED