ตอน 1

ความวุ่นวายมาเยือนแก่องค์จักรพรรดิน้อยอีกครั้ง เมื่อเขาเพียรเสด็จแต่ตำหนักฮองเฮาไม่เว้นวัน เสร็จงานราชการยามใดก็รีบไปประทับที่นั่น ทว่าเขากลับยังไม่มีทายาทสืบทอดเสียทีและยังไม่มีท่าทีข้องแวะกับสนมนางกำนัลคนใดด้วย จึงเกิดคำครหานินทาขึ้นมากมายจนเหล่าขุนนางต้องรวมตัวกันมาประท้วงที่ท้องพระโรง

“พระองค์ควรเสด็จไปตำหนักสนมบ้างนะพ่ะย่ะค่ะ จนป่านนี้ยังไม่มีวี่แววว่าองค์ฮองเฮาจะให้กำเนิดทายาทเลย กระหม่อมเกรงว่าบ้านเมืองอาจจะระส่ำระส่ายไม่มั่นคงได้พ่ะย่ะค่ะ”

ขุนนางอาวุโสผู้หนึ่งกล่าวขึ้น คนอื่นที่เหลือก็รีบส่งเสียงสนับสนุนตามมา พาให้จักรพรรดิน้อยถอนหายใจอย่างเอือมระอา

“พวกท่านจะกังวลอันใดมากมายท่านเสนาบดี ข้ายังแข็งแรงถึงเพียงนี้ยังไม่ตายง่าย ๆ หรอก”

“ตรัสเช่นนั้นไม่ได้นะพ่ะย่ะค่ะองค์จักรพรรดิ เรื่องรัชทายาทเป็นเรื่องใหญ่ หากทรงละเลยจะยุ่งยากในกาลข้างหน้านะพ่ะย่ะค่ะ”

“กระหม่อมเห็นด้วยพ่ะย่ะค่ะ หากองค์ฮองเฮาทรงให้กำเนิดทายาทไม่ได้ก็เท่ากับบกพร่องต่อหน้าที่ ตามธรรมเนียมจะต้องถูกปลดนะพ่ะย่ะค่ะ”

เสียงคัดค้านดังลั่นทั่วท้องพระโรงจนไม่รู้ว่าผู้ใดกล่าวออกมาบ้าง เหล่าขุนนางต่างพากันโน้มน้าวจักรพรรดิน้อยจนถึงขั้นเอาอู่ชุนต้าเอ่อร์ของเขามาขู่กลาย ๆ ด้วยรู้ว่านั่นคือสิ่งที่จักรพรรดิน้อยให้ความสำคัญเป็นอันมาก

“หากพระองค์ไม่ประสงค์จะเข้าหอกับสนมที่มีอยู่ ก็โปรดให้องค์ฮองเฮาผู้มีน้ำพระทัยยิ่งใหญ่ทรงแต่งตั้งสนมขึ้นมาใหม่เพื่อถวายการรับใช้ด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ”

ขุนนางยืนกรานเสียงหนักแน่น ด้วยเพราะทราบดีว่าจักรพรรดิน้อยไม่มีทางโต้แย้งได้ ฮองเฮาจากชนเผ่าทางเหนือนั่นได้เข้าเฝ้าปรนนิบัติทุกคืนค่ำ ทว่าจนบัดนี้ก็หาได้มีวี่แววขององค์รัชทายาท

“โปรดตระหนักถึงเรื่องนี้ด้วยพ่ะย่ะค่ะ”

ฝ่ายองค์จักรพรรดิได้ฟังดังนั้นก็กัดฟันกรอดด้วยความโมโหพลุ่งพล่านจนอยากจะสั่งประหารใครสักคนในท้องพระโรงแห่งนี้ ลบหลู่เขาเพียงคนเดียวเขายังพอทำหูหวนลมได้อยู่ แต่บังอาจลบหลู่ฮองเฮาที่รักของเขาพวกมันช่างกล้าหาที่ตายนัก!

แต่เพราะพวกมันเอาเรื่องนี้มาขู่ จักรพรรดิน้อยจึงไม่อาจอาละวาดได้ดังใจนึก เพราะหากเขาทำไปโดยไม่ยั้งคิดผลเสียย่อมเกิดกับองค์ฮองเฮามิใช่ตัวเขาที่ครองบัลลังก์อยู่เป็นแน่

“ข้าซาบซึ้งนักที่พวกท่านเป็นห่วงบัลลังก์ของข้าถึงเพียงนี้ เอาเป็นว่าข้าจะกลับไปคิดดูอีกที”

พอจักรพรรดิน้อยตรัสเช่นนั้น เหล่าขุนนางก็พากันถอนหายใจอย่างโล่งอกด้วยนึกกลัวว่าเขาจะไม่พอพระทัยจนอาละวาดขึ้นมา ทว่าพระองค์กลับยอมรับโดยง่ายผิดวิสัยบุรุษผู้ใจร้อนจนน่าแปลกใจยิ่ง โดยไม่ได้สังเกตเลยว่าพระพักตร์ขององค์จักรพรรดินั้นบูดบึ้งเพียงใด

เรื่องอันใดข้าจะต้องยอมทิ้งต้าเอ่อร์ไปนอนกับสนมอื่นเล่า!

เมื่อกลับมาอยู่ในห้องบรรทมยามราตรีกับอู่ซุนต้าเอ่อร์ตามลำพัง จักรพรรดิน้อยจึงเล่าเรื่องราวในท้องพระโรงวันนี้ให้นางฟังด้วยความหงุดหงิด ในใจยังคุกรุ่นอยู่ตลอด

“กล้าดียังไงมาบีบบังคับให้ข้ารับสนมใหม่ ไม่รู้ว่าข้าหรือพวกเสนาบดีนั่นกันแน่ที่เป็นจักรพรรดิของแคว้นนี้!”

เขากล่าวเสียงดังอย่างไม่สบอารมณ์ ตรองดูกี่รอบก็รู้ว่าพวกนั้นสนใจอำนาจของตนมากกว่า แม้นจะให้ฮองเฮาของเขาเป็นผู้คัดเลือกแต่ก็คงส่งบุตรหลานสักคนของตระกูลตนเข้ามาเป็นสนมอยู่ดี

“ขุนนางพวกนั้นหาได้มีความจริงใจต่อข้าไม่ พวกมันคงไม่ได้หวังทายาทของข้าหรอก เพียงแค่หวังทายาทที่เกิดจากบุตรสาวในตระกูลตนเองก็เท่านั้น!”

“ใจเย็นก่อนเพคะเสี่ยวหวง ที่ขุนนางพวกนั้นกล่าวทูลก็ไม่ผิด ตำแหน่งของข้าสมควรจะมีทายาทได้แล้ว”

“แต่พวกมันบีบบังคับให้ข้าทิ้งเจ้าไปเข้าหอกับสนม”

อู่ซุนต้าเอ่อร์เห็นสวามีโมโหร้ายเช่นนี้ก็ได้แต่ปลอบใจอยู่เคียงข้าง แม้นางจะอยากให้เขายอมไปหาสนมเหล่านั้นบ้าง แต่เขาก็ใจแข็งไม่ยอมท่าเดียวจึงเกิดปัญหาตามมาเช่นที่คาดไว้ไม่มีผิด

“ทรงรับสนมใหม่ตามที่พวกเขาเสนอเถิดเพคะ”

นางคิดทบทวนแล้วน่าจะเป็นวิธีที่กระทบกับทุกคนน้อยที่สุด จะว่าเห็นแก่ตัวก็ไม่ได้ แต่นางก็จำต้องปกป้องตำแหน่งฮองเฮาที่ครองอยู่ตอนนี้เช่นกัน

“เจ้าเห็นด้วยหรือต้าเอ่อร์ ไม่หวงข้าหรือไร”

จักรพรรดิน้อยถามพลางสะบัดหน้าหนีด้วยความน้อยใจ หึ...เขาอุตส่าห์กลัวนางจะน้อยใจเรื่องนี้ แต่นางกลับจ้องจะผลักไสเขาให้ไปหาสนมอื่นอยู่เรื่อย มันน่าน้อยใจนักเชียว

“ข้าหวงท่านมากเพคะเสี่ยวหวง แต่หากท่านละเลยจารีตที่พึงปฏิบัติเช่นนี้ เหล่าขุนนางก็จะเอามาเป็นข้ออ้างให้ปลดข้าจากตำแหน่งแล้วส่งกลับเผ่าจงเฉิน เราอาจไม่ได้พบกันชั่วชีวิตเลยนะเพคะ”

อู่ซุนต้าเอ่อร์ทูลความจริง จะมองอย่างไรเรื่องนี้ก็มีแต่ต้องยินยอมให้องค์จักรพรรดิน้อยไปร่วมหลับนอนกับสนมอื่น

“หากยอมไปนอนกับเหล่าสนม พวกเขาจะไม่มีข้ออ้างที่มากพอจะปลดข้าอีก...”

เมื่อฮองเฮาให้เหตุผลอย่างนั้นเขาก็เริ่มคิดตามอย่างใจเย็นลง จริงดังที่นางว่าและมันก็เป็นสิ่งที่เขาไม่อยากให้เกิดขึ้นมากที่สุด เพียงแค่คิดว่าเขาต้องห่างจากนางตลอดไปเขาก็ใจแทบขาดรอน

เขาจะไม่ยอมเสียนางไปตลอดชีวีตที่เหลือเป็นแน่

ตอน 2

เมื่อจักรพรรดิน้อยมีท่าทางคิดตรองอยู่พักใหญ่ อู่ซุนต้าเอ่อร์ได้ทีเห็นสวามีเริ่มคล้อยตาม นางจึงเติมเชื้อไฟเข้าไปอีก ตีถ่านต้องตีตอนที่มันยังร้อน นางถือเช่นนั้น

“...ธรรมเนียมกล่าวไว้ว่า หากพ้นหกเดือนแล้วฮองเฮายังไม่มีวี่แววตั้งครรภ์มังกรให้แต่งตั้งสนม หากพ้นหกเดือนให้หลังสนมยังไม่ตั้งครรภ์เช่นกันให้แต่งตั้งสนมใหม่ เสี่ยวหวง...ท่านคงรู้ว่าข้าไม่อาจหลีกเลี่ยงเรื่องราวนี้ได้หรอกเพคะ ยิ่งฝ่าฝืนยิ่งมีข้ออ้างให้พวกเขาปลดข้ามากยิ่งขึ้น”

เป็นฮองเฮาใครว่าจะสบายทั้งชาติ นางคนหนึ่งที่ขอค้านคำกล่าวอ้างนี้สุดตัว นอกจากจะต้องปกครองวังหลังที่แสนวุ่นวายในแต่ละวัน คอยดูแลกฎระเบียบของเหล่านางกำนัลที่มีมากมายนับพันคน ปรนนิบัติองค์จักรพรรดิไม่ให้ขาดตกบกพร่องตามหน้าที่ ยังต้องใจกว้างดั่งมหาสมุทรทุกแห่งรวมกันเพื่อให้จักรพรรดิน้อยมีทายาทสืบทอดราชบัลลังก์ให้มากที่สุดอีกด้วย

หากใจแคบไม่ยอมรับสนมเพิ่มก็จะถูกครหาว่าเป็นฮองเฮาที่ไม่ดำเนินตามครรลองที่ควรจะเป็น ฝ่าฝืนจารีตอันพึงปฏิบัติ ยิ่งหึงหวงยิ่งไม่บังควรมากขึ้นไปอีก ผิดพลาดเพียงนิดอาจไม่มีทางให้ถอยแม้สักก้าวเดียว

“จะว่าตามธรรมเนียมนั่นก็ถูกของเจ้า แต่ข้าไม่ได้อยากร่วมหอกับพวกนางเสียหน่อย เพียงแค่มองยังไม่มีอารมณ์จะร่วมหอด้วยสักนิด หาได้งดงามเหมือนเจ้าไม่”

จักรพรรดิน้อยจำต้องยอมรับอย่างไม่อาจขัดได้ ด้วยมันคือกฎที่ปฏิบัติกันมาช้านานในราชวงศ์เพื่อให้มีทายาทมังกรสืบทอดต่อไปอีกหลายชั่วอายุคน แต่เขาก็ทำใจร่วมหอกับพวกนางไม่ได้จริง ๆ

“ข้าไม่อยากร่วมหอกับพวกนางเลยต้าเอ่อร์”

จะให้เขาทำอย่างไร ในเมื่อมีแต่ใบหน้าของอู่ซุนต้าเอ่อร์ที่ลอยวนอยู่ในห้วงความคิดของเขาอยู่แทบทุกเวลา

“ข้าทราบเพคะเสี่ยวหวง...แต่หากไม่ทำเช่นนี้ข้าจะต้องถูกปลด”

หลังจากหารือกันแล้ว วันต่อมาอู่ซุนต้าเอ่อร์จึงได้มีการประกาศคัดเลือกสนมคนใหม่เข้าวัง ขุนนางหลายคนเห็นว่าโอกาสมาถึงจึงรีบส่งบุตรสาว หลานสาวที่พ้นวัยปักปิ่นมาร่วมคัดเลือกกันมากมายหลายคนทีเดียว

มีสตรีสาวที่เพิ่งพ้นวัยปักปิ่นมากมายมาสมัครคัดเลือกสนมครั้งนี้ แต่กว่าจะคัดเหลือสามคนสุดท้ายได้ อู่ซุนต้าเอ่อร์ก็เหนื่อยไม่น้อย แม้จะมีสนมเอกอีกสองคนมาช่วยเลือกก็ตาม

“พวกเจ้าทั้งสามจงปรนนิบัติรับใช้องค์จักรพรรดิอย่างดีเถิด”

นางกล่าวทิ้งท้ายเมื่อการคัดเลือกสิ้นสุดลง แม้จะไม่อยากทำเช่นนี้แต่ด้วยตำแหน่งหน้าที่ นางมิอาจละเว้นได้

ทว่าแม้จะมีพิธีแต่งตั้งสนมอย่างเป็นทางการแก่ทั้งสามคนแล้วไซร้ จักรพรรดิน้อยก็ยังไม่ยอมไปเยือนตำหนักใดเลยสักที เขาทำเพียงส่งของกำนัลไปให้หลังรับตำแหน่งเท่านั้น ทำให้องค์ฮองเฮาผู้ที่คัดสรรสตรีมากมายถึงกับปวดหัวไม่น้อยกับการดื้อแพ่งเช่นนี้ของสวามี

‘ข้ายอมให้แต่งตั้งสนมตามที่เจ้าบอกแล้ว แต่ไม่ได้บอกเสียหน่อยว่าจะยอมเข้าหอร่วมเตียงกับพวกนาง เจ้าก็รออีกหกเดือนแล้วค่อยหาสนมใหม่เถิด หากเจ้าไม่ท้องน่ะนะ’

จักรพรรดิน้อยเอ่ยกับนางเมื่อคืนก่อนเสียงนิ่ง ก่อนที่เขาจะสะบัดผ้าห่มคลุมและหันหนีนางอย่างไม่ประสงค์จะต่อปากต่อคำด้วย แต่ครั้นจะให้หาสนมใหม่ทุกหกเดือน อีกหน่อยก็คงมีสนมเดินสวนกันเต็มวังกระมัง!

‘จะให้ข้าเลือกนางสนมทุกหกเดือนก็ไม่ไหวนะเพคะเสี่ยวหวง’

‘จะให้ข้าไปร่วมหอกับสนมอื่นที่ไม่ใช่เจ้า ข้าก็ทำไม่ไหวเช่นกัน’

นั่นปะไร! ดื้อดึงไม่ต่างอันใดกับบุตรติดมารดา

หลังจากนั้นไม่นานนักการไม่ยอมเข้าหอร่วมเตียงกับสนมก็ทำให้เหล่าขุนนางไม่พอใจขึ้นมาอีกระลอก คราวนี้พวกเขาเริ่มแข็งข้อกับองค์จักรพรรดิมากขึ้น บ้างก็ขาดประชุมไม่ยอมมาหารือเรื่องราชการแผ่นดิน

การยกเรื่ององค์ฮองเฮาไม่สามารถให้กำเนิดรัชทายาทได้จึงกลับมาอีกครั้ง

“ฝ่าบาท หากพระองค์ไม่ยอมร่วมหอกับสนมเลยสักนาง เช่นนั้นโปรดทรงปลดฮองเฮาพระองค์นี้ส่งกลับเผ่าของนางแล้วแต่งตั้งฮองเฮาพระองค์ใหม่เถิดพ่ะย่ะค่ะ”

“ขอทรงโปรดพิจารณาปลดฮองเฮาด้วยพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท” ขุนนางทั้งหมดเอ่ยออกมาอย่างพร้อมเพรียง ด้วยต้องการกดดันให้องค์จักรพรรดิปลดฮองเฮาจากชนเผ่าห่างไกลนั่นเสีย

“ปลดฮองเฮาของข้าหรือ...ให้ข้าปลดนางเช่นนั้นข้าปลดพวกเจ้าทั้งหมดนี่ไม่ง่ายกว่าหรือ”

เมื่อถูกกดดันจากเหล่าขุนนาง เขาก็อยากจะกดดันพวกนั้นคืนบ้าง จะเป็นไรไปหากเขาจะเลือกปลดขุนนางทุกคนด้วยความพอใจของตน ในเมื่อเขาถูกมองว่าเป็นจักรพรรดิผู้โหดร้ายอยู่แล้ว

“.......”

ท้องพระโรงปกคลุมไปด้วยความเงียบ ไม่มีขุนนางคนใดกล้าพูดขึ้นมาอีก ด้วยกลัวอาญาจะตกที่ตนเองและครอบครัวเบื้องหลัง พวกเขาจึงได้แต่เก็บความไม่พอใจอยู่เงียบ ๆ

“แต่หากพวกเจ้าอยากให้ข้าลองร่วมหอกับบรรดาสนมบ้างข้าก็จะลองดู เอาเป็นว่าวันพระจันทร์เต็มดวงครั้งหน้าข้าจะถือว่าเป็นฤกษ์ยามดีก็แล้วกัน”

จักรพรรดิเอ่ยขึ้นมาทำลายความเงียบ ทำให้ขุนนางที่ก้มหน้างุดมองหน้ากันด้วยความยินดี ไม่คิดว่าพระองค์จะเปลี่ยนใจขึ้นมา

โดยไม่รู้เลยว่าเขามีแผนการที่วางเอาไว้ในใจเรียบร้อยแล้ว...

ตอน 3

จักรพรรดิน้อยขมวดขนงมุ่นตลอดช่วงบ่าย เขาเดินวนไปมาเพื่อคิดหาทางออกให้แก่ตนเอง เหล่าขุนนางไม่มีทีท่าจะยอมแพ้โดยง่าย ถึงตอบปัดออกไปอย่างไรก็ไม่พ้นต้องวกกลับมาถามไถ่อีกอยู่ดี

“น่ารำคาญใจเสียจริง” จักรพรรดิน้อยพึมพำ

“ยัดเยียดสนมให้แก่ข้าไม่ยอมเลิก น่าเบื่อหน่ายยิ่งนัก”

เมื่อหลีกเลี่ยงเรื่องที่จะต้องเข้าหอกับเหล่าสนมไม่ได้แล้ว เขาก็คิดหาอุบายใหม่ พอวันเข้าหอใกล้เข้ามาเขาก็เริ่มล้มป่วยกระเสาะกระแสะจนแรงไม่ค่อยมี บรรดาขุนนางต่างก็ไม่พอใจที่เหตุการณ์กลายเป็นเช่นนี้ แต่ในเมื่อเป็นเรื่องใหญ่จึงได้แต่สงสัย ไม่มีใครกล้าออกความเห็น

“แค่ก ๆ”

จักรพรรดิน้อยกระแอมไอออกมา ใบหน้าอิดโรยคล้ายคนหมดแรง เขายื่นแขนให้หมอหลวงได้จับชีพจรเพื่อตรวจดู

“.......”

หมอหลวงตรวจแล้วก็ถึงกับถอนหายใจ สายตาขององค์จักรพรรดิก็ลอบกดดันเขาเหมือนมีคมดาบจ่ออยู่ที่ลำคอ สายตาของเสนาบดีอาวุโสที่นั่งอยู่ด้านหลังรอผลตรวจเองก็กดดันไม่แพ้กัน จนเขาไม่รู้จะเอ่ยปากออกมาอย่างไรดี

“อาการขององค์จักรพรรดิเป็นอย่างไรบ้าง”

เสนาบดีมองใบหน้าซีดเซียวของจักรพรรดิน้อยสลับกับสีหน้าหนักใจของหมอหลวงแล้วก็อยากจะรู้เต็มแก่ว่าเป็นอย่างไรกันแน่

“องค์จักรพรรดิทรงมีพระวรกายอ่อนแอเนื่องมาจากอาการอ่อนเพลียสะสม ชีพจรเต้นอ่อนจนจับแทบไม่ได้ ทรงหายใจไม่เต็มปอด คงเป็นเพราะทรงหักโหมมากจนเกินไปทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอขอรับ”

หมอหลวงวินิจฉัยอาการโดยไม่ได้ลงรายละเอียดว่าหักโหมของจักรพรรดิน้อยนั้นหมายถึงเรื่องใด แต่ก็ทำให้คนฟังอีกหลายคนหูแดงได้ไม่น้อย ด้วยต่างรู้กันดีว่าองค์จักรพรรดินั้นร่วมหอกับองค์ฮองเฮาจากเผ่าจงเฉินอย่างหักโหมเพียงใด

“ร้ายแรงถึงเพียงนั้นเชียวหรือท่านหมอ”

“ขอรับ องค์จักรพรรดิจำเป็นต้องได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอ”

“แล้วเช่นนี้เรื่องทายาทเล่า” ขุนนางคนหนึ่งเอ่ยปากถามออกมาอย่างลืมตน เป็นผลให้องค์จักรพรรดิน้อยตวัดตามองอย่างไม่สบอารมณ์นัก

นี่ขนาดเขาเจ็บป่วย พวกมันยังจะคิดถึงแต่เรื่องทายาทอีกหรือไง!

“ที่ข้าถามเพียงต้องการทราบว่าองค์จักรพรรดิจะให้กำเนิดทายาทได้อย่างสมบูรณ์ดีหรือไม่ขอรับ”

ขุนนางผู้นั้นแก้ต่าง แต่ไม่ว่าจะฟังอย่างไรก็ไม่ได้ดูดีขึ้นเลยสักนิด

“หากพระวรกายไม่แข็งแรง ย่อมยากที่จะให้กำเนิดทายาทขอรับ”

พอเสนาบดีทั้งสามได้ยินอย่างนั้นก็หน้าเสียไปตาม ๆ กัน ต่างคนต่างก็คิดว่าช่างบังเอิญเหลือเกินที่ทรงประชวรในตอนนี้พอดิบพอดี แต่เมื่อคิดทบทวนถึงช่วงเวลาหลายเดือนที่ผ่านมาก็พอเข้าใจได้ ขนาดทรงร่วมหอกับฮองเฮาแทบทุกราตรีก็ยังไร้วี่แววตั้งครรภ์โอรสสวรรค์ อาจเพราะพระวรกายอ่อนแออย่างที่หมอหลวงว่าจริง ๆ

“เช่นนั้นจะมีทางรักษาหรือไม่ท่านหมอ”

เสนาบดีอาวุโสถามอย่างร้อนใจ หากจักรพรรดิน้อยไม่สามารถมีทายาทได้เลยย่อมเป็นปัญหาใหญ่แน่ แคว้นนี้จะไม่มีผู้สืบทอดบัลลังก์ ทายาทร่วมสายโลหิตของพระองค์คนอื่นก็ถูกอดีตอ๋องสิบเจ็ดสังหารสิ้นนับแต่เขาชิงบัลลังก์มาจากอดีตจักรพรรดิแล้ว

“ข้าแนะนำว่าให้ทูลเชิญองค์จักรพรรดิไปพักผ่อนที่วังฤดูร้อนคงจะดีขอรับ ให้พระองค์ทรงพักผ่อนพระวรกายอย่างเงียบ ๆ” หมอหลวงแนะนำ

“หากพักผ่อนแล้ว พระวรกายจะกลับมาแข็งแรงสมบูรณ์ดีใช่หรือไม่”

“ขอรับท่านเสนาบดี” หมอหลวงตอบ “ข้าแนะนำให้ทูลเชิญองค์จักรพรรดิไปที่วังฤดูร้อน เนื่องจากที่นั่นเหมาะแก่การพักผ่อนและฟื้นฟูพระวรกาย”

เหล่าเสนาบดีได้ฟังก็ขบคิดกันอย่างหนัก การแปรพระราชฐานของจักรพรรดิไม่ใช่เรื่องเล็ก ทั้งต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและยังต้องคำนึงถึงราชกิจแผ่นดินที่ต้องจัดการอีกด้วย แต่เมื่อไม่มีทางเลือกอื่นก็จำต้องทำตามคำของหมอหลวง ในฐานะที่เขาจะต้องถวายการรักษาตลอดแม้จะแปรพระราชฐานไปพักที่ใดก็ตาม

“เช่นนั้นก็เห็นสมควรที่จะต้องทูลเชิญองค์จักรพรรดิไปพักที่นั่นสักระยะเถิด”

เสนาบดีกล่าวกับหมอหลวงอย่างยินยอม หากพระวรกายองค์จักรพรรดิยังเป็นเช่นนี้เห็นทีอาณาจักรจะอ่อนแอลงได้ ด้วยไร้ผู้ครองบัลลังก์ที่ทรงอำนาจ

องค์จักรพรรดินอนฟังด้วยสีหน้าอิดโรยอย่างคนไร้เรี่ยวแรงโดยแท้ ดวงเนตรของเขาเลื่อนลอยแต่ในใจกลับลอบยิ้มเจ้าเล่ห์สมปรารถนา

“ข้าจะออกประกาศให้ทราบโดยทั่วว่าองค์จักรพรรดิจะเสด็จไปประทับที่วังฤดูร้อน”

เสนาบดีก็เสนาบดีเถิด จะสู้ความเฉลียวฉลาดของเขาได้อย่างไรเล่า!

ข่าวการเสด็จขององค์จักรพรรดิสร้างความกังวลใจให้ผู้คนในวังหลวงมิใช่น้อย แม้แต่เหล่าสนมเองที่เมื่อได้รับประกาศเลื่อนการเข้าหอในครานี้จากองค์ฮองเฮาก็กังวลฟุ้งซ่าน ด้วยพวกนางกำลังจะได้ถวายงานรับใช้องค์จักรพรรดิในไม่ช้านี้แล้ว จู่ ๆ พระองค์กลับล้มป่วยลงเสียได้

เพื่อความแนบเนียนยิ่งขึ้น นับตั้งแต่ป่วยจักรพรรดิน้อยก็ไม่เสด็จตำหนักฮองเฮาอีกเลย ทำให้หลายคนเชื่อว่าพระองค์ป่วยจริง จะมีก็แต่อู่ซุนต้าเอ่อร์เท่านั้นที่รู้ทันสวามีของตนดี

ตอนที่นางได้รับข่าวจากคนของตำหนักใหญ่ว่าสวามีของนางป่วยจนถึงขั้นล้มหมอนนอนเสื่อก็ตกใจไม่ต่างจากคนอื่น เพราะเขาไม่ได้บอกนางเอาไว้ล่วงหน้าแม้แต่น้อย

คนแข็งแรงราวกับโคถึกถึงเพียงนั้นมีหรือวันดีคืนดีจะล้มป่วยโดยง่ายเช่นนี้...

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED