ตอน 1

ช่างเป็นเช้าวันจันทร์ที่ชวนง่วงนอนจริงๆ เมื่อเปิดร้านมาเป็นชั่วโมงแล้ว แต่ยังไม่มีลูกค้าแวะเวียนมาสักคน แถมหลานสาวเจ้าของร้านข้างๆ ก็ยังข้ามฝั่งมาเล่าเรื่องไม่น่าเพลินใจ...จนผ่านมาเกือบสิบนาทีแล้ว เจ้าตัวก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงได้

“ถ้าพี่บัวเห็นคุณแม็กซ์เวล พี่บัวก็ต้องร้องว้าวๆ เหมือนกัน คนอะไรโคตรหล่อเลย สูงกว่าหนูเป็นศอก จมูกก็โด๊งโด่ง ดวงตาคมกริบ ขนตาหนาเป็นแพกว่าผู้หญิงบางคนอีก หนากว่าหนู หนากว่าของพี่บัวด้วย แล้วก่อนเขากลับนะ เขายังมองพวกเราด้วย หนูระทวยเลยแหละพี่บัว”

บัวบูชาเหล่มองคนนั่งบิดกายม้วนทำตาเคลิ้มฝัน ได้แต่นึกในใจว่าไม่เห็นจะอยากคล้อยตามสักนิด...แล้วที่สำคัญ มันเรื่องอะไรกันถึงเอาขนตาหนาเป็นแพของนายคนนั้นมาเทียบกับของเธอ

บัวบูชาไม่ได้บอกว่าเธอก็เคยเห็นแม็กซ์เวล นายทุนที่ดินคนนั้นแล้ว และยังจำรูปร่างหน้าตาของเขาได้ รู้ละว่าที่ทับทิมพูดมาทั้งหมดไม่ไกลจากความจริง แต่เธอก็เห็นว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่ควรชื่นชม ดังนั้นจึงคิดว่าถึงเวลาที่ต้องปลุกเด็กสาวให้ตื่นจากฝัน

“ทับทิมคงลืมไปว่า คนที่ทับทิมบอกว่าหล่อมากนั่นน่ะ คนคนนั้นกำลังจะไล่ที่เรา แล้วเขามาดูที่ของเขา ไม่ได้มาเพื่อจะมองให้เราระทวย”

“โอ๊ย! พี่บัว แล้วจะขัดทำไมเนี่ย ขัดทำไม หนูรู้อยู่แล้วว่าเขาเป็นใคร ไม่ลืมด้วย แต่พี่บัวต้องแยกแยะนะ เขาหล่อก็ต้องบอกว่าหล่อ ความหล่อของเขาทำให้หัวใจของหนูกระชุ่มกระชวย ส่วนเรื่องไล่ที่อะไรนั่น มันชวนห่อเหี่ยวหัวใจ อันนี้แกล้งลืมๆ ไปบ้างก็ได้”

“ไม่ได้! ไม่ว่าจะแกล้งลืมหรือลืมจริง เพราะอีกสองเดือนเราก็ต้องย้ายออกจากที่นี่แล้ว นายคนนั้นไม่ยืดเวลาให้เราอีก”

“เฮ้อ! นั่นสินะ เครียดเลย ลุงกับป้าก็ยังหาที่ขายใหม่ไม่ได้...ไม่น่าเลย ไม่น่าเลยจริงๆ”

ถ้อยคำรำพึงของเด็กสาวทำให้บัวบูชาต้องทอดถอนใจตาม และไม่รู้ว่าคำว่า ‘ไม่น่าเลย’ นั้นเจ้าตัวจะหมายถึงอะไร

นายคนนั้นไม่น่ามาไล่ที่พวกเธอ หรือว่าเป็นเธอที่ไม่น่าปลุกเจ้าตัวให้ตื่นจากฝันมาพบกับความเป็นจริงที่ชวนปวดหัวใจ

“แต่พี่บัวก็มีร้านที่ถนนคนเดินอยู่แล้ว ไม่เดือดร้อนเท่าไรใช่ไหมล่ะ”

“ไม่เดือดร้อนที่ไหนได้ล่ะ ตรงนั้นก็แผงที่พี่เช่าต่อมาอีกที ไม่รู้ว่าเจ้าของแผงจะขอคืนวันไหน บางช่วงก็ขายดีอยู่หรอก แต่ถ้าหน้าฝนเมื่อไร อย่าว่าแต่ลูกค้าไม่มาเลย เราเองก็แทบจะเปิดร้านตั้งของขายกันไม่ได้”

“แย่จัง เป็นแม่ค้านี่แย่นะ หนูไม่อยากเป็นแล้วสิ”

“ก็เรียนหนังสือให้จบ จากนั้นก็ค่อยหาช่องทางทำงานอื่น”

“แล้วพี่บัวล่ะ เรียนจบด้วยเหมือนกัน แถมจบจากมหาวิทยาลัยนานาชาติเชียงราชอีกด้วย ทำไมมาขายของล่ะ ไม่สมัครงานที่อื่นดูบ้างเหรอ จะว่าไปหนูก็แปลกใจแล้วก็สงสัยจริงๆ นะเนี่ย เพื่อนของพี่บัวก็มีแต่คนรวยๆ อย่างคุณนิดนั่นไงล่ะ หนูเห็นตั้งแต่ขี่สกูตเตอร์มาหาพี่ จนตอนนี้นั่งรถคันหรูหรา ลุงบอกว่าราคาเป็นสิบๆ ล้านเลย แล้วทำไมพี่ไม่ขอให้เขาช่วยบ้างล่ะ”

ทับทิมถามพลางจ้องหน้าเธอ ด้วยแววตาที่บอกว่าสงสัยจริงจังและอยากได้คำตอบให้หายคาใจ

บัวบูชาเหลือบมองนิดเดียวก็เมินหนี ก่อนจะตอบสาวรุ่นน้องที่เห็นมาตั้งแต่เจ้าตัวเป็นเด็กนักเรียนคอซอง

“เรายังไม่จนมุม จะไปให้คนอื่นช่วยทำไม ถึงเป็นเพื่อนกันก็เถอะ เราก็ต้องเกรงใจเขาบ้าง พยายามยืนด้วยตัวเองให้ได้ก่อน ก่อนจะขอให้คนอื่นช่วย”

เธอยังเชื่อคำที่ว่า ‘ช่วยตัวเองก่อน จากนั้นพระเจ้าจะช่วยเรา’ หรือกระทั่ง ‘ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน’ ถ้อยคำเหล่านี้ยังศักดิ์สิทธิ์สำหรับเธอเสมอ ที่สำคัญ เพื่อนสำหรับเธอมีไว้สำหรับเป็นแรงใจ ให้คำปรึกษากัน แต่ไม่ใช่จะเรียกร้องขอสิ่งใดๆ จากเขา

“เฮ้อ! ฟังแล้วเหนื่อยจัง”

“ทำงานอะไรก็เหนื่อยทั้งนั้นแหละ แต่มันก็มีมุมสนุกอยู่ด้วย ไม่อย่างนั้นพี่ไม่ทำมาตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยหรอก”

“ใช่สินะ ลุงยังชมพี่บัวให้หนูฟังบ่อยๆ เลยว่าเป็นเด็กต่างจังหวัดมาเรียนหนังสือในเชียงราช ไม่มีพ่อแม่ แต่ทำมาหากินส่งเสียตัวเองเรียนจนจบ แถมร้านของพี่บัวก็ใหญ่กว่าของลุงอีก นี่ถ้าคุณแม็กซ์เวลไม่ให้พวกเราย้ายออก ไม่แน่ว่าอีกไม่นานร้านของพี่บัวอาจขยายเป็นเจ้าใหญ่ในเชียงราชเลยก็ได้ ลูกค้าประจำของพี่บัวที่อยู่ต่างประเทศก็มีตั้งหลายคน หนูเพิ่งคิดได้แหละว่าเขาไม่น่ามาจริงๆ อย่างน้อยก็ไม่ใช่ตอนนี้ เพราะพอเขามา พวกเราก็เดือดร้อนกันไปหมด ลุงกับป้าของหนูก็ยังหาที่ขายของแห่งใหม่ไม่ได้ เมื่อกี้หนูเผลอไปนิดหนึ่ง”

บัวบูชากลั้นหัวเราะเมื่อได้ยินถ้อยคำของเด็กสาว แค่ไม่กี่อึดใจก็เปลี่ยนมุมมองต่อคนคนนั้นไปแล้ว จากผู้ชายชวนฝันหน้าตาหล่อเหลาที่เจ้าตัวนั่งเพ้ออยู่หลายนาที กลายมาเป็นนายทุนหน้าเลือดในพริบตา…

เด็กหนอเด็ก

แต่มันก็ช่วยไม่ได้จริงๆ รู้อยู่ว่าที่ตรงนี้เป็นที่ขายของ และร้านค้าก็ไม่ได้บุกรุกที่ดินเข้ามาทำกิน แต่เป็นการเช่าต่ออีกที เป็นความสะเพร่าของพวกเธอที่ไม่รู้ว่าอาคารพาณิชย์ได้ถูกเปลี่ยนมือไปแล้ว ที่พวกเธอเช่ากันอยู่จึงถือว่าเป็นการเช่าช่วงอีกที

ดังนั้นเมื่อเขาแจ้งให้ร้านค้าย้ายออกภายในสามเดือน บัวบูชาจึงคิดว่ากระชั้นชิดเกินไป เพราะร้านค้าย่านเมืองเก่าเป็นแหล่งพบปะของลูกค้าและคนขายของมาเนิ่นนานแล้ว เจ้าของที่ดินรายใหม่ควรรอให้ร้านค้าได้ที่ทำกินใหม่กันเสียก่อน ซึ่งแน่นอนว่าต้องใช้เวลามากกว่าสามเดือน

บัวบูชารู้มาตลอดว่ามีคนเข้าไปขอความเห็นใจจากนายทุนใหม่หลายต่อหลายครั้ง แต่เขาก็ยังยืนยันคำเดิม ไม่ยอมผ่อนปรนให้กับใคร

ถ้าอย่างนั้นก็สมควรแล้วแหละ ถ้าเขาจะถูกมองว่าเป็นนายทุนหน้าเลือดบ้าง

ตอน 2

แม็กซ์เวล บราวน์ ไม่เคยคิดว่าชีวิตการเป็นนักพัฒนาที่ดินของตัวเองจะต้องมาเจอกับอะไรอย่างนี้

เอกสารมัดใหญ่วางอยู่บนโต๊ะ เขามองนิ่งๆ ถึงจะยังไม่เปิดอ่าน แต่ก็รู้ว่าเนื้อความข้างในล้วนแต่เป็นข้อความขอความเห็นใจ พรรณนาถึงความทุกข์ยากถ้าต้องย้ายออกจากที่ดินของเขา!

นอกจากนี้ยังมีส่งเข้ามาทางอีเมลของบริษัท รวมถึงฝากข้อความไว้บนเว็บบอร์ดที่บริษัทเพิ่งเปิดเป็นช่องทางประชาสัมพันธ์โครงการใหม่ๆ ในประเทศไทยด้วย

มันช่างก่อกวนสิ้นดี และเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ แม็กซ์เวลก็คาดไม่ถึงว่าเขาจะเจอในเมืองเชียงราชด้วย

เมื่อปลายปีก่อน ไรวินทร์ซึ่งเป็นเพื่อนนักธุรกิจที่ได้ย้ายฐานการผลิตงานด้านซอฟต์แวร์จากเมืองเพิร์ธเข้ามายังเชียงราช ได้บอกเขาถึงความเป็นมิตรไมตรีของผู้คน และบอกถึงช่องทางที่น่าสนใจถ้าเขาจะขยายธุรกิจพัฒนาที่ดินเข้ามาในเมืองนี้ด้วย

แม็กซ์เวลไม่ตัดโอกาสตัวเอง...เขาส่งทีมงานเข้ามาสำรวจ ทำความรู้จักกับเมืองที่กำลังพัฒนาอย่างก้าวกระโดดด้วยความเป็นพื้นที่เศรษฐกิจใหม่แห่งนี้ เมื่อผลการสรุปส่งถึงมือ เขาก็ตัดสินใจไม่ยากที่จะเข้ามาสัมผัสด้วยตัวเองในขั้นตอนสุดท้าย ก่อนจะทุ่มเงินลงทุนลงไป

ด้วยการเคลื่อนไหวอย่างมีชีวิตชีวาของเมืองอันเป็นเสน่ห์เฉพาะตัว ผสมผสานระหว่างความเป็นเมืองเก่าและโลกสมัยใหม่ที่แทรกสอดเข้าด้วยกัน มันช่างมีเสน่ห์น่าค้นหานัก แม็กซ์เวลไม่ลังเลที่จะรับความท้าทายนี้

ธุรกิจของเขาจึงเริ่มต้นขึ้น ทุกอย่างผ่านไปได้อย่างงดงาม เขาสามารถเดินตามแผนที่วางไว้ ทุกขั้นตอนเดินมาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ที่ผ่านมาจึงไม่เคยมีปัญหากับใคร แม็กซ์เวลมั่นใจในแนวทางของตัวเองว่าดีพอ

ทว่าคราวนี้ต่างออกไป เขานึกไม่ถึงว่าจะได้รับการต่อต้านจากคนที่อาศัยในที่ดินของเขาอย่างไม่ถูกต้องเสียเอง แถมคนพวกนั้นไม่สำนึกสักนิด คิดเอาแต่ได้อยู่ฝ่ายเดียว แล้วยังหาว่าเขาไม่มีน้ำใจในการเป็นผู้ให้อย่างไม่สิ้นสุดอีกด้วย

มันช่างน่าเบื่อจริงๆ กับการต้องมาเกี่ยวข้องกับคนที่ไม่เคารพกฎเกณฑ์ใดๆ นอกจากความพอใจของตัวเองอย่างคนพวกนี้

“พวกเขาเพิ่งเคลื่อนไหว ก่อนนี้ก็ดูว่าไม่มีปัญหา บอสคิดว่าจะมีเบื้องหลังไหมครับ”

“นายหมายความว่ายังไง”

“ทุกการเคลื่อนไหวมักมีหัวโจกและจะทำอย่างมีเป้าหมาย ผมเกรงว่าเรื่องที่กำลังเกิดอยู่นี้จะมีคนอยู่เบื้องหลัง เพราะพวกเขาเดินเกมกันเป็นทีม ผมว่าไม่ใช่แค่เรื่องของพ่อค้าแม่ค้าที่อยากได้ที่ดินทำกินอย่างเดียวนะครับ”

คนที่ยืนปักหลักอยู่กลางห้องทำงานโอ่โถงบอกคนที่นั่งทอดกายด้วยท่วงท่าสบายๆ บนเก้าอี้ทำงานหลังโต๊ะตัวใหญ่ น้ำเสียงบ่งบอกว่ากำลังจริงจัง หากอีกฝ่ายรับฟังแล้วตอบกลับด้วยท่าทีเรียบเรื่อยตามแบบฉบับของเขา

“ที่ดินเป็นของฉัน โฉนดอยู่ในมือฉันอย่างถูกต้อง คนพวกนั้นทำอะไรไม่ได้หรอก อย่างมากก็แค่สร้างความรำคาญ เรียกร้องความสนใจไปวันๆ แค่เราไม่สนใจ เดี๋ยวก็เลิกราไปเอง”

“แล้วถ้าไม่ใช่ล่ะครับ”

“คิดมากน่านายธันว์ นายไม่เชื่อมือฉันหรือไง” แม็กซ์เวลหัวเราะเมื่อรู้สึกว่าคนสนิทดูจะกังวลเกินเหตุไปสักหน่อย

“ผมเชื่อว่าบอสจัดการได้ แต่เกรงว่าเหตุการณ์ที่กำลังเกิดอยู่นี้จะบานปลายแล้วทำให้เราเสียเวลา”

“นายรู้จักฉันดี ฉันไม่เคยปล่อยให้ปัญหาลุกลามถึงขั้นนั้นสักที เอาละ เลิกพูด เลิกสนใจเรื่องนี้ได้แล้ว และต่อไปไม่ต้องเอาจดหมายบ้าบอพวกนี้มาให้ฉันอีก ถ้าพวกนั้นส่งเข้ามา นายก็ทำลายทิ้งทั้งหมด แล้วกำชับฝ่ายไอทีของบริษัทให้ดูแลระบบงานให้ดี อย่าให้มีใครมาก่อกวน เพราะจะเสียภาพพจน์ของโครงการเรา”

ดวงตาสีน้ำตาลเข้มเปล่งประกายขึ้นมาในชั่ววินาที ธันว์ทันเห็น เขาได้แต่ภาวนาว่าทุกการเคลื่อนไหวของพ่อค้าแม่ค้ากลุ่มนั้น ขออย่าให้มีเจตนาอื่นแอบแฝง เพราะถ้าเป็นเรื่องธุรกิจ แม็กซ์เวลไม่เคยอ่อนข้อให้กับใคร

ในฐานะที่เขาเป็นคนไทย เติบโตบนแผ่นดินไทย แม้เพิ่งได้กลับมาเมืองไทยไม่ทันครบปีหลังจากจากไปนาน แต่ก็มีใจผูกพันกับคนไทยอยู่มาก โดยเฉพาะชาวเมืองเชียงราชที่มีท่าทางอ่อนหวาน สีหน้ายิ้มแย้ม ผู้คนเหล่านั้นไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อกับแม็กซ์เวลสักนิด ธันว์ได้แต่ภาวนาว่าทุกการเคลื่อนไหวที่ดูมีเป้าหมายและทิศทางที่ชัดเจนนี้จะไม่มีใครอยู่เบื้องหลัง เพราะถ้าเป็นอย่างนั้น พวกเขาก็จะกลายเป็นแค่เครื่องมือที่ถูกห้ำหั่นเสียก็เท่านั้น

เท่าที่ติดตามแม็กซ์เวลมาหลายปี ธันว์เห็นเรื่องพวกนี้มานักต่อนัก จนอดที่จะมองข้ามเหตุการณ์ที่กำลังเกิดอยู่ไม่ได้

แสงส่องทอลอดเข้ามาทางหน้าต่างที่เปิดแง้มในห้องนอนบนชั้นสองของตึกแถวสองชั้น ซึ่งมีอายุกว่าสามสิบปีในย่านชุมชนเมืองเก่า ร่างของหญิงสาววัยยี่สิบต้นในชุดนอนเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงขาสั้นที่กำลังนอนคู้กายอยู่ภายใต้ผ้านวมผืนหนาก็พลิกหงายแล้วเหยียดกายตรงบนที่นอน เธอนิ่งอยู่ในท่านั้นหลายวินาที ก่อนจะปรือตาเปิดมองเพดานสีขาวที่คุ้นตา แล้วกวาดสายตามองรอบห้องอย่างคุ้นเคย

ห้องนอนนี้เธออาศัยมาตั้งแต่ยังเรียนไม่จบมหาวิทยาลัย หากจะนับเวลาจนถึงตอนนี้ก็นานกว่าสามปีแล้วสินะ

บัวบูชายันกายขึ้นนั่งแล้ววาดเท้าลงบนพื้นเย็นเฉียบตามสภาพอากาศของเช้านี้

“เจ็ดโมงกว่าแล้วหรือนี่”

เธอพึมพำกับตัวเองเมื่อหยิบนาฬิกาข้อมือที่ถอดวางบนโต๊ะญี่ปุ่นใกล้หัวเตียงขึ้นมาดูเวลา แล้วถอนหายใจยาว ก่อนจะวางกลับที่เดิม

“เปิดร้านสายสักวันจะเป็นไรไป วันนี้ไม่ได้นัดลูกค้ามารับของที่ร้านด้วย”

ร้านของบัวบูชาเป็นร้านขายของที่ระลึกที่รับจากแหล่งผลิตมาขายโดยตรง โดยลูกค้าของเธอจะมีทั้งนักท่องเที่ยวขาจร รวมถึงแม่ค้ารายย่อยที่มารับไปขายต่อ ซึ่งมีทั้งคนไทยและคนต่างประเทศ

บัวบูชาศึกษาตลาดเป็นอย่างดี สินค้าที่เธอเลือกมาขายนั้นเข้าตาลูกค้าเสมอ อย่างที่ณิชาชื่นชมบ่อยๆ ว่าเธอมีสายตาที่แหลมคมนัก

ตอน 3

หากนั่นไม่ใช่พรสวรรค์อันใดหรอก บัวบูชาได้มาเพราะพรแสวงล้วนๆ

แต่ละค่ำคืนเมื่อปิดร้านแล้ว เธอมักอยู่กับโน้ตบุ๊กคู่ใจเพื่อท่องโลกอินเทอร์เน็ต คอยศึกษาถึงความต้องการของลูกค้าในแต่ละช่วง รวมถึงกระแสสินค้าอื่นๆ ในตลาดรอบนอกเป็นตัวเสริม ซึ่งทำให้เธอสามารถมองแนวโน้มของสินค้าตัวเองได้ล่วงหน้า

‘จริงๆ ฉันชอบเครื่องประดับประเภทดีไซน์หรูมากกว่าของที่ระลึกที่ขายอยู่นะ ฉันอยากมีแบรนด์เครื่องประดับเป็นของตัวเองแล้วส่งขายทั่วโลก’

บัวบูชาบอกความฝันกับเพื่อนสนิทในวันฝนพรำ เมื่อฝ่ายนั้นแวะมาหาพร้อมกับของกินเต็มสองมือ ซึ่งเป็นจังหวะที่เธอว่างจากลูกค้าเช่นกัน

‘ฉันเชื่อว่าบัวทำได้ ฉันไม่ได้แค่พูดเอาใจนะ แต่เพราะเห็นสิ่งที่เธอทำมาตลอด เธอสร้างกิจการของตัวเองขึ้นมาได้ มีร้านค้าขายของที่ระลึก มีรถยนต์ตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย ถึงจะเป็นรถมือสองก็เถอะ เธอสร้างทุกอย่างด้วยตัวเอง ฉันเคยเล่าเรื่องของเธอให้คุณวินทร์ฟัง เขายังชมว่าเธอเก่งเลย’

เจ้าตัวบอกขณะหยิบส้อมจิ้มขนมในจานใส่ปากแล้วเคี้ยวอย่างอารมณ์ดี ในตอนนั้นบัวบูชามองแล้วเผลอยิ้ม

ณิชามีความสุข ดวงตาเปล่งประกายตลอดเวลา พวงแก้มขาวประดับด้วยเลือดฝาดจางๆ ท่าทางนั้นทำให้นึกถึงณิชาคนเก่าเมื่อเริ่มรู้จักกัน ครั้งที่สองคนเพิ่งใช้ชีวิตการเป็นนักศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัย

บัวบูชาเคยนึกสงสัยว่า ถ้าณิชาไม่เจอกับวิกฤตในชีวิตเมื่อครั้งพ่อและแม่เลี้ยงเสียชีวิตอย่างกะทันหัน จนทำให้ฐานะความเป็นอยู่ต้องเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ แล้วเธอสองคนจะมาเป็นเพื่อนสนิทที่เข้าใจและรู้ใจกันจนถึงวันนี้ได้ไหมนะ

คุณหนูณิชาที่มีชาติตระกูลดี พรั่งพร้อมด้วยทรัพย์สมบัติ ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านหลังใหญ่ จะได้พบเจอและคบหากับเธออย่างทุกวันนี้ไหม

กระนั้นถ้าเลือกได้ บัวบูชาก็ไม่ต้องการให้ณิชาต้องเจอกับความลำบากสักช่วงชีวิต เพราะมันหนักหนาจนแทบไม่เชื่อว่าเจ้าตัวจะกลับมามีชีวิตที่สมบูรณ์อย่างเดิมได้อีก

ทั้งนี้ทั้งนั้นเป็นเพราะณิชาเป็นคนมีจิตใจดี อีกทั้งมีความเข้มแข็งจนเกินตัว ถึงทำให้ได้เจอกับคู่ชีวิตอย่างไรวินท์ ผู้ชายที่มักดูแลและปกป้องเพื่อนของเธอทั้งต่อหน้าและลับหลัง

บัวบูชารู้ว่าไรวินทร์ทำหลายสิ่งให้ณิชามานานแล้ว ตั้งแต่เขาเริ่มเข้ามาในเชียงราชด้วยซ้ำ ทำโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนด้วย เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ทีไร เธอก็ดีใจไปกับเพื่อนด้วยทุกที

แล้วสายตาของหญิงสาวก็กวาดมองรอบตัว มองทุกสิ่งที่คุ้นเคย เธออาศัยอยู่ที่นี่มานานจนรู้สึกผูกพัน...นานจนเผลอคิดว่าตึกแถวให้เช่ารายปีแห่งนี้เป็นบ้านของเธอไปเสียแล้ว

“ถ้าไม่อยู่ที่นี่แล้วเราจะย้ายไปที่ไหน”

พลันนึกถึงสถานที่อีกแห่งที่เธอกลับไปปีละครั้ง เธอยังพยายามกลับไปแม้รู้ว่าคนที่เธอไปหาจะอึดอัดใจก็ตาม

ชะอำ...สถานที่สวยงามในจังหวัดเพชรบุรีเป็นบ้านเกิดของเธอ พ่อกับแม่รู้จักกันที่นั่น จนเมื่อเธอถือกำเนิดขึ้นมาไม่ทันครบขวบปี พ่อกับแม่ก็เลิกรากัน แล้วพ่อก็หายไป ตัดขาดการติดต่อจากแม่และเธอนับตั้งแต่นั้น

บัวบูชาอยู่ในการดูแลของยายตลอดมา จนเมื่อเรียนปีที่สองในมหาวิทยาลัย ยายก็เสียชีวิตลง จากนั้นเธอก็ไม่รู้ว่าจะมีใครยินดีกับการได้เห็นเธอกลับไปที่บ้านเกิดอีก

‘ถ้าอยู่เชียงราชได้ก็อยู่ที่นั่นแหละ ไม่ต้องกลับมาที่นี่บ่อยๆ’

นั่นเป็นถ้อยคำที่แม่บอกกับเธอ ในวันที่ส่งเธอขึ้นรถตู้ไปยังกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางกลับมายังเชียงราชในช่วงใกล้เปิดเทอม

แม่บอกโดยไม่มองหน้า...แต่บัวบูชาทันเห็นความเศร้าและความละอายใจเจือในแววตาคู่นั้น

หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่น หลับตาลงเมื่อนึกถึงสาเหตุที่ทำให้ความสัมพันธ์ของสองแม่ลูกห่างเหินกัน มันคงเป็นปัญหาโลกแตกที่ต่อเนื่องมาจากการเลิกร้างของพ่อแม่ เมื่อต่างฝ่ายต่างมีครอบครัวใหม่ ลูกอย่างเธอก็กลายเป็นส่วนเกิน

บัวบูชาไม่รู้จักพ่อของตัวเองด้วยซ้ำว่าเป็นใคร รู้แต่ว่าเขาเข้ามารับจ้างทำงานในอำเภอ จนได้รู้จักกับแม่ซึ่งมีคนมาชอบพออยู่ก่อน หากแม่ก็เลือกพ่อ ถ้าจะฟังจากชาวบ้านร้านตลาดที่เคยพูดให้ได้ยิน การเลือกพ่อมาเป็นคู่ชีวิตคงเป็นการเลือกที่ผิดพลาดของแม่ เพราะเท่าที่ฟังมานั้นไม่มีใครปลื้มพ่อของเธอสักคน ไม่เว้นแม้แต่ยายที่เมตตาเธอมากกว่าใคร

บัวบูชาโตมากับยาย ความทรงจำในวัยเด็กหากจะย้อนกลับไปก็มีแต่ภาพของยายและบ้านกลางสวน เธอจดจำภาพของแม่ได้น้อยเต็มที เพราะแม้จะอยู่ในอำเภอเดียวกัน แต่นานๆ ครั้งแม่ถึงจะมาหาเธอ

‘แม่เราทำงานในตัวอำเภอ ถ้ามาอยู่ด้วยกันที่บ้านสวน เขาก็เดินทางไม่สะดวก บัวอยู่กับยายที่นี่แหละนะ ปล่อยแม่เขาทำงานไป’

เธอรู้เหตุผลจากยายแค่นั้น จนเข้าเรียนระดับประถมในโรงเรียนใกล้บ้านก็ได้รู้ว่าแม่กำลังจะแต่งงานใหม่กับผู้ชายที่มีการงานและฐานะมั่นคง ซึ่งไม่ใช่ใครอื่นใด หากเป็นผู้ชายที่เคยชอบแม่มาก่อนที่พ่อจะเข้ามานั่นเอง

นับจากนั้นบัวบูชาก็ได้เจอหน้าแม่แทบนับครั้งได้ หลังจากมีครอบครัวใหม่ แม่ก็ห่างจากเธอยิ่งกว่าเดิม…แม้จะโหยหาอ้อมกอดแม่ แต่บัวบูชาก็ไม่อาจเรียกร้อง ยิ่งนานวันก็รู้สึกว่าแม่ไม่ใช่ของเธออีกต่อไป และบัวบูชาก็รับรู้ได้ว่าแม่ไม่อยากให้เธอเข้าไปใกล้เช่นกัน

แม่พยายามกันเธอออกห่างจากครอบครัวใหม่ ห่างจากสายตาของพ่อเลี้ยง ไม่ต้องการให้เขาเห็นเธอแล้วพานนึกไปถึงพ่อ

บัวบูชายอมรับความจริงในข้อนี้ เธอเข้าใจถึงความกระอักกระอ่วนใจของผู้ใหญ่ดี แม้จะเป็นเพียงเด็กวัยประถมก็ตาม

ความคิดของหญิงสาวสะดุดลงเมื่อเสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะใกล้หัวเตียงดังขึ้น เมื่อหยิบมาดูจึงเห็นว่าเป็นเบอร์ที่เพิ่งติดต่อกันเมื่อสัปดาห์ก่อน

“สวัสดีค่ะคุณบัว อ่อนโทร.มารบกวนเช้าเกินไปไหมคะ”

“ไม่ค่ะ คุณอ่อนมีอะไรหรือคะ หรือว่าจะมารับขบวนลูกหมูของแตงหวาน”

ลูกหมูที่บัวบูชาพูดถึงเป็นตุ๊กตาผ้าสีชมพูนุ่มนิ่ม เป็นงานประดิษฐ์โดยฝีมือชาวบ้าน โดยลูกค้าคนนี้ได้สั่งไว้ยี่สิบตัว เพื่อให้หลานสาวนำไปแจกในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เนื่องในวันเกิดครบรอบสามขวบ

“ใช่ค่ะ ไม่รู้ว่าคุณบัวสะดวกไหมถ้าอ่อนจะพาแตงหวานไปรับลูกหมูก่อนวันนัด เพราะวันเสาร์เจ้าตัวมีนัดกับคุณย่าไว้ทั้งวันค่ะ”

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED