ณ ลานเกียร์
"ก้มหน้าลงไป!!!”
ณ เสียงที่ตะโกนดังลั่นลานเกียร์ อย่าเพิ่งตกใจกันนะคะ เรากำลังรับน้อง แต่ไม่เข้าใจ๊ไม่เข้าใจ ว่าทำไมต้องมารับน้องที่นี่ด้วย รู้อะไรไหมคะ ฉันล่ะเบื่อที่จะอยู่ในกฎเกณฑ์ เกลียดการถูกบังคับเป็นที่สุด อุตส่าห์เรียนบริหารกะว่าจะสบาย ๆ ไม่ต้องรับน้องเหมือนรุ่นพี่ปีที่แล้ว ฮึ่ยเจ็บใจ จะอะไรล่ะ เพราะปีที่แล้วน่ะรุ่นพี่เขารับรุ่นกันอย่างสบายไม่ต้องตกระกำลำบาก ไม่ต้องร้อนไม่ต้องนั่งตากแดด ไม่ต้องทนความกดดัน แต่ดูปีฉันสิ ดู๊!
"เงยหน้าทำไม!! ใครสั่งพวกคุณครับ ก้มหน้าลงไป!!!".
นั่นแหละค่ะอย่างที่ได้ยินเลย ไอ้พวกรุ่นพี่เก็บกดเอ้ย ว้ากเอา ๆ ไม่เจ็บคอหรือไง มันเซอร์ไพรส์รับน้องโหดที่รุ่นฉันยังไม่พอ รุ่นฉันยังมากับความโชคดี
โชคดีกับผีอะไรล่ะ โชคร้ายนะสิไม่ว่า เพราะเป็นปีแรกที่คณะบริหารต้องมารับน้องรวมกับคณะวิศวะ ที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเถื่อนถ่อยที่สุด อยากจะบ้าตาย ฮึ่ม
"ใครสั่งให้พูด มีมารยาทกันไหม...ครับ"
ยัง ยังไม่จบ หันไปข้าง ๆ เพื่อนสาวเจ้าน้ำตาของฉันน้ำตาคลอแล้ว หันไปมองอีกคนก็กำมือแน่น อีกคนก็นิ่งไม่ขยับ ถ้ายังไม่หยุด จะขึ้นแล้วนะเว้ย
"เลิกเชียร์ได้ครับ" สวรรค์
"ฮือแก ฉันกลัวง่า"
"โอ๊ย หัวใจฉันจะวาย"
"ฉี่แทบราดอะมึง"
ไม่ต้องถามว่าอยู่ไหน ตอนนี้อยู่ห้องเรียนจ้า ส่วนเสียงสามเสียงเป็นเสียงเพื่อนฉันเอง คนแรกชื่อน้ำพิ้งค์ ขี้อาย ขี้กลัว หน้าสวยแต่งยังไงก็ขึ้น คนที่สอง ยัยน้ำหวาน หน้าโคตรหวานโคตรใส แต่สนิทรู้เลยว่ามันอะจอมทะลึ่ง โก๊ะ นิสัยนี่ขัดกับหน้าตาสุด ๆ
คนที่สามคือยัยน้ำทิพย์ มนุษย์หน้านิ่ง นิ่งจนคนอื่นหาว่าหยิ่ง ก็นะสำหรับคนไม่สนิทก็จะมองอย่างนั้น แต่ถ้าสนิทนะ ยัยเนี่ยเปรี้ยวและแซ่บสุดในกลุ่มเลยล่ะ คนอะไรขนาดนั่งเฉย ๆ ยังเซ็กซี่อะ
ส่วนคนสุดท้าย ฉันเอง ท้าดาาาา!
สวัสดีค่ะ ฉันชื่อน้ำมนต์ หรือที่ครอบครัวและเพื่อนเรียกว่า ไอ้มนต์ เพราะอะไรน่ะเหรอ เพราะพวกมันบอกว่าฉันแมนไง แมนตรงไหนวะแค่ต่อยมวยเป็นป้องกันตัวได้ เคยต่อยกับผู้ชายจนผู้ชายเข้าโรงพยาบาล แล้วก็ไม่ค่อยใส่กระโปรงเท่านั้นเอง
เอ้า แมนตรงไหน ตอบมนต์คนสวยหน่อยค่า นิสัยฉันก็คล้าย ๆ ยัยทิพย์แหละกับคนที่ไม่สนิทนะ แต่สนิทก็พูดมาก ใจใหญ่ไปไหนไปกัน คอยดูแลปกป้องพวกมัน และที่สำคัญ ปากหมา!! นี่ล่ะค่ะ ฉันเอง
สงสัยใช่ไหมล่ะว่าทำไมฉันสี่คนชื่อคล้าย ๆ กัน คืองี้แม่เราเป็นเพื่อนกันที่สนิทกันมาก ย้ำว่ามาก เลยตั้งชื่อเราให้เหมือนกัน ไงล่ะ ดีไปอี๊ก เฮ้อเหนื่อย อาจารย์มาละ ขอตัวเรียนก่อนละกัน
ช็อป วิศวะ
"เฮ้ย วันพรุ่งนี้ไปส่องเด็กกันไหมวะ ปีนี้เขาบอกว่าเด็ด"
"มึงหัดคิดเรื่องอื่นเป็นไหม นอกจากเรื่องผู้หญิงเนี่ยไอ้เหนือ"
"มันก็คิดเป็นเรื่องเดียวนั่นแหละ เรื่องอื่นมันคิดไม่เป็นหรอก"
"เอาเวลาที่พวกมึงสามตัวกำลังเถียงกัน มาช่วยกูทำงานไหมครับ ไอ้เพื่อนเชี่ย"
สงสัยกันล่ะสิว่าผมเป็นใคร ผมชื่อพายุ ลูกเจ้าของมหาวิทยาลัยที่นี่แหละ ใหญ่สุดละ พวกมันชอบเรียกผมว่า "ราชา" แล้วก็เสียงของไอ้สามตัวเมื่อกี้อะ เพื่อนสนิทผมเอง เรียนด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก รู้เช่นเห็นชาติกันทุกอณูนั่นแหละครับ
คนแรกไอ้เหนือ หรือเหนือนที นิสัยมันโคตรกะล่อน เจ้าเล่ห์ พูดมากเป็นที่สุด คนที่สองไอ้วินหรือไอ้ธาวิน บุคลิกดูโคตรเป็นคนดี ผู้ชายอบอุ่น? แต่นิสัยมันร้ายลึกนะครับผม คนที่สามไอ้ดิน หรือปฐพี ไอ้นี่ก็นิสัยคล้าย ๆ ผม ไม่ค่อยพูดกับคนที่ไม่สนิท ถ้าสนิทคือพูดมาก กวนตีน และหื่นสุด ๆ ส่วนผมน่ะเหรอ นิยาม หล่อเลว คือผมเอง
พวกผมทั้งสี่เรียนวิศวะยานยนต์ แก๊งเฮดว้ากประจำปีนี้ พวกผมอยู่ปีสาม และหัวข้อสนทนาเมื่อกี้ก็เป็นเรื่องรับน้อง แต่ที่ทำให้ไอ้เหนือมันดี๊ด๊าก็เพราะว่าปีนี้ คณะวิศวะต้องรับน้องรวมกับคณะบริหาร!!! ซึ่งคณะบริหารสาวเด็ดทุกคนครับ ไอ้เหนือมันเลยอยากจะไปอ็อฟ เอ้ย ไปดูน้อง ๆ เท่านั้นเอง ผมยังไม่รู้เลยว่าเด็กบริหารจะทนรับน้องของผมได้หรือเปล่า เห็นที พรุ่งนี้ ผมคงต้องไปดูลาดเลาซะหน่อยแล้ว
"หรือมึงจะไม่ไปไอ้พายุทอร์นาโด ตอปิโด..."
ไอ้เหนือมันพูดกวนส้นตีนผม
“หึ/หึ”
เสียงไอ้วินกับไอ้ดินหัวเราะในลำคอพร้อมมองผมยิ้ม ๆ พวกมันรู้ว่าผมคิดอะไร ก็บอกแล้วคบกันมานาน
"กูไป แต่ พวกมึงทั้งสามตัว รีบมาช่วยกูทำโปรเจกต์ส่งจารย์เลยเร็ว" พอผมพูดจบ เราก็ต่างฝ่ายต่างทำงาน
"เฮ้อ เรียนเสร็จสักที กูนี่โคตรเมื่อย" ไอ้หวานมันพูด
"ฮือ หิวอะหิว" ไอ้พิ้งค์
"พวกมึง ดูนี่ดิ เฟซกลุ่มมันบอกว่า พรุ่งนี้ให้ทุกคนมาเข้าเชียร์ ย้ำ! มาให้ครบทุกคน เฮดว้ากปีสามลงว่ะ" เสียงไอ้ทิพย์มันพูด
"อีกแล้วเหรอมึง เบื่อว่ะ ไปหาไรกินกันเถอะ" ฉันพูด และตอนนี้พวกฉันก็ตกลงกันได้แล้วว่าจะกินชาบู
ร้านชาบู
"มึง หิวจริงจังมากอะ อาจารย์สั่งโคตรเยอะ" ยัยหวานพูด
"รีบกินกันเถอะมึง ได้กลับคอนโดกันสักที" ยัยทิพย์พูด
"ฉันเห็นด้วยกับแก ปะ กิน ๆ" ฉัน
"พวกแก ที่เขาบอกว่าเฮดว้ากจะลงอะ น่ากลัวปะวะ ฮือ ฉันกลัว" ยัยพิ้งค์สาวขี้กลัวประจำกลุ่ม
"ขึ้นชื่อว่าเฮด กูว่าต้องน่ากลัวแน่เลย" ยัยหวาน
"หึ โหดเยอะ ๆ กูจะอ่อยให้ไปไม่เป็นเลย" ยัยทิพย์พูด
"กูไม่รู้ว่ะ ไม่ได้สนใจ แต่ไม่ต้องกลัว นี่ใคร เดียวพี่ดูแลเองน้อง"
"จ้า...พี่น้ำมนต์คนแมน" หลังจากฉันพูดจบ พวกมันก็รับคำฉันด้วยท่าทางน่าหมั่นไส้ หลังจากที่เช็กบิลเสร็จ พวกเราก็กลับคอนโดทันที อ้อเราอยู่ด้วยกันอะ สี่ห้อง อยู่ชั้นบนสุด ก็บอกแล้วพวกฉันรวยมาก
หลังจากสี่สาวร่างเล็กสี่สไตล์ที่เวลาอยู่ด้วยกันไม่สามารถทำให้คนที่มองละสายตาไปได้ แต่นั่นก็ไม่เท่ากับพวกเธอไม่สามารถรับรู้ได้เลยว่า ทั้งคำพูดและการกระทำได้ตกอยู่ในสายตาของพวกเขาทั้งสี่เป็นที่เรียบร้อย แถมเสียงพูดท่าทางก็ชัดยิ่งกว่าระดับ hd ซึ่งทั้งสี่สาวอยู่ในสายตาพวกเขาตั้งแต่เข้ามาในร้านเรียบร้อยแล้ว และทั้งสี่สาวก็ถูกขึ้นบัญชีกับพวกเขาสี่หนุ่มแก๊งหล่อเลวเรียบร้อย
หึ ชัดครับชัดทั้งเสียงทั้งภาพ ผมยกยิ้มมุมปากอย่างพอใจใครบางคนในกลุ่มผู้หญิงสี่คน แต่ก่อนอื่นผมต้องเคลียร์กับเพื่อนก่อนว่าพวกมัน จองใคร
"กูอยากโดนอ่อย คนหน้าตาหมวย ๆ เซ็กซี่ ๆ พวกมึงห้ามยุ่ง" ถูกครับไอ้เหนือมันเลือกน้องคนหนึ่งคนหน้านิ่ง ๆ หยิ่ง ๆ สเปกไอ้เหนือมัน
"กูมันผู้ชายอ่อนโยนชอบปกป้อง น้องหน้าตาน่ารักขี้กลัวคนนั้น พวกมึงอย่ามาแหยมครับ" เชรด ไอ้วินมันเลือกน้องหน้าสวยแต่ขี้กลัวไปครับ เหลือแค่ไอ้ดิน ผมจ้องมันเขม็งมันก็จ้องผมเหมือนกัน ก่อนผมจะยกยิ้มมุมปากเมื่อได้ยินสิ่งที่มันพูดออกมา
"กูเอาคนนั้น น้องหน้าหวาน อยากรู้ว่าอย่างอื่นจะหวานด้วยหรือเปล่า คนนั้นกูจอง" ไอ้ดินพูด ใช่ครับน้องหน้าหวาน สเปกไอ้ดินมัน ส่วนผมน่ะเหรอ หึ
"คนนั้นของกู" ผมพูดยิ้ม ๆ ใช่ครับผมเลือกน้องมนต์น่าจะชื่อมนต์ผมได้ยินเพื่อนเรียกแบบนั้นนะ คนอะไร สวยน่ารักไปซะหมด เหมือนเธอจับเอาบุคลิกของเพื่อนเธอทั้งสามมารวมไว้ที่เธอ ซึ่งมองแล้วมันไม่น่าเบื่อนะสำหรับผม จริงๆ กลุ่ม
ของเธอสวยหมดทุกคนนะครับสวยคนละเเบบกินกันไม่ลง แต่สำหรับผมต้องน้องมนต์เท่านั้น คนอะไรหน้าดูเอ็น เอ้ย! หน้าเอ็นดูครับ ยิ่งห้าว ๆ แบบนี้ ผมจะปราบพยศให้เป็นแมวเชื่อง ๆ เชียว
"น้องมนต์ของเฮีย"
เช้าวันต่อมาที่ลานเกียร์
"เกียรติ วินัย กล้าหาญ อดทน"
"เกียรติ วินัย กล้าหาญ อดทน"
เฮ้อ สิบรอบได้แล้วค่ะสำหรับประโยคนี้ แต่ผลที่ได้กลับมาคือ พี่เขาไม่ยอมบอกให้พอสักที เนื่องจาก ไม่ดัง ไม่พร้อมกัน แล้วก็ เอาใหม่ เอาใหม่ เบื่อจะตายห่าอยู่แล้ว
ตึก ตึก ตึก กึก!
"ทำไมไม่ดัง" เสียงนี้มันไม่คุ้นหูเลย อย่าบอกนะว่าพวกเฮดปีสามลงอะ!
"เพื่อนผมถามทำไมไม่ตอบ!!" อ่า เลเวลความดังเพิ่มอีกแล้ว
"ไม่ได้ยินกันเหรอครับ!!!" เพื่อน ๆ ทั้งลานเกียร์สะดุ้งกันเป็นแถบ ๆ มีแต่ฉันที่นั่งนิ่ง ๆ
"ดี ดีครับ ถามก็ไม่ตอบ สงสัยไม่ได้เอาปากมาจากบ้านกันใช่ไหมครับ" เสียงพี่คนนี้กวนตีนว่ะ อย่าให้เห็นหน้านะ
"ไม่เคารพกันเลยนะครับ" งือ เสียงละมุนอ่าาา แล้วทำไมดังจังวะ
"ในเมื่อคุณไม่ตอบพวกผม ก็ได้ครับ" รุ่นพี่คนหนึ่งพูด
"ปีสอง!!! คุณไม่สอนมารยาทน้องคุณกันเหรอครับ ทำไมเพื่อนผมถามน้องคุณถึงไม่ตอบ" ฉันสะดุ้งเฮือกกับเสียงนี้ มันนิ่ง ๆ น่ากลัวไงก็ไม่รู้อ่า
"ห่วย ห่วยทั้งพี่มันและน้องมัน"
"ปีสอง กอดคอ!!" ฉันถึงกับเงยหน้าขึ้นมามองทันที อะไรวะ
"สก็อตจัมป์หมู่ร้อยครั้ง"
ฮะ! อะไรนะ สก็อตจัมป์หมู่ ไม่ใช่ง่าย ๆ นะเว้ย แล้วพี่เขาก็ไม่ได้ทำอะไรผิด
"ฮึก ฮึก ฮึก" เสียงยัยพิ้งค์สะอื้นออกมา
"ใคร ผมถามว่าเสียงใคร!!" ยัยพิ้งค์ถึงกับสะดุ้ง
"ที่นี่ไม่มีที่ยืนสำหรับคนอ่อนแอนะครับ" เสียงพี่ที่พูดแล้วฟังดูอบอุ่น
“...” เงียบไม่มีใครพูด
"มองทำไมครับ ผมรู้ว่าผมหล่อ" เสียงนิ่งจากพี่อีกคนที่ยัยหวานมองด้วยสายตาแบบกวนส้นตีนใส่
"แล้วคุณยิ้มทำไมครับ มีความสุขงั้นเหรอ" พี่อีกคนหันมาถามยัยทิพย์ที่มองยัยหวานยิ้ม ๆ ก่อนจะชักสีหน้าหยิ่ง ๆ ของมันใส่พี่เขาไป
"ใครสั่งใครสอนให้ชักสีหน้าใส่รุ่นพี่คุณครับ ปีสองพวกคุณสอนน้องคุณยังไง ทำไมมารยาท โคตรห่วย"
พี่คนนี้นี่ชักจะมากเกินไปแล้วนะ รุ่นพี่ปีสองบางคนน้ำตาไหลแล้วอะ ขนาดพี่ว้ากปีสองยังยืนตัวสั่นเลย
"เพิ่มอีก หนึ่งร้อย ครั้ง"
พรึบ!
ทันทีที่พี่มันพูดโทษของพี่ปีสองฉันก็หมดความอดทนลุกขึ้นยืนทันที และมองพี่มันนิ่ง ๆ กลัวนะ ฉันไม่เคยกลัวใครเลย แต่สายตาคนตรงหน้า กลับทำให้ฉันรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ แฮะ แต่ไม่ทันละ ฉันยืนจ้องหน้าเรียบร้อยแล้ว
"ใครสั่งให้คุณยืน" พี่มันถามฉัน
"ไม่มีค่ะ ฉันยืนเอง" พอฉันพูดจบพี่มันก็ยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะเดินเข้ามาหาฉัน
"ทำไม เรียกร้องความสนใจ" พี่มันกวน รวมถึงทั้งลานเกียร์เงียบยิ่งกว่าป่าช้าซะอีก
"คนอย่างฉันไม่จำเป็นต้องเรียกร้องความสนใจจากใคร" ฉันพูดจบเสียงฮือฮาในลานเกียร์ก็ดังขึ้น
"หึ ถ้างั้นคุณยืนทำไม"
"มันจะไม่มากไปหน่อยเหรอคะ ที่รุ่นพี่...”
"ผมไม่ใช่พี่คุณ และคุณก็ไม่ใช่น้องผม" พี่มันมองฉันนิ่ง ๆ
"ค่ะ มันจะไม่มากไปหน่อยเหรอ ที่คุณสั่งพี่ของฉันให้ถูกลงโทษตั้งสองร้อยครั้ง ซึ่งมันไม่ยุติธรรมเลยสักนิด ดูก็รู้พวกพี่เขาไม่ได้ผิดอะไรสักหน่อย ซ้ำยังทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างดีเยี่ยม แต่นาย!! กลับสั่งลงโทษพี่ของฉัน อย่างนี้เขาเรียกอะไรน้า... อ้อ บ้าอำนาจ"
ทันทีที่ฉันพูดจบนายนั่นก็ขบกรามแน่น พร้อมมองตาฉันเขม็ง ฉันมองไปที่รุ่นพี่ปีสองก็พบว่า พวกเขาส่ายหน้าและบอกให้ฉันนั่งลง ฉันยิ้มให้รุ่นพี่บาง ๆ ก่อนจะมองคนตรงหน้าที่ยืนนิ่งอีกครั้ง
"หึ คุณว่าผมบ้าอำนาจใช่ไหม ได้ งั้นวันนี้คุณออกจากห้องเชียร์ ไปสิ!!"
ฉันขบกรามนิ่ง
"ฉันไม่ออก"
"ถ้าคุณไม่ทำตามที่ผมสั่ง เพื่อนและพี่คุณจะถูกลงโทษ" มันกระตุกยิ้มใส่ฉัน ฉันมองมันด้วยความโกรธ ก่อนจะกลับหลังเดิน แต่ไม่ทันที่จะได้ก้าวไปไหน เสียงพี่มันก็ตามมา
"ตามล่าชื่อเฮดว้ากของผมให้ได้ ว่าผมชื่ออะไร แต่คุณต้องไปตามกับผมนะ ให้ผมเอ่ยปากบอกคุณให้ได้ว่าผมชื่ออะไร ไม่งั้นผมจะไม่ให้รุ่นคุณ" พี่มันพูดจบก็ยิ้มเหนือกว่า ฉันตัดสินใจกลับหลังหันอีกครั้ง ก่อนจะเดินออกไปฉันก็คิดได้และหันหลังไปหาพี่มันช้า ๆ พร้อมคำพูดที่ไม่มีเสียงว่า
"fuck you" และนิ้วกลางอีกหนึ่งนิ้ว ก่อนจะยิ้มสวย ๆ แล้วรีบเดินออกห้องเชียร์ทันที ขืนอยู่ต่อระเบิดลงแน่ เรื่องอะไรจะทำให้ตัวเองเดือดร้อนล่ะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า สะใจ
กรอด
เสียงกัดฟันของผมเองครับ เพราะอะไรน่ะเหรอ เพราะยัยตัวแสบน้ำมนต์ไง กล้ายืนเถียงผมยังไม่พอ ก่อนออกจากลานเกียร์น้องมันยังหันกลับมาด่าผมและชูนิ้วกลางให้ พร้อมกับยิ้มสวย ๆ ก่อนจะค่อย ๆ หันหลังเดินกลับไป เจ็บใจชะมัด และทั้งลานเกียร์ก็เงียบอย่างกับป่าช้า ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าทำไม
"ห้ามใครพูดหรือยุ่งเกี่ยวกับเพื่อนคุณเมื่อกี้เป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์ ใครไม่ทำตามที่ผมสั่ง รับรองว่าคุณคิดไม่ถึงกับสิ่งที่จะตามมาแน่นอน เพราะฉะนั้นอย่าทำตัวมีปัญหา" ผมพูดจบน้องก็ได้แต่ก้มหน้า
"เอาละวันนี้ผมแค่มาดู แต่ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป พวกผมจะเข้ามาจับตาดูพวกคุณทุกวัน ทราบไม่ทราบ"
"สะ ทราบค่ะ" น้องมันตอบผมเสียงสั่นก่อนผมจะค่อย ๆ เดินออกมา แต่พอเดินออกมา ผมก็เห็นยัยตัวแสบนั่งอยู่ใต้ต้นไม้บนโต๊ะหินอ่อนอย่างสบายใจ นึกแล้วแค้น ผมเดินไปใกล้ ๆ ที่เธอนั่ง เพื่ออยากรู้ว่าเธอทำอะไร แน่นอนเธอไม่เห็นผมเพราะเธอนั่งหันหลังไงล่ะ
"ไอ้บ้าเอ้ย ไอ้ผู้ชายใจทราม อยากจะฆ่าให้ตาย เบื่อโว้ยยยย อย่าให้แม่ได้เจอนอกรอบนะ แม่ง"
"ทำไม เจอนอกรอบแล้วจะทำไม" ทันทีที่คนตัวเล็กพูดจบ ผมก็จัดการถามด้วยเสียงนิ่ง ๆ ทันที หึ จะดูสิ เธอจะทำยังไง เธอหันมามองหน้าผมอย่างอึ้ง ๆ ก่อนจะนิ่งไป แล้วมองผมกลับอย่างไม่กลัว
"คุณจะทำไงเหรอ ถ้าเจอผมนอกรอบ" ผมยังคงถามต่อไปเรื่อย ๆ ในขณะที่เธอยืนนิ่ง ๆ
"ทำยังไงมันก็เรื่องของฉัน ไม่เกี่ยวกับนาย"
"ไอ้มนต์" ผมยังไม่ทันตอบเสียงเพื่อนเธอก็ดังขึ้นซะก่อน
"เป็นอะไรหรือเปล่าแก"
"นั่นสิ มีเรื่องอะไรเหรอ" เพื่อนเธอทั้งสามถามด้วยความเป็นห่วง
"ถ้าจำไม่ผิด ผมเตือนพวกคุณแล้วใช่หรือไม่ ว่าห้ามคุยห้ามยุ่งกับเพื่อนคุณเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์"
"เฮ้ย มันจะไม่มากไปหน่อยเหรอวะ มีสิทธิ์อะไรมาสั่งให้เพื่อนไม่คุยกับฉัน"
"สิทธิ์ในการควบคุมดูแลพฤติกรรมของเธอยังไงล่ะ" ผมตอบเธอไปนิ่ง ๆ เธอมองผมอย่างโกรธ
"ถ้าไม่อยากให้คนอื่นเดือดร้อน เธอก็ห้ามยุ่งกับใคร"
"หึ ได้ ฉันยอมจะไม่คุยกับเพื่อนก็ได้ แต่เฉพาะเวลาที่อยู่ในลานเกียร์เท่านั้น หลังจากออกนอกลานเกียร์คำสั่งของนายถือว่ายุติ เพราะนายมีหน้าที่ดูแลพวกฉันเวลาเข้าเชียร์ แต่ถ้าออกจากห้องเชียร์เมื่อไหร่ฉันกับเพื่อนจะคุยกันเหมือนเดิม นายไม่มีสิทธ์มาบงการให้ฉันกับเพื่อนทำตามอย่างที่นายต้องการได้ เพราะนายไม่ใช่พ่อฉัน!!!".
"มนต์/ยัยมนต์/ไอ้มนต์" พูดจบเธอก็เดินออกไปทันที ผมมองเธอเดินจากไปเงียบ
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไงวะ ราชาแห่งวิศวะ ผู้ที่มีแต่คนเคารพยำเกรง มาวันนี้มีหนึ่งคนที่ไม่กลัว ท่านราชาจะทำเยี่ยงไรน้า" ไอ้เหนือ
"นั่นสิ แถมยังเป็นผู้หญิงซะด้วย" ไอ้วิน
"หึหึ ทำยังไงดีวะไอ้ราชา" ไอ้ดิน
"หึ เดี๋ยวก็รู้" ผมยกยิ้มร้าย
"เชรด กูเกลียดรอยยิ้มมัน" ไอ้เหนือพูด หลังจากนั้นพวกผมก็ไปที่นัดหมาย เพราะมีเรื่องต้องประชุม จริง ๆ ผมต้องไปประชุมแต่ผมมาลงว้ากผมเลยส่งตัวแทนไปเรียบร้อย และตอนนี้มันก็ประชุมเสร็จแล้ว และไลน์นัดปีสามทุกคนเข้าประชุม ที่เรียกเฉพาะปีสามเพราะปีสี่ฝึกงาน ปีสองเก็บของห้องเชียร์อยู่ จึงต้องประชุมเฉพาะปีสามไปก่อนยังไงล่ะครับ
"มึง มึงว่าส่งยัยกะเทยริชชี่ไปจะได้เรื่องเปล่าวะ" ไอ้เหนือ
"มึงก็ อย่าได้ดูถูกมันไป" ไอ้วิน
"เอ้า กูพูดจริงนี่ กูว่ามันต้องมองแต่ผู้ชายจนลืมงานแน่เลยอิริชชี่เนี่ย" ไอ้เหนือพูด
"ไอ้เหนือ นั่นริชชี่ ไม่ใช่มึง" ไอ้ดินพูด ทันทีที่ไอ้ดินพูดจบพวกผมก็หัวเราะกันอย่างพร้อมเพรียง โดยมีไอ้เหนือมองอยู่ด้วยท่าทางขวาง ๆ
"ปะ รีบไปกันเถอะ ท้องกูแข็ง" ไอ้วินพูด
"เออ พวกมึงจำเอาไว้ อย่าให้ถึงทีกูบ้างละกัน" ทันทีที่ไอ้เหนือพูดจบ พวกผมก็มุ่งหน้าไปห้องประชุมทันที
"เอ้า มากันพอดีเลย กินอะไรก่อนไหม" ริชชี่ถามพวกผม
"ไม่ล่ะ" ผมตอบก่อนจะส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ไปให้ไอ้เหนือมัน ไอ้เหนือมันมองผมด้วยความไม่ไว้ใจ ก่อนตามันจะเบิกโพลง
"นี่ริชชี่ ฉันมีอะไรจะบอก ไอ้เหนือ..”
"เฮ้ย อย่านะเว้ย" ผมยังพูดไม่จบ ไอ้เหนือก็ตะโกนแทรกเข้ามาทันที ทำไมอะเหรอ มันกลัวยัยริชชี่ไงล่ะ คณะผมยกยัยริชชี่เป็นตัวแม่ของการเอาคืนหรือแก้เผ็ดเลยล่ะ แต่ละอย่างที่เอาคืนนะ แสบถึงทรวง
"อะไรเหรอไอ้ราชา มีอะไรจะบอกฉันยะ ไอ้เหนือมันทำไม" ยัยริชชี่พูด
"ไอ้เหนือมันว่าเธอสนใจแต่ผู้ชาย" ไอ้วิน
"ใช่ ส่งไปประชุมแทนที่จะได้สาระแต่จะได้ผู้ชายมาแทน" ไอ้ดินพูด ไอ้เหนือตาโต
"ไอ้เหนือ นี่แกว่าฉันงั้นเหรอ คอยดูเถอะแม่จะเอาคืนให้สาสมเลย" ยัยริชชี่พูด
"โธ่ ริชชี่จ๋า ริชชี่คนสวย เค้าแค่ล้อเล่นเอง อย่าโกรธเลยนะ"
ไอ้เหนือมันรีบมาง้อยัยริชชี่ทันที ก่อนจะส่งสายตาคาดโทษมาให้พวกผม ซึ่งพวกผมก็หัวเราะอย่างสนุก จริง ๆ แล้วพวกผมก็เป็นอย่างนี้แหละครับ แกล้งกันไปมา เวลาอยู่กับเพื่อนพวกผมก็จะลดอีโก้ของตัวเองลงเล็กน้อย เพื่อให้เพื่อนมันไม่เกร็งเท่านั้นเองครับ
ณ ห้องประชุม
"เป็นอย่างไงบ้างริชชี่ การประชุมวันนี้มีเรื่องอะไรที่สำคัญบ้างไหม" ผมเปิดประเด็นทันที
"เฮ้อ งานยากเลยล่ะทุกคน" ยัยริชชี่ตอบพร้อมกับทำหน้าแห้ง ๆ
"ยากยังไงวะ" เพื่อนในห้องถามขึ้น
"นั่นสิ" เพื่อนอีกคนเริ่มถามกลับบ้างที่ยัยริชชี่ไม่ยอมตอบสักที
"คืองี้ ไอ้ที่ว่ายากอะ พวกแกรู้กันใช่ปะ ว่าคณะวิศวะของเราชนะการเป็นเดือนและดาวมหา’ลัยทุกปี" ริชชี่พูด
"ก็ใช่ไงครับ แล้วมันยากยังไงล่ะ" ไอ้เหนือถาม
"เพราะว่าเราชนะทุกปีไง ปีนี้ถึงได้มีกฎเกณฑ์บ้า ๆ นี่ขึ้นมา และทุกคณะต้องทำตามด้วย หากคณะไหนไม่ทำตามก็จะปรับแพ้ทันที" ยัยริชชี่หยุดพักหายใจก่อนที่จะพูดต่อ
"ไอ้กฎที่ว่าคือ ปีนี้ให้ทุกคณะคัดเลือกเดือนกับดาวอย่างรวดเร็วที่สุดโดยห้ามให้คนนอกรู้ ที่สำคัญยังต้องหาคนที่เป็นตัวแทนลงแข่งในรายการเพิ่มใหม่อีกสามรายการและพวกแกก็รู้ใช่ไหมว่าปีนี้คณะเรารับน้องกับบริหารเป็นปีแรก ทางกรรมการการประชุมจึงเห็นสมควรให้เราคัดเด็กทั้งสองคณะส่งเป็นตัวแทนมาประกวดแค่ 5 คนเท่านั้น แต่ให้คัดเดือนดาวของคณะปกติ เพียงแต่ตอนส่งมาประกวดเราต้องจับมือกับบริหารส่งเด็กมาแข่ง"
"ฮะ อะไรนะ"
"นั่นสิ เป็นไปได้ยังไง" เสียงเพื่อน ๆ ในรุ่นต่างออกความคิดเห็นอย่างไม่พอใจ ก่อนจะหยุดพูดเพราะผมส่งสายตาให้เงียบและฟังต่อ
"แข่งอะไร" ผมถาม
"คือนักร้องหนึ่งคน เซ็กซี่หนึ่งคน และ เต้นบวกแรปอีกหนึ่งคน แต่ที่ว่ายากน่ะ มันไม่ใช่เราเพิ่มน้องลงรายการแข่ง แต่มันอยู่ที่ทุกอย่างต้องเป็นความลับ รู้แค่ในคณะเท่านั้น นอกจากนี้ยังต้องทำคลิปเปิดตัวจะเป็นคลิปเสียงหรือจะทำออกมายังไงก็ได้ แต่โจทย์ในการทำคลิปคือร้องเพลง และต้องใช้เพลงนั้นเปิดตัวในวันประกวด คณะละสองเพลง แบบนี้มันไม่เข้าทางนิเทศกับดนตรีเหรอวะ ใครแม่งก็รู้ว่าทั้งสองคณะต้องทำเพลงเองแน่นอนอะ จะไม่ให้กูเครียดได้ยังไง" ทันทีที่ริชชี่พูดจบก็ไม่มีใครพูดอะไรอีกเลย ในห้องมีแต่ความเงียบ
"ทำไมเป็นงี้วะ"
"คราวนี้แหละ คณะนิเทศดนตรีได้ข่มคณะเราแน่ เพราะปีนี้ดนตรีกับนิเทศรับน้องร่วมกัน"
"เออ ตั้งกฎบ้าบออะไร งั้นก็เท่ากับว่าเราสามารถแต่งหรือเอาเพลงคนอื่นมาร้องก็ได้สองเพลง แต่อย่าให้ต่างคณะรู้อย่างงั้นเหรอ"
"ประสาท"
"บ้าบอฉิบเป๋ง"
"เอาละ เงียบ ๆ ก่อน เรียกปีสองมาคุยสิ" ผมพูด ไม่เกินครึ่งชั่วโมงประธานปีสองก็เข้ามา พร้อมกับกะเทยสุดซี้ของริชชี่ก็เข้ามาด้วย จากนั้นริชชี่ก็เล่าเรื่องนี้ให้ฟัง พวกน้องมันดูตกใจนะ
"โคตรเหนือความคาดหมายเลยครับ" ไอ้ก้องพูด
"นั่นสิ" อีกสองคนก็ประสานเสียงขึ้นพร้อมกัน
"เฮ้อ เครียด"
"เอาละ วันนี้ฉันไม่ได้ไปเข้าเชียร์ลงว้าก เลยไม่รู้ว่าใครหน้าตาเป็นยังไงบ้าง น้องก้อง อีตุ๊ดฝึกหัดลองพูดมาสิใครบ้าง" ยัยริชชี่พูด
"หน้าตาดีน่ารักทั้งผู้ชายผู้หญิงก็มีเยอะครับ" ไอ้ก้อง
"แต่ที่เด่นสะดุดตาสุดก็แก๊งนางฟ้า" น้องมันพูดเห็นว่าชื่อรันนี่มั้ง
"ใช่ค่ะคุณแม่ แก๊งนี้มีครบ หวาน น่ารัก เซ็กซี่ ห้าว เราเอามาสแกนกันดีไหมคะ"
"ไม่ได้!!!"
ผม/ไอ้เหนือ/ไอ้วิน/ไอ้ดิน ทันทีที่เห็นว่าน้องชื่อปูเป้อะไรนั่นพูดจบ ผมสี่คนก็ตะโกนขึ้นมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ทำให้ทั้งห้องมองพวกผมอย่างตกใจก่อนที่ยัยริชชี่จะกระตุกยิ้มมุมปากมาให้ผม มันย่อมรู้ว่าพวกผมคิดอะไร แหงสิอยู่ด้วยกันมาสามปี และมันก็คือเพื่อนคนเดียวที่พวกผมให้ความสนิทด้วยมากที่สุด
"งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันจะเข้าห้องเชียร์ลานเกียร์ดีกว่า อ้อ อย่าลืมบอกพวกน้อง ๆ คัดเลือกกันเองไว้ก่อนด้วยล่ะ ปะ เลิกประชุมเถอะ หิว" ทันทีที่ริชชี่พูดจบคนอื่น ๆ ก็ทยอยออกไปจากห้องจนหมด
"แหม อะไรกันจะหนุ่ม ๆ มองริชชี่น่ากลัวเชียว" พวกผมสี่คนมองริชชี่ตาเขียว ถึงผมจะมองมันนิ่ง ๆ แต่ก็แฝงไปด้วยความไม่พอใจ แต่มันไม่กลัวพวกผมเลยสักนิด
"ไอ้ริท" ผมพูดนิ่ง ๆ
“ไม่เอาไม่โกรธสิคะ”
"อีริท กูไม่ยอม มึงจะมาเอาว่าที่คนของกูขึ้นเวทีไม่ได้" ไอ้เหนือพูดไอ้นี่มันออกตัวแรงว่ะ แต่ก็ดี ผมจะได้ไม่ต้องพูด
"เสียใจยะ คณะสำคัญที่สุด" ยัยริชชี่มันตอบกวน ผมก็ได้แต่ฟังนิ่งทั้งที่ในใจกระวนกระวายจะตายห่าอยู่ละ
"โอเค ถ้าไม่มีอะไรก็กลับแล้วนะ มายเฟรนด์ บาย" มันพูดพร้อมขยิบตาส่งให้พวกผม
จะเอายัยปากดีมาเป็นตัวแทน จะไหวเหรอวะ ท่าทางก็ออกจะห้าว ๆ คำพูดหรือก็ไม่เข้าหู ดูท่าน้องมันคงไม่ค่อยชอบคนเยอะนะถ้าให้ผมเดา เพราะฉะนั้นผมหายห่วงครับ เพราะถึงยังไงผมก็เชื่อว่าน้องมันไม่มีวันยอม แน่นอน
ติ๊ง…
ติ๊ง…
โอ๊ย ไลน์รัวขนาดนี้ใครตายวะแม่ง และนี่มันเพิ่งจะหกโมง โอ๊ย หกโมงเช้า ให้ตายเหอะ ใครมันไลน์มาวะ คนยิ่งนอนดึก ๆ อยู่ ไม่ต้องสงสัยกันนะคะ ว่าทำไมฉันนอนดึก ก็เมื่อคืนนี้น่ะสิคะ แม่หญิงการะเกดกับคุณพี่หมื่นสุนทรทำข้าติดหนัก นอนดูตั้งแต่ตอนแรกถึงตอนที่สี่รวดเดียว เป็นไงล่ะ กว่าจะได้นอน เที่ยงคืน แล้วนี่ก็ไลน์มาจัง อารมณ์เสีย
rrrrrrrrrrr นั่นไงไลน์กันมาไม่พอ โทรมาอีก
"โหล มีอะไรนักหนาวะฮะ!"
"โอ๊ย อีมนต์นี่แกยังไม่ตื่นใช่ไหมฮะ!" เสียงนี่มัน ยัยทิพย์หนิ
"เออ มีไรวะ คนยิ่งง่วง ๆ อยู่" ฉันพูดออกไปอย่างไม่ค่อยพอใจ
"เอ้า นี่แกยังไม่อ่านไลน์ใช่ปะ"
"เออ มีอะไรก็ว่ามา ลีลา"
"โอ๊ย แกนี่ คืองี้เพื่อน ประธานรุ่นเรานัดรวมเจ็ดโมงตรง เนื่องจากมีเรื่องแจ้งจากรุ่นพี่ แล้วเราปีหนึ่งก็ต้องสรุปให้พี่เขาให้ได้ภายในวันนี้ ส่วนเรื่องอะไรนั้น เดี๋ยวไอ้แดนมันบอกที่มอ แค่นี้นะ บาย"
"ยัย ฮึ่ม" ทันทีที่มันพูดจบมันก็ตัดสายทันที ส่วนไอ้แดนคือประธานรุ่นฉันเอง หมอนี่จัดได้ว่าหล่อนะ แต่ไม่ใช่สเปกฉันเท่าไหร่ อย่างฉันต้องคุณพี่หมื่น นิ่ง ๆ โอ๊ย ละมุน เหลือบมองดูนาฬิกา หกโมงครึ่ง ฉันจึงลุกอาบน้ำแต่งตัวทันที