ตอน 1

นิยายเรื่อง ของหวงผู้ชายเอาแต่ใจ เล่ม 1

เสียงกรี๊ดของสาว ๆ ที่ข้างสนามบาสเก็ตบอลทำให้สองหนุ่มที่กำลังแข่งขันชู้ดบาสกันอยู่เร่งทำคะแนนอย่างเต็มที่

“พี่คิง พี่คิง พี่คิงสู้ๆ” เสียงเชียร์คชาดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง พอกับเสียงเชียร์ธนา

“พี่ไทน์สู้ ๆ พี่ไทน์สู้ตาย พี่ไทน์ ไว้ลาย สู้ตาย ๆ” สองหนุ่มห้ำหั่นกันอย่างดุเดือด เพราะฝีมือไม่เป็นสองรองใคร ทั้งเรื่องการเรียน กีฬาและแข่งขันวิชาการ

คชามาจากตระกูลดังของสุรเกียรติ ทายาทเพียงคนเดียวของคันสร ในขณะที่ธนาเป็นแค่เด็กบ้านนอกจน ๆ ที่อาศัยอยู่กับแม่ที่ขายข้าวแกงอยู่ริมถนนอย่างธัญญาเรศ

แม้ทั้งสองจะฐานะต่างกันราวฟ้ากับเหว แต่หน้าตาและความเก่งสูสีกัน ผลัดกันแพ้ ผลัดกันชนะ

เสียงเฮดังขึ้นรอบสนามเมื่อธนาเป็นฝ่ายชนะ

“รอบหน้าเอาใหม่นะเพื่อน” ธนาเดินตรงเข้าไปจับมือกับคชา แต่คชาปัดออกมองอย่างเดือดดาล

“ใครเป็นเพื่อนแก ฉันไม่มีเพื่อนแบบแก” การกระทำของคชาทำให้หลายคนหันไปทำหน้าปั้นยาก ในขณะที่ธนายิ้มให้สาว ๆ ก่อนที่จะโค้งคำนับให้ทุกคน ที่อุตส่าห์มาเชียร์ให้กำลังใจเขาแบบนี้

การทำให้สาวๆ รักและคลั่งไคล้ เป็นสุภาพบุรุษและเป็นผู้ชายที่อบอุ่นดีงามทำให้เขาได้ใจทุกคนไปจนหมด แตกต่างจากคชาที่บ้านรวย รูปหล่อ พ่อรวย แต่นิสัยเสีย สันดานแย่ และถูกเปรียบเทียบกับเขาเสมอว่าเหมือนสีขาวกับสีดำ

เขาได้ทุนมาเรียนโรงเรียนดังแห่งนี้เพราะสอบเข้ามาจากมันสมองล้วน ๆ แต่โรงเรียนแห่งนี้มีแต่ลูกเศรษฐีมีเงิน และเด็กมีอันจะกิน มีแต่เขาที่ต้องปากกัดตีนถีบช่วยแม่ทำงานสายตัวแทบขาดกว่าจะได้เงินแต่ละบาทแต่ละสตางค์

“พี่ไทน์คะ ขอถ่ายรูปพี่ในชุดพละได้ไหมคะ พี่เท่ที่สุดเลยค่ะ” เสียงนักเรียนสาวในโรงเรียนดังขึ้น ทำให้ปลายฝนยืนมองธนาด้วยความชื่นชม

เธอแอบชอบและแอบปลื้มธนา แต่แอบปิดบังไม่ให้ใครรู้ สำคัญที่สุดก็เพราะว่าเขาเป็นศัตรูของคชา

คชาเป็นเจ้านายของเธอ เธอเป็นแค่เด็กในบ้านที่บิดาของเขาเอ็นดู ส่งเสียให้เล่าเรียน การให้คชารู้ จะทำให้เธอเดือดร้อน เพราะคชากับธนาเป็นคู่แข่งกันมาตลอด ในทุก ๆ เรื่อง

คชาเหมือนสีดำ ธนาเหมือนสีขาว ธนาอบอุ่น เป็นสุภาพบุรุษ ในขณะที่คชาเหมือนเสือร้ายคอยจัดการทุกคนที่ขวางทางของตัวเองเมื่อถูกทำให้ไม่พอดี

ธนาแสนดี มีน้ำใจช่วยเหลือทุกอย่าง ในขณะที่คชาพร้อมเหยียบย่ำทุกคนให้จมดิน

“ยืนเซ่อทำอะไรอยู่อีก ขึ้นรถสิ” เสียงกระชากของคชาทำให้ปลายฝนสะดุ้ง

“ถ้าคุณพ่อไม่ให้รับเธอกลับบ้านด้วย อย่าหวังเลยว่าลูกคนใช้อย่างเธอจะเสนอหน้าขึ้นมานั่งบนรถกับฉันได้” คชาตวาดใส่ เขายิ่งหงุดหงิดที่เห็นว่าเด็กในบ้านที่บิดาเอ็นดูนักหนากำลังมองคู่แข่งของเขาในทุก ๆ เรื่องด้วยสายตาชื่นชม

ใคร ๆ ก็บอกว่าหมอนั่นดี จะดีแค่ไหนก็แค่ลูกแม่ค้าขายข้าวแกง ไม่มีอะไรสู้เขาได้เลยสักอย่าง

ถึงเขาจะแพ้ให้มันวันนี้ แต่เขาไม่มีทางแพ้ให้มันอีกในครั้งต่อไป คอยดูเถอะ!

“ถ้าคุณคิงไม่สะดวกใจที่จะให้ปลายนั่งรถไปด้วย ปลายกลับเองดีก็ได้ค่ะ”

“อวดดี มานี่เลย เลิกมองมันได้แล้ว” เขากระชากปลายฝนซึ่งอยู่ในชุดนักเรียนม.ปลายไปขึ้นรถ

ครั้งก่อนบิดาสั่งให้คนขับรถรับปลายฝนกลับไปด้วย แต่เขาให้เธอกลับเอง บิดาบังเอิญเห็นเธอลงจากรถเมล์และเดินเข้าซอยบ้านไป เขาเลยโดนด่ายับ ในขณะที่ปลายฝนยิ่งพยายามแก้ตัวก็เหมือนเขายิ่งกลายเป็นตัวร้ายเข้าไปทุกที สุดท้ายบิดาก็ยื่นคำขาดให้รับปลายฝนกลับบ้านด้วยกันทุกวัน ถ้าหากว่าเขากลั่งแกล้งเธอ ทำให้เธอลำบากต้องกลับบ้านเองอีก เขาจะโดนตัดเงิน

บิดารักและเอ็นดูปลายฝนมากจนเขายังนึกสงสัย ว่าบิดาอยากจะเคลมเด็กในบ้าน แต่เขาก็ยังไม่เห็นว่าเป็นเช่นนั้น แต่ก็นิ่งนอนใจไม่ได้

“ไปได้แล้วครับลุงชุ่ม” คชาสั่งคนขับรถ ก่อนจะเหลือบมองตัวต้นเหตุที่ทำให้เขาโดนบิดาดุนั่งอยู่ตรงเบาะหน้าด้วยสายตาไม่สบอารมณ์

“เธอกล้ามากนะที่จะกลับเอง ถ้าคุณพ่อมาเห็น ฉันก็จะโดนหักเงินอีก เธอมีปัญญาชดใช้เหรอ” คชาเปิดศึกในรถ เอ่ยถามเสียงกร้าว

“ปลายขอโทษค่ะ”

“หุบปาก!” เสียงเข้มเอ่ยขึ้นทำเอาปลายฝนสะดุ้งสุดตัว ชุ่มเองก็รับรู้ถึงอารมณ์เดือดดาลของเจ้านายหนุ่ม

“ฉันไม่ต้องการคำขอโทษจากเธอ ถ้าขืนกล้าทำให้ฉันเดือดร้อนอีก เธอโดนแน่” เขาคาดโทษเอาไว้ พอถึงบ้านลงจากรถได้คชาก็รีบคว้าข้อมือเล็กของปลายฝนเอาไว้

“คุณคิง มีอะไรคะ” เธออุทานอย่างตกใจ พลางเอ่ยถามเสียงสั่น

“อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วมาทำความสะอาดห้องฉันด้วย”

“แต่เป็นหน้าที่พี่สารินนี่คะ”

“เดี๋ยวนี้เธอกล้าเถียงฉันอย่างนั้นเหรอ”

“ได้ค่ะ” ปลายฝนรีบรับคำ เธอไม่มีหน้าที่แค่รับคำ เขาเป็นเจ้านายและเธอก็เป็นแค่ผู้อาศัยเท่านั้น

“เธอควรรู้สถานะว่าเป็นใคร กล้าปฏิเสธ กล้าต่อรองกับฉันอย่างนั้นเหรอ ถึงแม้ว่าคุณพ่อจะรักและเอ็นดูเธอมากแค่ไหน แต่เธอก็แค่ลูกคนใช้ในบ้านเท่านั้น” เขาตอกย้ำสถานะของเธอ

“ปลายรู้ค่ะ” เธอพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินกลับห้องพักด้วยจิตใจว้าวุ่น ไม่แน่ใจว่าเขาจะมาไม้ไหนอีก ถ้าเธอทำอะไรให้เขาไม่พอใจ เธอได้โดนเขาแกล้งอีกแน่ ๆ และในบ้านก็ไม่มีใครกล้าหือกับเขาหรอก

“ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะลูก” ประภาพรเอ่ยถามลูกสาวที่เดินกลับห้องพักด้วยใบหน้าห่อเหี่ยว

“คุณคิงให้หนูไปทำความสะอาดห้องน่ะค่ะ”

“ก็ไปสิ”

“แต่หน้าที่พี่สารินนะจ๊ะแม่”

“ก็ใช่ แต่เราเป็นคนใช้จะเกี่ยงได้ยังไงกัน”

“หนูว่าไม่ใช่หรอก คุณคิงคงอยากหาเรื่องแกล้งอะไรหนูแน่ ๆ”

“แล้วเราไปทำอะไรให้คุณคิงไม่พอใจอีกหรือไง”

“ไม่ได้ทำอะไรเลยจ้ะ” ปลายฝนส่ายหน้าไปมา แต่ก็ต้องรีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ขึ้นไปทำความสะอาดห้องของเจ้านายจอมเหวี่ยงอย่างคชาในทันที ถ้าขึ้นไปช้าเธอได้โดนเขาเอ็ดลั่นบ้านอีกแน่ ๆ

“กว่าจะเสด็จขึ้นมาได้ ฉันรอเธอเกือบยี่สิบนาที” เขาก้มมองนาฬิกาข้อมือเรือนหรู พลางมองปลายฝนตั้งแต่หัวจรดเท้า เธออยู่ในชุดเสื้อยืดสีชมพูกับกางเกงห้าส่วนสีน้ำตาลเข้ม

ปลายฝนเป็นคนผิวขาวผ่อง หน้าตาผิวพรรณของอีกฝ่ายดีเกินหน้าเกินตาลูกคนใช้ทั่วไป เขายอมรับข้อนี้

แต่ยังไงเธอก็คือลูกคนใช้ในบ้านเท่านั้น!

“เดี๋ยวปลายจะรีบทำความสะอาดห้องค่ะ” เธอนำอุปกรณ์ทำความสะอาดเข้ามาพร้อมสรรพ กวาดสายตามองห้องสะอาดสะอ้านของเขาแล้วนึกไม่ออกว่าจะต้องทำความสะอาดตรงไหน ฝุ่นที่จะดูดก็ไม่มีสักนิด หรือคราบสกปรกที่ต้องเช็ดก็ไม่มีอีกเช่นกัน สารินเองก็เป็นคนเรียบร้อย ทำความสะอาดบ้านได้เนี๊ยบมาตลอด ไม่เคยมีอะไรบกพร่องให้ต้องตำหนิ

ตอน 2

“เธอชอบไอ้ไทน์รึไง” ประโยคของเจ้านายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงปลายเตียงในชุดลำลองแสนสบายเอ่ยขึ้น เธอเดาว่าเขาคงอาบน้ำอาบท่าแล้วเหมือนกัน เพราะกลับมาจากโรงเรียนค่อนข้างเหนียวตัว

เธออายุห่างจากเขาแค่หนึ่งปี ปีนี้เขาอายุสิบแปด ย่างสิบเก้า ส่วนเธอสิบเจ็ดย่างสิบแปด ที่เธอได้เรียนโรงเรียนดังที่พวกลูกเศรษฐีมีเงินเรียนกันอย่างทิพย์ปัญสรณ์

“ปะ... เปล่าค่ะ” ปลายฝนตอบเสียงตะกุกตะกัก

“ไอ้หมอนี่มันไม่ได้ดีจริงๆ หรอก ที่มันแสดงออกมันแกล้งทำทั้งนั้น ถ้าเธอไปหลงเชื่อมันเหมือนคนอื่นก็จะโดนมันหลอก”

“พี่ไทน์ไม่ใช่คนแบบนั้นนะคะ”

“นี่เธอกล้าเข้าข้างมันอย่างนั้นเหรอ” เขาตรงเข้าบีบคอเธอจนปลายฝนต้องไอออกมา

“แค่ก ๆ ๆ คุณคิง ปลายเจ็บ แค่ก ๆ ปล่อยปลาย แค่ก ๆ” เขายอมปล่อยแต่โดยดี เธอก็ได้แต่ไอติดกันจนสำลัก มือบางลูบคอของตัวเองไปมา ใบหน้าแดงก่ำ

“ถ้าเธอชอบมันก็เลิกชอบมันซะ เพราะฉันจะไม่ยอมให้เด็กในบ้านอย่างเธอไปชอบศัตรูของฉันแน่ ๆ”

“คุณคิงโกรธที่แข่งบาสแพ้พี่ไทน์เหรอคะ”

“นี่เธอกล้าเยาะเย้ยฉันอย่างนั้นเหรอ” คราวนี้เขาขยับเตรียมพุ่งเข้ามาทำร้าย แต่ปลายฝนหลบทัน รีบวิ่งหนีไปที่มุมห้องในทันที เธอยกอุปกรณ์ดูดฝุ่นขึ้นมาเตรียมป้องกัน

“นี่เธอกล้าสู้ฉันอย่างนั้นเหรอปลายฝน”

“ปลายยอมตาย ห้ามทำอะไรปลายนะ”

“เธอได้ตายสมใจแน่” เขาเอ่ยขึ้นเสียงกร้าวดุดัน ปลายฝนหันรีหันขวาง เธอจะเอาตัวรอดยังไงดีนะ เด็กสาวกรีดร้องสุดเสียง

เอาไงเอากัน ต้องเอาตัวรอดไว้ก่อน ตอนนี้เธอคิดอะไรไม่ออกจริง ๆ

เสียงกรีดร้องของปลายฝนทำให้คนในบ้านแตกตื่น ในขณะที่คชาสบถอย่างหัวเสีย

“เป็นบ้าอะไรของเธอนี่ หยุดกรี๊ดเดี๋ยวนี้นะ เดี๋ยวคนในบ้านก็หาว่าฉันทำอะไรเธอหรอก”

ก๊อก ก๊อก ก๊อก... เสียงเคาะประตูดังขึ้นระรัว นั่นทำให้ปลายฝนคิดว่าตัวเองรอดแล้ว

“คุณคิง มีอะไรคะคุณคิง” เสียงนั่นก็คือเสียงของสารินนั่นเอง แต่เสียงของสารินไม่ได้ทำให้คชาสนใจ

“ไสหัวไปซะ!” คชาตวาดออกมาจากในห้อง

“แกทำอะไรปลายฝน เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ” แต่เสียงเข้มของบิดาที่ดังขึ้นทำให้คชากลอกตาไปมา หันไปมองปลายฝนอย่างคาดโทษ

แม้จะกวนบาทาใครขนาดไหน แต่กับบิดาคชาก็ต้องยอมลงให้ในบางครั้ง

ประตูถูกกระชากออกเต็มแรง ใบหน้าของลูกชายที่สุดแสนจะบูดบึ้งทำให้คันสรต้องเอ่ยถาม

“แกทำอะไรปลายฝน”

“คุณพ่อดูสิครับว่าผมทำอะไรเธอ” เขาเปิดประตูให้กว้างอีก ทำให้ทุกคนเห็นปลายฝนยืนตัวสั่นถืออุปกรณ์ทำความสะอาดอยู่มุมหนึ่งของห้อง

“ฉันทำอะไรเธอรึเปล่าปลายฝน ตอบดี ๆ นะ ถ้าเธอพูดโกหก เจอดีแน่”

“แกเลิกขู่ปลายฝนสักที ปลายฝนตอบฉันมาว่าลูกชายของฉันทำอะไรเธอหรือเปล่า ฉันจะจัดการทุกอย่างให้เอง” คันสรเป็นคนยุติธรรม ไม่มีทางเข้าข้างลูกชายแน่นอนหากลูกชายทำผิด ทุกคนในบ้านรู้ดี แต่เพราะภรรยาเสียชีวิตตั้งแต่คชายังเด็ก ทำให้คชาขาดแม่คอยอบรมสั่งสอนมาตลอด และคชาก็โทษว่าที่แม่ตายก็เป็นความผิดของพ่อ เนื่องจากพ่อบ้างาน แม่ไม่สบายแทนที่จะรีบกลับมาดู จนแม่ช็อกเข้าโรงพยาบาล

คันสรเองก็รู้สึกผิด จึงพยายามเลี้ยงลูกให้ดีที่สุด ตามใจทุกอย่างเพื่อชดเชยกับการสูญเสียที่เกิดขึ้น ไม่อยากให้ลูกขาดแม่แล้วรู้สึกขาดแคลนตามไปด้วย

เขาจึงขยันทำงานมากยิ่งขึ้น เพื่อที่จะให้ลูกสบาย แต่คันสรเพิ่งตระหนักว่าเงินทองมากมายที่หามาได้ กลับไม่ได้ทำให้เขามีความสุขเลย รู้ตัวอีกทีลูกชายก็นิสัยเสีย และเอาแต่ใจตัวเอง ไม่พอใจก็ชอบอาละวาดขว้างปาข้าวของและขี้โมโห ขี้หงุดหงิด ชอบเอาชนะ

“ปลายเห็นแมลงสาบเลยกรี๊ดน่ะค่ะ ต้องขอโทษทุกคนด้วยนะคะ” ปลายฝนรีบตอบเสียงสั่น พลางเอ่ยขอโทษทุกคน

“ในห้องคุณคิงมีแมลงสาบเหรอคะ เป็นความผิดของสารินเองค่ะ สารินน่าจะทำความสะอาดได้ไม่ดี เดี๋ยวสารินช่วยทำความสะอาดใหม่นะคะ”

“ไม่ต้องแล้ว ออกไปให้หมดทุกคนนั่นแหละ” เจ้าของห้องไล่ส่งทันที ทำให้ปลายฝนได้โอกาสรีบเดินเลี่ยงตามสารินออกไปในทันที

“คุณคิงทำอะไรปลายรึเปล่า” สารินเอ่ยถามปลายฝนอย่างห่วงใย เพราะเห็นกันมาแต่เล็กแต่น้อย จึงเอ็นดูปลายฝนค่อนข้างมาก

“ไม่ได้ทำจ้ะ”

“โกหกใช่ไหมที่บอกว่าเห็นแมลงสาบ”

“ปลายเห็นแมลงสาบจริงๆ ค่ะ”

“อย่าโกหกพี่”

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ขอบคุณพี่สารินมาก ๆ นะคะ”

“มีอะไรก็บอกพี่ได้ คุณคิงน่ะเอาแต่ใจตัวเอง ลูกคนรวยก็แบบนี้”

“แต่คนอื่นก็ไม่เห็นจะเป็นแบบคุณคิงนะจ๊ะพี่”

“ก็ต้องดูเป็นคน ๆ ไป ไม่มีอะไรแล้วไปช่วยพี่ทำกับข้าวดีกว่า เดี๋ยวจะได้เวลาตั้งโต๊ะอาหารแล้ว”

ทางด้านคชา เขาเดินไปทรุดนั่งลงที่ปลายเตียงเมื่อบิดาเดินเข้ามาในห้อง

“คุณพ่อมีอะไรครับ”

“แกรังแกอะไรปลายฝน”

“คุณพ่อก็ได้ยินแล้วนี่ครับ เธอบอกว่าเห็นแมลงสาบ”

“แกนึกว่าพ่อโง่รึไง”

“คุณพ่อฉลาดที่สุดในโลก ไม่ได้โง่ครับ ผมรู้”

“แกอย่ามาประชดประชันแดกดันฉัน”

“คุณพ่อมีอะไรก็พูดมาเถอะครับ”

“วันนี้จะมีแขกมารับประทานอาหารเย็นกับเรา”

“แขก ใครกันครับ สำคัญเหรอ คุณพ่อถึงต้องมาบอกผมด้วยตัวเอง”

“สำคัญ”

“อย่าบอกนะว่าจะหาแม่ใหม่ให้ผมอีกแล้ว ผมไม่เอานะ” เขาดักคอ แม้บิดาจะไม่เคยจริงจังกับใคร เคยพาผู้หญิงมากินข้าวที่บ้านหลายครั้ง แต่ก็ไม่เคยพาใครเข้ามาอยู่ในบ้าน เพราะห่วงความรู้สึกของเขาซึ่งเป็นลูกมากที่สุด

“ฉันจะบอกแกแค่นี้ และฉันเป็นพ่อของแก ไม่ใช่จำเลยให้แกมาซักไซ้ไล่เลียง” พูดจบคันสรก็เดินออกไปจากบ้าน ทำเอาคชาต้องมองตามไปอย่างสงสัย

แขกคนสำคัญของบ้านที่มารับประทานอาหารค่ำด้วยกันทำให้คชาอึ้งและโกรธจัด

“คุณพ่อพายาจกที่ไหนมากินข้าวบ้านเราครับ” คชามองสองแม่ลูกด้วยสายตาดูถูก และไม่ชอบใจอย่างรุนแรง

ตรงหน้าของเขาคือธัญญาเรศและธนา แม่ค้าขายข้าวแกงกับเด็กนักเรียนทุนที่ชอบแข่งขันกับเขาทุกเรื่อง ไม่ว่าเรื่องอะไรต่อมิอะไร

“แกห้ามเสียมารยาทกับแขกของพ่อ”

“พ่อจะหาเมียใหม่ก็ให้ดีกว่านี้หน่อยสิครับ นี่มันแม่ค้าขายข้าวแกงกับลูกชายที่มาจากสลัม”

“เลิกพูดจาดูถูกคนอื่นสักทีคิง” คันสรเอ่ยเตือนสติ

ลูกชาย

ตอน 3

“ผมดูถูกแน่นอนครับ ไม่ได้ดูผิดเหมือนพ่อหรอก”

“หุบปากเดี๋ยวนี้นะ”

“ถ้าพ่อไม่ไสหัวผู้หญิงคนนี้กับลูกของมันไป ผมไปเอง”

“เขาเป็นผู้หญิงที่พ่อรัก”

“นี่พ่อกล้าพูดแบบนี้เชียวหรือ พ่อต้องรักแม่สิ จะไปรักผู้หญิงคนอื่นได้ยังไง”

“แม่ของแกพ่อก็รัก แต่แม่ของแกก็ตายไปนานแล้ว พ่อแค่อยากมีคนดูแล มีเพื่อนคู่คิด เพราะต่อไปแกก็ต้องแต่งงานมีครอบครัว”

“แต่ไม่ใช่ผู้หญิงคนนี้ไง คนไหนก็ได้ แต่ไม่ใช่คนนี้ไง”

“คนไหนก็ได้งั้นเหรอ คนไหนแกก็ไม่เอา”

“ก็คนที่พ่อหามาแต่ละคนมันดี ๆ ทั้งนั้นนี่นา ตาต่ำ โอ๊ย!” คันสรโมโหจัด ตบปากลูกชายไปหนึ่งที

“นี่พ่อกล้าตบผมอย่างนั้นเหรอ พ่อกล้าตบผม” คชาโมโหและเสียใจ เขาเช็ดเลือดที่มุมปาก

“คือว่าพ่อ”

“พ่อไม่ไล่มันไปใช่ไหม งั้นผมไปเอง”

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ” คันสรอยากง้อลูกชายแต่ทิฐิก็ทำให้เขาแค่เรียกเอาไว้ แต่ไม่ยอมเอ่ยปากขอโทษที่ทำรุนแรง

คชาชะงัก ก่อนที่จะเดินไปยังรถสปอร์ตคันหรูของตัวเอง แล้วขับออกไปราวกับพายุ

“เพราะเรศทำให้คุณทะเลาะกับลูกอย่างหนัก” ธัญญาเรศเอ่ยขึ้น

“ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอก เรากินข้าวกันดีกว่า” คันสรยกหางตัวเอง คิดว่าอย่างไรลูกชายก็ต้องกลับมาตายรัง เพราะเงินทุกบาททุกสตางค์ที่คชาผลาญอยู่คือเงินของเขา

ธนามองตามไปด้วยสายตาที่สะใจเล็ก ๆ นี่เพียงแค่เริ่มต้นเท่านั้น คชาชอบดูถูกเขา คราวนี้แหละเขาจะเขี่ยคุณชายของบ้านให้กระเด็น แล้วขึ้นมาเป็นคุณชายแทน คอยดูสิ

คันสรกลืนข้าวแทบไม่ลง แต่ไม่อยากให้แขกที่เขาเชิญมาต้องอึดอัด จึงฝืนกินไปเรื่อย ๆ และตักอาหารให้ธัญญาเรศอย่างเอาใจ

เขาเจอเธอด้วยความบังเอิญ ครั้งแรกเขาขับรถไปเฉี่ยวเธอ เลยต้องรับผิดชอบ ครั้งต่อไปเขาไปดูที่ดินแถบนั้นเพื่อจะสร้างโกดังเก็บสินค้า แต่โดนพวกจิ๊กโก๋ติดยาชิงทรัพย์ สองพ่อแม่ลูกช่วยเขาเอาไว้ ธัญญาเรศไม่กลัวตาย วิ่งตามไปกระชากกระเป๋ากลับมาจนโดนจ้วงแทง ในขณะที่ธนาเข้ามาช่วยเตะต่อยกับพวกมันจนได้รับบาดเจ็บ คนทั้งสองถือว่าเป็นผู้มีพระคุณ เขาจึงซาบซึ้งในบุญคุณ ไปมาหาสู่กับทั้งสองเรื่อยมา และคอยช่วยเหลือมาโดยตลอด แถมยังรู้ด้วยว่าธนานั้นเรียนอยู่โรงเรียนเดียวกับลูกชายของตน แถมยังเป็นเด็กเรียนดีแต่ขาดทุนทรัพย์ เขาจึงอยากช่วยเหลือส่งเสียให้เรียนต่อจนจบ

ธัญญาเรศเองก็เป็นคนสุภาพเรียบร้อย และอ่อนหวาน ทำอาหารก็เก่ง เพราะเป็นแม่ค้าขายข้าวแกง เขาเองก็ไม่รู้ตัวเหมือนกันว่าตกหลุมรักเธอได้อย่างไรกัน ในวัยที่เขาเองก็ย่างเข้าห้าสิบปีเข้าไปแล้ว

“พี่ไทน์” เสียงเรียกคุ้นเคยนั้นทำให้ธนาหันไปมองก่อนจะยิ้มให้เจ้าของเสียง

“ปลายอยู่ที่นี่เหรอ”

“ใช่ค่ะ แม่ของปลายทำงานอยู่ที่นี่ค่ะ แล้วพี่ไทน์มาทำอะไรที่นี่เหรอคะ” เธอออกไปทำรายงานกับเพื่อนเพิ่งกลับ จึงรู้จากมารดาว่าเจ้านายมีแขก

“พี่มากินข้าวกับคุณคันสรครับ ท่านเชิญพี่มา”

“เหรอจ๊ะ”

“คือเรื่องมันยาว เดี๋ยวพี่จะเล่าให้ฟัง”

“อ้าว... เราสองคนรู้จักกันด้วยเหรอ” คันสรที่เดินออกมาพร้อมกับธัญญาเรศเอ่ยถามเด็กสาวในบ้านเมื่อเห็นว่าทั้งสองกำลังคุยกันอยู่

“พี่ไทน์เป็นรุ่นพี่ที่โรงเรียนน่ะค่ะ”

“ดี ๆ ต่อไปอยู่บ้านหลังเดียวกัน จะได้ช่วยเหลือกัน”

“คุณท่านหมายความว่า”

“ต่อไปไทน์กับแม่ของเขาจะมาอยู่ที่นี่ ยังไงฉันก็ฝากปลายดูแลพวกเขาด้วยนะ”

“ค่ะคุณท่าน” เธอพูดอย่างดีใจ ที่ผู้ชายที่แอบชอบแอบปลื้มจะมาอยู่บ้านหลังเดียวกันกับเธอ

“เดี๋ยวผมให้คนรถไปส่งที่บ้านนะ อาทิตย์หน้าถ้าไม่ติดปัญหาอะไร คุณกับลูกก็ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ได้เลย”

“แต่ลูกชายของคุณ”

“ลูกชายของผม ผมจะจัดการเอง คุณเดินทางกลับดีๆ นะ” คันสรเอ่ยบอกเสียงนุ่ม ทำให้ธัญญาเรศกับธนายกมือไหว้ก่อนจะขอตัวกลับ

“เราล่ะกลับมืด ๆ ค่ำ ๆ ไปไหนมา ที่ฉันถามเพราะเป็นห่วงนะ”

“หนูไปทำรายงานบ้านเพื่อนมาน่ะค่ะ ขออนุญาตแม่แล้วน่ะค่ะ”

“วันหลังถ้ากลับมืด ๆ ค่ำ ๆ แบบนี้ก็ให้คนรถที่บ้านไปรับสิ เป็นผู้หญิงมันอันตราย”

“ไม่เป็นไรค่ะคุณท่าน เพื่อนขับรถมาส่งค่ะ หนูไม่ได้กลับมาคนเดียว”

“เอาเถอะๆ กลับมาเหนื่อย ๆ ก็ไปพักผ่อนเถอะ ขยันเรียนแบบนี้ก็ดี ปีหน้าก็จะขึ้นมหาวิทยาลัยแล้วใช่ไหม”

“ค่ะคุณท่าน งั้นหนูขอตัวก่อนนะคะ”

“ไปเถอะ” คันสรเอ่ยจบก็เดินกลับเข้าบ้านไป ในขณะที่ปลายฝนเดินไปทางหลังบ้าน เพื่อไปยังห้องพักของเธอ

“หิวจังเลยจ้ะ” เธออาบน้ำอาบท่าเสร็จก็ออกมาที่ห้องครัว เพราะหลายคนยังไม่นอน ยังนั่งดูทีวีกันอยู่ และกินอะไรกันอยู่

“กลับมาแล้วเหรอปลาย มา ๆ มากินผัดหมี่กัน แม่เอ็งเขาทำผัดหมี่กะทิ อร่อยเชียว” สารินเอ่ยชวน

“ของโปรดปลายเลยจ้ะ”

“ดีจริง กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วนนะเอ็ง ไม่เหมือนพี่ แค่หายใจก็อ้วนแล้ว” ประโยคของสารินทำเอาทุกคนในครัวหัวเราะประสานเสียงกัน

คันสรเลี้ยงคนรับใช้ในบ้านอย่างสุขสบาย ทุกคนจึงทำงานถวายหัว ทั้งคนขับรถ คนสวน แม่บ้าน ต่างมีสวัสดิการให้ ลูกหลานก็ส่งให้เรียน เรียกว่าเป็นคนดีมากทีเดียว

“ปลายใช้พลังงานเยอะเลยไม่อ้วนจ้ะ”

“พี่ก็ใช้พลังงานเยอะนะ ทำงานบ้านทั้งวัน ยังอ้วนเลย”

“แต่อ้วนพี่ก็รักนะ” เสริมเอ่ยบอกภรรยาทำเอาสารินยิ้มเขิน

เสริมเป็นคนสวนของบ้าน เป็นสามีของสาริน แต่ทั้งสองนั้นไม่มีลูกด้วยกัน เพราะเสริมเป็นหมัน แต่ทั้งสองก็อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขไม่เคยทะเลาะกันเลย

“พี่เสริมนี่ก็โรแมนติกเหมือนกันนะคะ” ปลายฝนตักหมี่กะทิเข้าปากก่อนจะเอ่ยชมว่าอร่อย

“อืม... อร่อยจังเลยจ้ะ ฝีมือแม่นี่สุดยอดไปเลย”

“เสียดายเอ็งกลับมาไม่ทัน” สารินเอ่ยขึ้น

“มีอะไรเหรอจ๊ะพี่สาริน”

“ก็คุณท่านน่ะสิพาเมียใหม่เข้าบ้าน ทะเลาะกับคุณคิงยกใหญ่เลย”

“จริงเหรอจ๊ะ”

“จริงสิ โกรธหัวฟัดหัวเหวียง ทะเลาะกันเสียงดัง ขับรถออกไปจากบ้านยังไม่กลับมาเลย”

“น้าเรศเป็นเมียใหม่ของคุณท่านเหรอจ๊ะ”

“ปลายรู้จักด้วยเหรอ”

“ก็รู้จักจ้ะ เป็นแม่ของพี่ไทน์ พี่เขาเป็นรุ่นพี่ที่โรงเรียนน่ะจ้ะ แถมยังเป็นเพื่อนร่วมห้องของคุณคิงอีกด้วย สองคนนี่เขาไม่ถูกกันจ้ะ ไม่ลงรอยกัน ไม่กินเส้นกันมานานแล้วเพราะชอบแข่งกันในทุกๆ เรื่องน่ะจ้ะ”

“ว่าแล้วเชียวทำไมคุณคิงถึงได้โมโหซะขนาดนั้น”

“พี่ไทน์น่าจะอยู่ยากนะจ๊ะ คุณคิงคงไม่ยอม พี่ไทน์เป็นคนดีมาก ๆ เป็นสุภาพบุรุษ รูปหล่อ น่ารัก มีน้ำใจ ชอบช่วยเหลือคนอื่น” คนพูดเอ่ยชมพร้อมรอยยิ้ม

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED