ตอน 1

ปางภู โภคายุทธ เจ้าของความสูงถึง180เซนติเมตร ดวงหน้า ที่คมคายและเกลี้ยงเกลา เป็นจุดเด่นในชุดลำลองสีเทาน้ำตาล ที่ดวงตา ยังมีกรอบแว่นตาสีดำสนิทซ่อนปกปิดเอาไว้

เหมือนต้องการจะอำพรางบางสิ่งบางอย่าง

หนุ่มหล่อวัยไม่เกินสามสิบสองผู้นี้ ก้าวฝีเท้าอย่างคล่องแคล่ว มายังอาคารสำนักงานเรียกได้ว่าสูงระฟ้า มีทั้งหมดสามตึกความสูงนั้นลดหลั่น แต่ละตึกมีความสูงไล่เลี่ยกัน

ตึกตรงกลาง ชื่อว่าอาคารโพเทเซียมพลานาร์ด มีระดับความสูง มากกว่า สองอาคารที่ขนาบทางด้านซ้ายขวา เพราะสูงถึงหกสิบชั้น บนถนนราชดำริ ฝั่งเดียว กับเพนนิลซูลา ส่วนทางด้านซ้ายและขวา คืออาคารสปริงซีซัน และทางด้านซ้าย ก็คือ ออทัมแกรนด์

ชายหนุ่มหิ้วกระเป๋าคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ล่าสุด ของโตชิบาจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่ง เขานั้น จบการศึกษามาจากมหาวิทยาลัยในเกียวโต

เกี่ยวกับด้านภาษาและศิลปะความงามและด้านรูปภาพจิตกรประมาณนี้ แต่เขาไม่ได้เอาดีเอาเด่นด้านวาดภาพ จะวาดภาพเฉพาะเวลาว่างหรือเหงา อยากปลดปล่อยจินตนาการ

คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ ฝากให้เพื่อนซื้อจากประเทศญี่ปุ่น โทชินาดะ คานาวะ เพื่อนรักของเขาในเร็วนี้ซึ่งจะมาพักผ่อน และ ท่องเที่ยวในประเทศไทยเป็นเวลาหนึ่งเดือนหาประสบการณ์ และลาพักร้อน พร้อมด้วยเพื่อนนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นมีโปรแกรมท่องเที่ยว อยู่ที่ จังหวัดเชียงใหม่และภูเก็ต

ตัดสินใจเข้ามาที่สำนักงาน เพื่อขอพบบรรณาธิการบริหาร หัวเรือใหญ่แห่งวูแมน คือคุณทิชากร หรือ แซนดี้

เพราะเขามีกำหนดมาส่งงานที่นี่เป็นประจำ ปกติแล้วหนุ่มหล่อจะส่งงานผ่านอีเมล์ส่วนตัวที่ใช้ประจำ

เพี่อไปยังอีเมล์ของนิตยสารซึ่งปักษ์ก่อนหน้านั้น เขาก็ส่งงานปกติผ่านอีเมล์ แต่ว่าปักษ์นี้เพื่อนสนิทซึ่งเป็นบรรณาธิการดูแลรับผิดชอบทั้งหมด

เธอต้องการให้เขานั้นเพิ่มบทความและสารคดีท่องเที่ยวเพิ่มอีก พร้อมด้วยนิยายเรื่องใหม่อีกเรื่อง ที่ขอผ่านเขามาหลายอาทิตย์แล้ว โดยมีคอนเซ็ปต์ให้เรียบร้อยพร้อมกับนามปากกา

ปกติที่เขาใช้เป็นประจำนั้นคือ พลับพลึงสีม่วง เขียนในแนวความรักโรแมนติก ซึ่งมีแฟนผู้อ่านติดตามเป็นจำนวนหนึ่ง

ซึ่งมีความคลั่งไคล้ติดนิยายประจำของเขา

เรื่องรักครั้งสุดท้ายที่ปลายทางฝัน ที่ปิดเรื่องไปแล้วเมื่อปักษ์ที่ผ่านมา ความนิยมที่คาดคะเนจากจดหมายและโทรศัพท์พร้อมด้วยอีเมล์เข้ามาเป็นการยืนยัน ถึงอาการฮิตติดลมบน ชนิดที่ใครก็เอาไม่อยู่

บ่งบอกให้บรรณาธิการสาวใหญ่พลอยตอบคำถามแก่ตัวเองได้ว่า ตีเหล็กต้องตีตอนร้อน ขณะนี้เพื่อนรักกำลังเป็นดาวพุ่งแรง ต้องส่งเสริม

กลัวแต่นักเขียนหนุ่มที่กำลังดัง ไม่มีเวลาเขียนให้นั่นละ ในบัดนี้นามปากกาพลับพลึงสีม่วงเป็นชื่อที่ฮิตติดตลาดในนิตยสารวูแมนแล้ว บวกด้วยยอดพิมพ์จำหน่ายที่สูงขึ้นมากกว่าเดิม

ดังนั้นความสำคัญของวันนี้ ที่หนุ่มหล่อเจ้าของผลงานเขียนและนามปากกาที่ติดลมบนไปเรียบร้อย

ตามที่เพื่อนสนิทสาวใหญ่ผู้คุมบังเหียนนิตยสารแห่งนี้บอกกล่าวแก่เขาว่า นอกจากถือว่าแจ้งเกิดแล้วบนโลกบรรณพิภพ

ยังมีงานใหม่ที่เขาต้องเอามาส่ง กับรับเช็คค่าเรื่องงวดที่ผ่านมาด้วย

ที่จริงก็ไม่ได้รับปากหรอกว่าจะมาแถวนี้ หากไม่เพราะข่าวของโทชินาดะเดินทางมาถึงแล้ว

และอยู่ใกล้สำนักงานนิตยสารของเพื่อนสาว ที่ทำงานอยู่ในบริษัทของเครือญาติ เป็นนิตยสารที่มีชื่อเสียงในปัจจุบัน

ปกติหนุ่มหล่อเจ้าของผลงานเขียน จะนั่งเขียนหนังสืออยู่ในบ้าน ในห้องทำงานหรูส่วนตัวอยู่แถวบางจาก

ซึ่งอาณาเขตบ้านนั้นค่อนข้างสงบประกอบด้วยแมกเงาไม้ที่ก่อความรื่นรมย์ไปหมดบวกกับบ่อเลี้ยงปลากับบึงบัวในสวนสวยที่ตกแต่งไว้

“แล้วนี่ ฉันขอเรื่องใหม่กับเธอ เรื่องที่เอามา ส่งเตรียมต้นฉบับไว้ทำเพลทที่โรงพิมพ์ ทันทีเลย แล้วห้ามปฏิเสธนะจ๊ะที่ฉันกำลังจะขอเรื่องใหม่อีก พ่อนักเขียนรูปหล่อภาษาโรแมนติกที่แสนซาบซึ้งตรึงใจแฟนๆนักอ่าน ยอดขายปักษ์ที่แล้วก็ถล่มทลายนะ เป็นเพราะฝีมือของเธอนี่แหละ”

คนถูกเอ่ยขอเรื่องกล่าวตอบเพื่อนไป

“เธอทำยังกะว่าหัวสมองมันสั่งงานได้ง่ายนี่ แซนดี้ เธอจะรู้บ้างไหมว่า ไอ้เบื้องลึกงานเขียนโรแมนติก ที่เธอว่าเนี่ย มันไม่ได้ออกมาง่ายๆนะชนิดที่ว่าสั่งได้ปรู้ดปร้าด อารมณ์ที่สำคัญที่สุดอีกอย่างฉันต้องเค้นมันออกมาจากหัวสมอง เพื่อจะได้ภาษาและตัวอักษรออกมาทีละบรรทัดๆ เพื่อให้สอดคล้องกับโครงเรื่องและกลั่นกรองไปในตัวด้วย”

คนตอบคล้ายบ่นตำหนิ

แต่ถึงอย่างไรมักจะยอมเพื่อนเสมอ

เมื่อเพื่อนนั้นนอกจากมองเห็นแวว แล้วยังทำนายถึงอนาคต ตั้งแต่ครั้งแรกว่าสำนวนแบบนี้มีแนวรุ่ง ภาษาแปลก และโรแมนติกกำลังเป็นที่นิยม

“ป้าง ฉันอ่านดูงานของแกแล้วว่ะ โอ้โฮ ไม่นึกว่าแกจะเขียนได้ขนาดนี้ ฉันอ่านแล้วซึ้งเหลือเกิน บางทีก็เกือบจะร้องไห้แน่ะ ไม่ได้จบอักษรมาด้วยนะ แต่แกเขียนได้ยังไงนะ ภาษาที่ใช้สำนวนน่ะ แปลกใหม่ แบบนี้ถ้าริจะเดินบนถนนสายนักประพันธ์ ฉันทั้งสนับสนุนแล้วก็เชียร์แกสุดใจขาดดิ้นของฉันเลย”

ทีแรกก็ไม่นึกว่า ทิชากรจะมาหลงใหลกับภาษางานเขียนของเขา

ตอน 2

เมื่อเพื่อนตอบว่าชอบใจเขาจะว่าอะไรได้ นอกจากอนุญาตเท่านั้น

ดังนั้นนี่เองเมื่อสามปีที่แล้ว นามปากกาพลับพลึงสีม่วงจึงถูกกำหนดให้แสดงตัวบนโลกบรรณพิภพ

เปิดตัวเรื่องแรกด้วยภาษารักหวานซึ้งของหนุ่มเมืองเหนือกับสาวกรุงเทพชื่อเรื่อง หยุดรักนี้ไว้ที่อ้อมใจปาย

ชายหนุ่มศึกษาข้อมูลเพิ่มจากทางอินเทอร์เน็ตบวกกับได้ไปเยือนสถานที่จริง ที่แม่ฮ่องสอนกับเชียงราย

จึงใช้ทั้งสองจังหวัดเป็นฉาก แล้วก็สนามบินจังหวัดเชียงใหม่ เรื่องนี้ใช้เวลานานถึงหกเดือนเต็ม ตีพิมพ์ในนิตยสารในเครือ ซึ่งตอนนั้นวูแมนออฟออฟฟิศ ยังไม่ถือกำเนิด

นิตยสารนั้นชื่อว่านิตยสาร โนเวลฮอลิเดย์

นิตยสารชื่อนี้เป็นที่ประลองสนามของนักเขียนมีชื่อทั้งมือใหม่และเก่า หรือเก๋ากึ๊ก เมื่อประมาณห้าปีที่แล้ว

ทิชากรซึ่งเข้ามาทำงานในสายกองบรรณาธิการ ฝ่ายกองจัดการ รวมทั้งเป็นผู้ช่วยบรรณาธิการไปด้วย

ซึ่งในขณะนั้นจะว่าไปเธอก็ไม่ใช่ใครหรอก ถือว่าเป็นน้องสาวเจ้าของบริษัท

และมีตระกูลของพี่สะใภ้นั้นเป็นเจ้าของและดำรงตำแหน่งประธานใหญ่ของบริษัทและเป็นผู้อำนวยการ

การทำงานของทิชากรจึงเป็นที่ถูกตาต้องใจผู้ใหญ่เนื่องจากเธอมีศักดิ์เป็นเครือญาติ จึงให้การสนับสนุนเต็มที่

จนเธอได้เลื่อนตำแหน่งหน้าที่เป็นบ.ก.ตัวเล็กแต่ใจใหญ่

เธอสนิทสนมกับนักเขียนหนุ่มปางภู ซึ่งปัจจุบันเป็นทั้งนักธุรกิจ เป็นเสี่ยหนุ่มที่ครอบครัวดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับธุรกิจทัวร์ เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้านของตระกูล

และได้แตกแขนงแยกย่อยจากการเจริญเติบโตทางธุรกิจอีกสองสามบริษัท ตั้งอยู่ในกรุงเทพและต่างจังหวัด

ทำให้เขาไม่มีเวลาบริหารงานได้อย่างเต็มที่

เพราะส่วนหนึ่งเอาเวลาว่างแวบไปเขียนนิยาย

ซึ่งทิชากรบ.ก.สาวใหญ่ยังทราบไม่หมดด้วยซ้ำว่า ครอบครัวของเสี่ยหนุ่ม นักเขียนรูปหล่อของเธอนั้นที่ว่ากิจการมีมากมาย เกี่ยวกับธุรกิจ

แต่ถึงอย่างไร เป็นเรื่องที่ดีอย่างหนึ่ง

ที่ปางภูสามารถปลีกตัว หาเวลาว่างมาเขียนหนังสือส่งให้เธอ ทั้งรายสัปดาห์ อย่างโนเวล รวมทั้งรายปักษ์

เธอกับเขาพบกันครั้งแรกในฐานะนักเรียนโรงเรียนสาธิตของมหาวิทยาลัย จึงได้สนิทสนมและคบหากันในฐานะเพื่อนตั้งแต่ชั้นประถมจนจบชั้นมัธยม

กาลเวลาที่ผ่านไปนานถึงสิบสองปี ของคำว่าเพื่อนยังเหนียวแน่นเหมือนเดิม และไม่เคยเปลี่ยนแปลงจากคำนี้

เขากับทิชากรนั้นมันไม่มีอะไรนอกเหนือไปจากคำว่า เพื่อน

ซึ่งเป็นมิตรภาพแท้ที่บริสุทธิ์

จากความรู้สึกของเพื่อนที่มีต่อกัน มันไม่มีความรู้สึกละเอียดอ่อนที่เรียกว่า ความรักหรือความใคร่เข้ามาปะปนเลย

ถึงเวลานี้ชายหนุ่มก็ยังยืนยันเสียงเด็ดขาด ถ้าถามดูกับใจของตัวเองแล้ว

ปางภูค่อนข้างเป็นหนุ่มหล่อที่เจ้าเสน่ห์วัยสามสิบสองปีของเขาเช่นนี้ เขาจะไม่คิดเรื่องแต่งานเลยหรือไร?

เป็นไปไม่ได้ และคำตอบ คือ คิดและมีคำตอบว่าอยากจะแต่ง แต่ก็ต้องรอเวลาให้พร้อมและเหมาะสมก่อน

อันที่จริงนั้นเขาเองก็มีแฟนสาวอยู่แล้ว เธอมีชื่อว่า เพิร์ล หรือภามิญา พำนักอยู่กับครอบครัวที่ ประเทศอเมริกา

ระหว่างเขากับแฟนสาว ก็เป็นที่รับรู้ของทิชากรด้วย

มือเรียวอวบของหญิงสาวใหญ่ผายมือเชื้อเชิญนักเขียนหนุ่มเพื่อนรักเข้าไปในห้องพิเศษ

สำหรับใช้ต้อนรับอาคันตุกะคนพิเศษหรือบรรดาแขกเหรื่อลูกค้าที่เข้ามาติดต่องานในบริษัท

หนุ่มหล่อกวาดตามองสำรวจเล็กน้อย ก่อนที่ร่างสูงจะทรุดกายลงนั่งบนพนักเบาะนั่งสีกำมะหยี่น้ำตาลแดง

นั่งตัวตรงอดไม่ได้ที่จะชำเลืองสายตามองภาพวาด เป็นภาพที่ถูกแขวนไว้ในบนผนังห้อง

และมีตู้โชว์เครื่องประดับจากต่างประเทศและปกของนิตยสารที่ผ่านมา

รวมทั้งฉบับล่าสุดวางอยู่ในกระจกแก้วสี่เหลี่ยม

และเบื้องหน้าจึงเป็นโต๊ะกระจกแก้วทรงกลม มีที่เขี่ยบุหรี่วางอยู่ด้วย เผอิญปางภูสูบบุหรี่เป็นบางครั้ง ไม่ถึงกับติดและเหล้าเช่นกัน เวลามางานสำคัญของเพื่อนสนิทอย่างนี้ และเมื่อตอนที่อยู่บ้าน เขาก็ไม่ค่อยชอบสูบบุหรี่

งานเขียนของเขาจะขับเค้นออกมาจากมันสมองลักษณะสบายๆ ไม่ต้องพึ่งพาสิ่งพวกนี้เข้าช่วย มันเป็นความเคยชินอีกนั่นแหละ ที่เขาจะให้คำตอบนี้

ทิชากรในฐานะหัวเรือใหญ่ของที่นี่แถมด้วยเพื่อนสนิทที่เป็นคนเอ่ยชักชวนมาในวันนี้ ซึ่งต้องมีเรื่องสำคัญที่เธอจะเอ่ยพูดและตระเตรียมเอาไว้แล้ว

เพื่อนหนุ่มนักเขียนของเธอ เพิ่งเดินทางมาถึงอยากจะให้เขานั่งพักหายใจหายคอคล่องเสียก่อน

ที่จะเริ่มเรื่องคุยกันเป็นงานเป็นการ

สาวใหญ่เจ้าของสถานที่เอ่ยกล่าวกับเพื่อนสนิทด้วยน้ำเสียงที่เป็นกันเอง ไม่ได้เคร่งเหมือนใช้กับคนอื่น

ตอน 3

“เชิญ นั่งตามสบายไปก่อนนะ ป้าง เพิ่งมาถึงนี่ คงเพลีย และเหนื่อย ทานอะไรเย็นหรือเปล่า ที่นี่มีน้ำส้มคั้น บ๊วยหรือน้ำเปล่า”

ถามเพื่อนเพราะเห็นว่า เขาคงนึกกระหายน้ำ

”ขอเป็นบ๊วยก็แล้วกัน นึกอยากทานพอดีเลย คงชุ่มคอแก้กระหาย”

หนุ่มหล่อยังเอ่ยตอบเพื่อนสนิทด้วยน้ำเสียงที่เป็นปกติคือนุ่มใสของเขา

“งั้น เธอรอสักครู่นะ ฉันจะไปบอกเด็กให้นำมาให้ ระหว่างที่อยู่รอฉันสักประมาณห้านาที คือ ฉันขอเข้าห้องน้ำน่ะ”

ทิชากรสาวใหญ่บอกจุดประสงค์ของตัวเองที่เกิดขึ้นมาฉับพลัน

หนุ่มหล่อเพื่อนสนิทจึงพยักหน้าให้เบา จากนั้นเปลี่ยนอิริยาบถของตัวเองด้วยการยกมือขึ้นกอดอกในลักษณะท่วงท่าสบาย

เพื่อรอเพื่อนสนิทบ.ก.สาวใหญ่ของที่นี่ต่อไป ระหว่างนั่งครุ่นคิดหนุ่มหล่อในฐานะนักเขียนเริ่มมีชื่อ

ขมวดคิ้วเรียวหนาเป็นปื้นคงความเจ้าเสน่ห์ได้อย่างมากทีเดียว เพื่อนบางคนบอกว่าชอบขนคิ้วที่นอกจากเข้มดำสนิทยังพาดเฉียงคล้ายปีกนก ทำให้ส่วนหนึ่งของใบหน้านั้นปางภูแลดูสะดุดตาตรงนี้

วันนี้สิ่งที่เขาเตรียมมาให้เพื่อน คือไฟล์งานต้นฉบับ ซึ่งไม่ทราบว่าทิชากรจะมีความพึงพอใจแค่ไหน

ซึ่งเขานั้นไม่สามารถจะบอกได้ ต้องรอคำตอบจากหล่อน เพราะดูเหมือนจะมีฐานะเขียนงานออกมาตามใบสั่งของเพื่อนไปแล้ว ส่วนใหญ่มักจะเป็นอย่างนี้

ทิชากรทั้งคะยั้นคะยอแกมขมขู่บังคับรวมทั้งให้กำลังใจใส่ไปด้วยว่า

“เธอต้องทำได้นะ ฉันเชื่อว่าเธอต้องทำได้แน่ ป้างเพราะฉันเชื่อในฝีมือเธอ”

นี่ไม่ใช่หรือที่เป็นกำลังใจตามติดมาจากน้ำคำที่เชื่อมั่นของเพื่อนทุกครั้ง

จนทำให้เขามีวันนี้ สามารถสร้างโลกส่วนตัวของตัวเองที่เรียกว่านิยาย ให้เข้าไปอาศัยจมปลักอยู่กับจินตนาการ ที่มิรู้วันคืนมาอย่างยาวนาน

ด้วยใจรักที่สัมผัสแล้วนอกจากซาบซึ้งดูดดื่ม

ยังให้คำตอบว่ามันกล่อมใจให้มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง และไม่เคยสร้างปัญหาเดือดร้อนอะไรให้แก่เขา

พิษภัยของมันไม่มีเลย

หนุ่มหล่อตัดสินใจเอ่ยมาตรงๆ การสนทนาดำเนินไปเรื่อยระหว่างนั้นแม่บ้านในออฟฟิศประจำบริษัทก็ยกแก้วน้ำบ๊วยเย็น มาวางไว้ตรงหน้าชายหนุ่มแล้วก็ขอตัวเดินจากไป

ปางภูชอบใช้ชีวิตอย่างราบเรียบ มีความสุขแบบปกติส่วนตัว ที่ไม่ชอบให้ใครวุ่นวายและเกี่ยวข้อง ถามว่าเขามีจินตนาการในโลกของความคิดสูงมั๊ย ต้องขอตอบว่าสูง นักเขียนเกือบทุกคนเป็นลักษณะเช่นนี้

ยิ่งเป็นงานที่ตัวเองรักชอบ นักเขียนชื่อดังบางคนถึงกับปิด

ล็อกกลอนประตูในห้อง ทำงานโดยไม่ให้ใครมายุ่มย่ามรบกวน แม้จะเคาะประตูก็ควรให้เป็นเวลา

รวมทั้งเวลาทานอาหาร หรือพักผ่อน ตั้งขึ้นมาเองเลยว่า สามารถถามหรือเข้าไปรบกวนในเวลาช่วงไหนได้

บางคนแทบไม่รับโทรศัพท์ เพราะจะนั่งขีดนั่งจับปากกาเขียนอยู่ในอารมณ์ส่วนตัว

ยิ่งปางภู เป็นเช่นนั้นด้วยเหมือนกัน

ถ้าเป็นงานเขียนที่ต้องสื่ออารมณ์อย่างละเมียดละไมเพื่อให้สมจริง การสร้างอารมณ์ของนักเขียนจึงมีส่วนสำคัญอย่างมาก เพราะด้วยสาเหตุนี้กระมัง

การติดต่อจากคนภายนอกหรือแม้แต่ในแวดวงกลุ่มเพื่อนฝูงที่สนิทด้วย จึงค่อนข้างยาก

บ.ก.สาวใหญ่พอรู้ว่าเพื่อนมีงานล้นมือ หล่อนก็มีงานล้นมือ

แต่เธอเชื่อเสมอว่า ปางภูสามารถทำได้ เพราะเป็นคนที่มีความสามารถ มีความอดทนสูง

ในหัวสมองมีความสร้างสรรค์ละเอียดอ่อนในการพิจารณา เท่าที่สังเกต

และหล่อนอ่านจากเนื้องานด้วย ถึงกล้าเอ่ยออกมาได้เต็มปาก

เธอมองผ่านทะลุเข้าไปในเนื้อตัวตนของเขาอย่างคาดเดาได้ทันที ทั้งที่เจ้าตัวเองก็ไม่ได้รับรู้ถึงขนาดนั้น

บางทีปางภูคิดว่าเพื่อนสาวคนนี้ของเขามีเซ้นต์แบบพิเศษ ที่สามารถอ่านเดาใจคนออกได้อย่างทะลุปรุโปร่ง

การสนทนาเมื่อถูกทิ้งเงียบไปสักพัก

บ.ก.สาวใหญ่วัยเลขสามต้นๆก็เอ่ยคุยเรื่องสัพเพเหระ กระทั่งมาหยุดกึกที่เรื่องหนึ่ง เรื่องนี้อาจจะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างส่วนตัวเป็นอย่างมาก

ประสาเพื่อนฝูงด้วยกันที่ห่วงใยรักใคร่กัน จึงเอ่ยถาม

“แล้วแฟนของเธอ เป็นยังไงบ้างล่ะ ป้าง ยัยเพิร์ลที่อยู่อเมริกา”

“เค้า ก็สุขสบายดีนะแซนดี้ ฉันไม่ห่วงหรอกนะ ยังไงเมื่อเขาตัดสินใจไปแบบนั้นแล้ว ทุกคนในครอบครัวของเขาอยู่ที่โน่นกันหมด แต่เราก็ยังโทร.ติดต่อ รวมทั้งอีเมล์ถึงกัน”

ปางภูไม่อยาก เอ่ยมากกว่านี้

“เธอก็รู้นี่ หนุ่มฝรั่งมันเจ้าชู้จะตาย แล้วยัยเพิร์ลก็ออกจะเจ้าเสน่ห์ ต่างคนต่างอยู่ไกล เธอไม่คิดบ้างหรือไง บางทีใจเขาอาจจะเปลี่ยนแปลง แล้วก็แปรเป็นอื่นก็ได้นะ ป้างตามสภาพแวดล้อม เหตุผลนะหรืออะไรน่ะ มันก็ไม่เท่า รักแท้แพ้ความใกล้ชิดหรอกนะ เธอเคยได้ยินคำนี้หรือเปล่า”

ปางภูครุ่นคิด จริงสินะ รักแท้แพ้ความใกล้ชิด ซึ่ง ปางภูแอบหวั่นๆในใจเช่นกัน

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน

เมียขายฝาก

ตอนที่ 1
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED