ตอน 1

“หลบหน่อยค่ะ” น้ำเสียงของหญิงสาวผู้มาใหม่ดังเพียงกระซิบหากแต่กลับทำให้ทุกคนที่กำลังยืนต่อคิวซื้อตั๋วหนังแหวกกลางออกเป็นสองส่วนเผยให้เห็นร่างสูงราวร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตรของบุคคลผู้มีรูปหน้าเรียวไข่ ผิวขาวเนียนละเอียดสะอาดอ้าน เอวบางร่างเล็ก เรือนผมสีน้ำตาลทองยาวเลยบ่าลงมาหนึ่งคืบ ไฮไลท์ปลายสีแดงสดเพิ่มความเก๋ไก๋เสริมให้ดูมีเสน่ห์ ทุกอย่างดูดีไปหมดยกเว้น... นัยน์ตาเรียวรีที่กรีดอายไลน์เนอร์สีดำสนิทลากเฉียงขึ้นด้านบนสี่สิบห้าองศา เสริมให้นัยน์ตาดุจนทุกคนต้องลอบกลืนน้ำลายดังอึก

นั่นล่ะ ฉันเอง ‘นัท’ ผู้หญิงที่โคตรจะธรรมดาแต่หน้าตาท้าตบทุกสิ่งมีชีวิตที่อยู่รอบด้าน

เดินผ่านหมา... หมาเห่า

เดินผ่านแมว... แมวกางเล็บ

เดินผ่านหน้าเด็ก... เด็กร้องไห้

แต่คนประเภทเดียวกันมักดึงดูดกันและกันคล้ายแม่เหล็ก เพราะถัดไปอีกสิบเซนติเมตรด้านขวา คือสปีชีส์เผ่าพันธุ์ประหลาดเช่นฉัน เขาคือ ‘ไอ้นุ่น’ เพื่อนคนสนิทที่ชอบตีใบหน้าเฉยชาตลอดเวลาแถมยังหน้าตาผิดจารีตประเพณีและศีลธรรมอันดีของประเทศนี้เอามากๆ คิ้วคมเข้มรับกับเรือนขนตาแพยาว จมูกโด่ง สันกรามชัด ส่วนสูงราวร้อยแปดสิบกว่าเซนติเมตร สีผิวไม่จัดว่าขาว แต่ก็ไม่ได้ดำ ออกไปทางโทนเหลืองซะมากกว่าแต่ที่สะดุดตาจนต้องหยุดมองคงหนีไม่พ้นรอยสักลายอะไรก็ไม่รู้ที่อยู่บนลำคอด้านขวา

ช่วงเวลาประมาณบ่ายสาม ผู้คนกำลังขวักไขว่ เด็กนิสิตนักศึกษามากมายวิ่งวุ่นจนตาลาย ไอ้นุ่นอยู่ในชุดธรรมดากะโหลกกะลา เสื้อยืดสีขาวสะอาดกับกางเกงยีนส์ขาดๆ และผ้าใบหนึ่งคู่ ส่วนฉันอยู่ในชุดนิสิต เสื้อสีขาวพอดีตัวกับกระโปรงทรงเอเข้ารูป แต่งหน้าเบาๆ ด้วยการทาลิปสติกสีชมพูนู้ด ปัดแก้มสีกุหลาบ เพิ่มความหวานขึ้นหนึ่งระดับ แต่เมื่อดูจากปฏิกิริยาคนรอบข้างแล้ว ไม่ว่าฉันจะแต่งหน้าหวานแค่ไหน ก็ไม่มีอะไรช่วยให้ดีขึ้น ยิ่งฉันเดินกับไอ้นุ่น ยิ่งดูเหมือนแก๊งอันธพาลปี 2499 หนักเข้าไปอีก

“ดูหนังเรื่องไรดี” มันว่าพลางใช้ปลายนิ้วสะกิดชายเสื้อฉันนิดๆ แล้วพยักเพยิดไปบนจอมอนิเตอร์ที่แสดงรอบฉายเต็มไปหมด มันแอบตวัดสายตาไปยังผู้หญิงร่างสูงที่ยืนอยู่ด้านหลังอย่างเกรงใจ เธอรวบผมมัดตึง สวมเสื้อสีขาวสะอาดกับกระโปรงยาวเลยเข่ามาหนึ่งคืบ บุคลิกภาพเรียบร้อย อ่อนช้อยเหมือนนางในวรรณคดี คิ้วเข้ม หน้าคมแถมยังยิ้มสวย สเป็คไอ้นุ่นสุดๆ

ไอ้นุ่นชอบผู้หญิงหน้าคมผสมหวาน และมีความกุลสตรีอยู่เต็มพิกัด กระโปรงต้องเลยเข่าอย่างน้อยหนึ่งคืบ ถึงข้อเท้าเลยยิ่งดี กิริยามารยาทต้องเรียบร้อยเหมือนผ้าที่พับไว้ ร้อยมาลัยทำอาหารเก่งงานบ้าน พูดจาไพเราะเสนาะหู มีหางเสียงคะขา ซึ่งตรงข้ามกับฉันทุกประการ

ฉันหน้าดุ แถมความกุลสตรีมีต่ำเตี้ยเรี่ยดินจนเกือบติดลบ กระโปรงเหนือเข่ามาหนึ่งคืบ กิริยามารยาทขอละไว้ในฐานที่เข้าใจ เรื่องงานบ้านฉันไม่เคยแตะ คำพูดคำจาดีกว่าหมานิดนึง ฉันเป็นผู้หญิงที่ตรงกับทุกลักษณะที่มันเกลียด

แต่ฉันก็ไม่สนใจ บทคนมันจะใช่ มันก็ใช่ มันไม่มีเหตุผลมากมายหรอก

“ชอบเหรอ?” ฉันยักคิ้วอย่างรู้ทัน มันยิ้มก่อนจะไหวไหล่ราวกับปฏิเสธแต่ใบหน้าดันขึ้นสีแดงระเรื่อเอียงอาย

“จะขอเบอร์ให้รึไง?” มันถามย้อนก่อนที่ฉันจะส่งเสียงเฮอะดังในลำคอพลางสอดสายตาพิจารณาผู้หญิงที่มันจับจ้องอยู่แวบนึง เหมือนเธอจะรู้ว่าถูกพวกเราจับจ้องอยู่เลยหลบสายตาและทำท่ากลัวๆ

ดูจากปฏิกิริยาผู้หญิงคนนั้น มันจีบไม่ติดแน่ๆ แค่เดินเข้าไปคุยแล้วเค้าไม่วิ่งหนีก็บุญแล้ว

“เปล่า ถามเฉยๆ” ฉันตัดบทแสดงทีท่าเรียบเฉย ทำให้มันเบ้หน้าไม่ชอบใจนัก ซึ่งฉันก็ไม่ได้สน ฉันโสด มันก็ต้องโสดด้วย จะทิ้งฉันไปมีแฟนได้ยังไง ต้องอยู่บนคานไปด้วยกันสิถึงจะเรียกว่าเพื่อนแท้

“คนนี้ไม่ผ่าน นมเล็กไป” ฉันตวัดสายตาไปสำรวจอีกทีพร้อมกับให้เหตุผลที่โคตรจะไร้สาระด้วยใบหน้านิ่งๆ ไอ้นุ่นชะงักกับคำกล่าวของฉันก่อนจะดีดนิ้วเข้ากลางหน้าผากฉันดังป๊อก!

“พูดจาน่าเกลียด เป็นสาวเป็นแส้”

“แล้วจะให้พูดยังไง” ฉันย่นคิ้วไม่พอใจ ฉันเป็นคนพูดขวานผ่าซาก ซ้ำยังหุนหันพลันแล่นเลยยากที่จะควบคุมหูรูดปากตัวเองได้ สายตาฉันเห็นเป็นยังไง ก็พูดไปตามนั้น

“เป็นซะอย่างนี้จะมีแฟนกับเค้าปะเนี่ย?” ไอ้นุ่นกระแหนะกระแหนแถมกำลังเหมาผู้ชายทั้งประเทศว่าชอบผู้หญิงสเป็คเดียวกับมัน แถมอย่างมันก็อยู่ในสถานะที่ไม่ต่างจากฉันนักหรอก!

ฉันกลอกตาแล้วเงียบไปครู่นึงเพื่อคิดอะไรบางอย่าง

ฉันโสด+ มันโสด = เราคงต้องเป็นแฟนกัน

ตอน 2

เออ เวิร์คว่ะ!! ฉันกับมันหน้าตาหาเรื่องชาวบ้านเขาจะตาย ถ้าหาแฟนไม่ได้ ก็ได้กันเองเนี่ยแหละ ไม่เห็นยากเลย แก่ไปก็ไม่เหงาด้วย เสียอย่างเดียว หน้าฉันดุ หน้ามันก็ดุ ลูกฉันออกมาต้องหน้ามหาโจรมากแน่ๆ

“ไม่ต้องห่วงหรอกนุ่น...” “ฉันยกยิ้มหวานอย่างมีเลศนัยก่อนจะตบบ่าคนร่างสูงอย่างเป็นมิตร พูดเสียงทีเล่นทีจริงเหมือนตั้งใจจะกวนตีน “ถ้าหาใครไม่ได้ ก็จะเอาแกเนี่ยแหละ”

เป็นเพราะฉันพูดด้วยน้ำเสียงปกติ ชวนคบกันเหมือนชวนมันกินข้าว ทำให้ไอ้นุ่นชะงักก่อนจะทำเสียงจิ๊จ๊ะให้กับข้อเสนอของฉัน

“ไอ้นัท ไร้สาระอีกละ”

“ยังไง?” ฉันเหล่สายตามองหน้ามันอย่างต้องการคำตอบ ทำให้ไอ้นุ่นถอนหายใจยาวแล้วดีดนิ้วเข้าที่หน้าผากฉันซ้ำเข้าที่เดิมดังป๊อกจนฉันผงะไปด้านหลัง ความเจ็บจี๊ดแผ่กระจายจากจุดหนึ่งไปจุดหนึ่งทำให้ฉันเบะปากไม่พอใจ

มันคงคิดว่าแรงดีดของมันเบามากมั้ง! หัวคนนะไม่ใช่ลูกแก้ว ดีดอยู่ได้!

มันเงียบแล้วมองหน้าฉันครู่นึงราวกับกำลังแสกนสายตาและท่าทางของฉันว่าพูดจริงหรือพูดเล่นก่อนจะหัวเราะร่าด้วยใบหน้ายิ้มแย้มพลางยืดมือออกมาตบบ่าฉันสามที

“ใจเย็น นี่เพื่อน”

ฉันคลำหัวป้อยๆ อย่างหงุดหงิด สาเหตุไม่ใช่เพราะมันดีดหน้าผากฉันจนระบมแต่เพราะมันคิดว่าฉันล้อเล่น…

ทั้งที่ฉันเอาจริง

เบาะข้างซ้ายฉันว่างเปล่าตลอดแนว พอๆ กับเบาะข้างขวาของไอ้นุ่นที่ไร้เงาสิ่งมีชีวิตทุกชนิด ฉันกับไอ้นุ่นทิ้งตัวลงบนเบาะนุ่มๆ กลางโรงหนังก่อนจะพ่นลมหายใจเซ็งเมื่อไอ้เด็กเบาะด้านหน้าฉันมันกำลังร้องโหวกเหวกโวยวายเหมือนมีโทรโข่งติดปาก

ฉันหงุดหงิดเลยแกล้งใช้ส้นเท้ากระทุ้งเบาะหน้าเบาๆ หนึ่งทีเป็นการเตือนให้เด็กเงียบ ไอ้เด็กโทรโข่งนั่นหันกลับมาและสบตากับฉันเพียงเสี้ยววินาที...

“แง แม่จ๋า”

ก็ร้องไห้ซะเฉยๆ

“ไอ้นัทไปแกล้งเด็กทำไม” ไอ้คนร่างสูงหันมาปราม หารู้ไม่ว่าเมื่อไอ้เด็กคนที่มันพาดพิง พอเลื่อนสายตาไปมองหน้ามันดันร้องไห้หนักกว่าเก่า

“ยังไม่ทำอะไรเลย มันร้องเองของมัน” ฉันจิ๊จ๊ะแล้วเบ้หน้า เป็นสาเหตุให้จากเดิมที่หน้าดุอยู่แล้ว ดุเข้าไปอีก ฉันผิดอะไร ฉันก็ไม่เข้าใจ เลยพยายามฉีกยิ้มให้ไอ้เด็กเวรนั่นอย่างจริงใจแต่ไม่ได้ผล...

“แงงงงงงงงงงงงงงงงงงง”

แถมร้องหนักกว่าเดิมอีก

โอ๊ย เด็กอะไรวะ เอาใจยากฉิบหาย เห็นคนสวยแล้วร้องไห้ใส่ได้ไง เสียมารยาทที่สุด ฉันบ่นในใจพลางย่นคิ้วเซ็งแล้วสะบัดหน้าหันไปทางอื่น ไอ้เด็กนั่นงอแงพร้อมสูดน้ำมูกฟืดใหญ่หันไปกอดผู้หญิงวัยกลางคนข้างๆ ด้วยท่าทีกลัวๆ

“ยังอีกๆ” ไอ้นุ่นตีมือฉันเพื่อปราม ด้วยความที่คิดว่าฉันจงใจแกล้งไอ้เด็กคนนั้น ทั้งที่ฉันเปล่า ฉันแค่ยิ้มให้ ไม่รู้ทำไมมันร้องไห้ แต่ฉันก็ชินแล้วกับอะไรแบบนี้ เพราะฉันเจอมาตั้งแต่เล็กยันใหญ่

ฉันหันไปเบ้หน้าใส่มันไม่นาน เสียงภาพยนตร์ก็เริ่มดังกระหึ่ม มีการฉายโฆษณาและเทรลเลอร์ของภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ ฉันกับไอ้นุ่นเลือกดูหนังผีตลกอารมณ์ดีแต่มีความหลอนนิดหน่อย สำหรับฉันมันกะโหลกกะลาและไร้สาระมากๆ ฉันไม่เคยเชื่อเรื่องผีหรือเรื่องลี้ลับใดๆ ในโลก และฉันไม่ใช่คนที่จะตลกกับมุขตุ้งแช่ เพราะฉันเป็นคนเส้นลึกมาก แต่ไอ้นุ่นมันเป็นคนที่ชอบเรื่องผี ลี้ลับ ทำนายทายทักสุดๆ แถมยังชอบดูอะไรที่ไม่ถูกโฉลกกับเบ้าหน้ามันแม้แต่เสี้ยว

ยกตัวอย่างเช่น การที่มันอ่านนิยายรักหวานแหววแบบมุ้งมิ้งขั้นสุด หรือแม้แต่การ์ตูนตาหวานพระนางงอนง้อกันไปครึ่งเรื่อง มันยิ่งชอบ ฉันว่ามันไม่ถูกต้อง

“หนังมาแล้ว” ไอ้นุ่นเบิกนัยน์ตาอย่างตื่นเต้นก่อนจะหยิบเอาป็อปคอร์นเข้าปาก ฉันนั่งดูด้วยท่าทีนิ่งเงียบ เสียงหัวเราะบ้าง กรี๊ดบ้างดังปะปนเป็นระยะ เมื่อหนังเข้าสู่กลางเรื่อง เนื้อหาเริ่มเข้มข้นขึ้น ปมต่างๆ ในภาพยนตร์เริ่มหักมุม ความน่ากลัวจากน้อยเริ่มทะยานไปมาก มือของฉันเย็นเยียบ ขณะที่บรรยากาศในโรงเงียบกริบ ทุกอย่างมืดลงมีเพียงเสียงดนตรีที่กระตุ้นให้คนดูหลอนและจินตนาการไปต่างๆ นานาว่าจะมีอะไรมาให้ลุ้นอีก

ตอน 3

ฉันถดตัวพิงหลังเข้ากับเบาะแน่น ใบหน้าเริ่มแนบไปกับเบาะที่ไอ้นุ่นนั่งอยู่ เสียงลมหายใจเริ่มระส่ำระส่ายจนคนข้างๆ สังเกตได้ชัด มันย่นคิ้วก่อนจะมองหน้าฉันด้วยรอยยิ้มขำ

“กลัวเป็นด้วยเหรอ?” มันหัวเราะ ในขณะที่ฉันหน้าหงิกงอ “มือสั่นเลยดูดิ” มันชี้มาทางมือฉันอย่างนึกตลกก่อนจะเอนตัวหลบฝ่ามือพิฆาตที่ฉันเต็มใจประเคนให้มัน ฉันทำท่าจะตีมันอีก มันเลยใช้มือหนานั่นรับไว้และจับไว้แน่น

หึ... ฉันลอบยิ้มในใจก่อนจะทำเสียงจิ๊จ๊ะ มือของไอ้นุ่นมันอุ่นมากจนฉันรู้สึกได้ ไอ้คนร่างสูงยิ้มร่าก่อนจะสะดุ้งโหยงเมื่อจู่ๆ ไอ้ผีนรกนั่นก็โผล่แฮ่เข้าที่หน้าจอ

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด” เสียงกรี๊ดดังลั่นโรงจนทำเอาฉันหูแทบแตก ฉันหวีดร้องตามไปด้วยก่อนจะเด้งตัวแล้วเอาหัวมุดเข้ากับแผ่นอกของคนใกล้ตัว

“แม่ง” ฉันสบถหงุดหงิดจนไอ้นุ่นหัวเราะชอบใจ

ใช่สิ มันชอบแกล้งฉัน และมีความสุขทุกครั้งที่เห็นฉันเป็นทุกข์

“ตัวเองน่ากลัวกว่าผีอีก ทำเป็นกรี๊ด ขวัญอ่อนนะเราอ่ะ”

ฉันไม่ตอบ แต่แอบเบะปากให้กับคำกล่าวของมันอย่างหมั่นไส้ ฉันบีบมือมันแน่นแล้วซบเข้ากับแผ่นอกนั่นอย่างเงียบๆ ไอ้นุ่นไม่หือไม่อือไม่ได้ว่าอะไร ซ้ำยังนั่งไขว่ห้างดูหนังต่อ

ซึ่งมันก็ดี...

ฉันเหล่สายตาไปยังหน้าจอแล้วบังเกิดความคิดที่ว่าไร้สาระขึ้นมาไม่รู้รอบที่เท่าไหร่ ไอ้นุ่นคงเข้าใจว่าฉันกลัวผีมากแต่แกล้งทำเป็นไม่กลัว ฉันรู้ว่าการแสดงอาการสั่นเล็กน้อยและวี๊ดว้ายบ้างมันทำให้ฉันดูเป็นผู้หญิงมากขึ้น

แถมยังเป็นผู้หญิงที่ได้ถึงเนื้อถึงตัวมันเป็นพิเศษซะด้วย...

ฉันได้กลิ่นโคโลญจ์อ่อนๆ มันเบาบางและหอมละมุนเหมือนกลิ่นสบู่ เสียงกรีดร้องโหยหวนจากทั่วทุกสารทิศยังคงดังลั่นโรง ในขณะที่ฉันสั่นเล็กๆ พอเป็นกระสัยให้ไอ้นุ่นหัวเราะเล่นๆ แล้วหันมาเอ็นดูฉันตามวิสัยคนใจดีอย่างมันด้วยการลูบหัวปลอบ หารู้ไม่ว่าภายใต้ใบหน้าที่ซบเข้ากับแผ่นอกกำลังยกยิ้มอย่างมีชัยชนะ

ผู้หญิงบนโลกนี้มีอยู่หลายประเภท แต่ที่แน่ๆ ผู้หญิงทุกคนล้วนเจ้าเล่ห์เจ้ากลมาแต่กำเนิดไม่มากก็น้อย แต่บังเอิญฉันดันมีไอ้สิ่งที่เรียกว่ามารยามากไปหน่อย ฉันสามารถตีเนียนหน้านิ่งและใช้ความเป็นเพื่อนเข้าใกล้มันได้ไม่ยาก

แค่นี้ก็เห็นแววชนะใสๆ มาแต่ไกลแล้ว หินโดนน้ำเซาะมันยังกร่อน มีเหรอที่ผู้ชายอย่างไอ้นุ่นโดนฉันอ่อยวันละเล็กวันละน้อยจะไม่เถลไถลเผลอใจมาบ้าง ทว่าด้วยความที่พวกเราเป็นเพื่อนกันฉันจึงต้องแสดงท่าทีสงบไว้ก่อน ไม่ชิงแหวกหญ้าให้งูตื่น ไม่งั้นแทนที่จะได้แฟนแทนเพื่อน อาจจะต้องเสียทั้งเพื่อนแถมยังไม่ได้แฟนอีก

นี่ซีรีบรัมในสมองของฉันสร้างสรรค์มาจากอะไรวะ ถึงได้ฉลาดหลักแหลมขนาดนี้

“นุ่น” ฉันเอ่ยเรียกมันเพื่อจะหาเรื่องคุยหรือพูดนิดๆ หน่อยๆ หากแต่พอเลื่อนสายตามาจ้องใบหน้าขาวสะอาด ฉันก็รู้ทันทีว่าการที่มันนิ่งๆ แล้วไม่โต้ตอบอะไรไม่ใช่เพราะมันไม่ถือที่ฉันแตะต้องตัวมันหรอก

แต่มัน...

ฉันถอนหายใจไม่รู้จะสมเพชให้กับสภาพอนาถของมันดีรึเปล่า ไอ้นุ่นถดตัวลงจนหัวมันแทบจะกลืนลงไปกับเบาะ เหงื่อเม็ดเล็กพร่างพราวเต็มหน้าผาก มือเย็นเฉียบนั่นจับฉันไว้แน่น

“นี่มึงกลัวผีเหรอเนี่ย” ฉันหัวเราะให้กับท่าทีของมัน ขนาดกลัวแม่งยังต้องเก๊ก มันตวัดสายตาดุๆ มามองแล้วปฏิเสธเสียงเรียบแต่โคตรจะไม่เนียน

“เปล่า แค่ลุ้นไปหน่อย”

โห พูดมาได้ ใครจะไปเชื่อ!

“ไม่ได้กลัว” มันพูดแบบนั้นแต่มันดันบีบมือฉันแน่นขึ้นอีก มันบีบมือฉันได้สักพักก็หันใบหน้ามามองฉันนิ่งๆ แม้แสงจากจอภาพยนตร์จะไม่มากนัก แต่ก็มากพอให้ฉันเห็นเค้าโครงใบหน้ารูปไข่และนัยน์ตาฉายแววประหลาดของมันได้

ชั่วขณะที่มันหันกลับ แม้ไม่ถึงสามวินาที...

ฉันก็สังเกตเห็นรอยยิ้มที่มุมปากของคนร่างสูง

ยิ้มทำไมวะ... เครื่องหมายปริศนาปรากฏขึ้นในมันสมองของฉันทันที มันรู้ทันเหรอ? ...ไม่มั้ง มันไม่น่าฉลาดขนาดนั้น ฉันคิดอยู่ในใจก่อนจะเหลือบสายตาไปมองคนข้างๆ อย่างหวาดระแวง

ไม่หรอกมั้ง... ฉันพิจารณารูปหน้าเรียวนั่นหลายครั้งจนคนข้างๆ จับสังเกตได้เลยเอ่ยขึ้นมาเสียงเรียบ

“ตกลงจะดูหนังหรือจะดูนุ่น?”

นี่คือความตอแหลอีกประการของไอ้นุ่น มันไม่ขึ้นกูมึงกับใคร แถมยังเรียกแทนตัวเองด้วยชื่อที่แสนจะมุ้งมิ้ง แปรผกผันกับหน้าตาที่โคตรจะดุ ตัดภาพมาที่ฉัน นอกจากหน้าตาพร้อมตบแล้วยังพูดจาพร้อมมีเรื่องอีกต่างหาก

“ก็หนังมันน่ากลัวอ่ะ เลยดูนุ่นแทน” ฉันแกล้งหยอกมันด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริง พร้อมนัยน์ตาพริ้งพราวเจ้าเล่ห์ ไอ้นุ่นยกยิ้มที่มุมปากแล้วหยอกกลับ

“น่ารักอ่ะดิ๊”

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED