[ประเทศฝรั่งเศส ณ กรุงปารีส]
@สนามบินฝรั่งเศสชาร์ลส์เดอโกล
"ว้าวววววว ขนาดแค่สนามบินที่นี่ยังสวยขนาดนี้เลย ต้องขอบคุณความฉลาดของฉันที่สอบชิงทุนมาได้" เอิงเอยยังคงตื่นตาตื่นใจกับสถานที่พำนักใหม่ของเธอกลางกรุงปารีส เมืองที่โรแมนติกที่สุดสำหรับเธอ
"แล้วฉันต้องไปทางไหนต่อละเนี่ย มีแต่จดหมายส่งตัว กับแผนที่หนึ่งฉบับ หญิงสาวในโลกอันกว้างใหญ่อย่างฉันจะต้องทำยังไง โอ้ยยย แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้วอ่ะ"
เอิงเอยเดินตรงไปยังประชาสัมพันธ์เพื่อถามหาทางออก ซึ่งสายตาของเธอก็บังเอิญไปเห็นป้ายโฆษณาน้ำหอมแบรนด์ดังที่มีดาราฮอลลีวูดอย่างกาวินมาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์
"คุณเอิงเอยคะ เดี๋ยวคุณเดินตรงไปทางซ้ายเลี้ยวขวา ตรงไปอีก แล้วเลี้ยวซ้าย ..." พนักงานประชาสัมพันธ์เอ่ยแจ้งรายละเอียดให้ทราบ
"เออ ต้องไปยังไงนะคะ เดินตรงไปทางซ้ายเลี้ยวขวา ตรงไปอีก แล้วเลี้ยวซ้าย เออ เขียนให้เอยแทนได้ไหมคะ เอยจำไม่ได้" ถึงจะฉลาดแค่ไหนฉันก็ต้องรอบคอบไว้ก่อนแหละ ถ้าหลงขึ้นมานี่แย่เลยนะ ฉลาดเป็นกรดจริงๆ ฉันเนี่ย
เอิงเอยเดินไปตามทางที่พนักงานประชาสัมพันธ์เขียนรายละเอียดไว้ให้ "ในสนามบินนี่ป้ายบอกทางมันไปไหนหมด เอารูปดารามาติดอยู่ได้ หน้ารำคาญจริง" เอิงเอยพึมพำอย่างหัวเสียเมื่อมองหาป้ายบอกทางไม่พบ
พลั่ก!!!!!
"โอ้ยยย!!!" หญิงสาวล้มลงก้นจั้มเบ้ากับพื้นสนามบินอย่างแรงเมื่อชนกับใครคนหนึ่ง ผู้ชายที่หน้าเหมือนกันกับในโปสเตอร์ข้างหน้าเธอ แต่สิ่งที่เธอไม่คาดคิดคือเขาเมินเฉยต่อเธอ แม้แต่ปรายตามองหรือขอโทษสักคำก็ไม่มี
"หยิ่งชะมัด คิดว่าเป็นเป็นดาราแล้วจะทำนิสัยแบบนี้ได้หรอ" เอิงเอยเอ่ยพูดขึ้นเมื่อถูกซุปเปอร์สตาร์เดินชนเข้าอย่างจังโดยไม่ทันระวังตัว
"เดี๋ยวคุณ ขอโทษฉันก่อน" หญิงสาววิ่งฝ่าฝูงการ์ดสี่นายกระชากแขนชายหนุ่มเพื่อให้เขาเอ่ยคำขอโทษ
" ... " สายตาเย็นชาถ่ายทอดมายังหญิงสาวตรงหน้า กาวินสบัดมือเล็กที่จับแขนเขาอยู่ให้ปล่อยออก ก่อนเดินออกไปโดยไร้คำขอโทษ
"ไอ้บ้าเอ้ย อย่าได้พบเจอกันอีกเลย" เอิงเอยแสดงอาการหัวเสียออกมาอย่างยากจะควบคุม
"คุณกาวินครับ" หนึ่งในการ์ดเอ่ยขึ้น เมื่อหันไปเห็นท่าทางของหญิงสาวที่เพิ่งวิ่งมาจับแขนกาวินเมื่อครู่ เป็นการถามทางอ้อมว่าปล่อยไว้แบบนี้จะดีหรือเธออาจจะทำให้ชื่อเสียงของเขาเสียหายก็เป็นได้เพราะเธอกำลังโหวกเหวกโวยวายชายหนุ่มอยู่
"ก็แค่คนบ้าดารา ฉันต้องสนใจด้วยหรอ" กาวินคิดว่าหญิงสาวคงเป็นเหมือนพวกแฟนคลับทั่วไปที่บ้า และคลั่งดาราเท่านั้น เขาไม่เคยสนใจเรื่องชื่อเสียงของตัวเองเลยด้วยซ้ำ
"สันดารเสียขนาดนี้ มาเป็นดาราได้ไงวะ หงุดหงิดโว้ย" เอิงเอยยังคงโวยวายลั่นเมื่อไม่ได้รับคำขอโทษ ในขณะที่ซุปเปอร์สตาร์หนุ่มหยุดเดินแล้วหันกลับมา
"ชื่ออะไร"
"ฉันต้องการคำขอโทษ ขอโทษฉันซะ ทุกอย่างก็จะจบ"
"ถ้าไม่บอกชื่อ ก็ไม่มีคำขอโทษ" ไอ้บ้านี่คิดว่าเป็นดาราแล้วจะทำไงก็ได้หรอวะ
"อะ เอิงเอย"
"..."
"ฉัน-ชื่อ-เอิงเอย"
"อืม อย่าให้ฉันเจอเธออีกเป็นครั้งที่สองละกันนะ บาย เอิงเอย"
"ฉันก็ไม่ได้อยากเจอนายนักหรอกไอ้ดาราเฮงซวย!!!" เอิงเอยตะโกนด่าดังลั่นสนามบินเมื่อกาวินค่อยๆ เดินหายไปจนลับตา
"วันนี้มันวันอะไรของนังเอยเนี่ย โวย!!!!" เธอสบถออกมาอย่างหัวเสียต่างกลับกลุ่มแฟนคลับของกาวินที่ยืนจับกลุ่มกันอยู่ข้างหน้า ชูป้ายไฟ ชื่อกาวินจนทั่วสนามบิน
"นิสัยอย่างนั้นมาเป็นดาราได้ไงวะ แต่ช่างเหอะ ขอให้ชาตินี้อย่าได้พบเจอกันอีกเลย เพี้ยงง!!!" เอิงเอยยกมือขึ้นประนมขอพรจากฟ้า อย่าให้เธอได้พบเจอผู้ชวยเฮงซวยอีกเลย
@คอนโดหรูใจกลางเมือง
"โอ้โห ไม่คิดว่าแดดดี้กับคุณมี๊จะซื้อคอนโดหรูขนาดนี้ให้เลยนะเนี่ย อิอิ ส่งข้อความไปขอบคุณสักหน่อยดีกว่า"
หญิงสาวยื่นสมาร์ทโฟนเครื่องหรูยกขึ้นถ่ายรูปตัวเองให้เห็นแบล็คกราวเป็นคอนโดที่อยู่ข้างหลัง ส่งให้กับแดดดี้ และคุณมี๊ ดูทางแอพพลิเคชั่นแชทออนไลน์ ก่อนจะใช้รูปเดียวกันโพสลงอินสตาแกรมส่วนตัวโดยมีคำบรรยายใต้ภาพ
'แดดดี้สายเปย์'
เพียงเวลาแค่ไม่นานแดดดี้ของเธอก็เข้ามาคอมเมนต์ตอบกลับโพส
'รออีกสิบนาทีเดี๋ยวมีเซอร์ไพรให้ด้วย'
หญิงสาวเลื่อนอ่านคอมเมนต์ของผู้ให้กำเนิดอย่างตื่นเต้นเมื่อเห็นว่าแดดดี้ของเธอจะมีเซอร์ไพรให้ด้วย และมันต้องเป็นอย่างนั้นแน่ เพราะแดดดี้ไม่เคยผิดคำพูดเลยสักครั้ง
[สิบนาทีต่อมา]
บรื้น! บรื้น! บรื้น! บรื้น!
รถยนต์คันหรูขนาดน่ารักกระทัดรัดสีสวยที่มีมูลค่ากว่าสามล้านบาทถูกขับมาจอดตรงหน้าหญิงสาว
หน้าคอนโดสุดหรูใจกลางเมืองมันเป็นรถที่เธออยากได้ และอ้อนแดดดี้ของเธอมานาน เมื่อรถ The new MINI Cooper S Convertible Sidewalk จอดอยู่ตรงหน้าพร้อมกับเสียงสมาร์ทโฟนเครื่องหรูดังขึ้น
ครืด! ครืด! ครืด! ครืด!
“ค่ะ แดดดี้”
(หนูชอบของขวัญที่แด๊ดให้หรือเปล่า)
“ของขวัญอันไหนคะ ถ้าเป็นคอนโดน้องเอยโอเคมากๆ ค่ะแดดดี้”
(แล้วอีกชิ้นหนึ่งไม่ชอบเหรอ ?)
“ใช่ คุณเอิงเอยหรือเปล่าครับ ผมเอารถมาส่ง”
“ใช่ค่ะ ฉันชื่อเอิงเอย เออ...รถ?”
“ครับ The new MINI Cooper S Convertible Sidewalk เป็นของคุณอย่างเป็นทางการแล้วครับ คุณบาสเตียนคุณพ่อของคุณท่านให้ผมขับมาส่งรถให้คุณวันนี้”
“ขะ...ขอบคุณค่ะ” พนักงานส่งรถยื่นกุญแจรถคันที่เธอไฝ่ฝันมาให้ มือเรียวเล็กสั่นเทายื่นออกไปเพื่อรับกุญแจ ด้วยความดีใจอย่างมาก
“แดดดี้ให้น้องเอยใช่ไหมคะ ขอบคุณนะคะ”
“แด๊ดรักหนูนะลูก หนูต้องโทรกลับมาหาแด๊ดทุกวัน ถ้าไม่ว่างก็ขออาทิตย์ละห้าวันก็ได้ คุณมี๊จะได้ไม่ต้องห่วงนะลูก”
“รับแซ่บค้าบบบ ฝากบอกคุณมี๊เค้กด้วยนะคะ น้องเอยคิดถึง” ใช่ค่ะ ทุกคนไม่ต้องสงสัยเอยเป็นลูกของแดดดี้บาสเตียนกับคุณมี๊เค้กเอง แดดดี้ของเอยทำธุรกิจหลายอย่างเอาง่ายๆ เลยก็คือเอยแทบไม่ต้องทำงานอะไรเลยก็มีกินมีใช้ไปหลายชาติเลยละ
แต่แดดดี้กับคุณมี๊สอนเอยเสมอนะว่า เงินที่มีก็หมดลงได้ถ้าไม่รู้จักเก็บรู้จักใช้ เอยเลยขอแดดดี้มาเรียนต่อต่างประเทศเพื่อหาประสบการณ์แต่ใช่ว่าแดดดี้กับคุณมี๊จะยอมนะ ท่านให้เอยสอบชิงทุนมา และด้วยความหัวกะทิของเอิงเอยก็สอบชิงทุนมาได้ไม่ยากเลยละ
ขณะที่เอิงเอยกำลังชื่นชมรถหรูของตัวเองอยู่นั้นเธอกลับเห็นบางคนถูกกระชากกระเป๋ากลางสี่แยกไฟแดงหน้าคอนโดหรูของเธอ
เอาไงดีวะ แต่เราเป็นคนไทยนะ ก็ต้องช่วยแหละ “หยุดนะ!!” เอิงเอยตะโกนออกไปก่อนที่เธอจะถอดรองเท้าผ้าใบสีขาวเด่นขว้างไปยังเป้าหมายอย่างตรงเป้า
“โอ้ยยย!!”
แน่นอนละโดนไปตรงๆ ขนาดนั้นจะไม่ร้องได้ยังไง ริเป็นโจรต่อหน้าเอิงเอยได้หรอ หึ หญิงสาวรีบวิ่งไปพลางตะโกนลั่นไปพลาง “ช่วยด้วย!! โจรกระชากกระเป๋า ช่วยด้วย!!”
เมื่อเอิงเอยเดินเข้ามาถึงตัวโจร ก็มีตำรวจอีกสองนายวิ่งกรูเข้ามาจับแขนของโจรหนุ่มอายุน่าจะราวๆ สามสิบห้าปีได้มั้ง รวบไขว้กันไว้ข้างหลัง ก่อนเตะขาโจรคนนั้นให้นั่งลงในท่าคุกเข่า หนึ่งในตำรวจหันมาขอบคุณเธอเป็นการใหญ่
เมื่อเสร็จเรื่องเอิงเอยหันหลังกลับไปมองหญิงสาวหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มที่ตอนนี้ใบหน้าของเธอกำลังเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา “อ่ะนี่ กระเป๋าเธอ”
หญิงสาวยื่นมือเข้ามารับกระเป๋าด้วยมือเล็กอันสั่นเทาก่อนที่จะปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายใครกลางสี่แยก
เวรละ “นะ ... นี่เธอ ร้องไห้ทำไม”
“ฮึ่ก ... ฮื้ออออ~”
“หยุดร้องก่อนได้ไหม คนอื่นเขาคิดว่าฉันทำเธอร้องไห้แล้วนะ”
“ฮึ่ก ... ฮื้ออออ~” หญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มพยักหน้าเป็นการรับปากว่าจะไม่ร้องไห้อีกแล้วแต่ก็ยังปล่อยสายธารน้ำตาออกมาจนล้น
“เอางี๊ไหม ถ้าเธอหยุดร้องไห้ ฉันจะพาเธอไปเลี้ยงไอติมเป็นการปลอบใจ ดีไหม” ถ้ายัยนี้ไม่หยุดร้องสักทีจากวีรสตรีต้องได้กลายเป็น นางมารร้ายแน่ๆ
“ขะ ... ขอบใจนะ ... ฮึ่ก ... ทะ ... เธอชื่ออะไร” หญิงสาวโชคร้ายเอ่ยถามเมื่อตั้งสติได้บ้างแล้ว เธอใช้สองมือเล็กปาดน้ำตาออกจากพวกแก้มใสลวกๆ ก่อนจ้องมองหญิงสาวที่ช่วยเธอไว้จากเหตุการอันตรายเมื่อสักครู่
“ฉันชื่อเอิงเอย เธอละ”
“ฉะ ... ฉันชื่อกระเพรา”
“โห้ยยย ได้ยินชื่อเธอแล้วฉันหิวเลยนะเนี่ย ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
“ปะเดี๋ยวฉันพาไปเลี้ยงติมนะกระเพรา”
“อือ ... ไปซิ เธอเรียกฉันว่าเพราเฉยๆ ก็ได้นะ ฉันขอเรียกเธอว่าเอยเฉยๆ ได้ไหม”
“ได้ซิเพรา ไปกันเถอะ เพรารอตรงนี้นะเดี๋ยวเอยไปเอารถมารับ” กระเพราพยักหน้ารับแอบยิ้มให้กับความน่ารักของเพื่อนใหม่ที่ช่วยเธอไว้
@ร้านไอติมใจกลางเมือง
“สั่งเลยเพรา เดี๋ยวเอยเลี้ยงเอง” เอิงเอยเอ่ยบอกเพื่อนใหม่ที่เพิ่งได้เจอกันเมื่อสักครู่ด้วยเหตุบังเอิญบางอย่าง พอได้พูดคุยกันกระเพราเป็นเด็กน่ารักเลยละ และฉันกับกระเพราก็อายุเท่ากันด้วยนะ เรียกว่ารุ่นเดียวกันเลยก็ได้
“เออนี่ เอยมาทำอะไรที่ฝรั่งเศสเหรอ?” กระเพราน้อยกำลังอมช้อนไอศครีมไปด้วยแล้วถามฉันไปด้วยเนี่ยนะ น่ารักจริงๆ
“เอยมาเรียน University ที่นี่อ่ะ สอบชิงทุนมาได้”
“เก่งอะ แล้วชิงทุนได้ที่ไหนหรอ”
“มหาลัย xxx อ่ะ แล้วเพราล่ะ มาทำอะไรที่นี่”
“เพราอยู่ที่นี่มาตั้งแต่ห้าขวบแล้ว อยู่กับพี่ชายสองคน แล้วเอยเรียนคณะอะไรเหรอ” น้ำเสียงของกระเพราแอบตื่นเต้นจนน่าสงสัย แต่ฉันก็ตอบไปนะ
“สถาปัตย์หน่ะ เอยชอบออกแบบ”
“กรี๊ดดดดดดดดด!!! จริงดิ เอยรู้ปะ เพราก็เรียนที่นี้ แล้วก็คณะเดียวกันเลย ดีใจจังเลย” กระเพราดีใจกระโดดจนตัวโยน
“เพราคิดว่า เพราจะไม่มีเพื่อนแล้วซะอีกอะ ดีใจมากเลยที่เป็นเอย เอยจะว่าอะไรไหมถ้าเพราจะขอไอดีไลน์ของเอยหน่อยเอาไว้ติดต่อกัน” ท่าทางเกรงใจของกระเพราช่างดูน่ารักนุ่มนิ่มดีจัง คบเอาไว้ก็ไม่เสียหายหรอกมั้ง
“เอาโทรศัพท์มาซิ เดี๋ยวเอยสแกนคิวอาร์โค้ดให้” เมื่อทั้งสองคนแลกไอดีไลน์กันเสร็จสรรพ ต่างก็ขอติดตามอินสตาแกรมของกันและกัน
“เอยถ่ายรูปกัน เพราจะอัพลงไอจี”
“เอาซิ”
เอิงเอยขยับเข้าไปใกล้ ใบหน้าหวานแนบชิดกับใบหน้าจิ้มลิ้มสองสาวส่งยิ้มหวานให้กับสมาร์ทโฟนเครื่องหรูอย่างร่าเริง กระเพราโพสรูปลงอินสตาแกรมส่วนตัว และแท็กเอิงเอยพร้อมคำบรรยายใต้ภาพว่า
‘เอิงเอย เพื่อนกระเพรา’
“พรุ่งนี้มีรายงานตัวแต่เช้านิน่า เจอกันพรุ่งนี้เช้าที่มหาลัยนะเพรา แล้วนี่กลับยังไงให้เอยไปส่งไหม”
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่ชายมารับ ถึงบ้านแล้วทักบอกเพราด้วยนะ”
“โอเค งั้นถ้าเพราถึงก่อนก็บอกเอยด้วยนะ” กระเพรายกนิ้วทำท่าโอเค ส่งยิ้มหวานให้ฉันมาหนึ่งทีเบาๆ นี่ถ้าฉันชอบผู้หญิงกระเพราจะเป็นคนแรกที่ฉันจีบเลยคอยดู แต่ฉันดันชอบผู้ชายนี่ซิ
@คอนโดหรูใจกลางเมืือง
รถยนต์คันเล็กน่ารักกำลังถอยจอดเข้าซองอย่างทุลักทุเล คอนโดที่เอิงเอยอยู่เรียกได้ว่าหรูหราหมาเห่า โฮ่ง โฮ่ง เลยก็ว่าได้ ความปลอดภัยขั้นสูงแถมยังมีชั้นจอดรถประจำห้องให้อีกด้วยเรียกว่าแทบไม่ต้องไปแย่งใครเลยละ
เอิงเอยเดินตรงมายังหน้าลิฟ ใช้คีย์การ์ดสแกนหน้าลิฟเพียงเท่านี้ลิฟก็จะเลื่อนไปจอดหน้าชั้นที่ตัวเองอยู่โดยไม่ต้องกดลิฟเลยล่ะ คอนโดที่เธออาศัยอยู่หนึ่งชั้นจะมีเพียงแค่สองห้องเท่านั้น แบ่งเป็นสองฝั่ง ฝั่งละหนึ่งห้อง
ห้องของเธอจะเป็นห้องชุดมีห้องนอนแยกต่างหาก เมื่อมาถึงหน้าห้องเธอใช้คีย์การ์ดแตะที่ประตู หรือจะกดรหัสเอาก็ได้ ถึงได้บอกไงว่าที่นี่ความปลอดภัยสูงลิบลิ่วเลยเชียวละ
เอิงเอย : ถึงห้องแล้ว เพราถึงหรือยัง
กระเพรา : ยังเลยพี่ชายเพิ่งมารับ เดี๋ยวเพราถึงห้องแล้วทักบอกนะ
เอิงเอย : โอเค
[ฝั่งกระเพรา]
“คนที่โพสรูปด้วยนั่นใคร”
“หืมม เอิงเอยเพื่อนเพราเอง ทำไมถึงถามปกติไม่เห็นสนใจใครเลย”
“เธอเป็นน้องพี่ พี่ถามไม่ได้รึไง”
“ได้ ได้ ไม่เห็นต้องโมโหเลย”
วันนี้พี่ชายดูแปลกๆ ปกติไม่เห็นจะสนใจผู้หญิงคนไหนเลยแหะ สงสัยจะทำงานหนักไปละมั้งเลยเบลอ อ่านคอมเมนต์ในอินสตาแกรมดีกว่า
- น้องเอิงเอยน่ารักเหมือนน้องกระเพราเลย
- ขอเป็น FC ได้ไหม อ่าจิ้นคู่นี้
- หน้าหวาน กับหน้าจิ้มลิ้ม เข้ากันอ่า
- ลงรูปบ่อยๆ กระเพราชอบๆ
- แอบไปเปิดวาร์ปน้องเอิงเอยมาดีกรีไม่ธรรมดานะจ๊ะ เป็นนักออกแบบที่โด่งดัง และอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์เลยละ
- แอบไปขุดมา แบล็คกราวก็ไม่ธรรมดาเด้อ พ่อกับแม่เป็นนักธุรกิจระดับโลกที่ความรวยติดอันดับหนึ่งในห้าเลยนะเออ เรียกง่ายๆ ว่ามหาเศรษฐีเด้อ
“อู้หู” เมื่อกระเพราได้รู้แบล็คกราวของเอิงเอยคร่าวๆ ถึงกับอึ้งเบาๆ เมื่อเพื่อนที่เธอคิดว่าเป็นแค่คนธรรมดา กลับไม่ธรรมดาซะแล้ว
“อะไร”
“เพื่อนเพราอะ โปรไฟล์ ไม่ธรรมดาเลย เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปมหาลัยไปแอบถามดีกว่า คิกคิก ดีใจจัง”
[มหาลัย xxx]
“เอย ทางนี้ ทางนี้” กระเพรามายืนรอเอิงเอยอยู่พักหนึ่งเมื่อเห็นรถยนต์คันหรูขับเข้ามาที่มหาลัย ก็จำได้ทันทีว่าคือรถของเพื่อน ด้วยความที่กระเพราก็ดีกรีไม่ธรรมดาเป็นเน็ตไอดอลที่มีคนติดตามมากมาย แถมยังได้ค่าโฆษณาในการถ่ายรีวิวสินค้าต่างๆ
จึงไม่แปลกหากเธอจะติดโซเชี่ยลเพื่อเรียกยอดไลค์ แม้เธอจะใสซื่อบางเรื่องก็ตาม กระเพราแอบถ่ายรูปรถของเอิงเอยกะว่าจะส่งให้เอิงเอยทางช่องแชทแอพพลิเคชั่นไลน์แซวเพื่อนที่มาสายสักหน่อย แต่มือเจ้ากรรมดันกดผิด ส่งรูปเอิงเอยให้พี่ชายซะงั้น
“ซวยแล้วยัยเพราโดนด่าแน่ๆ” กระเพราเคยพลาดส่งรูปเพื่อนสาวคนอื่นไปทางช่องแชทให้พี่ชาย แต่กลับถูกต่อว่ามาจนหน้าหงายเงิบไปสิบเข็มคุณหมอเซย์กู้ดบายไม่รับเย็บเลยทีเดียว นี่ขนาดน้องแท้ๆ นะจะดุไปไหนเนี่ย
วันนี้เป็นกิจกรรมรับน้องใหม่นักศึกษาแต่ละคณะต่างลงมาทำกิจกรรม กลุ่มหนึ่งให้จับกลุ่มห้าคน โดยดูจากสีสติ๊กเกอร์ที่รุ่นพี่แปะเอาไว้ที่เสื้อ
กิจกรรมดำเนินไปเรื่อยๆ จนมาถึงกิจกรรมสุดท้ายให้คนในกลุ่มแนะนำตัวเองให้กับเพื่อนในกลุ่มได้รู้จัก
“เราชื่อมาร์ติน”
“ส่วนเรามาร์แชล เป็นแฝดไอ้ตินมัน”
“เราชื่อกระเพรา”
“เกรย์”
“เอิงเอย”
“ทีนี้ก็รู้จักกันแล้วนะพวกคุณจะต้องอยู่ด้วยกันไปจนกว่าจะเรียนจบ มีอะไรก็ปรึกษากันละ อย่าลืมตั้งชื่อกลุ่มแล้วส่งมาให้พี่ๆ ด้วยละ”
แน่นอนกลุ่มของพวกเราก็ตั้งง่ายๆ เลย ถาปัตย์ ขั้นเทพ ส่งรายชื่อไปให้รุ่นพี่ที่คุมเกมส์
เกมส์กิจกรรมให้ส่งตัวแทนกลุ่มออกมากลุ่มละสองคนเพื่อเล่นเกมส์สอดเสียบแตกโดยกติกามีอยู่ว่า ให้ฝ่ายหญิงเป็นผู้ถือเข็ม และฝ่ายชายเป็นผู้สอดด้ายเข้ารูเข็มให้ได้ หลังจากนั้นก็ให้ผลัดกันเป่าลูกโป่งจนแตก หากกลุ่มไหนแพ้ จะต้องถูกทำโดษด้วยการกินออนเดอะร็อกจำนวน 2 ช็อต
และกลุ่มของเอิงเอยได้ส่งตัวแทนไปสองคนคือเกรย์ และเอิงเอย
เพราะสองหนุ่มมาร์ติน กับ มาร์แชล มัวแต่ทะเลาะกันอยู่ ส่วนกระเพราน่ะเหรอ ถ่ายรูปลงอินสตาแกรม แต่ก็ช่างเถอะเรื่องแค่นี้เองอย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่
เกมส์ดำเนินไปเรื่อยๆ ในขณะที่คู่ของเอิงเอยยังไปไม่ถึงไหนเลย เกรย์มือไม่นิ่ง ไม่สามารถสอดด้ายเข้าไปในรูเข็มได้
“นี่เกรย์ นายต้องทำให้มันเปียกก่อนแล้วค่อยสอดเข้ามา”
“จะไปทำได้ยังไงเล่า”
“อมให้เปียกก่อน เร็วๆ เหลือแค่ไม่กี่คู่แล้วนะ” เมื่อเห็นท่าทางเงอะงะของเกรย์ฉันเลยตัดสินใจ อมเองจะได้จบๆ สักดี
“เอามามานี่เอยอมเอง พอเอยอมเปียกแล้วเกรย์สอดเข้ามาเลยนะ” ไม่รู้ว่าเป็นเพราะคำพูดสองแง่ สองง่ามหรือเปล่าที่ทำให้เกรย์ชายหนุ่มลูกเจ้าของธุรกิจรถยนต์หรูถึงกับเขินหน้าแดง หูแดงไปหมด แต่วิธีที่เอิงเอยแนะนำมามันก็ใช้ได้นะ
หลังจากที่สอดด้ายเข้ารูเข็มได้แล้วทั้งสองคนต่างช่วยกันเป่าลูกโป่งจนในที่สุด ...
โป๊ะ!!!
ลูกโป่งแตกอย่างเป็นทางการคาปากของเกรย์ทำให้ผงแป้งกระจายฟุ้งไปทั่ว
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า โอ๋ๆ ไม่เป็นไรนะเกรย์” เอิงเอยปลอบใจเพื่อนชายที่ตอนนี้เลอะเทอะไปด้วยผงแป้งสีขาว การกระทำ และการละเล่นของเอิงเอยกับเกรย์ล้วนอยู่ในมือถือของเจ้าแม่โซเชี่ยลทั้งสิ้นกระเพราลงรูปกิจกรรมที่เป็นรูปของเอิงเอยกำลังอมด้ายที่มือของเกรย์อยู่ พร้อมคำบรรยาย
‘สอด เสียบ แตก เอิงเอยสู้ๆ’
กิจกรรมรับน้องดำเนินการไปจนเสร็จสิ้นก็กินเวลาเข้าไปถึงหกโมงเย็น
“เดี๋ยวเพราไลน์บอกพี่ชายให้มารับก่อนนะ”
“เพราพักที่ไหน เดี๋ยวเราขับรถไปส่งก็ได้”
“เพราพักที่คอนโด xxx”
“บังเอิญมาก เราพักที่นั่นเหมือนกัน เดี๋ยวกลับพร้อมกันเลย” เมื่อสามหนุ่มฟังสองสาวสนทนากันเรียบร้อยก็เอ่ยเชิญชวนจัดมิตติ้งกลุ่มต้อนรับเพื่อนใหม่สักหน่อย
“ไปกินข้าวต้มกันก่อนกลับไหมทุกคน” เกรย์เป็นผู้เอ่ยชวน หวังว่าจะได้รู้จักกับเพื่อนใหม่มากขึ้น
“เพราไปไหม ไลน์บอกพี่ชายซิว่าจะกลับช้าหน่อย” เอิงเอยแนะนำเพราะเธอเองก็เบื่อๆ อยากเดินเที่ยวเล่นเหมือนกัน
“ไปซิ” เมื่อทุกคนตกลงไปทานข้าวต้มกัน ก็นัดแนะกันไปเจอที่ร้านโดยมาร์ติน กับ มาร์แชล ไปรถคันเดียวกัน เอิงเอย ไปกับ กระเพรา ส่วนเกรย์มาคนเดียว
@ร้านข้าวต้ม-ร้านอาหารไทยในต่างแดน
เอิงเอย และกระเพรามาถึงเป็นคู่แรก กระเพราหยิบสมาร์ทโฟนออกมาเข้าแอพพลิเคชั่นอินสตาแกรมไล่อ่านคอมเมนต์ของคนที่เข้ามาแสดงความคิดเห็น
- แฟนน้องเอยหรอ หล่ออ่ะ
- เพื่อนมั้ง
- เราอยู่มหาลัยนี้ วันนี้เห็นเอิงเอยกับกระเพรา และสามหนุ่มในแก๊งด้วย คือบับ งานดีทุกคนเลยอ่า เอิงเอยตัวจริง ตัวเล็กน่ารักมาก
- ชื่อเกมส์คือบับ ไม่อยากคิดลึกเลยอ่ะ
- กระเพราไม่ลงเล่นเหรอครับ
- อิโมจิหน้าโกรธ
สิ้นคอมเมนต์สุดท้ายทำให้กระเพราเบิกตาโพลงแม้จะเป็นแค่อิโมจิหน้าโกรธ แต่ปกติเขาไม่เคยมาเมนต์อะไรอย่างนี้เลย จะใครละ พี่ชายสุดที่รักของเธอเอง เห็นทีเธอคงต้องจับตาดูพี่ชายสักหน่อยแล้วมันอะไรยังไง
“มากันครบแล้ว นั่งเถอะเอยหิวแล้ว”
“เอาข้าวต้มกุ้ง”
“ด้วย”
“ด้วย”
“เอามาห้าถ้วยเลย”
“เออนี่ เอิงเอย ฉันรู้มาว่าเธอเป็นนักออกแบบที่เอายุน้อยที่สุดในวงการจริงหรอ” ไม่ใช่ใครที่ไหนกระเพราเพื่อนคนแรกในต่างแดนของฉันเองที่เป็นคนถาม ไหนๆ ก็ปิดไม่ได้แล้ว ก็ช่างมันเถอะ
“อืม เราส่งผลงานประกวดตั้งแต่สมัยมัธยมปลายที่ประเทศไทยอะ แบบมีงานที่ไหนก็ประกวดที่นั่น”
“งั้นตอนนี้เท่ากับว่าเธอก็มีงานทำโดยที่ไม่ต้องหางานเลยอ่ะดิ”
“ก็ใช่อ่ะ เราเป็นนักออกแบบอิสระไปเลย เรามาที่นี่เพราะต้องการหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ แต่ไม่ต้องห่วงนะเรามีเงินจ่ายค่าข้าวต้มนะ” เอิงเอยหยอกเย้าเพื่อนในกลุ่มอย่างเป็นมิตร
“เรามาสร้างไลน์กลุ่มกันดีกว่า” มาร์ตินเป็นคนเสนอความคิดนี้ และทุกคนในกลุ่มก็เห็นด้วย ไหนๆ ก็ลงเรือลำเดียวกันแล้วงั้นก็จับรวมกันซะเลย
มาร์ตินสร้างกลุ่ม ชื่อ ถาปัตย์ ขั้นเทพ
มาร์ตินเชิญ มาร์แชลเข้ากลุ่ม
มาร์ตินเชิญ กระเพราเข้ากลุ่ม
มาร์ตินเชิญ เกรย์เข้ากลุ่ม
มาร์ตินเชิญ เอิงเอยเข้ากลุ่ม
มาร์แชลเข้ากลุ่ม
กระเพราเข้ากลุ่ม
เกรย์เข้ากลุ่ม
เอิงเอยเข้ากลุ่ม
“นี่ก็ดึกแล้วเดี๋ยวเอยพาเพรากลับก่อนนะ” หลังจากกินข้าวต้มเสร็จฉันก็ปลีกตัวออกมาพร้อมกับกระเพรา มันช่างเป็นเรื่องบังเอิญจริงๆ ที่เราสองคนอยู่คอนโดเดียวกัน