• ACTION •
“ย้ายออกไปแล้วก็ดูแลลูกดีๆ ล่ะสั่งสอนกันดีๆ ระวังเถอะ เดี๋ยวลูกมึงมันจะได้ผัวไวตามแม่มัน…ผัวตายไม่เท่าไหร่ก็มีผัวใหม่ซะแล้ว”
เสียงป้าเจ้าของห้องรูหนูที่สองแม่ลูกเช่าอยู่พูดขึ้นกระแนะกระแหน สาววัยกลางคนที่เสียสามีที่คบกันมาสิบปีไป ซึ่งพ่อของเด็กสาวนั้นก็ได้จากไปนานเกือบปีแล้ว ซึ่งตอนนี้ที่บ้านเช่าแห่งนี้ก็มีแค่โบนิตา ‘นิต้า’ และหญิงอีกคนที่เธอเรียกว่าแม่มานานถึงสิบปี ตั้งแต่ที่เธอเข้ามาทำหน้าที่นี้แทนแม่แท้ๆ ของเธอ เมื่อสิบปีก่อนหลังจากที่แม่แท้ๆ ของเธอเสียไป
“ถ้าพูดเพราะหวังดีจริงๆ ก็ขอบใจนะจ๊ะ” เสียงหญิงสาววัยสี่สิบปีพูดตอบกลับเสียงนิ่ง ใบหน้าไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ ก่อนจะจูงมือลูกสาววัยสิบแปดเข้าไปด้านในห้องเพื่อเก็บของสำคัญเท่าที่มีอยู่และเตรียมตัวย้ายเข้าไปอยู่บ้านหลังใหม่
ภายในห้อง…
“แม่ไม่ต้องฟังคำพูดของป้าเขานะ นิต้ารู้ว่าแม่รักพ่อ” เสียงหวานของเด็กสาว พูดด้วยท่าทางนุ่มนวลและอ่อนโยนเพื่อบอกกับแม่เลี้ยงที่แสนดีของเธอ เมื่อเห็นว่าน้ำใสเริ่มเอ่อคลอขึ้นที่ดวงตาของเธอผู้ที่เธอเรียกว่าแม่
ถึงแม้ว่าเธอจะตัดสินใจมีครอบครัวใหม่อีกครั้ง เธอก็ไม่เคยคิดจะทิ้งสาวน้อยคนนี้ที่เธอเรียกว่าลูกสาวไปเลยถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ลูกที่ตนให้กำเนิด แต่เธอก็รักและเอ็นดูนิต้าเหมือนลูกแท้ๆ ด้วยความน่ารักและเป็นเด็กดีของนิต้า อีกทั้งเด็กสาวยังไม่มีใครให้เป็นที่พึ่งพานอกจากเธอ “แม่รู้ค่ะ แค่หนูเข้าใจแม่ แค่นั้นก็พอแล้วล่ะ”
นาวีร์ (วี) ผู้เป็นแม่ดึงร่างเล็กของสาวน้อยเข้ามากอด เพื่อเพิ่มพลังความอบอุ่นและกำลังใจสู้ให้กับตัวเอง เพราะการตัดสินใจมีครอบครัวใหม่ครั้งนี้ เธอก็เลือกทำมันเพราะอยากให้เธอรวมถึงนิต้านั้นมีชีวิตใหม่ที่ดีขึ้นกว่าจากเดิมที่เป็นอยู่ตอนนี้ เพราะว่าการอดมื้อกินมื้อมันน่ากลัวกว่าที่ใครหลายคนคิด..
เช้าวันรุ่งขึ้น…
รถตู้อัลพาร์ดคันหรูสีขาว ขับเข้ามาจอดที่หน้าห้องแถวเก่าๆ ในเขตชุมชนแออัด เพื่อมารับสาวสวยทั้งสองออกจากที่แห่งนี้ไปยังชีวิตใหม่ที่ศิวิไลกว่า และแม้ว่าที่แห่งนี้จะอยู่ในเมืองหลวงก็ตาม แต่ความเหลื่อมล้ำในระหว่างพื้นที่ก็มีอย่างเห็นได้ชัด ราวกับโลกคนละใบแบ่งชนชั้นกันอย่างชัดเจน
“มาเองเลยเหรอคะ?” เสียงหญิงสาววัยกลางคนพูดถามกับสามีใหม่ เศรษฐีร้อยล้านที่เดินทางมารับเธอกับลูกสาวถึงที่ซอมซ่อแห่งนี้ด้วยตัวเอง
“ก็ฉันตั้งใจจะมารับอยู่แล้วไง ..ว่าแต่นี่นิต้า ลูกสาวที่เคยเล่าให้ฟังใช่ไหม?” คุณลวิตร์ หนุ่มใหญ่วัยสี่สิบหกปีเอ่ยถามกับภรรยาใหม่ พรางใช้ตามองไปที่เด็กสาวน่าตาน่ารักจิ้มลิ้ม ที่ยืนแอบอยู่ด้านหลังของเธอด้วยท่าทางอ่อนแอขี้กลัว
“ใช่ค่ะ นิต้าเธอเป็นเด็กขี้กลัวน่ะค่ะ …แต่ว่าเธอเป็นเด็กน่ารักนะคะ แล้วก็นิสัยดีไม่ดื้อไม่ซนด้วยค่ะ”
“ไม่ต้องกลัวฉันนะหนูนิต้า ฉันจะเป็นพ่อให้หนูเอง …ต่อไปเรียกฉันว่าป๊านะ” ท่าทางใจดีและดูอบอุ่นนั้นของเขาทำให้สาวน้อยเริ่มคลายความกลัวลงและเริ่มกล้าที่จะเงยหน้าขึ้นมองชายร่างสูงใหญ่คนที่กำลังพูดคุยกับเธออยู่ “เราไปกันเลยดีไหม?”
“ค่ะ”
ผมได้รู้เรื่องราวของสองสาวมาบ้างแล้วในส่วนหนึ่ง ซึ่งตัวผมเองก็เสียภรรยาไปได้เกือบปีแล้วเช่นกัน และจากที่ผมได้ยินมา ชีวิตของพวกเธอก็น่าสงสารมากจริงๆ จนผมไม่อาจที่จะเมินเฉยต่อสาวสวยแสนดี ที่ต้องเลี้ยงลูกสาวที่ไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของเธอโดยลำพังในที่ซอมซ่อแห่งนี้ได้ ผมอยากที่จะมอบโอกาสที่ดีให้กับเธอสองแม่ลูกโดยการพาทั้งคู่เข้าไปเป็นส่วนนึงกับครอบครัวของผม เพื่อเติมเต็มในส่วนที่ขาดหายไป…
เพนท์เฮ้าส์ชั้นบน สุดหรูใจกลางเมือง…
ที่นี่เป็นที่พักของสามเสือพ่อลูกที่อาศัยอยู่ด้วยกัน แต่ตอนนี้ ที่แห่งนี้จะไม่ได้มีเพียงแค่พวกเขาอาศัยอยู่เหมือนก่อนอีกแล้ว…
“นี่เหรอเมียใหม่ป๊า?” เสียงชายหนุ่มที่ใส่เสื้อฮูทสีดำยืนล้วงกระเป๋ากางเกงมองมาที่สองแม่ลูก สมาชิกใหม่ที่พ่อของตนเพิ่งพาเข้ามาที่บ้าน ด้วยใบหน้าสะลึมสะลือเพราะถูกงัดขึ้นจากที่นอน เมื่อไม่กี่นาทีก่อน
“ใช่… คนนี้ชื่อเลิฟลูกชายแฝดคนโตที่ฉันเคยเล่าให้ฟังไง ส่วนอีกคนนั่นชื่อเลอแปงเป็นแฝดคนน้อง” คุณพ่อพูดแนะนำลูกชายของเขาทั้งสองคนให้กับทั้งสองสาวได้ทำความรู้จัก
“พาเข้าบ้านแบบนี้ ป๊าคงจะจริงจังสินะครับ” เสียงเลอแปงชายหนุ่มใบหน้ายิ้มแย้มเป็นมิตร พูดถามกับพ่อของเขา ถึงแม้ว่าจะรู้เรื่องเจ้าชู้ผู้หญิงเยอะของพ่อมาบ้าง แต่เขาก็ไม่เคยเห็นพ่อพาผู้หญิงที่ไหนเข้าบ้านเลย ตั้งแต่แม่ของตนจากไป
“ฝากตัวด้วยนะคะ” แม่ของสาวน้อยพูดขึ้นบอกกับสองหนุ่มลูกชายเจ้าของบ้าน เพื่อหวังว่าพวกเขาและเธอจะสามารถอยู่ร่วมกัน และเป็นครอบครัวเดียวกันได้
“ที่ปลุกผมขึ้นมา เพราะแค่อยากจะให้รู้จักเมียใหม่ป๊า แล้วก็… เด็กคนนี้ใช่ไหม” เลิฟพูดพร้อมกับมองไปที่เด็กสาวอีกคนที่ยืนหลบหน้าหลบตาอยู่ทางด้านหลังของเมียใหม่ของพ่อตน
ท่าทางนิ่งขรึมและดูลึกลับน่ากลัวนั้น ทำให้เด็กสาวไม่กล้าที่จะเงยหน้ามองคนที่ยืนจ้องเธออยู่ได้เลย แต่กลับกันชายอีกคนนั้นดูให้ความสนใจกับเธอมากๆ แถมยังส่งยิ้มเป็นมิตรให้เธออีกด้วย และถึงแม้ว่าพวกเขาจะมีน่าตาที่ละม้ายคล้ายคลึงกัน แต่ลุคของทั้งคู่ก็แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เลิฟเขาดูเป็นคนที่นิ่งดุ ลึกลับและเก็บตัว แต่กับเลอแปงนั้นเขาดูเป็นคนที่อัธยาศัยดีเข้ากับคนง่าย
“ส่วนนี่ นิต้า เธอเป็นลูกสาวของวี เมียใหม่ป๊า อย่าแกล้งน้องล่ะเข้าใจไหม?” คนเป็นพ่อพูดเตือนเพราะรู้จักนิสัยของลูกชายดีว่าดื้อและแสบแค่ไหน
“ผมต้องเรียกเธอว่าแม่ด้วยไหม?” เลิฟเอ่ยถามพ่อของตนหน้านิ่ง
“ไม่ต้องก็ได้นะคะ” วีเธอพูดอย่างเกรงใจ
“ก็แล้วแต่พวกแกสิ..” คนเป็นพ่อพูดขึ้น
“เข้าใจแล้วครับ ยินดีต้อนรับเข้าบ้านนะครับ …แม่” เลิฟพูดจบก็เดินกลับเข้าห้องนอนไป และเขาก็ไม่ได้แสดงว่าต้องการต่อต้านหรือดีใจที่มีเธอสองคนมาเป็นสมาชิกใหม่ในบ้านแต่อย่างใด เพราะคนเก็บตัวแบบเขานั้นไม่ใช่คนที่สนใจโลกภายนอกอยู่แล้ว ซึ่งการมีเมียใหม่หรือลูกใหม่ของพ่อเขา ก็ไม่ได้กระทบกับความรู้สึกหรือการใช้ชีวิตของเขาเลยสักนิด
--------------------------------------------------------------------------
[ติดตามตอนต่อไป] - [Follow the next episode]
[-กดใจ -เพิ่มเข้าชั้น -คอมเมนท์ให้กำลังใจ และฝากกดติดตามไรท์ด้วยนะครับ🙏]
“นิต้าเธออายุเท่าไหร่เหรอครับ?” เลอแปงยังคงให้ความสนใจกับน้องสาวคนใหม่ของเขาอยู่ เพราะด้วยใบหน้าที่น่ารักน่าชังนั้นของเธอ และท่าทางที่ขี้กลัวเหมือนกับนกน้อยที่เพิ่งเคยออกจากรังเป็นครั้งแรก ทำให้เขาสนใจในตัวเธอมากๆ
“ปีนี้เธออายุสิบแปดค่ะ” ผู้เป็นแม่ตอบ
“สิบแปดเองเหรอครับ ยังเด็กอยู่เลย …เฮียจะใจดีกับนิต้า ไม่ต้องกลัวเฮียนะครับ” เลอแปงพูดบอกกับน้องสาวของตนด้วยใบหน้ายิ้มเป็นมิตร แต่ทว่าเด็กสาวกลับรู้สึกว่าสายตาคู่นั้นของเขามันดูไม่ปลอดภัยสำหรับเธอเลยถึงแม้จะเห็นว่าเขายิ้มให้อยู่ก็ตาม
“…” สาวน้อยหลบตาลงเมื่อเผลอไปสบตาเข้ากับพี่ชายคนใหม่ที่เธอต้องทำความรู้จัก
“ขอบคุณนะคะคุณเลอแปง” คนเป็นแม่พูดขึ้น
“ไม่ต้องสุภาพกับผมขนาดนั้นหรอก เรียกผมว่าเลอแปง หรือแปงเฉยๆ ก็ได้ครับแม่” เจ้าของใบหน้าเป็นมิตรพูดขึ้นอย่างเปิดใจ พร้อมกับเรียกสมาชิกใหม่ว่าแม่เต็มปากเพื่อเอาใจทั้งเธอและลูกสาว
“ใช่ ไม่ต้องเรียกให้เกียรติมันขนาดนั้นหรอก พูดเป็นกันเองเถอะ ไหนๆ เราก็เป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว” คนเป็นพ่อพูดขึ้น
“ค่ะ..” วีพูดตอบรับอย่างเกรงใจ มือน้อยจับมือลูกสาวไว้แน่น เพราะไม่อยากให้เธอรู้สึกกลัวกับสถานที่ที่จะเป็นบ้านหลังใหม่และผู้คนแปลกหน้าที่ต้องกลายเป็นครอบครัวใหม่ของเธอทั้งคู่ในอนาคตข้างหน้านี้
“ทักทายเฮียเขาหน่อยสินิต้า…” คนเป็นพ่อพูดบอกกับสาวน้อยที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตามองลงพื้น
“…” (กล้าๆ กลัวๆ)
“ทักทายเฮียเขาหน่อยสิลูก..” คนเป็นแม่พูดย้ำคำพูดเดิมของคนเป็นพ่ออีกครั้ง
“สะสวัสดีค่ะเฮีย” เด็กสาวพูดพร้อมกับยกมือขึ้นไหว้อย่างมารยาทงาม
เสียงหวานนุ่มนวลของนิต้าทำให้คนที่ได้ยินนั้นยกยิ้มขึ้นอย่างชอบใจ “น่ารักจัง^^” เจ้าของใบหน้ายิ้มแย้มพูดขึ้น ก่อนจะเดินเข้าไปลูบหัวน้องสาวของเขาอย่างเอ็นดู
ห้องนอนของนิต้า…
คนเป็นแม่และป๊าของเธอเดินมาส่งเธอที่ห้องนอนส่วนตัวของเด็กสาวที่อยู่ในชั้นสองของเพ้นท์เฮ้าส์ ซึ่งเป็นชั้นที่อยู่ของสองหนุ่ม…
“ชอบห้องนี้หรือเปล่า ป๊าให้คนตกแต่งไว้ให้ น่ารักไหมครับ^^” ผู้เป็นพ่อพูดกับสาวน้อยที่ยังคงเกร็งๆ กับเขาอยู่ และดูเธอจะยังไม่ชินกับสถานที่แห่งนี้ ที่ดูหรูหราต่างไปจากบ้านเก่าอย่างกับนรกและสวรรค์
“..” เธอพยักหน้าเบาๆ อย่างเขินอายที่จะพูดคุยกับคนแปลกหน้า และยิ้มเล็กๆ เพื่อตอบแทนการใช้คำพูด
“หนูนอนคนเดียวได้ใช่ไหม…” คนเป็นแม่เอ่ยถามกับลูกสาวอย่างเป็นห่วง เพราะเธอสองคนไม่เคยต้องนอนแยกห้องกันเลย
“ทำไมที่นี่ถึงใหญ่จัง …แม่ต้อง ไปนอนอีกห้องเหรอคะ?” ความกว้างใหญ่และความหรูหราของที่นี่ทำให้เธอเกิดหวั่นใจขึ้น
“ใช่ครับ แต่ว่าเราก็ยังอยู่ในบ้านเดียวกันนะ แม่หนูไม่ได้ไปไหนไกลเลย แค่อยู่ห้องชั้นล่างที่เราอยู่เมื่อกี้นี้ไง” คนเป็นพ่อพูดขึ้นตอบแทนความสงสัยของสาวน้อย เพราะเขาต้องพาแม่ของเธอกลับไปอยู่ด้วยที่ห้องนอนส่วนตัวที่อยู่ชั้นแรกของเพ้นท์เฮ้าส์ในหลังที่เขาซื้อ
“ถ้าหนูกลัว คืนนี้ให้แม่นอนเป็นเพื่อนไหม?” คนเป็นแม่พูด
เด็กสาวนิ่งคิดไปก่อนจะมองหน้าป๊าของเธอและหญิงสาวผู้เป็นแม่ “ไม่เป็นไรคะ หนูนอนคนเดียวได้ แม่ไป.. นอนกับป๊าเถอะ” แม้ในใจจะมีความหวาดกลัวอยู่เต็มเปี่ยม แต่เธอก็ไม่กล้าที่จะทำตัวเป็นเด็กงี่เง่าเอาแต่ใจ เพราะเธอกลัวว่าหากเป็นแบบนั้นแล้วเธออาจจะไม่เหลือใครเลยสักคนที่คอยเป็นเกาะป้องกันให้กับเธอ
“งั้นนิต้านอนพักผ่อนเถอะนะ เดี๋ยวใกล้ถึงอาหารค่ำแล้วป๊าให้คนขึ้นมาตาม” คนเป็นพ่อพูดบอกสาวน้อย ซึ่งเธอก็พยักหน้ารับกับคำสั่งนั้น ก่อนจะมองตามคนสองคนที่เดินออกไปจากห้องนอนของเธอจนลับสายตา
แม้ว่าบ้านหลังเก่าที่เธออยู่มันจะดูน่าอึดอัดและลำบากในการใช้ชีวิต แต่เมื่อเปรียบเทียบแล้วที่แห่งนี้ก็ดูไม่ต่างกัน มันน่าอึดอัดจนทำให้เธอลำบากใจ จนยากที่จะขยับตัวเดินดูรอบห้อง เธอทำได้เพียงแค่นั่งนิ่งๆ อยู่ที่เตียงแบบนั้นและรอให้ถึงเวลาอาหารค่ำ
และก็มีอีกเรื่องสำคัญที่เธอต้องคิด คือเรื่องที่ป๊าใหม่จะส่งเธอเรียนซึ่งเธอเองก็สนใจกับเรื่องนั้นอยู่เช่นกัน เพราะเธอนั้นหยุดเรียนไปตั้งแต่จบมอต้น เนื่องจากพ่อและแม่ส่งเธอเรียนไม่ไหวเพราะความลำบากของที่บ้านในช่วงนั้น ซึ่งการกลับไปเรียนมอปลายในอายุที่มากกว่าเพื่อนร่วมชั้นแบบนี้ก็ทำให้เธอกังวลไม่น้อย เพราะเธอก็ไม่รู้ว่าจะรับมือกับเพื่อนร่วมชั้นเรียนและโรงเรียนใหม่นั้นยังไง เมื่อถึงเวลาเปิดภาคเรียนที่เธอจะต้องเข้าไปเรียนในรั้วโรงเรียนไฮโซ สถานที่ที่แปลกใหม่ที่เด็กจนๆ อย่างเธอไม่เคยได้ย่างกายเข้าไป
“ไม่เป็นไรหรอกนิต้า มันไม่น่ากลัวหรอก” สาวน้อยพูดปลอบใจตัวเองพร้อมกับใช้มือตบใจที่สั่นระรัวให้สงบลง
ห้องนอนเลิฟ เวลาบ่ายสาม…
ก๊อกๆ
เสียงเคาะประตูห้องดังอยู่หลายครั้ง แต่ว่าเลิฟนั้นกลับไม่ได้ยินเสียงนั้นเลย เพราะเขากำลังใจจดใจจ่อคิดพอตนิยายเรื่องใหม่อยู่ และเขาก็ใช้หูฟังครอบหูเพื่อตัดเสียงรบกวนจากภายนอก แต่ทว่าคนที่มาเคาะประตูนั้นก็รู้ว่าต้องทำยังไงถึงจะเข้าห้องของเลิฟผู้เก็บตัวได้
ติ๊งๆๆๆๆ!!
เสียงข้อความไลน์ดังขึ้นรัวๆ พร้อมกับแจ้งเตือนที่ขึ้นอยู่บนหน้าจอทำงานของเลิฟที่บอกให้รู้ว่าเลอแปงนั้นต้องการเข้ามาหาเขาในห้องนอน
แก๊ก!
“มีอะไร!?” เลิฟเอ่ยถามกับคนที่ยืนอยู่หน้าประตูห้อง เมื่อเปิดห้องออกและเห็นว่าเลอแปงยืนอยู่
“น้องสาวเราน่ารักดีเนอะ มึงว่าป่ะ?” เลอแปงเบียดตัวเข้ามาด้านในห้องและทิ้งตัวลงนอนบนเตียงที่อยู่ใกล้กับโต๊ะทำงานของเลิฟ ก่อนจะพูดบอกประโยคเมื่อครู่กับเขาไป
“มึงเคาะประตูเรียกกู เพราะแค่จะพูดเรื่องลูกสาวของเมียใหม่พ่อเนี่ยนะ” เลิฟเอ่ยถามแฝดผู้น้องด้วยท่าทางไม่สบอารมณ์ เพราะเขากำลังทำลายเวลางานอันสำคัญโดยการพูดเรื่องไร้สาระแบบนั้นที่เขาไม่ได้ให้ความสนใจเลยสักนิด
“เออ ก็กูตื่นเต้นนี่หว่า”
“ตื่นเต้นอะไรของมึง กูยังไม่เห็นว่าจะมีอะไรให้ตื่นเต้นเลย” เลิฟเดินมานั่งลงที่เก้าอี้ทำงาน ก่อนจะทำเมินเฉยกับสิ่งที่เลอแปงพูดและสนใจกับงานเขียนที่ยังคิดพอตหลักเรื่องใหม่ที่กำลังจะสร้างไม่ออก
“มึงไม่คิดว่าน้องเราดูอ่อนแอ น่าแกล้งดีเหรอวะ”
“…” ประโยคเมื่อครู่ที่เลอแปงพูดนั้นทำให้เลิฟต้องหยุดคิดตาม ก่อนจะจุดประกายบางอย่างขึ้นได้ในหัวเกี่ยวกับเรื่องงานของเขา “ว่าแต่ ลูกสาวของเมียใหม่ป๊าเราชื่ออะไรวะ?”
“นิต้า น้องนิต้าของเฮีย^^” เลอแปงนอนกอดหมอนข้างและเกลือกกลิ้งอยู่บนที่นอนอย่างชอบใจ ด้วยความเอ็นดูที่มีต่อน้องสาวและในขณะเดียวกันตนก็คิดเรื่องสนุกมากมายที่อยากจะทำกับเธอผู้เป็นน้องอีกด้วย เพราะเขานั้นไม่เคยได้มีความรู้สึกและความสัมพันธ์เช่นนั้นมาก่อน ‘พี่ชายน้องสาว’
“นิต้า” ชื่อของเธอที่เลิฟได้ยิน ทำให้เขานั้นคิดไอเดียใหม่ๆ ในการทำงานขึ้นได้ “…ได้ชื่อนางเอกแล้ว งั้นเรื่องใหม่ก็เขียนแนวพี่น้องแล้วกัน” สิ้นเสียงพูดพรึมพรำของเลิฟ เขาก็หันหน้าเข้าหาจอคอมเพื่อทำงานที่รักต่อ โดยไม่สนใจว่าเลอแปงที่นอนอยู่บนเตียงข้างๆ จะพร่ำเพ้ออะไรอยู่
“เห้ย มึงฟังกูอยู่เปล่าเนี่ย!?”
“หมดธุระก็ออกจากห้องกูไปได้แล้วไป กูจะทำงาน” ตอนนี้ไฟแห่งไอเดียกำลังวิ่งพล่านทั่วหัวของเลิฟ เขาจึงอยากที่จะรีบรังสรรค์งานชิ้นใหม่นี้ขึ้นมา
“งานกับกูมึงจะเลือกอะไร!?” เลอแปงลุกขึ้นยืนก่อนจะเอ่ยถามอีกคนด้วยท่าทางขึงขัง ก่อนที่แฝดผู้พี่จะหันมาตอบกลับเขาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“งาน!”
“สัต!”
สุดท้ายแล้วเลอแปงก็ต้องยอมเดินออกจากห้องมา เพราะทนกับความเย็นชาของคู่แฝดตัวเองไม่ไหว ซึ่งเขาก็รู้อยู่แล้วว่าจะได้ยินคำตอบเช่นนั้น แต่ก็เพียงอยากเอ่ยถามดูเผื่อว่าแฝดผู้พี่จะลดเรื่องความบ้างานลงไปแล้วบ้าง แต่ท้ายที่สุดแล้วก็ไม่…
--------------------------------------------------------------------------
[ติดตามตอนต่อไป] - [Follow the next episode]
[-กดใจ -เพิ่มเข้าชั้น -คอมเมนท์ให้กำลังใจ และฝากกดติดตามไรท์ด้วยนะครับ🙏]
“…เริ่มเรื่องยังไงดีวะ?” เลิฟนักเขียนนิยายอีโรติกพูดขึ้นถามกับตัวเอง ถึงพอตเรื่องของนิยายเรื่องใหม่ที่เขาต้องการจะสร้างโครงสร้างของเรื่องขึ้น เพราะนี่เป็นแนวใหม่ที่เขายังไม่เคยลองทำ
“น้ำหนัก ส่วนสูง ขนาดเท่าไหร่ดีวะ?” เขากำลังให้ความสนใจกับภาพลักษณ์ของตัวละครใหม่ ว่านางเอกในเรื่องนั้นต้องมีรูปร่างหน้าตา น้ำหนักส่วนสูง รวมไปถึงสัดส่วนของร่างกายอยู่ที่เท่าไหร่ เพื่อจะใช้มันมาประกอบการวาดรูปปกและสร้างภาพจินตนาการในหัวได้ เพราะเขาต้องการให้เธอนั้นมาเป็นตัวเอกของเรื่องนี้
นอกจากเขาจะมีความสามารถในการเขียนนิยายแล้ว ภาพปกของผลงานทุกชิ้นก็ยังถูกสร้างขึ้นจากมืออันมีพรสวรรค์ของเขา มันเลยจำเป็นที่จะต้องเห็นภาพของตัวละครชัดเจนภายในหัว เพื่อที่จะวาดออกมาให้สมจริง
“เด็กนั่นหน้าตาเป็นยังไงวะ ไม่ได้ตั้งใจมองซะด้วย” และการที่เขาสงสัยในใบหน้าของน้องสาวก็ทำให้เขามีไอเดียดีๆ ผุดขึ้นในหัวไม่หยุด…
ห้องนอนนิต้า…
ก๊อกๆ
“…!” สาวน้อยเปิดประตูออกก็ต้องตกใจที่เห็นว่าคนน่าบึ้งที่เธอกลัวมาเคาะประตูห้องของเธอ ซึ่งท่าทางของเขาดูไม่เป็นมิตรเอาซะเลย
“สูงเท่าไหร่?” คนที่ยืนอยู่หน้าประตูเอ่ยถามทันทีเมื่อเห็นหน้าน้องสาว
“คะ?”
“…” จ้องหน้านิ่งรอคำตอบ
“สะสูงร้อยห้าสิบเก้าค่ะ”
“น้ำหนัก?”
“เอ่อ น้ำหนักเหรอคะ? สี่สิบสองมั้งคะ”
“แล้วสัดส่วนเท่าไหร่” เลิฟยังคงตั้งหน้าตั้งตาถาม และให้ความสนใจกับใบหน้าของเธออย่างไม่ละสายตา เพราะเขาต้องใช้มันเพื่อจินตนาการในการสร้างสรรค์ชิ้นงาน
“สัดส่วนคือ อะไรเหรอคะ?” สาวน้อยเอ่ยถามด้วยท่าทางที่ไม่เข้าใจ ถึงแม้เธอจะได้รับการศึกษามาถึงระดับมอสาม แต่ความรู้ที่เรียนมาเมื่อสามปีก่อนเธอก็คืนมันให้กับโรงเรียนเก่าไปหมดแล้ว ด้วยความเป็นเด็กหัวไม่ดีและความจำสั้น
“อก เอว สะโพก?” เลิฟวาดตามองตั้งแต่หัวจรดเท้าของร่างเล็กตรงหน้า ใบหน้าไร้เดียงสาของเด็กสาวที่สวมใส่เสื้อผ้าเก่าๆ นั้น ทำให้เขาเริ่มสนใจในตัวเธอมากขึ้น และในขณะเดียวกันนั้น ในหัวของเขาก็คิดเรื่องมากมายเกี่ยวกับเธอ ผู้ที่เป็นแรงบันดาลใจในพอตนิยายเรื่องใหม่นี้
“หนูไม่รู้ค่ะ..” สาวน้อยตอบด้วยท่าทางหวาดกลัว
เลิฟทำหน้าเซ็งๆ เมื่อได้ยินคำตอบที่ไม่ได้ตั้งใจเดินมาฟัง แต่เขาก็ไม่อาจที่จะเลิกค้นหาคำตอบได้ “…งั้นเอาแบบนี้แล้วกัน”
คนตัวสูงยื่นมือไปจับเอวบางของเด็กสาวอย่างตั้งใจ เพื่อที่จะวัดขนาดส่วนเว้าส่วนโค้งของร่างกายเธอ
“จะ จะทำอะไรคะ?” เจ้าของเสียงหวานพูดอย่างสั่นกลัว แต่ก็ไม่กล้าที่จะผลักร่างของเขาออก เพราะกลัวว่าจะทำคนหน้ากลัวอารมณ์เสีย เลยได้แต่ยืนเกร็ง และปล่อยให้เขาได้ลูบคลำร่างกายของเธอเพื่อตอบคำถามกับความสงสัยนั้น
“ผอมจัง” ความผอมบางของสาวน้อยทำให้คนหน้าบึ้งต้องพูดมันออกมา “เอวน่าจะสักยี่สิบเอ็ด หรือยี่สิบสองล่ะมั้ง” เมื่อได้คำตอบ มือหนาก็ลากลงต่ำเพื่อวัดในส่วนต่อไป
หมับ!
“…!”
“สะโพกนี่วัดยากจัง? .. แต่ก็น่าจะสักสามสามแหละ หรือสามสี่?” เลิฟเอ่ยถามกับตัวเอง ก่อนที่มือจะลากขึ้นบนแต่ก็ต้องหยุดมือไว้เพราะเห็นว่าสาวน้อยผู้อ่อนแอนั้นกำลังร่ำไห้ให้กับการกระทำของตนอยู่
“ฮึกๆ”
เลิฟเลือกที่จะเอ่ยถามเธออีกครั้ง เพื่อให้เธอตอบคำถามนั้นโดยที่เขาไม่ต้องสำรวจมันด้วยตนเอง เพราะเห็นว่าสาวน้อยกำลังหวาดกลัว “ใส่เสื้อในคัพอะไร”
“คัพ คืออะไรคะ? ฮึกๆ”
“ขนาด สามสอง สามสี่ หรือสามหก หรือใหญ่กว่านั้น?” เขาพยายามลงรายละเอียดและพูดให้เธอเข้าใจในคำถามมากขึ้น
“สะ สามสี่ค่ะ ฮึกๆ”
และเมื่อได้คำตอบจากสาวน้อยเขาก็ผลักเธอเข้าห้องและดึงประตูปิดทันที เพราะสิ่งที่เขาต้องการรู้นั้น เขาได้รู้มันจนหมดแล้ว ส่วนใบหน้าของเธอเขาก็โฟกัสมันอยู่ตลอดในช่วงที่ยืนอยู่หน้าห้องจนจดจำได้ทุกรายละเอียด…
ผลั๊ก! ปึ้ง!
“ฮึกๆ น่ากลัวจัง”
ห้องทานอาหารมื้อค่ำ…
นี่เป็นอาหารค่ำมื้อแรกที่สองแม่ลูกได้นั่งทานร่วมโต๊ะกับครอบครัวใหม่อย่างเป็นทางการ “แล้วไอเลิฟไม่มากินข้าวหรือไง?” เสียงผู้เป็นพ่อเอ่ยถามกับเลอแปง
“มันเคยออกจากห้องที่ไหนล่ะป๊า เดี๋ยวดึกๆ ก็คงออกมาหาอะไรกินเองนั่นแหละ” เลอแปงตอบพ่อของเขาอย่างรู้ใจคู่แฝดของตน
“งั้นก็ตักข้าวได้เลย…” เสียงเข้มของชายเจ้าของบ้านพูดบอกกับสาวใช้ทั้งสองคนที่คอยอยู่ประจำและคอยดูแลความเรียบร้อยที่เพนท์เฮ้าส์หรูแห่งนี้
“กินเยอะๆ นะ^^” ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างสาวน้อย พูดบอกกับเธออย่างตื่นเต้น และยิ้มให้เธออยู่ตลอดเวลา ซึ่งคนเป็นพ่อที่ได้เห็นแบบนั้นก็โล่งใจที่ลูกชายของตนนั้นเปิดใจรับน้องสาวต่างพ่อต่างแม่นี้ แถมยังดูจะเอ็นดูเธอมากอีกด้วย
“กินเยอะๆ นะนิต้า หนูผอมมากเลย” คนเป็นพ่อพูดขึ้น
“ค่ะ..” สาวน้อยยังคงตอบรับเสียงอ่อย ด้วยท่าทางที่ยังเกร็งๆ ต่อคนแปลกหน้าทั้งสอง
“ที่นี่มีสระว่ายน้ำ แล้วก็สวนบนดาดฟ้าตึกด้วยนะ เผื่อหนูอยากจะออกไปรับลมด้านนอก” ป๊าคนใจดีพูดบอกกับเด็กสาว เพราะคิดว่าเธอน่าจะอยากเห็นและชอบสิ่งสวยงามนั้น
“อยากไปดูไหม เดี๋ยวกินข้าวเสร็จแล้วเฮียพาไปดู” เลอแปงพูดขึ้นเพื่อรับอาสา แต่กลับโดนสาวน้อยส่ายหัวปฏิเสธในทันที ซึ่งท่าทางของเธอที่เขาเห็นนั้น มันยิ่งทำให้เขาเอ็นดูเธอมากขึ้น “ไม่เป็นไร งั้นถ้าอยากไปแล้วค่อยบอกเฮียแล้วกันนะ”
“ค่ะ..” สาวน้อยแปลกใจกับความใจดีนั้นของเลอแปงที่กำลังแสดงออกต่อเธออยู่ แต่ท่าทางของเขานั้นก็ทำให้เธอผ่อนคลายลงได้บ้าง และก็เผลอคิดไปว่าเขาดูเป็นมิตรกว่าพี่ชายของเธออีกคน ทั้งที่ความจริงแล้วนั้น ทั้งคู่ร้ายไม่ต่างกันเลย เพียงแค่แสดงออกกันคนละแบบก็เท่านั้น
“^^” (น่ารักจังวะ) เลอแปงยิ้มไม่หยุดกับเสียงหวานของน้องสาวที่พูดตอบกลับเพียงแค่สั้นๆ
ห้องนอนเลิฟในเวลาเดียวกัน…
กึก กึก กึก กึก!
เสียงกดแป้นพิมพ์ดังอยู่ในห้องอย่างไม่ขาดสายเพราะตอนนี้ไอเดียการสร้างสรรค์ผลงานของเลิฟกำลังหลั่งไหลเข้าหัวไม่หยุด “เรื่องนี้ต้องดังอีกแน่…”
เลิฟพูดชื่นชมกับผลงานของตัวเอง เมื่อเขียนพอตเรื่องมาได้เกินครึ่งเรื่อง เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้เพื่อยืดเส้นยืดสายก่อนจะทิ้งตัวลงนอนบนที่นอนเพื่อใช้จินตนาการ ในการคิดงานและฉากรักที่จะใส่ไปในนิยายเรื่องนี้
“ให้ชื่อเรื่องว่าอะไรดีวะ …น้องสาวที่รัก น้องสาว… เอ่อ น้องสาวคนโปรด หรือ… ห้ามรัก น้องสาวคนโปรด เหี้ย! อันนี้ได้..”
เลิฟเด้งตัวขึ้นจากเตียงเพื่อจดไอเดียชื่อนั้นไว้ เพราะสิ่งที่เขาคิดได้เป็นไอเดียที่บันเจิดมากๆ “หนูนิต้า นางเอกคนใหม่ของเฮีย”
เลิฟพูดขึ้นถึงตัวละครนางเอกคนใหม่ ที่เขากำลังจะสร้างเธอขึ้นในจินตนาการ ซึ่งนิยายทุกเรื่องที่เขาเขียนนางเอกแต่และเรื่องจะต้องอยู่ในหัวและจินตนาการของเขาเป็นเวลายาวนานเกือบครึ่งปีหรืออาจยาวกว่านั้นขึ้นอยู่กับว่านิยายจะมีภาคต่อหรือเปล่า และที่ผ่านๆ มาเขาเองก็รู้สึกรักและผูกพันตัวละครทุกตัวที่เขาสร้างขึ้น ไม่ว่าเรื่องนั้นจะจบแบบแฮปปี้เอ็นดิ้งหรือไม่ก็ตาม แต่เขาก็ไม่เคยอยากให้แต่ละเรื่องนั้นจบลงเลย สิ่งนั้นมันทำให้เขายิ่งอยากที่จะสร้างสรรค์ผลงานใหม่ขึ้นเรื่อยๆ เพื่อไม่ทำให้สมองของตัวเองนั้นว่าง
เขาเป็นนักเขียนมายาวนานถึงห้าปี โดยที่เก็บตัวตนที่แท้จริงไว้ และสร้างนามปากกานักเขียนที่มีชื่อว่า (•คุงฮะ• / หรือนักเขียนคุง) ขึ้นมา ซึ่งเขาก็เป็นนักเขียนนิยายอีโรติกที่โด่งดังมากๆ และถึงแม้ว่าเขาจะไม่ทำงานทำการ เขาก็มีเงินใช้ไปตลอดชีวิตอยู่แล้ว เพราะฐานะที่บ้านที่ป๊าของเขาปูทางไว้ให้ แต่นั่นก็เป็นงานที่เขารักเขาเลยทำมันโดยที่ไม่ได้หวังค่าตอบแทนสูง เพียงแค่อยากจะระบายสิ่งที่อยู่ในหัวออกมาเป็นตัวหนังสือก็เท่านั้น แต่นั่นกลับสร้างรายได้ให้กับเขาอย่างมหาศาล
--------------------------------------------------------------------------
[ติดตามตอนต่อไป] - [Follow the next episode]
[-กดใจ -เพิ่มเข้าชั้น -คอมเมนท์ให้กำลังใจ และฝากกดติดตามไรท์ด้วยนะครับ🙏]