1
อุณหภูมิภายนอกที่ต่ำกว่าสิบห้าองศาเซลเซียส ไม่ได้ทำให้สามชีวิตที่อยู่ในห้องนอนห้องหนึ่งเกิดความหนาวเหน็บเหมือนคนอื่นๆ ที่อาศัยใบบุญของพ่อเลี้ยงเพลิงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามทั้งสามมีแต่ความร้อนและร้อน ความร้อนที่เกิดจากบทเพลงสวาทเร่าร้อนที่กินระยะเวลามากว่าสองชั่วโมงแล้ว แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะยุติลงง่ายๆ
“พ่อเลี้ยงขา...พ่อเลี้ยง”
เสียงหวานกระเส่าของนภา สาวบริการจากเมืองกรุงที่พ่อเลี้ยงเพลิงจ้างมาสร้างความสุขแบบรายสัปดาห์ที่มีอัตราค่าจ้างสูงถึงเจ็ดหมื่นบาท ยังไม่รวมเงินพิเศษที่จะได้รับเมื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ ร้องครวญครางไม่หยุด เสียงครางแห่งความกระสันซ่าน เธอเสียวสะท้านไปทั้งกายยามขยับโยกเคลื่อนไหวบนร่างกายของพ่อเลี้ยงหนุ่ม ที่มีสาวบริการนามว่า เอมอรเพื่อนร่วมงานอีกคน ที่ถูกซื้อบริการมาด้วยจำนวนเงินเท่ากันกำลังใช้ปากและลิ้นไล้เลียยอดอกของเขา
“พ่อเลี้ยงดีไหมคะ อา...นภาทำถูกใจ...พ่อเลี้ยงรึปะ...เปล่าคะ...อ๊า”
นภาเอ่ยถามเจ้าของเงินที่จ่ายค่าตัวเสียงขาดห้วน ใบหน้าแดงก่ำจากพิษเสน่หาเล่นงาน โยกกายขึ้นสูงแล้วกระแทกร่างลงมาเต็มแรง จนเกิดเสียงดังของเนื้อกระทบเนื้อ บางจังหวะเธอก็เสยร่างไปข้างหน้า ทำทุกอย่างให้เขาพอใจ แต่ทว่าคำตอบก็ไม่ได้หลุดออกมาจากปากหนาได้รูปมีเสน่ห์ของเพลิง เนื่องจากเวลานี้ปากของเขาไม่ว่าง กำลังจูบอย่างดูดดื่มกับเอมอรที่เลื่อนปากมาประกบปิด
นภาขย่มร่างอรชรของตนอยู่สักพัก ร่างของเธอก็เกร็ง ความสุขกำลังวิ่งเข้าใส่ นภาขยับร่างโยกตัวแรงขึ้นเพื่อนำพาตัวเองไปยังความสุขที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม เป็นความสุขที่เธอวิ่งเข้าใส่ครั้งแล้วครั้งเล่า แต่พ่อเลี้ยงเพลิงยังไม่ถึงสถานที่แห่งนั้นเลยสักครั้ง...เขาอึดจริงๆ
“เอมอร ไปเอาของในลิ้นชักมา”
เพลิงผลักใบหน้าของเอมอรให้ออกห่าง ส่งผลให้ปากของทั้งคู่แยกห่างกัน ก่อนที่เขาจะสั่งเอมอรให้ไปหยิบของบางอย่างในลิ้นชัก ที่เอมอรและนภาต่างรู้ดีว่าคืออะไร
“ค่ะพ่อเลี้ยง” เอมอรเดินไปหยิบของที่พ่อเลี้ยงต้องการ ซึ่งเธอกับเพื่อนร่วมงานได้ใช้อุปกรณ์เหล่านี้มาตั้งแต่วันแรกที่มาทำหน้าที่และไม่เกี่ยงงอนจะทำตามใจลูกค้า ยิ่งเป็นลูกค้ากิตติมศักดิ์ผู้ร่ำรวย ให้ค่าบริการสมน้ำสมเนื้อกับสิ่งที่เธอกับเพื่อนต้องเผชิญ พวกเธอก็ยิ่งต้องเอาใจที่สุด
“นี่ค่ะพ่อเลี้ยง” เอมอรวางอุปกรณ์ที่เพลิงต้องการลงบนที่นอนข้างร่างสูงใหญ่ เพลิงผลักร่างนภาที่หอบหายใจแรงบนตัวเขาให้ไปนอนบนที่นอน ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นนั่ง ดึงถุงยางอนามัยที่สวมใส่ความเป็นชายของตนออก จากนั้นก็นำของใหม่มาสวมใส่แทนถึงสามชั้น
“แส้ไหมคะพ่อเลี้ยง” เอมอรถาม
“ไม่” เพลิงตอบสั้นๆ ขณะที่หยิบอวัยวะเทียมของเพศชายที่มีขนาดความใหญ่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าของเขาเลย อีกทั้งยังมีความนุ่มหยุ่นคล้ายกันด้วยแบบสวมเอวมาคล้องไว้ที่เอวเตรียมการออกศึกรักกับสองสาว “เอากุญแจมือมาสองอันเลย”
เอมอรหยิบสิ่งของที่พ่อเลี้ยงหนุ่มต้องการ แล้วยื่นให้เขารับมันไว้ในมือ พลางเอี้ยวตัวไปทางร่างของนภาที่รู้งานว่าต้องทำอย่างไร
นภาหยิบกุญแจมือที่เขาส่งมาให้มาคล้องข้อมือของตนทั้งสองข้าง แล้วล้มตัวลงนอนตรึงแขนเหนือศีรษะ ส่วนกุญแจมืออีกอันหนึ่งเพลิงส่งให้เอมอรที่ขยับตัวนำกุญแจมือที่อยู่ในมือมาคล้องไว้กับโซ่ระหว่างกุญแจมือที่นภาสวมอยู่ ปลายอีกด้านคล้องไว้กับหัวเตียงที่ทำจากเหล็กดัด
“ท่าเดิมนะ” เพลิงหันมาสั่งเอมอร
“ค่ะพ่อเลี้ยง”
เอมอรรับคำ จัดท่วงท่าที่เพลิงต้องการ ด้วยการคร่อมร่างนภาในลักษณะคุกเข่า มือของเธอเท้าวางลงบนที่นอนข้างหัวไหล่ของนภา
เพลิงขยับตัวมาอยู่ในกลางร่างของสองสาว กดบั้นท้ายขาวของเอมอรลงมาให้ร่างกายส่วนหน้าของเอมอรและนภาแนบชิดกัน จากนั้นก็สอดแทรกตัวตนทั้งของจริงและของปลอมเข้าสู่ความเป็นอิสตรีของทั้งคู่ กายแกร่งที่มีชีวิตดันลึกเข้าไปในรวงผึ้งของนภา ส่วนของเทียมสอดแทรกเข้าไปในร่างของนภา เพลิงกำลังมอบความสุขให้สองสาวพร้อมกัน
“อ๊า...อ๊า...พ่อเลี้ยงขา...อา”
นภาส่งเสียงครางรับพละกำลังแรงของเพลิงที่สาดใส่ พร้อมกันนี้เสียงครางของนภายังระบายความเจ็บจากกุญแจมือที่คล้องข้อมือของตน เพราะจากแรงโจนจ้วงของเขา และแรงเสียดสีระหว่างกุญแจมือกับผิวเนื้อของเธอก็จะเสียดทานกันตลอดเวลา ความเจ็บจึงบังเกิดขึ้นด้วย แต่พอนึกถึงเงินที่จะได้รับตอบแทนความเจ็บ เธอก็พร้อมจะฮึดสู้ เก็บงำความเจ็บเอาไว้
“โอ้...อา...พ่อเลี้ยง...อืม”
เอมอรแม้ว่าจะไม่ได้สัมผัสกับความแข็งแรงของเพลิง ทว่าอวัยวะเทียมก็สร้างความสุข เร้าใจให้กับเธอไม่น้อย เพลิงบีบแก้มก้นของเอมอร ขยำสุดแรงจนเกิดรอยมือซ้อนกัน บางครั้งก็ใช้มือฟาดราวกับว่าเขากำลังฟาดก้นอาชาไนยยามที่ควบขี่
จังหวะประสานกายของเพลิงเร่งเร้าขึ้นทุกขณะ ตามแรงอารมณ์ของเขาที่กำลังจะทะยานเข้าสู่เส้นชัย ยิ่งใกล้เพลิงยิ่งกระแทกสุดแรง จนช่องทางรักของสองสาวร้อนฉ่า เพลิงเร่งจังหวะแรงขึ้นและแรงขึ้นก่อนที่เขาจะคว้าเส้นชัยแค่มือเอื้อม
กว่าที่เพลิงจะสุขสม สองสาวก็เหนื่อยหอบ ร่างของเอมอรพลิกกายลงนอนบนเตียง หอบหายใจแรงและรู้สึกปวดเนื้อปวดตัวกับการหนักมือของพ่อเลี้ยงสุดหล่อ เช่นเดียวกับนภาที่หายใจแรงไม่แพ้กัน เหนื่อยล้ากับบทรักที่กินระยะเวลาสองชั่วโมงกว่า
“ฉันจะไปต่อในห้องน้ำ” พ่อเลี้ยงเพลิงเอ่ยขึ้นขณะที่ก้าวลงจากเตียง ถอดเครื่องป้องกันออกจากตัวตนแล้วโยนลงไปในถังขยะ จากนั้นก็ถอดอวัยวะเพศปลอมออกจากเอว “นภา เธอกลับห้องไป ส่วนเอมอรตามฉันไปในห้องน้ำ”
“ค่ะพ่อเลี้ยง” เอมอรแม้ว่าจะเหนื่อยล้า แต่เมื่อนึกถึงเงินที่จะได้ แรงกำลังก็มีขึ้นมามากมาย “พ่อเลี้ยงจะให้เอมเอาอะไรเข้าไปในห้องน้ำมั่งคะ”
“เชือก” เพลิงตอบสั้นๆ ก่อนจะเดินเปลือยกายเข้าไปในห้องน้ำ เอมอรทำตามคำสั่ง เธอพยุงกายลุกขึ้นนั่ง หยิบลูกกุญแจที่วางอยู่บนตู้ข้างเตียงมาไขกุญแจมือที่คล้องอยู่บนข้อมือของเพื่อน จากนั้นก็หยิบเชือกตามคำสั่งแล้วเดินตามร่างสูงใหญ่เข้าไปในห้องน้ำ
เพลิง โยธาบดินทร์เจ้าของไร่เพลิงพยัคฆ์ ไร่ชา และไร่กาแฟที่ใหญ่ที่สุดในเมืองเหนือ นอกจากนี้เขายังเป็นเจ้าของรีสอร์ตสุดหรูบนเนินเขา ทว่าโดยนิสัยส่วนตัวเพลิงเป็นคนที่ป่าเถื่อน โหดเหี้ยม โมโหร้าย เป็นที่ยำเกรงต่อลูกน้องทั้งหลายและคนรอบข้าง
ครั้งหนึ่งเขามอบความรักและความไว้วางใจให้กับพิมพิไล มอบตำแหน่งแม่เลี้ยงให้ด้วยความเต็มใจ เธองดงามราวกับเทพธิดา วาจาไพเราะเพราะพริ้ง กริยามารยาทสมกับเป็นกุลสตรี แต่ทว่าเธอกลับมีใจสกปรก ชั่วช้า ตอบแทนความรัก ความไว้ใจด้วยการคบชู้สู่ชายไม่เลือกหน้า และสุดท้ายก็คบชู้กับเพื่อนของเขา นับตั้งแต่นั้นเพลิงไม่เคยมองสตรีคนไหนมากไปกว่าคู่นอน หญิงสาวที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเขาเป็นเพียงเครื่องสนองอารมณ์ทางเพศ พอเสร็จสมก็ทางใครทางมัน ไม่มีค่าอะไรมากกว่านี้
หลังจากที่เอมอรเข้าไปในห้องน้ำพร้อมกับเชือก ไม่นานเสียงครางครวญของเธอก็ดังลั่นห้องน้ำ โดยไม่มีเสียงครางของเพลิงเลยสักนิด เขาโหมกระหน่ำใส่ร่างเอมอรที่กรีดร้องด้วยความสุขระคนความเจ็บ เซ็กซ์ของเพลิงดุดัน ดิบเถื่อน พร้อมสรรพไปด้วยอุปกรณ์ทางด้านนี้ที่เขาสรรหามาสร้างความตื่นเต้น หญิงสาวทุกคนที่ผ่านมาอาจจะมองเขาว่า เถื่อน ซาดิสต์ แต่ในความเป็นจริงเขากำลังลบความรู้สึกบางอย่างในจิตใจ ที่ติดค้างไม่ยอมมลายหาย และหวังว่าสักวันหนึ่งความรู้สึกนี้จะหมดไปจากจิตใจ
สักวันหนึ่ง...
2
“แม่แน่ใจเหรอว่าจะให้วุ้นไป”
เอมอรถามวรนุช แม่เล้าสถานอาบอบนวดเซนทาน่าชื่อดังบนถนนรัชดาภิเษก น้ำเสียงและสีหน้าของคนถามเต็มไปด้วยความกังวลอย่างเห็นได้ชัด
“ถ้าไม่ให้มันไปแล้วจะให้ใครไป ที่นี่ไม่มีสาวบริสุทธิ์สักคน ก็มีแต่มันนี่แหละ” วรนุชตอบขณะที่มือนับเงินปึกใหญ่ไปด้วย
“มันจะไหวเหรอแม่ แม่ก็รู้ดีว่าพ่อเลี้ยงเพลิงเป็นยังไง ฉันกลัวว่ามันจะตายคาเตียงมากกว่าให้ความสุขกับพ่อเลี้ยงนะแม่ ฉันว่าหาคนใหม่เถอะ”
นภาไม่เห็นด้วยที่วรนุชจะให้ธันย์ณิชา หญิงสาวที่เกิดจากอดีตหมอนวดที่มีอาชีพขายบริการควบไปด้วยกับผู้ชายที่มาซื้อบริการ จากการผิดพลาดเธอจึงตั้งท้องขึ้นมาและพอให้กำเนิดบุตรสาวหน้าตาน่ารัก คนเป็นแม่ก็เสียชีวิตเพราะเรื่องชู้สาว วรนุชจึงรับเลี้ยงธันย์ณิชาด้วยความสงสารตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ทว่าเวลานี้นางกำลังผลักเด็กกำพร้าคนนี้ให้ตกนรกอยู่ในสภาพเดียวกับผู้ให้กำเนิด
“จะหาที่ไหนได้วะ สมัยนี้สาวบริสุทธิ์มันหายากจะตาย ที่มาสมัครเป็นอย่างพวกเอ็งก็มีแต่สาวใจแตก อยากได้เงินไปซื้อข้าวของแพงๆ ทั้งนั้น คงไม่มีสาวพรหมจรรย์เดินมาสมัครงานที่นี่หรอกนะ หรือว่าเอ็งสองคนหาได้ล่ะ ถ้าหาได้ก็หามาเลย”
วรนุชพูดเสียงฉุน นางเองก็ใช่ว่าจะอยากให้ธันย์ณิชาขายบริการ นางอุตส่าห์ส่งเสียลูกบุญธรรมเรียนหนังสือ เหลืออีกหนึ่งเทอมก็จะจบปริญญาตรี แต่ทว่านางก็มีเหตุผลของนางที่ไม่อาจบอกทั้งสองได้ว่า เหตุใดจึงตัดสินใจเช่นนี้
“มันก็จริงอย่างที่แม่พูดนะ สาวบริสุทธิ์ที่ไหนจะมาทำงานอย่างนี้” เอมอรพูดเสียงเบา “แต่ฉันก็ไม่อยากให้วุ้นมาอยู่วงจรอุบาทว์แบบนี้ แม้ว่ามันจะเกิดจากผู้หญิงขายตัว แต่มันก็มีอนาคตดีกว่าพวกเรานะแม่ มันมีการศึกษา มีหน้าตาสะสวย กิริยามารยาทก็ดีเหลือเกิน ฉันกลัวว่าความสดใสของมันจะหมดไปน่ะสิ อีกอย่างเราก็รู้ๆ กันอยู่ว่าพ่อเลี้ยงเพลิงเป็นยังไง ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะอย่างฉันกับนภา บางครั้งยังแทบทนไม่ได้เลย ไม่อยากจะคิดภาพเลยแม่ แม่คิดให้ดีๆ นะแม่นะ”
“จริงอย่างที่อรพูดนะแม่ ชีวิตของวุ้นสดใส ฉันเองก็ไม่อยากให้แม่ฉุดมันมาตกนรก” นภาพูดหว่านล้อมวรนุชอีกคน เพราะไม่ต้องการให้ธันย์ณิชาตกอยู่ในสภาพเดียวกับตน
“ให้มันเป็นคนแรกของพ่อเลี้ยงน่ะดีแล้ว ดีกว่าเป็นของคนอื่น ฉันเชื่อว่าพ่อเลี้ยงคงไม่ลงมือหนักกับมันนักหรอก พ่อเลี้ยงคงรู้ว่าวุ้นเป็นมือใหม่ แล้วต้องทำยังไงกับมือใหม่ เอ็งสองตัวอย่าไปห่วงวุ้นมันเลย ห่วงตัวเองดีกว่า ได้ข่าวว่าริอ่านจะไปเป็นเมียน้อยหรือไง เป็นผู้หญิงขายตัวมันต่ำไม่พอใช่ไหม ถึงได้สิ้นคิดไปเป็นเมียน้อยคนอื่น ให้เมียหลวงมาตามราวี ให้คนเขาด่าทอ”
“แม่ไม่ต้องมาทำเป็นห่วงเรื่องของฉันสองคนเลย ฉันกับอรเอาตัวรอดได้อยู่แล้ว” นภารีบดักทางวรนุช “ฉันห่วงวุ้นจริงๆ นะแม่ อีกเรื่องที่ฉันเป็นกังวลก็คือ วุ้นมันจะยอมขายตัวเหรอ”
“ฉันมีวิธีพูดให้มันยอมก็แล้วกัน”
“แม่มั่นใจขนาดนั้นเชียว” เอมอรพูดเชิงถาม
“ก็เออสิวะ แกสองตัวอย่าลืมสิว่า ฉันเป็นคนเลี้ยงมันมาตั้งแต่แบเบาะ ทำไมจะไม่รู้นิสัยมัน เชื่อมือฉันเถอะ ฉันทำงานแบบนี้มาตั้งยี่สิบกว่าปี พูดให้ผู้หญิงยอมขายตัวไม่ยากหรอก ง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปากซะด้วยซ้ำ” วรนุชพูดอย่างมั่นใจ
“ฉันรู้ว่าแม่เก่ง แต่แม่อย่าลืมนะว่า วุ้นไม่ใช่ผู้หญิงหิวเงิน หรือเห็นวัตถุดีกว่าความสาวของตัวเอง ที่จะยอมพลีกายแลกเงิน ข้อสำคัญมันเรียนจะจบอยู่แล้วด้วย อนาคตมันสดใสยิ่งกว่าตะวันส่องโลกเสียอีก มันไม่มาอยู่ในโลกมืดมนหรอกแม่”
เอมอรรู้นิสัยของวรนุชและธันย์ณิชาดีพอๆ กัน เธอจึงมองไม่ออกว่า วรนุชจะเอาเรื่องใดไปกล่าวอ้างที่จะให้ธันย์ณิชายอม
“ฉันมีวิธีของฉันก็แล้วกัน แต่แกสองตัวกับคนอื่นๆ ห้ามสอดเรื่องนี้เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือน”
วรนุชพูดจบก็ลุกเดินออกไปจากห้องทำงานทันที ปล่อยให้เอมอรกับนภานั่งมองหน้ากัน และมีความคิดเดียวกันว่า งานนี้วรนุชจะต้องใช้เล่ห์เหลี่ยมอันแพรวพราวที่ตนมี มาพูดชักจูงใจให้ธันย์ณิชายอม แต่จะเป็นวิธีใดนั้น ทั้งสองก็ไม่อาจรู้ได้
หญิงสาวในชุดนักศึกษาก้าวลงมาจากรถประจำทางสายประจำ จากนั้นก็เดินเรื่อยๆบนริมทางเท้าไปยังหมู่บ้านรินรณี หมู่บ้านขนาดใหญ่ที่แบ่งเป็นโซนบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ ซึ่งบ้านของเธออยู่ในโซนทาวน์เฮาส์ซอยห้า
ระหว่างที่เดินเข้าหมู่บ้าน เธอโปรยยิ้มให้คนที่รู้จักในหมู่บ้านที่เดินผ่าน แม้กระทั่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เธอก็ยังแจกยิ้มให้อย่างเป็นกันเอง
“วันนี้เดินยิ้มแฉ่งเลยนะ ดีอกดีใจอะไรล่ะ” ป้าพยุง เจ้าของร้านค้าประจำหมู่บ้านทักธันย์ณิชาที่เข้ามาซื้อน้ำดื่ม
“ป้ายุงจ๋า วุ้นเรียนจบแล้วจ้ะ” เธอตอบ ยิ้มหวานให้อีกฝ่าย
“ป้าดีใจด้วยนะที่วุ้นเรียนจบ ถ้าอย่างนั้นน้ำขวดนี้ป้าให้ฟรีนะ เป็นรางวัลที่วุ้นเรียนจบ”
พยุงเห็นสาวตรงหน้ามาตั้งแต่เด็ก ธันย์ณิชาเป็นเด็กดี อัธยาศัยน่ารัก พูดจาไพเราะอ่อนหวาน นิสัยยังดีอีกด้วย คนในหมู่บ้านที่รู้จักเธอ ต่างพากันรักและชื่นชม แม้ว่ามารดาของเธอจะมีอาชีพที่บางคนในหมู่บ้านไม่ยอมรับก็ตาม
“ขอบคุณค่ะป้ายุง” นักศึกษาจบใหม่พนมมือไหว้พร้อมกล่าวคำขอบคุณ “วุ้นไปก่อนนะจ๊ะป้า”
ธันย์ณิชาออกจากร้านขายของชำ ก้าวเดินต่อไปยังบ้านของตนที่อยู่ห่างจากร้านค้าสิบหลัง เธอเดินไปยิ้มไป และตั้งใจว่าจะนำข่าวดีนี้ไปบอกบิดามารดา ท่านทั้งสองจะได้ดีใจกับความสำเร็จของตน ทว่าเสียงดังเอะอะที่ดังออกมาจากบ้านของตน เสียงนั้นเป็นเสียงของวรนุชที่ตะโกนว่า ‘ช่วยด้วย’ ดังลั่นบ้าน ดังออกมาถึงหน้าประตูบ้าน เธอรีบวิ่งเข้าไปในบ้านทันที
“แม่ แม่ แม่เป็นอะไร” เสียงของธันย์ณิชาดังมาก่อนตัว พอเข้าไปถึงในบ้าน เธอรีบวิ่งไปกอดมารดาที่นั่งอยู่บนพื้น มีชายฉกรรจ์รูปร่างสูงใหญ่ ไว้หนวดเคราหน้าตาน่ากลัวสองคน ยืนถือปืนอยู่ “พวกคุณเป็นใคร ทำอะไรแม่ของฉัน”
“กูมาทวงเงินแม่มึงนะสิ ติดเจ้านายกูล้านห้า วันนี้ครบกำหนดแล้ว กูเลยมาทวงแต่แม่มึงไม่มี กูก็เลยต้องสั่งสอนแม่มึงหน่อย คิดว่าเป็นดอกเบี้ยก็แล้วกัน” โด่งลูกน้องเสี่ยวิชัย เจ้าพ่อเงินกู้ชื่อดังย่านรัชดาตอบคำถามนักศึกษาสาวหน้าตาสะสวย
ธันย์ณิชาเบิกตากว้างอย่างตกใจกับคำตอบที่ได้รับ ทำไมเธอไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน ไม่คิดว่ามารดาจะมีหนี้สินมากถึงเพียงนี้ บ้านของเธอแม้ว่าจะเป็นเพียงทาวน์เฮาส์หลังเล็ก แต่การเงินไม่เคยขาดสภาพคล่อง เธอไม่เคยได้ยินเดชดวงกับวรนุชบ่นเรื่องเงินไม่พอใช้เลย แถมยังคิดแผนไปเที่ยวต่างจังหวัดและต่างประเทศด้วยซ้ำไป พอได้ยินอย่างนี้ เธอถึงกับอึ้งและไม่เข้าใจ
3
“แม่เป็นหนี้พวกนี้จริงเหรอคะ” ธันย์ณิชาหันมาถามวรนุชที่น้ำตาอาบแก้ม
“จริงจ้ะ” วรนุชตอบทั้งน้ำตา “ไปบอกเสี่ยวิชัยนะว่า ฉันขอเวลาสักสองวัน แล้วฉันจะเอาดอกไปส่งให้ บางทีก็อาจจะได้เงินต้นด้วย”
“เออ กูจะไปบอกให้ แล้วถ้าอีกสองวันมึงไม่เอาเงินมาใช้หนี้เสี่ยล่ะก็ มึงตาย” โด่งข่มขู่ส่งท้าย หมุนตัวเดินออกจากบ้านของลูกหนี้พร้อมกับลูกน้อง
“แม่จ๋า แม่ แม่ไปติดหนี้พวกนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมวุ้นไม่รู้เรื่องเลยล่ะคะ” พ้นร่างของโด่ง เธอรีบถามมารดาทันที
“แม่ติดหนี้พวกนั้นตั้งแต่วุ้นขึ้นปีสอง ตอนนั้นที่ร้านลูกค้าน้อย รายได้แม่ก็หดหาย พ่อก็มาตกงานอีก ไหนจะค่าเทอม ค่าเรียนพิเศษของวุ้น เงินเลยไม่พอใช้ แม่ก็เลยต้องไปกู้เสี่ยชัย ทบต้นทบดอกมาเรื่อยๆ ก็เป็นเงินล้านห้า วันนี้แม่หาค่าดอกให้เสี่ยไม่ได้ เสี่ยก็เลยให้ลูกน้องมาทวง” วรนุชไขความกระจ่างให้บุตรสาวฟัง
ธันย์ณิชาได้ยินคำตอบถึงกับน้ำตาไหล เป็นเพราะเธอเองที่ทำให้วรนุชลำบาก หาเงินส่งเสียให้ร่ำเรียนหนังสือในมหาวิทยาลัยเอกชนที่ค่าเทอมๆ ละเกือบห้าหมื่นบาท ไหนจะค่าเรียนภาษา และค่าเรียนทำเบเกอรีที่เธอขอวรนุชเรียนอีก ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายประจำวัน ทั้งที่เธอเป็นเพียงลูกที่เก็บมาเลี้ยง ทว่าวรนุชกับเดชดวงก็เลี้ยงดูเธออย่างดี ไม่ต่างกับลูกในไส้
“ทำไมแม่ไม่บอกวุ้น วุ้นจะได้ดรอปเรียนก่อนหรือไม่ก็ไปเรียนมหา’ลัยเปิด วุ้นจะได้ช่วยแม่หาเงินเป็นค่าใช้จ่าย วุ้นรู้สึกผิดจังเลยแม่” ธันย์ณิชากอดร่างมารดา ร้องไห้ด้วยความสงสารและรู้สึกผิด
“แม่รักวุ้น แม่ทนลำบากได้เพื่อความสำเร็จของวุ้น”
“แม่ขา วุ้นเรียนจบแล้วนะคะ วันนี้ทางมหา’ลัยเพิ่งประกาศผลค่ะ ต่อไปแม่ไม่ต้องลำบากเพื่อวุ้นแล้ว วุ้นจะทำงานหาเงินเลี้ยงพ่อกับแม่เองค่ะ” แม้ว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์นี้ ธันย์ณิชาก็ตั้งใจทำตามที่พูด
“แม่ดีใจเหลือเกินที่วุ้นเรียนจบ แค่นี้แม่ก็หายเหนื่อยแล้วลูก” วรนุชดีใจที่ลูกสาวเรียนจบ เพราะเป็นเรื่องที่ตนใฝ่ฝันมาตั้งแต่เลี้ยงลูกนอกไส้คนนี้
“แล้วแม่จะหาเงินที่ไหนไปใช้หนี้เขาคะ เงินตั้งเยอะ”
ธันย์ณิชาถามด้วยความเป็นห่วง
“หนี้ก้อนนี้แม่เป็นคนไปเอามา แม่ก็ต้องเป็นคนหาเงินไปใช้เขา” วรนุชพูดเสียงสั่น สีหน้าเต็มไปด้วยความหนักใจ “วุ้นกลับมาเหนื่อยๆ ไปอาบน้ำเถอะลูก แม่ก็จะไปอาบน้ำ ต้องออกไปทำงานแล้ว”
วรนุชพูดเหมือนตัดบท ราวกับว่าไม่ต้องการให้บุตรสาวพลอยเป็นกังวลเรื่องนี้ไปด้วย ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินขึ้นไปยังชั้นบนของบ้าน โดยมีสายตาของลูกสาวมองตามไปอย่างเป็นห่วงและกังวลว่า คนเป็นแม่จะหาเงินมาใช้หนี้จำนวนนี้ได้อย่างไร เพราะเงินไม่ใช่น้อยๆ ที่จะหามาได้ในระยะเวลาสองวัน
คิดไปคิดมาเธอก็เพิ่งนึกได้ว่า ตนเองมีเงินเก็บจำนวนหนึ่ง แม้ว่าจะไม่มากมายแต่ก็อาจช่วยสมทบจ่ายค่าดอกเบี้ยเสี่ยชัยได้ ธันย์ณิชารีบเดินขึ้นไปบนห้อง หยิบสมุดบัญชีธนาคารที่ตนสะสมเงินไว้ ตั้งใจจะไปเบิกเงินทั้งหมดมาให้วรนุช
หลังจากปิดบัญชีธนาคารที่ตัวเองสะสมเงินออมทั้งหมด ธันย์ณิชาได้ไปยังร้านทองแห่งหนึ่งเพื่อขายแหวนน้ำหนักสองสลึงที่วรนุชซื้อให้ในวันคล้ายวันเกิดเมื่อหลายปีก่อน เพื่อนำเงินมาสมทบกับเงินที่เบิกมา รวมแล้วได้ห้าหมื่นสามพันบาท เงินจำนวนนี้เธอจะนำไปให้วรนุช สะสางหนี้สินที่คั่งค้าง หญิงสาวจึงเดินทางไปยังสถานอาบอบนวดเซนทาร่าทันที
“อ้าววุ้น มาถึงที่นี่เชียวนะ มีธุระอะไรหรือเปล่า”
โสภีหนึ่งในสาวอาบอบนวดทักธันย์ณิชา สีหน้าของคนถามเต็มไปด้วยความแปลกใจที่เห็นอีกฝ่ายที่นี่
“วุ้นมาหาแม่ค่ะพี่จิ๊บ” ธันย์ณิชาตอบ “แม่อยู่ไหนคะพี่”
“เมื่อกี้พี่เห็นอยู่ในห้องทำงาน”
“ขอบคุณค่ะพี่จิ๊บ”
ธันย์ณิชารีบไปห้องทำงานของวรนุชที่อยู่ชั้นสอง และอีกไม่กี่ก้าวก็จะถึงห้องดังกล่าว ทว่าเสียงพูดคุยที่ดังผ่านประตูห้องที่เปิดแง้มอยู่ทำให้ปลายเท้าของเธอชะงัก เธอหยุดยืนแอบอยู่ริมขอบประตู ยอมเสียมารยาทยืนฟังการสนทนานั้น เพราะหัวข้อเรื่องที่ได้ยิน เรียกความสนใจให้เธอไม่น้อย
“แล้วแม่จะหาใครไปให้พ่อเลี้ยงล่ะ ถ้าแม่หาให้ไม่ทันกำหนด มีหวังแม่เป็นหนี้เพิ่มมากขึ้นแน่ๆ” เจ้าของน้ำเสียงมีสีหน้ากลัดกลุ้ม “หนี้ของแม่ก็เยอะอยู่แล้วด้วย อีกสองวันต้องหาดอกเบี้ยไปให้เสี่ยชัยตั้งสองแสน ไหนจะเงินค่าตัวที่แม่ขอล่วงหน้าจากบรรดาผู้ชายตัณหากลับอีกสองแสนเจ็ดหมื่น รวมแล้วแม่ต้องหาเงินมาให้ได้สี่แสนเจ็ดหมื่นเลยนะ เกือบครึ่งล้านเลยนะแม่ แม่จะหาได้เหรอ จะเอาบ้านเอารถไปจำนองก็ไม่ได้อีก เพราะแม่ยังผ่อนไม่หมด” เอมอรพูดต่อ ยิ่งพูดเธอยิ่งกลุ้มแทนวรนุช
“นั่นสิแม่ แล้วเรื่องที่แม่รับปากพ่อเลี้ยงไว้อีกล่ะ นี่ก็ใกล้วันแล้วนะ แม่ยังหาสาวพรหมจรรย์ให้พ่อเลี้ยงไม่ได้เลย แต่ถ้าหาได้แม่ถือว่าโชคดีมากเลยนะ มีเงินใช้หนี้เสี่ยชัยกับพวกนั้นอีก ถือว่ารอดตัวเลยล่ะ” นภากล่าวเสริม
“เฮ้อ...ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน มันมืดแปดด้านไปหมด ประดังกันมาคราวเดียวกันด้วย” วรนุชหาทางออกไม่ได้ ทุกอย่างมันเหมือนติดอยู่ในทางตัน
“ฉันว่านะ มีทางเดียวที่จะทำให้แม่ปลดห่วงไปได้เปลาะหนึ่งคือ แม่ต้องหาสาวบริสุทธิ์ไปให้พ่อเลี้ยง เพราะพ่อเลี้ยงให้เงินตั้งห้าแสน แม่มีเงินไปส่งดอกเสี่ยชัย และใช้หนี้บรรดาเสี่ยที่แม่เอาเงินเขามา ทางอื่นฉันมองไม่เห็นนะ” เอมอรบอก
“ฉันก็เห็นด้วยกับอรนะแม่ แม่รีบหาสาวซิงไปให้พ่อเลี้ยงเถอะ ถ้าแม่หาได้ แม่โล่งไปเยอะเลย ไม่อย่างนั้นนะ แม่ตายกับตาย ไอ้เสี่ยชัยมันโหดอย่างกับอะไรดี ได้ข่าวว่ามันฆ่าลูกหนี้ที่ไม่ใช้หนี้มันมาหลายคนแล้ว ตำรวจก็จับมันไม่ได้ด้วย มันเส้นอภิมหาใหญ่” นภาพูดสมทบ
“ฉันคิดว่า หาผู้หญิงซิงสมัยนี้มันหายากพอๆ กับหาเงินไปใช้หนี้เสี่ยชัยกับเสี่ยอีกหลายคนซะอีก สงสัยงานนี้ฉันต้องเตรียมต่อโลงไว้แล้วละมั้ง” วรนุชถอนหายใจเฮือกใหญ่กับปัญหาที่ตนเผชิญ