ช่วงหลังเลิกเรียนมักจะมีความวุ่นวาย ของบรรดานักศึกษาชายหญิง ยิ่งสถาบันการศึกษาที่อยู่ติดกันด้วย แต่ยังดีที่สองสถาบันนี้ไม่มีเรื่องกระทบกระทั่งกัน เพราะเป็นการแยกระหว่างชายหญิงเลยก็ว่าได้ สถาบันแห่งหนึ่งเป็นวิทยาลัยเทคโนการช่างที่ส่วนใหญ่มีแต่ผู้ชาย ส่วนอีกแห่งเป็นวิทยาลัยพาณิชย์ที่ส่วนใหญ่มีแต่ผู้หญิง ผู้ชายก็มีแต่เป็นส่วนน้อย และเป็นส่วนน้อยที่ไม่มีการทะเลาะวิวาทกับสถาบันอื่น
และการจราจรหน้าสถาบันสองแห่งนี้ ก็เริ่มติดขัด เพราะบรรดานักศึกษาเริ่มทยอยกลับบ้าน เฉกเช่นเดียวกับอ้นนักศึกษาพาณิชย์ปี3 ที่ค่อยๆขับมอเตอร์ไซค์ออกจากวิทยาลัยและขับผ่านหน้าวิทยาลัยเทคโนการช่าง ที่มีแต่กลุ่มเด็กช่างจับกลุ่มคุยกัน เสียงดังแข่งกับเสียงรถที่แล่นผ่าน
อ้นพยายามที่จะไม่มองสองฝากฝั่ง เพราะกลัวเด็กช่างหาว่ามองหน้า เดี๋ยวจะถูกรุมทำร้ายโดยไม่รู้ตัว ซึ่งบรรดาหนุ่มในอาชีวะรู้ข้อนึ้เป็นอย่างดีทุกคน
อ้นได้ขับรถมอเตอร์ไซค์เลยวิทยาลัยเทคโนการช่างมาพอสมควร เขาจึงเริ่มเบาใจแต่แล้วกลับมีสิ่งที่ทำให้เขาตระหนกตกใจจนได้ เพราะหนุ่มเทคโนวิ่งตัดหน้ารถมอเตอร์ไซค์ของเขา อ้นเบรครถกะทันหัน จึงทำให้ล้อหลังปัดจนเกือบล้ม แต่ก็ยังดีที่รีบนำขาลงยันพื้นไว้
ส่วนหนุ่มเทคโนที่วิ่งตัดหน้ารถของอ้น เขาหยุดวิ่งหันมองหน้าอ้นแว่บหนึ่ง และหันกลับไปมองข้างหลังซึ่งสิ่งที่เขาเห็น คือคู่อริห้าถึงหกคนกำลังจะวิ่งข้ามถนนมาหาเขาเพื่อทำร้ายร่ายกาย ในช่วงเวลานั้นหนุ่มเทคโนคิดหาทางหนี พอเขาหันหน้ากลับมา ก็เห็นอ้นกำลังจะเร่งเครื่องรถขับออกไป หนุ่มเทคนิคจึงรีบเดินอ้อมไปข้างรถมอเตอร์ไซค์ของอ้น และคร่อมท้ายรถทันทีส่วนสองมือจับที่บ่าอ้นไว้
"ขับออกไปเลยเร็วๆ" หนุ่มเทคโนพูดเสียงดังจนนนท์ทำอะไรไม่ถูก
"ลงไปจะขึ้นมาทำไม"อ้นไม่ยอมขับรถออกไป
"ไม่ลง พาหนีไปทีถ้าไม่พาไปกูจะบอกพวกนั้นมึงเป็นเพื่อนกู" ใจของหนุ่มเทคโนร้อนรน เพราะคู่อริใกล้ประชิดเข้ามา
ส่วนอ้นทั้งตื่นตระหนกและกลัวจนทำอะไรไม่ถูก หนุ่มเทคนิคเห็นท่าไม่ดีเพราะอ้นนิ่งเฉยไม่ยอมออกรถสักที เขาจึงตัดสินใจเขยิบร่างดันให้อ้นไปข้างหน้า ส่วนสองมือของเขาเอื่อมไปจับที่คันเร่งและบิดออกไปอย่างรวดเร็ว
อ้นเจอหนุ่มเทคโนดันร่างจนเกือบตกเบาะ และแผ่นอกหนุ่มเทคโนประชิดแผ่นหลังเขา
"ก้มหัวลงหน่อย"หนุ่มเทคโนสั่งด้วยเสียงห้วน
อ้นทำตามอย่างว่าง่าย และเขาต้องบีบร่างกายให้เล็กลงอีก เพราะตัวของอ้นอยู่ในวงแขนของหนุ่มเทคโนที่โอบเขาไว้ ยิ่งหนุ่มเทคโนขับเร่งความเร็วขึ้นมากเท่าไร อ้นใจหายใจคว่ำจนเกือบจะช็อค
"ขับช้าๆหน่อยๆเดี๋ยวรถล้ม"อ้นตะโกนแข่งกับเสียงรถ
"หุบปากถ้าไม่อยากเจ็บตัว"
อ้นถึงกับหุบปากทันทีด้วยความกลัว และยิ่งมาเจอเหตุการณ์แบบนี้อีก ส่วนหนุ่มเทคโนมองดูที่กระจก และเขาไม่เห็นคู่อริแล้วจึงเริ่มผ่อนความเร็วรถลง แต่เขาก็ยังไม่วางใจซะทีเดียว และคิดว่าคืนนี้จะยังไม่กลับหอพัก เพราะกลัวคู่อริรอบดักทำร้ายตอนที่เขากลับหอพัก เขาจึงพยายามคิดหาวิถีทางเพื่อหลบซ่อนตัวสักคืน
"พวกนั้นไม่ตามมาแล้ว "อ้นพูดขึ้นหลังจากมองที่กระจกรถ และไม่เห็นคนกลุ่มนั้นตามมา
"มึงพักที่ไหนเดี๋ยวขับไปส่ง"หนุ่มเทคโนพูดโดยลดความห้วนลง
"ไม่ต้องก็ได้ จอดตรงนี้แหล่ะเดี๋ยวกลับเอง"
"กูบอกว่าจะไปส่งฟังไม่รู้เรื่องเหรอ"
อ้นคิดในใจรถก็ของเขา และหนุ่มเทคโนมีสิทธิ์อะไรจะไปส่งเขา แต่ด้วยความกลัวอ้นจึงยอมและบอกทางกลับห้องพักของเขา ในระหว่างทางหนุ่มเทคโนได้คิดไว้ ถ้าเกิดอ้นให้พักด้วยจะดีทีเดียว เขาก็จะขออาศัยสักคืนหนึ่ง รุ่งเช้าค่อยกลับ
เมื่อหนุ่มเทคโนมาถึงที่หมายตามที่อ้นบอก เขาก็รู้ได้ทันทีว่าอ้นอยู่หอพัก หนุ่มเทคโนจึงเริ่มคิดแผนการณ์ทันที่ เมื่อจอดรถหน้าหอพักของอ้น ซึ่งเป็นตึกสามชั้น มียามเฝ้าประตูและน่าจะมีคีย์การ์ด ซึ่งจะปลอดภัยมากสำหรับเขา
"ถึงแล้ว นายกลับไปเลย"อ้นรีบลงรถเพื่อออกจากอ้อมแขนของหนุ่มเทคโน
"มึงพักคนเดียวเหรอ"
"ถามทำไม"
"ก็อยากรู้นี่"หนุ่มเทคโนเริ่มเสียงอ่อนลง เพราะเขาเริ่มสังเกตุอ้นเพิ่มขึ้น และได้เห็นว่าอ้นเป็นผู้ชายสไตส์น่ารัก ผิวขาวหน้าใสๆการพูดจาเรียบร้อย และข้อสำคัญเป็นนักศึกษาพาณิชย์ที่ผู้ชายจริงๆเรียนไม่มากนัก
"จะรู้ไปทำไม ส่งเสร็จก็กลับได้แล้ว"
"ยังกลับไม่ได้ ไม่รู้ว่าพวกนั้นดักรอตรงไหนบ้าง ต้องดึกๆก่อนค่อยกลับ"ในความคิดของหนุ่มเทคโนอยากจะค้างสักคืนหนึ่ง
"แล้วแต่นาย เราจะขึ้นห้อง"อ้นรีบล็อครถและหันหลังกลับ เพื่อที่จะเข้าไปในหอพักของเขา
"เดี๋ยวก่อน"หนุ่มเทคโนเดินไปดักหน้า
"มีอะไรอีก"
"อยากรู้จักชื่อ"หนุ่มเทคโนแกล้งยิ้ม
"อ้น"อ้นคิดในใจว่าจะถามทำไมเดี๋ยวก็ไม่ได้เจอกันแล้ว แต่ที่ตอบไปเพื่อตัดความรำคาญ
"เราชื่อเอ ขอบใจมากนะที่ช่วยไว้"
"ฮือ"อ้นพยักหน้าแล้วเบี่ยงตัวเดินหลบเอหนุ่มเทคโน และรีบเร่งฝีเท้าเพื่อเข้าหอพัก
ส่วนต้นก็กำลังใช้ความคิดอย่างหนักที่จะใช้วิธี ที่จะขอนอนค้างกับอ้นสักคืน เพราะเขาต้องใช้วิธีหว่านล้อมจะมาใช้การขู่บังคับก็ไม่ได้ เพราะเป็นถิ่นของอ้น แค่ตะโกนคำเดียวยามก็พร้อมวิ่งมาช่วยอ้น
"อ้น"เอ ตะโกนเรียกพร้อมวิ่งตาม ส่วนอ้นก็หันหน้ามาพร้อมความรำคาญ
"อะไรอีก"
"คือเรา"เขาหยุดใช้ความคิดและรีบเปลื่ยนสรรพนาม เพราะถ้าใช้มึงกู อ้นคงยากที่จะให้พักด้วย
"มีอะไรก็พูดมา"อ้นรู้สึกแปลกใจกับน้ำเสียงที่เปลื่ยนไป เพราะมีนนุ่มขึ้นและการแทนตัวเองก็น่าฟัง
"คือเราอยากหลบที่นี่สักพัก พอดึกๆเดี๋ยวเราก็กลับ"เอพยายามพูดให้น้ำเสียงอ่อนหวานให้มากที่สุด
"ไม่ได้ เราไม่เคยรู้จักกัน จะมาขออยู่ได้อย่างไง"อ้นรีบปฎิเสธทันที เพราะกลัวจะมีปัญหาตามมา
"ถ้านายไม่ให้เราหลบอยู่ที่นี่ เราไปก็ได้แต่ถ้าเราโดนพวกนั้นทำร้ายจนบาดเจ็บหรือตาย นายก็มีส่วนด้วยแหล่ะ "อ้นแกล้งหันหลังกลับและค่อยๆเดิน ในใจก็คิดว่าเมื่อไรจะเรียกซะที
ส่วนอ้นยืนครุ่นคิด ถ้าเกิดเอเป็นอะไรไป เขาก็จะรู้สึกผิดทันที ที่ไม่ช่วยต้นให้ตลอดรอดฝั่ง และข้อสำคัญเขาเป็นคนพาต้นขึ้นรถมา ถ้าเกิดเหตุอะไรขึ้นเรื่องวุ่นๆก็จะตามมา
"เอ"อ้นตะโกนเรียกและเดินไปหาเอ
"อะไร"เอหยุดเดินและอมยิ้ม หลังจากนั้นเขาก็หันหน้ามาอย่างช้าๆ พร้อมตีหน้าเศร้าหงอยเหงา
"คืนนี้พักกับเราก็ได้ พรุ่งนี้เช้าค่อยไป"อ้นฝืนพูดและไม่มีรอยยิ้มใดๆเกิดขึ้นบนใบหน้า ถึงแม้ต้นจะเปลื่ยนตีหน้าเศร้าเป็นยิ้มหวานก็ตาม
ถึงอ้นจะไม่ยิ้มตอบแต่เอก็ไม่สน เพราะคืนนี้มีที่หลบคู่อริแล้ว เขาจึงรีบเดินไปข้างๆอ้น และพยายามชวนอ้นคุยแต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับจนกระทั้งเข้าไปในห้องจึงได้ยินเสียงของอ้น
"ตามสบายนะ"อ้นพูดขึ้น
"ขอบใจมากนะ"เอมองไปรอบๆห้องที่ดูสะอาดตา ที่มีเตียงนอนพอนอนได้สองคน มีตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งพร้อม ส่วนทีวีอยู่ปลายเตียง ตู้เย็นอยู่ตรงข้างประตูทางเข้า และมีระเบียงไว้ตากผ้าหรือนั่งเล่นก็ได้ ซึ่งแตกต่างจากห้องของเขาที่อยู่กับเพื่อนสามคน แต่ในห้องไม่มีอะไรเลยนอกจากพัดลมขนาดเล็กตัวเดียว
"ห้องน่าอยู่มากเลย"เอพร้อมกับนั่งลงบนเก้าอี้โต๊ะเครื่องแป้ง ซึ่งในระหว่างนั้นอ้นก็นำน้ำเปล่ามาให้เอดื่ม ส่วนตัวของเขาก็นั่งลงบนเตียงนอน
"ขอบใจมากนะ"เอยิ้มหวานให้อีกครั้ง แต่ก็ยังไร้รอยยิ้มตอบกลับ
"นายกับพวกนั้นไปมีเรื่องอะไรกัน"อ้นชำเลืองมองต้น
"เราไม่ได้มีเรื่องกับมันหรอก แต่พวกมันมีเรื่องกับเพื่อนเรา และพวกมันตามมาหาเรื่อง"
"เพื่อนนายหายไปไหน"อ้นถามด้วยความสงสัย
"ก็ไม่รู้ต่างคนต่างหนี"
"ดีหนอ"อ้นทำน้ำเสียงประชด
"แหม ลูกผู้ชายก็แบบนี้แหล่ะ"
"ไม่จำเป็น ต้องทำแบบนี้หรอกลูกผู้ชายน่ะ"
"แล้วจะให้ทำแบบไหนล่ะเอจ้องมองอ้นด้วยสายตาฉ่ำวาว
"มองอะไร"อ้นรู้สึกแปลกๆที่เจอสายตาของต้นจ้องมองเป็นเวลานาน
"มองคนน่ารัก"
อ้นรู้สึกเขินนิดหน่อยที่ถูกชมต่อหน้า แต่เขาก็แสร้งแก้เขินโดยการลุกขึ้นยืน
"เราจะซักผ้าแล้วนะ นายจะซักไหมพรุ่งนี้จะได้มีเสื้อผ้าใส่ไปเรียน"นนท์เดินไปที่ตู้เสื้อผ้า เพื่อนำเสื้อผ้าและผ้าเช็ดมาให้ต้นเปลื่ยน
"เอ้า เสื้อกับกางเกงเอาไว้เปลื่ยน แล้วก็ไปอาบน้ำเราจะซักผ้า" อ้นยื่นเสื้อผ้าให้เอ
"ไม่ต้องเปลื่ยนก็ได้ อยู่ห้องเราก็แก้ผ้านอนทุกคืนอยู่แล้ว"เอยิ้ม
"นั้นมันห้องนายนี่มันห้องเราถ้าไม่ใส่ก็กลับไป"ในใจของอ้นตอนนี้รู้สึกว้าวุ่นอย่างบอกไม่ถูก ลึกๆของเขาแล้วก็อยากเห็นผู้ชายแก้ผ้าต่อหน้าเหมือนกัน
"ได้สิ แล้วแต่คำสั่ง"เมื่ออ้นรับเสื้อกางเกงมาก็นำมาวางไว้ บนเก้าอี้โต๊ะเครื่องแป้งส่วนนนท์ก็วุ่นเก็บเสื้อผ้าที่ใส่แล้วเพื่อที่จะนำไปปั่นเครื่องหยอดเหรียญ ที่อยู่ชั้นล่างของหอพัก
เมื่ออ้นเก็บเสื้อผ้าใส่ตะกร้าเรียบร้อยแล้ว ก็จะหันมาบอกเอว่า ที่เขาจะลงไปซักผ้าชั้นล่างของหอพัก แต่ก็ต้องสะดุดตาสะดุดใจ กับร่างกายเปลือยท่อนบนที่มีมัดกล้ามพอประมาณ ส่วนท่อนล่างมีเพียงกางเกงในตัวจิ๋วห่อหุ้มอยู่ อ้นรีบหันข้างและชำเลืองมองบริเวณส่วนที่พองนูน ส่วนเอพอสังเกตเห็นอากัปกิริยาของอ้น เขาจึงแกล้งเดินมาตรงหน้าของอ้น
"ซักกางเกงในให้ด้วยไหมเราจะถอดให้"
*ไม่ต้องนายซักเองซิ"อ้นรีบเดินไปหยิบเสื้อกางเกงที่ต้นกองไว้กับพื้น นำมาใส่ไว้ในตะกร้า
"เราจะไปซักผ้าข้างล่างนะ แล้วเราจะไปซื้อข้าวด้วย "อ้นพูดจบก็รีบเดินไปเปิดประตู และออกจากห้องไปในทันที ส่วนเอก็ยืนกอดอกอมยิ้มพร้อมกับเดินเข้าไปในห้องน้ำ
เมื่ออ้นเข้ามาในห้องก็เห็นสภาพเปลือยเปล่าท่อนบน ของเอที่นอนแผ่หราหมดสภาพหนุ่มเทคนิค อ้นยืนจ้องมองเอและอมยิ้มสักพัก หลังจากนั้นเขาก็สลัดความคิดนั้นทิ้งไป และ อ้นก็ออกไปตากผ้าที่ระเบียง แต่ใจก็ยังมีความรู้สึกแว้บๆ ให้เห็นใบหน้าอันคมเข้มของเอ อ้นจึงายามสลัดความคิดนั้นทิ้งไป แล้วรีบตากผ้าให้เสร็จโดยเร็วไว
หลังจากที่อ้นตากผ้าเสร็จเขาก็เข้ามาภายในห้องอีก และเดินไปที่บริเวณเตียงนอนเพื่อปลุกเอมากินข้าว
"นายตื่นได้แล้ว"อ้นเขย่าร่างของเอ
เอลืมตาขึ้นก็เห็นใบหน้าของอ้นอยู่ตรงหน้า เขาจึงขยับร่างลุกขึ้นนั่งในสภาพสะลึมสะลือ
"กินข้าวได้แล้ว" อ้นชี้ไปที่กล่องข้าวที่วางไว้บนโต๊ะ
เอจึงลุกขึ้นเดินไปที่โต๊ะทันที และรีบเปิดกล่องข้าวซึ่งเป็นกระเพราไก่ไข่ดาว ด้วยความหิวต้นจึงไม่รอช้ารีบกินทันที โดยมีอ้นนั่งมองด้วยความขบขัน เพราะเอกินข้าวแบบหิวกระหายมาหลายเดือน
"ค่อยๆกินก็ได้เดี๋ยวติดคอหรอก"
เอหยุดกินและเงยมองหน้าอ้น แต่เขาก็ไม่ได้พูออะไร หลังจากนั้นก็ก้มหน้าก้มตากินข้าวต่อ อ้นซึ่งมองเออยู่จึงลุกขึ้นไปนำน้ำในตู้เย็นมาให้เอดื่ม
'เอ้าน้ำ"อ้นวางน้ำไว้บนโต๊ะ แล้วเขาก็เดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่ออาบน้ำเพราะเหนียวตัวเต็มที
หลังจากที่อ้นอาบน้ำเสร็จ ก็ออกมาแล้วเขาก็ได้เห็นเอนอนหลับอีกครั้ง อ้นจึงเดินไปนั่งลงที่ข้างเตียง และสายตาของเขาก็มองไปที่ใบหน้าอันหล่อคมเข้า และอ้นไล่สายตาลงมาจนถึงแผงอกที่ล่ำสัน แล้วมองลงต่ำมาถึงบริเวณท้องที่แน่นไร้พุงย้อย พออ้นเลื่อนสายตาต่ำลงอีก เขาได้เห็นขนปุกปุยเหนือขอบกางเกง ยิ่งทำให้เขามองต่ำลงใจของอ้นสั่นระรัว เพราะอ้นไม่ได้ใส่กางเกงในมีเพียงบ็อกเซอร์ตัวจิ๋วเท่านั้น อ้นจ้องมองบริเวณบ็อกเซอร์ที่พองนูน และอยากสัมผัสเปิดดูแต่ใจเขาก็ไม่กล้า อ้นจึงสลัดความคิดนั้นทิ้งไป ต่อจากนั้นเขาก็ล้มตัวลงนอนเบียดกับร่างของเอ
"ทำไมอาบน้ำนานจัง"เอลืมตาขึ้นถามทันทีหลังจากอ้นล้มตัวลงนอนข้างๆ ความจริงแล้วเอยังไม่หลับ เขาเพียงแค่หลับตา นอนคิดเนื่องราวที่ผ่านมาวันนี้ของเขา
"ไม่นานหรอก"
"นานซิเรารอนายจนเกือบหลับไปเลย"
"รอทำไมอยากนอนก็นอนไปซิ มารอทำไม"
"เราขอบใจนายมากนะ ที่ช่วยเราวันนี้"
"ไม่ต้องขอบใจหรอก เราไม่ได้ตั้งใจช่วยนาย มันเป็นเหตุสุดวิสัย"
"ก็นั่นแหล่ะ เราอยากตอบแทนบุญคุณนาย"
"ไม่ต้องหรอก"
'ได้ไง นายอยากให้เราทำอะไร เราทำให้นายได้ทุกอย่าง'ความจริงเอก็ไม่ได้อยากตอบแทนบุญคุณอะไรหรอก เพียงแค่พูดให้ดูดี
"บอกว่าไม่ต้องการ ไม่เป็นไร"อ้นเริ่มมีอารมณ์หงุดหงิดขึ้นมานิดหนึ่ง
"นายไม่อยากได้จริงๆนะ เราให้ทั้งตัวนะ"เออมยิ้ม
อ้นนิ่งเงียบเพราะขี้เกียจต่อปากต่อคำ และที่สำคัญเขาเริ่มง่วงนอน อ้นจึงตัดความรำคาญเลยเปลื่ยนท่านอนเป็นหันหลังให้เอ แล้วหลังจากนั้นเขาก็หลับไปในทันที ไม่นานเอก็หลับตามไปเหมือนกัน
อ้นเริ่มรู้สึกตัวอีกทีก็ใกล้แจ้ง เพราะเริ่มอึดอัดจากที่เอเอาขามาเกยที่ร่างของเขา ส่วนแขนก็กอดบริเวณอกของเขา อ้นจึงขยับแขนของเอออก ส่วนบริเวณขาของที่พาดร่างของอ้นยังอยู่เช่นเดิม เพราะอ้นเริ่มรู้สึกมีบางสิ่งที่กำลังขยายแข็งเสียดสีกับขาของเขา มันจึงทำให้อ้นอยากสัมผัสสิ่งนั้นไว้ แล้วอ้นก็หลับตาเพื่อข่มความรู้สึกให้หลับต่อ เพราะยังเหลือเวลานอนอีกหน่อยกว่าจะถึงเวลาตื่น
เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นสนั่นห้อง อ้นรีบลุกขึ้นนั่งทันที แต่ติดที่ร่างของเอกอดเขาไว้แน่น อ้นจึงรีบผลักร่างของเอออกไป และทำให้ต้นอยู่ในท่านอนหงาย ซึ่งเผยเห็นส่วนกลางลำตัวพองนูน อ้นจ้องมองอย่างไม่กระพริบตามองด้วยความอยากสัมผัส แต่แล้วทันใดนั้นเอก็ลืมตาขึ้น และสิ่งที่เขาเห็นอันดับแรกคือใบหน้าของอ้น เอสังเกตเห็นสายตาที่โตมองค้าง เขาจึงไล่สายตาของอ้น และมาหยุดที่เป้าของเขา เอจึงรู้ทันทีว่าอ้นจ้องมองเป้าของเขา เอจึงรีบหันกลับไปมองอ้น แต่ไม่ทันแล้วเพราะอ้นกำลังลงจากเตียงนอน
"ชอบเหรอ "เอตะโกนตามหลัง แต่อ้นหาสนใจไม่รีบเข้าห้องน้ำไปในทันที
ส่วนเอจึงอมยิ้มและคิดแผนที่จะหลอกใช้อ้น
เมื่ออ้นอาบน้ำเสร็จออกมาจากห้องน้ำ เขาก็เห็นเอนั่งอมยิ้มอยู่บนเตียง อ้นจึงแกล้งหลบตาและเดินไปทางอื่น พร้อมกับส่งเสียงบอกให้เออาบน้ำ
"อาบน้ำได้แล้ว เดี๋ยวจะไปเรียนสายกันหรอก"
"อาบให้หน่อยได้เปล่า ขัดหลังไม่ถึง"เอลุกขึ้นเดินเข้าไปใกล้อ้น และจ่อหน้าเข้าไปใกล้ๆ
"ถ้าไม่รีบอาบจะไปก่อนแล้วนะ"อ้นแสร้งไม่ได้ยิน และเดินหลบต้นไปทางอื่นด้วยความเขิน
ส่วนเออมยิ้มนิดๆ แล้วหันหลังกลับเดินเข้าห้องน้ำไป เมื่ออ้นได้ยินเสียงปิดประตูห้องน้ำ เขาจึงเดินกลับมาที่เก่าและรีบใส่เสื้อผ้า เมื่ออ้นทำอะไรเสร็จทุกอย่างเขาจึงนั่งรอเอบนเตียงนอนของเขา
อ้นนั่งรอเอสักพักเขาก็ออกมา โดยมีผ้าเช็ดตัวพันกาย
'เสื้อผ้าอยู่ในตู้น่ะ หยิบเอา"
"ขอบใจมาก"ต้นหันมายิ้มให้อ้น
ในระหว่างที่เิใส่เสื้อผ้าอ้นก็แอบมองโดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะภาพมันอยู่ตรงหน้าพอดี แต่ในส่วนลึกแล้วอ้นก็ค่อนข้างพอใจในภาพตรงหน้า ซึ่งต้นก็ใช้เวลาไม่นานนักกับการใส่เสื้อผ้า
"เสร็จแล้ว ไปกันได้แล้ว"อ้นรีบพูดขึ้นทันที
ทั้งสองจึงขับรถมอเตอร์ไซค์ออกจากห้องพัก โดยมีอ้นเป็นฝ่ายขับ ซึ่งใช้เวลาไม่นานก็ถึงหน้าวิทยาลัย
"จอดตรงนี้แหล่ะ" เอเอ่ยขึ้น
เมื่ออ้นเข้ามาในห้องก็เห็นสภาพเปลื่อยเปล่าท่อนบน ของเอที่นอนแผ่หราหมดสภาพหนุ่มเทคนิค อ้นยืนจ้องมองเอและอมยิ้มสักพัก หลังจากนั้นเขาก็สลัดความคิดนั้นทิ้งไป และ อ้นก็ออกไปตากผ้าที่ระเบียง แต่ใจก็ยังมีความรู้สึกแว้บๆ ให้เห็นใบหน้าอันคมเข้มของเอ อ้นจึงายามสลัดความคิดนั้นทิ้งไป แล้วรีบตากผ้าให้เสร็จโดยเร็วไว
หลังจากที่อ้นตากผ้าเสร็จเขาก็เข้ามาภายในห้องอีก และเดินไปที่บริเวณเตียงนอนเพื่อปลุกเอมากินข้าว
"นายตื่นได้แล้ว"อ้นเขย่าร่างของเอ
เอลืมตาขึ้นก็เห็นใบหน้าของอ้นอยู่ตรงหน้า เขาจึงขยับร่างลุกขึ้นนั่งในสภาพสะลึมสะลือ
"กินข้าวได้แล้ว" อ้นชี้ไปที่กล่องข้าวที่วางไว้บนโต๊ะ
เอจึงลุกขึ้นเดินไปที่โต๊ะทันที และรีบเปิดกล่องข้าวซึ่งเป็นกระเพราไก่ไข่ดาว ด้วยความหิวต้นจึงไม่รอช้ารีบกินทันที โดยมีอ้นนั่งมองด้วยความขบขัน เพราะเอกินข้าวแบบหิวกระหายมาหลายเดือน
"ค่อยๆกินก็ได้เดี๋ยวติดคอหรอก"
เอหยุดกินและเงยมองหน้าอ้น แต่เขาก็ไม่ได้พูออะไร หลังจากนั้นก็ก้มหน้าก้มตากินข้าวต่อ อ้นซึ่งมองเออยู่จึงลุกขึ้นไปนำน้ำในตู้เย็นมาให้เอดื่ม
'เอ้าน้ำ"อ้นวางน้ำไว้บนโต๊ะ แล้วเขาก็เดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่ออาบน้ำเพราะเหนียวตัวเต็มที
หลังจากที่อ้นอาบน้ำเสร็จ ก็ออกมาแล้วเขาก็ได้เห็นเอนอนหลับอีกครั้ง อ้นจึงเดินไปนั่งลงที่ข้างเตียง และสายตาของเขาก็มองไปที่ใบหน้าอันหล่อคมเข้า และอ้นไล่สายตาลงมาจนถึงแผงอกที่ล่ำสัน แล้วมองลงต่ำมาถึงบริเวณท้องที่แน่นไร้พุงย้อย พออ้นเลื่อนสายตาต่ำลงอีก เขาได้เห็นขนปุกปุบเหนือขอบกางเกง ยิ่งทำให้เขามองต่ำลงใจของอ้นสั่นระรัว เพราะต้นไม่ได้ใส่กางเกงในมีเพียงบ็อกเซอร์ตัวจิ๋วเท่านั้น อ้นจ้องมองบริเวณบ็อกเซอร์ที่พองนูน และอยากสัมผัสเปิดดูแต่ใจเขาก็ไม่กล้า อ้นจึงสลัดความคิดนั้นทิ้งไป ต่อจากนั้นเขาก็ล้มตัวลงนอนเบียดกับร่างของเอ
"ทำไมอาบน้ำนานจัง"เอลืมตาขึ้นถามทันทีหลังจากอ้นล้มตัวลงนอนข้างๆ ความจริงแล้วเอยังไม่หลับ เขาเพียงแค่หลับตา นอนคิดเนื่องราวที่ผ่านมาวันนี้ของเขา
"ไม่นานหรอก"
"นานซิเรารอนายจนเกือบหลับไปเลย"
"รอทำไมอยากนอนก็นอนไปซิ มารอทำไม"
"เราขอบใจนายมากนะ ที่ช่วยเราวันนี้"
"ไม่ต้องขอบใจหรอก เราไม่ได้ตั้งใจช่วยนาย มันเป็นเหตุสุดวิสัย"
"ก็นั่นแหล่ะ เราอยากตอบแทนบุญคุณนาย"
"ไม่ต้องหรอก"
'ได้ไง นายอยากให้เราทำอะไร เราทำให้นายได้ทุกอย่าง'ความจริงเอก็ไม่ได้อยากตอบแทนบุญคุณอะไรหรอก เพียงแค่พูดให้ดูดี
"บอกว่าไม่ต้องการ ไม่เป็นไร"อ้นเริ่มมีอารมณ์หงุดหงิดขึ้นมานิดหนึ่ง
"นายไม่อยากได้จริงๆนะ เราให้ทั้งตัวนะ"เออมยิ้ม
อ้นนิ่งเงียบเพราะขี้เกียจต่อปากต่อคำ และที่สำคัญเขาเริ่มง่วงนอน อ้นจึงตัดความรำคาญเลยเปลื่ยนท่านอนเป็นหันหลังให้เอ แล้วหลังจากนั้นเขาก็หลับไปในทันที ไม่นานเอก็หลับตามไปเหมือนกัน
อ้นเริ่มรู้สึกตัวอีกทีก็ใกล้แจ้ง เพราะเริ่มอึดอัดจากที่เอเอาขามาเกยที่ร่างของเขา ส่วนแขนก็กอดบริเวณอกของเขา อ้นจึงขยับแขนของเอออก ส่วนบริเวณขาของที่พาดร่างของอ้นยังอยู่เช่นเดิม เพราะอ้นเริ่มรู้สึกมีบางสิ่งที่กำลังขยายแข็งเสียดสีกับขาของเขา มันจึงทำให้อ้นอยากสัมผัสสิ่งนั้นไว้ แล้วอ้นก็หลับตาเพื่อข่มความรู้สึกให้หลับต่อ เพราะยังเหลือเวลานอนอีกหน่อยกว่าจะถึงเวลาตื่น
เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นสนั่นห้อง อ้นรีบลุกขึ้นนั่งทันที แต่ติดที่ร่างของเอกอดเขาไว้แน่น อ้นจึงรีบผลักร่างของเอออกไป และทำให้ต้นอยู่ในท่านอนหงาย ซึ่งเผยเห็นส่วนกลางลำตัวพองนูน อ้นจ้องมองอย่างไม่กระพริบตามองด้วยความอยากสัมผัส แต่แล้วทันใดนั้นเอก็ลืมตาขึ้น และสิ่งที่เขาเห็นอันดับแรกคือใบหน้าของอ้น เอสังเกตเห็นสายตาที่โตมองค้าง เขาจึงไล่สายตาของอ้น และมาหยุดที่เป้าของเขา เอจึงรู้ทันทีว่าอ้นจ้องมองเป้าของเขา เอจึงรีบหันกลับไปมองอ้น แต่ไม่ทันแล้วเพราะอ้นกำลังลงจากเตียงนอน
"ชอบเหรอ "เอตะโกนตามหลัง แต่อ้นหาสนใจไม่รีบเข้าห้องน้ำไปในทันที
ส่วนเอจึงอมยิ้มและคิดแผนที่จะหลอกใช้อ้น
เมื่ออ้นอาบน้ำเสร็จออกมาจากห้องน้ำ เขาก็เห็นเอนั่งอมยิ้มอยู่บนเตียง อ้นจึงแกล้งหลบตาและเดินไปทางอื่น พร้อมกับส่งเสียงบอกให้เออาบน้ำ
"อาบน้ำได้แล้ว เดี๋ยวจะไปเรียนสายกันหรอก"
"อาบให้หน่อยได้เปล่า ขัดหลังไม่ถึง"เอลุกขึ้นเดินเข้าไปใกล้อ้น และจ่อหน้าเข้าไปใกล้ๆ
"ถ้าไม่รีบอาบจะไปก่อนแล้วนะ"อ้นแสร้งไม่ได้ยิน และเดินหลบต้นไปทางอื่นด้วยความเขิน
ส่วนเออมยิ้มนิดๆ แล้วหันหลังกลับเดินเข้าห้องน้ำไป เมื่ออ้นได้ยินเสียงปิดประตูห้องน้ำ เขาจึงเดินกลับมาที่เก่าและรีบใส่เสื้อผ้า เมื่ออ้นทำอะไรเสร็จทุกอย่างเขาจึงนั่งรอเอบนเตียงนอนของเขา
อ้นนั่งรอเอสักพักเขาก็ออกมา โดยมีผ้าเช็ดตัวพันกาย
“'เสื้อผ้าอยู่ในตู้น่ะ หยิบเอา"
"ขอบใจมาก"เอหันมายิ้มให้อ้น
ในระหว่างเอใส่เสื้อผ้าอ้นก็แอบมองโดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะภาพมันอยู่ตรงหน้าพอดี แต่ในส่วนลึกแล้วอ้นก็ค่อนข้างพอใจในภาพตรงหน้า ซึ่งต้นก็ใช้เวลาไม่นานนักกับการใส่เสื้อผ้า
"เสร็จแล้ว ไปกันได้แล้ว"อ้นรีบพูดขึ้นทันที
ทั้งสองจึงขับรถมอเตอร์ไซค์ออกจากห้องพัก โดยมีอ้นเป็นฝ่ายขับ ซึ่งใช้เวลาไม่นานก็ถึงหน้าวิทยาลัย
"จอดตรงนี้แหล่ะ" เอเอ่ยขึ้น
ยามเช้าเอมาเรียนแต่เช้า เพราะถูกบังคับเคี่ยวเข็นจากอ้น จนเขาต้องจำมาเรียนแต่เช้า ถ้าขืนไม่มาเออาจจะได้เดินมาเรียน
"มาเรียนแต่เช้าเลยนะเพื่อน"ตั้มอดแซวอยู่หน้าวิทยาลัยไม่ได้ และทันเห็นเอได้ขับมอเตอร์ไซค์ของหนุ่มพาณิชย์มาจอดรถพอดี เพื่อผลัดเปลื่ยนให้หนุ่มพาณิชย์ได้ขับต่อไป
"จะสอบอยู่แล้วก็ต้องมาเช้าหน่อย"เอพูดแก้เขิน
"หรือว่าเป็นหนุ่มพาณิชยฺ์หรือเปล่าที่ทำให้มาเช้า เอ่อ แล้วมาด้วยกันได้อย่างไร"ตั้มเพื่อนหนุ่มสงสัย
"ก็เพื่อนแถวบ้าน เจอกันเมื่อวานก็เลยขอไปอยู่ด้วย ดูที่หน้าผากซิ โดนฟันแบบเสียดๆ จำเป็นต้องหาที่อยู่ใหม่ หาไม่ทันเลยขอไปอยู่มันหน่อย"อ้นโกหกหน้าตาย
"ใครทำมึงวะ บอกมา"ตั้มโมโหยอมไม่ได้ ที่เพื่อนโดนทำร้ายถึงจะไม่มากก็เหอะ
"ช่างมันเถอะ"เอไม่อยากจะมีเรื่องต่ออีก เพราะสัญญาไว้กับอ้น ไม่ใช่เพราะความรักแต่ต้องการควา่มช่วยเหลือจากต้น เพราะเขามีเงินใช้ไม่ถึงสิ้นเดือน รวมทั้งค่าเทอมที่พ่อกับแม่เขาก็ยังไม่ได้ส่งมาให้ เขาจึงค้างจ่ายไว้ถ้าสิ้นเทอมไม่จ่ายก็คงไม่จบการศึกษา
"ช่างมันได้อย่างไง ตั้งแต่มึงเจอหนุ่มพาณิชย์นี่อ่อนแอเกินไปหรือเปล่า"ตั้มยังไม่เลิกสงสัย เพราะเขาเห็นมาด้วยกันสองวันติด
"มึงพูดอะไร ถ้าเป็นผู้หญิงก็ว่าไปอย่าง แต่นี่ผู้ชายกูจะมีอะไรได้อย่างไงวะ"เอเริิ่มจริงจัง
"มึงเป็นอะไรของมึง กูล้อเล่นใครเขาจะคิดล่ะ หน้าอย่างมึงนี่นะจะชอบผู้ชาย"ตั้มไม่ได้คิดถึงขั้นนั้น แค่สงสัยเฉยๆ แต่เอกับร้อนตัวกลัวเพื่อนเข้าใจผิด
"เอ่อ แล้วไป"เอถอนหายใจ
"มึงจะไม่เอาเรื่องมันจริงเหรอวะ"ตั้มยังไม่จบเรื่องเอาคืนอีก เขารู้สึกแค้นมาก
"จะสอบแล้วนะมึง ถ้าเกิดมีเรื่องไม่จบแน่ โดนทำฑัณบนไว้อยู่นะโว้ย อย่าลืมซิ"นีี่คือเหตุผลที่เอกลัว
"จริงวะ กูลืมไปเลย ถ้ามีเรื่องคราวนี้โดนไล่ออก พ่อกูขตีีกบาลหัวแตกแน่ ขอบใจว่ะที่เตือนสติ ไปเรียนกันเถอะเพือนรัก"ตั้มกอดคอเอแล้วพากันเดินเข้าไปในวิทยาลัย
เมื่ออ้นมาถึงในวิทยาลัยก็มองหาปิงปอง เพื่อนสาวที่มาเช้าตลอดกาล อ้นไม่เคยมาทันเธอแม้แต่ครั้งเดียว
"ว่าไงจ๊ะคนเสน่หแรง"ปิงปองเงยหน้าแซวเพื่อนหนุ่มทันทีที่มาถึง
"เสน่หแรงอะไร"อ้นมองค้อนแล้วนั่งลง
"มากับหนุ่มเทคนิคสอสองวันติด ถ้าไม่เรียกว่าเสน่หแรงแล้วเรียกว่าอะไรล่ะ"
"คิดมากนะ เพื่อนแถวบ้านมาเจอกันเขาเลยมาอยู่ด้วย"ต้นพูดตามความจริงไม่อยากปิดบังเพื่อนสาว แต่บอกไม่หมดกลัวโดนด่า
"อยู่ติดกันแค่นี้นะ พึ่งเจอกันเชื่อเนอะ"
"ทำไมไม่เชื่อ เรื่องจริงจะโกหกเธอทำไม"ต้นเริ่มวิตก กลัวเพื่อนคิดไปไกล
"จร้า จะเชื่อซักครั้ง"ปิงปองไม่เชื่อแน่นอน เพราะอ้นเป็นคนอ่อนต่อโลก เธอกลัวหนุ่มเทคนิคหลอกอ้น ถ้าเป็นเรื่องพลีกายเธอยินดีไม่ขัดขวาง เพราะเป็นเครื่องธรรมชาติของมนุษย์ แต่ที่เธอกลัวก็เรื่องหลอกเอาเงิน เพราะอ้นเป็นคนใจอ่อนมองโลกสวยงาม
"ไปห้องเรียนดีกว่า เดี๋ยวอาจารย์มา"อ้นตัดบทรีบลุกขึ้นทันที
ปิงปองจึงต้องลุุกขึ้นพื่อเข้าไปในห้องเรียน แต่ใจก็ยังอดเป็นห่วงอ้นไม่ได้
หลังเลิกเรียนอ้นรีบกลับหอ เพราะต้องไปตลาดหาซื้อกับข้าวอาหารการกิน เพราะอยู่กันสองคนต้องซื้อหลายอย่าง
เมื่ออ้นมาถึงห้องก็จัดแจง ทำความสะอาดห้องให้หมดจดไร้ฝุ่นไรละออง ขัดพื้นจนเงาวับ ข้าวของเครื่องใช้เก็บเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่มีสิ่งไหนขวางหูขวางตา พร้อมฉีดน้ำหอมให้กระจายทั่วห้องจนหอมฟุ้ง ส่วนอาหารการกินก็จัดใส่สำหรับใช้ฝาชีปิดดไว้
ทุกอย่างเสร็จสิ้นเข้าที่เข้าทาง ต้นจึงไปอาบน้ำจนเสร็จ แต่งตัว เปิดทีวี นั่งรอเอกลับมา ซึ่งเกินคาดที่อ้นคิดไว้ เอกลับมาไวกว่าคืนก่อนพอสมควร เวลาคร่าวๆทุ่มเศษๆ
เพียงเอเข้ามาภายในห้อง กับต้องพบกับกลิ่นน้ำหอม ที่ฟุ้งกระจายทั่วบริเวณ ยิ่งเขาได้กลิิ่นยิ่งชื่นใจ เขามองไปรอบบริเวณห้องที่ดูสะอาดตา ข้าวของเครื่องใช้อยู่เป็นที่เป็นทาง เขามองหากระเป๋าใบใหญ่ของเขา ซึ่งก็อยู่บนหลังตู้เสื้อผ้าจัดไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
เอมองหาเสื้อผ้า ที่เขาคิดว่าน่าจะอยู่ในตู้ เอาจึงไปเปิดดูก็เห็นเสื้อกางเกงของเขา อยู่ในไม้แขวนจัดเรียงไว้อย่างดี รีดจนเรียบดูสบายตา แม้แต่กางเกงในพับไว้ล่างสุด ในตู้ ข้างๆก็เป็นถุงเท้าที่อาทิตย์หนึ่งแท่บไม่ได้ซักวางไว้เป็นระเบียบ ซึ่งเขาไม่แน่ใจว่าเป็นใครเขาหรือของอ้น เพราะของเขาไม่มีอยู่ในตะกร้าเลย แต่เอก็สลัดความคิดนั้นทิ้งไป เอจึงมองดูสิ่งที่ต้นทำให้ดีกว่าดูเพลินตาดี จนเขาคิดว่ามีเมียในวัยเรียนมันดีอย่างนี้นี่เอง
"ไปอาบน้ำแล้วมากินข้าว"เสียงของอ้นดังขึ้นมาจากด้านหลังของเขา เอจึงแกล้งไม่หันไปมอง แต่เขาก็พยายามหาผ้าเช็ดตัวชองเขาแต่ก็ไม่เจอ จึงจำเป็นต้องหันไปถามอ้น
"เห็นผ้าเช็ดตัวเราไหม"เอถาม
"เอาทำผ้าขี้ริ้วแล้ว มันเก่ามาก"
"ทิ้งทำไม"เอเสียงสูง แต่ลืมไปว่า ทำแบบนี้ไม่ได้ จึงเปลื่ยนโหมดการแสดงใหม่
"อ้นเอาไปทิ้งทำไม เรากลัวไม่มีผ้าเช็ดตัวใช้ เลยพูดไม่เพราะไปหน่อยนะ"เอรีบเดินไปนั่งข้างๆต้นพร้อมโอบกอดเอ ใช้คางเกยไหล่อ้นไว้
"ทีหลังอย่าพูดแบบนี้กับอ้นอีกนะ อ้นเอาไปทิ้งเพราะมันเก่าขาดด้วย อ้นเลยซื้อให้ใหม่ พาดอยู่ที่ราวตากผ้าโน้น"อ้นมีสีหน้าที่บึ่งตึง เพราะโกรธเอที่พูดเสียงสูงขนาดนั้น
"อย่าโกรธเราเลยนะ"เอจึงต้องคิดหาทางง้ออ้นให้ได้ เพียงแค่กอดน่าจะไม่พอ มีทางเดียวที่เขาทำได้คือหอมแก้มอ้น เขาจึงหลับตาเงยหน้าขึ้นจูบอ้นทันที เพียงสัมผัสแก้มนุ่มของอ้น เขารู้สึกแปลกๆทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่ค่อยกล้าที่จะทำ ทีแรกกะจะหอมแล้วรีบพอ แต่กับค้างอยู่ครู่หนึ่ง
อ้นนั้นเพียงริมฝีปากเอสัมผัสที่แก้ม เขากับใจระทึกเต้นไม่เป็นจังหวะ ทั้งดีใจและประหลาดใจไม่คิดว่าเอจะทำแบบนี้กับเขา และเป็นครั้งแรกที่โดนผู้ชายหอมแก้มด้วย
"พอได้แล้ว แก้มซ้ำกันพอดี"อ้นบอกให้พอแต่ก็ไม่ขยับตัวหนี เพราะใจจริงอยากให้หอมนานกว่านี้และหลายๆครั้ง
พอได้ยินเสียงของอ้นที่ดังขั้น กับใบหน้าที่มีรอยเปื้อนยิ้ม เอก็เบาใจที่ต้นหายโกรธ
"งั้นเราไปอาบน้ำก่อนนะ เดี๋ยวมากินข้าวด้วยกัน รอเรานะ อย่ากินคนเดียวหมดล่ะ"เอแกล้งแซวแล้วรีบเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวผืนใหม่
เอนำผ้าเช็ดตัวพันกาย แล้วถอดกางเกงออกพร้อมกางเกงในมาถึงปลายเท้า หลังจากนั้นยกขาขึ้นโยนใส่ตะกร้าเสื้อผ้า ส่วนเสื้อก็ถอดออกโยนใส่ตะกร้าเสื้อผ้า แต่ลงไปแค่ครึ่งตัวที่เหลืออยู่นอกตะกร้า
เมื่อเอเข้าไปอาบน้ำเขาก็รู้สึกว้าวุ่นจิตใจยิ่งนัก เมื่อสักครู่เขาไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไปได้อย่างไร เขาไม่ได้ชอบผู้ชายแต่ที่ทำเพราะหวังผลประโยชน์ เอพยายามคิดเข้าข้างตัวเองกลัวใจเตลิดไปไกล เขาจึงต้องรีบอาบน้ำก่อน เพื่อชำระกายและจิตใจให้คลายความวิตกังวลใจ
อ้นนั่งมองเสื้อผ้าของเอที่พาดตะกร้าเสื้อผ้า เขาจำเป็นต้องไปเก็บใส่ให้ลงตะกร้าส่วนกางเกงนั้น ต้องดึงกางเกงในที่ยางยืดออกเพื่อนำไปทิ้งขยะ อ้นถึงกับถอนหายใจในความซกมกของเอ แต่เขาก็แปลกใจทำไมดันมีความรู้สึกดีๆให้ อยากอยู่ใกล้อยากสัมผัส อยากทำทุกสิ่งทุกอย่างให้เอพอใจ
เมื่อต้นทำทุกสิ่งทุกอย่างเสร็จ จึงไปนั่งรอเออาบน้ำเสร็จจะได้มากกินข้าว เพราะเขาเริ่มรู้สึกหิวจนแสบท้อง ซึ่งไม่นานนักที่เอก็ออกมาจากห้องน้ำ โดยพันผ้าเช็ดตัวผืนใหม่ที่เขาซื้อให้
"กางเกงในเราอยู่ไหน"เอถาม
"อยู่ในตะกร้าข้างล่าง"
"มันไม่ใช่ของเราใหม่อยู่"
"อ้นซื้อใหม่"
เอหันมามองอ้นด้วยความประหลาดใจ ทำไมอ้นถึงทุ่มกับเขาขนาดนี้ แต่ลึกๆเขาก็คิดว่าดีซะอีกจะได้หลอกไปเรื่อยๆจนเรียนจบ เพราะเหลือแค่ไม่กี่เดือน และเขาก็รู้สึกว่าอ้นนั้นหลอกง่ายเหลือเกิน แต่กอดหอมนิดหน่อยก็ทุ่มให้เขาขนาดนี้ ถ้าเกิดวันข้างหน้าเขาจะขอมากว่านี้อ้นน่าจะยอม แต่เขาต้องมัดใจอ้นให้ได้ตอนนี้ ทางใจน่าจะผ่านด่านไม่อยาก แต่ทางกายเขายังไม่แน่ใจว่าควรทำอย่างไร
เอนั้นใส่เพียงกางเกงอย่างเดียว ส่วนเสื้อไม่ได้ใส่เพราะอากาศค่อนข้างร้อนพอสมควร
"มากินข้าวได้แล้ว"อ้นเรียก
อ้นนั้นเพียงเปิดฝาซีออก กลิ่นอาหารก็โซยมา เย็นนี้อ้นซื้ออาหารมาสามอย่าง ต้มยำกุ้ง ผัดกระเพรา ต้มจือมะละ เพียงได้กลิ่นเอจึงรีบมากินทันที เพราะเชาหิวมากและไม่ค่อยได้กินอาหารดีซักเท่าไร ส่วนใหญ่จะเป็นต้มมาม่าในช่วงเย็น ตอนเช้าไม่กิน ตอนกลางวันกินในโรงอาหารแต่ก็ไม่อิ่ม หุ่นของเอาจึงลีนๆแต่ก็ไม่ถึงกับผอมจนเกินไป
"อร่อยมากทุกอย่าง"เอซดน้ำต้มยำกุ้ง เพราะถูกปากเอมาก
"จะอะไรขนาดนั้น"อ้นมองแล้วอมยิ้ม
"พูดจริง ทำไมอ้นใจดีกับเราขนาดนี้ พึ่งรู้จักกันไม่กี่วันเอง"เอพูดโดยไมทันคิดอะไร
ในส่วนของอ้นพูดไม่ออก เพราะที่เขาทำเพราะแอบชอบเอตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน แต่อ้นไม่สามารถพูดออกไปได้
"ออกให้ก่อนสิ้นเดือนค่อยจ่ายคืน"อ้นฝืนพูดที่ไม่ตรงกับใจ
"เหรอ นึกว่าให้กินฟรี"เอแกล้งอิ่ม เพราะเขาก็ค่อนข้างแน่ใจว่าอ้นนั้นต้องมีใจให้เขาไม่มากก็น้อย แต่ที่พูดแบบนี้เพื่อกลบเกลื่อน
อ้นไม่พูดอะไรต่อ เพราะเห็นเออิ่มแล้ว เขาจึงได้เก็บถ้วยชามแก้วน้ำไปวางไว้ที่ล้างจาน หลังจากนั้นมาทำความสะอาดพื้น โดยที่เอไม่ช่วยอะไรเลย เมื่ออิ่มเข้าขึ้นไปนั่งบนเตียงพร้อมเปิดเฟคบุ๊คดูรููปสาวๆ นางแบบ ที่เขาชอบดูเป็นประจำก่อนนอน
ส่วนอ้นนัั้นเป็นแม่บ้านแม่เรือน ล้างถ้ายชามที่เอกับเขากินกองไว้ แต่เขาก็เต็มใจทำเพื่อให้เอติดใจในความสบาย จะได้ไม่ทิ้งเขาหนีหายไปไหนอีก
เมื่ออ้นทำงานบ้านเสร็จ เขาจึงขึ้นมานอนบนเตียงบ้างด้วยใจที่ระทึก และได้หยิบมือถือมาดูและได้เห็นข้อความทางไลน์เด้งขึ้นมา
"ทำไรอยู่"
"เงียบ"
"ค้างงงง"
เป็นข้อความจากปิงปองที่ส่งมาเขา เพื่อสอบถามเรื่องราวของหนุ่มเทคนิค อ้นจึงส่งข้อความตอบกลับ
"กำลังจะนอน"
"กลับใคร"
"คนเดียว"
"ผู้ล่ะ"
"ยังไม่กลับมาเลย"
"ไม่เชื่อ"
"จะโกหกทำไม"
"วีดีโอคอลได้มั้ย"
"ง่วง แค่นี้นะ บ่าย"
อ้นกดปิดไลน์ทันที และลดเสียงให้เงียบก่อนวางไว้บนหัวเตียง
ส่วนเอนั้นก็เปิดดูรูปสาวๆที่ขึ้นฟีคเต็มหน้าจอไปหมด อ้นพยายามเหล่ตามมอง เขาจึงเห็นรูปผู้หญิงเต็มไปหมด เลยเกิดความน้อยใจ โกรธนิดๆ ทำหน้าบึ่งตึง กระฟัดกระเฟียด แต่เอก็ไม่สนใจเขาเลย อ้นโมโหหนักขึ้นจึงล้มตัวลงนอนหันหลังให้ จนเอสังเกตเห็นเขาจึงปิดโทรศัพท์มือถืิอแล้ววางไว้ เขาก็คิดได้ในทันทีว่าอ้นคงจะเห็นเขาเปิดภาพาสาวๆ ซึ่งมันก็สร้างความเพลิดเพลินให้กับเขา จนลืมอ้นไปถนัดในทันที
"ทำไมนอนไวจังคืนนี้"เอขยับร่างนอนลงเหมือนกัน
"ง่วง"อ้นพูดห้วนๆ
เอคิดว่าไม่ได้การขืนปล่อยไว้ ไม่แน่พรุ่งนี้อาจไล่เขาออกจากห้องนอนก็เป็นได้ เขาจึงเริ่มตะแครงตัวเขยิบร่างเข้ามาใกล้ๆอ้น หลังจากนั้นโอบกอดอ้นไว้ไม่ห่างกาย ส่วนใบหน้าเงยขึ้นมองอ้นที่แกล้งหลับตาแต่ใจเต้นระทีก
เอนั้นตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว คืนนี้จะมอบความสุขให้อ้น เพื่อตอบแทนในสิ่งที่เขาทำให้ และอีกอย่างเมื่อครู่เขาได้ดูรูปหญิงสาวจนเกิดอารมณ์พิศวาสขึ้นมา
ต้นนั้นได้รับไออุ่นจากเอที่กอดเขาแน่นขึ้นเรื่อย พร้อมได้รับสัมผัสจากริมฝีปากของเขาบริเวณแก้มน้อยๆ เป็นครั้งแรกของอ้นที่โดนผู้ชายล่วงล้ำขนาดนี้ เช่นเดียวกับเอที่เชยชมร่างกายชายหนุ่มที่เกินเพื่อน จึงทำให้เพลงรักในครั้งนี้ไม่ค่อยราบรื่นเท่าไรนนัก