ตอน 1

** “****เอ้า! ชนแก้วเว้ย!"**หนึ่งกลุ่มเอ่ยขึ้นพร้อมกับยกแก้วบรั่นดีตกหน้าขึ้นมารอให้เพื่อน ๆ ยกขึ้นมาชนกับแก้วของตน

“ชนเหี้ยสิวะ! กูเครียดอยู่นะเว้ยไอ้ฝัน”

น้ำเสียงเข้มเปล่งออกมา แสดงให้รู้ว่าเจ้าของน้ำเสียงนั้นกำลังอารมณ์ไม่ดี มือใหญ่ยกแก้วบรั่นดีเข้ม ๆ กระดกเข้าปากรวดเดียวหมดแก้ว โดยไม่สนใจจะชนแก้วกับเพื่อน ๆ ในกลุ่ม เมื่อหมดแก้วก็คว้าขวดบรั่นดีตรงหน้าขึ้นมายกขวดให้หนำใจ

"เฮ้ย! พอก่อนไอ้โน มึงจะเครียดทำไมวะ ก็แค่แต่งงานเองเว้ย! คิดว่าเป็นกำไรชีวิตสิวะ”

ลวงร้อยแย่งขวดบรั่นดีในมือเพื่อนรักมาเก็บไว้ ขืนปล่อยให้ดื่มแบบนี้มีหวังเมาเละเหมือนหมาก่อนที่จะคุยกันรู้เรื่องแน่ ๆ เลยวันนี้ คนรึอุตส่าห์เปิดห้องเลี้ยงสละโสดให้ แทนที่จะสนุก แต่นี่อะไร มานั่งหน้าตึงเครียดอยู่ได้

“มึงเข้าใจกูจริงไหมวะไอ้เพ้อ”

มโนมองเพื่อนข้างตนที่มีสีหน้ายิ้มระรื่นไม่เหมือนกับคำที่พูดออกมาจากปากเลย ท่าทางกับคำพูดช่างสวนทางกันเสียเหลือเกิน แล้วสายตาคมก็เหลือบไปมองเพื่อน ๆ อีกสามคนและทุกคนก็เหมือนกำลังสนุกสนานบนความทุกข์ของเขา

มโนกับทั้งสี่คนเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยมัธยม จนตอนนี้อายุ 37 ปีแล้ว เป็นเพื่อนกิน เพื่อนเที่ยวเคล้านารีมาด้วยกันตั้งแต่แตกเนื้อหนุ่ม แต่ตกมาปีนี้ปี 2560 เป็นปีที่เขาไม่คาดคิด ไม่คาดคิดว่า

นายมโน เหลืองอร่ามทองคำส่องแสงระยิบระยับรุ่งเรืองพราวฟ้า

หรือ โน วัย 37 ปี ทายาทรุ่นที่ 47 ของบริษัทเส้นใหญ่โภชนาการ ซึ่งธุรกิจของเขานั้นเป็นบริษัทแม่และมีโรงงานลูกผลิตพวกอาหารแห้ง โดยเฉพาะมาม่าเป็นอาหารยอดฮิตของคนไทยในปัจจุบัน

“ก็พวกกูเข้าใจมึงไงถึงได้เปิดห้องชุดหม้อรวมให้มึงส่งท้ายก่อนที่มึงจะมีเจ้าของเป็นตัวเป็นตนไงวะเพื่อน”

"ฮ่า ๆ ๆ" เสียงหัวเราะตามมาเป็นพรวน

“เออ! ไอ้เพ้อพูดถูหูกูดีว่ะวันนี้ เรียกเด็ก ๆ เข้ามาเลยไอ้ฝัน” รักษ์หัวเราะชอบใจพร้อมกับบอกสั่งเพื่อนรักให้โทร.เรียกเด็ก ๆ เข้ามาปลอบใจว่าที่เจ้าบ่าว

“สนุกดีกว่าไอ้โน มึงควรดีใจที่จะมีคนมาร่วมใช้นามสกุลลิเกของมึงนะเว้ย!" เพ้อภพเอ่ยบอก พร้อมกับลุกขึ้นเดินกลับไปนั่งที่เดิมของตน

“แล้วมันไปหนักหัวมึงรึไงไอ้เพ้อ นามสกุลนี้ทวดกูเป็นคนไปต่อเติมให้ดูหรูหราขึ้นมาเว้ย! สาวเห็นสาวเป็นมอง สาวเจอเป็นต้องถอดผ้าเข้าหา แต่ตอนนี้กูเครียดเว้ย! กูจะกลับแล้ว เชิญพวกมึงสนุกกับชุดรวมไปเถอะ ระวังเถอะ ระวังพวกมึงจะติดโรค” พูดให้เพื่อนทั้ง ๆ ที่ตนก็ไม่ต่างจากเพื่อนของตนเลย ตอนนี้มโนไม่มีอารมณ์จะเที่ยวจะสนุกกับผู้หญิงคนไหนทั้งนั้น เพราะเขาเครียดกับเรื่องที่จะเกิดขึ้นอีกสองวันข้างหน้านี้

“กูนึกว่าลิเก” ฝันดีเอ่ยลอย ๆ

“เอ้า! ไอ้ห่านี้ พวกกูอุตส่าห์จัดแจ่ม ๆ มาให้มึงเลยนะเว้ย” ลวงร้อยเห็นเพื่อนลุกขึ้นเตรียมท่าจะกลับ

“เอาไปต้มยำกินที่บ้านพวกมึงเถอะ กูเครียดเว้ย!" ว่าแล้วมโนก็เดินตรงไปยังประตูห้องกระชากเปิดออกทันที

ปัง!

เสียงประตูห้องที่มโนกระแทกปิดดังลั่นทำให้สี่หนุ่มที่เหลือมองหน้ากันแล้วหัวเราะเพื่อนรัก

“พวกมึงว่าเจ้าสาวไอ้โนจะเป็นผู้หญิงแบบไหนวะ” รักษ์เอ่ยถามเพื่อน

“แบบไหนกูไม่รู้ กูรู้แต่ว่าตอนนี้กูหิวนมว่ะ!" เพ้อภพเอ่ยพลางมองไปยังประตูที่ตอนนี้มีสาวอกตูมกำลังเรียงรายกันเข้ามาในห้อง

“นั่นสิวะ รอดูวันแต่งงานดีกว่า ตอนนี้ต้มยำน้ำข้นกันดีกว่าว่ะ” ฝันดีเอ่ยขึ้นบ้าง แล้วลูกเดินไปโอบกอดสาว ๆ มานั่งกับตน

เพื่อน ๆ ของเขากำลังสนุกกันอยู่

แต่มโนขับรถกลับบ้านด้วยสีหน้าเครียดขรึม พอมาถึงบ้านเขาก็รีบขึ้นไปบนห้องนอนทันที แต่ยังไม่ทันได้หย่อนก้นลงนั่งบนเตียงก็มีเสียงเคาะประตูหน้าห้องดังขึ้น และก็ไม่ต้องเดายากเมื่อตอนนี้คนที่เคาะประตูได้เปิดผลักเข้ามาก่อนที่เจ้าของห้องจะอนุญาตแล้ว

“ไปไหนมาลูก จะแต่งงานอยู่แล้วนะทำไมต้องไปเที่ยวข้างนอก ไปลงอ่างมาใช่ไหมลูก” นางเพ็ญศรีเดินหน้าบึ้งเข้ามาหาลูกชายคนเดียวของตนด้วยสีหน้าไม่พอใจ

“โธ่! แม่ ให้ลูกได้เที่ยวบ้างเถอะ ดีแค่ไหนแล้วที่โนไม่ไปผูกคอตาย”

“ตบปากตัวเองเดี๋ยวนี้โน ทำไมต้องพูดแบบนี้ด้วย” นางสั่งเสียงแข็ง และเห็นว่าลูกชายชักช้าไม่ทำตาม มือเหี่ยวย่นก็ยกขึ้น

เผียะ!

“แม่ตบปากลูกเพียงเพราะลูกจะหนีตายเนี่ยนะ แม่เห็นยัยเจ้าสาวนั่นดีกว่าลูกได้ยังไง” มโนยกมือกุมปากตัวเองด้วยความน้อยใจผู้เป็นแม่

“มึงไม่เข้าใจกูหรอกไอ้ลวง มึงก็รู้ว่ากูยังไม่อยากมีพันธะตอนนี้ แต่แม่ง! พันธะเสือกวิ่งมาหากู” มโนพูดออกมาด้วยความน้อยใจโชคชะตา ใบหน้าคมเข้มประดับหนวดเคราเสริมเสน่ห์จ้องมองบรรดาเพื่อนรักด้วยสายตาขอความช่วยเหลือ

ลวงร้อย เพ้อภพ ฝันดี

และ

รักษ์

หันมาสบตากัน ก่อนจะพูดออกมาพร้อมเพียงกัน

“เรื่องนี้พวกกูช่วยมึงไม่ได้จริง ๆ ว่ะ” ทั้งสี่คนประสานเสียงกันพูดออกมา

มโนเอนหลังพิงพนักโชฟาด้วยความอ่อนแรง เมื่อคิดว่าอีกสองวันก็ต้องเข้าพิธีแต่งงานสายฟ้าแลบในครั้งนี้ แม้แต่หน้าของเจ้าสาวก็ไม่เคยเห็น ไม่รู้ว่าสวยหรือขี้เหร่ จะสวยหรือขี้เหร่เขาก็ไม่มีวันให้หล่อนได้ใช้ชีวิตหลังแต่งงานอย่างมีความสุขหรอก เขาจะโรยหนาม ตะปูและเรือใบให้หล่อนเดินไม่ได้แล้วล่าถอยออกไปจากชีวิตของเขาเอง

"เฮ้อ!"

เพ้อภพถอนหายใจแรง ๆ ก่อนจะลุกขึ้นเดินมาทิ้งตัวนั่งข้างมโน แล้วยกมือขึ้นตบไหล่เพื่อนแรง ๆ

“เอาเถอะน่า...ไหน ๆ ก็จะมีเมียก็ฉลองกันเถอะ จะเครียดทำไมกะอีแค่แต่งงานก่อนเพื่อน ๆ เองไอ้โน” เหมือนจะปลอบแต่ทำไมคนฟังถึงรู้สึกว่าเพื่อนรักกำลังเยาะเย้ยอยู่ในที

“มึงเข้าใจกูจริงไหมวะไอ้เพ้อ”

มโนมองเพื่อนข้างตนที่มีสีหน้ายิ้มระรื่นไม่เหมือนกับคำที่พูดออกมาจากปากเลย ท่าทางกับคำพูดช่างสวนทางกันเสียเหลือเกิน แล้วสายตาคมก็เหลือบไปมองเพื่อน ๆ อีกสามคนและทุกคนก็เหมือนกำลังสนุกสนานบนความทุกข์ของเขา มโนกับทั้งสี่คนเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยมัธยม จนตอนนี้อายุ 37 ปีแล้ว เป็นเพื่อนกิน เพื่อนเที่ยวเคล้านารีมาด้วยกันตั้งแต่แตกเนื้อหนุ่ม แต่ตกมาปีนี้ปี 2560 เป็นปีที่เขาไม่คาดคิด ไม่คาดคิดว่า

นายมโน เหลืองอร่ามทองคำส่องแสงระยิบระยับรุ่งเรืองพราวฟ้า

หรือ โน วัย 37 ปี ทายาทรุ่นที่ 47 ของบริษัทเส้นใหญ่โภชนาการ ซึ่งธุรกิจของเขานั้นเป็นบริษัทแม่และมีโรงงานลูกผลิตพวกอาหารแห้ง โดยเฉพาะมาม่าเป็นอาหารยอดฮิตของคนไทยในปัจจุบัน

ตอน 2

“โธ่! แม่ ให้ลูกได้เที่ยวบ้างเถอะ ดีแค่ไหนแล้วที่โนไม่ไปผูกคอตาย”

“ตบปากตัวเองเดี๋ยวนี้โน ทำไมต้องพูดแบบนี้ด้วย” นางสั่งเสียงแข็ง และเห็นว่าลูกชายชักช้าไม่ทำตาม มือเหี่ยวย่นก็ยกขึ้น

เผียะ!

“แม่ตบปากลูกเพียงเพราะลูกจะหนีตายเนี่ยนะ แม่เห็นยัยเจ้าสาวนั่นดีกว่าลูกได้ยังไง” มโนยกมือกุมปากตัวเองด้วยความน้อยใจผู้เป็นแม่

“สำหรับแม่ โนคือที่สุดของชีวิต แต่แม่อยากให้ลูกรู้ว่าแม่เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกแล้ว น้องแสบเป็นผู้หญิงน่ารัก และเราก็รู้จักน้องด้วยนะลูก”

เพ็ญศรีเป็นหญิงหม้ายสามีตายจากด้วยโรคมะเร็งตับตั้งแต่มโนอายุได้ 10 ขวบ นางเป็นสาวแกร่งดูแลธุรกิจครอบครัวบริหารต่อจากสามีรอจนลูกชายโตแล้วก็มาช่วยงาน และตอนนี้เพ็ญศรีก็เกษียณงานออกมาอยู่บ้านรอเลี้ยงหลานแล้ว เพราะปีนี้ก็อายุ 59 ปีแล้วด้วย

“แล้วแม่เคยคิดไหมครับว่าดีที่สุดของแม่อาจไม่ได้ดีที่สุดสำหรับลูกก็ได้นะครับ แม่ครับ ยกเลิกงาน...”

“ไม่ได้หรอกลูก ยังไงลูกก็ต้องแต่งงานกับน้องแสบ”

“คนไม่เคยสนิทกันจะมานอนเอากันได้ยังไงครับแม่”

“โน! ทำไมลูกพูดน่าเกลียดแบบนี้ลูก ทีลูกยังไปเอากับพวกเร่ขายของสดที่ผ่านมาเป็นร้อยชายหลายสนามรบ ลูกยังเอากับพวกหล่อนได้ไม่เบื่อ แต่นี่หนูแสบ หนูแสบเป็นดั่งผ้าขาวแล้วทำไมลูกต้องรังเกียจน้องด้วย อีกอย่าง ลูกก็เคยเจอน้องเขาแล้ว” นางไม่ชอบเลยที่มโนพูดแบบนี้ ทำไมนะ ลูกชายของนางถึงได้ปากร้ายแบบนี้

“นั่นมันนานมาแล้วนะครับ อีกอย่างผมก็ไม่รู้ว่าตอนนี้เธอคนนั้นจะหน้าตาเป็นยังไง ผมไม่อยากแต่งงานครับ”

“ฝันดีนะลูก อีกสองวันก็แต่งงานแล้วไม่ต้องตื่นเต้นจนควบคุมสติตัวเองไม่ได้นะลูกรัก” นางไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดอีก เพราะนี่ก็ดึกมากแล้ว

“แม่...”

“นอนจ้ะลูก แม่กลับนะลูกรัก” นางแทรกก่อนที่มโนจะพูดสุดความ

“ฝันดีครับที่รักของลูก” มโนโน้มลงหอมแก้มของแม่ ก่อนจะโอบประคองแม่ไปส่งหน้าประตูห้อง

เฮ้อ!

ส่งแม่เสร็จก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก วันนี้วุ่นวายปวดหัวทั้งวัน แถมเพื่อน ๆ ของเขาก็ยังไม่เข้าใจเขาอีก ทำไมต้องดีใจและเห็นดีเห็นงามกับแม่ของเขาขนาดนั้นก็ไม่รู้ จริงอยู่รักษ์ ฝันดี เพ้อภพ และลวงร้อย นั้นเป็นเพื่อนรักสมัยพวกเขาเรียนโรงเรียนประจำด้วยกัน เป็นเพราะได้ชีวิตด้วยกัน อยู่ด้วยกันจริงทำให้พวกเขาทั้งห้าคนเป็นเหมือนแขนขาของกันและกัน

ธนพลตื่นแต่เช้ามาดักรอลูกสาวคนดีของตน

เมื่อคืนวานก็นั่งรอจนถึงเที่ยงคืน จะแต่งงานอีกวันสองวันอยู่แล้วตะปลิงลิงปลิงก็ยังออกไปเที่ยวเล่นแทบทุกวัน ไม่รู้ว่าลูกสาวของเขาคิดอะไรอยู่ตอนนี้ แต่ที่แน่ ๆ วันนี้ต้องคุยกันให้รู้เรื่อง และตอนนี้เจ้าตัวก็เดินมาโน่นแล้ว

“สวัสดีตอนเช้าค่ะพ่อพล” ตะลิงปลิงเดินเข้ามาหาผู้เป็นพ่อที่หนังหน้าตึงอยู่ในห้องนั่งเล่น พร้อมยกมือไหว้สวัสดีเหมือนที่ทำเป็นประจำ

“ไงลูก พ่อว่าเรามีเรื่องต้องคุยกันให้รู้เรื่องสักทีนะหนูแสบ” ธนพลเอ่ยพลางมองหน้าลูกสาวที่เพิ่งหย่อนก้นนั่งโซฟาตรงข้ามกับตน

“เรื่องอะไรดีคะพ่อที่เราต้องคุยกัน” หล่อนเอนกายพิงพนักโซฟา พลางเอื้อมมือไปหยิบหนังสือพิมพ์เช้านี้ขึ้นมาอ่านดูข่าว

“เรื่องแต่งงานยังไงล่ะลูก ทำไม...”

“แสบบอกว่าแต่งก็คือแต่งไงคะพ่อพล แต่ไม่รับปากว่าจะเป็นเมียที่ดีของผู้ชายคนนั้นได้หรอกนะคะ” พูดแทรกคำของผู้เป็นพ่อพร้อมวางหนังสือพิมพ์ในมือลงเหมือนเดิม

“เรื่องแต่งงานยังไงล่ะลูก ทำไม...”

“แสบบอกว่าแต่งก็คือแต่งไงคะพ่อพล แต่ไม่รับปากว่าจะเป็นเมียที่ดีของผู้ชายคนนั้นได้หรอกนะคะ” พูดแทรกคำของผู้เป็นพ่อพร้อมวางหนังสือพิมพ์ในมือลงเหมือนเดิม

“หนูแสบลูก ลูกก็รู้ว่าพ่อรักและเป็นห่วงเราที่สุด พ่ออยากให้ลูกมีผู้ชายดี ๆ ดูแล หากว่าวันใดวันหนึ่งไม่มีพ่อพลคนนี้อยู่ด้วยแล้ว”

ธนพลเอ่ยเสียงเศร้า ธนพลเป็นพ่อหม้ายลูกติดภรรยาเสียตั้งแต่คลอดตะลิงปลิงได้ไม่ถึงสิบนาทีแม่ของเธอก็จากเขากับเธอไป และหลังจากนั้นธนพลก็เลี้ยงดูลูกสาวคนเดียวมาตลอด โดยไม่คิดจะมีภรรยาใหม่มาให้ลูกสาวน้อยใจ

เจ้าของห้างทองคู่แท้ทำไมจะไม่รู้ว่าตะลิงปลิงนั้นไม่เห็นดีเห็นงามกับเรื่องนี้มากแค่ไหน แต่ทำยังไงได้ ในเมื่อเขาอยากให้ลูกสาวมีผู้ชายดี ๆ อย่างมโนดูแล อีกอย่างเป็นสิ่งที่ภรรยาผู้ลาลับโลกไปขอไว้ก่อนจะสิ้นใจไป ฉะนั้นเป็นสิ่งเดียวที่ธนพลจะทำเพื่อภรรยาและลูกที่รักได้ หากลูกสาวคนเดียวมีคนที่ดูแลเขาจะได้เบาใจ

“พ่อคะ ทำไมพ่อถึงคิดว่าผู้ชายคนนั้นจะดีกับลูกด้วยคะ อีกอย่างพ่อก็ดูแสบสิคะ จะให้แสบไปเป็นเมียที่ดีของใครไม่ได้หรอกนะคะ แต่ที่แสบยอมแต่งงานกับลูกชายของเพื่อนแม่ก็เพราะว่าพ่อบอกว่ามันเป็นสิ่งที่แม่ขอร้องก่อนที่แม่จะจากพวกเราไป พ่อก็รู้ว่าผู้หญิงติดเที่ยวอย่างหนูยากที่จะมีผู้ชายมารักและอยากดูแล”

หล่อนเอ่ย เพราะมันคือความจริง ผู้ชายที่ไหนอยากได้คู่ชีวิตแบบหล่อนกันละ ไหนจะแม่ของลูกอีก ผู้ชายทุกคนอยากมีแม่ของลูกน่ารักอ่อนหวานทั้งนั้น แต่สำหรับ

ตะลิงปลิง เชิดศักดิ์

หรือ

แสบ

วัย 24 ปี คนนี้มันไม่ใช่ แม้ว่ารูปร่างภายนอกของหล่อนจะดีเป็นที่ดึงดูดพวกผู้ชายก็ตาม แต่พอได้มารู้จักและสัมผัสถึงตัวตนของเธอแล้วทุกคนก็ขยาดกลัว เพราะแบบนี้ไง หล่อนถึงไม่มีใครกล้ามาจีบ และไม่มีแฟนทั้ง ๆ ที่เธอก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่น้อยหน้าใคร

“หนูแสบของพ่อน่ารัก พ่อเชื่อว่าโนจะชอบและรักลูกสาวพ่อในสักวัน พี่เขาเป็นคนดี”

“ผู้ชายที่พ่อบอกน่ะเหรอคะดี ดีแตกน่ะสิไม่ว่า ปากร้ายยิ่งกว่าผู้หญิง ผู้ชายแบบนั้นให้ตายยังไงลูกก็ไม่มีวันรักลงได้หรอกค่ะ” ตะลิงปลิงเอ่ยพลางนึกถึงเรื่องราวสมัยเด็ก ๆ ตอนที่พ่อพาไปทานข้าวบ้านของคุณป้าเพ็ญศรี จำได้ดีไม่มีวันลืมเลยแหละว่าครั้งแรกที่เจอกันผู้ชายคนนั้นทำอะไรกับตนบ้าง

“นั่นมันตอนหนูแสบของพ่อเด็ก ตอนนี้หนูแสบของพ่อสวยปานนางฟ้าขนาดนี้มีหรือพี่เขาจะรังเกียจเรา”

“ไม่เอา แสบไม่พูดเรื่องนี้แล้ว พูดไปงานแต่งงานก็ไม่มีวันถูกยกเลิกอยู่ดี”

“หนูแสบไม่พูดให้พ่อห่วงสิลูก”

“ก็มันจริงไม่ใช่เหรอคะ แสบไม่อยากเอาอิสระทั้งหมดของแสบมาผูกติดกับผู้ชายปากร้ายคนนั้น แต่คุณพ่อกับคุณป้าก็บังคับแสบ”

“ไม่พูดแล้วหนูแสบ ตอนนี้ป้าพิมพ์คงตั้งโต๊ะอาหารเสร็จแล้วแหละ” เอ่ยพลางก้มมองดูนาฬิกาข้อมือของตน แล้วลุกขึ้นยืนยื่นมือส่งให้ลูกสาวจับลุกขึ้น

แล้วสองพ่อลูกก็เดินไปยังห้องรับประทานอาหารด้วยกันด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ซึ่งแตกต่างจากตอนพูดคุยกันก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง

วันแต่งงานเป็นวันที่หนุ่มสาวใฝ่ฝัน

แต่งานแต่งงานใหญ่โตที่ถูกจัดขึ้น ณ โรงแรมหรูใจกลางเมืองกรุงในตอนนี้เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวไม่ได้มีความยินดีปรีดากับงานวิวาห์ครั้งนี้เลย ฝ่ายเจ้าบ่าวที่กำลังยืนรอรับแขกหน้างานระหว่างรอเจ้าสาวแต่งตัวเสร็จก็ได้แต่หน้าบึ้งกลืนไม่เข้าคายไม่ออก จนบรรดาเพื่อนเจ้าบ่าวต้องเดินมายืนเป็นเพื่อน

“ยิ้มหน่อยไอ้เพื่อน” รักษ์เดินมาทำมือดึงแก้มทั้งสองของเพื่อนให้ยิ้ม

“ไม่เว้ย! มึงก็ดูแม่กูสิ หน้าบานอย่างกับดอกทานตะวัน แม่ไม่เคยคิดถึงจิตใจกูเลยว่ะ” มโนปัดมือของเพื่อนรักออกจากหน้าของตน พลางส่งสายตาไปทางผู้เป็นแม่ที่กำลังพูดคุยสนุกสนานกับแขกที่มาร่วมงาน

“เจ้าสาวมึงจะมาตอนไหนวะ รูปพรีเวดดิ้งก็ไม่ถ่าย กูละอยากเห็นหน้าจะแย่แล้วเว้ย แล้วคนอะไรกล้าตั้งชื่อลูกว่าตะลิงปลิง” ฝันดีพูดบ้าง เมื่อตอนนี้ก็ใกล้ได้เวลาแล้ว แต่เจ้าสาวก็ยังไม่เข้ามาในงานเลย

“พอแม่เขาพอใจจะตั้งไหมไอ้ฝัน อีกอย่าง เรื่องรูปกูไม่ถ่ายเองแหละ ถ่ายทำไม แต่งงานก็ใช่ว่าจะสำคัญที่รูปถ่าย อีกอย่าง กูไม่อยากเจอหน้ายัยเด็กนั้นด้วย” มโนกัดฟันแน่นเมื่อพูดถึงเจ้าสาวของตน แล้วภาพในอดีตก็ย้อนเข้ามาในหัว

"เฮ้ย! เจ้าสาวมึงมาแล้วไอ้โน แม่งสวยชิบหายเลยไอ้เชี่ย”

ลวงร้อยร้องบอกเพื่อน ๆ ของตนให้มองไปยังข้างหน้างานด้วยความตื่นเต้น สายตาของห้าหนุ่มจดจ้องไปยังเจ้าสาวชุดสีขาวยาวลากพื้น ชุดที่เปิดเผยไหล่เล็กนวลเนียนกำลังเดินหน้าตึงไม่ต่างจากเจ้าบ่าวมาทางพวกเขายืน

“อะแฮ่ม! นั่นเมียกูเว้ย!" มโนบอกเพื่อนรักเพื่อเรียกสติ

ตอน 3

"เฮ้ย! เจ้าสาวมึงมาแล้วไอ้โน แม่งสวยชิบหายเลยไอ้เชี่ย”

ลวงร้อยร้องบอกเพื่อน ๆ ของตนให้มองไปยังข้างหน้างานด้วยความตื่นเต้น สายตาของห้าหนุ่มจดจ้องไปยังเจ้าสาวชุดสีขาวยาวลากพื้น ชุดที่เปิดเผยไหล่เล็กนวลเนียนกำลังเดินหน้าตึงไม่ต่างจากเจ้าบ่าวมาทางพวกเขายืน

“อะแฮ่ม! นั่นเมียกูเว้ย!" มโนบอกเพื่อนรักเพื่อเรียกสติ

“มึงหวงเหรอไอ้โน” เพ้อภพเอ่ยพร้อมกับมองตามสายตาของเจ้าบ่าวที่กำลังจดจ้องไปทางเจ้าสาวไม่วางตา

“เปล่า...กูอายแขกในงาน อีกอย่าง ไม่เห็นจะสวยตรงไหนเลย” มโนบอกปัดพลางแสร้งมองไปทางอื่น แต่หางตาก็แอบชำเลืองมองคนตัวเล็กในชุดสีขาวเดินมาทางตนอยู่เป็นระยะ

“หนูแสบสวยมาก ๆ เลยจ้าวันนี้ ขอบคุณนะจ๊ะที่ยอมแต่งงานกับพี่เขา”

เพ็ญศรีเดินไปรับลูกสะใภ้จากธนพลพาเดินมาส่งให้ลูกชายของตน ตะลิงปลิงก็ได้แต่ยิ้มแหย ๆ ให้กับอีกฝ่าย

“หลบหน่อยหนุ่ม ๆ เจ้าสาวเขาจะยืนข้างเจ้าบ่าวแล้วจ้ะ”

เพ็ญศรีผลักเพ้อภพออกจากข้างลูกชายของตนแล้วดันตะลิงปลิงไปยืนแทนที่ พร้อมจับท่าทางให้เจ้าสาวยกมือมาควงแขนเจ้าบ่าว ส่วนเจ้าบ่าวกับเจ้าสาวจ้องสบตากันเมื่อถูกบังคับ ก่อนจะเบือนหน้าหนีไปคนละทาง

“สวัสดีครับคุณอา” มโนยกมือของตนขึ้นไหว้สวัสดีพ่อของเจ้าสาวของตน หลังจากที่ไม่ได้พบกันนานมาหลายปี แต่ก็ยกขึ้นได้ไม่ถนัดเพราะมีมือเล็กเกาะแขนไว้

“อาฝากน้องด้วยนะโน” ธนพลเอ่ยยิ้ม ๆ ก่อนจะหันไปมองหน้าลูกสาวที่เอาแต่บึ้งตึง “หนูแสบยิ้มหน่อยสิลูก วันนี้ลูกพ่อเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในโลกเลยนะ”

“ก็แสบ...”

“ไม่เอา ๆ ไม่พูดกันแล้ว เรามาถ่ายรูปครอบครัวกันดีกว่าพล” เพ็ญศรีเห็นว่าหากปล่อยให้ตะลิงปลิงพูดคงได้ปะทะฝีปากกับลูกชายตัวดีของตนเป็นแน่ “ภพ ฝัน รัก และเพ้อจ๊ะ ออกจากเฟรมได้ไหมลูก แม่จะถ่ายเฉพาะครอบครัวจ้ะ” นางบอกบรรดาเพื่อน ๆ ขอวงลูกชายให้ออกจากตรงนี้ เพราะอยากถ่ายรูปครอบครัวกัน

สี่หนุ่มมองตากัน ก่อนจะส่งยิ้มเยาะเย้ยไปให้เจ้าบ่าวหน้าตึง แล้วเดินออกไปยืนมองอยู่ข้าง ๆ เจ้าบ่าวเจ้าสาวถ่ายรูปกับครอบครัว เมื่อรูปครอบครัวเสร็จก็ต้องเป็นรูปกับเพื่อนเจ้าบ่าว

“หนูแสบยิ้มมีความสุขหน่อยสิจ๊ะลูก ไม่เอาไม่ทำหน้าตึงสิคะ โนก็ด้วย เจ้าสาวสวยก็สวย ทำไมถึงได้ทำหน้าแบบนี้ลูก”

เพ็ญศรีเอ่ยเมื่อเห็นเจ้าบ่าวเจ้าสาวไม่ยอมยิ้มเลย ทำหน้าอย่างกับถูกบังคับแต่งงานอย่างนั้นแหละ แต่ก็ถูกบังคับจริง ๆ เสียด้วยสิ ตะลิงปลิงเป็นลูกสาวของเพื่อนรุ่นน้องที่มหาวิทยาลัยของนาง พอแต่งงานมีครอบครัวเลยสัญญากันว่าจะให้ลูก ๆ ของตนแต่งงานกัน และวันนี้ก็มาถึงสักที

“พี่เพ็ญครับผมว่าให้เด็ก ๆ มีรูปคู่ดีไหมครับ” ธนพลออกความเห็น เมื่อเห็นว่าถ่ายรูปครอบครัวหลายรูปแล้ว

“ดี ๆ เหมือนกันพล” แล้วทั้งสองก็พากันแยกออกจากเฟรมกล้อง ทิ้งเหลือแต่เจ้าบ่าวเจ้าสาวเงอะงะด้วยไม่รู้ว่าจะทำหน้ายังไง

“ยิ้มหน่อยสิ ไม่ดีใจเหรอที่ได้แต่งงานกับฉัน”

“ตกนรกน่ะสิไม่ว่า ว้าย!"

ตะลิงปลิงร้องเสียงหลงเมื่อถูกเจ้าบ่าวตวัดเกี่ยวร่างเข้าไปกอดแบบไม่ทันได้ตั้งตัว

“ยิ้มสิ” มโนกระซิบคนในอ้อมกอด พลางสูดกลิ่นกายหอม ๆ ของเจ้าสาวเข้าปอดแรง ๆ กลิ่นช่างหอมละมุน มันไม่ใช่กลิ่นน้ำหอม แต่มันเป็นกลิ่นแป้งเด็ก เป็นกลิ่นที่ไม่คิดว่าผู้หญิงวัยสาวจะใช้กัน

“ปล่อยฉันนะ” หล่อนพยายามขืนตัวเองไม่ให้ร่างบดเบียดไปกับเจ้าบ่าว

“ยิ้มสิ ทุกคนรอเราอยู่นะ ถ่าย ๆ ไปเถอะ สร้างภาพน่ะเป็นไหม” มโนเอ่ย ก่อนจะหันไปยิ้มให้กล้อง และมันเป็นยิ้มที่เขายิ้มเต็มปาก เป็นยิ้มที่ไม่เสแสร้งและยิ้มของมโนก็ทำให้เพื่อนรักทั้งสี่ของเขาต้องหันมาสบตากันด้วยคำถาม

“ตกนรกน่ะสิไม่ว่า ว้าย!"

ตะลิงปลิงร้องเสียงหลงเมื่อถูกเจ้าบ่าวตวัดเกี่ยวร่างเข้าไปกอดแบบไม่ทันได้ตั้งตัว

“ยิ้มสิ” มโนกระซิบคนในอ้อมกอด พลางสูดกลิ่นกายหอม ๆ ของเจ้าสาวเข้าปอดแรง ๆ กลิ่นช่างหอมละมุน มันไม่ใช่กลิ่นน้ำหอม แต่มันเป็นกลิ่นแป้งเด็ก เป็นกลิ่นที่ไม่คิดว่าผู้หญิงวัยสาวจะใช้กัน

“ปล่อยฉันนะ” หล่อนพยายามขืนตัวเองไม่ให้ร่างบดเบียดไปกับเจ้าบ่าว

“ยิ้มสิ ทุกคนรอเราอยู่นะ ถ่าย ๆ ไปเถอะ สร้างภาพน่ะเป็นไหม” มโนเอ่ย ก่อนจะหันไปยิ้มให้กล้อง และมันเป็นยิ้มที่เขายิ้มเต็มปาก เป็นยิ้มที่ไม่เสแสร้งและยิ้มของมโนก็ทำให้เพื่อนรักทั้งสี่ของเขาต้องหันมาสบตากันด้วยคำถาม

“ดีมากจ้า...น่ารักมาก ๆ เลยลูก ๆ เพื่อนเจ้าบ่าวมาถ่ายกับเจ้าบ่าวเจ้าสาวได้แล้วจ้ะ”

เพ็ญศรีบอกเพื่อนเจ้าบ่าวตัวป่วนเข้าไปถ่ายรูปกับเจ้าบ่าวเจ้าสาว แล้วเพื่อนเจ้าสาวก็มาร่วมเฟรมถ่ายรูปได้ เพื่อนเจ้าสาวของตะลิงปลิงมีแต่เด็ก ๆ อายุ 7 ขวบ 8 ขวบ เลยทำให้เพื่อนเจ้าบ่าวใจแป้ว เพราะคิดว่าเพื่อนเจ้าสาวจะสวยเหมือนเจ้าสาว แต่ก็ผิดคาด

เวลาผ่านไปไม่นาน พิธีช่วงเช้าก็จบลงเมื่อเจ้าบ่าวเจ้าสาวจดทะเบียนต่อเจ้าหน้าที่ทะเบียนที่เพ็ญศรีเชิญมา เมื่อตอนนี้ทั้งสองเป็นสามีภรรยากันถูกต้องตามกฎหมาย ก็ให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวแยกตัวไปพัก รอเวลาสองทุ้มสิบสามนาทีก็ถึงฤกษ์ดีส่งตัวคู่บ่าวสาวเข้าห้องหอบนห้องที่ทางโรงแรมจัดไว้ให้ ทั้งสองต้องพักอาศัยอยู่ที่โรงแรมนี้เป็นเวลาสามวันสามคืน

ตะลิงปลิงเดินวนเวียนไปมาหลายรอบแล้วตั้งแต่พิธีแต่งงานเสร็จ

จะเหลือก็แต่ฤกษ์ส่งตัวเข้าห้องหอ หญิงสาวกระวนกระวายใจ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาชนิดาเพื่อนรัก แต่ก็เงียบ สงสัยงานศพของพ่อคงไม่เสร็จจึงรับสายเธอไม่ได้ แต่แล้วก็ต้องกำโทรศัพท์ไว้ในมือเมื่อผู้เป็นพ่อเปิดประตูเข้ามาหาในห้องพัก

“หนูแสบเป็นยังไงบ้างลูก เหนื่อยไหม อดทนหน่อยนะลูกอีกเดี๋ยวก็ได้เข้าหอแล้ว” ธนพลเดินมาลูบหัวแก้วตาดวงใจตนด้วยความอ่อนโยน พร้อมดึงตามตนไปนั่งที่โซฟา

“ลูกไม่เหนื่อยเท่าต้องฝืนใจแต่งงานกับผู้ชายคนนั้นหรอกค่ะพ่อพล” หล่อนตัดพ้อ

“ไม่เอาสิลูก ตอนนี้ลูกเป็นคนของบ้านเหลืองอร่ามทองคำส่องแสงระยิบระยับรุ่งเรืองพราวฟ้าแล้วนะลูก”

“ให้ตายเถอะพ่อ นามสกุลบ้าอะไรยาวยิ่งกว่ากำแพงเมืองจีน ใครจะไปจำได้ พ่อพูดใหม่อีกทีสิคะ” หล่อนตกใจตั้งแต่เห็นนามสกุลที่ตนต้องเปลี่ยนตั้งแต่ตอนจรดปลายกาเซ็นชื่อในใบทะเบียนสมรสแล้ว

“หนูแสบล้อพ่อเล่นรึเปล่าลูก” ธนพลยิ้มขำ กว่าเขาจะท่องจำได้ก็ใช้เวลานาน และเหมือนจะพูดได้ครั้งเดียวด้วย

“ช่างเถอะ ไม่เห็นต้องจดจำอะไรเลย เดี๋ยวไม่นานก็ต้องหย่าอยู่ดีใช่ไหมคะพ่อพล เพราะพ่อพลบอกว่าถ้าอยู่ไม่รอด พ่อพลอนุญาตให้แสบหย่าได้” หญิงสาวทวงคำพูดก่อนที่ตนจะตกลงแต่งงานกับมโน

“แน่นอนอยู่แล้ว แต่ลูกแน่ใจเหรอว่าลูกจะไม่หลงรักพี่เขา พี่เขาหล่อออกปานนั้น ขนาดพ่อเป็นผู้ชายด้วยกันยังอดชื่นชมไม่ได้เลยนะ”

หากว่าในอนาคตข้างหน้าชีวิตคู่ของลูกสาวไปไม่รอด เขาก็ให้สิทธิ์เธอตัดสินใจเอง เพราะแค่เรื่องแต่งงานก็ถือว่าบังคับจิตใจของตะลิงปลิงมากพอแล้ว ต่อไปนี้หากเธออยากทำอะไรเขาก็จะตามใจลูกสาวทุกอย่าง และเคารพทุกการตัดสินใจของเธอด้วย

อีกห้องถัดกันไปนั้นฝ่ายเจ้าบ่าวก็กำลังพูดคุยกันสนุกปาก

โดยเฉพาะเพื่อนเจ้าบ่าวที่พากันพูดหยอกล้อเจ้าบ่าวในวันนี้ไม่หยุดปาก หัวเราะเริงร่ากัน แต่จะมีก็แต่เจ้าบ่าวคนเดียวเท่านั้นไม่ขำด้วย เพราะเจ้าตัวเองแต่นิ่งเงียบเมื่อเข้ามาอยู่ในห้อง จนตอนนี้ก็เหลือเวลาไม่กี่นาทีก็ได้เวลาส่งตัวเข้าห้องหอแล้ว

“ยิ้มหน่อยสิโน เจ้าสาวมึงก็ไม่ได้ขี้เหร่อะไรซะหน่อย”

ฝันดีตบไหล่เพื่อนรักเมื่อคิดถึงหน้าของเจ้าสาวเพื่อนก็อดยิ้มกริ่มไม่ได้ เมื่อเจ้าหล่อนนั้นช่างสะดุดตาของเขาเหลือเกิน ตั้งแต่นาทีแรกที่เธอก้าวเดินเข้ามาให้เห็น หัวใจหนุ่มก็เต้นเร่า และนาทีนั้นเองที่เขารู้สึกอิจฉาเพื่อนรักในวันนี้และอดเสียดายไม่ได้ ยอมรับว่าเขาหวั่นไหวกับเจ้าหล่อนทั้ง ๆ ที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น เพราะตะลิงปลิงเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของเพื่อนรักเรียบร้อยแล้ว

“มึงก็มาเป็นกูสิ ถูกบังคับแต่งงานทั้ง ๆ ไม่ได้รัก” มโนตอบเพื่อนรักพลางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขยับชุดสูทของตนก่อนจะพูดต่อ “มึงชอบก็เอาไปสิ กูไม่คิดจะอยู่กับเด็กนั่นนานหรอก กูจะหาทางหย่าให้ได้ อีกอย่างก็แค่เมียไม่ได้รัก แบ่งเพื่อนกินได้อยู่แล้ว เหมือนที่เราเวียนสาวกันใช้ไงล่ะ”

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED