ตอน 1

“เป็นยังไงบ้าง เหนื่อยหรือเปล่าลูกไม่ค่อยกลับมานอนบ้านใหญ่เลยช่วงนี้”

เสียงแม่เลี้ยงกานดาเอ่ยถามลูกชายคนโตที่เดินเข้าบ้านมาด้วยท่าทางอิดโรย แต่ก็ยังคงความหล่อเหลาและดูดีอยู่ตลอดเวลา ถึงแม้ลูกชายของเธอจะทำงานหนักและไม่ค่อยได้พักผ่อนแต่ก็ไม่ได้ทำให้ความหล่อเหลาของใบหน้าคมลดลงเลย กลับมีเสน่ห์ด้วยซ้ำเมื่อลูกชายยุ่งจนไม่มีเวลาโกนหนวดโกนเคราที่ขึ้นหร็อมแหร็มอยู่ตอนนี้ทำให้ใบหน้าขาวจึงดูเข้มขึ้นดึงดูดผู้พบเห็น ผิวที่ขาวอย่างคนที่อยู่ในอากาศเย็นและขาวตามยีนของผู้แม่ดูคล้ำลงเพียงแค่เล็กน้อยแต่ก็ถือว่ายังขาวอยู่เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ชายคนอื่นลูกชายเธอหล่อขนาดนี้ทำไมยังไม่มีแฟนนะ

เมื่อก่อนสมัยเรียนปริญญาโทลูกชายของเธอคบกับแฟนสาวจนถึงขั้นจริงจังจะขอแต่งงาน แต่ฝ่ายหญิงมาขอเลิกเสียก่อนเพราะพบรักกับเศรษฐีเมืองนอก ทำให้ชายหนุ่มอกหักจนไม่ได้คบใครอีกเลยและขอเรียนต่อปริญญาเอกจนจบ พอจบมาก็ไปหมกตัวในไร่ แต่ใช่ว่าจะไม่มีผู้หญิงมาจีบเพียงแต่ลูกชายเธอไม่สนใจต่างหากมัวแต่ขลุกอยู่ในไร่ชา จนตอนนี้ กิตติภูมิ เลิศธนาธีกานต์ หรือพี่บลู อายุ 29 ปี แล้วยังไร้คู่ครองมาข้างกาย แล้วเมื่อไหร่ที่เธอจะมีหลานย่ากับเขาเสียที

“ช่วงนี้ยุ่งครับแม่ ช่วงใกล้สิ้นเดือนต้องรีบปิดบัญชีต้องทำรายรับรายจ่ายและทำเรื่องเบิกค่าแรงคนงานครับเลยยุ่ง”

ร่างสูงกำยำถอดหมวกออกก่อนที่จะเดินมาหาผู้เป็นแม่แล้วหอมแก้มอิ่มที่เริ่มมีอายุแต่ยังคงความสวยงามอยู่เพื่อขอกำลังใจ คนเป็นแม่จึงลูบศีรษะลูกชายก่อนที่จะหอมแก้มลูกชายทั้งสองข้างตอบ

“หายเหนื่อยเลยครับ” ฝ่ายลูกชายยิ้มให้ผู้เป็นแม่ ลักยิ้มที่ปรากฏอยู่ข้างแก้มทั้งสองข้างทำให้ใบหน้าหล่อมีเสน่ห์ขึ้น แต่น่าเสียดายลักยิ้มนี้ถ้าไม่ใช่คนในครอบครัวก็จะไม่ค่อยได้เห็น

“ยังไม่ได้เลขาหรือผู้ช่วยมาทำบัญชีเลยเหรอลูก ประกาศไปนานแล้วนะทำไมหายากจัง” แม่เลี้ยงเหนื่อยแทนลูกชายเพราะเห็นหาคนงานมาทำบัญชีเป็นเดือนสองเดือนแล้ว

“คงไม่มีใครอยากขึ้นไปอยู่ลำบากในที่กันดาร ไร้แสงสีเสียงหรอกครับแม่ ไม่เป็นไรครับระหว่างรอคนบลูก็พอจะทำได้แต่อาจจะช้าหน่อยต้องใช้เวลาหลังเลิกงาน เลยอาจจะไม่ค่อยได้มาที่บ้านใหญ่บ่อยนะครับ”

กิตติภูมิบอกมารดาไปตามความจริงเพราะถึงเขาจะให้ค่าจ้างสูงมากในการจ้างผู้ช่วยและมีคนสนใจสมัครมากมาย แต่พอบอกสถานที่ไปก็มาทำกันได้ไม่ถึงเดือนก็มาขอลาออกเพราะไม่ชอบชีวิตลำบากไกลสีเสียง ไกลความเจริญ

“เมื่อไหร่จะได้เมียสักทีล่ะลูกทำตัวยุ่งซะขนาดนี้” คนอยากเป็นย่าคนเปิดประเด็น พลางลูบศีรษะลูกชายที่นั่งพับเพียบกับพื้นเอาหน้าแนบตักแม่เหมือนอ้อนพร้อมกับหลับตาคุยกับแม่ ทิ้งมาดพ่อเลี้ยงไร่ชาที่ดุดันจริงจังกับงานไป

“ขนาดหาผู้ช่วยมาช่วยงานยังไม่ได้เลยครับแม่ หาเมียน่าจะยากมากกว่า” เจ้าลูกชายบอกแม่เหมือนน้อยใจในวาสนาให้แม่เอ็นดู

“โถ โถ พี่บลูลูกแม่ งั้นก็ต้องหาเมียที่มาช่วยงานได้ หรือหาผู้ช่วยมาช่วยงานแล้วจีบเป็นเมียซิลูก จับปลาครั้งเดียวได้นกสองตัว” แม่เลี้ยงแนะนำลูกชาย

“ใช่ที่ไหนละครับแม่ ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวรึเปล่า” ลูกชายค้านแม่เบาๆ

“อย่างน้อยแม่ก็ภูมิใจที่ลูกจำสุภาษิตไทยได้ ฮาฮาฮา ตกลงเอาอย่างที่แม่ว่านะดีไหมลูก” คนแกล้งพูดผิดบอกกับลูก

“แล้วคุณพ่อไปไหนครับเนี่ย ไม่เห็นหน้าเลย” ชายหนุ่มถามหาพ่อเลี้ยงธนาเพื่อพามารดาออกจากบทสนทนาเกี่ยวกับเรื่องมีครอบครัวของตัวเอง

“ไปหายัยโบว์เห็นน้องบอกว่ามีลูกค้าที่รีสอร์ตถามหาคุณพ่อบอกเป็นเพื่อนเก่าก็เลยจะไปดูว่าใครมาหา”

ถึงบ้านใหญ่จะปลูกไว้ในส่วนของรีสอร์ตแต่ก็แยกโซนกันชัดเจน ตอนนี้พ่อเลี้ยงธนาพ่อของเขาได้โอนในส่วนไร่ชาให้ชายหนุ่มดูแล ส่วนรีสอร์ตธีรกานต์ กฤติยาภรณ์หรือโบว์น้องสาวของเขาดูแลอยู่ โดยทั้งสองที่มีส่วนของกิตติภพน้องชายคนเล็กที่เรียนแพทย์อยู่อย่างละยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์

“แล้ว นี่หลานไปไหนครับปกติเห็นอยู่กับคุณยายตลอด”

ชายหนุ่มถามถึงน้องบูมลูกชายของกิตติภพน้องชายของเขาที่แม่เขาขอเลี้ยงหลานเองระหว่างที่น้องชายเขาเรียนแพทย์อยู่ พูดถึงบอมบอมน้องชายเขาก็เจอมรสุมชีวิตที่หนักหน่วงต้องท้องในวัยเรียนทำให้ต้องหยุดเรียนกลางคัน กว่าจะเคลียร์ปัญหาชีวิตได้กว่าจะได้กลับไปเรียนต้องเสียเวลาเป็นปี ตอนนี้แม่เลี้ยงกานดาจึงต้องขอเอาหลานไว้ดูแลเองเพื่อไม่ให้น้องชายห่วงลูกมากนัก จนทำให้เด็กน้อยวัยสองขวบกว่าก็ติดคุณยายมาก

“โน่น คุณตาเค้าเอาไปอวดเพื่อน” แม่เลี้ยงกานดาพูดไปยิ้มไป นางมีความสุขทุกครั้งที่พูดถึงน้องบูมหลานรักของนาง

“เออ หิวหรือยังลูกไปอาบน้ำอาบท่าไปจะได้มาทานข้าว วันนี้นอนบ้านใหญ่ได้ไหมลูก” คนเป็นเเม่พูดเสียงเศร้าเพราะไม่ค่อยได้เห็นหน้าลูกชายช่วงนี้ แต่ใจจริงไม่อยากให้ลูกชายขับรถกลับไร่ตอนกลางคืนเพราะอยากให้พักผ่อนให้เต็มที่มากกว่า

“ได้ครับแม่ เดี๋ยวคืนนี้บลูนอนนี่ก็ได้ พรุ่งนี้เช้าบลูค่อยกลับไร่ก็ได้ครับ งั้นบลูไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะครับ”

พอลูกชายบอกจะนอนค้างที่บ้านแม่เลี้ยงกานดายิ้มแก้มปริ นางอุตส่าห์แสดงละครทำหน้าเศร้าให้ลูกชายสงสารและก็ได้ผลในที่สุดลูกชายที่หายใจเข้าออกเป็นไร่ชาก็ยอมนอนค้างที่บ้านตั้งหนึ่งคืน เดี๋ยวต้องไปเตรียมกับข้าวไว้เผื่อให้ลูกชายเอากลับไปไว้ทานท่ี่ไร่ต่อพรุ่งนี้อีก

“คุณพ่อสวัสดีครับ” กิตติภูมิทักทายผู้เป็นบิดาหลังจากที่อาบน้ำแล้วลงมาเพื่อทานข้าว ก่อนที่จะนั่่งลงข้างพ่อเลี้ยงธนาผู้เป็นพ่อที่เล่นกับน้องบูมหลานชายตัวน้อยอยู่

“อ้าว ไอ้เสือมาแล้วเหรอลูก เป็นไงบ้างได้คนช่วยงานหรือยัง” พ่อเลี้ยงธนาเงยหน้าจากหลาน มาคุยกับลูกชายเพราะผู้ช่วยคนเก่าที่เคยทำงานกันมานานหลายปีมาลาออกกะทันหัน เพราะได้สามีชาวต่างชาติเลยต้องย้ายตามสามีไป ทำให้หาคนมาแทนไม่ทัน พอได้มาก็มาทำได้ไม่นานเพราะอยูู่บนดอยการเดินทางมาใช้ชีวิตในเมืองหรือกลับมาเยี่ยมบ้านลำบากก็ขอลาออกไปถึงสองคนแล้ว ลูกชายเลยต้องทำเองทุกอย่าง

“ยังครับพ่อ เดี๋ยวก็คงมีครับไม่เป็นไรบลูยังไหว” กิตติภูมิบอกเพื่อให้ผู้เป็นพ่อสบายใจ เขารู้ว่าทั้งพ่อและแม่เป็นห่วงแต่เขาก็อยากให้ทั้งสองที่ทำงานมาตลอดชีวิตพักผ่อนเลี้ยงหลานอยู่บ้าน เดี๋ยวปัญหาทุกอย่างเขาจะจัดการเอง

“น้องบูมว่าไงครับคนเก่ง คิดถึงป๊ะบลูไหม” กิตติภูมิถามหลานชายเพราะตอนแรกน้องบูมพูดคำว่าลุงไม่ได้เลยเรียก ปะบู ก่อนที่จะมาเป็น ป๊ะบลู

“คิดถึงมากๆ ฮะ ป๊ะบลูไม่ค่อยมา” เด็กน้อยน่ารักไม่เห็นหน้าของคนเป็นลุงผู้ใจดีนานเลยบอกคิดถึง และรีบลุกขึ้นกระโดดเข้ามาหอมเเก้มลุงบลูทันที

“โอ๊ย ขี้อ้อน น่ารักเหลือเกินหลานใครครับเนี่ย” คนเป็นลุงหลงหลานไม่ไหว ก่อนจะฟัดแก้มนุ่มๆ ของหลานซ้ายทีขวาทีด้วยความรัก

“หลานตากับหลานยายฮะ” หลานชายตอบฉะฉาน ทำเอาลุงที่รอฟังคำตอบที่อยากจะได้ยินแล้วชื่นใจว่าเป็นหลานตัวเองเก้อทันที

“ฮา ฮา ฮา ฮา อยู่เป็นจังเลยหลานตา ฟอดดด รักจังเลย ฟอดดด แกต้องมาให้หลานเห็นหน้าบ่อยๆ แล้วล่ะป๊ะบลู หลานถึงจะรัก” ชายหนุ่มหน้านิ่วเม่ื่อเจอคนเป็นพ่อขิงใส่

“ไม่งั้นต้องมีลูกเองแล้วล่ะตาบลูเอ้ย” คนเป็นแม่ยังไม่ลืมเรื่องอยากให้ลูกชายมีครอบครัว

“มันง่ายขนาดนั้นก็ดีซิครับแม่เลี้ยง สงสัยต้องแก่แล้วให้น้องบูมเลี้ยงแล้วล่ะ ใช่ไหมน้องบูม” ลูกชายโอดโอยพร้อมกับวางแพลนอนาคตตอนแก่ฝากไว้ที่หลานชาย

“พ่อเลี้ยงแม่เลี้ยงคะ ขออนุญาตค่ะ” เสียงของป้าบุปผาแม่บ้านของบ้านใหญ่เดินเข้ามาขออนุญาตคนเป็นนายทั้งสอง

“อ้าว มีอะไรหรือเปล่าล่ะป้าผา” พ่อเลี้ยงธนาถามคนงานของตัวเองที่อยู่กันมานาน พร้อมกับแปลกใจในท่าทีเกรงอกเกรงใจไม่กล้าพูดของป้าบุปผา

“เอ่อ พอดีป้าอยากจะขอลางานไปกรุงเทพสักอาทิตย์น่ะค่ะ หลานชายของป้าจะรับปริญญาป้าก็เลยอยากจะไปแสดงความยินดีกับเขา พอจะได้ไหมคะ” ป้าบุปผาเอ่ยบอกด้วยท่าทางเกรงใจเพราะนางขอหยุดหลายวันเกินไป กลัวว่านายจ้างจะว่าเอาเพราะเงินเดือนค่าจ้างที่ได้รับถือว่าเยอะมากเมื่อเทียบกับที่อื่น อีกทั้งกลัวตอนที่แกไม่อยู่คนอื่นจะทำงานไม่ถูกใจคนเป็นนาย

“ทำไมจะไม่ได้ล่ะป้าผาแค่อาทิตย์เดียวเอง ตั้งแต่ทำงานมาป้าผายังไม่เคยขอหยุดงานเลยถ้าไม่บังคับให้หยุด” พ่อเลี้ยงธนาอนุญาตอย่างใจดีกับคนเก่าคนแก่ที่ภักดีกับตัวเอง

“ว่าแต่หลานชายป้าผาเรียนจบอะไรมาคะ พอจะรู้ไหม” แม่เลี้ยงกานดาถามต่ออย่างมีความหวัง

“เดี๋ยวแป๊บนึงนะคะ ป้าเปิดดูก่อน นี่ค่ะคณะพานิชยศาสตร์และการบัญชี ค่ะ” ป้าบุปผาเปิดรูปหลานชายที่ถ่ายที่หน้าคณะมาให้ดูส่งให้แม่เลี้ยงกานดาดูทันที แกภูมิใจมากที่เงินค่าแรงจากอาชีพแม่บ้านของแกสามารถส่งเสียไปช่วยให้หลานชายเรียนจนจบปริญญา

“จบแล้วไปสมัครงานที่ไหนหรือยังจ๊ะป้าผา” แม่เลี้ยงถามยิ้มๆ

“ไปสมัครแล้วค่ะแม่เลี้ยงแต่รอเขาตอบกลับตอนนี้ก็ยังรอก่อนค่ะ ระหว่างรอที่กรุงเทพตอบรับเห็นว่าจะกลับมาลองสมัครแถวบ้านเราดูค่ะ”

“เอาอย่างนี้ไหมป้าผา ไม่ต้องไปรอสมัครที่ไหนแล้ว รับปริญญาเสร็จให้มาสมัครงานที่นี่เลย ตอนนี้ที่ไร่ชาขาดคนช่วยตาบลูทำบัญชีอยู่พอดี” แม่เลี้ยงเสนอทางออกให้ทางเลือกให้อย่างใจดี

“จริงเหรอคะแม่เลี้ยง ขอบพระคุณมากนะคะที่เมตตาเดี๋ยวป้าจะบอกข่าวดีกับหลาน เค้าคงดีใจที่จบแล้วมีงานทำใกล้บ้านค่ะ ว่าแต่คุณบลูจะรับหลานป้าจริงๆ ใช่ไหมคะ”

ป้าบุปผายังกลัวเจ้านายตัวจริงเจ้าของไร่ชาจะไม่รับหลานชายเพราะเจ้าตัวเขายังไม่เอ่ยปากว่ายังไง

“ครับ รับครับ” เจ้าของไร่พูดสั้นแต่ทว่าหนักแน่น

ตอน 2

“จริงๆเหรอจ๊ะยาย ข้าวโพดจะได้ทำงานจริงๆใช่ไหมจ๊ะ ไม่ใช่ว่าพอข้าวโพดไปถึงแล้วเค้าบอกว่าไม่รับ หรือรับคนอื่นไปแล้วนะ”

เสียงใสของชายหนุ่มนามว่า ข้าวโพด หรือ ภูตะวัน อิทธินานนท์ หนุ่มอายุ 22 ปี ที่เพิ่งจบปริญญาตรีจากรั้วมหาวิทยาลัยชื่อดังของรัฐในกรุงเทพ ถามผู้เป็นยายด้วยความดีใจที่ได้รับข่าวดีเรื่องงานจากยายที่ส่งเสียเขามาหลังจากที่พ่อกับแม่เขาเสียชีวิตลงกะทันหันด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ตอนนั้นหนุ่มน้อยเพิ่งจะเรียนอยู่ปีหนึ่ง ตอนนั้นเขาเคว้งไม่มีใครนอกจากยาย ตอนแรกจะหยุดเรียนแต่ทว่าเขายังพอมีเงินจากประกันชีวิตของพ่อกับแม่และเงินก้อนจากที่ทางคู่กรณีให้มาพอให้เขาได้ทุนมีเรียนต่อจนจบ บวกกับเงินที่ยายบุปผาส่งเสียให้เพราะไม่อยากให้หลานออกไปหางานพิเศษทำ อยากให้ตั้งใจเรียนให้จบอย่างเดียว เขาก็มุมานะเรียนจนจบปริญญาในที่สุด

พอได้ยินข่าวที่น่ายินดีที่ยายมาบอกข้าวโพดจึงดีใจที่จะได้ทำงานหาเลี้ยงยายตอบแทนยายที่เลี้ยงดูตัวเองมา ถึงแม้เด็กหนุ่มมจะจบจากมหาวิทยาลัยแล้วแต่ด้วยความที่เป็นคนผิวขาว ปากกระจับเล็กสีแดง แก้มแดงอย่างคนมีสุขภาพดี ร่างบางที่ไม่มีกล้าม หากมองดูเผินๆอาจเหมือนผู้หญิงผมสั้นหรือทอมบอยมากกว่าผู้ชาย ตอนดีใจตากลมโตขนตายาวงอนสวยเบิกกว้างช่างน่ารักเหลือเกินสำหรับคนเป็นยายมาก ดูยังไงหลายชายนางเหมือนยังอยู่ช่วงมอปลายอยู่ดี

“จริงๆ ซิ ยายจะโกหกข้าวโพดหลานรักของยายทำไม พอดีคนงานบัญชีของพ่อเลี้ยงกิตติภูมิท่านขาด แม่เลี้ยงกานดาที่เป็นแม่เลยบอกให้ยายมาบอกข้าวโพดไว้”

“โอยยยย ข้าวโพดดีใจจังเลยที่จะได้อยู่ใกล้ๆยาย“ แขนเรียวยกมาโอบกอดตัวเล็กๆของยายบุปผาไว้ด้วยความรัก ก่อนที่จมูกโด่งรั้นจะหอมแก้มยายฟอดใหญ่

“เขาจะให้ไปสมัครวันไหนเหรอจ๊ะยายจ๋า ข้าวโพดอยากไปเร็ว ๆ กลัวเขาเปลี่ยนใจ” เสียงเล็กบอกเพราะถ้าทิ้งไว้นานเผื่อนายจ้างเขาเลือกคนอื่นไปก่อนแล้วแย่เลย

“ข้าวโพดไม่เหนื่อยเหรอลูก พักก่อนไหมอีกสองวันเดี๋ยวยายพาไปนะ ยายอยากให้ข้าวโพดพักก่อน ยายจะได้อยู่กับข้าวโพดด้วย”

“อ้าว แล้วไปทำงานที่พ่อเลี้ยงอะไรนั่น จะไม่ได้อยู่กับยายเหรอจ๊ะ”

“ไม่ลูก ยายอยู่บ้านใหญ่ที่รีสอร์ต ถ้าข้าวโพดไปทำงานกับพ่อเลี้ยงต้องไปอยู่ที่ไร่ชาบนดอยกับพ่อเลี้ยง นานๆ มาทีถึงจะได้ลงมาหายาย ข้าวโพดจะอยู่ได้ไหมลูก”

“ได้ซิจ๊ะยายจ๋า ยังไงก็อยู่ใกล้ยายดีกว่าอยู่กรุงเทพอีก”

“งั้นข้าวโพดไปนอนเถอะลูก พักผ่อนเดี๋ยวอีกสองวันครบกำหนดลางานของยาย เดี๋ยวยายพาข้าวโพดไปเอง”

“นี่เหรอคะหลานชายของป้าผา น่าเอ็นดูมากเลยชื่อข้าวโพดด้วย น่ารักทั้งชื่อทั้งหน้าตาอยากได้เป็นลูกอีกคนเลย”

แม่เลี้ยงกานดาชอบใจและรู้สึกเอ็นดูข้าวโพดเมื่อเห็นหน้าทำไมหน้าตาน่ารักอย่างนี้ ถ้าป้าบุปผาไม่บอกว่าเรียนจบมหาวิทยาลัยแล้วแม่เลี้ยงไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด หน้าตาอย่างกับเด็กมัธยม ปากนิดจมูกหน่อย จมูกรั้นๆ นั่นน่าจะดื้อพอดู พวงแก้มใสอมชมพู ผิวเนียนขาว ตัวบางสมส่วน เห็นแล้วนึกถึงบอมบอมลูกชายของเธอเลย อยากให้พี่บลูลูกชายเธอมาเห็นจังเลย คนนี้แหละที่จะเป็นลูกสะใภ้ของเธอแน่นอน

“ขอบคุณนะครับแม่เลี้ยง” ข้าวโพดยิ้มหวานตาหยีอย่างดีใจที่แม่เลี้ยงกานดาเมตตาเอ็นดูตัวเอง อย่างน้อยการมีนายจ้างใจดีก็มีกำลังใจทำงานไปแล้วครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งก็ได้กำลังใจจากยายที่ข้าวโพดทั้งรักและเคารพ

“เรียกฉันว่าป้าเถอะหนูข้าวโพด เอ่อ หนูข้าวโพดถ้าหนูต้องขึ้นไปทำงานบนดอย อยู่แต่กับไร่ชาไม่มีความเจริญอะไร นานๆถึงจะได้ลงมาในเมืองที อาจจะเดือนละครั้งหรือสองครั้งหนูจะว่ายังไงจ๊ะ จะอยู่ได้ไหม”

แม่เลี้ยงกานดาถามข้าวโพดกึ่งบอกให้รับรู้ในสิ่งที่อีกคนต้องเจอถ้าจะต้องขึ้นไปทำงานกับพ่อเลี้ยงกิตติภูมิลูกชายของเธอ เพราะผู้ช่วยที่ผ่านๆมาอยู่กันได้ไม่นานด้วยยังติดความเจริญความสะดวกสบายอยู่ ที่เห็นหนูข้าวโพดยังเด็กอาจจะไม่ชอบชีวิตแบบนั้นไปเจอแล้วอยู่ไม่ได้ลาออกอีกเสียดาย ถ้าอยู่ไม่ได้แม่เลี้ยงก็จะให้ไปทำงานที่รีสอร์ตแทน ปล่อยไปทำงานที่อื่นไม่ได้คนนี้เธออยากจองไว้เป็นลูกสะใภ้จริงๆ

“ข้าวโพดคิดว่าข้าวโพดอยู่ได้ครับแม่เลี้ยง เอ่อ คุณป้า ที่จริงข้าวโพดชอบอยู่กับธรรมชาติมากกว่าครับ แต่ที่ไปเรียนไกลถึงกรุงเทพเพราะได้ทุนเฉยๆ ครับ อยู่ไร่ชาอย่างน้อยก็ได้อยู่ใกล้ๆ ยาย ได้เจอกันทุกเดือนที่สำคัญเงินเดือนเหลืออีกครับเพราะไม่มีอะไรให้ซื้อ แฮ่ะ แฮ่ะ”

ข้าวโพดรีบเปลี่ยนสรรพนามเรียกแม่เลี้ยงทันทีที่เห็นอีกคนทำหน้าดุใส่ และบอกในแง่มุมของตัวเองให้แม่เลี้ยงได้รับฟังซึ่งถูกใจแม่เลี้ยงกานดายิ่งนักนี่แหละลูกสะใภ้ที่เธออยากได้มานาน

“อ้าว นี่ใครกันล่ะแม่เลี้ยง” เสียงทุ้มของพ่อเลี้ยงธนาที่อุ้มเด็กน้อยตัวขาวอวบน่ารักไว้ในอ้อมแขนเดินมาร่วมวงสนทนาด้วยแล้วถามภรรยาที่รักเมื่อเห็นเด็กผู้ชายหน้าตาดีออกไปทางน่ารักนั่งคุยอยู่กับภรรยาสองคนที่ศาลาสวนดอกไม้หน้าบ้าน

“หนูข้าวโพดหลานของป้าผาที่จะมาดูแลพี่บลู เอ่อ ดูแลบัญชีให้พ่อเลี้ยงกิตติภูมิไงคะพ่อเลี้ยง หนูข้าวโพดนี่พ่อเลี้ยงธนาสามีของป้าเอง และตัวน้อยน่ารักนั่นลูกของลูกชายป้าชื่อน้องบูมจ้า” แม่เลี้ยงกานดาอุ้มเอาหลานชายเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนก่อนที่จะหยอกเล่น

“สวัสดีครับพ่อเลี้ยง ผมข้าวโพดหลานของยายบุปผาครับ” ข้าวโพดยกมือทำความเคารพพ่อเลี้ยงธนาด้วยความนอบน้อมสร้างความเอ็นดูแก่พ่อเลี้ยงผู้เป็นนายใหญ่ของเลิศธนาธีรกานต์ตั้งแต่แรกเจอ

“จบอะไรมานะลูก บัญชีโดยตรงใช่ไหมเห็นป้าผาบอกถ้าลุงจำไม่ผิด”

พ่อเลี้ยงถามด้วยความเอ็นดูในความเป็นเด็กนอบน้อมและความน่ารักสดใสของคนเด็กกว่า รู้แล้วว่าทำไมแม่เลี้ยงผู้เป็นภรรยาถึงได้ดูรักเด็กคนนี้จังเห็นมองตาเป็นประกายยิ้มไม่หุบต้องมีแผนอะไรในใจเเน่ๆ ตัวพ่อเลี้ยงเองเลยเนียนอยากเป็นลุงเสียเลย

“อ่อ ใช่ครับ”

“ดีเลยลูก มาอยู่ด้วยกันนะ มาช่วยกันหน่อยพอดีไร่ชาของลูกชายลุงต้องการนักบัญชีเก่งๆ และคนดูแลอย่างหนูข้าวโพดอยู่พอดี บุญพาวาสนาจริงๆ ที่ได้หนูข้าวโพดมา” พ่อเลี้ยงธนาเริ่มจะจีบเด็กหนุ่มหน้าใสให้มาช่วยงานลูกชาย

“ขอบคุณนะครับทั้งพ่อ เอ่อ คุณลุงและคุณป้าที่กรุณาต่อข้าวโพดถึงข้าวโพดจะไม่มีประสบการณ์ในการทำงานจริงๆนอกจากตอนฝึกงานแต่ข้าวโพดก็จะพยายามช่วยเหลืองานในไร่ให้ได้มากที่สุดครับ” คนพูดพนมมือเรียวไหว้ขอบคุณพ่อเลี้ยงและแม่เลี้ยงผู้มีบุญคุณต่อทั้งตัวเองและยาย

“หนูข้าวโพดพร้อมที่จะเริ่มงานไหมจ๊ะ ป้าจะได้ตามพ่อเลี้ยงกิตติภูมิเจ้าของไร่เขามาทำความรู้จักพร้อมกับรับตัวไปทำงานเลยส่วนเงินเดือนไปตกลงกับเจ้าของไร่เค้าเอานะทั้งเรื่องเงินเดือนและทำสัญญา” แม่เลี้ยงกานดาแทบจะทนไม่ไหวอยากให้ลูกชายมาเจอกับเด็กหนุ่มที่เธอแอบมาดหมายไว้ให้เป็นลูกสะใภ้เร็วๆ

“พร้อมเริ่มได้เลยครับ” เด็กหนุ่มตอบรับตอนนี้เขาทั้งดีใจที่ได้มาอยู่ใกล้ยายทั้งดีใจที่ได้งานและอดจะตื่นเต้นไม่ได้ที่จะได้เริ่มงานมีเงินเดือนเป็นของตัวเองสักที

ตอน 3

“ว่ายังไงลูกตกลงรับน้องไปทำงานด้วยพรุ่งนี้เลยใช่ไหมแม่จะได้ไปส่งด้วยที่ไร่ด้วย”

แม่เลี้ยงกานดาถามพ่อเลี้ยงกิตติภูมิทันทีที่เจ้านายหนุ่มและลูกจ้างคนใหม่มาเจอกัน เมื่อวานนางโทรไปหาลูกชายให้ลงมาจากดอยให้มาดูตัวว่าที่เลขาและผู้ช่วยส่วนตัว และให้มาตกลงเรื่องเงินเดือนกับสัญญาจ้างเข้าทำงานกับลูกจ้างที่แสนจะน่ารักถูกใจคนเป็นแม่

“ก็ครับ เดินทางพรุ่งนี้เช้าเลย ว่าแต่แม่ก็จะไปด้วยเหรอครับ”

ชายหนุ่มสงสัยทันทีที่แม่เลี้ยงกานดาออกปากจะไปส่งคนงานใหม่ที่ไร่ชาด้วยตัวเอง ไหนจะเรื่องเงินเดือนค่าจ้างที่เขาอุตส่าห์ให้มากกว่าที่อื่นถึงเดือนละสี่หมื่นเพราะเห็นว่าห่างไกลความเจริญซึ่งเด็กจบใหม่ไม่มีประสบการณ์บางที่เค้าไม่รับด้วยซ้ำยังไม่พอใจผู้เป็นแม่ยังจะมาต่อรองเงินเดือนให้ลูกจ้างกิตติมศักดิ์เป็นเดือนละห้าหมื่นอีก แทนที่จะช่วยลูกชายประหยัดยังจะมาขอให้ลูกชายจ่ายแพงกว่าเดิม เขาจะทำอะไรได้นอกจากยอมจ่ายตามที่แม่เลี้ยงผู้ซึ่งเป็นใหญ่ที่สุดในบ้านสั่งอย่างไม่กล้าหือสร้างความพอดีให้คุณนายแม่เป็นอย่างมาก

“ก็ต้องไปซิลูก หนูข้าวโพดจะได้ไม่รู้สึกเหมือนโดนทิ้งโดนปล่อยเข้าป่าไปเพียงคนเดียว เดี๋ยวแม่จะได้พาน้องบูมไปเที่ยวด้วย”

“หนูข้าวโพดมีอะไรที่ยังอยากได้อีกไหมลูก อ่านสัญญาดีๆ นะถ้าอ่านแล้วอันไหนที่เรารู้สึกว่าเสียเปรียบรู้ว่ามันไม่ยุติธรรมสำหรับหนูอยากให้แก้ตรงไหนหนูข้าวโพดบอกพี่บลูเค้าเลยลูกไม่ต้องเกรงใจ ถ้าพี่บลูมีปัญหาเดี๋ยวป้าจัดการเอง”

แม่เลี้ยงบอกว่าที่ลูกสะใภ้ในใจของเธอ ซึ่งลูกชายได้แต่งงไม่คิดว่าเด็กผู้ชายตัวบางผิวขาวแก้มแดง ขนตายาวงอนดกดำอย่างกับใช้ที่ดัดขนตาส่งให้นัยน์ตาสีดำกลมโตหน้าตาผู้ชายอะไรยังกับตุ๊กตา ถึงจะหน้าตาดีแต่ก็ไม่ได้มีความหล่อสมชายแม้สักเสี้ยวของเขาเลย นอกจากแค่ดูน่ารักเท่านั้น ดูแล้วไม่เห็นว่าจะมีตรงไหนให้แม่เขาเอ็นดูถึงขนาดให้คนตัวเล็กหน้ามัธยมเรียกป้าได้เลยแทนที่จะให้เรียกแม่เลี้ยงอย่างคนงานคนอื่น หรือว่าเป็นเพราะอีกคนพูดจาออดอ้อนจนน่าหมั่นไส้

“ไม่แล้วครับคุณป้า แค่นี้ก็ดีมากๆ สำหรับข้าวโพดแล้วครับ ขอบพระคุณมากครับ”

ข้าวโพดบอกแม่เลี้ยงด้วยท่าทีเกรงใจจนแม่เลี้ยงอดเอ็นดูไม่ไปไหวยิ้มออกนอกหน้า ต่างจากอีกคนที่นั่งใกล้กันกับแม่เลี้ยงทั้งที่มีสายเลือดเดียวกันแท้ๆ กลับดูยิ้มยาก แรกทีเดียวข้าวโพดคิดว่าพ่อเลี้ยงกิตติภูมิจะมีอายุมากกว่านี้เสียอีก แต่ที่ตัวเองเห็นแว๊บแรกคือ เป็นชายหนุ่มที่หล่อมากคนอะไรหล่อออร่าได้ขนาดนี้ ไหนจะหุ่นที่แสนจะเพอร์เฟคที่เค้าบอกสูงยาวเข่าดีแบบไหนแบบนั้นเลย ผิวก็ดูขาวสะอาดตาไหนจะรอยยิ้มที่มีลักยิ้ม ยิ้มทีหยุดโลกที่เขาได้มีโอกาสเห็นแค่ครั้งเดียวคือตอนแรกที่ชายหนุ่มยิ้มให้มารดาตัวเองแค่นั้น หลังจากนั้นตั้งแต่หันมาคุยกับเขาก็ไม่ได้เห็นอีกเลย คงได้เห็นแต่หน้าตาอันเคร่งขรึม ดูน่าเกรงขาม เสียงพูดที่ทุ้มแต่ทว่าดูมีอำนาจ สายตาอันดุดันดูน่ายำเกรงถ้าขืนหายใจผิดจังหวะนี่อาจโดนฆ่าตายได้ คนบ้าอะไรมีสองบุคลิกภายในเวลาเพียงชั่วประเดี๋ยวคุยกับคนเป็นแม่อีกแบบพอหันมาคุยกับเขาซึ่งก็มีแต่รายละเอียดเรื่องงานก็อีกแบบ คนแบบนี้สำหรับข้าวโพดไม่น่าจะมีใครอยากอยู่ด้วยเลย

“งั้นเอาเป็นว่าพรุ่งนี้เดี๋ยวสักเก้าโมงค่อยกลับนะลูก แม่กับหนูข้าวโพดจะไปรถตู้ของที่บ้านเองและลูกต้องเป็นคนขับ ส่วนรถของลูกให้คนขับรถที่บ้านขับไป” แม่เลี้ยงกานดาจัดแจงเสร็จสรรพ

“แต่…”

“ไม่มีแต่ครับลูกชาย คำสั่งแม่ถือว่าเด็ดขาด โอเคนะ” คนเป็นลูกยังไม่ทันได้พูดโต้แย้งอะไร โดนแม่ผู้มีอำนาจสูงสุดปัดตกหมดข้อโต้แย้งทันที

“ยายจ๋า ข้าวโพดไม่อยู่ยายดูแลสุขภาพตัวเองด้วยนะจ๊ะ มีอะไรให้โทรหาข้าวโพดได้เลยนะ ถ้าไม่มีอะไรแค่คิดถึงข้าวโพดก็โทรได้เลยนะข้าวโพดจะรับทันทีถ้าข้าวโพดรับได้ แต่เดี๋ยวข้าวโพดจะโทรมาบ่อยๆ และมีโอกาสจะลงมาหายายบ่อยๆ นะจ๊ะ”

หลานชายสั่งเสียคนเป็นยายยาวเฟื้อยจนยายบุปผาอดขำหลานชายตัวเองไม่ได้ สั่งเสียยังกับจะจากกันไปนาน เพราะก็อยู่กันแค่คนละอำเภอปกติพ่อเลี้ยงกิตติภูมิหรือคุณบลูก็ลงมาหาพ่อเลี้ยงแม่เลี้ยงบ่อยๆ อยู่แล้ว เค้าคงเมตตาพาข้าวโพดลงมาด้วยอยู่หรอกคงไม่ใจร้ายใจดำปล่อยไว้ให้ทำงานบนดอยคนเดียว

“จ้า ข้าวโพดไม่ต้องห่วงยายหรอกลูก ยายอยู่กับพ่อเลี้ยงแม่เลี้ยงถ้ามีอะไรยายให้ท่านโทรหาข้าวโพดอยู่แล้ว ไปอยู่กับพ่อเลี้ยงที่โน่นก็อย่าดื้อกับท่านนะลูก ตั้งใจช่วยพ่อเลี้ยงเขาทำงาน พ่อเลี้ยงบอกอะไรให้เชื่อฟัง ช่วยงานอะไรได้ก็หยิบจับช่วยกันนะลูก อย่าอยู่เฉยๆ ให้คนอื่นเขาว่าเอาได้ มีอะไรให้อดทนใช้เหตุผลอย่าเอาแต่ใจอย่าใช้อารมณ์นะลูกนะ พ่อเลี้ยงเขาจะได้เอ็นดู ไปเถอะลูกสายแล้วเดี๋ยวคุณๆ เขารอ ดูแลตัวเองด้วยนะลูกหยูกยาเอาไปบ้างไหมเผื่อเป็นอะไรจะได้มีกิน ลืมของอะไรอีกไหมลูกเช็คดูดีๆ นะ กว่าจะได้ลงมาอีกก็อาจจะหลายวัน”

ว่าแต่หลานสั่งเสียตัวเองนาน ยายบุปผาก็ลืมตัวสั่งเสียยาวไม่แพ้หลาน เพราะมีหลานคนเดียวยังไม่มีโอกาสที่จะได้อยู่ด้วยกันนานๆ เลย เลยอดห่วงไม่ได้

“ข้าวโพดไปแล้วนะจ๊ะยายจ๋า เดี๋ยวถ้าตอนเย็นข้าวโพดว่างข้าวโพดโทรหานะจ๊ะ มาขอข้าวโพดหอมหน่อยจะไม่ได้กอดไม่ได้หอมอีกหลายวันต้องตุนไว้ ฟอดดด ฟอดดดด”

ร่างบางโผเข้าไปกอดผู้เป็นยายที่เป็นผู้ใหญ่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวของตัวเอง ก่อนจะทั้งกอดทั้งหอมแก้มเหี่ยวๆ นุ่มๆ ของยาย ส่วนยายบุปผาก็หอมศีรษะหลานชายอย่างแสนรักก่อนที่ทั้งยายและหลานจะพากันเดินไปขึ้นรถที่บ้านใหญ่ ที่มีรถตู้จอดรออยู่แล้วหนึ่งคัน

ไปถึงเพียงครู่เดียวแม่เลี้ยงกานดา พ่อเลี้ยงธนา พ่อเลี้ยงกิตติภูมิ และหลานน้อยอย่างน้องบูมก็เดินออกมาจากบ้านมาขึ้นรถตู้ ซึ่งแม่เลี้ยงเปลี่ยนใจเอาคนขับรถไปอีกคนเพื่อที่จะให้ลูกชายได้นั่งไปเฉยๆ สบายๆ ส่วนรถของที่ไร่ก็ให้คนขับขับออกไปก่อนหน้าแล้ว

“ป้าบุปผา ไปด้วยกันนะ” แม่เลี้ยงกานดาเอ่ยชวน

” ไม่เป็นไรค่ะแม่เลี้ยงเดี๋ยวป้าอยู่ดูแลที่บ้านเองค่ะ” ป้าบุปผาบอกปฏิเสธถึงแม้จะอยากตามไปส่งหลานชายด้วยก็ตามทีเพราะรู้ว่ามันไม่เหมาะ

“ไม่เป็นไรหรอกครับป้าผา มาด้วยกันเถอะครับ เดี๋ยวคนงานใหม่ของผมจะได้ไม่หาเรื่องเหงาคิดถึงยาย” เจ้าของไร่เอ่ยปากชวนเองด้วยรู้ว่าป้าบุปผาแกคงอยากไปส่งหลานชายคนเดียว แต่คงเกรงใจเลยปฏิเสธไม่กล้าไปด้วย

“ก็ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะคุณบลูที่เข้าใจคนแก่”

ป้าบุปผาตกลงด้วยความดีใจ ส่วนคนเป็นหลานถึงกับดีใจยิ้มกว้างที่อย่างน้อยก็ได้อยู่กับยายนานขึ้น เพิ่งรู้ว่าพ่อเลี้ยงผู้เคร่งขรึมก็มีมุมอ่อนโยนเห็นใจคนอื่นก็เป็น

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED